Share

บทที่ 43 เย่หัว-เยว่หัว(2)

last update Tanggal publikasi: 2025-02-24 18:55:56

บทที่ 43 เย่หัว-เยว่หัว(2)

“แต่...แต่ก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่งขอรับคุณหนู”

“เรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?”

“เนื่องจากว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่ขึ้นไปบนเขา มีเพียงแค่ไม่ถึงครึ่งหนึ่งเท่านั้น ที่สามารถร่อนลงกลับมาได้ พวกเราไม่รู้เลยว่ามีอะไรที่เป็นอันตรายอยู่บนนั้นบ้าง ถ้าหากว่าเป็นไปได้ข้าขอให้คุณหนูช่วยส่งเจ้าสังขึ้นไปช่วยคุ้มกันพวกเราได้ใหม่ขอรับ”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกเจ้าค่ะ เพราะข้าเองก็คิดเอาไว้แล้วเช่นเดียวกัน” 

เย่หัวกล่าวไปตามตรง เพราะนางเองก็คิดเอาไว้แล้ว ว่าจะส่งให้เจ้าตูบตัวโตตามทุกคนขึ้นไปด้วย เพราะว่านางยังคงจำเรื่องเล่าของเด็กๆได้ ถึงตำนานของส่องสัตว์ระดับสีม่วง ที่เป็นเหมือนกับ 2 ผู้คุมกฎในหุบเขาแห่งนี้

ถึงตำนานของพวกมันทั้ง 2 จะหายไปหลาย10ปีแล้ว แต่ก็ไม่มีใครสามารถรู้ได้เลยว่า เรื่องภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในหุบเขาแห่งนี้มาตลอดช่วงระยะเวลา 10 ปี มันเกี่ยวข้องกับเจ้า 2 สัตว์อสูรนั้นหรือเปล่า

เพราะถ้าหากว่าอิงตามหนังตามซีรีย์ที่นางเคยดูมาก่อน เรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นก็คงจะคล้ายๆเกี่ยวกับ สัตว์อสูร ที่ต้องหลอกล่อให้ผู้คนขึ้นไปให้มันกินอะไรทำนองนั้น...

“สัง...แล้วแกว่ายังไง ช่วยตามทุกคนขึ้นไปหาไม้ไผ่ลงมาให้ข้าหน่อยได้ไหม”

“...” 

เจ้าหมาตัวโตมิได้ส่งเสียงตอบอะไรกลับมา มีเพียงแค่ลมแรงที่พ่นออกมาจากจมูกของมัน แล้วเดินเข้ามาหาเด็กหญิง นอนลงคล้ายกกนางเอาไว้ตรงกลาง ดันคนอื่นให้ออกไปห่างๆ ห่างจาก ผู้เป็นนาย ซึ่งทุกคนก็ยินยอมทำตามแต่โดยดี เพราะไม่มีใครกล้าที่จะทำให้เจ้าหมาตัวยักษ์ขัดใจ

“ดูเหมือนว่ามันจะไม่ยอมนะขอรับ” จางหลงยิ้มแหยๆ เมื่อเห็นดวงตาคู่นั้นที่ลอดผ่านม่านขนหนาแน่น ส่งประกายดุดันมาให้เขา 

“ข้าคิดว่ามันคงเป็นห่วงคุณหนูมากๆ หรือไม่ก็มีบางสิ่งบางอย่างที่อาจจะเป็นอันตรายต่อคุณหนูก็ได้ มันถึงไม่ยอมทิ้งคุณหนูไปไหน” จางหู่กล่าวด้วยท่าทางครุ่นคิด พลางนึกถึงสิ่งที่อาจารย์ของเขาเคยบอกสอน เนื่องจากว่าสำหรับสัตว์พิทักษ์แล้ว ความปลอดภัยของผู้เป็นนายหรือสิ่งที่มันปกป้องนั้นสำคัญที่สุด

การที่มันแสดงออกเช่นนี้ แสดงว่าโดยรอบหมู่บ้านเองก็มีสิ่งที่สามารถทำอันตรายผู้เป็นนายของมันได้ หรือไม่ก็มีบางสิ่งบางอย่างทำให้มันระหวาดระแวงจนไม่สามารถทิ้งผู้เป็นนายไป

“...”

เมื่อได้ยินน้องชายกล่าวแบบนั้น จางหลงก็ทำหน้าครุ่นคิดเช่นเดียวกัน เมื่อนึกย้อนไปในช่วงหลายวันที่ผ่านมา มันก็มีเรื่องราวทำให้ชวนเป็นอยู่จริงๆนั่นแหละ

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของชาวบ้าน 3 คน ที่จู่ๆก็คุ้มคลั่งต้องการที่จะฆ่าเด็กหญิงผู้มาใหม่

เรื่องชาวบ้านที่อยู่ดูก็รวมกลุ่มกันลักขโมยสิ่งของ ที่อย่างไรก็ดูเหมือนจะเป็นของทุกคนอยู่ก่อนแล้ว มันนิมีเหตุผลใดๆเลยที่จะทำให้พวกเขาลุกขึ้นมาขโมยของเหล่านั้น.. 

มันก็จริงอยู่ที่แต่เดิมแล้วทุกคนที่เคยมีเรื่องกับเด็กหญิงนั้น ล้วนแล้วแต่มีนิสัยหยาบกร้านเป็นพื้นฐาน แต่ก็มิน่ามีใครกล้าที่จะทำเช่นนั้นเลยมิใช่หรือ...

“เอาอย่างนี้ไหมขอรับ ถ้าให้น้องชายข้าอยู่คุ้มกันคุณหนู แล้วให้เด็กๆมาเล่นที่บ้านของคุณหนูเหมือนเดิม ข้าว่ามากพอที่จะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของเจ้าตัวโตได้บ้าง เพราะว่าลำพังกำลังของพวกข้าเองคงมิสามารถขึ้นไปบนเขา แล้วกลับลงมาอย่างปลอดภัยได้ ถ้าหากมีมันขึ้นไปเป็นผู้คุ้มกันพวกเราด้วย ทุกสิ่งทุกอย่างก็คงจะจบลงได้ภายในไม่กี่ชั่วยามด้วยซ้ำ” จางลงพูดความคิดของเขาออกมา

“หากเทียบกันแล้ว เจ้าสังน่าจะมีฝีมือสูงสุดในหมู่บ้านในตอนนี้ เพราะแม้แต่น้องชายข้าที่ฝึกฝนอยู่ด้านนอกมาสามปี ยังไม่สามารถทนต่อแรงกดดันของเจ้าสังได้...

แต่กลับกัน สำหรับผู้คนในหมู่บ้านแล้ว แม้แต่ก่อนตอนที่จางหู่จะไปฝึกฝนด้านนอก ก็ยังไม่เคยมีใครสู้กับมันตรงตรงได้เลยสักคน ข้าคิดว่าถ้าให้จางหู่เป็นคนคุ้มกันคุณหนูก็คงจะสามารถทดแทนส่วนนี้ได้อยู่ เจ้าคิดว่าอย่างไร”

“ข้าน่ะไม่ติดขัดอะไรหรอกพี่ใหญ่ แต่พี่ใหญ่ไปถามเจ้ายักษ์โน้นจะดีกว่า ถ้ามันเห็นด้วยแกให้ข่าวมาอยู่เป็นเพื่อนขนหนูเพียงวันเดียวมันไม่เป็นอะไรเลย ดีเสียอีก ถือว่าข้าได้พักผ่อน เล่นกับเด็กๆ หลังจากที่ไม่ได้เล่นด้วยกันมานานแล้ว”

“ว่าไงสังแกคิดว่ายังไง ถ้าหากว่าให้ท่านจางหู่เป็นคนมาคุ้มกันฆ่าอีกทีนึง แล้วให้เจ้าขึ้นไปช่วยดูแลทุกคนในหมู่บ้านที่ขึ้นไปบนเขา ถ้าหากรีบไปรีบกลับวันเดียวก็คงไม่เป็นอะไรกระมัง”

“...”

ทิเบตันมาสทิฟฟ์ตัวโตยืนขึ้นจนเต็มความสูง พลางมองไปรอบๆอยู่หลายครั้ง ราวกับว่ามันต้องการค้นหาอะไรบางอย่าง...

.................................

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   บทที่ 84 แปดเซียนสองเทวะหนึ่งอรหันต์(1)

    บทที่ 84 แปดเซียนสองเทวะหนึ่งอรหันต์(1)จากแสงของดวงตะวันที่เริ่มอ่อนแรงลงในยามโพล้เพล้ เปลี่ยนเป็นแสงสว่างที่สาดกระทบลงมาทั่วหุบเขาในเสี้ยวพริบตา ทำให้ชาวบ้านทุกคนตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น จนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไปโดยเฉพาะความรู้สึกเคารพ นอบน้อม และหวั่นเกรงต่อแสงสว่างเหล่านั้น แม้ว่าพวกเขาทุกคนจะไม่สามารถมองเห็นต้นเหตุของแสงสว่างเหล่านั้นได้ แต่ว่าความรู้สึกของพวกเขาทุกคน แทบจะไม่แตกต่างกันเลยและในเวลาเดียวกัน สายตาของทุกคนก็หันมองไปทางนางเซียนน้อยของพวกเขา ผู้ซึ่งนำพาแสงสว่างอันศักดิ์สิทธิ์สงบร่มเย็นมายังหุบเขาแห่งนี้ ที่ตอนนี้แม้แต่ตัวนางเองก็ยังมองไปยังฟากฟ้าไม่แตกต่างจากทุกคน...ส่วนที่แตกต่างกันนั้นก็คงจะเป็นภาพ ที่ปรากฏอยู่ในดวงตาของเยว่หัวนั้น มันเป็นกลุ่มก้อนรูปร่างคล้ายคลึงกับมนุษย์โปร่งใส แต่มีขนาดและสีสันต์ที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ตัวเล็กๆ กว่าปลายเข็ม ไปจนกระทั่งตัวโตจนสูงกว่ายอดเขาที่สูงที่สุดด้วยซ้ำ...“ไม่อยากจะเชื่อ ตกลงว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่...”เยว่หัวมองไปยังภาพที่ปรากฏตรงหน้าของนาง ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้คิดไปไกลเกินกว่านั้น

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   บทนำเล่มสาม ดินแดนแห่งชีวิต...หุบเขาธิดาสวรรค์

    บทนำเล่มสาม ดินแดนแห่งชีวิต...หุบเขาธิดาสวรรค์อีกไม่นานหลังจากนี้...ดินแดนแห่งนี้จะเป็นที่กล่าวถึงของผู้คนมากมายดินแดนแห่งนี้ที่เคยเป็นดินแดนแห่งความตายดินแดนแห่งนี้ที่ผู้คนเคยหลีกหนีดินแดนแห่งนี้ที่เคยถูกทอดทิ้งโดยผู้คนมากมายดินแดนแห่งนี้ ที่แทบจะไม่เหลือใครในอีกไม่กี่ปีต่อมา ถ้าหากไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆดินแดนแห่งนี้ ที่ผู้คนภายนอกส่วนใหญ่ต่างมองว่า มันคือดินแดนที่ตายไปแล้วดินแดนแห่งนี้คือหุบเขาที่มีเพียงแค่ความแห้งแล้ง ที่มีเพียงแค่ซากแห่งชีวิต ที่ค่อยๆ แห้งเหือดลงไปในทุกทุกขณะมันคือดินแดนแห่งความสิ้นหวัง ที่ไม่มีใครอยากจะไปเข้าใกล้มัน เพราะไม่ว่าจะเป็นพื้นดินที่แห้งแล้ง ไม่ว่าจะเป็นหุบเขาที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูร แล้วยังมีความลับต่างๆมากมาย ที่เคยพรากชีวิตผู้คนไปนับไม่ถ้วนในตลอดระยะเวลา 10 ปี จนทำให้ภูเขาแห่งนี้ เป็นที่ที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกไปโดยสมบูรณ์ เพราะว่าแม้แต่คนภายในเองก็ยังพยายามที่จะหลีกหนี พวกเขาพยายามที่จะกระเสือกกระสนเอาชีวิตรอดออกมาจากดินแทนแห่งนั้น…แต่อยู่มาวันหนึ่ง...ดินแดนที่เคยไร้ซึ่งชีวิตและความหวัง ก็ได้เกิดปรากฏการณ์สะเทือนฟ้าสะเทือนดิน จนผู้คนที่พบ

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   บทที่ 82 บทพิเศษ “เราไม่ลงนะรกแล้วผู้ใดจักลงนรก” (2)

    บทที่ 82 บทพิเศษ “เราไม่ลงนะรกแล้วผู้ใดจักลงนรก” (2)“…!!”ในทันทีที่ชาได้สติขึ้นมา มองไปยังใบหน้าของพระปัจเจกพุทธเจ้าพระองค์นั้น ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างออก ปากอ้าหุบอ้าหุบพะงาบพะงาบราวกับต้องการจะพูดบางสิ่งบางอย่างออกไป แต่เขารู้ดีว่าความหวังของเขามันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ต่อให้ใบหน้านั้นจักคุ้นเคยและคล้ายคลึงกับคนที่เขาเฝ้าตามหามาช่วยชีวิตสักแค่ไหน แต่มันก็เป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาดที่ใครสักคนหนึ่งจะมีใบหน้าเหมือนอีกคน ขนาดนี้จะเป็นคนคนเดียวกัน...‘บางทีอาจเป็นข้าเองที่จำผิด...’เขาพยายามปลอบใจตัวเอง แล้วดึงสติกลับมาในเหตุการณ์ปัจจุบันอีกครั้ง สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น และเขาจะช้าไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว…“พระคุณเจ้าขอรับ...”“เรารู้ว่าเจ้ามหาเราทำไม พูดออกมาเถิดเพราะว่าเจ้าคงจะรู้ดีอยู่แล้วว่าเรานั้นสามารถทำอะไรได้หรือไม่ได้”สิ่งที่พระปัจเจกพุทธเจ้าพระองค์นั้นกล่าวออกมานั้นไม่ผิดเลย สำหรับคนที่เคยเข้าเฝ้าพระปัจเจกพุทธเจ้าและพระพุทธเจ้ามาแล้วมากมายนับไม่ถ้วน สำหรับเขาที่มีชีวิตอยู่มานานมากขนาดนั้น มีหรือที่เขาจะไม่รู้ในข้อนี้เพราะว่าสำหรับพระที่บรรลุอรหันต์แล้ว

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   บทที่ 81 บทพิเศษ “เราไม่ลงนะรกแล้วผู้ใดจักลงนรก” (1)

    บทที่ 81 บทพิเศษ “เราไม่ลงนะรกแล้วผู้ใดจักลงนรก” (1)#บทนี้เป็น บท ย่อยแยกอีกบทหนึ่งนะครับ#ย้อนกลับไปในตอนก่อนที่เขาจะมอบระฆังธรรมให้กับเพื่อน ในขณะนั้นชาได้สังเกตเห็น ถึงความตั้งใจที่จะสั่งสอนธรรมะของเพื่อน แต่ด้วยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การที่นางไม่สามารถจดจำข้อธรรมใดๆ ได้มากนักก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไรเนื่องจากว่าการที่เขาได้ทำการล้วงเอาจิตของนางขึ้นมาจากนรกนั้น มันเป็นเรื่องที่ทำการฝืนชะตากรรมของคนคนหนึ่ง และการที่เขา เรียกดวงจิตเดิมของนางที่ควรจะแตกดับไปนานแล้ว ตลอดไปจนถึง สัญญาสังขารและวิญญาณแต่เดิมของนาง ในภพแรกที่พวกเขาทั้ง 2 คนได้เจอกันโดยวิธีการเปิดพระธรรมคำสั่งสอนจากระฆังธรรม ให้ดวงจิตที่แตกสลายของนางได้ฟังซ้ำไปซ้ำมาครั้งแล้วครั้งเล่า ยาวนานนับหมื่นปีกว่าที่ดวงจิตของนางจะสามารถเรียกสติกลับคืนมาได้อีกครั้ง ซึ่งมันก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เหล่าสัตว์นรกบางส่วนที่พอมีฤทธิ์สามารถแทรกออกมายังบนโลกอีกครั้ง...และนั่นก็คือเหตุผลที่ว่าทำไมจู่ๆ นางถึงเหมือนกับว่า สามารถอธิบายข้อธรรมคำสั่งสอนทั้งหลาย ออกมาได้ราวกับเคยศึกษามันมาอย่างถ่องแท้ ทั้งๆ ที่ตัวนางแทบจะไม่เคยศึกษาเรื่องราวในแน

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   คุยกันแบบจริงจังก่อนขึ้นเล่มสาม(เนื้อเรื่องที่แท้จริง)

    ก่อนอื่นเลยที่สำคัญที่สุดต้องขอบคุณมากๆ เลยนะครับ ที่ติดตามกันมาจนถึงตอนนี้(น่าจะเหลือไม่ถึง1/10ของคนที่หลงเข้ามาที่จะเดินมาจนถึงจุดนี้) ดีใจที่เดินทางมาด้วยกันจนถึงจุถดเริ่มต้นที่แท้จริงของนิยายเรื่องนี้ครับใช่แล้วครับ…ตั้งแต่บทนำมาจนถึงตอนนี้เพิ่งจะเป็นส่วนที่ปูจุดเริ่มต้นของ เย่หัว-เยว่หัว ให้ทุกคนได้รู้จักตัวตนและสภาพแวดล้อมของนาง โลกที่นางอยู่ ผู้คน สังคม รายละเอียดที่จะทำให้เข้าใจเนื้อหาหลัก และเหตุผลของการกระทำต่างๆ ที่นางจะทำต่อจากนี้ไป จนบางครั้งอาจจะเป็นการกระทำที่ “โหดเหี้ยม” แบบไร้เหตุผลเลยก็มี เล่ม1-2จะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวในส่วนของ “บทนำ” แต่หลังจากเล่ม 3 เป็นต้นไปก็จะเข้าสู่ปฐมบทที่แท้จริง ตามชื่อบทของบทนี้ครับ เราจะคุยกันแบบจริงจังกับเนื้อเรื่องที่แท้จริงกันครับ อย่างแรกเลยก็คือหลังจากนี้จะต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งความแฟนตาซีที่แท้จริง ของแม่ครัวตัวจิ๋วที่รักในการทำอาหารให้ผู้คนได้ลิ้มรส เป็นหนึ่งในความสุขของนาง และเป็นสิ่งสำคัญที่จะคอยยึดเหนี่ยวตัวนางเอาไว้ ส่วนยึดนางจากอะไรนั้นต้องไปติดตามในเนื้อเรื่องครับอย่างที่สองก็คือเรื่องของความแฟนตาซีและโลกในจินตนาการที

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   บทที่ 80 เลี้ยงส่ง(จบ)

    บทที่ 80 เลี้ยงส่ง(จบ)หลังจากที่เยว่หัวสามารถเรียกสติของผู้คนกลับมาได้อีกครั้ง ตลอดช่วงเช้าไปจนถึงเที่ยง นางก็ทำการจัดแจงแบ่งกลุ่มคนออกเป็นกลุ่มๆ โดยที่ไม่ลืมนำวัตถุดิบจำนวนมากออกมา แล้วจัดแจ้งเตรียมการฝึกซ้อมทั้งหมด กว่าที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทางก็ปาเข้าไปจนถึงช่วงเที่ยงแล้วซึ่งในระหว่างที่ทำการฝึกซ้อมปรุงอาหารชนิดต่างๆ นั่นเอง เหล่าแม่บ้านและเด็กๆทุกคนต่างก็ได้ลองชิมอาหารกันอย่างเต็มอิ่ม และเมื่อเห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว ทุกคนเลยหยุดพักกันในตอนเที่ยงพอดิบพอดี และถือเป็นการพักท้องอีกครั้ง เนื่องจากในตอนนี้ทุกคนแทบจะท้องแตกเสียแล้วส่วนฝั่งของจางหลงที่เป็นฝ่ายจัดเตรียมสถานที่ ซึ่งพวกเขาทุกคนก็ทำเต็มที่ในหน้าที่ของตนเอง แต่ด้วยข้อจำกัดของหลายๆสิ่งหลายๆอย่าง โดยเฉพาะเวลาที่มีอยู่เพียงแค่ไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น พวกเขาจึงตกลงกันใหม่ว่า จะจัดเป็นโต๊ะไม้ยาวๆ ขนาด 6 ถึง 8ที่ แทนที่แผนการจะทำโต๊ะชุดวงกลม และโต๊ะทั้งหมดจะหันหน้าเข้าหาเวที ด้านเดียว ส่วนตัวเวทีเองก็จะสร้างขึ้นมา โดยการขุดดินมาถมเป็นเนินสูงขึ้นประมาณหัวเข่า ใช้ดินเหนียวในการป้ายโดยรอบเพื่อไม่ให้หน้าดินพัง

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   บทที่ 39 ใจกลางความมืดมิด(2)

    บทที่ 39 ใจกลางความมืดมิด(2)“...”เสียงนั้นไม่ได้ตอบอะไรกลับมา จางเว่ยที่อยู่อยู่ก็รู้สึกว่างเปล่า ขึ้นมาในช่วงขณะหนึ่ง ก็ได้ลุกออกจากบ้าน

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   บทที่ 38 ใจกลางความมืดมิด(1)

    บทที่ 38 ใจกลางความมืดมิด(1)“ต้าพัง วันนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง ไปเล่นกับคุณหนูสนุกไหม”ในทันทีที่จางต้าพังกลับมาถึงบ้าน เสียงที่ดูใจดีเ

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   บทที่ 37 ม้วนตำรา

    บทที่ 37 ม้วนตำรา“ในที่สุดก็เสร็จสิ้นสักที นึกว่าข้าจะตายก่อนเสียแล้ว” หลังจากที่เขียนตัวอักษรสุดท้ายลงบนม้วนตำราเรียบร้อยแล้ว นางก็ถึงกับถอนหายใจยาวแล้วนอนแผ่กายลงบน

  • เยว่หัว แม่ครัวจิ๋วแสบสะท้านภพ   บทที่ 36 พี่น้อง

    บทที่ 36 พี่น้อง“เสี่ยวเฉินคุณหนูยังไม่มาหรือ”พวกเขาเดินทางเร็วกว่ากำหนดนิดหน่อย จนสามารถเดินทางมาถึงหมู่บ้านก่อนเวลาพรบค่ำ จางหลงท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status