ANMELDENบัวเกี๋ยงเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดเสื้อคอกลมสีชมพูโอเวอร์ไซซ์สบาย ๆ ความยาวของชายเสื้อยาวจนถึงหัวเข่าปิดกางเกงสีดำตัวสั่นที่อยู่ข้างในจนมิด
พอได้อาบน้ำก็รู้สึกสบายตัว แต่รู้สึกไม่สบายท้องเพราะวันนี้ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเขาเลย เด็กหนุ่มลูบท้องพลางเดินไปที่ห้องนั่งเล่นก็เห็นว่าเจ้ามะลิย้ายมานอนขดตัวอยู่ข้างคนเจ็บ เขาจึงเดินเลี่ยงออกไปข้างนอก
เขาเดินสำรวจรอบ ๆ ดูเหมือนว่าบ้านนี้จะเคยปลูกผักไว้กินเองเพราะมีร่องรอยของต่อไม้และรากของต้นไม้ที่ตายไปแล้ว ข้าง ๆ ก็มีอุปกรณ์ทำสวนวางทิ้งไว้อยู่ข้างกำแพงบ้าน
เด็กหนุ่มคิดว่าจะใช้เลือดของตัวเองให้เป็นประโยชน์อีกครั้งเหมือนกับที่เคยใช้ตอนอยู่ในป่า โดยไม่รู้ว่าอีกไม่นานจะมีเรื่องวุ่นวายตามเขามา
แต่จะให้เขาให้กรีดเลือดตัวเองทุกครั้งที่หิวก็คงไม่ไหว ถ้าทำแบบนั้นเลือดได้หมดตัวแน่ ก่อนจะได้กินก็คงตายเสียก่อน
ไม่รู้ว่าเอาเลือดผสมกับน้ำแล้วจะได้ผลเหมือนกันหรือเปล่า เอาะเถอะลองดูก็ไม่เสียหาย
จำได้ว่าในบ้านมีกระบอกน้ำอยู่ในตู้เย็นหลายขวด คิดได้ดังนั้นเด็กหนุ่มก็เดินกลับเข้าบ้านอีกครั้งก่อนจะออกมาพร้อมกับกระบอกน้ำเปล่าในมือ
เขาแกะสะเก็ดแผลเก่าที่แห้งแล้วใช้นิ้วบีบให้เลือดออกมา เลือดสีแดงหยดลงใส่น้ำที่อยู่ภายในกระบอกน้ำ แต่เขาไม่มั่นใจว่าต้องใช้เลือดเยอะไหมจึงหยดเลือดลงไปเพิ่มอีกหยดหนึ่ง จากนั้นก็ปิดฝาเขย่าให้เข้ากัน
“ อ่า เริ่มจากตรงไหนดี เอาตรงนี้ก่อนก็แล้วกัน ” เขาไม่ได้เทน้ำลงไปทั้งหมดแต่เริ่มจากน้ำฝาเดียวก่อน
เมื่อน้ำผสมเลือดซึมลงสู่ดิน จู่ ๆ ดินก็เริ่มขยับแล้วก็มีบางอย่างโผล่ขึ้นมา ใบอ่อนสีเขียวค่อย ๆ สูงขึ้นแล้วแตกใบอ่อนอีกใบ ลำต้นของพืชเปลี่ยนแปลงเป็นต้นที่สูง กิ่งก้านขยายสาขากว้างขึ้น ลูกสีเขียวผลุดขึ้นกลางลำต้นก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและกลายเป็นสีแดงสด
รากแห้ง ๆ สีน้ำตาลก็คือรากของต้นมะเขือเทศนั่นเอง
บัวเกี๋ยงเด็ดมะเขือเทศมาลูกหนึ่งแล้วเอาเข้าปาก รสชาติหวานกลมกล่อมติดเปรี้ยวนิด ๆ แต่อร่อย ทำเอาเด็กหนุ่มอดใจไม่ไหวเด็ดมะเขือเทศอีกลูกมากิน
“ อื้อ อร่อย ” ดวงตากลมโตเปร่งประกายแวววาว
ไม่คิดเลยว่าน้ำที่ผสมเลือดเจือจางจะได้ผลแบบเดียวกับการใช้เลือดเพียงอย่างเดียว
แบบนี้เขาก็ไม่ต้องกรีดเลือดตัวเองบ่อย ๆ แล้วสิ บัวเกี๋ยงยกยิ้มอย่างดีใจ
ต่อมาเขาเปลี่ยนจากน้ำหนึ่งฝาเป็นหนึ่งหยดแทน ผลลัพธ์ก็เหมือนเดิมเพียงแต่ใช้เวลาช้ากว่าเล็กน้อย
“ คงต้องใช้น้ำขวดนี้ประหยัด ๆ หน่อย ” เผลอแปบเดียวน้ำในขวดก็ลดลงไปหนึ่งข้อนิ้วแล้ว
แต่ก็ถือว่าคุ้มเพราะตอนนี้เขามีต้นมะเขือเทศสองต้น มันหวานหนึ่งแปลง ต้นแตงโมที่ออกลูกถึงห้าลูกใหญ่ ๆ บัวเกี๋ยงคลี่ยิ้มกว้างเดินอุ้มลูกแตงโมเข้าบ้านอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเดินไปหยิบชามแก้วใบใหญ่แล้วไปเก็บผักต่อ
พอเก็บผักเสร็จก็เข้ามาในครัว บัวเกี๋ยงต้องการต้มมันหวานจึงลองเปิดเตาแก๊สดู ปรากฎว่าถังแก๊สยังมีแก๊สเหลืออยู่จึงนำมันหวานที่ขุดจากในสวนข้างบ้านมาล้างน้ำ จากนั้นก็เทน้ำใส่หม้อตามด้วยมันหวานแล้วก็เปิดเตาแก๊ส รอจนมันหวานสุกก็หยิบใส่ชามแล้วยกไปที่ห้องนั่งเล่น
กลิ่นหอมของมันหวานทำให้เจ้าแมวขี้เซาลืมตาขึ้นมอง จมูกสีชมพูส่งเสียงฟุดฟิดไม่หยุดก่อนที่เจ้าตัวจะกระโดดขึ้นไปนั่งบนโต๊ะแล้วจ้องมองสิ่งที่อยู่ในมือของมนุษย์ตัวจ๋อย
ดูเอาเถอะเขาเดินเข้าออกบ้านตั้งหลายรอบ ทำนู้นทำนี่อยู่ในครัวตั้งนานเจ้าแมวตัวนี้ก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น พอเขาต้มมันหวานเสร็จเจ้ามะลิกลับนั่งตาใสแจ๋วจ้องมองมาที่เขาแล้ว ราวกับรู้ว่าจะมีของกิน
“ แกนี่นะ ” ยิ้มอย่างอ่อนใจ
ง้าว
เจ้ามะลิส่งเสียงร้องเป็นการบอกว่ามันหิวแล้วนะ เอาอาหารมาให้มันเร็ว ๆ
เด็กหนุ่มนั่งลงที่โซฟาก่อนจะส่งมันหวานให้เจ้ามะลิหนึ่งหัว ส่วนตัวเองก็หยิบอีกหัวมากิน สายตาคู่สีน้ำตาอ่อนเหลือบไปมองชายแปลกหน้าที่นอนไม่ได้สติอยู่ จะว่าไปตั้งแต่ที่เจอกันเขายังไม่ได้สำรวจใบหน้าของอีกฝ่ายชัด ๆ เลย
เส้นผมสีดำสนิท จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหนาเป็นกระจับ สันกรามคมชัด ไล่ลงมาที่แผ่นอกแกร่งและกล้ามหน้าท้องเป็นลอนสวย แม้ว่าจะมีรอยแผลหลายแห่งก็ไม่อาจลดทอนความงามของหุ่นฟ้าประทานนั้นได้เลย
บัวเกี๋ยงไม่เคยเห็นใครที่มีใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติอย่างคนตรงหน้ามาก่อนเลย เห็นแล้วก็รู้สึกอิจฉาขึ้นมาทันที ทำไมสวรรค์ถึงไม่ให้เขามาเกิดในร่างของคนแบบนี้บ้าง ไม่ว่าจะชาติก่อนหรือชาตินี้เขาก็ยังตัวเล็กเหมือนเดิม
ตกดึกชายที่หลับสนิททั้งวันก็เริ่มขยับตัวไปมา เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมจนเปียกชุ่ม คิ้วโค้งสวยขมวดเข้าหากัน เสียงครวญครางในลำคอทำให้บัวเกี๋ยงที่ปูผ้านอนอยู่บนพื้นข้าง ๆ ตกใจตื่น
คนตัวเล็กผุดลุกขึ้นนั่งท่ามกลางความมืด มือเรียวเล็กควานหาเทียนไขกับไม้ขีดที่หามาได้จุดไฟ แสงไฟสีเหลืองส้มทำให้ห้องนั่งเล่นสว่างขึ้น สีหน้าของชายแปลกหน้าไม่ดีค่อยดีเลย อีกทั้งยังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ บัวเกี๋ยงเอื้อมมือไปแตะที่หน้าผากก่อนจะชักกลับอย่างรวดเร็ว
“ อะ ตัวร้อนจี๋เลย ”
ดูเหมือนคนตัวโตจะถูกพิษไข้เล่นงานเสียแล้วและเหมือนว่าจะเป็นหนักด้วย
“ เอาไงดี ยาก็ไม่มี ” บัวเกี๋ยงลนลานทำอะไรไม่ถูกก่อนจะลุกขึ้นไปหาผ้ากับน้ำมาเช็ดตัวคนป่วย จากที่บอกว่าจะไม่แตะต้องท่อนล่างของอีกฝ่าย สุดท้ายเขาก็ต้องถอดกางเกงของคนตัวโตออกอยู่ดี
“ อึก หนาว ” คนป่วยคล้ายจะขยับตัวหนี ทว่าร่างกายของเขามันปวดร้าวและหนักอึ้ง แรงจะเปิดเปลือกตาขึ้นก็ไม่มี ทำได้แค่นอนนิ่ง ๆ อยู่อย่างนั้น
“ ทนหน่อยนะจ๊ะ ถ้าไม่เช็ดคุณก็จะไม่หาย ”
แม้ว่าบัวเกี๋ยงจะพูดอย่างนั้น แต่ความร้อนในกายของอีกฝ่ายก็ไม่ลดลงเลย
“ ตัวยังร้อนอยู่เลย ทำไงดียาก็ไม่มีซะด้วย ”
ง้าว ๆ
“มีอะไรเหรอมะลิ ”
มะลิใช้ศีรษะดันกระบอกใส่น้ำเปล่าผสมเลือดที่วางอยู่บนโต๊ะพลางส่งเสียงร้องบอกแล้วก็หันหน้าไปมองคนที่นอนอยู่ ตอนแรกบัวเกี๋ยงก็ไม่เข้าใจว่ามันจะสื่อถึงอะไร จนมันทำอย่างนั้นซ้ำ ๆ อยู่สองสามครั้งเขาถึงเข้าใจ
“มะลิจะให้บัวเอาน้ำให้เขากินเหรอ ” เจ้ามะลิผงกหัว สัญชาตญาณมันบอกรู้ว่าเลือดของมนุษย์ตรงหน้านั้นวิเศษ
“ มันจะได้ผลเหรอ ”
บัวมองกระบอกน้ำสลับกับคนเจ็บด้วยความลังเล เขารู้ว่าเลือดของตัวเองสามารถทำให้ต้นไม้ที่แห้งตายกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง แต่เขาไม่มั่นใจว่าจะช่วยคนตรงหน้าได้ไหม
จนได้ยินเจ้ามะลิส่งเสียงร้องเร่งอีกครั้งบัวเกี๋ยงถึงหยิบกระบอกน้ำมาถือแล้วเปิดฝาออก เขาประคองศีรษะของคนที่ไม่ได้สติขึ้น
“ ดื่มน้ำหน่อยนะจ๊ะ ” น้ำรสสนิมค่อย ๆ ไหลผ่านลำคอ ลูกกระเดือดขยับขึ้นลงบ่งบอกว่าคนตัวโตกลืนน้ำไปแล้ว
“ ไข้ลดลงแล้ว ”
บัวเกี๋ยงพรูลมหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าสีหน้าของอีกฝ่ายดีขึ้น บาดแผลที่ดูน่ากลัวก็พลันหายไปจนมองแทบไม่ออกว่าเคยมีแผลมาก่อน
“ หาว ” บัวเกี๋ยงอ้าปากหาวหวอดด้วยความง่วง
เปลือกตาสีไข่มุกหรี่ลงจนแทบจะปิดสนิทแต่ก็ต้องฝืนไว้ เขาดึงผ้ามาห่มให้คนตัวโตที่อยู่ในสภาพโป๊จนมิดชิด กลัวว่าไข้จะกลับมาถ้าไม่หาอะไรมาคลุมไว้
ที่จริงเขาต้องใส่เสื้อผ้าให้อีกฝ่าย ทว่าตอนถอดก็เล่นเอาเขาเหนื่อยหอบจนลิ้นห้อยแล้วตอนใส่จะขนาดไหน อีกอย่างตอนนี้ก็เขาง่วงมาก ๆ กายบางไถลลงไปนอนบนพื้นที่ปูผ้ารองเอาไว้ มือเรียวเล็กตวัดผ้ามาห่มตัว ปิดเปลือกตาลงแล้วผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว
วันต่อมาลุคและครอบครัวรวมถึงคนอื่น ๆ ได้มานั่งร่วมตัวกันในห้องรับแขก ตอนแรกบนสนทนาของพวกเขาก็เป็นเรื่องทั่วไปอย่างการเล่าสิ่งที่ตัวเองประสบพบเจอจนลุคได้พูดถึงประเด็นความเป็นอยู่ของคนบนเกาะมายา จากที่หัวเราะกันอยู่ก็พลันเงียบลงแล้วเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดแทนทุกคนคงเห็นกับตาแล้วว่าเกาะมายาในตอนนี้เปลี่ยนไปเป็นอย่างไร ถ้าให้เทียบกับเมื่อก่อนบอกเลยว่าเกาะมายาตอนนี้คือแย่มาก ๆ“เฮ้อ พ่อเองก็หนักใจเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าจะแก้ไขยังไง” กษัตริย์ปีเตอร์พ่นลมหายใจออกมาเฮือกยาวด้วยความหนักใจตอนนี้อาหารบนเกาะเริ่มลดน้อยลงทุกที ปลูกอะไรก็ไม่ค่อยขึ้น ไม่ว่าจะดูแลดีหรือรดน้ำมากแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์ สัตว์น้อยใหญ่ก็พากันล้มตายเพราะความอดอยากยังดีที่พวกเราสามารถล่าสัตว์ทะเลมากินได้และไม่สูญเสียแห่งทรัพยากรน้ำสะอาดไป ไม่อย่างนั้นคงจะเกิดการสูญเสียมากมายอย่างคาดไม่ถึงสองมือของราชินีโซเฟียเอื้อมไปกุมมือของสามีเอาไว้ด้วยความปลอบประโลม ก่อนจะหันไปพูดกับลุค “ลูกก็รู้ใช่ไหมตั้งแต่วันนั้นทุกอย่างในโลกก็เปลี่ยนไป ไม่เว้นแม้แต่เกาะแห่งนี้”“แม่คิดว่าคงถึงเวลาที่พวกเราทุกคนจะต้องออกไปจากเกาะมายาแล้ว
บัวเกี๋ยงและคนอีกหลายชีวิตใช้ชีวิตอยู่บนเรือสำเภาที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่น้ำทะเลไกลสุดลูกหูลูกตาย ในที่สุดวันนี้เขาก็เห็นพื้นดินแล้ว เรือขับผ่านช่องเขาที่อยู่ตรงกลางระหว่างภูเขาสองลูกเนื่องจากตรงนี้แสงจากดวงอาทิตย์เข้าไม่ถึง ความมืดจึงเข้าปกคลุมตลอดเส้นทาง อากาศโดยรอบก็เริ่มหนาว โจสั่งให้ลูกน้องจุดโคมไฟตามจุดต่าง ๆ บนเรือจะได้มองเห็นทาง“พ้นจากตรงนี้ไปก็ถึงบ้านของพี่แล้ว” ลุคบอกคนในอ้อมกอด สายตาคู่สมจ้องมองไปทางข้างหน้าอย่างในจดในจ่อ แสงสว่างที่ปลายทางบ่งบอกว่าเขามาถึงบ้านแล้วหาดทรายสีขาวที่เขามักจะมาวิ่งเล่นกับเพื่อนเป็นประจำ ถัดไปนิดก็จะเห็นบ้านที่ปลูกสร้างไว้ตามจุดต่าง ๆ บนเกาะ และปราสาทสูงที่ลุคอาศัยตั้งแต่เกิด“ที่นี่ดูจากเดิมไปมากโขเลย” เคนเอ่ยขึ้นทันทีที่ได้เห็นสภาพของเกาะมายา“ใช่ กูจำได้ว่าที่นี่เคยน่าอยู่มากกว่านี้นะ” เจซเอ่ยต่อจากเพื่อนพร้อมกับหันไปมองรอบ ๆ ต้นไม้บนเกาะเกือบทั้งหมดแห้งตายเกาะที่เคยอุดมสมบูรณ์วันนี้กลับเหมือนกับเกาะร้าง ทั้งที่ปกติเวลานี้จะมีเด็ก ๆ ออกมาวิ่งเล่นบนหาดทรายและน้ำทะเลบัดนี้กลับเงียบสงัดราวกับไม่มีผู้คนอาศัย“ลงจากเรือกันเถอะทุกคน”“ครับ”ด้านก
“ทุกคนเจออะไรบ้างไหม” โรมเอ่ยถามคนอื่น ๆ พลางนั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น หลังจากเขาที่เดินกลับลงมาจากการไปสำรวจที่ชั้นสองของคฤหาสน์จนทั่วแต่ก็ไม่พบอะไรเลยเขาเป็นนักแกะรอยและหัวหน้าทีมนักสำรวจของเมือง W เขาได้รับมอบหมายให้มาสำรวจจุดสีเขียว ระหว่างทางเขาก็ได้เจอกับเพื่อนร่วมงานจากเมืองอื่น ๆพวกเราทั้งหมดมีเป้าหมายที่เหมือนกันคือตามหาพืชที่กินได้แล้วนำกลับไปให้ปลูก ลูกบ้านที่อยู่ในเมืองของตัวเองจะได้มีอาหารการกินที่ดีขึ้น สุดท้ายก็ตกลงกันว่าจะเดินทางพร้อมกัน เพราะไม่ว่าจะหลีกเลี่ยงยังไงก็ต้องเจอกันอยู่ดี จากทีมเล็ก ๆ ไม่กี่คนก็กลายเป็นกลุ่มใหญ่ตอนนี้พวกเราอยู่กันที่คฤหาสน์หลังหนึ่งในเมือง S และกำลังเป็นค้นหาใครบางคนที่ติดตามมานานเกือบเดือน แต่ก็ต้องคว้าน้ำเหลวในคฤหาสน์มีร่องรอยที่บ่งบอกว่าเคยมีคนจำนวนหลายคนอาศัยอยู่ บวกกับที่มีรถจอดอยู่ด้านหน้าทำให้มั่นใจว่าคนที่ตามหาอยู่ที่นี่ แต่ไม่ว่าจะหาอย่างไรก็ไม่เจอราวกับว่าพวกเขาหายตัวได้“ไม่เลย” ส่ายหน้าตอบอย่างจนใจ ก่อนจะทิ้งร่างบนโซฟาด้วยความเหนื่อยล้า“พวกเขาหายไปไหนกันนะ” มีอานักสำรวจเมือง N โคลงศีรษะเล็กน้อยขณะที่พูด เธอค้นหาทั้งในบ้านแ
ในยามราตรีที่เงียบสงบมีเพียงเสียงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งกับแสงจากดวงดาวนับล้าน ๆ ดวงบนท้องฟ้าที่ส่องประกายวิบวับ กระทบบนผิวน้ำทะเลก่อให้เกิดภาพที่สวยงามชายหนุ่มร่างสูงเดินออกมารับลมข้างนอกหลังจากที่ส่งบัวเกี๋ยงกับเจ้ามะลิเข้านอน ส่วนคนอื่น ๆ ก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางตั้งแต่เช้าแกร็ก“ยังไม่นอนอีกเหรอ” ลุงโจที่เปิดประตูออกมาเอ่ยถามพลางเดินเข้าไปหาหลานชายที่ยืนรับลมอยู่หน้ากระท่อม“ครับ ผมยังไม่ค่อยง่วง แล้วลุงล่ะ ทำไมยังไม่นอนอีก” ลุคถามกลับ“ลุงก็ยังไม่ง่วงเหมือนกัน”พลันบรรยากาศระหว่างกันตกอยู่ในความเงียบ จนกระทั้งโจเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง“คิดอะไรอยู่”“คิดถึงบ้านน่ะครับ ผมไม่ได้กลับบ้านตั้งหลายปี ไม่รู้ว่าที่นั่นจะเปลี่ยนไปอะไรไปบ้าง แล้วก็...” น้ำเสียงทุ้มเว้นจังหวะครู่หนึ่งแล้วพูดต่อว่า “คิดถึงท่านพ่อกับท่านแม่ด้วย”“ลุงก็คิดถึงทั้งสองคน”โจเองก็ไม่ได้เจอหน้าน้องสาวสุดที่รักมาหลายปี ตอนแรกเขากะจะไปเยี่ยมโซเฟียที่เกาะมายาหลังจากที่หลาน ๆ กลับมาจากการเที่ยวเล่น แต่ดันเกิดเรื่องขึ้นมาเสียก่อนทำให้แผนที่วางไว้ล้มลงไม่เป็นท่าโจไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหลานชายแท้ ๆ ของเขาเ
ซู่ ซ่าณ สถานที่ลับแห่งหนึ่งมีอดีตนักธุรกิจหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ริมหาดทรายฟังเสียงคลื่นซัดกระทบฝั่ง สายตาจับจ้องไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอยและคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยตั้งแต่ที่ซอมบี้ระบาดหนักเขาก็ทิ้งคฤหาสน์ที่สร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงแล้วมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่แทน โชคดีที่เขาได้เตรียมพร้อมทางหนีหากเหตุการณ์ไม่คาดคิดไว้แล้ว พอมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้รู้สึกลำบากมาก จะห่วงก็แต่หลานชายทั้งสามคนช่วงที่เกิดเรื่องหลานของเขาได้เดินทางออกไปเที่ยวพอดี ไม่รู้ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน จะเป็นตายร้ายดีบ้าง ได้กินอิ่มนอนหลับสบายไหม นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้วแต่เขาก็ไม่ได้ข่าวคราวจากทั้งสามคนเลย“เฮ้อ หวังว่าพวกหลานจะปลอดภัยนะ” โจหวังอยู่ตลอดว่าสักวันลุค เคน เจซ จะกลับมาหาเขาขณะที่ชายหนุ่มกำลังนั่งรำลึกความหลังถึงเรื่องราวในอดีตอยู่นั้น หูของเขาก็พลันได้ยินเสียงพูดคุยของมนุษย์หลายคนที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขานั่งอยู่โจผุดลุกขึ้นยืนทันทีแล้วรีบเดินตามเสียงไป ในมือของเขาถือปืนสั่นเอาไว้ ที่จริงแล้วเขาเริ่มพกปืนติดตัวตลอดเวลาตั้งแต่ที่รูู้ว่าโลกนี้มีซอมบี้เขาต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ หากเจอซอมบี้จะได้ยิงป้องกันตัว นานวันเข้าก
ติ้ด ติ้ดนิ้วเรียวกดรหัสปลดล็อกประตูลับที่อยู่ในความทรงจำ ตอนนั้นเจซกับเพื่อนยังพูดเล่นขำ ๆ กันอยู่เลยว่าพวกเขาคงไม่มีโอกาสได้ใช้เส้นทางลับนี้หรอกหรือถ้าได้ใช้จริง ๆ คงเป็นตอนที่มนุษย์ต่างดาวบุกโลก ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้แน่ ๆแต่แล้ววันนี้ก็มาถึง เพียงแต่เจซไม่เคยคิดเคยว่าเขาจะได้ใช้รหัสนี้เพื่อเปิดประตูทางลับเร็วกว่าที่คิดแกร็กใต้คฤหาสน์หลังนี้มีห้องใต้ดินที่สร้างขึ้นเพื่อเก็บไวน์ชั้นดีเอาไว้นับร้อยขวด แต่คนอื่นอาจจะไม่รู้ว่าห้องเก็บไวน์แห่งนี้มีประตูลับที่สามารถทะลุไปอีกที่หนึ่งได้ เมื่อกดจำนวนรหัสครบ ชั้นไวน์ที่ติดกับผนังด้านหนึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลง ชั้นวางไวน์เลื่อนออกอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นว่าด้านหลังมีช่องทางลับซ่อนอยู่มองด้วยตาเปล่าจะเห็นเพียงความมืดมิด เดาไม่ออกเลยว่าทางข้างหน้ามีอะไรรออยู่บ้าง แสงสว่างจากด้านนอกส่องเข้ามาในปากทางเข้าทำให้เห็นภาพทางเดินสลัว ๆ“เข้าไปข้างในกันเถอะ”“มึงนำไปสิ” เคนเอ่ยพร้อมพยักเพยิดหน้าไปยังเส้นทางลับที่ดูวังเวงยังไงชอบกลลุคเหลือบตามองคนพูดแวบหนึ่งแล้วถอนสายตากลับมา ชายหนุ่มเดินเข้าไปขางในเป็นคนแรก ตามมาด้วยบัวเกี๋ยง มะลิ เคน และเจซเป็นคนปิดท้า

![ไขรหัสรัก You’re my keys. [OMEGAVERSE]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





