Masukภาพโดรนสำรวจตัวหนึ่งถ่ายเจอจุดสีเขียวขนาดเล็กจิ๋วที่ป่าแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของเมือง N พอซูบเข้าไปดูใกล้ ๆ พบว่าเป็นต้นไม้สูงแผ่กิ่งก้านใบเป็นพุ่มใบเขียวสดในลักษณะที่สมบูรณ์
ภาพนี้ถูกส่งไปยังริสต์แบนด์ของเจ้าบ้านเมือง W เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นที่ริสต์แบนด์บนข้อมือของ ไวท์ นิวตัน ผู้เป็นเจ้าบ้านอยู่ในขณะนี้
ชายหนุ่มเปิดดูข้อความที่ส่งมาทันที คลิปถ่าย 3 มิติฉายขึ้นตรงหน้า ดวงตาของเจ้าบ้านเบิกว้างกับภาพที่เห็น
“ น…นี่มัน ” เจ้าบ้านไวท์ตรวจสอบที่มาของคลิปภาพและดูจนมั่นใจว่าข้อมูลที่ได้มานั้นถูกต้อง
“ รอย ”
“ ครับ เจ้าบ้าน ” เลขาคนสนิทขานรับ
“ เรียกประชุมสมาชิกทุกคนด่วน ฉันมีเรื่องที่จะมีแจ้งให้ทราบ บอกพวกเขาฉันให้เวลา 5 นาที ”
เป็นที่ทราบกันดีว่าเจ้าบ้านเป็นคนเคร่งครัดเรื่องเวลาเป็นอย่างมาก ประตูห้องประชุมจะปิดล็อกทันทีเมื่อเจ้าบ้านกล่าวคำว่าเริ่มประชุมได้
ส่วนคนที่มาสายถูกทิ้งไว้หน้าห้อง แม้ว่าตัวเองจะไม่ได้เข้าประชุมพร้อมกับสมาชิกคนอื่น ๆ ก็ไม่มีสิทธิ์เดินไปไหน สมาชิกผู้นั้นจะต้องยืนรอจนกว่าการประชุมจะจบลงและจะถูกหักเงินเดือนในการมาสายแต่ละครั้ง 100 เหรียญเงิน ซึ่งเงินเดือนที่ได้คือ 20 เหรียญทอง
จำให้ขึ้นใจนะ ถ้าไม่อยากโดนหักเงินจนหมดบัญชี ห้ามมาสายเด็ดขาด
เหล่าสมาชิกวิ่งสับขามาที่ห้องประชุมทันทีที่ได้รับการแจ้งเตือนจากริสต์แบรนด์
มาร์ค จิโร่ คุณหมอประจำสภาเดินมานั่งที่ประจำของตัวเองแล้วก็หันไปถามเพื่อนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ว่า “ นายรู้ไหมว่าเจ้าบ้านไวท์เรียกประชุมด่วนทำไม ”
“ ฉันจะไปรู้ได้ไง ฉันเพิ่งลุกจากที่นอนเมื่อกี้เอง หาว ง่วงชะมัดเลย ” ถ้าสังเกตดี ๆ คนพูดแต่งตัวลวก ๆ กระดุมเสื้อก็ยังติดไม่ครบ ผมชี้ฟูเหมือนคนที่เพิ่งตื่นนอนจริง ๆ
“ นั่งดี ๆ เจ้าบ้านไวท์มาแล้ว ”
เจ้าบ้านไวท์นั่งลงที่เก้าอี้ก่อนจะกวาดสายตามองสมาชิกที่อยู่ภายในห้องประชุมแห่งนี้ เมื่อเห็นว่าเก้าอี้ทุกตัวถูกจับจองจนหมดก็ยกยิ้มอย่างพึงพอใจ ไม่เสียแรงที่ลูกบ้านโหวดเลือกให้มาทำหน้าที่ตรงนี้
“ อรุณสวัสดิ์ยามเช้า ” กล่าวทักทายสมาชิกในห้องประชุมอย่างอารมณ์ดี ตอนนี้เป็นเวลาเช้ามากแต่ทุกคนก็ยังตื่นเช้าเพื่อมาทำงาน
“ ก่อนอื่นผมต้องขออภัยทุกท่านด้วยที่เรียกประชุมกะทันหันแบบนี้ ”
“ ไม่เป็นไรครับ ”
“ ฮ่า ๆ ปกติผมก็มาทำงานเช้าเป็นประจำอยู่แล้วครับ ”
“ ขี้โม้จริง ๆ ไม่ใช่ว่าตื่นสายทุกวันจนใส่รองเท้าสลับข้างเป็นประจำหรอกเหรอ ”
“ แกพูดว่าอะไรนะ เมื่อกี้ฉันฟังไม่ชัด ”
“ เปล่าหนิ ”
“ หึ เป็นทุกท่านมีความกระตือรือร้นในการทำงานแบบนี้ผมรู้สึกดีใจแทนประชาชนของเมืองนี้จริง ๆ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เริ่มการประชุมได้ ” สิ้นสุดคำพูดของเจ้าบ้าน คลิปวิดีโอสั่น ๆ ที่โดรนถ่ายได้ก็ปรากฎขึ้นกลางอากาศต่อหน้าทุกคน สร้างความฮือฮาให้กับสมาชิกเป็นอย่างมาก
หลังจากวันสิ้นโลกจบลงต้นไม้ก็หายสาบสูญจนเกือบหมด การค้นพบต้นไม้ที่สมบูรณ์ในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก และสามารถพลิกชีวิตของคนในเมืองนี้ได้ เนื่องจากในประเทศที่พวกเขาอาศัยอยู่มีต้นไม้เพียงแค่สามเปอร์เซ็นเท่านั้น
แม้ว่าพวกเขาจะพยายามปลูกต้นไม้ให้เยอะขึ้น เพื่อให้เป็นร่มเงา ช่วยฟอกอากาศทำให้เราได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ ถึงอย่างนั้นจำนวนต้นไม้ก็ยังน้อยอยู่ดี เส้นกราฟขยับเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วแค่สองเปอร์เซ็น
พวกเขาจึงต้องส่งนักสำรวจออกไปค้นหา ในจำนวนพืชที่ค้นพบมีไม่กี่ชนิดที่สามารถนำมากินได้ โดยส่วนที่กินได้จะอยู่ใต้ดินอย่างเช่น มันฝรั่ง หัวมัน ถั่วลิสง ขิง เผือก กระเทียม
แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่พวกเขาที่รู้ ยังมีคนอีกสามกลุ่มที่กำลังประชุมเรื่องเดียวกันกับพวกเขาและเริ่มส่งนักสำรวจไปยังเมือง N ก่อนหน้านี้เจ้าบ้านไวท์ก็ได้สั่งให้คนของเขาออกเดินทางแล้ว
เรื่องนี้จะช้าไม่ได้ ยังไงคนของเมือง W ก็ต้องไปถึงที่นั่นก่อนคนกลุ่มอื่นให้ได้
ส่วนคนที่เป็นต้นเหตุของเรื่องวุ่นวายนี้กำลังนอนหลับอุตุอยู่ใต้ผ้าห่มอย่างสบายใจ เนื่องจากเมื่อคืนบัวเกี๋ยงต้องดูแลคนป่วยกว่าจะได้นอนก็ดึกมากแล้ว วันนี้เขาก็เลยจะตื่นสายหน่อย
ต่างจากใครบางคนที่รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตาย เพราะหายใจไม่ออก แขนแกร่งยกขึ้นก่อนจะคว้าสิ่งที่อยู่บนหน้าของตัวเองออกทำให้หายใจสะดวกขึ้น
เฮือก
นัยน์ตาคมกริบจ้องมองสิ่งที่หยิบติดมือมาพลางขมวดคิ้วเข้าหากัน เจ้าแมวขาวขี้เซาถูกคนอื่นหิ้วคอแล้วก็ยังไม่ตื่น ลุคขยับตัวลุกขึ้นนั่งจนผ้าที่อยู่บนตัวร่นลงไปกองบนตัก
ผิวกายสัมผัสถึงความเย็นทำให้รู้ว่าบนตัวไม่มีอะไรปกปิด พอเลิกผ้าขึ้นก็เห็นว่าตัวเองใส่เพียงกางเกงในตัวเดียว เขาวางก้อนสีขาวมีชีวิตไว้ข้างตัวก่อนจะหันไปรอบ ๆ แล้วมาหยุดมองที่จุดหนึ่งด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
เมื่อคืนชายหนุ่มไม่ได้หมดสติจนไม่รับรู้สิ่งที่อยู่รอบตัว เพียงแต่เขาถูกพิษไข้จากบาดแผลเล่นงานอย่างหนักจนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้
เฮนรี่ ลุค รู้หมดว่ามีบางคนกำลังถอดเสื้อผ้าของเขาและคอยเช็ดตัวให้ตลอดทั้งคืน น้ำเสียงหวานนุ่มและเจ้าของกลิ่นกายหอมที่บ่นพึมพำอยู่ข้างหู คงจะเป็นร่างเล็กที่นอนคุดคู้อยู่ปลายเท้าของเขา
ร่างสูงใหญ่ที่เกือบจะเปลือยเปล่าหยัดกายขึ้นแล้วเดินออกไปอย่างเงียบเชียบ เขาค้นเสื้อผ้าที่อยู่ในตู้มาใส่และได้สังเกตเห็นว่าแผลที่ได้จากการต่อสู้หายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงรอยคล้ำจาง ๆ
แผลของเขาไม่มีทางที่จะหายเองได้ ต้องเป็นเพราะเด็กคนนั้นแน่
เมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วลุคก็เดินกลับมาที่ห้อง นั่งเล่น ใครบางคนก็ตื่นแล้ว
“ อือ คุณตื่นแล้วเหรอจ๊ะ ” บัวเกี๋ยงเอียงคอถามพลางยกมือขยี้ตาด้วยท่าทางสะลึมสะลือ
!!
ตึก ตึก
ลุคเป็นหนุ่มฮอตที่มีทั้งผู้หญิงและผู้ชายคอยเข้าหาอยู่ตลอด เรียกได้ว่าหัวกระไดไม่แห้ง บางคนก็สวย บางคนก็หล่อ บางคนก็น่ารัก แต่ไม่มีคนไหนเลยที่ทำให้หัวใจของเขาสั่นคลอน
“ คุณเป็นอะไรหรือว่ายังมีไข้อยู่ ” บัวเกี๋ยงเห็นว่าใบหน้าของอีกคนแดงก่ำก็นึกว่ายังมีไข้อยู่ ร่างเล็กบางย้ายตัวเองมาอยู่ตรงหน้าของคนป่วยแล้วยกมือขึ้นแตะที่หน้าผาก
“ หืม ก็ไม่ร้อนหนิ ”
“ ฉัน…พี่สบายดี ขอบคุณที่ดูแลพี่นะ ” ลุคจับมือของคนตัวเล็กที่กำลังวัดไข้ออกแต่ไม่ได้ปล่อยมือ
“ไม่เป็นไรจ้ะ” บัวเกี๋ยงคลี่ยิ้มกว้างจนตาหยี ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกใครบางคนแต๊ะอั๋ง
“ พี่ชื่อลุคนะ แล้วหนูล่ะ ” น้ำเสียงทุ้มอ่อนที่ไม่เคยใช้กับใครมาก่อนถามขึ้น
“ หนูเหรอ? ”
“ ครับ หนูนั่นแหละ ” ดูยังไงคนตรงหน้าก็เด็กกว่าเขาหลายปี เรียกหนูก็ไม่แปลกอะไร
“ หนูชื่อบัวเกี๋ยง เรียกว่าบัวเฉย ๆ ก็ได้จ้ะ ”
บัวเกี๋ยง…
หึ น่ารักเหมาะกับเจ้าตัวดี
ในยามราตรีที่เงียบสงบมีเพียงเสียงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งกับแสงจากดวงดาวนับล้าน ๆ ดวงบนท้องฟ้าที่ส่องประกายวิบวับ กระทบบนผิวน้ำทะเลก่อให้เกิดภาพที่สวยงามชายหนุ่มร่างสูงเดินออกมารับลมข้างนอกหลังจากที่ส่งบัวเกี๋ยงกับเจ้ามะลิเข้านอน ส่วนคนอื่น ๆ ก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางตั้งแต่เช้าแกร็ก“ยังไม่นอนอีกเหรอ” ลุงโจที่เปิดประตูออกมาเอ่ยถามพลางเดินเข้าไปหาหลานชายที่ยืนรับลมอยู่หน้ากระท่อม“ครับ ผมยังไม่ค่อยง่วง แล้วลุงล่ะ ทำไมยังไม่นอนอีก” ลุคถามกลับ“ลุงก็ยังไม่ง่วงเหมือนกัน”พลันบรรยากาศระหว่างกันตกอยู่ในความเงียบ จนกระทั้งโจเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง“คิดอะไรอยู่”“คิดถึงบ้านน่ะครับ ผมไม่ได้กลับบ้านตั้งหลายปี ไม่รู้ว่าที่นั่นจะเปลี่ยนไปอะไรไปบ้าง แล้วก็...” น้ำเสียงทุ้มเว้นจังหวะครู่หนึ่งแล้วพูดต่อว่า “คิดถึงท่านพ่อกับท่านแม่ด้วย”“ลุงก็คิดถึงทั้งสองคน”โจเองก็ไม่ได้เจอหน้าน้องสาวสุดที่รักมาหลายปี ตอนแรกเขากะจะไปเยี่ยมโซเฟียที่เกาะมายาหลังจากที่หลาน ๆ กลับมาจากการเที่ยวเล่น แต่ดันเกิดเรื่องขึ้นมาเสียก่อนทำให้แผนที่วางไว้ล้มลงไม่เป็นท่าโจไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหลานชายแท้ ๆ ของเขาเ
ซู่ ซ่าณ สถานที่ลับแห่งหนึ่งมีอดีตนักธุรกิจหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ริมหาดทรายฟังเสียงคลื่นซัดกระทบฝั่ง สายตาจับจ้องไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอยและคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยตั้งแต่ที่ซอมบี้ระบาดหนักเขาก็ทิ้งคฤหาสน์ที่สร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงแล้วมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่แทน โชคดีที่เขาได้เตรียมพร้อมทางหนีหากเหตุการณ์ไม่คาดคิดไว้แล้ว พอมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้รู้สึกลำบากมาก จะห่วงก็แต่หลานชายทั้งสามคนช่วงที่เกิดเรื่องหลานของเขาได้เดินทางออกไปเที่ยวพอดี ไม่รู้ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน จะเป็นตายร้ายดีบ้าง ได้กินอิ่มนอนหลับสบายไหม นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้วแต่เขาก็ไม่ได้ข่าวคราวจากทั้งสามคนเลย“เฮ้อ หวังว่าพวกหลานจะปลอดภัยนะ” โจหวังอยู่ตลอดว่าสักวันลุค เคน เจซ จะกลับมาหาเขาขณะที่ชายหนุ่มกำลังนั่งรำลึกความหลังถึงเรื่องราวในอดีตอยู่นั้น หูของเขาก็พลันได้ยินเสียงพูดคุยของมนุษย์หลายคนที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขานั่งอยู่โจผุดลุกขึ้นยืนทันทีแล้วรีบเดินตามเสียงไป ในมือของเขาถือปืนสั่นเอาไว้ ที่จริงแล้วเขาเริ่มพกปืนติดตัวตลอดเวลาตั้งแต่ที่รูู้ว่าโลกนี้มีซอมบี้เขาต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ หากเจอซอมบี้จะได้ยิงป้องกันตัว นานวันเข้าก
ติ้ด ติ้ดนิ้วเรียวกดรหัสปลดล็อกประตูลับที่อยู่ในความทรงจำ ตอนนั้นเจซกับเพื่อนยังพูดเล่นขำ ๆ กันอยู่เลยว่าพวกเขาคงไม่มีโอกาสได้ใช้เส้นทางลับนี้หรอกหรือถ้าได้ใช้จริง ๆ คงเป็นตอนที่มนุษย์ต่างดาวบุกโลก ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้แน่ ๆแต่แล้ววันนี้ก็มาถึง เพียงแต่เจซไม่เคยคิดเคยว่าเขาจะได้ใช้รหัสนี้เพื่อเปิดประตูทางลับเร็วกว่าที่คิดแกร็กใต้คฤหาสน์หลังนี้มีห้องใต้ดินที่สร้างขึ้นเพื่อเก็บไวน์ชั้นดีเอาไว้นับร้อยขวด แต่คนอื่นอาจจะไม่รู้ว่าห้องเก็บไวน์แห่งนี้มีประตูลับที่สามารถทะลุไปอีกที่หนึ่งได้ เมื่อกดจำนวนรหัสครบ ชั้นไวน์ที่ติดกับผนังด้านหนึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลง ชั้นวางไวน์เลื่อนออกอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นว่าด้านหลังมีช่องทางลับซ่อนอยู่มองด้วยตาเปล่าจะเห็นเพียงความมืดมิด เดาไม่ออกเลยว่าทางข้างหน้ามีอะไรรออยู่บ้าง แสงสว่างจากด้านนอกส่องเข้ามาในปากทางเข้าทำให้เห็นภาพทางเดินสลัว ๆ“เข้าไปข้างในกันเถอะ”“มึงนำไปสิ” เคนเอ่ยพร้อมพยักเพยิดหน้าไปยังเส้นทางลับที่ดูวังเวงยังไงชอบกลลุคเหลือบตามองคนพูดแวบหนึ่งแล้วถอนสายตากลับมา ชายหนุ่มเดินเข้าไปขางในเป็นคนแรก ตามมาด้วยบัวเกี๋ยง มะลิ เคน และเจซเป็นคนปิดท้า
ลุคกับเพื่อนซี้เอ่ยทักทายกันเล็กน้อยตามประสาคนที่ไม่ได้เจอกันนานก่อนจะชวนกันไปที่ห้องนั่งเล่น สายตาคมมองไปยังทิศทางที่บางคนซ่อนตัวอยู่“หนูบัว ออกมาได้แล้วครับ ปลอดภัยแล้ว”เคนกับเจซมองหน้ากันอย่างงง ๆ ว่าเพื่อนของตัวเองพูดกับใคร แต่ก่อนที่พวกเขาจะสงสัยไปมากกว่านั้น ศีรษะทุยโผล่ขึ้นมาจากหลังโซฟาอย่างช้า ๆ ดวงตากลมโตกวาดตามองไปรอบ ๆ เห็นพี่ลุคยืนอยู่กับผู้ชายอีกสองคนที่เขาไม่คุ้นหน้าร่างบางลุกขึ้นยืนเต็มตัวความสูงก่อนจะเดินไปหาชายหนุ่มหนึ่งเดียวที่รู้จัก“ใครอะ? ” เคนเลิกคิ้วถามเมื่อรู้ว่าเพื่อนของตัวเองไม่ได้มาคนเดียวแต่ยังพ่วงคนน่ารักมาด้วย ดูท่าหลายวันมานี้คงมีเรื่องมากมายเกิดขึ้นกับลุคจะว่าไปร่างบางตรงหน้าก็ตรงสเปคของลุคเลยหนิ“ไม่เจอกันแปบเดียวมึงมีเมียแล้วเหรอวะ” เจซเอ่ยแซว คนโดนแซวหน้าไปเปลี่ยน แต่คนที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเมียน่ะสิกลับเขินจนหน้าแดง“มึงอธิบายมาเลยนะ”“เร็ว ๆ เลย พวกกูอยากรู้”ลุคสายศีรษะด้วยความระอาใจเมื่อเห็นเพื่อนมองเขาสลับกับร่างบางไปมาพร้อมกับทำสีหน้ากรุ่มกริ่ม เขาจึงตอบเพื่อนไปว่า “เดี๋ยวเล่าให้ฟัง”สองหนุ่มพยักหน้าอย่างเข้าใจ ในจังหวะนั้นเองหางตาก็เหลือบไ
“หืม ทำไมเนื้อเหลืออยู่เท่านี้” ดวงตาเฉี่ยวคมหรี่มองเนื้อกวางย่างที่อยู่ในหลังกระบะจำได้ว่าเมื่อคืนมีเยอะกว่านี้ พอเช้ามาทำไมถึงเนื้อถึงแหว่งไปส่วนหนึ่ง หางตาของเขาเหลือบไปเห็นชิ้นกระดูกของสัตว์ที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขายืนนัก คาดว่าหัวขโมยกินเสร็จก็โยนหลักฐานทิ้งทันทีร่างสูงหันไปมองมนุษย์ตัวขาวกับเจ้าสิงโตขาวด้วยความสงสัย พอรู้ตัวว่าถูกเขาจ้องเท่านั้นแหละทั้งคู่ก็พร้อมใจกันเบือนหน้าหนี“หนูบัวครับ” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้น“จะ จ๊ะ”มุมปากหยักโค้งขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยตอนที่เขาเรียกชื่อ แถมเจ้าตัวยังไม่ยอมสบตากับเขาขณะที่พูดอีกเดิมที่เนื้อกวางย่างนั้นมีกลิ่นหอมชวนให้น้ำลายสอแล้ว พอกลิ่นหอมโชยเข้าจมูก ดวงตาที่ปิดสนิทก็เปิดขึ้น เมื่อนึกถึงรสชาติเนื่อย่างแสนอร่อยที่ได้กินเมื่อคืนน้ำย่อยในท้องก็เริ่มทำงานบัวเกี๋ยงกับเจ้ามะลิไหนเลยจะทนนอนต่อจนถึงเช้าไหวทั้งที่เพิ่งผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงท้องน้อย ๆ ก็หิวอีกแล้ว คนกับแมวมองตากันอย่างรู้ใจ แอบลุกไปกินอาหารมื้อดึกที่อยู่หลังกระบะ พอกินอิ่มก็กลับมานอนต่อ“บัวขอโทษจ้ะ” ร่างบางก้มหน้ามองพื้นแล้วเอ่ยด้วยความรู้สึกผิด ยิ่งคนพี่เดินเข
ในยามราตรีที่เงียบสงบมีเพียงแสงสว่างจากจันทร์ทราและมวลหมู่ดาวที่ส่องประกายระยิบระยับบนท้องฟ้า ชายฉกรร์กว่า 20 คน นั่งล้อมวงกองไฟที่สุกโชนและให้ความอบอุ่นหลังจากที่ขึ้นจากน้ำก่อนหน้าที่พวกเขาเดินมาเจอลำธารที่มีน้ำใสสะอาด ในน้ำยังมีปลาตัวโตแหวกว่ายไปมา นักสำรวจตกลงที่จะกางเต็นท์นอนที่นี่ในคืนนี้ก่อนจะถอดชุดแล้วลงไปจับปลามาย่างกิน เมื่อรุ่งสางพวกเขาก็ตื่นจากฝันลุกขึ้นมาเก็บเต็นท์และทำธุระส่วนตัวเพื่อเตรียมที่จะออกเดินทางอีกครั้ง“ทีมของผมพร้อมแล้ว” หัวหน้าทีมนักสำรวจของเมือง N เอ่ยขึ้น เขากับเพื่อนร่วมทีมยืนสะพายกระเป๋าเป้และถือกล่องอุปกรณ์เตรียมพร้อมที่จะเดินทาง“ทีมของผมก็เหมือนกัน”“งั้นก็ไปกันเถอะ”ขณะที่นักแกะรอยกำลังพาทุกคนออกจากป่า ฝั่งลุคกับบัวเกี๋ยงก็กำลังขับรถออกจากเมือง N พวกเขาเจอรถกระบะที่จอดทิ้งข้างทางคันหนึ่ง โชคดีที่เจ้าของรถเสียบกุญแจทิ้งไว้ ทำให้พวกเขาไม่ต้องเดินเท้าให้เหนื่อยรถของเมืองนี้จะต่างจากรถของเมืองอื่น รถทุกคันจะออกแบบมาเพื่อให้ทนทานกับสภาพอากาศที่หนาว ไม่ต้องกลัวว่าล้อหรือน้ำมันจะแข็ง ภายในรถอุ่นกว่าข้างนอกเรื่องจากมีระบบทำความร้อน แต่ถ้าอากาศร้อนในรถก็มีระ

![ผัวแฝดของผมเป็นมาเฟีย [YAOI] + [BDSM] + [3P]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





