Masukณ สถานที่ลับบนเกาะแห่งหนึ่งมีปราสาทหลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางของเกาะที่รายล้อมไปด้วยน้ำทะเลสีฟ้า ซึ่งผู้ที่อาศัยอยู่ที่นี่ได้ตัดขาดจากโลกภายนอก หากจะเดินทางออกจากเกาะแห่งนี้ก็ต้องใช่เรือเท่านั้น
ตระกูลเฮนรีที่เป็นเชื่อพระวงศ์และเป็นผู้ถือครองเกาะมายาแห่งนี้ เจ้าชายเลียมกับแอนนาหญิงสาวชาวบ้านธรรมดาแสนสวยที่กุมหัวใจของชายผู้สูงศักดิ์ได้หลบหนีสงครามแห่งการแย่งชิงมาอยู่ที่เกาะแห่งนี้พร้อมกับผู้ติดตามจำนวนหนึ่ง
เจ้าชายเลียมไม่มีความคิดที่จะแย่งบัลลังก์กับพวกพี่น้องคนอื่น ๆ แต่ก็มีคนอยากกำจัดเขาอยู่ดี พระองค์กลัวว่าลูกน้อยที่ยังไม่ได้ลืมตาดูโลกจะได้รับอันตราย จึงวางแผนกับคนสนิทว่าจะหนีออกจากประเทศของตัวเอง
ข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อเจ้าชายเลียมก็ขอติดตามไปรับใช้ผู้เป็นนาย พวกเขาได้ใช้ชีวิตและมีครอบครัวอยู่ที่เกาะแห่งนี้
เป็นเวลาสองร้อยกว่าปีแล้วที่ตระกูลเฮนรีได้มาตั้งถิ่นฐานที่เกาะแห่งนี้ เมื่อบุตรชายของเจ้าชายเลียมโตเป็นหนุ่มก็ได้ส่งมอบตำแหน่งผู้นำให้เจ้าชายปีเตอร์ดูแลต่อ
ไม่นานหลังจากที่รับตำแหน่งโซเฟียคนรักของเจ้าชายปีเตอร์ก็ได้คลอดบุตรชายตัวน้อยนามว่าลุค
เมื่อเจ้าชายลุคอายุได้ 8 ขวบ บิดาก็ได้ส่งเขาไปเรียนรู้โลกภายนอก นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาได้เดินทางออกจากเกาะมายา โดยมีสหายที่อายุเท่ากันติดตามไปด้วย
บิดาของเจ้าชายลุคไม่ขัดสนเรื่องเงินทอง เพราะที่เกาะแห่งนี้มีถ้ำเพ็ชรและถ้ำทองที่ถูกพบโดยบังเอิญตอนไปล่าสัตว์ พระองค์เป็นคนฉลาดและนักเจรจาจึงได้ขนเพ็ชรกับทองไปค้าขายที่เมือง S และได้เจอกับนักธุรกิจคนหนึ่งที่เป็นทั้งคู่ค้าและสหายคนสนิท
การมาเยือนเมืองนี้ทำให้เจ้าชายปีเตอร์ได้เจอกับน้องสาวของโจ นั่นทำให้เขาตกหลุมรักเป็นครั้งแรกและครั้งเดียว โซเฟียเป็นหญิงสาวที่น่ารัก อ่อนโยน หลังจากที่ทั้งคู่ตกลงปลงใจโซเฟียก็ได้ย้ายไปอยู่บนเกาะกับเจ้าชายปีเตอร์
เมื่อต้องการให้ลูกมาเรียนที่เมือง S โซเฟียก็ได้ติดต่อให้พี่ชายอย่างโจ นักธุรกิจหนุ่มวัย 34 ที่รวยที่สุดในเมืองและมีฐานะเป็นคุณลุงของลูกเธอ
ลุงโจจัดการหาที่พักและดูแลเด็กน้อยทั้งสามคนเป็นอย่างดี กาลเวลาผ่านไปเด็กน้อยในวันนั้นเติบโตขึ้นก็กลายเป็นหนุ่มหล่อที่สาว ๆ ต่างหมายปอง ทั้งหล่อ รวย เรียนเก่ง เล่นกีฬาก็เก่ง ร้องเพลงก็ได้ เพอร์เฟกต์ไปเสียหมด
เมื่อเรียนจบพวกเขาวางแผนว่าจะเที่ยวก่อนจะเดินทางกลับบ้าน แต่ก็เจอกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นเสียก่อน แผนการทุกอย่างต้องชะงักลงเพราะทั่วทั้งเมืองมีแต่ซากศพเดินได้ ลุคและเพื่อนสนิทอีกสองคนต้องหลบหนีไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีหลักแหล่ง
จะกลับไปหาลุงโจญาติเพียงคนเดียวที่รู้จักก็ไม่ได้เพราะเมืองที่พวกเขามาเที่ยวห่างไกลจากเมืองที่ลุงโจอยู่
จนได้มาเจอกับค่ายลี้ภัยแห่งหนึ่ง ความเป็นอยู่ในค่ายไม่ค่อยดีนัก ลุคกับเพื่อนตัดสินใจสมัครเป็นฮันเตอร์เพราะฮันเตอร์จะได้ส่วนแบ่งจากของที่หามาได้
จู่ ๆ ลุคก็หายตัวไปขณะที่ออกไปหาอาหาร แต่มีคนเห็นว่าลุคหนีไปแล้ว แต่เคนกับเจซไม่เชื่อว่าลุคจะทิ้งคนอื่นไว้ข้างหลังแล้วหนีเอาตัวรอดไปคนเดียว พวกเขาจึงเดินทางออกจากค่ายลี้ภัยเพื่อไปตามหาลุค
ชายหนุ่มที่พวกเขากำลังตามหาได้รับบาดเจ็บสาหัดและนอนสงบอยู่โซฟาในบ้านหลังหนึ่ง ห่างออกไปไม่ไกลออกไปบัวเกี๋ยงก็ได้เดินทางมาเยือนถึงเมือง N หลังจากที่ใช้ชีวิตอยู่ในป่าเป็นเวลาสี่วันเต็ม ๆ
เด็กหนุ่มเดินผ่านซากปรักหักพัง เมืองแห่งนี้ถูกทำลายไปเกือบหมดด้วยอนุภาพของระเบิดเพื่อที่จะกำจัดซอมบี้ น้อยมากที่จะเห็นสิ่งก่อสร้างอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ดวงตากลมโตมองหาบ้านที่ยังสมบูรณ์ จนมาเจอกับบ้านหลังหนึ่งที่มีสภาพสมบูรณ์เก้าสิบเปอร์เซ็นต์
“ นะ นั่นบ้านหนิ ” บัวเกี๋ยงยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เดินมาตั้งนานในที่สุดก็เจอบ้านสักที
แอ๊ด
เปิดประตูเข้ามาก็เจอกับหยากไย่แมงมุมที่ชักใยอยู่เต็มไปหมด มือเรียวเล็กปัดเส้นใยสีขาวที่เกาะติดบนหน้าพลางหรี่ตาลงพร้อมกับเดินไปข้างหน้าเรื่อย ๆ จึงไม่ทันได้เห็นสิ่งของที่วางอยู่เกลื่อนพื้น เท้าของเขาเหยียบเข้ากับบางอย่างทำให้ร่างการศูนย์เสียการทรงตัวไถลไปข้างหน้า
อึก
บัวเกี๋ยงรีบลุกขึ้นทันทีเมื่อรู้ตัวว่าทับบางอย่างที่มีชีวิต เขามองร่างของใครบางคนที่โชกไปด้วยเลือดแต่ยังหายใจอยู่ด้วยความตกใจ ทั้งที่ล้มทับไปแรงขนาดนั้นแต่คนที่นอนอยู่กลับไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมา
ฟุดฟิด
เจ้าแมวขาวกระโดดขึ้นไปยืนบนหน้าอกของชายแปลกหน้าจนอีกฝ่ายมีสีหน้าเหยเก แพขนตายาวกระพือขึ้นเผยให้เห็นดวงตาสีดำรัตติกาล
“ อะ มะลิลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ” บัวเกี๋ยงรีบอุ้มเจ้าแมวขาวออกมา
“ ค คุณ ”
ลุครู้สึกเจ็บแผลเหมือนมีอะไรมากดทับจนต้องฝืนลืมตาขึ้น เขาเห็นหน้าของใครบางคนที่ไม่รู้จักก่อนที่ทุกอย่างจะมืดลง
เด็กหนุ่มเห็นว่าคนเจ็บสลบไปแล้วก็ลนลานทำอะไรไม่ถูก เขาวางมะลิบนพื้นแล้วยื่นมือไปอังจมูกลมหายใจร้อนแผ่ว ๆ บ่งบอกว่าอีกฝ่ายยังมีชีวิตอยู่
บัวเกี๋ยงทำการปลดกระดุมเสื้อของคนเจ็บทีละเม็ดอย่างระมัดระวัง กว่าจะถอดเสื้อออกจากคนเจ็บได้ก็ค่อนข้างทุลักทุเลเนื่องจากอีกฝ่ายตัวใหญ่แถมยังหนักอีกต่างหาก
บนร่างกายของคนตัวโตมีรอยช้ำม่วงขนาดใหญ่หลายจุด แล้วก็มีรอยมีดบาด แต่สาเหตุที่ทำให้เจ็บหนักก็น่าจะมาจากรูกระสุนที่หัวไหล่ที่ทะลุไปถึงด้านหลัง
“ คุณไปทำอะไรมาเนี่ยถึงได้มีแผลเต็มตัวแบบนี้ ”
ดวงตาคู่สวยละจากแผลบนกายของชายแปลกหน้าก่อนจะมองหาผ้ากับน้ำ โชคดีที่ในห้องน้ำมีตุ่มใส่น้ำที่มีฝาปิดอยู่ เขาจึงตักน้ำใส่กะละมังที่หาได้จากในครัวแล้วเดินกลับมายังห้องนั่งเล่นที่มีบางคนนอนอยู่
บัวเกี๋ยงนำผ้าที่หามาได้จุ่มน้ำแล้วบิดหมาดก่อนจะเช็ดตามตัวคนเจ็บจนสะอาด จากน้ำสีใสก็กลายเป็นน้ำสีแดง เด็กหนุ่มเหลือบตาไปมองสิ่งที่อยู่ภายใต้กางเกงขายาว ครู่หนึ่งใบหน้าหวานก็ขึ้นสีแดงระเรื่อ
เขาสะบัดศีรษะไปมา ตรงนั้นรอให้คนเจ็บตื่นมาเช็ดเองดีกว่า คิดได้ดังนั้นร่างเล็กก็ลุกขึ้นพร้อมกับถือกะละมังไปเทน้ำทิ้งที่หน้าบ้าน
“มะลินอนเฝ้าคนเจ็บตรงนี้นะ เดี๋ยวบัวมา ” บัวเกี๋ยงบอกกับเจ้ามะลิ ส่วนเขาก็เดินเริ่มสำรวจบ้านว่ามีอะไรที่พอจะใช้การได้บ้าง
คนตัวเล็กเดินเข้าไปในห้องหนึ่ง ในนี้มีเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า โต๊ะกระจก และชั้นวาง แม้ว่าจะมีฝุ่นเยอะไปหน่อยแต่เครื่องใช้ส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้
“ แค่ก ๆ ” มือเล็กสะบัดผ้าปูเตียงจนฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วห้องจนแสบจมูกไปหมด ดวงตากลมโตกวาดมองรอบ ๆ ห้อง เขาคิดว่าปัดถูสักเล็กน้อยก็นอนได้แล้ว
บัวเกี๋ยงเดินไปหยุดที่ตู้เสื้อผ้าด้านในมีเสื้อผ้าอยู่จำนวนหนึ่ง เขาหยิบตัวที่จะใส่แล้วเดินเข้าไปห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว
วันต่อมาลุคและครอบครัวรวมถึงคนอื่น ๆ ได้มานั่งร่วมตัวกันในห้องรับแขก ตอนแรกบนสนทนาของพวกเขาก็เป็นเรื่องทั่วไปอย่างการเล่าสิ่งที่ตัวเองประสบพบเจอจนลุคได้พูดถึงประเด็นความเป็นอยู่ของคนบนเกาะมายา จากที่หัวเราะกันอยู่ก็พลันเงียบลงแล้วเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดแทนทุกคนคงเห็นกับตาแล้วว่าเกาะมายาในตอนนี้เปลี่ยนไปเป็นอย่างไร ถ้าให้เทียบกับเมื่อก่อนบอกเลยว่าเกาะมายาตอนนี้คือแย่มาก ๆ“เฮ้อ พ่อเองก็หนักใจเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าจะแก้ไขยังไง” กษัตริย์ปีเตอร์พ่นลมหายใจออกมาเฮือกยาวด้วยความหนักใจตอนนี้อาหารบนเกาะเริ่มลดน้อยลงทุกที ปลูกอะไรก็ไม่ค่อยขึ้น ไม่ว่าจะดูแลดีหรือรดน้ำมากแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์ สัตว์น้อยใหญ่ก็พากันล้มตายเพราะความอดอยากยังดีที่พวกเราสามารถล่าสัตว์ทะเลมากินได้และไม่สูญเสียแห่งทรัพยากรน้ำสะอาดไป ไม่อย่างนั้นคงจะเกิดการสูญเสียมากมายอย่างคาดไม่ถึงสองมือของราชินีโซเฟียเอื้อมไปกุมมือของสามีเอาไว้ด้วยความปลอบประโลม ก่อนจะหันไปพูดกับลุค “ลูกก็รู้ใช่ไหมตั้งแต่วันนั้นทุกอย่างในโลกก็เปลี่ยนไป ไม่เว้นแม้แต่เกาะแห่งนี้”“แม่คิดว่าคงถึงเวลาที่พวกเราทุกคนจะต้องออกไปจากเกาะมายาแล้ว
บัวเกี๋ยงและคนอีกหลายชีวิตใช้ชีวิตอยู่บนเรือสำเภาที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่น้ำทะเลไกลสุดลูกหูลูกตาย ในที่สุดวันนี้เขาก็เห็นพื้นดินแล้ว เรือขับผ่านช่องเขาที่อยู่ตรงกลางระหว่างภูเขาสองลูกเนื่องจากตรงนี้แสงจากดวงอาทิตย์เข้าไม่ถึง ความมืดจึงเข้าปกคลุมตลอดเส้นทาง อากาศโดยรอบก็เริ่มหนาว โจสั่งให้ลูกน้องจุดโคมไฟตามจุดต่าง ๆ บนเรือจะได้มองเห็นทาง“พ้นจากตรงนี้ไปก็ถึงบ้านของพี่แล้ว” ลุคบอกคนในอ้อมกอด สายตาคู่สมจ้องมองไปทางข้างหน้าอย่างในจดในจ่อ แสงสว่างที่ปลายทางบ่งบอกว่าเขามาถึงบ้านแล้วหาดทรายสีขาวที่เขามักจะมาวิ่งเล่นกับเพื่อนเป็นประจำ ถัดไปนิดก็จะเห็นบ้านที่ปลูกสร้างไว้ตามจุดต่าง ๆ บนเกาะ และปราสาทสูงที่ลุคอาศัยตั้งแต่เกิด“ที่นี่ดูจากเดิมไปมากโขเลย” เคนเอ่ยขึ้นทันทีที่ได้เห็นสภาพของเกาะมายา“ใช่ กูจำได้ว่าที่นี่เคยน่าอยู่มากกว่านี้นะ” เจซเอ่ยต่อจากเพื่อนพร้อมกับหันไปมองรอบ ๆ ต้นไม้บนเกาะเกือบทั้งหมดแห้งตายเกาะที่เคยอุดมสมบูรณ์วันนี้กลับเหมือนกับเกาะร้าง ทั้งที่ปกติเวลานี้จะมีเด็ก ๆ ออกมาวิ่งเล่นบนหาดทรายและน้ำทะเลบัดนี้กลับเงียบสงัดราวกับไม่มีผู้คนอาศัย“ลงจากเรือกันเถอะทุกคน”“ครับ”ด้านก
“ทุกคนเจออะไรบ้างไหม” โรมเอ่ยถามคนอื่น ๆ พลางนั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น หลังจากเขาที่เดินกลับลงมาจากการไปสำรวจที่ชั้นสองของคฤหาสน์จนทั่วแต่ก็ไม่พบอะไรเลยเขาเป็นนักแกะรอยและหัวหน้าทีมนักสำรวจของเมือง W เขาได้รับมอบหมายให้มาสำรวจจุดสีเขียว ระหว่างทางเขาก็ได้เจอกับเพื่อนร่วมงานจากเมืองอื่น ๆพวกเราทั้งหมดมีเป้าหมายที่เหมือนกันคือตามหาพืชที่กินได้แล้วนำกลับไปให้ปลูก ลูกบ้านที่อยู่ในเมืองของตัวเองจะได้มีอาหารการกินที่ดีขึ้น สุดท้ายก็ตกลงกันว่าจะเดินทางพร้อมกัน เพราะไม่ว่าจะหลีกเลี่ยงยังไงก็ต้องเจอกันอยู่ดี จากทีมเล็ก ๆ ไม่กี่คนก็กลายเป็นกลุ่มใหญ่ตอนนี้พวกเราอยู่กันที่คฤหาสน์หลังหนึ่งในเมือง S และกำลังเป็นค้นหาใครบางคนที่ติดตามมานานเกือบเดือน แต่ก็ต้องคว้าน้ำเหลวในคฤหาสน์มีร่องรอยที่บ่งบอกว่าเคยมีคนจำนวนหลายคนอาศัยอยู่ บวกกับที่มีรถจอดอยู่ด้านหน้าทำให้มั่นใจว่าคนที่ตามหาอยู่ที่นี่ แต่ไม่ว่าจะหาอย่างไรก็ไม่เจอราวกับว่าพวกเขาหายตัวได้“ไม่เลย” ส่ายหน้าตอบอย่างจนใจ ก่อนจะทิ้งร่างบนโซฟาด้วยความเหนื่อยล้า“พวกเขาหายไปไหนกันนะ” มีอานักสำรวจเมือง N โคลงศีรษะเล็กน้อยขณะที่พูด เธอค้นหาทั้งในบ้านแ
ในยามราตรีที่เงียบสงบมีเพียงเสียงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งกับแสงจากดวงดาวนับล้าน ๆ ดวงบนท้องฟ้าที่ส่องประกายวิบวับ กระทบบนผิวน้ำทะเลก่อให้เกิดภาพที่สวยงามชายหนุ่มร่างสูงเดินออกมารับลมข้างนอกหลังจากที่ส่งบัวเกี๋ยงกับเจ้ามะลิเข้านอน ส่วนคนอื่น ๆ ก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางตั้งแต่เช้าแกร็ก“ยังไม่นอนอีกเหรอ” ลุงโจที่เปิดประตูออกมาเอ่ยถามพลางเดินเข้าไปหาหลานชายที่ยืนรับลมอยู่หน้ากระท่อม“ครับ ผมยังไม่ค่อยง่วง แล้วลุงล่ะ ทำไมยังไม่นอนอีก” ลุคถามกลับ“ลุงก็ยังไม่ง่วงเหมือนกัน”พลันบรรยากาศระหว่างกันตกอยู่ในความเงียบ จนกระทั้งโจเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง“คิดอะไรอยู่”“คิดถึงบ้านน่ะครับ ผมไม่ได้กลับบ้านตั้งหลายปี ไม่รู้ว่าที่นั่นจะเปลี่ยนไปอะไรไปบ้าง แล้วก็...” น้ำเสียงทุ้มเว้นจังหวะครู่หนึ่งแล้วพูดต่อว่า “คิดถึงท่านพ่อกับท่านแม่ด้วย”“ลุงก็คิดถึงทั้งสองคน”โจเองก็ไม่ได้เจอหน้าน้องสาวสุดที่รักมาหลายปี ตอนแรกเขากะจะไปเยี่ยมโซเฟียที่เกาะมายาหลังจากที่หลาน ๆ กลับมาจากการเที่ยวเล่น แต่ดันเกิดเรื่องขึ้นมาเสียก่อนทำให้แผนที่วางไว้ล้มลงไม่เป็นท่าโจไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหลานชายแท้ ๆ ของเขาเ
ซู่ ซ่าณ สถานที่ลับแห่งหนึ่งมีอดีตนักธุรกิจหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ริมหาดทรายฟังเสียงคลื่นซัดกระทบฝั่ง สายตาจับจ้องไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอยและคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยตั้งแต่ที่ซอมบี้ระบาดหนักเขาก็ทิ้งคฤหาสน์ที่สร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงแล้วมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่แทน โชคดีที่เขาได้เตรียมพร้อมทางหนีหากเหตุการณ์ไม่คาดคิดไว้แล้ว พอมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้รู้สึกลำบากมาก จะห่วงก็แต่หลานชายทั้งสามคนช่วงที่เกิดเรื่องหลานของเขาได้เดินทางออกไปเที่ยวพอดี ไม่รู้ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน จะเป็นตายร้ายดีบ้าง ได้กินอิ่มนอนหลับสบายไหม นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้วแต่เขาก็ไม่ได้ข่าวคราวจากทั้งสามคนเลย“เฮ้อ หวังว่าพวกหลานจะปลอดภัยนะ” โจหวังอยู่ตลอดว่าสักวันลุค เคน เจซ จะกลับมาหาเขาขณะที่ชายหนุ่มกำลังนั่งรำลึกความหลังถึงเรื่องราวในอดีตอยู่นั้น หูของเขาก็พลันได้ยินเสียงพูดคุยของมนุษย์หลายคนที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขานั่งอยู่โจผุดลุกขึ้นยืนทันทีแล้วรีบเดินตามเสียงไป ในมือของเขาถือปืนสั่นเอาไว้ ที่จริงแล้วเขาเริ่มพกปืนติดตัวตลอดเวลาตั้งแต่ที่รูู้ว่าโลกนี้มีซอมบี้เขาต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ หากเจอซอมบี้จะได้ยิงป้องกันตัว นานวันเข้าก
ติ้ด ติ้ดนิ้วเรียวกดรหัสปลดล็อกประตูลับที่อยู่ในความทรงจำ ตอนนั้นเจซกับเพื่อนยังพูดเล่นขำ ๆ กันอยู่เลยว่าพวกเขาคงไม่มีโอกาสได้ใช้เส้นทางลับนี้หรอกหรือถ้าได้ใช้จริง ๆ คงเป็นตอนที่มนุษย์ต่างดาวบุกโลก ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้แน่ ๆแต่แล้ววันนี้ก็มาถึง เพียงแต่เจซไม่เคยคิดเคยว่าเขาจะได้ใช้รหัสนี้เพื่อเปิดประตูทางลับเร็วกว่าที่คิดแกร็กใต้คฤหาสน์หลังนี้มีห้องใต้ดินที่สร้างขึ้นเพื่อเก็บไวน์ชั้นดีเอาไว้นับร้อยขวด แต่คนอื่นอาจจะไม่รู้ว่าห้องเก็บไวน์แห่งนี้มีประตูลับที่สามารถทะลุไปอีกที่หนึ่งได้ เมื่อกดจำนวนรหัสครบ ชั้นไวน์ที่ติดกับผนังด้านหนึ่งเกิดการเปลี่ยนแปลง ชั้นวางไวน์เลื่อนออกอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นว่าด้านหลังมีช่องทางลับซ่อนอยู่มองด้วยตาเปล่าจะเห็นเพียงความมืดมิด เดาไม่ออกเลยว่าทางข้างหน้ามีอะไรรออยู่บ้าง แสงสว่างจากด้านนอกส่องเข้ามาในปากทางเข้าทำให้เห็นภาพทางเดินสลัว ๆ“เข้าไปข้างในกันเถอะ”“มึงนำไปสิ” เคนเอ่ยพร้อมพยักเพยิดหน้าไปยังเส้นทางลับที่ดูวังเวงยังไงชอบกลลุคเหลือบตามองคนพูดแวบหนึ่งแล้วถอนสายตากลับมา ชายหนุ่มเดินเข้าไปขางในเป็นคนแรก ตามมาด้วยบัวเกี๋ยง มะลิ เคน และเจซเป็นคนปิดท้า





![ไขรหัสรัก You’re my keys. [OMEGAVERSE]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

