INICIAR SESIÓNคมธรณ์บอกให้เธอไปรอเขาที่บ้าน เขาไม่เบี้ยวหนีรับประกัน นั่นแหละยัยเด็กตาดุถึงได้กลับไป อันดับแรกที่เขาทำคือโทรหาไอ้แป๋ง เพื่อชำระความมันก่อนอย่างอื่น ข้อหาส่งเด็กไปไหนไม่รู้ รู้อีกทีเขาก็กลายเป็นพ่อคนเพราะเด็กป่องไปแล้ว
“เฮ้ย...มึงแน่ใจนะไอ้ธรณ์ว่า...เด็กนั่นป่องกับมึงอะ”
“เอ่อ...”
เขารับคำแต่เสียงไม่หนัก ปรากฏเลยย้ำอีกที เพื่อกระตุ้นต่อมป้องกันตัวเพื่อน
“เด็กนั่นก็มีชื่ออยู่ในหมู่บ้านน่ะ หลานตาโอ่งน่ะ ขึ้นชื่ออยู่นา...ไว้ใจได้เหรอวะ ว่าจะไม่ไปแรดแล้วมายัดมึงอะ”
“แรดห่าอะไร ก็บอกอยู่ว่ากูนี่ล่ะคนได้จิ้นเด็กอะ มึงไปส่งกูที่บ้านน้องเขาทีสิ กูจะไปคุยกับตาเค้า”
“ไปคุยอะไรตกลงค่าเสียหายเหรอ”
“เปล่ากูจะไปขอเค้ามาเป็นเมีย”
“เฮ้ย...ไอ้ธรณ์ มึงไม่ควรต้องรับผิดชอบขนาดนั้นนะโว้ย มันแค่เรื่องบังเอิญปะวะ มึงไม่ได้ตั้งใจที่จะทำสักหน่อย แล้วก็ไม่ได้รักใคร่อะไร จะรับผิดชอบทำไมให้มันวุ่นวายวะ”
ปรากฏว่า คมธรณ์เม้มปากแน่น ก่อนจะด่าเพื่อน
“ไอ้เหี้ยแป๋ง มึงนี่นะ นอกจากมึงไม่เป็นลูกผู้ชายแล้ว มึงจะยังมาทำให้กูสันดานหมาไม่รับผิดชอบเหมือนมึงอีกหรือไงกัน”
“ไอ้ธรณ์ ไอ้เพื่อนเลว อื้อหือ มึงด่ากูว่าสันดานหมาไม่เป็นลูกผู้ชายเหรอ” ปรากฏโวยวาย
“เอ่อ” เสียงเน้นๆ ชัดๆ ดังมาจากปลายสาย
“ถึงจะเป็นการกระทำเพราะอะไรก็ช่าง แต่กูทำลงไปแล้ว กูต้องรับผิดชอบว่ะ แม่กูสอนมาดี”
“โอ๊ย...มึงด่ากูอีกแล้ว ด่าถึงแม่กูด้วย”
“กูไม่ได้ด่าแม่มึง แต่กูก็จะด่ามึงนั่นแหละ อาพรสอนมาดีแต่มึงไม่เคยจะจำ ไอ้ห่าแป๋งมึงรีบไสหัวมาด่วนเลยนะ มาช่วยกูคิดนี่ ว่ากูจะไปคุยกับบ้านเค้ายังไง จะต้องให้ค่าเสียหายเค้าเท่าไหร่ คนแถวนี้เขาหมั้นเขาแต่งกันยังไง มึงมีญาติผู้ใหญ่ให้กูยืมมะ”
“ทำไมจะต้องเป็นญาติผู้ใหญ่กูวะ”
“ตอนนี้ทางบ้านกูไม่มีญาติคนไหนอยู่นี่หว่า มีตะพวกรุ่นๆ เดียวกัน แต่ล่ะคนก็...”
คมธรณ์เบ้ปากเล็กน้อย ไอ้ครอบครัวเขามันก็ออกแนวรักกันแบบกาสะลองซ้องปีบเสียด้วยสิ ใครพลาดอีกคนพร้อมย้ำ ซ้ำลงไปในแผล พวกรุ่นป้ารุ่นอา ก็พร้อมจะรุมสวด หนนี้ถ้ารู้ว่าเขาทำแบบนี้ ต้องโดนสวดยอดกัณฑ์ไตรปิฎกแหงๆ แถมด้วยอาจจะเทศน์มหาชาติต่อเขาอีกด้วย
ดีที่รุ่นนั้นพากันไปทัวร์ไหว้พระมูสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ฮ่องกง บ้านปู่เลยมีแต่พวกลูกพี่ลูกน้องกัน ที่ทำตัวเป็นปู่โสมเฝ้ามรดก เกาะอยู่บ้านหลังนั้น เขาเลยต้องหนีมาสิงที่บ้านหลังนี้เพราะรำคาญคำพูดส่อเสียดและสายตาของลูกพี่ลูกน้อง ที่ชอบเปรยว่าเขาไม่ทำมาหากิน เกาะพ่อเก่ง ไม่มีอาชีพ โถ...แม่คุณพี่คนดีที่เป็นพยาบาล ไม่รู้หรอกว่าเขาทำเงินแต่ล่ะเดือนได้เท่าไหร่ แต่ก็คร้านจะไปพูดพล่ามอธิบายมาก ว่าเขาทำมาหากินอะไร ปล่อยให้เข้าใจไปแบบนั้นแหละดี
“เอ่อ...กูให้ยืมเดี๋ยวกูจะไปหา”
ก็นี่แหละไอ้แป๋ง เพื่อนรักตัวจริง ด่ากันบ้าง ดีกันบ้าง แต่สุดท้ายมันก็จะเป็นทีมเขา ช่วยเหลือกันตลอด
รอไม่นานปรากฏก็มาที่หน้าบ้านเขา มันสวมเสื้อยืดกับใส่กางเกงขาสั้นลายดอกพร้อย เขามองแล้วก็ทำหน้าเมื่อย สภาพนี้ไม่ให้เกียรติผู้หญิงเลยล่ะ ถ้าเกิดจะไปขอลูกหลานเขาก็ควรจะแต่งตัวให้เกียรติกันหน่อย
พอจะอ้าปากด่า เพื่อนแป๋งก็ยกมือห้ามเหมือนพระปางห้ามญาติ บอกว่าอย่าเพิ่งด่า มาฟังประวัติบ้านช่องของทางเด็กที่เขาอยากไปดองก่อน
“มึงจะได้มั่นใจว่ามึงจะพาเด็กมันไปเป็นเมียจริงๆ แบบไม่เปลี่ยนใจน่ะ”
“ทำไมวะ เค้าร้ายแรงถึงขนาดนั้นเลยหรือไง ดูท่าคงไม่ใช่เด็กร้ายแรดอะไร ถ้าไม่อย่างนั้นคงมาขอเงินกูเป็นล้าน ไปเอาเด็กออกแล้วล่ะ”
“เด็กไม่เท่าไหร่ แต่ตาของเด็กอะแสบ”
ปรากฏถอนใจ ห้ามเพื่อนไม่ได้ก็ต้องช่วย แต่ก็อยากให้เพื่อนไม่เจ็บตัวมากนัก
“ยังไงวะ?”
“ก็ตาโอ่งน่ะ อันธพาลรุ่นเก๋าตัวจริงของหมู่บ้านเลยน่ะสิ แกขายเหล้า เล่นไก่ รับทวงหนี้ อยู่กับหลานสองคน มีลูกสาวสามคน หนีตามผู้ชายไปสองคน อีกคนหนึ่งก็ฆ่าตัวตายทิ้งหลานไว้ให้แกเลี้ยง เด็กมึงนั่นล่ะ”
ฟังชะตาชีวิตของน้องแล้ว ก็ให้ใจยิ่งสลด เขาก็เหมือนซ้ำเติมเด็กให้ชีวิตมันยิ่งรันทดมากขึ้นไปอีก เขาถึงกับถอนใจเฮือก
“ถ้าเราไปขอน่ะ กูไม่อยากให้มึงพูดมาก ยิ้มอย่างเดียวก็พอ เพราะตาโอ่งจะได้ไม่เรียกร้องจากมึงมาก ข่าววงในว่าแกเลี้ยงหลานแบบถนอมไว้ เพราะอยากจะเอาไปขายให้เป็นเมียน้อยเสี่ยอ๋า ใครเข้าใกล้หลานแกน่ะ แกตามตี ตามราวี ไม่ค่อยมีใครวุ่นวายกับเด็กมัน แล้วจู่ๆมึงไปสอยมาเสียแบบนั้น กูไม่อยากจะคิดว่าแกจะออกฤทธิ์มากแค่ไหนว่ะ”
“ห้าแสน”
ยิ่งฟังยิ่งสงสาร เด็กนั่น...ถึงตอนนี้ไม่ได้รักชอบและยังงงๆ มึนๆ อยู่ ว่าเขาจะเอายังไงต่อกับเด็ก แต่สิ่งแรกที่เขาควรทำ คือพาน้องออกมาจากที่นั่นเสียก่อน
“เยอะไป” ปรากฏว่า...ส่ายหน้าไม่เห็นด้วย
“มึงให้ขนาดนั้น ตาโอ่งเอาไปละลายในบ่อนไก่อยู่ดี เสียดายเงิน เก็บเอาเงินไว้ให้เด็กมันสร้างตัวดีกว่า หลังคลอดแล้วมึงจะเอายังไงกับน้ำขิงว่ะ”
น้ำขิง...อ้อ...เขาจำได้แล้วว่าน้องชื่อน้ำขิง
“มึงคิดจะเลี้ยงลูกเหรอไอ้ธรณ์ คิดจะทิ้งอนาคตมึงไว้ที่ความพลาดน่ะเหรอ”
“ค่อยว่ากัน”
“เอ่อ ก็ค่อยว่ากัน” ปรากฏยักไหล่ มองหน้าเพื่อนแล้วเม้มปากนิดๆ
“ถ้ามึงต้องการทางออกหลังเด็กนั่นคลอดกูก็มีนำเสนอนะ”
“ยังไง?” คิ้วเข้มขมวด ปรากฏผิวปากหวือ พลางเอ่ยเปรยขึ้นมา
“บอกก็ได้ว่ามีคู่หมั้น ต้องไปแต่งงาน เอาเงินให้ไปก้อนหนึ่งให้น้องมันไปตั้งตัว แล้วพวกรับรองบุตรอะไรงี้ กูว่าอย่าไปจดเลย มันจะมีปัญหาในอนาคต เผื่อมาเรียกร้องอะไรข้างหน้า มึงจะได้ไม่มีปัญหากับเมียจริงๆ ของมึง เมียที่มึงตั้งใจจะเอามาเป็นครอบครัว ไม่ใช่เมียบังเอิญแบบนี้”
“อืม ค่อยว่ากัน” เขาพูดคำนี้อีกรอบ ฟังๆ แล้วก็เก็บเอาไว้คิด จริงอย่างปรากฏว่าเขายังไม่อยากมีภาระ มีพันธะกับใคร
เหตุการณ์หนนี้ทำให้เขาจะต้องรอบคอบกับชีวิตให้มากขึ้น
เขาหอบเมียสาวพร้อมลูกกลับไปหนนี้นี่ พ่อเขาจะเข้าโรงพยาบาลอีกไหมนะ?
หึ...
ก็สนุกดีออก ทีพ่อยังหอบเมียเข้ามาบ้านได้วะ ไม่ปรึกษาเขาสักคำ เขาก็ทำมั่งสิ ส่วนเรื่องอนาคตนั่นก็อย่างที่บอกไอ้แป๋งไปนั่นแหละ
เดี๋ยวค่อยว่ากัน...
หนึ่งปีต่อมา...บ้านดรุณทองวันนี้มีงานเลี้ยงฉลองงานมงคลสมรส ระหว่างน้ำขิง และ คมธรณ์ ซึ่งมีทั้งงานพิธีอย่างถูกต้องในตอนเช้า และเลี้ยงฉลองในช่วงเย็น แขกมีแต่คนกันเอง คนสนิท น้ำขิงนั้นสวยงามเฉิดฉายในชุดราตรีสั้นแบบเกาะอกฟูฟ่องสีชมพูโอโรส สีที่เข้ากับผิวของเธอ ขับให้เธอสวยเด่นกว่าใคร ในอ้อมแขนของเธอ มีตาหนูน้ำหนึ่งที่ตอนนี้กำลังน่ารักน่าชัง และเป็นจุดศูนย์กลางของคนในงาน เพราะมีแต่คนเวียนมาอุ้มหยอก ตาหนูอารมณ์ดี ใครอุ้มก็หัวเราะยิ้มตาหวานส่งให้ ชอบเป็นพิเศษคือสาวสวย ตอนนี้ตาหนูอยู่ในอ้อมแขนของมทินา มองอามุกคนสวยตาแป๋ว ยิ้มหวานตาเยิ้มส่งให้ ปรากฏที่ควงมากับเธอ ถึงกับมันเขี้ยว แกล้งเอานิ้วจิ้มหน้าผากเจ้าตัวน้อยหยอกๆ แล้วเอ่ยเสียงเข้ม“นี่ เชื้อพ่อแรงนะเราน่ะ นี่ของอา...อย่ามามองตาหวานมาก อาหึง” “นี่มันเด็กนะคะพี่ป๋องแป๋ง” คำเรียกชื่อเขาจากปากของมทินา ทำให้ปรากฏทำหน้าดุใส่เธอ มทินาทำหน้าตาย เหมือนไม่รับรู้ว่าเขาห้ามขาดแล้วกับชื่อเล่นนี้ไม่ให้เธอเรียกอีกต่อหน้าผู้คน“มุกขา พี่เคยขอแล้วว่าไม่ให้เรียกไอ้ชื่อป๋องแป๋งนี่ มันฟังกะโหลกกะลา ปัญญาอ่อนมาก ไม่เหมาะกับหนุ่มสุดหล่อ ว่าที่ สจ.อย่างพ
เมื่อเช็กอินเรียบร้อย น้ำขิงก็ถูกพี่ลากเข้าไปในห้องไม่ทันได้พูดอะไรสักคำ คมธรณ์ก็อุ้มเธอลอยขึ้น น้ำขิงตกใจกับการกระทำสุดห่ามนั่น เขาโยนเธอลงบนเตียงกว้าง ก่อนจะกระโจนตามขึ้นมา น้ำขิงยังไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไร เขาก็ประกบริมฝีปากลงมาและจูบเธอ จูบ และจูบ พายุจูบละเพียงแค่สูดลมหายใจเพราะจะขาดอากาศเท่านั้น ก่อนจะบดลงมารอบแล้วรอบเล่าน้ำขิงที่ไม่ได้หายใจหายคอ หัวหมุนคว้างไปหมดเพราะรสชาติจุมพิตของเขา ทำให้เธอมึนเมา และอ่อนเปียกในอ้อมอกของคมธรณ์“ไม่มีเงื่อนไขอะไรแล้ว”เขาคำรามเสียงเป็นกระซิบ น้ำขิงปรือตาขึ้นมามองเขา สีหน้าของเขาตอนนี้ดุดันเหลือเกิน สายตาก็ราวกับมีเปลวไฟอยู่ในนั้น“พะ พี่ธรณ์”“น้ำขิงต้องเป็นเมียพี่ตลอดไปไม่มีเลิกกัน”“แต่...”“ไม่มีแต่ ห้ามแต่ ไม่เอาคำว่าแต่”เขางึมงำ พรมจูบไปตามซอกคอหอมกรุ่นของสาวน้อย มือไม้ของเขาก็วุ่นวายสาละวน ถอดนั่นดึงนี่ ครู่เดียวร่างน้อยก็เปลือยเปล่า ทรวงอกอวบใหญ่ของเธอคัดเต่ง พร้อมที่จะให้นมบุตร มันเลยใหญ่กว่าขนาดธรรมดา ป้านทรวงมีสีเข้มขึ้น และเห็นเส้นเลือดชัดเจนเพราะผิวน้องขาว ท้องที่ขยายเพราะคลอดบุตร ตอนนี้แทบจะกลายเป็นปรกติ มีพุงนิดๆ พอน่
งานพิธีของตาโอ่งผ่านไปอย่างเรียบง่ายอาจจะเพราะไม่มีญาติและเพื่อนสนิทที่ไหน มาแสดงความเสียใจ และบอกลาแกเป็นครั้งสุดท้ายเกินสิบคน นับได้แค่นั้น แขกในงานมีแค่สหายร่วมเมาของตาโอ่งสองคน เจ้าหนี้ที่มารอเก็บเงินอีกสามคน มทินาที่อาสาเป็นแม่งานช่วยเขา เขาและน้ำขิงเขาจ่ายเงินให้กับเจ้าหนี้ของตาโอ่ง น้ำขิงค้านว่าจะจ่ายเอง เขาไม่ยอมบอกว่าเขาจะรับผิดชอบให้ รวมถึงให้ค่าเสียเวลามทินาด้วย ที่ช่วยจัดการจัดแจงและบางส่วนก็ออกเงินไปก่อน เธอก็ไม่ขอรับเช่นกัน บอกว่าทำบุญเป็นหนสุดท้ายให้กับคนตาย“รับไปเถอะ”“ไม่ค่ะ” เธอยังยืนยัน พร้อมกับยิ้มหวานส่งให้กับเพื่อนของพี่ชาย...“พี่ไม่สบายใจนะ” คมธรณ์ว่า“ไม่เป็นไรค่ะ แค่พี่ธรณ์ช่วยดูแลคุณป๋องแป๋งก็โอเคแล้วค่ะ”เขากลืนน้ำลายอย่างฝืดๆ ไอ้แป๋งมีชื่อเล่นจริงว่าป๋องแป๋ง ซึ่งมีแต่คนในบ้านที่เรียก มันห้ามเรียกชื่อเล่นเต็มๆ ของมันมานานมากแล้ว เว้นแต่พ่อ และแม่ ที่ห้ามไม่ได้ เพราะก็ยังยืนยันที่จะเรียกชื่อนี้เหมือนกับลูกชายยังเป็นเด็กเล็กๆ “เอ่อ...น้องมุกรู้”“คะ?”เธอมองหน้าเขาแล้วกะพริบตาปริบๆ เขามองพินิจคนใบหน้ารูปไข่ตรงหน้า มทินายิ่งโตยิ่งสวย จากที่ดูแล้วน
สองวันต่อมา...น้ำขิงปวดท้องตอนสามทุ่ม ทำให้เกิดความโกลาหลไปทั้งบ้าน เพราะคมธรณ์ที่จิตหลุด เกิดแรงมหาศาลอุ้มเมียวิ่งไปหน้าบ้าน...ตั้งท่าจะวิ่งไปจนถึงโรงพยาบาล ลืมไปเลยว่าต้องขับรถ ทำให้บิดาต้องขับรถตามลูกชายกับลูกสะใภ้ ก็วิ่งไปแล้วหลายเมตร คุณธรรมทั้งขำทั้งโมโหลูก ที่ตกใจจนสติแตก อุ้มเมียวิ่งแบบนั้นถ้าพากันหกล้มหกลุก จะยิ่งวุ่นวายคูณสองเลยเอามะเหงกเขกหัวลูกไปโป๊กพอเป็นพิธี น้ำขิงนั้นก็ขำเขา...จะหัวเราะก็ไม่ได้เพราะปวดท้องหน่วงมากไปถึงโรงพยาบาล น้ำขิงก็ถูกเข็นเข้าห้องตรวจ ทีมของหมอทิวาที่ดีลไว้เตรียมพร้อมเรียบร้อย ไอ้หมอทิวาบอกว่าจะควบคุมดูแลกำกับ แต่จะไม่ไปดูช่วงล่างเด็ดขาด คมธรณ์ตกลงและขอเข้าห้องคลอดด้วยเวลาตีสองปากมดลูกเปิด คมธรณ์ที่อดหลับอดนอนเฝ้าวนหน้าห้องคลอดถูกพาไปล้างไม้ล้างมือ สวมชุดกันเชื้อและพาเข้าไปพร้อมกับหมอทิวาตีสองสิบห้านาทีต่อมา เขาถูกเข็นออกมาเพราะเป็นลมเนื่องจากเห็นเลือดของน้ำขิงตาหนูคลอดออกมาปลอดภัยครบสามสิบสอง ด้วยการคลอดแบบธรรมชาติ สัญญาณทุกอย่างดี แกร้องเสียงดัง น้ำขิงที่อ่อนเพลียจากการเบ่งคลอด เหลือบมองหน้าเล็กๆ นั่น น้ำตาคลอ ตื้นตันไปหมดเมื่อเห็นลูก
คมธรณ์นอนหลับไปนานมาก...ตื่นขึ้นมาอีกที น้ำขิงก็ไม่อยู่แล้ว เขาบิดขี้เกียจยังคงมึนๆ อยู่นิดๆ เพราะสมองยังปรับจูนเรื่องเขตเวลาไม่เข้าที่เท่าไหร่ เพราะเดินทางไกลจากแอลเอมาถึงเมืองไทยก็หลายชั่วโมง มาก็ไม่ได้พัก...เขาใช้กำลังเฮือกสุดท้ายไปกับ...คิดแล้วก็ยิ้มอย่างพึงใจเขาใกล้น้องได้ในระดับนี้ กอด จูบ และสัมผัสได้ขนาดนี้ เพราะการห่างกันนั่นแหละ ความคิดถึงโหยหาได้ทลายกำแพงใดๆ ระหว่างกันจนพังไปหมดอย่าหวังว่าน้องจะได้ไปไหน ไม่มีทางที่เขาจะปล่อยให้น้ำขิงไปอยู่ที่อื่นสัญญา เงื่อนไข เขาจะบอกน้องว่ามันไม่มีอีกต่อไปแล้วนะคมธรณ์ลุกขึ้นอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วลงไปข้างล่าง พบว่าตอนนี้ทุกคนรวมตัวกันอยู่ในห้องโถง คุณธรรม จิตรา และน้ำขิง“มาแล้วหรือเจ้าธรณ์”คุณธรรมเอ่ยทัก ท่านนั่งติดกับจิตรา น้ำขิงกำลังนั่งพลิกอ่านหนังสือ ที่จิตราหามาให้“มาแล้วครับพ่อ ขอบคุณที่พ่อดูแลน้ำขิงกับหลานให้นะครับ” “พ่อมีเรื่องจะคุยกับแก เรื่องของน้ำขิงน่ะ”คุณธรรมเอ่ยเสียงจริงจัง น้ำขิงเงยหน้าขึ้นมองท่าน นัยน์ตากลมโตมองจ้องท่านอย่างสงสัย ความระแวงและปมในใจทำให้ใจแกว่ง หรือคุณท่านจะรู้แล้วนะ เรื่องที่เธอตกลง
และเมื่อจัดการเรื่องบิดาเรียบร้อย ระหว่างที่รอเรื่องขึ้นศาล คมธรณ์ก็ไปส่งปรากฏไปหาที่เรียนที่แอลเอ เขาวุ่นวายกับไอ้ตัวแสบเกือบสามเดือน ตอนแรกคิดจะกลับมาก่อนเพราะบอกไว้ว่าจะอยู่แค่เดือนเดียว แต่เพื่อนไม่ยอม งอแงหนักมาก แถมบอกว่าจะสร้างความร้าวฉานให้กับเขาและน้ำขิง เพราะได้ถ่ายคลิปตอนที่คมธรณ์เข้าผับลับเฉพาะที่เพื่อนชาวอเมริกันพาไปซ่าไว้ด้วย สร้างไปเหอะ น้องไม่ร้าวหรอก!ใจอยากบอกเพื่อนแบบนั้น แต่ก็ไม่อยากให้น้ำขิงเห็นอยู่ดี จากกันมาแบบเขายังงอนน้องอยู่นิดๆ แต่คนทำงอนดูเหมือนจะไม่รู้เรื่อง เขาก็ได้แต่ถอนใจนั่นแหละ อดโทรหาทุกวันไม่ได้ ส่งข้อความไปคุยด้วย นัดเวลาวีดีโอคลอ เพราะเวลาไม่ตรงกันเขายอมอดนอนเพื่อให้ได้คุยกับน้อง กลางวันเพื่อนก็ลากไปตะลอน เขาป่วยส่งท้ายก่อนกลับไทย เสียค่ารักษาตัวไปฉ่ำๆ เพราะค่ารักษาที่นั่นแพงมาก เลยทำให้กำหนดเวลาเลตมากขึ้นไปอีกปรากฏได้ที่เรียน ที่พักแล้วเรียบร้อย ทุกอย่างไอ้ตัวแสบบอกให้เขาปิดเป็นความลับ ตอนนี้พ่อกับแม่ของมันตามหาให้ควั่กแล้ว ไอ้หมอนั่นดันหัวเราะเมื่อรู้ว่าพวกท่านเดือดร้อน แถมบอกว่าเอ่อ...สมน้ำหน้าให้วุ่นวายเสียบ้าง ไว้เรียบร้อยแล้วจะติดต่อก







