Share

ตอนที่ 1 พบเจอ

last update publish date: 2026-08-25 03:03:28

บนภัตตาคารหรูย่านใจกลางเมืองในห้องรับรองส่วนตัวที่ถูกจองไว้สำหรับการนัดพบในครั้งนี้

บนโต๊ะกลมขนาดใหญ่ปูผ้าสีขาวพร้อมอาหารจีนหลากหลายเมนูถูกจัดวางอย่างประณีต กลิ่นหอมของเป็ดย่างและกุ้งอบวุ้นเส้นลอยคลุ้งไปทั่วห้อง

ทุก ๆ อย่างดูเหมือนมื้ออาหารธรรมดาของครอบครัวที่มาพบปะพูดคุยกัน แต่บรรยากาศจริงกลับตึงเครียดกว่านั้นมาก

เพราะนี่ไม่ใช่แค่มื้ออาหารหากเป็นการดูตัวที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้เรียบร้อยแล้วโดยแทบไม่ได้ถามความสมัครใจของคนหนุ่มสาวเลยสักคำ

ลินดา ลินรดา หญิงสาววัยยี่สิบเจ็ด นั่งหลังตรงข้าง ๆ แม่ของเธออย่างพิมดาว มือเรียวที่วางประสานกันบนตักแม้ใบหน้าจะพยายามคงรอยยิ้มสุภาพไว้ก็ตาม

แต่ปลายนิ้วที่บีบกันแน่นเล็กน้อยก็สะท้อนความประหม่าได้ดี เธอเอนตัวเข้าไปกระซิบแม่เบา ๆ ดวงตากลมโตแอบชำเลืองมองชายที่นั่งฝั่งตรงข้าม

“คนนี้เหรอคะแม่” น้ำเสียงเบาจนแทบกลืนกับลมหายใจ

พิมดาวพยักหน้าเล็กน้อยก่อนกระซิบตอบ

“ใช่จ้ะ นี่แหละคุณธาม ลูกชายน้าอรนุช” ลินดากลืนน้ำลายอย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกเหมือนกำลังถูกผลักให้เดินเข้าไปในพื้นที่ที่โคตรอันตรายเลย

เธอเงยหน้าขึ้นเต็ม ๆ เพื่อสบตาเขาเป็นครั้งแรก ชายร่างสูงในสูทสีเข้มนั่งตัวตรงไหล่กว้างแววตาคมจัด ใบหน้าหล่อคมแต่ดุดันอย่างคนที่ไม่ค่อยยิ้มให้ใครง่าย ๆ

สายตาของเขาเย็นเฉียบและนิ่งราวกับมองผ่านเธอไปมากกว่ามองมาที่เธอโดยตรง ลินดาพยายามยิ้มให้เขาอย่างสุภาพ

“สวัสดีค่ะ” เสียงของเธอใสไม่ได้สั่นแม้ใจจะเต้นแรง แต่ธามเพียงพยักหน้าช้า ๆ ตอบรับโดยไม่ยิ้ม ดวงตายังนิ่งจนบรรยากาศรอบโต๊ะเงียบลงอย่างประหลาด

อรนุชซึ่งนั่งข้างลูกชายรับรู้ได้ถึงความกระด้างนั้นจึงรีบเอ่ยแก้สถานการณ์ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

“หนูลินดา น้าขอโทษแทนตาธามด้วยนะจ๊ะ พอดีช่วงนี้เขาเครียดเรื่องงานนิดหน่อย” เสียงของเธอนุ่มนวลพยายามลดความตึงเครียด ลินดาจึงหันไปยิ้มให้ผู้ใหญ่แทน

“ไม่เป็นไรค่ะคุณน้า หนูเข้าใจค่ะ” เธอตอบอย่างเรียบร้อย แต่ในใจกลับคิดอย่างตรงไปตรงมา

เข้าใจอะไรก่อนคนอะไรหน้าตาน่ากลัวชะมัด แค่จ้องก็เหมือนจะฆ่าแกงกันแล้ว

ผ่านไปสักพักบทสนทนาระหว่างผู้ใหญ่ก็เริ่มดำเนินต่อไป

ทั้งเรื่องธุรกิจ เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสองครอบครัว เสียงหัวเราะบางเบาถูกฝืนให้เกิดขึ้นเป็นระยะ

ธามที่นั่งฟังเงียบ ๆ มือจับตะเกียบอย่างเรียบเฉยแววตาไร้อารมณ์ ลินดาแอบสังเกตว่าเขาแทบไม่ได้แตะอาหารตรงหน้าเลย

สักคำราวกับไม่ได้ตั้งใจจะมาทานข้าวตั้งแต่แรก

เธอมองอาหารตรงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงสายตากดดันนั้นแล้วสายตาก็สะดุดกับกุ้งอบวุ้นเส้นจานโปรดที่ถูกวางอยู่ใกล้มือ กลิ่นหอมทำให้ท้องที่ว่างมาตั้งแต่เช้าส่งเสียงประท้วงเบา ๆ ก่อนเธอค่อย ๆ เอื้อมมือไปหยิบช้อนตั้งใจจะตักเพียงคำเล็ก ๆ อย่างสุภาพ

แต่ยังไม่ทันได้ตักเสียงทุ้มเย็นก็ดังขึ้นโดยไม่ต้องมองว่าใครพูด

“ไร้มารยาท” คำสั้น ๆ แต่หนักจนมือของเธอชะงักกลางอากาศ ธามยังคงมองไปข้างหน้าไม่แม้แต่จะหันมาสบตา

“ผู้ใหญ่ยังคุยกันอยู่ ใช่เวลาจะกินไหม” น้ำเสียงเรียบเฉยเหมือนกำลังพูดถึงเรื่องทั่วไปแต่แฝงความตำหนิชัดเจน

ทั้งโต๊ะเงียบกริบลินดารู้สึกเหมือนเลือดสูบฉีดขึ้นมาที่ใบหน้า ความอายและความไม่พอใจปะปนกัน เธอค่อย ๆ วางช้อนลงอย่างควบคุมตัวเอง

“ขอโทษค่ะ” เสียงเธอไม่ได้สั่นแต่แววตาที่หลุบต่ำลงเล็กน้อยบอกชัดว่าเธอกำลังพยายามกลั้นอะไรบางอย่างไว้ ในใจกลับคิดสวนทันที

อะไรของเขาวะเมื่อกี้ก็ไม่เห็นจะพูดอะไรเลยแค่อยากด่าเราหรือไง

 “ขอโทษแทนลูกสาวด้วยนะคะ แกอาจจะหิว” พิมดาวรีบเอ่ยขอโทษแทนลูกสาว สีหน้าของคนเป็นแม่เจือความเกรงใจ อรนุชเห็นแบบนั้นก็ตวัดสายตามองลูกชายทันที

“แกนั่นแหละไร้มารยาท ไปพูดกับน้องแบบนั้นได้ยังไง” น้ำเสียงของเธอเข้มขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหันมาทางลินดา

“จะกินก็กินเลยลูก ไม่ต้องเกรงใจ” เธอเอื้อมไปตักกุ้งอบวุ้นเส้นใส่จานลินดาเองอย่างเอ็นดู ธามจ้องภาพนั้นด้วยสายตาเรียบตึงปลายนิ้วกระชับตะเกียบแน่นขึ้นเล็กน้อยโดยไม่มีใครสังเกตเห็น

“ขอบคุณค่ะคุณน้า” ลินดาฝืนยิ้มอีกครั้งเธอตักวุ้นเส้นเข้าปากอย่างสุภาพ รสชาติที่เคยอร่อยกลับจืดลงเพราะบรรยากาศรอบตัว

เธอรู้สึกถึงสายตาของธามที่ยังคงจับจ้องอยู่แม้เขาจะทำเหมือนไม่สนใจ แต่บางอย่างในแววตานั้นไม่ใช่แค่ความเย็นชามันเหมือนคนที่ต่อต้านสถานการณ์นี้พอ ๆ กับเธอ

หลังจากบทสนทนาเล็ก ๆ ที่ทำให้บรรยากาศบนโต๊ะตึงขึ้น

ชั่วครู่ความเงียบก็แผ่คลุมอีกครั้ง เสียงช้อนกระทบจานเบา ๆ กลายเป็นเสียงเดียวที่ดังที่สุดในห้องรับรองส่วนตัว

อรนุชวางตะเกียบลงอย่างตั้งใจก่อนหันไปมองพิมดาวด้วยสายตาจริงจัง สีหน้าของเธอไม่ได้มีรอยยิ้มอ่อนโยนแบบเมื่อครู่แล้ว หากแต่เป็นแววตาของผู้ใหญ่ที่ตัดสินใจบางอย่างไว้เรียบร้อย

“เรามาเริ่มคุยกันเลยไหมพิมดาว” น้ำเสียงเรียบแต่หนักแน่นทำให้พิมดาวชะงักเล็กน้อยก่อนพยักหน้ารับ แม้จะพอเดาได้ว่าประเด็นต่อไปคืออะไรแต่ก็ยังอดรู้สึกหนักใจไม่ได้

“ฉันอยากให้แต่งกันไม่เกินสามเดือนนี้ พอไหวไหม” อรนุชไม่อ้อมค้อมคำพูดตรงไปตรงมาทำให้ลินดาที่กำลังเคี้ยววุ้นเส้นอยู่ถึงกับสำลัก

“แค่ก ๆ” เธอรีบหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มแก้มแดงเล็กน้อยทั้งจากการไอและจากความตกใจ ดวงตากลมโตหันไปมองแม่อย่างขอความช่วยเหลือโดยไม่รู้ตัว

“เร็วไปไหมนุช เด็ก ๆ เพิ่งเจอกันเอง” พิมดาวขมวดคิ้วเล็กน้อยสีหน้าลำบากใจ อรนุชยิ้มบางรอยยิ้มนั้นไม่ได้อ่อนหวานนักแต่เป็นรอยยิ้มของคนที่คิดมาแล้ว

“เร็วสิยิ่งดี ฉันไม่อยากให้ยืดเยื้อ” ก่อนเธอเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนพูดต่อช้า ๆ

“อยากให้แต่งเร็ว ๆ จะได้ลืมเรื่องเก่า ๆ บ้าง”

คำว่าเรื่องเก่า ๆ ทำให้ธามที่นั่งนิ่งมาตลอดชะงักไปชั่วเสี้ยววินาทีปลายนิ้วที่จับแก้วน้ำแน่นขึ้นจนเส้นเอ็นขึ้นชัด แววตาคมกริบแข็งขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่ ก่อนจะรีบกดอารมณ์นั้นลงและกลับมาเรียบนิ่งเหมือนเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ลินดาสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงนั้นแม้มันจะเกิดขึ้นเพียง

ชั่ววูบ เธอไม่เข้าใจว่าเรื่องเก่าที่ผู้ใหญ่พูดถึงคืออะไรแต่สัมผัสได้ว่า

มันไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยแน่นอน บางอย่างในแววตาของธามบอกชัดว่ามันคือบาดแผลไม่ใช่แค่ความทรงจำธรรมดา

พิมดาวหันมามองลูกสาวสีหน้าอ่อนลงอย่างคนอยากฟังความเห็นจริง ๆ

“ลินดา ว่ายังไงลูก” คำถามนั้นทำให้ทั้งโต๊ะหันมามองเธอพร้อมกัน ลินดาชะงักมือที่วางอยู่บนตักกำกระโปรงแน่นโดยไม่รู้ตัว

เธอไม่เคยมีแฟน ไม่เคยรักใครจริงจัง ชีวิตที่ผ่านมาเชื่อฟังแม่มาตลอดและแม่ก็ไม่เคยเลือกสิ่งที่แย่ให้เธอ

จนความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาอย่างเรียบง่ายให้แม่เลือกก็ไม่แย่ …ดีกว่าไปเสี่ยงเอง

 “หนูโอเคค่ะ” เธอสูดลมหายใจเล็กน้อยก่อนพยักหน้าเบา ๆ เสียงของเธอไม่ได้สั่นแต่แววตายังมีความลังเลซ่อนอยู่ลึก ๆ

 “เธอแน่ใจเหรอ” ธามหันขวับมามองทันทีดวงตาคมเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาถามตรง ๆ น้ำเสียงเรียบแต่แฝงแรงกดดันลินดาสบตาเขาแม้หัวใจจะเต้นแรง

“แล้วคุณล่ะคะ” เธอถามกลับอย่างไม่หลบสายตา

“คุณโอเคไหม” คำถามนั้นทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายนิ่งไปเล็กน้อยก่อนอรนุชเรียกเสียงเข้ม

“ตาธาม” เหมือนเตือนให้ระวังคำพูดแต่ธามยังจ้องลินดาไม่ละสายตา

“ผมไม่มีปัญหาอะไร” เขาตอบสั้น ๆ แต่แววตากลับบอกตรงกันข้ามชัดเจนว่าเขามีปัญหามากกว่าหนึ่งเรื่อง

ลินดารู้สึกได้ถึงกำแพงสูงที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า เธอไม่รู้ว่าเขาไม่พอใจเธอหรือไม่พอใจการถูกบังคับแต่สิ่งหนึ่งที่ชัดที่สุดคือเขาไม่ได้อยากแต่งงานกับเธอ

 “งั้นก็ตามนี้นะ สามเดือนคงพอสำหรับเตรียมงาน ทุกอย่างฉันจะจัดการเอง” อรนุชรีบสรุปทันทีน้ำเสียงของเธอเด็ดขาดราวกับประกาศคำตัดสิน

ไม่มีใครถาม ไม่มีใครโต้แย้งเพิ่มเติม เหมือนทุกอย่างถูกกำหนดไว้เรียบร้อยแล้วโดยไม่ต้องสนใจความรู้สึกของคนที่กำลังจะเป็นเจ้าบ่าวเจ้าสาวจริง ๆ พิมดาวฝืนยิ้มพยักหน้ารับแม้ในใจจะยังมีความกังวลเล็ก ๆ ซ่อนอยู่

บทสนทนาเรื่องแต่งงานจบลงด้วยความเงียบที่หนักกว่าเดิมทำให้ลินดาเหลือบมองธามอย่างเผลอ ๆ แต่ต้องสะดุ้งเมื่อพบว่าเขากำลังจ้องเธออยู่ก่อนแล้ว

สายตานั้นไม่ใช่ความสนใจ ไม่ใช่ความพอใจ และไม่ใช่ความอ่อนโยนหากเป็นสายตาของคนที่ไม่ต้องการ

แววตาเย็นยะเยือกเหมือนผิวน้ำน้ำแข็งแต่ลึกลงไปกลับมืดดำจนยากจะคาดเดา ลินดากลืนน้ำลายความรู้สึกบางอย่างแล่นวาบ

ผ่านอก

เธอไม่ใช่คนอ่อนแอแต่ก็ไม่เคยเผชิญสายตาที่เต็มไปด้วยการปฏิเสธแบบนี้มาก่อน

ธามเอนตัวพิงพนักเก้าอี้เล็กน้อยมองเธอด้วยสีหน้าอ่านไม่ออก

“เธอไม่รู้จักฉันเลย” เขาพูดเบา ๆ พอให้ได้ยินกันสองคน

“การตัดสินใจเร็วแบบนี้…มันอาจทำให้เธอเสียใจ” น้ำเสียงของเขาไม่ได้ข่มขู่แต่เหมือนเตือนล่วงหน้า ลินดาชะงักไปเล็กน้อยก่อนตอบกลับ

“บางทีการไม่ลองเลยก็อาจทำให้เสียใจเหมือนกันนะคะ” เธอพูดด้วยรอยยิ้มบาง ๆ แม้ในใจจะยังสั่นอยู่ก็ตาม

เขามองเธออีกครั้งคราวนี้สายตาไม่ได้แข็งกร้าวเท่าเดิมแต่ก็ยังไม่อ่อนลงเขาเหมือนกำลังประเมินในตัวเธอ และใจขณะเดียวกันกับที่ลินดาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองอย่างจริงจังแล้วว่า

ฉันจะอยู่ร่วมกับสามีแบบนี้ได้จริง ๆ เหรอ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เริ่มรักทรยศ   ตอนพิเศษที่ 2

    บ่ายวันนั้นร้านเสื้อผ้าของลินดาค่อนข้างคึกคักเป็นพิเศษ ประตูร้านเปิดเข้าออกแทบไม่หยุดเสียงกระดิ่งดังกรุ๊งกริ๊งสลับกับเสียงพูดคุยของลูกค้าและพนักงาน ลินดายืนอยู่กลางร้านมือหนึ่งจับไม้แขวนเสื้ออีกมือค่อย ๆ จัดชายผ้าให้เข้าที่ท้องที่นูนขึ้นชัดทำให้ท่าทางเธอดูช้าลงนิดหน่อยแต่ก็ยังคล่องเหมือนเดิม สีหน้าสงบยิ้มง่ายเหมือนเคย“พี่ลินดาคะ ตัวนี้เอาไซซ์ไหนดีคะ ลูกค้าสูงประมาณนี้ค่ะ” พนักงานสาวเรียกจากอีกมุม ลินดาหันไปมองวัดสายตาเร็ว ๆ ก่อนตอบ“ลอง S ก่อนนะ ถ้าคับเดี๋ยวค่อยขยับเป็น M พี่ไปดูให้” เธอเดินเข้าไปช่วยจัดชุดให้ลูกค้าอย่างใส่ใจ เสียงพูดนุ่มนวลทำให้คนฟังรู้สึกสบายใจโดยไม่รู้ตัวหน้าร้านชายหนุ่มคนหนึ่งยืนมองอยู่พักใหญ่ก่อนจะเดินเข้ามา เขาแต่งตัวดีดูสะอาดสะอ้านยิ้มง่ายแบบคนอัธยาศัยดี“คุณลินดาใช่ไหมครับ” เสียงเขาสุภาพ ลินดาหันไปยิ้มรับ“ค่ะ มีอะไรให้ช่วยไหมคะ” ชายคนนั้นหัวเราะเบา ๆ เหมือนเกรงใจ“ผมอยากซื้อเสื้อผ้าให้แฟนครับแต่…ไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้เลย กลัวเลือกผิด” ลินดาหัวเราะนิด ๆ“เข้าใจเลยค่ะ ผู้ชายส่วนใหญ่ก็จะงง ๆ แบบนี้ งั้นเดี๋ยวฉันช่วยเลือกให้ก็ได้นะคะ” เธอเดินนำเขาไปที่ราวเสื้

  • เริ่มรักทรยศ   ตอนพิเศษที่ 1

    ห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์ในยามค่ำไม่ได้เงียบสงบเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว พื้นพรมสีอ่อนเต็มไปด้วยของเล่นที่ถูกทิ้งกระจัดกระจายรถของเล่นคันเล็ก ๆ หลายคันวางคว่ำอยู่ข้างโซฟา ตุ๊กตาผ้าถูกโยนไปคนละทิศ ส่วนบล็อกไม้ถูกต่อเป็นกองสูงอยู่กลางห้องและกำลังจะถูกทำลายธันวานั่งขัดสมาธิอยู่ตรงนั้นสีหน้าจริงจังอย่างกับกำลังทำงานสำคัญ มือเล็ก ๆ ค่อย ๆ วางบล็อกชิ้นสุดท้ายลงไปอย่างระมัดระวัง“ไม่ล้ม ๆ…” เขาพึมพำกับตัวเองเหมือนกำลังอ้อนวอนให้มันตั้งอยู่ได้ แต่พอเสร็จปุ๊บเด็กชายกลับยิ้มกว้างแล้วใช้มือปัดใส่ทันที“พัง!”บล็อกไม้กระจายออกเสียงหัวเราะใส ๆ ดังลั่นห้อง เขาหัวเราะจนตัวโยนเหมือนมันเป็นเรื่องที่สนุกที่สุดในโลกในครัวลินดายืนอยู่หน้าเตามือหนึ่งจับทัพพีค่อย ๆ คนซุปในหม้ออย่างช้า ๆ อีกมือวางประคองหน้าท้องตัวเองโดยอัตโนมัติ ท้องหกเดือนทำให้การเคลื่อนไหวของเธอช้าลงแต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยน เธอชะโงกหน้าออกมามองลูกแล้วเรียกเสียงนุ่ม“ธันวา อย่าวิ่งนะลูก เดี๋ยวล้ม”“ไม่ล้มมม!” เสียงตอบกลับมาทันทีพร้อมเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ที่วิ่งตึงตังไปทั่วบ้าน “ดื้อจริง ๆ เลยนะเรา” ลินดาส่ายหัวขำ ๆ เธอพึมพำเบา ๆ ก่อนจะ

  • เริ่มรักทรยศ   ตอนที่ 38 อบอุ่นโดยสมบูรณ์

    แสงแดดช่วงสายตกลงมาบนสนามหญ้ากว้างหลังคฤหาสน์อย่างอบอุ่น หญ้าสีเขียวสดถูกตัดเรียบร้อยแต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยของเล่นเด็กหลากสี ทั้งรถของเล่น ลูกบอล และตุ๊กตาตัวเล็ก ๆ ที่ถูกวางทิ้งไว้ตามพื้นเหมือนเจ้าของมันกำลังเล่นเพลินจนลืมเก็บเสียงหัวเราะใส ๆ ของเด็กชายตัวเล็กดังขึ้นเป็นระยะ ทำให้บรรยากาศทั้งสวนมีชีวิตชีวาอย่างประหลาดธันวาเด็กชายวัยสองขวบกำลังวิ่งอยู่กลางสนาม เขาถือรถของเล่นสีแดงไว้ในมือเล็ก ๆ แล้วทำเสียงประกอบเองอย่างตั้งอกตั้งใจ“บรื๊นนน! บรื๊นนน!” เด็กน้อยวิ่งวนไปวนมา ขาสั้น ๆ ก้าวเร็วอย่างไม่กลัวล้ม จนสุดท้ายเจ้ารถของเล่นก็พุ่งชนพุ่มไม้เล็ก ๆ ข้างสนามธันวาหยุดมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะคิกคักเหมือนมันเป็นเรื่องตลกที่สุดในโลก“ชนแล้ว!” เขาพูดเสียงใส แล้วหยิบรถขึ้นมาถือใหม่ ก่อนจะวิ่งต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ไกลจากตรงนั้นนักใต้ร่มไม้ใหญ่ มีโต๊ะไม้ตัวหนึ่งตั้งอยู่ อรนุชกับพิมดาวนั่งอยู่ตรงนั้น พร้อมถ้วยชาร้อนที่มีไอจาง ๆ ลอยขึ้นมา ทั้งสองคนกำลังมองเด็กน้อยที่วิ่งไปมาด้วยสายตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู“ดูสิคะ วิ่งไม่หยุดเลย ตั้งแต่เช้าแล้วนะนั่น” พิมดาวยกถ้วยชาขึ้นจิบเล็กน้อยก

  • เริ่มรักทรยศ   ตอนที่ 37 ลูกของเรา

    กลางคืนที่ชายแดนเงียบกว่าที่คิด ลมแห้ง ๆ พัดผ่านทุ่งโล่งจนฝุ่นบาง ๆ ลอยคลุ้งไปตามพื้นดินรถตู้สีหม่นคันหนึ่งค่อย ๆ ชะลอแล้วจอดลงตรงพื้นที่รกร้างที่มีเพียงหลอดไฟดวงเดียวส่องแสงสลัวประตูรถถูกเปิดออกอย่างแรง ก่อนที่การ์ดร่างใหญ่สองคนจะกระชากตัวคนด้านในลงมาอย่างไม่ปรานีร่างของคิรินกระแทกพื้นก่อน เขาเซถอยหลังสองก้าว ส่วนภาวีก็ถูกผลักตามลงมา เสื้อผ้าที่เคยดูดีตอนอยู่ในเมืองตอนนี้ยับยู่ยี่และเต็มไปด้วยฝุ่นภาวีมองไปรอบ ๆ อย่างตื่นตระหนก ดวงตาเบิกกว้าง เสียงของเธอสั่นเล็กน้อยแต่ยังพยายามข่มให้ดูแข็ง“นี่มันที่ไหน! พวกแกพาฉันมาที่ไหน!”ชายร่างใหญ่ที่ยืนสูบบุหรี่พ่นควันออกมาช้า ๆ ก่อนหัวเราะหึเบา ๆ เขามองทั้งสองคนตั้งแต่หัวจรดเท้าเหมือนกำลังประเมินสินค้า“ที่ที่พวกเธอควรอยู่” เขาพูดเรียบ ๆ น้ำเสียงเย็นเฉียบ คิรินกัดฟัน เขาพยายามสะบัดแขนที่ถูกจับไว้“พวกแกไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้กับฉัน!” เสียงของเขาแข็งกร้าวเหมือนยังคิดว่าตัวเองมีอำนาจเหมือนเดิมแต่คำพูดยังไม่ทันจบหมัดหนักก็พุ่งเข้ามากระแทกท้องเขาเต็มแรงผัวะ!คิรินงอตัวทันทีลมหายใจสะดุด เขาทรุดเข่าลงกับพื้น มือกุมท้องแน่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ

  • เริ่มรักทรยศ   ตอนที่ 36 เพราะนี่คือครอบครัว

    เช้าวันนั้นในคฤหาสน์ของตระกูลธาม บรรยากาศดูวุ่นวายผิดปกติเล็กน้อย คนรับใช้หลายคนกระซิบกระซาบกันอยู่ตามมุมบ้าน เพราะมีข่าวหนึ่งที่เพิ่งแพร่ไปทั่วบ้านตั้งแต่เช้าธาม…รับลินดากลับมาอยู่ที่คฤหาสน์อีกครั้งแม่บ้านสองคนที่กำลังจัดดอกไม้ในห้องโถงยังอดกระซิบกันไม่ได้“จริงเหรอคะเนี่ยคุณลินดากลับมาอยู่ที่นี่อีก” อีกคนส่ายหน้าเบา ๆ“ฉันก็เพิ่งเห็นเหมือนกัน เมื่อเช้ารถเธอเข้ามาจอดหน้าบ้านเลย” เสียงซุบซิบเหล่านั้นลอยไปทั่วบ้านในขณะเดียวกันภายในห้องนอนลินดากำลังยืนอยู่กลางห้อง เธอมองไปรอบ ๆ อย่างช้า ๆ สายตาไล่ผ่านเตียง โต๊ะเครื่องแป้ง และตู้เสื้อผ้าที่เคยเป็นของเธอทุกอย่างมันเหมือนเดิมแทบทุกอย่างลินดาค่อย ๆ เดินไปแตะพนักเตียงเบา ๆ ก่อนจะยิ้มมุมปาก รอยยิ้มของเธอเต็มไปด้วยความพอใจ“สุดท้าย…” เธอพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง“ก็ได้กลับมาอีกครั้ง”ภายในคอนโดหรูใจกลางเมือง ข่าวที่ลินดากลับเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์ไม่นานก็ไปถึงหูของคนสองคนคิริน…ภาวีพวกเขานั่งอยู่ในคอนโดของตัวเอง สีหน้าหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด มือถือที่ถืออยู่แทบจะถูกบีบจนงอ“ไอ้ธามมันคิดอะไรอยู่กันแน่วะ!” เขาพูดเสียงหงุดหงิดภาวีที่กำลังนั่งไขว่ห้

  • เริ่มรักทรยศ   ตอนที่ 35 เปิดใจ

    ช่วงเย็นของวันนั้น บรรยากาศหน้าบ้านค่อนข้างเงียบ ถนนในซอยมีรถผ่านเป็นระยะลมเย็นพัดต้นไม้หน้าบ้านให้ไหวเบา ๆ พิมดาวที่กำลังเก็บผ้าจากราวอยู่หน้าบ้านหันไปมองถนนอีกครั้ง เพราะเธอสังเกตเห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่ตรงหน้าบ้านมานานพอสมควรแล้วตอนแรกเธอคิดว่าอาจเป็นรถของเพื่อนบ้าน แต่พอมองดี ๆ รถคันนั้นก็ยังไม่ขยับไปไหน แถมกระจกหน้ารถสะท้อนแสงจนพอจะเห็นเงาคนข้างในนั่งนิ่งอยู่พิมดาวขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเดินไปที่ประตูรั้ว แล้วเปิดออกช้า ๆ พอเธอเดินออกมาที่หน้าบ้านจริง ๆ ภาพที่เห็นก็ทำให้เธอหยุดเดินทันทีธามนั่งอยู่หลังพวงมาลัย เขานั่งนิ่งเหมือนคนที่กำลังคิดอะไรบางอย่างหนักมาก สายตาของเขามองขึ้นไปที่หน้าต่างชั้นสองของบ้านอย่างเหม่อลอยพิมดาวนิ่งไปครู่หนึ่งเธอไม่คิดว่าจะเห็นเขาที่นี่หลังจากเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นแต่เมื่อมองดูสีหน้าของเขาชัด ๆ ความรู้สึกโกรธที่เคยมีในใจกลับเบาลงเล็กน้อย เพราะใบหน้าของธามตอนนี้ไม่ได้แข็งกร้าวเหมือนวันนั้นเลยมันดูเหนื่อยล้า…และเสียใจอย่างเห็นได้ชัดก๊อก ก๊อก ก๊อกพิมดาวเดินเข้าไปใกล้รถช้า ๆ ก่อนจะยกมือเคาะกระจกเบา ๆ“คุณธาม”ธามสะดุ้งเล็กน้อยเหมือนเพิ่งหลุดจากความคิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status