LOGINแต่ฉันก็ไม่เปลี่ยนชุด…ขี่จักรยานคันเล็กลัดเลาะมาทางหลังบ้าน ค่อยๆ ขี่ไปตามถนนดิน โอบขนานไปด้วยป่าต้นอ้อชูดอกสีขาวพลิ้วไสวทอดยาวมาถึงจุดหมายที่ลุงจอห์นบอกว่าอยู่ในเส้นทางนี้แล้วก็มาถึงในที่สุด…ฉันจอดรถจักรยานทิ้งเอาไว้ข้างรั้วซึ่งมั่นใจว่าคงมาไม่ผิดแน่ ยืนยันด้วยกลิ่นอายเฉพาะตัวของคอกม้าและกลิ่นไม้เก่าผสมกลิ่นหญ้ากลิ่นฟางโชยมาแตะจมูก“ว้าว… ม้า… ตัวใหญ่มาก… ”ฉันจ้องมองไปยังคอกม้า…รู้สึกตื่นเต้นกับความใหญ่โตของม้าตัวนี้ สมชื่อม้าไชร์ (Shire Horse) ที่เสี่ยช้างสามีของฉันเคยบอกว่ามันเป็นสายพันธุ์ม้าที่ตัวใหญ่และแข็งแกร่งที่สุดในโลกฉันเดินเข้ามาใกล้คอกม้า…ใกล้มากจนได้ยินเสียงของลมหายใจฟืดฟาดคลอไปกับเสียงเคี้ยวหญ้าแห้งอย่างเพลิดเพลิน“สวยจัง… ตัวใหญ่มาก”ฉันคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพเบื้องหน้าเอาไว้ สะดุดตากับภาพของม้าสองตัวยืนสงบนิ่งอยู่ในคอกไม้ใกล้ๆ กันนี่คือครั้งแรกในชีวิต ที่ฉันมีโอกาสได้มายืนใกล้ชิดสัตว์ใหญ่อย่างม้า“เฮ้… สวัสดีจ้ะเพื่อน”ฉันส่งเสียงทักทายผูกมิตร…เจ้ามาได้ยินก็เงยหน้าขึ้นมองฉัน มันคงแปลกกลิ่น“เฮ้… นายคงไม่กัดฉันนะ… ”ฉันรู้สึกถูกชะตากับม้า…เราสบตากัน
“ลุงจอห์นเคยเป็นครูสอนขี่ม้ามาก่อน” เสี่ยช้างรู้ว่าฉันอยากขี่ม้า… จึงหาเรื่องที่อยู่ในความสนใจของฉันมาล่อ “ว้าว… หนูอยากลองขี่ม้าค่ะ… ยากไหมคะ ว่าแต่จะโดนม้าดีดไหมคะ… ” ประโยคนี้ที่ฉันเอ่ยออกมาทำให้มีเสียงหัวเราะตามมา “ไม่หรอกครับ ฝึกได้ไม่ยากครับ… แต่จะต้องสร้างความคุ้นเคยกับม้าก่อน” ลุงจอห์นว่า… “งั้นฝากลุงจอห์นช่วยสอนคุณนายขี่ม้าด้วยนะ… ” เสี่ยช้างสั่งไว้เพราะรู้ว่าฉันอยากลองขี่ม้าจริงๆ… “ได้เลยครับนาย… ”ลุงจอห์นรับปาก “แต่ระวังเรื่องความปลอดภัยด้วยนะ… ” ไม่วายที่สามีจะเป็นห่วงฉัน “ไม่ต้องห่วงครับนาย ผมรับรองว่าจะดูแลคุณนายอย่างดี… ” ลุงจอห์นรีบรับปาก… ฉันกวาดสายตาจากแผงอกกว้างลงมาที่ช่วงล่างของเขา สะดุดตากับเป้ากางเกงและสะโพกแน่นรับกับต้นขา ก้นตึงเต็มอยู่ในกางเกงยีนส์สีซีดขาดรุ่ยตรงเข่า ดูเข้ากันกับผ้าขาวม้าผูกคาดเอวไว้อย่างหลวมๆ..... “เบียร์สักกระป๋องไหมที่รัก… ” เสี่ยช้างชวนฉันดื่มพลางเหลือบมองไปยังลังน้ำแข็งแช่เบียร์ที่เตรียมม
“ก็เสี่ยช้างบอกป้า… เมื่อเดือนก่อนเสี่ยช้างถามป้าไม่คิดจะมีผัวใหม่บ้างหรือ ถ้าสนใจเขาจะแนะนำลุงจอห์นให้ แกเป็นม่ายมาหลายปีแล้ว เสี่ยว่าถ้าป้าสนใจก็จะให้ย้ายมาเป็นแม่บ้านดูแลคนงานในไร่วังน้ำเขียวกับลุงจอห์น… ” “แล้วป้าตอบว่ายังไง… ” “ไม่เอา… ก็ตอนนั้นป้ายังไม่เคยเห็นลุงจอห์นนี่นา” ป้าแจ่มตอบเขินๆ… “ป้าพลาดของดีไปแล้ว… ” ฉันแซว… “เสียดายเนาะ… ” “งั้นป้าก็จีบต่อสิ… ไหนๆ ก็มาเจอกันแล้วนี่นา” “อุ๊ย… อาจจะเป็นแค่ความคิดของเสี่ยช้างที่อยากให้ป้ามีผัวใหม่ แต่ลุงจอห์นอาจจะไม่รู้อะไรด้วย… ลุงจอห์นอาจจะไม่ชอบป้า… ” “งั้นการมาครั้งนี้ก็เป็นโอกาสดีที่ป้าจะได้ทำความรู้จักกับลุงจอห์น… ” “ไม่ดีกว่า… ป้าแก่แล้วจ้ะ อยู่คนเดียวก็สบายดี” ป้าแจ่มตอบ… จากนั้นเสี่ยช้างกับลุงจอห์นก็พากันเดินมาตรงที่เรากำลังนั่งเม้าท์กันไปตามประสาผู้หญิง “ลุงจอห์น… นี่คุณพลอยเมียฉัน” ลุงแผนแนะนำฉัน…โดยหารู้ไม่ว่าฉันแอบตะลึงในความหล่อล่ำสะดุดตาของลุงจอห์น “สวัสดีครับคุณนาย… ”
“ชอบค่ะ… ”ฉันหันกลับมาแนบแก้มคลอเคลียกับจมูกของเขา“ได้เปลี่ยนที่เปลี่ยนบรรยากาศแล้วรู้สึกมีอารมณ์”เสี่ยช้างกล่าวทำเอาฉันเขิน ป้าแจ่มก็ยังอยู่ข้างหลัง“อุ๊ย… พูดอะไรไม่อายป้าแจ่ม”ฉันตีแขนเสี่ยช้างเสียงดังเพียะ“ไม่ต้องเขินหรอกค่ะคุณนาย… อิอิ… ”ป้าแจ่มรีบหันไปชมนกชมไม้…ก่อนจะเดินไปที่รถ เมื่อเหลือบไปเห็นคนงานชายสองคนเข้ามาช่วยขนสัมภาระที่ท้ายรถกระบะคันใหญ่จอดไว้หน้าบ้านไม้ชั้นเดียวหลังใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินหญ้าโอบล้อมไว้ด้วยไร่ข้าวโพดทอดยาวไปถึงชายเขาด้านหลังในเวลาต่อมา…“สวัสดีครับนาย… ” ฉันได้ยินเสียงคนงานกล่าวทักทายเสี่ยช้าง กำลังนั่งพุงพลุ้ยจิบเบียร์เย็นฉ่ำอยู่ที่ม้านั่งหน้าบ้านอย่างอารมณ์ดี “เป็นไงบ้างลุงจอห์น… ” ได้ยินเสียงเสี่ยช้างและชื่อของชายที่ถูกเรียกขาน ทำให้ฉันต้องเดินออกมามอง เพราะเคยได้ยินชื่อนี้มานานแต่ไม่เคยเห็นหน้าสักครั้ง จึงอยากรู้ว่าชายคนนี้หน้าตาเป็นยังไง “ครับ… งานที่นายสั่งไว้เรียบร้อยดีครับ” ลุงจอห์นเดินมาใกล้เสี่ยช้าง… “นั่งก่อน… ” เสี่ยช้างผายมือเชื้อเชิญหัวหน้าคนงาน “ขอบคุณครั
เมื่อนึกถึงไร่ข้าวโพดที่ไหนก็คงหนีไม่พ้นบรรยากาศของแสงแดดและความร้อนอบอ้าวที่ฉันจินตนาการเอาไว้ล่วงหน้าอีกครู่ใหญ่ๆ ต่อมา…“โน่นไง… ถึงแล้ว… ”เสี่ยช้างกล่าว…ทันทีที่รถจอดสนิท ฉันเปิดประตูออก กระแสลมเย็นพัดผ่านเข้ามาปะทะใบหน้าวูบหนึ่ง พากลิ่นไอดินและกลิ่นหญ้าเขียวขจีเข้ามาทักทาย“ว้าว… บรรยากาศดีจริงๆ ด้วยค่ะ… ”ฉันก้าวลงจากรถ แล้วภาพที่ปรากฏสู่สายตาก็ทำให้ต้องชะงักอยู่กับที่“อู้ว… ทุ่งหญ้าสวยมากค่ะ”ฉันทอดสายตามองไปเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก…ตรงหน้าของฉันไม่ใช่ความแห้งแล้งอย่างที่คิดเอาไว้ หากแต่เป็นทุ่งหญ้าสีเขียวขจีอันกว้างใหญ่ไพศาลสุดตา“ว้าว… สวยจริงๆ ด้วยค่ะคุณนาย”ป้าแจ่มก้าวลงจากรถแล้วเดินตามหลังมา ยืดอกสูดโอโซนที่ไม่ได้เจอมานาน อันที่จริงบ้านที่สุพรรณบุรีก็อากาศดี แต่ไม่เท่าวังน้ำเขียวแห่งนี้“สวยเหมือนสวิตเซอร์แลนด์เลยค่ะ… ”ฉันทอดสายตามองไปยังไร่ข้าวโพดสุดกว้างขวาง ต้นเรียงแถวตรงเป็นระเบียบ บ้างก็สลับสล้างลงไปตามแนวลอนของเนินเขาต่ำบ้างสูงบ้าง“ทางนี้ข้าวโพดยังอ่อน แต่ด้านโน้นใกล้จะเก็บเกี่ยวได้ในอีกสองสามวัน”เสี่ยช้างเดินตามมา…ชี้ชวนให้ดูผลผล
เขาบรรยายภาพของไร่ข้าวโพดที่ซื้อเอาไว้ ฉันฟังแล้วรู้สึกสนใจกับคำว่าขี่ม้าและน้ำตกขึ้นมาทันที“อุ๊ย… มีน้ำตกด้วย และมีม้าให้ขี่ด้วยหรือคะ… ”ฉันรีบถาม…“ใช่… ที่ฉันซื้อไว้คือม้าไชร์ (Shire Horse) เป็นสายพันธุ์ม้าที่ตัวใหญ่และแข็งแกร่งที่สุดในโลก”เสี่ยช้างพยายามหาอะไรมา“อู้ว… น่าสนใจ แล้วตัวใหญ่มากไหมคะ”ที่ผ่านมาฉันเคยได้ยินเขาพูดเรื่องม้า แต่ก็ไม่ได้สนใจ“ตัวใหญ่มากและแข็งแรงมาก ไม่รู้ว่าเธอเคยเห็นม้าไชร์หรือเปล่า… ”“ไม่เคยค่ะ… ”ฉันส่ายหน้า…“เป็นม้าที่สวยงามและทรงพลังมาก มีจุดเด่นคือขนยาวปกคลุมบริเวณข้อเท้าและมีนิสัยอ่อนโยน… ”“อยากเห็นค่ะ… ”“เธอจะได้เห็น… ”“หนูอยากลองขี่ม้า… ”“เธอจะได้ขี่… ”“จริงนะคะ… ”“จริงสิ… จะโกหกทำไม งั้นตกลงว่าเธอจะไปไร่ข้าวโพดที่วังน้ำเขียวกับฉันแล้วใช่ไหม… ”“ค่ะ… ” อีกสามวันต่อมา…เมื่อถึงวันเดินทาง ครั้งนี้เสี่ยช้างทำหน้าที่เป็นโชว์เฟอร์ขับรถมาเองเพราะเพิ่งถอยรถฟอร์ดป้ายแดงมาหมาดๆจึงอยากทดสอบสมรรถนะของรถและสุขภาพร่างกายของตัวเองไปพร้อมกับการเดินทางไกลในครั้งนี้ ซึ่งปกติจะมีลุงพวนเป็นคนขับรถตู้พามาไร่แห่งนี้“ใกล้จะถึงแล้ว… ”หลังจากรถยนต์เคลื่อน
ในเวลาต่อมาตอนใกล้ค่ำ ลุงแก้วออกมารดน้ำต้นไม้อยู่ที่สวนหลังบ้าน ใกล้ๆ กับห้องเล็กๆ ที่คุณนายมยุรีมักจะเข้ามาเก็บตัวอยู่ในนั้นคุณนายมยุรีบอกกับทุกคนว่าสาเหตุที่หล่อนต้องเข้ามาอยู่ในที่เงียบๆ เพราะต้องการนั่งสมาธิอยากสงบจิตใจอยู่ภายในห้องที่มีรูปและโกศกระดูกของสามีอยู่ใกล้ๆ ราวกับว่าเขายังไม่จากไป
ดวงตาที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตาวิบวับหลับพริ้ม ใบหน้างามเชิดแหงน เม้มริมฝีปากแน่นรับความรู้สึกหนึบชารุมล้อมเข้ามารอบๆ ปากรูที่ห่างหายไปจากการโดนสอดใส่มานาน“ฮึ่บ… ”ลุงแก้วสอดแขนข้างหนึ่งช้อนแผ่นหลังคุณนายขึ้นมาโอบ มือที่เหลืออีกข้างบีบขยำเต้านมพร้อมกับโก่งเอวอัดแท่งเอ็นจมมิดสุดตอโคนอวบ เสียงดังซ่วบตามม
ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าคุณท่านเป็นประเภทมีรสนิยมชื่นชอบไม้ป่าเดียวกันหรืออย่างไร จึงสั่งให้ตนถอดเสื้อผ้าออกให้หมดเหมือนอยากเห็นอาวุธประจำกายของผู้ชายด้วยกัน“ใช่… เอ็งถอดเสื้อผ้าออกให้หมดไม่ต้องเหลือสักชิ้น”คำพูดของคุณท่านที่ได้ยินและดวงตาที่หรี่มองอย่างครุ่นคิดนั้นดูคล้ายกับคนโรคจิต ทำให้ลุงแก้วรู้สึ
ในเวลาต่อมา…เสียงรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อที่แล่นผ่านประตูรั้วอัลลอยด์สีทองอร่ามของบ้านหลังใหญ่เข้ามา ทำให้ลุงแก้วรีบชักสายตาออกมาจากภาพที่กำลังแอบดูอย่างแสนเสียดายรีบเดินดุ่มๆ อ้อมกลับมาที่หน้าบ้าน ก่อนที่ใครจะมาเห็นว่ากำลังแอบดูคุณนายช่วยตัวเอง“ไอ้โมกข์… ทำไมกลับมาเร็วจัง”ลุงแก้วพยายามควบคุมน้ำ







