ANMELDEN“ขนมอะไร?”
คุณปณิตาถามบุตรชายคนโต ที่กลับมาร่วมโต๊ะรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน ส่วนลูกชายคนเล็กบอกว่าจะไปค้างที่คอนโด ค้างบ่อยเหลือเกินนะ...สักวันจะต้องแอบย่องไปดูที่คอนโดสักที หนก่อนจับได้โป๊ะแตกไปที ไม่รู้ว่าจะแอบไปเลี้ยงเด็กอีกไหม? พ่อปพลตัวแสบ คิดถึงแล้วก็มองค้อนเผื่อไปยังบุตรชายคนโต ที่ดูจะยังไม่ได้คืบหน้าอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน คนเล็กยังได้เรื่องได้ราวเสียกว่าในเรื่องการไปตามผู้หญิงที่นางหมายปองไว้ให้ เอาหุ้นเข้าล่อ มันยังไม่ยอมทำเลยให้ตายเถอะ!
“ขนม...”
นึกอยู่ว่าแม่ค้าตัวน้อยบอกว่าขนมอะไร หลังอาหารคาว เขาก็เอาขนมหวานมาขึ้นโต๊ะให้มารดาได้ลองรับประทาน แบ่งแจกจ่ายพวกคนงาน หลังจากที่แบ่งไว้ให้มารดาได้ลองชิมและเผื่อให้น้องชายด้วย
“ขนมเรไรครับแม่”
“อุ๊ย...แม่เพิ่งเคยเห็น อืม...อร่อยนะ”
คุณปณิตามองขนมอีกถ้วย วันนี้ขนมหวานมาเสิร์ฟตรงหน้าถึงสามรายการ น้ำตาลขึ้นแน่ๆ นางมองขนมหวานที่หน้าตาน่ารับประทาน ชวนลองลิ้มให้ชิม ชิมเข้าไปก็หมดไปแล้วหนึ่งถ้วย บัวลอยไข่หวาน หอมกะทิอบควันเทียน มีหลากหลายสี และใส่มะพร้าวอ่อนนิ่มๆ แป้งนุ่มละลายในปาก ไม่หวานมากพอเหมาะ กินเพลิน จนอยากขออีกสักถ้วยแต่ก็เกรงใจตัวเอง หมอจะต้องดุนางแน่ๆ
“อันนี้อะไร?”
“น่าจะ...หยกมณีมั้งครับ”
“ไหนลองชิมหน่อย อุ๊ย...อร่อยอีกแล้ว ตาปริ้นซ์แกไปซื้อที่ไหนมาน่ะ อร่อยทุกอย่างเลย”
ชิมแล้วก็ให้ชม อิ่มมากจนกินไม่ไหวก็ยังตักกินเพลิน
“ซื้อที่ตลาดใหม่ของแม่ไงครับ แม่ค้าน่ารักมาก”
เขานึกถึงเด็กหญิงเรไรแล้วก็ยิ้มกว้าง มารดาสะดุดกับคำว่าน่ารัก เลยมองลูกชายตาเขียว
“ยังไงนะตาปริ้นซ์ แม่ค้าน่ารักมาก? แกชอบแม่ค้าขายขนมหวานเหรอ แหม...อย่านะยะ ลูกสะใภ้ฉันจะต้องไม่ใช่แม่ค้าขายขนมนะ แม่ให้ไปจีบน้องน้ำหนึ่งก็ไม่ไป ไม่เอาแล้วเหรอหุ้นน่ะ หะ...”
“โธ่...”
ปภพหัวเราะ นึกถึงแม่ค้าตัวน้อยที่เขาเอ่ยชมไป
“แม่ค้าเป็นเด็กครับแม่ อายุน่าจะรุ่นๆ หกเจ็ดขวบ ผมจีบไม่ได้ครับ รุ่นนั้น เข้าคุกแน่ๆ หึๆ”
“อ้าว...เรอะ”
คุณปณิตาหัวเราะ
“เอ่อ...เก่งนะยังเด็กแค่นั้น ขายเองเลยเหรอ”
“มากับพี่สาวน่ะครับ พี่สาวก็ตัวเล็กๆ”
คิ้วของเขาขมวดนิดๆ นึกถึง พี่สาว ของแม่ค้าตัวน้อย ที่แรกเจอกันแบบชวนประทับใจแปลกๆ เจ้าหล่อนตะครุบกบโชว์ แล้วก็เลิ่กลั่กลนลานพิกล แต่ก็ช่างเหอะ...คนเราเดี๋ยวนี้มีคนแปลกๆ เยอะ
“น่าจะอายุไม่เกินสิบห้า”
“แล้วไปงั้นแกไปอุดหนุนได้”
คุณปณิตาอนุญาต
“แม่ครับ...ผมไม่ได้ใจง่ายจีบไปทั่วเสียหน่อย”
เขาโอด เขาเองก็เพลินกับขนมของแม่ค้าเหมือนกันขนาดไม่ชอบกินของหวาน ซัดบัวลอยไปคนเดียวสองถ้วย ข้าวเย็นวันนี้เลยต้องงด ว่าจะไปเวทออกกำลังที่ห้องยิมอยู่เหมือนกัน
“ย่ะ แม่ให้ไปจีบแกก็ไม่ไปสักที ชักช้าลีลา โอ๊ย...หงุดหงิดรำคาญหัวใจ”
“ของหวานอีกสักถ้วยไหมครับ?”
เย้ามารดา ท่านมองค้อน
“ไม่เอาแล้ว แม่อิ่มจะขึ้นคอแล้วเนี่ย วันนี้กินเยอะมาก หมอตรวจมะรืนนี้ด้วย จะต้องบ่นแม่แน่ๆ กะทิเอย แป้งเอย น้ำตาลด้วย ฉ่ำๆ เลยละเย็นนี้ แต่อร่อยจริงนะพรุ่งนี้แกแวะไปอีกไหม ตาปริ้นซ์แม่ว่าบัวลอยเขาอร่อย แกซื้อมาให้หน่อยสิ แวะเอาไปให้บ้านคุณป้าสุด้วยเลย”
ปรายตามองลูกชาย ที่ไม่รุกคืบสักที จนต้องไกด์บอกทางให้
“ได้สิครับ ผมจะได้ไปเจอน้องน้ำหนึ่งของแม่ด้วย ว่าแต่แม่แอบช่วยผมแบบนี้ นายปายจะโวยเอานะครับ”
“ไม่ได้ช่วยแก แค่ดันให้แกน่ะ ไปรู้จักมักจี่กับเขาบ้าง น้องแกมันพุ่งไปไกลแล้ว เห็นว่ามะรืนก็จะนัดน้องไปกินข้าว”
“งั้นผมก็ต้องเร่งทำคะแนนละ ยังไงหุ้นก็ต้องเป็นของผมครับ”
“ขอให้จริง”
มองหน้าลูกชาย ค้อนให้อีกหน รู้นิสัยพ่อเจ้าประคุณดีหรอก ว่าถ้าชอบถ้าอยากได้จริงๆ ไม่มีอะไรพ้นมือปภพไปได้แน่ๆ ด้วยนิสัยเป็นคนมุ่งมั่น เอาจริงเอาจังกับทุกสิ่ง การที่นางปล่อยให้ปภพได้ทำโครงการใหญ่ๆ แทนที่คุณพลบิดาที่เสียไปนั้น เพราะนิสัยข้อนี้นั่นแหละ ส่วนคนน้องความเก่งกาจรอบด้านยังไม่เท่าพี่ชาย เพราะประสบการณ์ทำงานของปภพเหนือกว่า มีคอนเนกชันดีกว่ามาก เพื่อนฝูงของ
ปภพแต่ละคนอยู่ในแวดวงธุรกิจหลากหลาย ปรึกษาเอื้อประโยชน์ และช่วยเหลือกันได้
“แม่ให้เลขากับทนายเตรียมเอกสารให้ผมได้เลยครับ นายปภพ วัชระโชติจะต้องได้หุ้นใหญ่มาครองครับผม”
คุณปณิตาได้แค่กลอกตา แล้วตอบสั้นๆ ว่าย่ะ...ฉันจะรอ เขาคุยกับท่านจนท่านอิ่มแล้ว ก็ปลีกตัวไปออกกำลังเวทในห้องยิม ที่มีเครื่องออกกำลังกายพร้อมสรรพ เขาสร้างไว้ใช้กับน้องชาย จะได้มีที่ออกกำลังส่วนตัว
วิ่งลู่ กับ เวทเทรนนิ่งพอได้เหงื่อ ชายหนุ่มก็เดินกลับไปยังห้องส่วนตัว อาบน้ำเสร็จแล้วเรียบร้อย เปลี่ยนเป็นชุดนอน คือกางเกงผ้านิ่มขายาวตัวเดียว ก็มานอนเขลง ดูงานในไลน์ที่วรวงศ์ส่งมาให้ ตอนนี้ห้าทุ่มแล้ว เลขาคนเก่งของเขายังทำงาน ดูจากเวลาที่ไลน์ส่งมา สายตาสะดุดที่แชตที่เขาคุยกับเจ๊เปรี้ยว เรื่องให้ตามน้องเจนนี่ให้เขา มีแต่ข้อความล่าสุด...
ย้ำไปอีกสักรอบก็แล้วกันว่าเขาอยากเจอน้องจริงๆ
เพิ่มค่าตัวให้เป็นสามหมื่น...
เขาพิมพ์ไปแบบนั้น ดูสิว่าเจ๊เปรี้ยวจะหาตัวน้องมาให้เขาได้ชำระความได้ไหม
แน่ใจว่าโดนเด็กมันต้ม เสียเกือบแสน จะต้องได้จับแขนสิน่า...และจะต้องได้จับมากกว่าแขนด้วย คอยดูเถอะ ถ้าเจอตัวจะสั่งสอนให้หลาบจำหลายๆ ท่า ยัยตัวแสบ
“แกจะไปเที่ยวเหรอ?”
“อื้อ เฮียชวนไปฮ่องกง ไปไหว้พระขอพร ฉันกะจะแอบขอลูกด้วย”
คำพูดของเพื่อนรัก ทำให้เสน่ห์จันทร์ขมวดคิ้ว
สองสาววันนี้เตรียมของไปขายกันที่บ้านของเสน่ห์จันทร์ แล้วเอาทุกอย่างขึ้นรถกระบะของนิสาไปที่ตลาดใหม่ พอนิสาไม่อยู่แบบนี้ เสน่ห์จันทร์ก็ต้องใช้ซาเล้งไปขายของเพราะเธอขับรถยนต์ไม่เป็น
“ขอลูก แกอายุเท่าไหร่อยากมีลูกแล้วเหรอ?”
“มีแล้วเฮียจะได้แบบ...ก็รู้แหละว่าเฮียไม่หยุดที่ฉันหรอก แต่ฉันแค่อยากมีลูกกับเฮีย เอาไว้เป็นตัวแทนความรัก แก...อย่ามองแบบนั้นสิ รู้ว่ามันงี่เง่า แต่รักไปแล้วนี่ทำไงได้”
“ยัยเจี๊ยบ”
เธอไม่ได้รู้เรื่องความรักอะไรแบบนั้นหรอก รู้แต่รักครอบครัวพี่น้อง แค่นี้ก็เหนื่อยแล้วกับการต้องรับผิดชอบ ถ้าให้เสน่ห์จันทร์ไปรักใครไม่ไหวตอนนี้ เวลาส่วนตัวไม่มี เวลาจะรักใครก็ไม่มี สมองเต็มไปด้วยคำว่าน้องๆ อนาคตของทองเอกไปจนถึงหยกมณี เจ้าตัวจิ๋วที่วันนี้ยายสมพรอุ้มไปเลี้ยงเล่น เพื่อให้พี่สาวได้เตรียมของ ถึงเวลาไปตลาดคือสามโมงเย็นไปเตรียมขาย เรไรนั่งมอเตอร์ไซค์ตามไปตอนหลังเลิกเรียน เธอผูกวินไว้ประจำให้ไปส่งน้อง เวลานั้นดาวล้อมเดือนจะกลับมารับเจ้าจิ๋วจากยายสมพร ไปดูแลต่อ และทำงานบ้าน
“ทำไมทำเสียงแบบนั้นอะ”
นิสาถอนใจ แอบรู้สึกแปลบจนน้ำตาคลอนิดๆ แต่กลั้นมันไว้ได้ทัน พลางยิ้มสดใสส่งให้เพื่อน
“แกจะต้องดีใจถ้าฉันมีลูกนะ จะเอามาให้เจ้าเดือนช่วยเลี้ยง น้องสาวแกเลี้ยงเด็กเก่ง ให้เฮียจ้างเดือนละสองหมื่นไปเลย น้องจะได้มีรายได้”
“คิดดีๆ นะเจี๊ยบ ชีวิตทั้งชีวิต”
เสน่ห์จันทร์ผู้ที่พบเห็นอะไรแบบนี้มาตลอดชีวิตของเธอเอ่ยเตือนเพื่อน มารดาของเธอก็เป็นอีกคน ที่ใช้สิ่งนี้ผูกมัดผู้ชาย เธอไม่อยากเห็นนิสาลงเอยแบบนั้น
“แม่ของฉันก็ทำแบบนี้ ใช้ลูกเป็นตัวแทน ขอโทษที่ต้องพูดตรงๆ แกอยากมีลูกเพราะอยากให้เฮียรักแกใช่ไหมล่ะ? เจี๊ยบ”
“ก็อะไรแบบนั้น”
นิสาเม้มปากนิดๆ เพื่อนว่าก็เจ็บแปลบ แต่มันก็คือความจริง ในบรรดาเมียๆ ของเฮียไม่มีใครท้องสักคน เฮียป้องกันตัวเองดีมาก มีข่าวลือด้วยซ้ำว่าเฮียไปทำหมัน เพราะเกรงว่าจะมีเมียสักคนหนึ่งจับเฮียแล้วมีลูกขึ้นมา มันจะลำบาก
“อย่าเลยแก ดูฉัน ดูน้องๆ สิ ถ้าแกทำแบบนี้แล้ว เขาไม่รักยังไงเขาก็เลิก ต่อให้รับผิดชอบก็เถอะ ต่อให้ส่งเงินทองก็เถอะ แกคิดถึงเด็กสิ เด็กเขาไม่ได้ร้องขอมาเกิดเพื่อกลายเป็นเด็กไม่มีพ่อในที่สุดหรอกนะ”
“แกพูดเจ็บมาก แต่ก็ตรงมาก”
นิสาถอนใจ พลางยิ้มสดใสเหมือนเดิม
“โอเค...เลิกไปคิดขอลูก ขอผัวใหม่ดีกว่า”
“อ้าว...”
เสน่ห์จันทร์ถึงกับอ้าปากหวอ นิสาตรงมากอดเพื่อนรักแน่ๆ
“ขอบใจมากนะยัยจ้อยที่เตือนสติ ฉันก็ไม่อยากลงเอยแบบนั้นเหมือนกัน ตอนนี้พอมาทำมาหากินเองได้ ฉันรู้สึกภูมิใจกับเงินพันของฉัน มากกว่าเงินแสนที่เฮียเปย์เสียอีก ผู้หญิงที่มีค่า คือผู้หญิงที่มีรายได้ของตัวเอง เฮียทิ้งตอนนี้ ฉันก็ยังมีรายได้ แล้วนอกเหนือจากนั้น ฉันมีแก มีน้องๆ ของแกคอยซัปพอร์ต ชีวิตมันดีมาก”
“แก...”
เสน่ห์จันทร์ผู้ที่ไม่ค่อยให้ใครเห็นน้ำตา พอเพื่อนพูดแบบนั้นก็ตื้นตันจนน้ำตาแตก
“อย่าพูดแบบนี้ ฮือๆ จะร้องไห้”
“เออ ร้องไห้บ้างก็ได้นะจ้อย เราอะเป็นผู้หญิงนะ เป็นเพศอ่อนแอ แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่าพวกเราโคตรแข็งแกร่ง แกอะเป็นคนแข็งแกร่งมากนะจ้อย ดูสิเลี้ยงน้องได้ตั้งเจ็ดคน ไม่แกร่งได้ยังไง”
เสน่ห์จันทร์ร้องไห้โฮ สองสาวกอดกันต่างพากันร้องไห้ บางทีชีวิตมันก็หนักหนา ยิ่งไม่มีร่มโพธิ์ร่มไทร อย่างบุพการี คอยนำชีวิต ก็เหมือนเรือลำน้อยประคองไปในพายุทะเล แต่ก็อย่างว่าไม่มีใครเลือกเกิดได้ แต่เลือกที่จะเป็นและดำเนินชีวิตไปตามวิถีที่ดีได้
นิสามาขายของส่งท้าย บอกกับเพื่อนว่าพรุ่งนี้จะบินไปฮ่องกงแล้ว พูดหยอกๆ ว่าอาจจะติดต่อไม่ได้สักอาทิตย์หนึ่ง เพราะอยากจะหวานกับเฮียมากๆ หนีเพื่อนไปหาผัว ไม่ต้องห่วงกัน
เสน่ห์จันทร์หัวเราะ บอกว่ายังไงก็ไม่กวนหรอก
อาจจะเป็นลาง...เพราะเย็นวันนั้นหลังจากนิสาไปกับเฮียแล้ว ก็เกิดเหตุร้ายขึ้นกับครอบครัวของเสน่ห์จันทร์ ยามที่เธอต้องการเพื่อนสาวอย่างที่สุด
เสน่ห์จันทร์เรียนไม่จบจนได้เพราะเธอท้องตอนเรียนปี 2 เลยต้องดร็อปเรียนไว้ก่อ สามีของเธอบางทีก็ขี้หึงเกินไป ไม่ชอบหนุ่มๆ ที่มาวนเวียนใกล้จ้อยของเขา ไม่ต้องเรียนจบก็ได้เพราะประสบการณ์ชีวิตน้องเยอะแล้ว เขานี่แหละจะเป็นครูในชีวิตจริงให้เธอคุณปณิตาไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะอยากให้สะใภ้เรียนต่อยอด ปภพบอกว่างั้นเขาจะเรียนด้วยพร้อมกับเธอ เอากับพ่อสิ หวงเมียเบอร์หนึ่งเลยพ่อคนนี้ และพอเสน่ห์จันทร์คลอดงานแต่งก็ถูกจัดขึ้นตามที่ได้สัญญากับเธอไว้ ว่าจะจัดงานให้เขาก็ทำให้เธอจริงๆ ในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้ง การเปิดตัวของเจ้าสาวของปภพ ลูกสะใภ้คนแรกของคุณปณิตากับสังคม ไม่มีใครดูแคลน มีแต่คนชื่นชมเมื่อรู้ประวัติความเป็นมาของเธอและครอบครัว ส่วนมากทึ่งในความเป็นคนเก่ง มีความรับผิดชอบ และความรักในครอบครัวของเสน่ห์จันทร์เสน่ห์จันทร์ได้ลูกสาวน่ารักน่าฟัด คือ เด็กหญิงจรัสจันทร์ หรือ ณจันทร์ อีกสี่ปีต่อมาก็คลอดเด็กหญิงจรัสดารินทร์ หรือ ณดาว เธอกับปภพแยกบ้านไปอยู่อีกหลังหนึ่งอยู่ในบริเวณรั้วเดียวกับบ้านใหญ่ ส่วนปพลนั้นก็กลับไปคืนดีกับทยิดาที่มีลูกสาวคือ นะนาย ที่ซ่อนแอบไว้ ความจริงปรากฏว่าเธอไม่ได้ทำลายเ
บ้านเจนธรรมดีถูกสร้างใหม่จนเรียบร้อย ครอบครัวของเสน่ห์จันทร์ทั้งแปดคนและนิสา กลับไปยังบ้านหลังเดิมอีกครั้ง และอย่างที่ปภพสัญญาทุกคนจะได้ห้องส่วนตัว...ต้องเรียกว่าตึกมากกว่าบ้าน เพราะมีความสูงถึงห้าชั้นและมีชั้นดาดฟ้า ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เด็กๆ ดีใจมากๆ กับบ้านหลังใหม่ นิสาเองตอนนี้มาอยู่กับเพื่อนเกือบจะถาวรแล้วเพราะไม่ได้กลับบ้านของตัวเองเลย ก็มีห้องของตัวเองด้วยที่บ้านหลังนี้ห้องของเสน่ห์จันทร์ มีข้าวของของปภพไปอยู่ในนั้นด้วย อย่างเป็นเจ้าของห้องอีกคน เหมือนกับที่คอนโดของเขา และ...ห้องของเขาที่บ้านด้วยเขาพาเสน่ห์จันทร์ไปนอนค้างที่บ้านมารดาทุกศุกร์-เสาร์ก่อน รอให้น้องเรียนมหาวิทยาลัยค่อยขยับเป็นมานอนทุกวันให้กลับบ้านเสาร์-อาทิตย์ และมารดาให้พื้นที่ว่างที่ตอนนี้ใช้เป็นพื้นที่สวน ให้เขาปลูกบ้านเพื่อจะเป็นเรือนหอในอนาคต คุณ ปณิตาตอนแรกก็วางท่ากับว่าที่สะใภ้สาวน้อย หลังๆ มาท่านก็แพ้กับความน่ารักของเสน่ห์จันทร์ แพ้เสน่ห์ปลายจวักของเธอด้วย ถ้าวันไหนอยู่นอนค้างที่บ้านวัชระโชติ วันนั้นเธอก็จะรับหน้าที่แม่ครัวทำอาหารขึ้นโต๊ะเอง ปพลเองก็ชอบฝีมือของเสน่ห์จันทร์มากเช่นกัน และนึ
“ตาปริ้นซ์กับเด็กนั่น แกคบกับเขามากี่เดือนแล้ว” มารดาถามขึ้น ท่านสั่งให้เขามานั่งคุยในห้องนอน เพื่อจะได้เป็นส่วนตัว ปพลขยิบตาให้กับพี่ชายเมื่อเขาเดินตามท่านขึ้นมายังชั้นสอง พร้อมกับชูนิ้วสองนิ้วบอกใบ้ว่าสู้ตายนะครับพี่“ห้าหกเดือนแล้วครับ”“แม่คงไม่ต้องถามล่ะมั้งว่า...เรากับเขาถึงขั้นไหนกันแล้ว”ท่านทำสีหน้ารู้ทัน ขณะที่ชายหนุ่มกระแอม ท่านถอนใจเฮือกใหญ่พร้อมกับเอ่ยลอยๆ“ดีนะไม่สิบเจ็ด ถ้าสิบเจ็ดนี่แกติดคุกแน่ตาปริ้นซ์ เจอกันที่ตลาดของแม่หรือยังไงกัน”“ก็อะไรแบบนั้นครับ”เล่าไม่ได้หรอกว่าเจอน้องที่ไหน ขืนเล่าคงเรื่องใหญ่ เขานี่แหละจะโดนบ่นว่า ส่วนน้อง...ท่านคงจะมองว่าเด็กคนนี้มันแสบและเอาตัวรอดเก่งมาก ถ้าเขาไม่กลับไปซ้อนแผนก็คงจะไม่ได้น้องแน่นอนละ เขาพึ่งรู้จากนิสาว่า การที่เสน่ห์จันทร์กลับไปรับงานตกหลุมเขาได้ เพราะน้องชายประสบอุบัติเหตุเลยต้องใช้เงินด่วนเขาจะต้องขอบคุณทั้งทองเอกและทองนพคุณมากๆ ที่ทำให้เกิดเรื่อง จนเสน่ห์จันทร์ยอมรับงานอีกหน“เป็นคนที่เก่งนะ เก่งมากด้วย” ท่านพึมพำ จะว่าเกลียดก็ไม่พูดไม่ได้หรอก เพราะเด็กมันไม่น่ารังเกียจอะไร น่าทึ่งด้วยซ้ำไป ตัวแค่นั้นดูแลน้อ
คุณปณิตาเข้าสู่ความรู้สึกอยากเป็นลม เมื่อเห็นว่าบุตรชายพาใครมาที่บ้าน เขาบอกกับท่านว่าวันนี้จะมีเซอร์ไพรส์ แล้วก็เซอร์ไพรส์มากจริงๆ นอกจากจะพา คนรัก มาพบกับท่านแล้ว แม่หนูนั่นยังพาน้องมาอีกโขยงหนึ่ง! โอย...ต้องเรียกยาดมกันเลยทีเดียวปพลที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย มองพี่ชายด้วยสายตาแบบว่าทึ่งมาก คุณปณิตาตอนนี้นั่งข้างกับเขา เอาเขาเป็นกำลังใจแหละ มือของท่านเย็นเจี๊ยบเมื่อท่านจับมือกับเขาไม่ต้องถามว่าลูกเต้าเหล่าใคร แต่อยากถามว่าตาปริ้นซ์ไปเจอมาได้ยังไงก่อน...รายการสัมภาษณ์ว่าที่ลูกสะใภ้จึงเริ่มขึ้น...เด็กๆ ถูกกันให้ไปอยู่กันในห้องนั่งเล่น มีหัวหน้าแม่บ้านคอยอยู่ดูแล พวกเขานั่งคุยกันในห้องโถงพักผ่อน มีกระจกกั้นเป็นสัดส่วน คุณปณิตามักจะใช้ที่นี่เวลาจะคุยกับลูกๆ เรื่องสำคัญเรื่องงาน“อายุเท่าไหร่? เราน่ะ”“สิบเก้าค่ะ”โก่งอายุให้ตัวเองนิดหน่อย เธอรู้ว่าถ้าบอกอายุจริงๆ ไป ท่านคงจะยิ่งหน้าเสียกว่านี้ อ้อ...เธอไม่ได้โกหก เดือนหน้าเธอก็อายุสิบเก้าแล้วจริงๆ“ตาปริ้นซ์” ท่านหันไปทำตาดุใส่ลูกชาย ที่ยิ้มแหยเล็กน้อย พลางยักไหล่“น้องอายุพ้นวัยที่ผมจะติดคุกแล้วนะครับ”“แต่เด็กสิบเก้า...ตาปริ
ปภพโผล่ไปที่ห้องของครอบครัวเจนธรรมดีในเวลาเกือบสามทุ่มของอีกวันต่อมา เขามีตุ๊กตากระต่ายสีขาวสองตัวขนาดใหญ่ผูกโบเป็นของขวัญผูกโบให้น้องแฝด ดาวล้อมเดือนกับดาราทองดีใจมาก กับของขวัญของ พี่ปริ้นซ์ เด็กๆ ไหว้ขอบคุณเขา ดีใจกับวันเกิดครบอายุ 11 ปีมาก เพราะปีนี้ได้ทั้งจัดวันเกิด ไปเที่ยวสวนสนุก และเป็นวันที่ได้ของขวัญมากที่สุดตั้งแต่เกิดมา ชีวิตของพวกเธอดีขึ้นตั้งแต่ที่มีปภพก้าวเข้ามาในบ้าน ทุกคนไม่ต้องเครียด กินอิ่มนอนหลับ มีเวลาคิดเรื่องเรียน ไม่ต้องเห็นพี่จ้อยแอบซึม ถ้าพี่จ้อยคือเสาหลัก เปรียบเป็นบ้านหลังหนึ่ง พวกเธอน้องๆ ก็ต่างมีหน้าที่ของตัวเอง บางคนเป็นประตู บางคนเป็นหน้าต่าง พื้นบ้าน เสริมให้บ้านหลังนี้แข็งแรงไม่ล้มครืน วันนี้เป็นวันที่เห็นพี่น้องหัวเราะเสียงดัง มีความสุขกับเครื่องเล่น ไปกันครบหน้าทั้งแปดคน เจ้าจิ๋วที่กำลังซนเริ่มหัดเดินก็ไปกับเขาด้วย เสร็จแล้วพากันไปดูบ้านหลังเดิมแวะซื้อของฝากให้ ยายสมพร เพราะพวกเธอไม่ได้อยู่บ้านเดิมกันพักนี้ พี่จ้อยบอกว่าจะสร้างใหม่ เห็นเขากำลังก่อสร้างเริ่มขึ้นโครงร่างแล้ว ครอบครัวจับมือกันและมองบ้านที่เริ่มก่อสร้างอีกหนด้วยสายตาปลาบปลื้
“พักนี้อยู่บ้านได้แหะ”ปภพเอ่ยหยอกน้องชาย ปพลยิ้มน้อยๆ ส่งให้ ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารตรงหน้า ถ้าเขาไม่มีเรื่องในใจ คงจะสังเกตว่าพักนี้น้องชายดูซึมๆ แปลกไปไม่เหมือนเดิม อาหารเย็นวันนี้เขารับประทานมาแล้วกับวรวงศ์แวะเข้าไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศมาก่อนเข้าบ้าน“น้องอยู่บ้านได้ แต่แกออกบ้านบ่อยนะตาปริ้นซ์” มารดาเอ่ยมาเสียงนิ่ง มองจ้องลูกคนโตเขม็ง คนเล็กก็อย่าง คนโตก็อย่างไม่ได้ดั่งใจสักคน คนเล็กมีเรื่องให้นางต้องเคลียร์ไปสิบล้าน แถมนึกโมโห อีกอย่างแอบรู้สึกบาป ถ้าเกิดว่าเด็กนั่นมีหลานนางจริงๆ แล้วต้องไปทำแท้ง ต่อให้เรื่องไม่จริงก็รู้สึกไม่ดี คุณปณิตาหนีไปบวชมาเจ็ดวันถึงจิตใจสงบลง นางไม่คุยกับปพลเลย ลูกชายนั้นกลับบ้านทุกวัน พยายามคุยกับท่าน และไม่ไปค้างที่คอนโดอีก ส่วนแม่ทยิดานั่นก็ออกไปแบบทิ้งงาน ก็วุ่นวายกันอยู่บ้าง เพราะงานเอกสารต้องกลับมาต่อ มาเคลียร์กัน ต้องหาคนมาช่วย ตอนนี้ก็มีความวุ่นวายนิดหน่อยในออฟฟิศ เลขาของท่านเลยต้องไปช่วยเคลียร์งานฝั่งของปพลด้วย ให้ยืมไปใช้นั่นแหละ ตอนนี้ลูกชายยังไม่มีเลขา ให้หาคนให้อยู่แน่นอนว่าหนนี้ท่านจะคัดเลือกด้วยตัวเอง ไม่ไว้ใจปพลอีกแล้ว“ก็งานมันยุ







