Share

15

last update publish date: 2026-08-13 13:44:10

กลับมาจากไปซ้ำ กับน้องเจนนี่ ปภพก็ยังวนเวียนอยู่กับความรู้สึกโกรธหล่อน...เขาถูกแม่เด็กนั่นลูบคมแน่ละ แต่ยังไม่ได้เล่าให้วรวงศ์เลขานุการของเขาฟัง ลองเลียบๆ เคียงๆ ถามว่าเคยเจออะไรแปลกๆ ไหม เลขาของเขาก็ยืนยันมั่นเหมาะว่า ที่นั่นไม่มีโกงแน่นอน

ไม่มีอะไร เขาเพิ่งโดนไปหมาดๆ

คนอย่างปภพไม่มีทางเสียแล้วไม่ได้หรอกนะ นี่เสียเกือบแสนได้จูบไปแค่ทีเดียว นอกนั้นเบลอจำไม่ได้สักสิ่งมันก็ไม่ใช่ไหมละ?

เขานั้นพักนี้ผ่อนจากงานก็คิดเรื่องจะแก้ลำเด็กนี่แหละ แน่นอนว่าเขาเผลอไปติดอกติดใจกับตาแป๋วเหมือนแมวนั่น ไซซ์เล็กอุ้มง่ายนั่นด้วย อยากฟาดฟันกันแบบมีสติดูสิว่า มันจะล้นเอ่อทั้งเตียงแบบตอนตื่นไหม? เศษถุงยางมองด้วยตา ก็หมดไปสี่ห้าชิ้นเชียวนะ

ถึงแม่จะเชียร์เรื่องสาวมากขนาดไหน น้องชายมาเปรยๆ เย้ยๆ แค่ไหน ก็ยังไม่ได้บุกอะไรทางอภิชาภาเลย แค่ส่งของขวัญไปให้ เขายังไม่เคยนัดเดตน้อง หรือหาทางไปเจอะเจอแต่อย่างใด ใจมันมุ่งแต่อีหนูเจนนี่ ตัวแสบ

ถามไปทางเจ๊เปรี้ยวแล้วปรากฏว่าหล่อนไม่ได้ทำงานที่นั่นแล้ว เขาเลยเสนอให้เจ๊ไปว่า ช่วยดึงกลับมาให้หน่อย ขอเบอร์ก็ได้ เจ๊ไม่ยอมให้เบอร์ แต่บอกว่าจะไปติดต่อให้ถ้าเด็กมันอยากทำ เดี๋ยวจะรีบติดต่อกลับ นำเสนอโปรให้เขาด้วย 1 แถม ตัวเอง แต่เขาก็ไม่รับโปร บอกว่าอยากได้แต่เจนนี่

หล่อนไปอยู่ไหนนะ ตัวแสบ

ยิ่งทำแบบนี้ก็ยิ่งเย้ยเสืออย่างปภพ ให้ยิ่งอยากตามล่าหล่อน

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ชายหนุ่มกดรับทางแผงควบคุม เขากำลังขับรถอยู่ กะว่าจะลองไปตะเวนเล่นๆ แถวๆ ร้านลับของ   เจ๊เปรี้ยว เผื่อเจอหนูเจนนี่ จะได้จับขึ้นรถมาเสียเลย

“ครับแม่”

“อยู่แถวไหนนะ ตาปริ้นซ์”

“มีอะไรให้ลูกชายคนโปรดรับใช้ครับคุณแม่”

แหย่เย้ามารดา ท่านหัวเราะเบาๆ แล้วเอ่ยตอบ

“ถ้ายังไม่กลับบ้าน แวะไปดูตลาดใหม่ให้แม่หน่อยสิ ว่ามีคนเดินบ้างไหม เป็นยังไงบ้าง ต้องเพิ่มเติมอะไรหรือเปล่า”

“ตลาด ผมไม่รู้เลยว่าคุณแม่ทำตลาดด้วย พลาดอะไรไปหรือเปล่าครับนี่?”

“ยึดที่มาแทนเงิน ไม่รู้จะเอาทำอะไรดี คุณชินเลขาของแม่เขาเลยแนะนำว่าที่ตรงนั้นมันเหมาะกับทำตลาด แม่ก็เลยให้เขาส่งทีมไปดูแลจัดการ ยังไม่เคยไปดู ไปหนสองหนเอง อยากให้แกลองไปดูให้หน่อยว่ามันยังไง ถ่ายรูปมาด้วยก็ดี อยู่ไม่ไกลจากบ้านเราหรอก”

“แผนกคิวซีหรือครับแม่”

“ก็อะไรแบบนั้นแหละ ลองดูว่าควรจะเพิ่มเติมอะไร ตอนแรกจะให้ตาปายดูแล แต่ตาปายตอนนี้รับโปรเจกต์ใหม่ไปทำอยู่ คงไม่มีเวลาไปดู แกไปดูแทนที มันอยู่แถวๆ โครงการของเราที่แกขอห้องแม่ไว้นั่นแหละ ตรงซอย 56”

“โอเคครับผม...มีค่าไปตรวจงานไหมครับ”

“ไอ้ลูกงก เดี๋ยวโอนให้ย่ะ”

ปภพวางสาย ท่านส่งพิกัดมาให้ทางไลน์ เขาเปิดแผนที่ดู อยู่ไม่ไกลจากบริเวณที่เขากำลังจะไปพอดี

ทางเข้าตลาดมีโรงเรียนเอกชน และสถานที่กวดวิชา มีหมู่บ้านอยู่ใกล้ๆ ละแวกนี้ มีคอนโดหอพัก น่าจะพอมีคนเดินอยู่ละมั้ง...

เขาถอดเนกไท และปลดกระดุมลงสองเม็ดเพื่อระบายความร้อน พับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้น หารองเท้าแตะจากหลังรถมาสวม เดินตลาด ใส่รองเท้าหนังแบบที่เขาใส่อยู่สวมไม่สบาย อยากเดินสบายๆ ที่จอดรถเก็บค่าจอดด้วย 20 บาท มีรถมาจอดอยู่ไม่กี่คัน ปภพเริ่มเก็บรายละเอียดไว้ จะได้เอาไปรายงานมารดาได้

มีร้านมาตั้งหลายร้าน แต่มีคนมาเดินยังไม่เยอะมาก ดูจากสายตาแล้วน่าจะเป็นคนมาพักแถวนี้ กับผู้ปกครองที่มารับส่งลูกหลานเสียส่วนมาก ชายหนุ่มสั่งชานมเย็นปั่น เดินไปเรื่อยๆ เก็บรายละเอียดว่ามีอะไรมาขายบ้าง ส่วนมากเป็นของกิน มีหลากหลาย และมีชอปขายเสื้อผ้า ของใช้ ของจุกจิกเบ็ดเตล็ด ด้านใน ทุกอย่างดูดี พ่อค้าแม่ค้าเต็มเกือบทุกล็อค ทุกร้าน แต่ไม่ค่อยมีคนเดิน เขาลองซื้อไส้อั่วมาชิม รสชาติใช้ได้ ราคาแรงอยู่ รองสืบดูจากป้ายราคา พบว่าของขายของกิน ราคาค่อนข้างสูงกว่าตลาดนัดที่เคยเดิน 5 บาท 10 บาท นี่อาจจะเป็นปัญหาที่ทำให้คนไม่ค่อยมาเดินเพราะราคา

ร้านอื่นแทบไม่มีคน แต่ร้านหนึ่ง มีคนมุงอยู่สี่ห้าคน น่าจะเป็นของขายดี ปภพเดินเตร่ไปดูมองเห็นเป็นป้ายร้านขนมหวานไทยโบราณ ติดกับร้านขายหอยนางรมก็สนใจ เขายืนอยู่จนคนซา ตามองแต่ขนมที่วางขาย จัดร้านดี มีขนมชื่อแปลก น่ากินหลายรายการ ราคาถือว่าน่ารักไม่แรงมาก เขาเงยหน้ามองแม่ค้า ก็ต้องคิ้วขมวด เมื่อแม่ค้าเป็นเด็กน้อยอายุไม่น่าเกินวัยประถม เจ้าหล่อนยิ้มแฉ่งส่งให้กับลูกค้าหนุ่ม เห็นฟันหน้าหลอไปสองซี่

“รับอะไรดีคะ?”

“แม่ค้าน่ารักจัง”

ปภพยิ้มให้กับเด็กหญิง เจ้าหล่อนนั่งเฝ้าร้านคนเดียว ร้านขายหอยนางรมที่อยู่ข้างกันตอนนี้ เจ้าของร้านกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่หลังร้าน น่าจะกำลังเตรียมของอยู่ เขามองเห็นไม่ถนัด และไม่ได้สนใจ เพราะมัวแต่สนใจแม่ค้าตัวน้อยของร้านขนม

“อู้หู พี่หล่อมากค่ะ”

เรไรเห็นหน้าลูกค้าของตัวเอง ก็หลุดปากชม นอกจากหล่อแล้วเขายังหอมมากอีกด้วย ยังกับดาราเลย

“ขายอะไรบ้างเอ่ย? แนะนำได้ไหมครับว่าอะไรอร่อย พี่ไม่เคยเห็นขนมแบบนี้เลย สีสวยหน้าตาน่ากินมาก”

“หนูขายขนมไทยค่ะ อันนี้คือขนมลืมกลืน อันนี้ขนม  หยกมณี แล้วอันนี้ขนมชื่อเดียวกับหนูเลย เรไร”

“ขายยังไงครับ”

“กล่องละ 60 บาทค่ะ พี่รับบัวลอยด้วยไหมคะ บัวลอยหลากสีพี่สาวหนูตั้งชื่อว่าบัวลอยสีรุ้ง หอมกะทิอบควันเทียนค่ะ อร่อยมากๆ พี่ชิมไหม เดี๋ยวหนูตักให้ชิม”

แม่ค้าตัวน้อยขมีขมัน ตัขนมให้กับพี่ชายลูกค้าสุดหล่อได้ลองชิม ปภพมองเจ้าหล่อนอย่างเอ็นดู ลูกหลานใครกันนะ เก่งมาก แบบนี้ต้องเหมาให้กำลังใจแล้วล่ะ

เสียงของเรไร คุยกับลูกค้า แถมกลิ่นน้ำหอมกรุ่นหอมฟุ้งทำให้นิสาที่กำลังแงะหอยนางรม หันไปมองลูกค้าของยัยหนู ถึงกับเบิกตาโตกว้าง จำเขาได้ในทันที ใครจะจำไม่ได้ หล่อประทับจิตประทับใจขนาดนั้น หล่อไม่ไหวจนเธอต้องแอบดมแอบซบ ไอ้ย่ะ! ลูกค้ายัยจ้อยนี่หว่า

“อร่อยไหมคะ”

แม่ค้าถาม มองพี่ชายกินขนมบัวลอยที่เธอตักให้ พี่จ้อยสอนว่า ถ้าลูกค้าสนใจแล้วซื้อของในร้าน มีโอกาสก็ให้ลูกค้าลองชิมดู เขาจะได้ซื้อไปอีกเยอะๆ เรไรทำตามนั้น เด็กหญิงเสียงใส ยิ้มเก่ง พูดจาฉะฉานน่ารัก ทำให้ลูกค้าเอ็นดู ช่วยขายทั้งร้านพี่จ้อยและร้านพี่เจี๊ยบ ขยันขันแข็ง ได้เงินจากพี่เจี๊ยบ และได้กินของอร่อยๆ ในตลาด ก็เป็นความสุขเหลือล้นของเด็กหญิงเรไรแล้ว ไม่ได้มองว่าเป็นงานหนักเหนื่อยแต่อย่างใดกลับสนุกกับการทำงาน ภูมิใจที่ได้ช่วยพี่สาวหาเงิน เงินที่พี่เจี๊ยบจ้างก็เอาให้พี่จ้อยหมด เพราะทุกคนในบ้านต่างทำแบบนี้

“อร่อยมากค่ะ อืม...พี่เหมาหมดนี่เลย หนูจะได้กลับบ้านดีไหม?”

“โอ๊ะ หนูต้องไปตามพี่จ้อย ถ้าพี่จะเหมา หนูคิดเงินไม่ถูก”

เรไรหันซ้ายหันขวา พี่สาวบอกว่าขอไปเข้าห้องน้ำ วันนี้เสน่ห์จันทร์ท้องเสีย เลยเดินวนเข้าห้องน้ำมาแล้วสองสามรอบ เรไรเลยต้องขายของแทน เด็กหญิงหันมาหาพี่เจี๊ยบ ที่ยืนตัวแข็งทื่อ มองจ้องมายังพี่ลูกค้าคนหล่อตาแข็ง

“พี่เจี๊ยบ หนูฝากร้านก่อน ไปตามพี่จ้อยก่อนน้า”

“...”

ไม่ฟังเสียงวิ่งแจ้นไปล่ะ ปภพมองตามหลังเด็กหญิงอย่างเอ็นดู ระหว่างยืนรอ เขาก็หันไปยิ้มกับนิสา ที่ยืนตาแข็งตัวแข็งมองเขาอยู่

“น้องสาวหรือครับ เก่งจัง”

“ค่ะ ค่ะ ค่ะ ค่ะ”

สี่ค่ะกันเลยทีเดียว เพราะตกใจจนสติเตลิด

ปภพก้มหน้ากับสมาร์ตโฟน รายงานคุณปณิตาเรื่องตลาด ส่งรูปถ่ายให้ท่านดู และบอกกับท่านว่าเย็นนี้มีขนมอร่อยให้กิน เขาเหมาขนมไปเลี้ยงคนงานที่บ้าน เสน่ห์จันทร์เดินตามหลังเรไรมา เมื่อน้องไปเคาะเรียกถึงห้องน้ำ ว่ามีคนมาเหมาขนม

นิสาเห็นโอกาสตอนปภพก้มหน้ากับโทรศัพท์เดินแกมวิ่งไปหาเสน่ห์จันทร์ โอบเพื่อนแล้วกระซิบ ขณะที่เรไรวิ่งนำหน้าไปจัดการแพ็กขนมให้ลูกค้าวีไอพี ที่เหมาขนมหมดร้าน

“ยัยจ้อย แก! คุณคนนั้นมา”

“คนไหน?”

เสน่ห์จันทร์ขมวดคิ้ว มองตามหลังน้อง แล้วก็ต้องเบิกตาโต เธอก็จำเขาได้เหมือนกัน

“ฉิบหายแล้วเจี๊ยบ”

“เขาจำฉันไม่ได้ แต่แกฉันไม่แน่ใจอะ”

“ทำไมโลกกลมจัง ละ แล้ว ฉะ ฉันต้องทำไงวะ”

“เอางี้ ไปหลบก่อน เดี๋ยวฉันจัดการเองเรื่องขายของ บ้านคุณเขาอยู่แถวนี้เหรอ...ถึงได้มาเดินตลาดนี้อะ”

“ไม่รู้ แต่ไปก่อนล่ะ ฝากแทนที แกจะแถมจะแจก จะทำอะไรก็ทำไป ฉันไปก่อนแล้ว”

เสน่ห์จันทร์วิ่งแจ้นหนีลืมความเพลียกลับไปยังห้องน้ำอีกรอบ

นิสาใจเต้นตึกๆ ตักๆ จนคิดเงินผิดๆ ถูกๆ รีบแพ็กขนมให้เขาช่วยกันกับเรไร เขาให้เงินเกินมาตั้งห้าร้อย บอกว่าฝากให้เป็นทุนการศึกษาแม่ค้าตัวน้อย เธอเลยแถมหอยนางรมไปให้กับเขาอีกห้าชุด แล้วช่วยเขาหิ้วขนมไปเก็บเพราะของมันล้นไม้ล้นมือไปหมด ระหว่างนั้นเธอพยายามก้มหน้าก้มตา ไม่ให้เขาได้เห็นหน้าถนัด ภาวนาให้เขาจำไม่ได้ แต่พอเขาปิดท้ายรถ มองมาสบตากับเธอ เขาก็ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยทักขึ้นมา เล่นเอานิสาสะดุ้งโหยง

“เอ...น้องหน้าตาคุ้นๆ จัง เราเคยรู้จักกันไหมครับ”

“ไม่เคยค่ะ ไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียวในชีวิต ขอบคุณนะคะพี่ที่เหมาขนม กินหอยให้อร่อยนะคะ ปะ แมว เดี๋ยวเย็นนี้พี่เจี๊ยบพาไปเลี้ยงเคเอฟซียกบ้าน”

“เย้!

เรไรกระโดดโลดเต้น แล้วหันมายกมือไหว้ขอบคุณลูกค้าคนหล่อตัวหอมอีกรอบ

“ขอบคุณนะคะคุณพี่คนหล่อ ไว้มาอีกนะคะ”

“ครับ”

เขายิ้มให้เด็กหญิง แต่ก็ยังไม่วายมองนิสาอย่างสงสัย   นิสารีบหันหลังพาน้องเดินกลับไปที่ร้าน เขาอาจจะจำผิดเองก็ได้ ปภพยักไหล่ แล้วปิดท้ายรถ

“เกือบตาย”

นิสายกมือทาบอก ถอนหายใจเฮือก

“ดีนะวันนี้ไม่แต่งหน้าหนัก แต่ลุแม่ค้าใสกิ๊ง ผู้ชายจำไม่ได้ ไม่งั้นตายแน่ๆ”

“ใครตายอะพี่เจี๊ยบ”

เรไรถาม นิสามองเด็กหญิงก่อนจะย่นจมูกใส่

“ไม่มีใครตาย พี่แค่รำพึงรำพันเฉยๆ”

“นึกว่ามีใครตาย ตกใจหมด”

แม่ตัวเล็กว่า ยิ้มแฉ่งอวดฟันหลอให้กับพี่เจี๊ยบ

“เย็นนี้หนูเอาเงินที่พี่คนหล่อให้มาเลี้ยงเคเอฟซีพี่ๆ นะ พี่เจี๊ยบไม่ต้องให้หรอก”

“สายเปย์ ไม่ต้องหรอก พี่จ่ายให้เอง จริงๆ พี่เลี้ยงได้ทุกวันเลย แต่ยัยจ้อยมันไม่ยอมให้เลี้ยง”

“ทำไมอะ”

เด็กหญิงถามอย่างสงสัย แล้วก็ตอบเอง

“อ๋อ...พี่จ้อยกลัวพี่เจี๊ยบเปลืองไง บ้านหนูอยู่กันเยอะ เคเอฟซีเก็บไว้นานๆ กินที ดีกว่านะพี่เจี๊ยบ มันแพง แล้วมันก็ตื่นเต้นดี ถ้านานๆ กินที”

เด็กแค่หกขวบความคิดน่ารัก สมกับเป็นน้องยัยจ้อย

นิสายิ้ม ลูบหัวของเรไร แล้วมองไปทางห้องน้ำ ยัยจ้อยน่าจะออกมาได้แล้ว แต่แล้วก็ต้องเบิกตาโต เมื่อเห็นว่าปภพเดินไปที่ห้องน้ำ แล้วเสน่ห์จันทร์ก็ออกมาจากห้องน้ำพอดี!

แว้ก...

เสน่ห์จันทร์ตัวแข็งไปครู่ เมื่อเดินสวนกับปภพ เขาไม่ได้มองเธอ เดินก้าวยาวๆ ไปห้องน้ำชาย หญิงสาววิ่งแบบไม่คิดชีวิตโกยอ้าวกลับร้าน วิ่งไปได้แค่ก้าวเดียวดันลื่นล้มร้องโอ๊ย! คนที่เธอไม่อยากให้เห็นเธอก็ต้องเห็นจนได้ ปภพหันมาตามเสียงก็เห็นหญิงสาวล้มลงตะครุบกบตรงหน้าพอดิบพอดี เขาเลยรีบก้าวไปช่วย ตกใจเกินจะขำท่าของเสน่ห์จันทร์ที่นอนคว่ำเอาหน้าจิ้มดิน

“น้องๆ เป็นยังไงบ้างครับ”

เขาจะดึงเธอให้ลุก แต่เธอขืนตัวและนอนแบบนั้น ยอมดมฝุ่นหน้าเปื้อน ดีกว่าให้เขาเห็นหน้า

“มะ ไม่เป็นไรค่ะ อะ โอ๊ย อย่าดึงหนูขึ้นค่ะ หนูเจ็บ”

เขาเลยไม่กล้าดึงเธอ ปล่อยให้เธอนอนแบบนั้น หรือว่าจะกระดูกกระเดี้ยวหัก เขาหน้าซีดด้วยความเป็นห่วง ไม่กล้าทำอะไรเพราะคนเจ็บร้องโอดโอย 

“ไอ้จ้อยยยยย”

นิสาวิ่งมาฝุ่นตลบเมื่อเห็นเพื่อนนอนจ้ำดินแบบนั้น ขณะที่ปภพยังมองเธออย่างเป็นห่วง เสน่ห์จันทร์เอาหน้าซุกดินกลัวเขาเห็นหน้า

“เพื่อนน้องหรือครับ เรียกกู้ภัยไหม ผมจะดึงขึ้นแต่น้องเขาร้องเจ็บ น้องยังเจ็บอยู่ไหมครับ ลุกไม่ได้เลยหรือ”

เขาถามอย่างเป็นห่วงคนเจ็บ ผมเผ้าของเธอยุ่งเหยิงเปื้อนดิน หน้าก็เอาซุกดินแบบนั้น จะหายใจออกไหม?

“เอ่อ เดี๋ยวหนูเรียกมาเองค่ะ”

“น้องเขาดูเป็นหนักมากนะครับ ผมเรียกกู้ภัยดีกว่า”

ไม่ถามแต่โทรเลย เสน่ห์จันทร์กับนิสามองหน้ากันทำตาเหลือก

“ครับๆ มีคนเจ็บที่ตลาดนัด ซื้อก็รวยขายก็รวยครับ ส่งคนมาด่วนหน่อย เอ่อ น้องเขายังนอนกับพื้นครับ ยังหายใจได้ แต่ไม่รู้ว่ามีกระดูกอะไรหักไหม เพราะผมจะดึงแขนให้ลุกขึ้นมาแต่เขาร้องเจ็บครับ เขาล้มครับ สะดุดขาล้มนี่แหละ แต่หน้าคว่ำลงไปเลย”

ปภพแจ้งอาการเบื้องต้น นิสาอาศัยจังหวะนั้น ดึงเพื่อนให้ลุกขึ้นเสน่ห์จันทร์ลุกอย่างไว หน้าของสาวน้อยมอมไปด้วยฝุ่นแดง

“พี่คะพี่ไม่ต้องแล้วค่ะ เพื่อนหนูลุกได้แล้ว”

“อ้าว”

“ขอบคุณค่ะ”

เสน่ห์จันทร์พนมมือไหว้เขา ปภพรับไหว้ แล้วเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรนะ”

“ไม่เป็นค่ะ แค่ตกใจ”

นิสาตอบแทนเพื่อน แล้วสองสาวก็พากันหันหลังวิ่งหนีเขา ทำให้ปภพมองตามหลังอย่างงงๆ

เอ่อ...วันนี้เจอแต่คนแปลกแหะ

เขาตอนแรกปวดท้องเบา ตอนนี้หายปวดเพราะมัวแต่ตกใจ เลยเดินกลับรถแล้วขับออกไปจากตลาด

มองจนรถเขาออกไปแล้ว นิสากับเสน่ห์จันทร์ก็มองตากันแล้วถอนใจอย่างโล่งอก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   บทส่งท้าย

    ​เสน่ห์จันทร์เรียนไม่จบจนได้เพราะเธอท้องตอนเรียนปี 2 เลยต้องดร็อปเรียนไว้ก่อ สามีของเธอบางทีก็ขี้หึงเกินไป ไม่ชอบหนุ่มๆ ที่มาวนเวียนใกล้จ้อยของเขา ไม่ต้องเรียนจบก็ได้เพราะประสบการณ์ชีวิตน้องเยอะแล้ว เขานี่แหละจะเป็นครูในชีวิตจริงให้เธอ​คุณปณิตาไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะอยากให้สะใภ้เรียนต่อยอด ปภพบอกว่างั้นเขาจะเรียนด้วยพร้อมกับเธอ เอากับพ่อสิ หวงเมียเบอร์หนึ่งเลยพ่อคนนี้ และพอเสน่ห์จันทร์คลอดงานแต่งก็ถูกจัดขึ้นตามที่ได้สัญญากับเธอไว้ ว่าจะจัดงานให้เขาก็ทำให้เธอจริงๆ ในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้ง การเปิดตัวของเจ้าสาวของปภพ ลูกสะใภ้คนแรกของคุณปณิตากับสังคม ไม่มีใครดูแคลน มีแต่คนชื่นชมเมื่อรู้ประวัติความเป็นมาของเธอและครอบครัว ส่วนมากทึ่งในความเป็นคนเก่ง มีความรับผิดชอบ และความรักในครอบครัวของเสน่ห์จันทร์​เสน่ห์จันทร์ได้ลูกสาวน่ารักน่าฟัด คือ เด็กหญิงจรัสจันทร์ หรือ ณจันทร์ อีกสี่ปีต่อมาก็คลอดเด็กหญิงจรัสดารินทร์ หรือ ณดาว เธอกับปภพแยกบ้านไปอยู่อีกหลังหนึ่งอยู่ในบริเวณรั้วเดียวกับบ้านใหญ่ ส่วนปพลนั้นก็กลับไปคืนดีกับทยิดาที่มีลูกสาวคือ นะนาย ที่ซ่อนแอบไว้ ความจริงปรากฏว่าเธอไม่ได้ทำลายเ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   37

    ​บ้านเจนธรรมดีถูกสร้างใหม่จนเรียบร้อย ครอบครัวของเสน่ห์จันทร์ทั้งแปดคนและนิสา กลับไปยังบ้านหลังเดิมอีกครั้ง และอย่างที่ปภพสัญญาทุกคนจะได้ห้องส่วนตัว...​ต้องเรียกว่าตึกมากกว่าบ้าน เพราะมีความสูงถึงห้าชั้นและมีชั้นดาดฟ้า ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เด็กๆ ดีใจมากๆ กับบ้านหลังใหม่ นิสาเองตอนนี้มาอยู่กับเพื่อนเกือบจะถาวรแล้วเพราะไม่ได้กลับบ้านของตัวเองเลย ก็มีห้องของตัวเองด้วยที่บ้านหลังนี้​ห้องของเสน่ห์จันทร์ มีข้าวของของปภพไปอยู่ในนั้นด้วย อย่างเป็นเจ้าของห้องอีกคน เหมือนกับที่คอนโดของเขา และ...ห้องของเขาที่บ้านด้วย​เขาพาเสน่ห์จันทร์ไปนอนค้างที่บ้านมารดาทุกศุกร์-เสาร์ก่อน รอให้น้องเรียนมหาวิทยาลัยค่อยขยับเป็นมานอนทุกวันให้กลับบ้านเสาร์-อาทิตย์ และมารดาให้พื้นที่ว่างที่ตอนนี้ใช้เป็นพื้นที่สวน ให้เขาปลูกบ้านเพื่อจะเป็นเรือนหอในอนาคต คุณ ปณิตาตอนแรกก็วางท่ากับว่าที่สะใภ้สาวน้อย หลังๆ มาท่านก็แพ้กับความน่ารักของเสน่ห์จันทร์ แพ้เสน่ห์ปลายจวักของเธอด้วย ถ้าวันไหนอยู่นอนค้างที่บ้านวัชระโชติ วันนั้นเธอก็จะรับหน้าที่แม่ครัวทำอาหารขึ้นโต๊ะเอง ปพลเองก็ชอบฝีมือของเสน่ห์จันทร์มากเช่นกัน และนึ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   36

    ​“ตาปริ้นซ์กับเด็กนั่น แกคบกับเขามากี่เดือนแล้ว” มารดาถามขึ้น ท่านสั่งให้เขามานั่งคุยในห้องนอน เพื่อจะได้เป็นส่วนตัว ปพลขยิบตาให้กับพี่ชายเมื่อเขาเดินตามท่านขึ้นมายังชั้นสอง พร้อมกับชูนิ้วสองนิ้วบอกใบ้ว่าสู้ตายนะครับพี่​“ห้าหกเดือนแล้วครับ”​“แม่คงไม่ต้องถามล่ะมั้งว่า...เรากับเขาถึงขั้นไหนกันแล้ว”ท่านทำสีหน้ารู้ทัน ขณะที่ชายหนุ่มกระแอม ท่านถอนใจเฮือกใหญ่พร้อมกับเอ่ยลอยๆ​“ดีนะไม่สิบเจ็ด ถ้าสิบเจ็ดนี่แกติดคุกแน่ตาปริ้นซ์ เจอกันที่ตลาดของแม่หรือยังไงกัน”​“ก็อะไรแบบนั้นครับ”​เล่าไม่ได้หรอกว่าเจอน้องที่ไหน ขืนเล่าคงเรื่องใหญ่ เขานี่แหละจะโดนบ่นว่า ส่วนน้อง...ท่านคงจะมองว่าเด็กคนนี้มันแสบและเอาตัวรอดเก่งมาก ถ้าเขาไม่กลับไปซ้อนแผนก็คงจะไม่ได้น้องแน่นอนละ เขาพึ่งรู้จากนิสาว่า การที่เสน่ห์จันทร์กลับไปรับงานตกหลุมเขาได้ เพราะน้องชายประสบอุบัติเหตุเลยต้องใช้เงินด่วน​เขาจะต้องขอบคุณทั้งทองเอกและทองนพคุณมากๆ ที่ทำให้เกิดเรื่อง จนเสน่ห์จันทร์ยอมรับงานอีกหน​“เป็นคนที่เก่งนะ เก่งมากด้วย” ท่านพึมพำ จะว่าเกลียดก็ไม่พูดไม่ได้หรอก เพราะเด็กมันไม่น่ารังเกียจอะไร น่าทึ่งด้วยซ้ำไป ตัวแค่นั้นดูแลน้อ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   35

    คุณปณิตาเข้าสู่ความรู้สึกอยากเป็นลม เมื่อเห็นว่าบุตรชายพาใครมาที่บ้าน เขาบอกกับท่านว่าวันนี้จะมีเซอร์ไพรส์ แล้วก็เซอร์ไพรส์มากจริงๆ ​นอกจากจะพา คนรัก มาพบกับท่านแล้ว แม่หนูนั่นยังพาน้องมาอีกโขยงหนึ่ง! โอย...ต้องเรียกยาดมกันเลยทีเดียว​ปพลที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย มองพี่ชายด้วยสายตาแบบว่าทึ่งมาก คุณปณิตาตอนนี้นั่งข้างกับเขา เอาเขาเป็นกำลังใจแหละ มือของท่านเย็นเจี๊ยบเมื่อท่านจับมือกับเขา​ไม่ต้องถามว่าลูกเต้าเหล่าใคร แต่อยากถามว่าตาปริ้นซ์ไปเจอมาได้ยังไงก่อน...​รายการสัมภาษณ์ว่าที่ลูกสะใภ้จึงเริ่มขึ้น...เด็กๆ ถูกกันให้ไปอยู่กันในห้องนั่งเล่น มีหัวหน้าแม่บ้านคอยอยู่ดูแล พวกเขานั่งคุยกันในห้องโถงพักผ่อน มีกระจกกั้นเป็นสัดส่วน คุณปณิตามักจะใช้ที่นี่เวลาจะคุยกับลูกๆ เรื่องสำคัญเรื่องงาน​“อายุเท่าไหร่? เราน่ะ”​“สิบเก้าค่ะ”โก่งอายุให้ตัวเองนิดหน่อย เธอรู้ว่าถ้าบอกอายุจริงๆ ไป ท่านคงจะยิ่งหน้าเสียกว่านี้ อ้อ...เธอไม่ได้โกหก เดือนหน้าเธอก็อายุสิบเก้าแล้วจริงๆ​“ตาปริ้นซ์” ท่านหันไปทำตาดุใส่ลูกชาย ที่ยิ้มแหยเล็กน้อย พลางยักไหล่​“น้องอายุพ้นวัยที่ผมจะติดคุกแล้วนะครับ”​“แต่เด็กสิบเก้า...ตาปริ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   34

    ปภพโผล่ไปที่ห้องของครอบครัวเจนธรรมดีในเวลาเกือบสามทุ่มของอีกวันต่อมา เขามีตุ๊กตากระต่ายสีขาวสองตัวขนาดใหญ่ผูกโบเป็นของขวัญผูกโบให้น้องแฝด ดาวล้อมเดือนกับดาราทองดีใจมาก กับของขวัญของ พี่ปริ้นซ์ เด็กๆ ไหว้ขอบคุณเขา ดีใจกับวันเกิดครบอายุ 11 ปีมาก เพราะปีนี้ได้ทั้งจัดวันเกิด ไปเที่ยวสวนสนุก และเป็นวันที่ได้ของขวัญมากที่สุดตั้งแต่เกิดมา ​ชีวิตของพวกเธอดีขึ้นตั้งแต่ที่มีปภพก้าวเข้ามาในบ้าน ทุกคนไม่ต้องเครียด กินอิ่มนอนหลับ มีเวลาคิดเรื่องเรียน ไม่ต้องเห็นพี่จ้อยแอบซึม ถ้าพี่จ้อยคือเสาหลัก เปรียบเป็นบ้านหลังหนึ่ง พวกเธอน้องๆ ก็ต่างมีหน้าที่ของตัวเอง บางคนเป็นประตู บางคนเป็นหน้าต่าง พื้นบ้าน เสริมให้บ้านหลังนี้แข็งแรงไม่ล้มครืน วันนี้เป็นวันที่เห็นพี่น้องหัวเราะเสียงดัง มีความสุขกับเครื่องเล่น ไปกันครบหน้าทั้งแปดคน เจ้าจิ๋วที่กำลังซนเริ่มหัดเดินก็ไปกับเขาด้วย เสร็จแล้วพากันไปดูบ้านหลังเดิมแวะซื้อของฝากให้ ยายสมพร เพราะพวกเธอไม่ได้อยู่บ้านเดิมกันพักนี้ พี่จ้อยบอกว่าจะสร้างใหม่ เห็นเขากำลังก่อสร้างเริ่มขึ้นโครงร่างแล้ว ครอบครัวจับมือกันและมองบ้านที่เริ่มก่อสร้างอีกหนด้วยสายตาปลาบปลื้

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   33

    ​“พักนี้อยู่บ้านได้แหะ”ปภพเอ่ยหยอกน้องชาย ปพลยิ้มน้อยๆ ส่งให้ ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารตรงหน้า ถ้าเขาไม่มีเรื่องในใจ คงจะสังเกตว่าพักนี้น้องชายดูซึมๆ แปลกไปไม่เหมือนเดิม อาหารเย็นวันนี้เขารับประทานมาแล้วกับวรวงศ์แวะเข้าไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศมาก่อนเข้าบ้าน​“น้องอยู่บ้านได้ แต่แกออกบ้านบ่อยนะตาปริ้นซ์” มารดาเอ่ยมาเสียงนิ่ง มองจ้องลูกคนโตเขม็ง คนเล็กก็อย่าง คนโตก็อย่างไม่ได้ดั่งใจสักคน ​คนเล็กมีเรื่องให้นางต้องเคลียร์ไปสิบล้าน แถมนึกโมโห อีกอย่างแอบรู้สึกบาป ถ้าเกิดว่าเด็กนั่นมีหลานนางจริงๆ แล้วต้องไปทำแท้ง ต่อให้เรื่องไม่จริงก็รู้สึกไม่ดี คุณปณิตาหนีไปบวชมาเจ็ดวันถึงจิตใจสงบลง นางไม่คุยกับปพลเลย ลูกชายนั้นกลับบ้านทุกวัน พยายามคุยกับท่าน และไม่ไปค้างที่คอนโดอีก ส่วนแม่ทยิดานั่นก็ออกไปแบบทิ้งงาน ก็วุ่นวายกันอยู่บ้าง เพราะงานเอกสารต้องกลับมาต่อ มาเคลียร์กัน ต้องหาคนมาช่วย ตอนนี้ก็มีความวุ่นวายนิดหน่อยในออฟฟิศ เลขาของท่านเลยต้องไปช่วยเคลียร์งานฝั่งของปพลด้วย ให้ยืมไปใช้นั่นแหละ ตอนนี้ลูกชายยังไม่มีเลขา ให้หาคนให้อยู่แน่นอนว่าหนนี้ท่านจะคัดเลือกด้วยตัวเอง ไม่ไว้ใจปพลอีกแล้ว​“ก็งานมันยุ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status