Share

3

last update Petsa ng paglalathala: 2026-08-13 13:36:22

“อะไรนะคะ?”

“ที่ร้านของดรับขนมไปก่อนนะน้องจ้อย...”

เสียงเศร้าๆ ดังมาจากปลายสาย แต่คนรับสายเริ่มเศร้ากว่าตอนนี้ เสน่ห์จันทร์ถึงกับอึ้ง รายได้หลักของครอบครัวเชียวนะ ครอบครัวใหญ่แปดคน แปดปากท้อง...ยิ่งหนักตรงตอนนี้มีเจ้าจิ๋วเข้ามาอีก การดูแลเด็กอ่อนค่าใช้จ่ายมากโข การดูแลเจ้าตัวเล็กมาได้หนึ่งเดือนเต็มๆ พบว่า...มันยิ่งทำให้บ่าของเสน่ห์จันทร์ที่หนักอยู่แล้วเกือบจะหักแล้วตอนนี้ เงินที่เคยมีสะสมเก็บไว้เริ่มร่อยหรอลงเพราะเจ้าตัวเล็ก ล่าสุดน้องก็ป่วยเข้าโรงพยาบาลทำให้เรี่ยวแรงหลักอีกแรงอย่างดาราทองต้องรับหน้าที่ดูแลน้องผลัดเปลี่ยนกับน้องเล็กอย่างเรไร จะได้ปลอดภัยมากกว่า เพราะถึงจะทำหน้าที่ได้ แต่ความเป็นเด็กบางอย่างยังเลินเล่อไม่ระวังเท่าไหร่นัก เลยทำให้น้องป่วย ก็เพิ่งจะหกขวบทำได้ขนาดนี้ก็ดีแล้ว น้องป่วยหนนี้เสน่ห์จันทร์ไม่ได้โทษน้อง โทษไปก็ไม่ได้อะไร คิดหาทางแก้ไขปรับปรุงคือดีที่สุด

แม่ของเธอไปแล้วไปลับอย่างที่คาดการไว้จริงๆ กำนันแก้วนั้นพอรู้ว่า นางอำภามาติดหนี้โดยใช้ข้ออ้างคือบ้านของพวกเธอไปค้ำ ก็ไปตามถึงวัดแบบไม่เกรงใจเจ้าอาวาส โฉนดที่ดินบ้านหลังนี้จึงต้องไปตกอยู่ในมือของกำนันแก้ว ท่านไกล่เกลี่ยให้ก่อนคือภายในเวลาหนึ่งปีต้องเริ่มชำระต้นและดอกถ้าจ่ายไม่ได้ก็คงจะต้องยกให้กับเขา ส่วนดอกให้กำนันแก้วคิดแค่ตามกฎหมาย ห้ามคิดเกินกว่านั้น ที่ยอมเพราะกำนันแก้วขู่จะลากแม่ของเธอมาจับเข้าคุก แล้วก็เสน่ห์จันทร์ก็จะโดนด้วยอีกคนข้อหาสมรู้ร่วมคิด

ภาระมากมายตอนนี้ แถมมาเรื่องร้านเจ้าประจำมาของดอีก มันทำให้เสน่ห์จันทร์เครียด

“มีอะไรหรือเปล่าคะ ของหนูไม่ดีหรือเปล่าคะพี่แอ้ม”

“เปล่าหรอกจ้ะ พ่อพี่น่ะสิ ไปโดนแก๊งสแกรมเมอร์หลอก เงินร้านหมดเลยตอนนี้ น้องจ้อย...พี่ยังทำอะไรไม่ถูกเลยตอนนี้...ร้านนี่พ่อก็เอาไปขายให้พวกมัน ความมาแตกเมื่อวันก่อนว่าโดนหลอกแน่ๆ มีหนี้อีกรุงรัง พ่อพี่ช็อคเข้าโรงพยาบาลอยู่ตอนนี้ พี่เลยบอกงดก่อน ถ้าสถานการณ์ปรกติแล้วเราค่อยว่ากันนะน้องจ้อย”

“ค่ะ...โอย...มีอะไรให้หนูช่วยได้บ้างไหมพี่แอ้ม อยู่โรงพยาบาลไหนคะตอนนี้ หนูจะได้ไปแวะเยี่ยมคุณลุง”

“เฮ้อ...พี่งงไปหมดแล้ว สับสนไปหมด ตอนนี้ให้พี่ชายไปแจ้งความ ดำเนินคดีอยู่ แต่...คงไม่ได้อะไรคืนมาแน่ล่ะ พ่อก็...อาการยังทรงๆ หมอยังห้ามเยี่ยม พี่รีบโทรมาบอกก่อน กลัวพวกน้องจ้อยจะทำขนมเตรียมส่ง...พี่ไม่มีปัญญาจ่าย”

“ไม่เป็นไรค่ะ”

เสน่ห์จันทร์มองดูบรรดาวัตถุดิบที่ซื้อมาเป็นทุนด้วยสายตาเครียดๆ อย่างน้อยก็ยังไม่ได้ลงมือทำ บางอย่างเก็บไว้ได้ไม่เน่าเสีย

วางสายแล้วเสน่ห์จันทร์ถึงกับนั่งแปะลงกับพื้นอย่างหมดแรง

เธอมองซ้ายขวา วันนี้น้องๆ ไปเรียนเจ้าจิ๋วตัวน้อยหลับอุตุบนเปลที่ยกเคลื่อนที่ได้ และไกวโยกเองได้ จากฝีมือการประดิษฐ์จากน้องชายของเธอ

เสน่ห์จันทร์นั่งคุกเข่า กอดเข่าตัวเองแล้วปล่อยโฮออกมา เธอมีเวลาแค่ตอนนี้ เศร้า ทุกข์ อยากร้องไห้ก็ต้องร้องตอนที่ไม่มีใครอยู่ ถ้าน้องๆ อยู่ เธอจะร้องไห้ไม่ได้ เสาหลักของบ้านจะอ่อนแอไม่ได้

เธอจะทำอย่างไรดีนะ กำไรค่าขนมที่ส่งให้ร้านต่อวันอยู่ที่หนึ่งพันบาท...มันจะต้องหดหายไป วันนี้ไม่มีใครมาสั่งขนมมงคล มีอีกทีคือวันศุกร์หน้า เธอจะเอาเงินมาจากไหน? ได้แต่ถามตัวเองซ้ำๆ คิดวกไปวนมา

ยายจ๋าหนูจะทำยังไงดี หนูจะพาน้องๆ ไปรอดไหม? หนูไม่อยากให้น้องๆ ไปอยู่สถานสงเคราะห์

เธอมีเวลาจิตตกฟูมฟายไม่มากนัก สาวน้อยปาดน้ำตาแล้วเม้มปากแน่น ก่อนจะคว้าเอากระเป๋าคาดเอวใบเก่ง และขับรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง ออกตระเวนหาที่ขายขนม

“เต็มหมดแล้วละอีหนู มีขายขนมแบบนี้อยู่สามเจ้า”

“เอ่อ ถ้าว่างยังไง ลุงติดต่อกลับหนูหน่อยนะ”

เธอจำต้องยิ้มส่งให้กับเจ้าของตลาด ที่มองหน้าเธออยู่ด้วยสายตากรุ้มกริ่ม

“อยากจะขายอย่างอื่นไหมล่ะ อยากมีร้านขายสบายๆ หน้าตลาดไหม? พี่ช่วยได้นะจ๊ะ พี่ยังไม่มีเมีย”

สายตานั้น คำพูดแบบนั้นอีก เล่นเอาเสน่ห์จันทร์ถึงกับทำตาแข็งใส่ แต่ปากยังยิ้ม บอกเลี่ยงปัดไปเสีย แล้วเปลี่ยนใจไม่ให้เบอร์ตัวเองกับตาลุงเจ้าของตลาด เปลี่ยนเป็นเบอร์ท่านเจ้าอาวาสแทนไปซะ ขอโทษนะคะหลวงพ่อ หนูจำเป็น...

เธอไปมาสามตลาดแล้วแถวละแวกบ้าน ทุกตลาดมีเจ้าที่เจ้าทางของเขาอยู่แล้ว เสน่ห์จันทร์คิดว่าเย็นนี้จะกลับบ้านก่อน ค่อยลุยกันอีกทีพรุ่งนี้

“วันนี้เราไม่ทำขนมเหรอพี่จ้อย”

คำถามจากดาวล้อมเดือนทำให้เธอสะอึกเล็กน้อย แต่ก็ฝืนยิ้มส่งให้

“พักกันบ้าง ทำกันไม่หยุดมือเลย ไม่ดีเหรอ? เดือน”

“ไม่ดีหรอก พักก็แปลว่าไม่มีงาน เราไม่มีงานเหรอพี่จ้อย เพราะไม่ได้ทำขนมมาสามวันแล้ว”

ถึงน้องจะยังเด็กแต่ก็รู้เรื่องเงินๆ ทองๆ เศรษฐกิจของที่บ้านดี เด็กบ้านนี้ความคิดโตเกินตัวทุกคน เนื่องจากการเป็นอยู่มันบีบคั้นให้จำต้องโตเกินวัย แทบไม่ได้ใช้ชีวิตเป็นเด็กเหมือนคนอื่นเลย

“ก็...”

เสน่ห์จันทร์เม้มปาก ดวงตาของเธอไหวระริก มีความอ่อนแออยู่ในนั้นแต่ไม่อยากแสดงให้น้องเห็น

“พี่จ้อย...หนูไปรับออเดอร์ขายขนมมาให้พี่ งานกีฬาสีวันมะรืน ครูน้อยสั่งออเดอร์มา”

เสียงของน้องชายทองนพคุณดังขึ้น เห็นพี่สาวมีสีหน้าแปลกๆ คุยกับน้องสาวอยู่ก็ขมวดคิ้วน้อยๆ

“พี่จ้อยเป็นอะไร?”

“บ้านเราไม่มีงานพี่เมฆ”

ดาวล้อมเดือนมองสบตากับทองนพคุณ แล้วพยักหน้าให้กัน...เป็นเชิงภาษากายว่า คิดไว้แล้วเชียว

“ไม่ใช่ ไม่มีงาน เอ่อ...วันศุกร์ไง มีงานอยู่ พวกเราจะต้องหัวปั่นแน่ๆ เขาสั่งขนมอย่างละสิบกิโล งานใหญ่เลย”

เกือบจะร้องไห้แล้ว แต่กลั้นไว้ก่อน น้องทั้งสองถอนใจ แล้วเดินมากอดพี่สาวขนาบซ้ายขวา

“เราช่วยกันนะพี่จ้อย”

เสียงแตกหนุ่มของเด็กชายวัยสิบสอง ที่เธอเพิ่งมีเวลาสังเกตว่าน้องเสียงเปลี่ยนแล้วดังขึ้นปลอบโยน

“พวกหนูจะประหยัด แล้วก็ช่วยหางานด้วย”

“อือ”

น้ำตาปริ่มแล้วตอนนี้ เสน่ห์จันทร์ยังฮึบไว้ ไม่ให้น้ำตาแตก เสาหลักของบ้านไม่ควรมีน้ำตา ไม่ควรอ่อนแอ

“พี่จ้อย หนูอยากจะขอไปรับงานติว พี่จ้อยอนุญาตหนูไหม? อ้าว...พี่เมฆ เดือนอยู่กันตรงนี้เหรอ นึกว่าไปส่งขนมกัน”

เสียงของดาราทองดังขึ้น เห็นภาพพี่สาวกับพี่ชายและฝาแฝดกอดกันก็มองพวกเขาอย่างงงๆ

“ทำไมถึงจะไปรับงานติว ไม่อ่านหนังสือเหรอ”

โอเค เสน่ห์จันทร์ เธอจะต้องฮึบไว้...

“ไม่มีปัญหาหรอกเรื่องสอบเข้าเรียนต่อ หนูมีทุนรอแล้ว หนูรับงานติวให้กับรุ่นน้อง เขาให้ชั่วโมงละสองร้อย จ่ายเงินสดเลย หนูเลยมาขอพี่จ้อยไปทำ เพราะอาจจะต้องกลับบ้านมืดหน่อย จะเอาเงินตรงนี้มาช่วยค่านมเจ้าจิ๋ว”

จนได้...

เสน่ห์จันทร์ปล่อยโฮในที่สุด ดาราทองถึงกับหน้าตื่น วิ่งมากอดปลอบพี่สาว ตอนนี้เสาหลักของบ้านน้ำตาแตก นั่งร้องไห้โดยมีน้องๆ อีกสามคนปลอบโยน ดีที่อีกสองหนุ่มไม่อยู่บ้าน เรไรพาน้องไปเดินเล่น รับลมยามเย็น ไม่อย่างนั้นมันจะต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ เพราะพี่คนโตของบ้านไม่เคยแสดงความอ่อนแอแบบนี้ต่อหน้าพวกเธอมาก่อน มีร้องไห้หนเดียวก็ตอนงานศพยาย

น้องๆ รู้ว่าตอนนี้สถานการณ์ในบ้านเริ่มลำบาก       เสน่ห์จันทร์กลับมาปาดน้ำตา และตกลงใจเรียกประชุมพี่น้อง ให้น้องๆ รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น มันได้ผลดีมากกว่าผลเสีย เพราะทุกคนต่างวางแผนกันช่วยคนละไม้ละมือ ให้ครอบครัว รอด

ครอบครัวถ้าแข็งแกร่ง...จะอย่างไรก็ต้องไปต่อได้

“อ่อนแอบ้างก็ได้นะพี่”

เสียงของทองเอก น้องชายที่อายุรองจากเธอเอ่ยปลอบ เขาตบไหล่พี่สาวสุดแกร่งเบาๆ แล้วยิ้มให้

“ไม่อยากอ่อนแอไง พี่ไม่ชินกับการอ่อนแอ”

เสน่ห์จันทร์หัวเราะได้ในที่สุด ตอนนี้หลังจากการประชุมพี่น้อง น้องๆ แยกย้ายกันไปทำภารกิจประจำวันของตน ไม่มีใครมีห้องส่วนตัว พวกเขานอนด้วยกันในห้องโถงของบ้าน มีที่นอนประจำตัวของใครมัน ถึงเวลานอนก็เอามาปูนอน เวลาตื่นก็เก็บเข้าที่ ใกล้จะสอบแล้วดาราทองเลยติวหนังสือให้กับน้องๆ พวกเธอกำหนดนอนสี่ทุ่มปิดไฟ ตอนนี้เพิ่งจะทุ่มครึ่ง เธอกับน้องชายแยกมานั่งคุยกันตรงส่วนของห้องครัว

“เรามีปัญหาเราก็ช่วยกันแก้พี่จ้อย พี่จ้อยมีพวกผมอยู่ข้างๆ นะ”

“ขอบใจมากนะนก”

รอยยิ้มจากพี่สาว ทำให้ทองเอกยิ้มกว้าง เขาทำท่าเบ่งกล้ามให้กับพี่สาวได้ดู

“ผมน่ะเป็นผู้ชายและอายุอ่อนกว่าพี่แค่สองปี เห็นไหม ผมแข็งแกร่ง ดูสิๆ กล้ามมีแล้วนะพี่จ้อย พี่อย่าแบกไว้เยอะ มาแบ่งให้ผมแบกบ้าง”

“ย่ะ พ่อกล้ามใหญ่ ต่อไปพี่จะโยนให้แกแบกให้หักเลย”

“ยินดีเสมอครับ หึๆ จริงๆ แล้วผมไม่ต้องเรียนต่อก็ได้นะพี่จ้อย รับงานกับอาสิทธิ์ทำงานหาเงินก่อน ค่อยไปเรียนอีกทีก็ได้ ผมไม่ได้ซีเรียสอะไรเรื่องวุฒิ เก็บไว้ส่งหมอกดีกว่า หมอกหัวดีกว่าผม ต่อยอดได้มากกว่า”

“แต่แกควรได้เรียนนะ พี่จะไม่สบายใจถ้าเกิดว่านกไม่เรียน”

เสน่ห์จันทร์ทำเสียงดุๆ เธอนั้นจบแค่มอสาม ใจอยากเรียนต่อแต่ก็มองความเป็นจริงแล้วไม่น่าเป็นไปได้ แต่พอมารุ่นน้องๆ เธออยากให้น้องๆ เรียนให้ได้สูงที่สุด การเรียนเป็นสิ่งสำคัญมากในความคิดของเสน่ห์จันทร์

“พี่ไม่ได้เรียนผมก็ไม่สบายใจเหมือนกันนั่นแหละ”

น้องพูดแบบนั้น เล่นเอาเธออึ้ง ก่อนจะย่นจมูกน้อยๆ พลางส่ายหน้า

“พี่หัวไม่ดี พี่โง่ พวกแกควรได้เรียน ไว้ถึงที่สุดก่อนค่อยว่ากันที่จะไม่ขอเรียนน่ะ พรุ่งนี้พี่จะไปหาตลาดลง มันจะต้องมีสักที่แหละ”

“พี่จ้อยไม่โง่ เอาตรงไหนมาโง่”

น้องชายแย้ง เสน่ห์จันทร์เลยค้อนให้

“เป็นอันว่าเอาไว้ก่อนเรื่องจะไม่ขอเรียนต่อน่ะ พี่ขอลองหาทางดูก่อน ขนมเราอร่อย มีชื่อเสียงอยู่บ้าง เดี๋ยวก็หาที่ขายได้”

“คุยกับพี่แล้วเหนื่อย พี่จ้อยดื้อ”

ทองเอกบ่น พี่สาวเลยหัวเราะแล้วเอื้อมมือหยิกจมูกเขาอย่างหยอกๆ

“ว่าพี่เรอะ บาปนะ”

“ผมจะช่วยหาตลาดด้วย เคยไปแวะหาเพื่อน ในซอย 54 มีตลาดอยู่พี่จ้อยเพิ่งเปิดใหม่สองปีก่อน แต่มันอยู่ลึกหน่อย แรกๆ คนเดินเยอะ หลังๆ มาคนน้อย เราไปขายไม่รู้จะขายได้หรือเปล่า”

“ไม่ลองไม่รู้ หาที่ลงให้ได้ก่อน อย่างอื่นพี่ว่าพี่จัดการได้”

เธอขยิบตาให้กับน้องชาย ทองเอกชวนพี่สาวคุยสักพัก ก็ไปสมทบกับน้องๆ เด็กๆ เริ่มปูที่นอนเตรียมนอน น้องเล็กของบ้านอย่างเจ้าจิ๋วและเรไรหลับปุ๋ยไปแล้ว เรไรนอนกอดน้อง ไว้ใจได้ว่าไม่ทับน้องเพราะเจ้าตัวไม่ใช่คนนอนดิ้น เรไรรักน้องมาก บางหนถึงกับบอกว่าน้องเหมือนลูก ทำเอาพี่ๆ ถึงกับขำ

น้องๆ ทยอยเข้านอน ยายลำเภาสอนให้หลานๆ สวดมนต์ก่อนนอน และทุกคนก็ทำตามกันโดยอัตโนมัติเหมือนตอนที่ยายอยู่ คือปิดไฟ นั่งพนมมือสวดมนต์พร้อมกันและเอนตัวลงนอนไล่ๆ กัน เป็นกิจวัตรที่ทำทุกวันจนติดเป็นนิสัย

เสน่ห์จันทร์นั่งมองน้องๆ จนทุกคนนอนครบแล้ว เธอยิ้มในความมืด น้ำตาไหลคลออีกหน เชื่อมั่นในพลังของครอบครัว ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   บทส่งท้าย

    ​เสน่ห์จันทร์เรียนไม่จบจนได้เพราะเธอท้องตอนเรียนปี 2 เลยต้องดร็อปเรียนไว้ก่อ สามีของเธอบางทีก็ขี้หึงเกินไป ไม่ชอบหนุ่มๆ ที่มาวนเวียนใกล้จ้อยของเขา ไม่ต้องเรียนจบก็ได้เพราะประสบการณ์ชีวิตน้องเยอะแล้ว เขานี่แหละจะเป็นครูในชีวิตจริงให้เธอ​คุณปณิตาไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะอยากให้สะใภ้เรียนต่อยอด ปภพบอกว่างั้นเขาจะเรียนด้วยพร้อมกับเธอ เอากับพ่อสิ หวงเมียเบอร์หนึ่งเลยพ่อคนนี้ และพอเสน่ห์จันทร์คลอดงานแต่งก็ถูกจัดขึ้นตามที่ได้สัญญากับเธอไว้ ว่าจะจัดงานให้เขาก็ทำให้เธอจริงๆ ในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้ง การเปิดตัวของเจ้าสาวของปภพ ลูกสะใภ้คนแรกของคุณปณิตากับสังคม ไม่มีใครดูแคลน มีแต่คนชื่นชมเมื่อรู้ประวัติความเป็นมาของเธอและครอบครัว ส่วนมากทึ่งในความเป็นคนเก่ง มีความรับผิดชอบ และความรักในครอบครัวของเสน่ห์จันทร์​เสน่ห์จันทร์ได้ลูกสาวน่ารักน่าฟัด คือ เด็กหญิงจรัสจันทร์ หรือ ณจันทร์ อีกสี่ปีต่อมาก็คลอดเด็กหญิงจรัสดารินทร์ หรือ ณดาว เธอกับปภพแยกบ้านไปอยู่อีกหลังหนึ่งอยู่ในบริเวณรั้วเดียวกับบ้านใหญ่ ส่วนปพลนั้นก็กลับไปคืนดีกับทยิดาที่มีลูกสาวคือ นะนาย ที่ซ่อนแอบไว้ ความจริงปรากฏว่าเธอไม่ได้ทำลายเ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   37

    ​บ้านเจนธรรมดีถูกสร้างใหม่จนเรียบร้อย ครอบครัวของเสน่ห์จันทร์ทั้งแปดคนและนิสา กลับไปยังบ้านหลังเดิมอีกครั้ง และอย่างที่ปภพสัญญาทุกคนจะได้ห้องส่วนตัว...​ต้องเรียกว่าตึกมากกว่าบ้าน เพราะมีความสูงถึงห้าชั้นและมีชั้นดาดฟ้า ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เด็กๆ ดีใจมากๆ กับบ้านหลังใหม่ นิสาเองตอนนี้มาอยู่กับเพื่อนเกือบจะถาวรแล้วเพราะไม่ได้กลับบ้านของตัวเองเลย ก็มีห้องของตัวเองด้วยที่บ้านหลังนี้​ห้องของเสน่ห์จันทร์ มีข้าวของของปภพไปอยู่ในนั้นด้วย อย่างเป็นเจ้าของห้องอีกคน เหมือนกับที่คอนโดของเขา และ...ห้องของเขาที่บ้านด้วย​เขาพาเสน่ห์จันทร์ไปนอนค้างที่บ้านมารดาทุกศุกร์-เสาร์ก่อน รอให้น้องเรียนมหาวิทยาลัยค่อยขยับเป็นมานอนทุกวันให้กลับบ้านเสาร์-อาทิตย์ และมารดาให้พื้นที่ว่างที่ตอนนี้ใช้เป็นพื้นที่สวน ให้เขาปลูกบ้านเพื่อจะเป็นเรือนหอในอนาคต คุณ ปณิตาตอนแรกก็วางท่ากับว่าที่สะใภ้สาวน้อย หลังๆ มาท่านก็แพ้กับความน่ารักของเสน่ห์จันทร์ แพ้เสน่ห์ปลายจวักของเธอด้วย ถ้าวันไหนอยู่นอนค้างที่บ้านวัชระโชติ วันนั้นเธอก็จะรับหน้าที่แม่ครัวทำอาหารขึ้นโต๊ะเอง ปพลเองก็ชอบฝีมือของเสน่ห์จันทร์มากเช่นกัน และนึ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   36

    ​“ตาปริ้นซ์กับเด็กนั่น แกคบกับเขามากี่เดือนแล้ว” มารดาถามขึ้น ท่านสั่งให้เขามานั่งคุยในห้องนอน เพื่อจะได้เป็นส่วนตัว ปพลขยิบตาให้กับพี่ชายเมื่อเขาเดินตามท่านขึ้นมายังชั้นสอง พร้อมกับชูนิ้วสองนิ้วบอกใบ้ว่าสู้ตายนะครับพี่​“ห้าหกเดือนแล้วครับ”​“แม่คงไม่ต้องถามล่ะมั้งว่า...เรากับเขาถึงขั้นไหนกันแล้ว”ท่านทำสีหน้ารู้ทัน ขณะที่ชายหนุ่มกระแอม ท่านถอนใจเฮือกใหญ่พร้อมกับเอ่ยลอยๆ​“ดีนะไม่สิบเจ็ด ถ้าสิบเจ็ดนี่แกติดคุกแน่ตาปริ้นซ์ เจอกันที่ตลาดของแม่หรือยังไงกัน”​“ก็อะไรแบบนั้นครับ”​เล่าไม่ได้หรอกว่าเจอน้องที่ไหน ขืนเล่าคงเรื่องใหญ่ เขานี่แหละจะโดนบ่นว่า ส่วนน้อง...ท่านคงจะมองว่าเด็กคนนี้มันแสบและเอาตัวรอดเก่งมาก ถ้าเขาไม่กลับไปซ้อนแผนก็คงจะไม่ได้น้องแน่นอนละ เขาพึ่งรู้จากนิสาว่า การที่เสน่ห์จันทร์กลับไปรับงานตกหลุมเขาได้ เพราะน้องชายประสบอุบัติเหตุเลยต้องใช้เงินด่วน​เขาจะต้องขอบคุณทั้งทองเอกและทองนพคุณมากๆ ที่ทำให้เกิดเรื่อง จนเสน่ห์จันทร์ยอมรับงานอีกหน​“เป็นคนที่เก่งนะ เก่งมากด้วย” ท่านพึมพำ จะว่าเกลียดก็ไม่พูดไม่ได้หรอก เพราะเด็กมันไม่น่ารังเกียจอะไร น่าทึ่งด้วยซ้ำไป ตัวแค่นั้นดูแลน้อ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   35

    คุณปณิตาเข้าสู่ความรู้สึกอยากเป็นลม เมื่อเห็นว่าบุตรชายพาใครมาที่บ้าน เขาบอกกับท่านว่าวันนี้จะมีเซอร์ไพรส์ แล้วก็เซอร์ไพรส์มากจริงๆ ​นอกจากจะพา คนรัก มาพบกับท่านแล้ว แม่หนูนั่นยังพาน้องมาอีกโขยงหนึ่ง! โอย...ต้องเรียกยาดมกันเลยทีเดียว​ปพลที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย มองพี่ชายด้วยสายตาแบบว่าทึ่งมาก คุณปณิตาตอนนี้นั่งข้างกับเขา เอาเขาเป็นกำลังใจแหละ มือของท่านเย็นเจี๊ยบเมื่อท่านจับมือกับเขา​ไม่ต้องถามว่าลูกเต้าเหล่าใคร แต่อยากถามว่าตาปริ้นซ์ไปเจอมาได้ยังไงก่อน...​รายการสัมภาษณ์ว่าที่ลูกสะใภ้จึงเริ่มขึ้น...เด็กๆ ถูกกันให้ไปอยู่กันในห้องนั่งเล่น มีหัวหน้าแม่บ้านคอยอยู่ดูแล พวกเขานั่งคุยกันในห้องโถงพักผ่อน มีกระจกกั้นเป็นสัดส่วน คุณปณิตามักจะใช้ที่นี่เวลาจะคุยกับลูกๆ เรื่องสำคัญเรื่องงาน​“อายุเท่าไหร่? เราน่ะ”​“สิบเก้าค่ะ”โก่งอายุให้ตัวเองนิดหน่อย เธอรู้ว่าถ้าบอกอายุจริงๆ ไป ท่านคงจะยิ่งหน้าเสียกว่านี้ อ้อ...เธอไม่ได้โกหก เดือนหน้าเธอก็อายุสิบเก้าแล้วจริงๆ​“ตาปริ้นซ์” ท่านหันไปทำตาดุใส่ลูกชาย ที่ยิ้มแหยเล็กน้อย พลางยักไหล่​“น้องอายุพ้นวัยที่ผมจะติดคุกแล้วนะครับ”​“แต่เด็กสิบเก้า...ตาปริ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   34

    ปภพโผล่ไปที่ห้องของครอบครัวเจนธรรมดีในเวลาเกือบสามทุ่มของอีกวันต่อมา เขามีตุ๊กตากระต่ายสีขาวสองตัวขนาดใหญ่ผูกโบเป็นของขวัญผูกโบให้น้องแฝด ดาวล้อมเดือนกับดาราทองดีใจมาก กับของขวัญของ พี่ปริ้นซ์ เด็กๆ ไหว้ขอบคุณเขา ดีใจกับวันเกิดครบอายุ 11 ปีมาก เพราะปีนี้ได้ทั้งจัดวันเกิด ไปเที่ยวสวนสนุก และเป็นวันที่ได้ของขวัญมากที่สุดตั้งแต่เกิดมา ​ชีวิตของพวกเธอดีขึ้นตั้งแต่ที่มีปภพก้าวเข้ามาในบ้าน ทุกคนไม่ต้องเครียด กินอิ่มนอนหลับ มีเวลาคิดเรื่องเรียน ไม่ต้องเห็นพี่จ้อยแอบซึม ถ้าพี่จ้อยคือเสาหลัก เปรียบเป็นบ้านหลังหนึ่ง พวกเธอน้องๆ ก็ต่างมีหน้าที่ของตัวเอง บางคนเป็นประตู บางคนเป็นหน้าต่าง พื้นบ้าน เสริมให้บ้านหลังนี้แข็งแรงไม่ล้มครืน วันนี้เป็นวันที่เห็นพี่น้องหัวเราะเสียงดัง มีความสุขกับเครื่องเล่น ไปกันครบหน้าทั้งแปดคน เจ้าจิ๋วที่กำลังซนเริ่มหัดเดินก็ไปกับเขาด้วย เสร็จแล้วพากันไปดูบ้านหลังเดิมแวะซื้อของฝากให้ ยายสมพร เพราะพวกเธอไม่ได้อยู่บ้านเดิมกันพักนี้ พี่จ้อยบอกว่าจะสร้างใหม่ เห็นเขากำลังก่อสร้างเริ่มขึ้นโครงร่างแล้ว ครอบครัวจับมือกันและมองบ้านที่เริ่มก่อสร้างอีกหนด้วยสายตาปลาบปลื้

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   33

    ​“พักนี้อยู่บ้านได้แหะ”ปภพเอ่ยหยอกน้องชาย ปพลยิ้มน้อยๆ ส่งให้ ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารตรงหน้า ถ้าเขาไม่มีเรื่องในใจ คงจะสังเกตว่าพักนี้น้องชายดูซึมๆ แปลกไปไม่เหมือนเดิม อาหารเย็นวันนี้เขารับประทานมาแล้วกับวรวงศ์แวะเข้าไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศมาก่อนเข้าบ้าน​“น้องอยู่บ้านได้ แต่แกออกบ้านบ่อยนะตาปริ้นซ์” มารดาเอ่ยมาเสียงนิ่ง มองจ้องลูกคนโตเขม็ง คนเล็กก็อย่าง คนโตก็อย่างไม่ได้ดั่งใจสักคน ​คนเล็กมีเรื่องให้นางต้องเคลียร์ไปสิบล้าน แถมนึกโมโห อีกอย่างแอบรู้สึกบาป ถ้าเกิดว่าเด็กนั่นมีหลานนางจริงๆ แล้วต้องไปทำแท้ง ต่อให้เรื่องไม่จริงก็รู้สึกไม่ดี คุณปณิตาหนีไปบวชมาเจ็ดวันถึงจิตใจสงบลง นางไม่คุยกับปพลเลย ลูกชายนั้นกลับบ้านทุกวัน พยายามคุยกับท่าน และไม่ไปค้างที่คอนโดอีก ส่วนแม่ทยิดานั่นก็ออกไปแบบทิ้งงาน ก็วุ่นวายกันอยู่บ้าง เพราะงานเอกสารต้องกลับมาต่อ มาเคลียร์กัน ต้องหาคนมาช่วย ตอนนี้ก็มีความวุ่นวายนิดหน่อยในออฟฟิศ เลขาของท่านเลยต้องไปช่วยเคลียร์งานฝั่งของปพลด้วย ให้ยืมไปใช้นั่นแหละ ตอนนี้ลูกชายยังไม่มีเลขา ให้หาคนให้อยู่แน่นอนว่าหนนี้ท่านจะคัดเลือกด้วยตัวเอง ไม่ไว้ใจปพลอีกแล้ว​“ก็งานมันยุ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status