เข้าสู่ระบบ“จำน้องได้ไหม? ตาปริ้นซ์”
ปภพมองดูภาพที่มารดายื่นส่งมาแทบชิดหน้า ไอแพดถูกจ่อมาขนาดนั้น จะบอกว่ามองไม่ออกจำไม่ได้ก็คงแปลก
“จำได้ครับ ผมกับนายปาย เคยแย่งกันจีบแต่ดูท่าน้องน้ำหนึ่งจะไม่ชอบผม ลูกคนเล็กของคุณแม่ น่าจะมีภาษีกว่าผม”
สังหรณ์แหละว่ามารดามีแผน อยากจะให้เขาแต่งงาน เขากับปพลน้องชายยังเป็นโสดทั้งคู่ ในวัยสามสิบสามปี ท่านมักจะหาว่าที่ภรรยามาเสิร์ฟเรื่อย เปรยอยากอุ้มหลานก็บ่อย แต่พวกเขาก็ทำหูทวนลม ไม่ใช่อะไร สำหรับปภพนั้นเขายังไม่อยากแต่งงาน เขาชอบแต่งกับงานมากกว่า ส่วนน้องชายก็เหมือนๆ กัน หมอนั่นเป็นคู่แข่งกับเขา แข่งกันทำงาน แข่งกันปั๊มเงิน เพื่อผลงานให้คุณปณิตาได้ให้คะแนน และช่วงชิงโบนัสกันตอนปลายปี
อีกอย่างเรื่องมีเมียนั้นไกลโข สำหรับผู้ชายอย่างปภพ...สี่สิบแต่งงานก็คงยังไม่สาย เขากะจะให้มารดาจ้างแต่งงานค่อยหา จะได้ได้ทั้งเงินได้ทั้งเมีย มีแรงบันดาลใจไปจีบสาว
“ถ้าหนึ่งในพวกแก ทำให้น้องรักได้ ยอมหมั้นด้วยได้ แม่จะให้รางวัล”
“หืม?”
ปภพมองหน้าท่าน คุณปณิตาเหมือนรู้ว่าลูกชายคนโตของนางกำลังตาลุกกับสิ่งนี้ จึงยื่นข้อเสนอในทันที
“หุ้นอีกสิบเปอร์เซ็นต์จากของเก่าคือสิ่งที่แม่จะให้”
“คุณแม่ทุ่มมาก”
ปภพยิ้มนิดๆ เขานึกถึงน้องชาย ปพลจะต้องลงเวทีนี้แน่นอน คนได้เปรียบคือหมอนั่น เพราะอภิชาภาดูท่าจะมีใจให้กับน้องชายมากกว่าเขา
แต่เรื่องแบบนี้มันตัดสินกันที่ปัจจุบัน ปภพก็มั่นใจว่าเขาก็มีดี มีเสน่ห์ไม่แพ้ปพลแน่นอน ถ้าเอาจริง รสนิยมของพวกเขาไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงไม่เคยมีเหตุมาก่อนในเรื่องการแย่งสาว สเปกใครสเปกมัน พี่ไม่แย่งน้อง น้องไม่แย่งพี่ แต่หนนี้คุณแม่เหมือนบังคับให้เขาลงเวทีกลายๆ
“ย่ะ ทุ่มสิ ฉันอยากได้เขามาเป็นลูกสะใภ้ ใครทำได้ ฉันให้จริงๆ”
“ถ้าคุณแม่ทุ่ม ผมก็เอาจริงครับ”
“แม่จะรอดู”
คุณปณิตาแอบยิ้ม และไปต่อที่บิ้วท์น้องชายของปภพอย่างปพล งานนี้ให้พี่น้องไปสู้รบกันเพื่อชัยชนะที่นางอยากได้นั่นคือลูกสะใภ้ที่สามารถมาต่อยอดได้ในอนาคตอย่างอภิชาภา ที่เห็นกันมาตั้งแต่เล็กๆ
เลือกให้เองแบบนี้แหละ ไว้วางใจได้ว่าได้ของดีมาแน่ๆ งานนี้แอบหวังคนน้องมากกว่าคนพี่นิดหน่อย แต่นางขับพลังต่อสู้อยากเอาชนะในตัวของปภพออกมา จะได้แข่งกันให้เต็มที่ ถ้าใครแพ้ไม่เป็นไร นางมีของปลอบใจคือว่าที่ลูกสะใภ้ที่เล็งไว้ให้อีกหนึ่งคน...ยังไงปีนี้จะต้องมีลูกชายคนใดคนหนึ่งขายออก
คิดในใจก่อนจะมองลูกชายคนโต ที่เอนหลังกับโซฟา แล้วชวนท่านคุยเกี่ยวกับเรื่องของอภิชาภา แถมยังบอกอีกด้วยว่า งานนี้ยังไงเขาก็ต้องได้
ครอบครัวของนางทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ มีมูลค่าในตลาดหลักทรัพย์แตะพันล้าน ใครจะไม่อยากดองด้วยละ สามีของคุณปณิตาเสียไปเมื่อปีก่อน ลูกชายทั้งสองได้ดั่งใจ ปั้นมาทำหน้าที่แทนได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แถมยังทำให้กิจการขยับขยายมากขึ้นไปเรื่อยๆ น่าภาคภูมิใจนัก
ติดแต่ตรงที่ยังไม่มีใครยอมสละโสด คุณปณิตาอยากเห็นลูกๆ เป็นฝั่งเป็นฝา อยากมีหลานไว้เลี้ยงเล่นเหมือนเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน คนหนึ่งก็อายุ 33 อีกคนก็ 30 ไล่ๆ กัน ได้ใช้งานพร้อมกัน ปภพนั้นมีผลงานมากมาย ส่วนปพลนั้นเพิ่งมาทำงานเต็มตัวหลังจากไปทำงานเพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้กับตัวเองหลังเรียนจบที่เมืองนอก บินกลับมาทำงานของบริษัทเต็มตัวเมื่อปลายปี ก็พอจะเริ่มเห็นฝีมือว่าคงจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง
นางอยากปลดระวางแล้ว ทุกวันนี้ยังคุมตำแหน่งบอร์ดบริหารช่วยงานลูกชายทั้งสอง ถ้าได้ผู้หญิงดีๆ เก่งๆ มาเพิ่ม หรือได้ทายาทธุรกิจที่จะยิ่งต่อยอดความเป็นปึกแผ่นให้กับวีอาร์ เอนจีเนียริ่ง ก็ยิ่งดี บอกกับคนพี่แล้ว นางก็ต้องบอกคนน้องต่อ ปพลนั้นไม่เหมือนพี่ชาย นิสัยใจคอคนละแบบ แน่ใจด้วยว่าคนน้องนี่เจ้าชู้กว่าคนพี่ คนเป็นแม่คิดแบบนั้น ไม่รู้เสียแล้วว่าใครเป็น เสือร้าย ตัวจริง ที่เป็นแบบนั้นเพราะเคยมีเหตุ ท่านไปเจอะเจอเข้ากับปพลกับเด็กเลี้ยงเข้า...คอนโดเกือบแตกหนนั้น ปพลเลยโดนหมายหัวว่าเป็นตัวร้าย ขนาดเลขาของน้องชาย ท่านยังระบุให้ฝ่ายบุคคลเลือกเป็นผู้ชายให้เลย
“แม่จะบอกกับนายปาย พรุ่งนี้เรื่องนี้”
“ถ้านายปายไม่สน ผมรับเองนะครับแม่ หุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ในบริษัทเชียวนะครับ”
ปภพว่าแล้วผิวปากน้อยๆ พลางหลิ่วตาให้กับมารดา ก่อนจะยิ้มเจ้าชู้ส่งให้ท่าน
“ผมคิดว่าผมดีพอ ที่จะทำให้น้องน้ำหนึ่งหลง แล้วก็รัก คุณแม่เตรียมไว้เลยนะครับ”
“แหม มั่นใจจริงๆ นะเราน่ะ”
“ครับ ผมมั่นใจเพราะว่าน้องไม่มีทางชอบคนเจ้าชู้หรอกครับ”
ไอ้ปายดันไปทำเรื่องไว้ กลายเป็นที่ล้อเลียนของพี่ชายต่อหน้ามารดา แต่ปพลนั้นรู้ว่า พี่ชายเขาก็ไม่เบาหรอกน่า แต่แค่พี่ชายของเขากินเงียบกินเรื่อยไม่กินซ้ำ ส่วนทางปพลนั้นนิยมเลี้ยงไว้เสพสุขเป็นคราวๆ มากกว่า
สองพี่น้องตรงกันคือ ยังไม่มีใครอยากปักหลัก ท่านเลยต้องเพิ่มเติมความรู้สึกให้อยากเอาชนะ และแข่งขันกันมีภรรยาเสียที
“เราไม่เจ้าชู้เลยเหรอ?”
คุณปณิตาหรี่ตาลงมองบุตรชายคนโตแบบหัวจรดเท้า ปภพหัวเราะชอบใจ
“ครับไม่เจ้าชู้เลยครับแม่”
“ไม่อยากจะเชื่อ พวกแกมันพอกันแหละ”
“โธ่...ผมคนดีไม่เคยมีเด็กเลี้ยงนะครับ”
“ย่ะ”
คุณปณิตาเน้นเสียง แล้วถอนใจน้อยๆ ท่านบอกว่าจะโทรหาปพล พักนี้ไปค้างคอนโดบ่อย มีอะไรไม่ชอบมาพากลหรือเปล่า? ปภพได้ทีเลยเย้าว่า
“แอบเลี้ยงเด็กอีกหรือเปล่าครับแม่ บอกแล้วว่าคนเจ้าชู้มันนายปายไม่ใช่ผม หึๆ”
“เอาเถอะ มีแม่ไม่ว่าตอนนี้ แต่ตอนที่หนูน้ำหนึ่งมาต้องไม่มีใครมีเด็ก”
ท่านปรายตามองปภพ ที่ยักไหล่แล้วลุกขึ้น พลางบิดขี้เกียจ
“ผมไปดีกว่า วันนี้จะไปค้างคอนโดนะครับแม่ วันจันทร์จะได้ทำงานเลยแต่เช้า ขี้เกียจรถติด”
“ขี้เกียจรถติดหรือจะไปเที่ยวยะ” ท่านมองมาอย่างรู้ทัน
“อย่าว่าแต่น้องนะ เราอีกคน เราน่ะไม่เบาหรอกตา ปริ้นซ์”
“ทำงานสิครับ ผมมีนัดลูกค้าแต่เช้านะครับแม่ แล้วก็ต้องไปพัทยาด้วย ไปดูงานโครงการ ทางนั้นแจ้งมาว่าใกล้รับมอบแล้ว ผมก็ต้องไปดูเสียหน่อย”
“ไปกี่วัน”
“อาทิตย์หนึ่งครับ”
“ทำงานกี่วันยะ เที่ยวกี่วัน”
สายตาคมกริบมองตรงมา ลูกชายคนโตยิ้มหล่อส่งให้
“รวมๆ กันครับ”
“ไปๆ เบื่อจะคุยด้วย จะคุยกับตาปายเรื่องหนูน้ำหนึ่ง”
“บอกนายปายด้วยนะครับว่าผมไม่ออมมือให้แน่นอน”
“บอกกันเองสิยะ”
ท่านค้อนใส่ ปภพหัวเราะ แล้วตรงไปหาท่านพลางก้มลงหอมแก้มท่านแรงๆ อย่างจะหยอก เล่นเอาท่านโวยเบาๆ
ปภพคิดเรื่องของอภิชาภา นึกถึงหน้าหล่อนไม่ค่อยออกแล้วตอนนี้ โตไปก็น่าจะเปลี่ยนไปจากเดิมบ้าง แต่น้องน่าจะสวยมากแหละ ความเก่งกาจก็คงไม่เบา เพราะกลับมาบริหารงานแทนพ่อได้แบบนั้น แม่ของเขาถึงได้อยากได้มาเป็นศรีสะใภ้มาก ถึงกับลงทุนให้เขาและปพลลงเวทีชิงชัยหล่อนกัน
เอาเถอะ เขาก็ยังไม่มีใครในใจ ก็น่าลอง...
ก่อนจะไปทำตัวเป็นคนโสดที่บริสุทธิ์ เขาก็ขอไปหาที่ผ่อนคลายก่อนก็แล้วกัน
เสน่ห์จันทร์เรียนไม่จบจนได้เพราะเธอท้องตอนเรียนปี 2 เลยต้องดร็อปเรียนไว้ก่อ สามีของเธอบางทีก็ขี้หึงเกินไป ไม่ชอบหนุ่มๆ ที่มาวนเวียนใกล้จ้อยของเขา ไม่ต้องเรียนจบก็ได้เพราะประสบการณ์ชีวิตน้องเยอะแล้ว เขานี่แหละจะเป็นครูในชีวิตจริงให้เธอคุณปณิตาไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะอยากให้สะใภ้เรียนต่อยอด ปภพบอกว่างั้นเขาจะเรียนด้วยพร้อมกับเธอ เอากับพ่อสิ หวงเมียเบอร์หนึ่งเลยพ่อคนนี้ และพอเสน่ห์จันทร์คลอดงานแต่งก็ถูกจัดขึ้นตามที่ได้สัญญากับเธอไว้ ว่าจะจัดงานให้เขาก็ทำให้เธอจริงๆ ในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้ง การเปิดตัวของเจ้าสาวของปภพ ลูกสะใภ้คนแรกของคุณปณิตากับสังคม ไม่มีใครดูแคลน มีแต่คนชื่นชมเมื่อรู้ประวัติความเป็นมาของเธอและครอบครัว ส่วนมากทึ่งในความเป็นคนเก่ง มีความรับผิดชอบ และความรักในครอบครัวของเสน่ห์จันทร์เสน่ห์จันทร์ได้ลูกสาวน่ารักน่าฟัด คือ เด็กหญิงจรัสจันทร์ หรือ ณจันทร์ อีกสี่ปีต่อมาก็คลอดเด็กหญิงจรัสดารินทร์ หรือ ณดาว เธอกับปภพแยกบ้านไปอยู่อีกหลังหนึ่งอยู่ในบริเวณรั้วเดียวกับบ้านใหญ่ ส่วนปพลนั้นก็กลับไปคืนดีกับทยิดาที่มีลูกสาวคือ นะนาย ที่ซ่อนแอบไว้ ความจริงปรากฏว่าเธอไม่ได้ทำลายเ
บ้านเจนธรรมดีถูกสร้างใหม่จนเรียบร้อย ครอบครัวของเสน่ห์จันทร์ทั้งแปดคนและนิสา กลับไปยังบ้านหลังเดิมอีกครั้ง และอย่างที่ปภพสัญญาทุกคนจะได้ห้องส่วนตัว...ต้องเรียกว่าตึกมากกว่าบ้าน เพราะมีความสูงถึงห้าชั้นและมีชั้นดาดฟ้า ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เด็กๆ ดีใจมากๆ กับบ้านหลังใหม่ นิสาเองตอนนี้มาอยู่กับเพื่อนเกือบจะถาวรแล้วเพราะไม่ได้กลับบ้านของตัวเองเลย ก็มีห้องของตัวเองด้วยที่บ้านหลังนี้ห้องของเสน่ห์จันทร์ มีข้าวของของปภพไปอยู่ในนั้นด้วย อย่างเป็นเจ้าของห้องอีกคน เหมือนกับที่คอนโดของเขา และ...ห้องของเขาที่บ้านด้วยเขาพาเสน่ห์จันทร์ไปนอนค้างที่บ้านมารดาทุกศุกร์-เสาร์ก่อน รอให้น้องเรียนมหาวิทยาลัยค่อยขยับเป็นมานอนทุกวันให้กลับบ้านเสาร์-อาทิตย์ และมารดาให้พื้นที่ว่างที่ตอนนี้ใช้เป็นพื้นที่สวน ให้เขาปลูกบ้านเพื่อจะเป็นเรือนหอในอนาคต คุณ ปณิตาตอนแรกก็วางท่ากับว่าที่สะใภ้สาวน้อย หลังๆ มาท่านก็แพ้กับความน่ารักของเสน่ห์จันทร์ แพ้เสน่ห์ปลายจวักของเธอด้วย ถ้าวันไหนอยู่นอนค้างที่บ้านวัชระโชติ วันนั้นเธอก็จะรับหน้าที่แม่ครัวทำอาหารขึ้นโต๊ะเอง ปพลเองก็ชอบฝีมือของเสน่ห์จันทร์มากเช่นกัน และนึ
“ตาปริ้นซ์กับเด็กนั่น แกคบกับเขามากี่เดือนแล้ว” มารดาถามขึ้น ท่านสั่งให้เขามานั่งคุยในห้องนอน เพื่อจะได้เป็นส่วนตัว ปพลขยิบตาให้กับพี่ชายเมื่อเขาเดินตามท่านขึ้นมายังชั้นสอง พร้อมกับชูนิ้วสองนิ้วบอกใบ้ว่าสู้ตายนะครับพี่“ห้าหกเดือนแล้วครับ”“แม่คงไม่ต้องถามล่ะมั้งว่า...เรากับเขาถึงขั้นไหนกันแล้ว”ท่านทำสีหน้ารู้ทัน ขณะที่ชายหนุ่มกระแอม ท่านถอนใจเฮือกใหญ่พร้อมกับเอ่ยลอยๆ“ดีนะไม่สิบเจ็ด ถ้าสิบเจ็ดนี่แกติดคุกแน่ตาปริ้นซ์ เจอกันที่ตลาดของแม่หรือยังไงกัน”“ก็อะไรแบบนั้นครับ”เล่าไม่ได้หรอกว่าเจอน้องที่ไหน ขืนเล่าคงเรื่องใหญ่ เขานี่แหละจะโดนบ่นว่า ส่วนน้อง...ท่านคงจะมองว่าเด็กคนนี้มันแสบและเอาตัวรอดเก่งมาก ถ้าเขาไม่กลับไปซ้อนแผนก็คงจะไม่ได้น้องแน่นอนละ เขาพึ่งรู้จากนิสาว่า การที่เสน่ห์จันทร์กลับไปรับงานตกหลุมเขาได้ เพราะน้องชายประสบอุบัติเหตุเลยต้องใช้เงินด่วนเขาจะต้องขอบคุณทั้งทองเอกและทองนพคุณมากๆ ที่ทำให้เกิดเรื่อง จนเสน่ห์จันทร์ยอมรับงานอีกหน“เป็นคนที่เก่งนะ เก่งมากด้วย” ท่านพึมพำ จะว่าเกลียดก็ไม่พูดไม่ได้หรอก เพราะเด็กมันไม่น่ารังเกียจอะไร น่าทึ่งด้วยซ้ำไป ตัวแค่นั้นดูแลน้อ
คุณปณิตาเข้าสู่ความรู้สึกอยากเป็นลม เมื่อเห็นว่าบุตรชายพาใครมาที่บ้าน เขาบอกกับท่านว่าวันนี้จะมีเซอร์ไพรส์ แล้วก็เซอร์ไพรส์มากจริงๆ นอกจากจะพา คนรัก มาพบกับท่านแล้ว แม่หนูนั่นยังพาน้องมาอีกโขยงหนึ่ง! โอย...ต้องเรียกยาดมกันเลยทีเดียวปพลที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย มองพี่ชายด้วยสายตาแบบว่าทึ่งมาก คุณปณิตาตอนนี้นั่งข้างกับเขา เอาเขาเป็นกำลังใจแหละ มือของท่านเย็นเจี๊ยบเมื่อท่านจับมือกับเขาไม่ต้องถามว่าลูกเต้าเหล่าใคร แต่อยากถามว่าตาปริ้นซ์ไปเจอมาได้ยังไงก่อน...รายการสัมภาษณ์ว่าที่ลูกสะใภ้จึงเริ่มขึ้น...เด็กๆ ถูกกันให้ไปอยู่กันในห้องนั่งเล่น มีหัวหน้าแม่บ้านคอยอยู่ดูแล พวกเขานั่งคุยกันในห้องโถงพักผ่อน มีกระจกกั้นเป็นสัดส่วน คุณปณิตามักจะใช้ที่นี่เวลาจะคุยกับลูกๆ เรื่องสำคัญเรื่องงาน“อายุเท่าไหร่? เราน่ะ”“สิบเก้าค่ะ”โก่งอายุให้ตัวเองนิดหน่อย เธอรู้ว่าถ้าบอกอายุจริงๆ ไป ท่านคงจะยิ่งหน้าเสียกว่านี้ อ้อ...เธอไม่ได้โกหก เดือนหน้าเธอก็อายุสิบเก้าแล้วจริงๆ“ตาปริ้นซ์” ท่านหันไปทำตาดุใส่ลูกชาย ที่ยิ้มแหยเล็กน้อย พลางยักไหล่“น้องอายุพ้นวัยที่ผมจะติดคุกแล้วนะครับ”“แต่เด็กสิบเก้า...ตาปริ
ปภพโผล่ไปที่ห้องของครอบครัวเจนธรรมดีในเวลาเกือบสามทุ่มของอีกวันต่อมา เขามีตุ๊กตากระต่ายสีขาวสองตัวขนาดใหญ่ผูกโบเป็นของขวัญผูกโบให้น้องแฝด ดาวล้อมเดือนกับดาราทองดีใจมาก กับของขวัญของ พี่ปริ้นซ์ เด็กๆ ไหว้ขอบคุณเขา ดีใจกับวันเกิดครบอายุ 11 ปีมาก เพราะปีนี้ได้ทั้งจัดวันเกิด ไปเที่ยวสวนสนุก และเป็นวันที่ได้ของขวัญมากที่สุดตั้งแต่เกิดมา ชีวิตของพวกเธอดีขึ้นตั้งแต่ที่มีปภพก้าวเข้ามาในบ้าน ทุกคนไม่ต้องเครียด กินอิ่มนอนหลับ มีเวลาคิดเรื่องเรียน ไม่ต้องเห็นพี่จ้อยแอบซึม ถ้าพี่จ้อยคือเสาหลัก เปรียบเป็นบ้านหลังหนึ่ง พวกเธอน้องๆ ก็ต่างมีหน้าที่ของตัวเอง บางคนเป็นประตู บางคนเป็นหน้าต่าง พื้นบ้าน เสริมให้บ้านหลังนี้แข็งแรงไม่ล้มครืน วันนี้เป็นวันที่เห็นพี่น้องหัวเราะเสียงดัง มีความสุขกับเครื่องเล่น ไปกันครบหน้าทั้งแปดคน เจ้าจิ๋วที่กำลังซนเริ่มหัดเดินก็ไปกับเขาด้วย เสร็จแล้วพากันไปดูบ้านหลังเดิมแวะซื้อของฝากให้ ยายสมพร เพราะพวกเธอไม่ได้อยู่บ้านเดิมกันพักนี้ พี่จ้อยบอกว่าจะสร้างใหม่ เห็นเขากำลังก่อสร้างเริ่มขึ้นโครงร่างแล้ว ครอบครัวจับมือกันและมองบ้านที่เริ่มก่อสร้างอีกหนด้วยสายตาปลาบปลื้
“พักนี้อยู่บ้านได้แหะ”ปภพเอ่ยหยอกน้องชาย ปพลยิ้มน้อยๆ ส่งให้ ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารตรงหน้า ถ้าเขาไม่มีเรื่องในใจ คงจะสังเกตว่าพักนี้น้องชายดูซึมๆ แปลกไปไม่เหมือนเดิม อาหารเย็นวันนี้เขารับประทานมาแล้วกับวรวงศ์แวะเข้าไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศมาก่อนเข้าบ้าน“น้องอยู่บ้านได้ แต่แกออกบ้านบ่อยนะตาปริ้นซ์” มารดาเอ่ยมาเสียงนิ่ง มองจ้องลูกคนโตเขม็ง คนเล็กก็อย่าง คนโตก็อย่างไม่ได้ดั่งใจสักคน คนเล็กมีเรื่องให้นางต้องเคลียร์ไปสิบล้าน แถมนึกโมโห อีกอย่างแอบรู้สึกบาป ถ้าเกิดว่าเด็กนั่นมีหลานนางจริงๆ แล้วต้องไปทำแท้ง ต่อให้เรื่องไม่จริงก็รู้สึกไม่ดี คุณปณิตาหนีไปบวชมาเจ็ดวันถึงจิตใจสงบลง นางไม่คุยกับปพลเลย ลูกชายนั้นกลับบ้านทุกวัน พยายามคุยกับท่าน และไม่ไปค้างที่คอนโดอีก ส่วนแม่ทยิดานั่นก็ออกไปแบบทิ้งงาน ก็วุ่นวายกันอยู่บ้าง เพราะงานเอกสารต้องกลับมาต่อ มาเคลียร์กัน ต้องหาคนมาช่วย ตอนนี้ก็มีความวุ่นวายนิดหน่อยในออฟฟิศ เลขาของท่านเลยต้องไปช่วยเคลียร์งานฝั่งของปพลด้วย ให้ยืมไปใช้นั่นแหละ ตอนนี้ลูกชายยังไม่มีเลขา ให้หาคนให้อยู่แน่นอนว่าหนนี้ท่านจะคัดเลือกด้วยตัวเอง ไม่ไว้ใจปพลอีกแล้ว“ก็งานมันยุ







