Share

4

last update Tanggal publikasi: 2026-08-13 13:36:53

​“เมื่อวานก็ขนมไม่หมดพี่จ้อย”

เสียงบ่นเบาๆ ดังขึ้นจากน้องชายคนรอง ทำให้       เสน่ห์จันทร์ลอบถอนใจ แต่เสาหลักจะอ่อนแอไม่ได้ เธอหันมายิ้มส่งให้กับทองเอก น้องอุตส่าห์หาตลาดให้ ลองไปลงขายดูก็ปรากฏว่าพอขายได้ ไม่ถึงกับขายดี พวกเธอยังกะปริมาณขนมไม่ถูก เพราะเพิ่งลงขายได้ไม่ถึงเดือน ตลาดนี้เปิดแค่สามวัน ไม่ได้เปิดทุกวัน เสน่ห์จันทร์กำลังหาทางขยับขยายอยู่ เพราะถ้าจะพึ่งแต่ขนมมงคลที่ส่งตามงานอย่างเดียวไม่น่าจะพอกับค่าใช้จ่ายของครอบครัวใหญ่ของเธอ แถมตอนนี้มีภาระหนี้สินอีกด้วย ดีที่หลวงตาช่วยเจรจา ก็ยังพอจะผ่อนผันกันไปได้ แต่เวลาก็งวดมาทุกทีแล้ว

​“ไม่เป็นไร เราค่อยๆ กะเอาว่าเขาชอบอะไรกัน ค่อยทำไปขาย พี่ว่าจะทำบัวลอยไข่หวาน ต้นทุนไม่เยอะ ทำสดๆ ขาย คนน่าจะชอบ ลองดูไหมเสาร์นี้”

​“ก็ดีพี่ น่าจะดีกว่าพวกขนมไทย ของเราถึงจะใช้ของดี แต่ราคาแพงกว่าอีกเจ้าคนเขาก็ไม่ค่อยซื้อ” ทองเอกว่า

​“พวกขนมมงคล ขนมโบราณ เราก็ทำส่งอย่างเดียวพอ เราต้องปรับตัวแหละ”

เธอตบบ่าน้องชายเบาๆ แล้วยิ้มให้กับทองเอกอย่างให้กำลังใจ

​“ขอบใจมากๆ นะนก ตลาดที่นกหาติดต่อมามันไม่ได้แย่ มันดี แค่เราต้องปรับตัว”

​“อื้อ”

​น้องชายยิ้มส่งให้กับพี่สาว เขารู้ว่าทำไมพี่จ้อยพูดแบบนั้น กลัวเขารู้สึกไม่ดีนั่นแหละ เพราะเขาเป็นคนไปหาตลาดมาให้ วันแรกทำลงขายก็ขาดทุนเพราะตลาดอยู่ในซอยลึกและเป็นย่านคนโรงงาน ย่านนักศึกษามาเช่า กำลังซื้อมีไม่สูงมาก ขนมของพวกเขาดี อร่อย น่ารับประทานก็จริง แต่บางอย่างต้นทุนสูง การตั้งราคาก็ต้องสูงตามไปด้วย จึงไม่ค่อยมีคนซื้อเพราะความที่เป็นของสดใหม่ขายไม่เกินสามวัน และตลาดก็เปิดเว้นวัน ทำให้ต้องทิ้ง เรียกได้ว่าขาดทุนตั้งแต่แรก ก็พากันใจคอไม่ดี

​ร้านส่งประจำนั้นโดนแก๊งมิจฉาชีพหลอกจนเกือบหมดตัว ทางร้านมีติดค้างค่าขนมอยู่หลายพันแต่เธอยกหนี้ให้ เก็บเงินไม่ลงจริงๆ เมื่อเห็นว่าเขากำลังแย่ ทางร้านสัญญาว่าถ้ากลับมาเปิดร้านได้ จะมาสั่งขนมเธอเหมือนเดิมและจะหาเงินมาใช้หนี้ให้เสน่ห์จันทร์อีกด้วยแต่เธอไม่ได้หวังอะไรมาก แค่อยากให้พวกเขานั้นพ้นผ่านวันร้ายๆ ไปให้ได้ก็พอ

​ยุคนี้เงินทองหายาก มิจฉาชีพเต็มเมือง ไหนจะเศรษฐกิจไม่ค่อยดี มีคนขายมากกว่าคนซื้อ ทำมาหากินต้องปาดเหงื่อ สมองของเสาหลักของบ้านที่จบแค่มอสาม หมุนติ้วๆ หาวิธีเอาตัวรอดให้ทั้งแปดชีวิต คิด และคิด จนปวดหัวไปหมด

​เสน่ห์จันทร์นั้นเติบโตมากับยายลำเภา ที่กรอกหูบอกให้ทำงานแลกเงิน ให้รักษาศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง หน้าตาของเธอไม่ได้ขี้เหร่ เสน่ห์จันทร์สะสวยโดดเด่นกว่าลูกแม่คนอื่น เธอได้รับมรดกความสวยเย้ายวนมาจากอำภา ผิวพรรณผุดผ่องดูเป็นผู้ดี ถึงจะแต่งเนื้อแต่งตัวธรรมดาก็ยังดูดี ไม่มอมแมม มีคนมาอยากได้เธอถึงขั้นทาบทามทางยายลำเภา ก็โดนยายไล่เปิงไปทุกที แต่ละคนที่มาไม่ได้อยากได้ไปดีๆ ขอไปเป็นเมียน้อย เมียบำเรอ ยายมีหรือจะยอม

​ถึงจะโตมาในสภาพแวดล้อมที่เกือบจะกึ่งสลัม คนรอบข้างทำอาชีพเทาๆ แต่ยายลำเภาสอนลูกหลานให้รักศักดิ์ศรี อย่าหากินในแนวนอน เสน่ห์จันทร์ยึดคำยาย ไม่เคยทำแบบนั้น มีแม่เป็นไอดอลในด้านความไม่ดี ว่าใช้ชีวิตแบบไม่รักศักดิ์ศรีความเป็นลูกผู้หญิงเป็นยังไง เธอไม่เคยคิดจะทำแบบมารดาแม้แต่สักเสี้ยว สอนน้องๆ ทุกคนให้ดูแม่เป็นเยี่ยงอย่าง ให้ดูยายเป็นแบบอย่าง โชคดีที่ทุกคนรักดี ไม่มีใครแหกคอกเลยแม้สักคนเดียว

​คนทำดีก็ต้องได้ดีในสักวัน

​เสน่ห์จันทร์ท่องบอกตัวเองแบบนั้น ทุกวัน แม้สภาพแวดล้อมบางทีก็มีคนชวนไปหาเงินง่ายๆ แต่เธอไม่เคยคิดจะทำแม้แต่ครั้งเดียว

​แต่...

​แอบมีแต่ในใจแล้วละตอนนี้ ความจนมันน่ากลัว อีกเจ็ดชีวิตที่ผูกติดกับเธอ ให้ได้ดูแลรับผิดชอบ ถ้าเข้าตาจนจริงๆ เสน่ห์จันทร์ถอนใจน้อยๆ ถ้ามันถึงขนาดนั้นบางที...

​ให้มันถึงที่สุดก่อน

​สาวน้อยคิดในใจ เธอชวนน้องชายไปซื้อของมาไว้ทำขนมบัวลอยเพื่อเตรียมขายวันมะรืนที่ตลาดเปิด ทองนพคุณกลับมาจากโรงเรียนเลยขอไปด้วย เขาเดินไปส่งดาราทองน้องสาวซึ่งรับสอนพิเศษก่อนแล้วเอาข้าวของมาเก็บ พอถึงเวลาก็ไปรับน้องกลับบ้านเนื่องจากกว่าจะเสร็จก็มืดค่ำ ผู้ปกครองที่จ้างดาราทองให้สอนพิเศษให้ลูกของตน นึกสงสารครอบครัวของเด็กหญิงที่สู้ชีวิตกันเหลือเกิน สั่งเคเอฟซีมาเลี้ยงพวกเขายกบ้านวันนี้เป็นอาหารมื้อเย็น ที่เรียกได้ว่าหรูหราที่สุดตั้งแต่เกิดมาก็ว่าได้

​“เคเอฟซี”

ทองเอกทำตาลุก ขณะที่เสน่ห์จันทร์แอบตื่นเต้นแต่เก็บอาการ เสาหลักไม่ควรแตกตื่นอะไรแบบนี้สิ...สักวันเธอจะมีของดีๆ ให้น้องๆ กินทุกวัน เธอเองก็ไม่เคยกินเคเอฟซี เหมือนกันตั้งแต่เกิดมา

​“ใช่ เคเอฟซี”

ทองนพคุณตอนนี้วิ่งไปรอบๆ รถซาเล้ง หัวเราะไปด้วยอย่างตื่นเต้น

“คุณนายเขาสั่งมาเลี้ยงบ้านเรา เขาถามว่าอยู่กันกี่คน หนูบอกว่าบ้านเราอยู่กันแปดคน เขาชอบขนมร้านของพี่แอ้ม พอรู้ว่าร้านปิด แล้วเป็นขนมที่พวกเราทำขาย เขาบอกว่าจะสั่งแหละพี่ แกให้พี่แวะไปคุย จะสั่งลงโรงทาน”

​“ดีจัง”

พอจะยิ้มออกมาได้บ้าง มีงานคือมีเงิน ทองนพคุณบอกว่าคุณนายสั่งให้มาส่งที่บ้าน เลยให้เบอร์พี่สาวไป บ้านนี้มีโทรศัพท์เครื่องเดียวคือของเสน่ห์จันทร์ ที่ยายลำเภายอมซื้อให้ใหม่ เพราะโทรศัพท์สามารถเอาไปต่อยอดทำมาหากินได้ เลยซื้อของดีหน่อยให้ไว้ใช้กัน

​สามพี่น้องตกลงว่าจะนั่งรออาหารมื้อหรูที่สุดในชีวิต เห็นสีหน้าตื่นเต้นของน้องๆ ที่จะได้กินเคเอฟซีแล้ว เสน่ห์จันทร์ก็แอบน้ำตาคลอ โดยเฉพาะเรไรน้องเล็กพอรู้จะได้กินเคเอฟซีเย็นนี้ ก็พากันจับมือร้องเพลงกับดาวล้อมเดือน เต้นไปรอบๆ บ้าน ในอ้อมแขนอุ้มเจ้าจิ๋วไปด้วย เจ้าจิ๋วหัวเราะตามพี่ๆ ทั้งยังไร้เดียงสาไม่รู้ว่าเขาดีใจอะไรกัน

​พอของมาส่งเธอให้น้องๆ กินก่อน แบ่งไว้ให้ดาราทองด้วย ตอนนี้สมาชิกในบ้านอยู่กันครบเว้นดาราทอง เพราะไปสอนพิเศษสองทุ่มถึงไปรับกลับมา เธอมองน้องๆ ที่กินกันไปยิ้มกันไปอย่างมีความสุข เธอบอกกับน้องชายว่าจะไปรับดาราทองเองจะได้ขอบคุณ คุณนายด้วยจะได้สอบถามว่าท่านชอบอะไร พรุ่งนี้จะได้ทำไปให้ท่านตอบแทนที่เลี้ยงอาหารดีๆ พวกเธอ

​เห็นน้องๆ อิ่มอร่อย มีเสียงหัวเราะ มีรอยยิ้ม หัวหน้าครอบครัววัยแค่สิบแปด แบกทุกอย่างไว้เกินตัวอย่างเสน่ห์จันทร์ก็ยิ้มออกมีกำลังใจสู้ชีวิตในวันต่อไป

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   บทส่งท้าย

    ​เสน่ห์จันทร์เรียนไม่จบจนได้เพราะเธอท้องตอนเรียนปี 2 เลยต้องดร็อปเรียนไว้ก่อ สามีของเธอบางทีก็ขี้หึงเกินไป ไม่ชอบหนุ่มๆ ที่มาวนเวียนใกล้จ้อยของเขา ไม่ต้องเรียนจบก็ได้เพราะประสบการณ์ชีวิตน้องเยอะแล้ว เขานี่แหละจะเป็นครูในชีวิตจริงให้เธอ​คุณปณิตาไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะอยากให้สะใภ้เรียนต่อยอด ปภพบอกว่างั้นเขาจะเรียนด้วยพร้อมกับเธอ เอากับพ่อสิ หวงเมียเบอร์หนึ่งเลยพ่อคนนี้ และพอเสน่ห์จันทร์คลอดงานแต่งก็ถูกจัดขึ้นตามที่ได้สัญญากับเธอไว้ ว่าจะจัดงานให้เขาก็ทำให้เธอจริงๆ ในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้ง การเปิดตัวของเจ้าสาวของปภพ ลูกสะใภ้คนแรกของคุณปณิตากับสังคม ไม่มีใครดูแคลน มีแต่คนชื่นชมเมื่อรู้ประวัติความเป็นมาของเธอและครอบครัว ส่วนมากทึ่งในความเป็นคนเก่ง มีความรับผิดชอบ และความรักในครอบครัวของเสน่ห์จันทร์​เสน่ห์จันทร์ได้ลูกสาวน่ารักน่าฟัด คือ เด็กหญิงจรัสจันทร์ หรือ ณจันทร์ อีกสี่ปีต่อมาก็คลอดเด็กหญิงจรัสดารินทร์ หรือ ณดาว เธอกับปภพแยกบ้านไปอยู่อีกหลังหนึ่งอยู่ในบริเวณรั้วเดียวกับบ้านใหญ่ ส่วนปพลนั้นก็กลับไปคืนดีกับทยิดาที่มีลูกสาวคือ นะนาย ที่ซ่อนแอบไว้ ความจริงปรากฏว่าเธอไม่ได้ทำลายเ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   37

    ​บ้านเจนธรรมดีถูกสร้างใหม่จนเรียบร้อย ครอบครัวของเสน่ห์จันทร์ทั้งแปดคนและนิสา กลับไปยังบ้านหลังเดิมอีกครั้ง และอย่างที่ปภพสัญญาทุกคนจะได้ห้องส่วนตัว...​ต้องเรียกว่าตึกมากกว่าบ้าน เพราะมีความสูงถึงห้าชั้นและมีชั้นดาดฟ้า ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เด็กๆ ดีใจมากๆ กับบ้านหลังใหม่ นิสาเองตอนนี้มาอยู่กับเพื่อนเกือบจะถาวรแล้วเพราะไม่ได้กลับบ้านของตัวเองเลย ก็มีห้องของตัวเองด้วยที่บ้านหลังนี้​ห้องของเสน่ห์จันทร์ มีข้าวของของปภพไปอยู่ในนั้นด้วย อย่างเป็นเจ้าของห้องอีกคน เหมือนกับที่คอนโดของเขา และ...ห้องของเขาที่บ้านด้วย​เขาพาเสน่ห์จันทร์ไปนอนค้างที่บ้านมารดาทุกศุกร์-เสาร์ก่อน รอให้น้องเรียนมหาวิทยาลัยค่อยขยับเป็นมานอนทุกวันให้กลับบ้านเสาร์-อาทิตย์ และมารดาให้พื้นที่ว่างที่ตอนนี้ใช้เป็นพื้นที่สวน ให้เขาปลูกบ้านเพื่อจะเป็นเรือนหอในอนาคต คุณ ปณิตาตอนแรกก็วางท่ากับว่าที่สะใภ้สาวน้อย หลังๆ มาท่านก็แพ้กับความน่ารักของเสน่ห์จันทร์ แพ้เสน่ห์ปลายจวักของเธอด้วย ถ้าวันไหนอยู่นอนค้างที่บ้านวัชระโชติ วันนั้นเธอก็จะรับหน้าที่แม่ครัวทำอาหารขึ้นโต๊ะเอง ปพลเองก็ชอบฝีมือของเสน่ห์จันทร์มากเช่นกัน และนึ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   36

    ​“ตาปริ้นซ์กับเด็กนั่น แกคบกับเขามากี่เดือนแล้ว” มารดาถามขึ้น ท่านสั่งให้เขามานั่งคุยในห้องนอน เพื่อจะได้เป็นส่วนตัว ปพลขยิบตาให้กับพี่ชายเมื่อเขาเดินตามท่านขึ้นมายังชั้นสอง พร้อมกับชูนิ้วสองนิ้วบอกใบ้ว่าสู้ตายนะครับพี่​“ห้าหกเดือนแล้วครับ”​“แม่คงไม่ต้องถามล่ะมั้งว่า...เรากับเขาถึงขั้นไหนกันแล้ว”ท่านทำสีหน้ารู้ทัน ขณะที่ชายหนุ่มกระแอม ท่านถอนใจเฮือกใหญ่พร้อมกับเอ่ยลอยๆ​“ดีนะไม่สิบเจ็ด ถ้าสิบเจ็ดนี่แกติดคุกแน่ตาปริ้นซ์ เจอกันที่ตลาดของแม่หรือยังไงกัน”​“ก็อะไรแบบนั้นครับ”​เล่าไม่ได้หรอกว่าเจอน้องที่ไหน ขืนเล่าคงเรื่องใหญ่ เขานี่แหละจะโดนบ่นว่า ส่วนน้อง...ท่านคงจะมองว่าเด็กคนนี้มันแสบและเอาตัวรอดเก่งมาก ถ้าเขาไม่กลับไปซ้อนแผนก็คงจะไม่ได้น้องแน่นอนละ เขาพึ่งรู้จากนิสาว่า การที่เสน่ห์จันทร์กลับไปรับงานตกหลุมเขาได้ เพราะน้องชายประสบอุบัติเหตุเลยต้องใช้เงินด่วน​เขาจะต้องขอบคุณทั้งทองเอกและทองนพคุณมากๆ ที่ทำให้เกิดเรื่อง จนเสน่ห์จันทร์ยอมรับงานอีกหน​“เป็นคนที่เก่งนะ เก่งมากด้วย” ท่านพึมพำ จะว่าเกลียดก็ไม่พูดไม่ได้หรอก เพราะเด็กมันไม่น่ารังเกียจอะไร น่าทึ่งด้วยซ้ำไป ตัวแค่นั้นดูแลน้อ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   35

    คุณปณิตาเข้าสู่ความรู้สึกอยากเป็นลม เมื่อเห็นว่าบุตรชายพาใครมาที่บ้าน เขาบอกกับท่านว่าวันนี้จะมีเซอร์ไพรส์ แล้วก็เซอร์ไพรส์มากจริงๆ ​นอกจากจะพา คนรัก มาพบกับท่านแล้ว แม่หนูนั่นยังพาน้องมาอีกโขยงหนึ่ง! โอย...ต้องเรียกยาดมกันเลยทีเดียว​ปพลที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย มองพี่ชายด้วยสายตาแบบว่าทึ่งมาก คุณปณิตาตอนนี้นั่งข้างกับเขา เอาเขาเป็นกำลังใจแหละ มือของท่านเย็นเจี๊ยบเมื่อท่านจับมือกับเขา​ไม่ต้องถามว่าลูกเต้าเหล่าใคร แต่อยากถามว่าตาปริ้นซ์ไปเจอมาได้ยังไงก่อน...​รายการสัมภาษณ์ว่าที่ลูกสะใภ้จึงเริ่มขึ้น...เด็กๆ ถูกกันให้ไปอยู่กันในห้องนั่งเล่น มีหัวหน้าแม่บ้านคอยอยู่ดูแล พวกเขานั่งคุยกันในห้องโถงพักผ่อน มีกระจกกั้นเป็นสัดส่วน คุณปณิตามักจะใช้ที่นี่เวลาจะคุยกับลูกๆ เรื่องสำคัญเรื่องงาน​“อายุเท่าไหร่? เราน่ะ”​“สิบเก้าค่ะ”โก่งอายุให้ตัวเองนิดหน่อย เธอรู้ว่าถ้าบอกอายุจริงๆ ไป ท่านคงจะยิ่งหน้าเสียกว่านี้ อ้อ...เธอไม่ได้โกหก เดือนหน้าเธอก็อายุสิบเก้าแล้วจริงๆ​“ตาปริ้นซ์” ท่านหันไปทำตาดุใส่ลูกชาย ที่ยิ้มแหยเล็กน้อย พลางยักไหล่​“น้องอายุพ้นวัยที่ผมจะติดคุกแล้วนะครับ”​“แต่เด็กสิบเก้า...ตาปริ

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   34

    ปภพโผล่ไปที่ห้องของครอบครัวเจนธรรมดีในเวลาเกือบสามทุ่มของอีกวันต่อมา เขามีตุ๊กตากระต่ายสีขาวสองตัวขนาดใหญ่ผูกโบเป็นของขวัญผูกโบให้น้องแฝด ดาวล้อมเดือนกับดาราทองดีใจมาก กับของขวัญของ พี่ปริ้นซ์ เด็กๆ ไหว้ขอบคุณเขา ดีใจกับวันเกิดครบอายุ 11 ปีมาก เพราะปีนี้ได้ทั้งจัดวันเกิด ไปเที่ยวสวนสนุก และเป็นวันที่ได้ของขวัญมากที่สุดตั้งแต่เกิดมา ​ชีวิตของพวกเธอดีขึ้นตั้งแต่ที่มีปภพก้าวเข้ามาในบ้าน ทุกคนไม่ต้องเครียด กินอิ่มนอนหลับ มีเวลาคิดเรื่องเรียน ไม่ต้องเห็นพี่จ้อยแอบซึม ถ้าพี่จ้อยคือเสาหลัก เปรียบเป็นบ้านหลังหนึ่ง พวกเธอน้องๆ ก็ต่างมีหน้าที่ของตัวเอง บางคนเป็นประตู บางคนเป็นหน้าต่าง พื้นบ้าน เสริมให้บ้านหลังนี้แข็งแรงไม่ล้มครืน วันนี้เป็นวันที่เห็นพี่น้องหัวเราะเสียงดัง มีความสุขกับเครื่องเล่น ไปกันครบหน้าทั้งแปดคน เจ้าจิ๋วที่กำลังซนเริ่มหัดเดินก็ไปกับเขาด้วย เสร็จแล้วพากันไปดูบ้านหลังเดิมแวะซื้อของฝากให้ ยายสมพร เพราะพวกเธอไม่ได้อยู่บ้านเดิมกันพักนี้ พี่จ้อยบอกว่าจะสร้างใหม่ เห็นเขากำลังก่อสร้างเริ่มขึ้นโครงร่างแล้ว ครอบครัวจับมือกันและมองบ้านที่เริ่มก่อสร้างอีกหนด้วยสายตาปลาบปลื้

  • เรื่องบรรจบ ณ ตรงที่ใจ   33

    ​“พักนี้อยู่บ้านได้แหะ”ปภพเอ่ยหยอกน้องชาย ปพลยิ้มน้อยๆ ส่งให้ ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารตรงหน้า ถ้าเขาไม่มีเรื่องในใจ คงจะสังเกตว่าพักนี้น้องชายดูซึมๆ แปลกไปไม่เหมือนเดิม อาหารเย็นวันนี้เขารับประทานมาแล้วกับวรวงศ์แวะเข้าไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศมาก่อนเข้าบ้าน​“น้องอยู่บ้านได้ แต่แกออกบ้านบ่อยนะตาปริ้นซ์” มารดาเอ่ยมาเสียงนิ่ง มองจ้องลูกคนโตเขม็ง คนเล็กก็อย่าง คนโตก็อย่างไม่ได้ดั่งใจสักคน ​คนเล็กมีเรื่องให้นางต้องเคลียร์ไปสิบล้าน แถมนึกโมโห อีกอย่างแอบรู้สึกบาป ถ้าเกิดว่าเด็กนั่นมีหลานนางจริงๆ แล้วต้องไปทำแท้ง ต่อให้เรื่องไม่จริงก็รู้สึกไม่ดี คุณปณิตาหนีไปบวชมาเจ็ดวันถึงจิตใจสงบลง นางไม่คุยกับปพลเลย ลูกชายนั้นกลับบ้านทุกวัน พยายามคุยกับท่าน และไม่ไปค้างที่คอนโดอีก ส่วนแม่ทยิดานั่นก็ออกไปแบบทิ้งงาน ก็วุ่นวายกันอยู่บ้าง เพราะงานเอกสารต้องกลับมาต่อ มาเคลียร์กัน ต้องหาคนมาช่วย ตอนนี้ก็มีความวุ่นวายนิดหน่อยในออฟฟิศ เลขาของท่านเลยต้องไปช่วยเคลียร์งานฝั่งของปพลด้วย ให้ยืมไปใช้นั่นแหละ ตอนนี้ลูกชายยังไม่มีเลขา ให้หาคนให้อยู่แน่นอนว่าหนนี้ท่านจะคัดเลือกด้วยตัวเอง ไม่ไว้ใจปพลอีกแล้ว​“ก็งานมันยุ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status