LOGINฉันให้นายนำไปก่อน ต่อให้นะนายปาย (ปพล)
เรื่องนี้ไม่มียอมกันนะพี่ ลงให้ผมนำไปแบบนี้ จะมาร้องไห้ไม่ได้นะครับ (ปภพ)
ไม่มีทาง ฉันมั่นใจว่า น้องเขาไม่เลือกนายหรอก นายปาย เขาไม่ชอบคนเจ้าชู้(ปพล)
ใครครับเจ้าชู้ พี่หรือเปล่าพี่ปริ้นซ์(ปภพ)
น้องชายโต้มาแบบนั้น ปภพก็หัวเราะเบาๆ เขาไม่เจ้าชู้...คนเจ้าชู้คือคนจีบไม่เลือก มีทีละหลายๆ คน เขาไม่ได้มีใคร ไม่ได้เลี้ยงใครด้วย กินเวลาหิว กินบ่อยหน่อยถ้าหิวบ่อยก็เท่านั้น
เปลี่ยนรสชาติไปเรื่อยๆ ไม่เคยเอาหัวใจไปโยนให้ใครสักที วิถีของปภพ...เคยอกหักตอนมัธยมโน่นแล้วมั้ง มัธยมวัยหวาน นั่นคือรักที่จริงจังที่สุดแล้วของปภพ อกหักครั้งนั้นคือสาวไปชอบน้องชายของเขาอย่างปพล ก็แข่งกันมาตั้งแต่ตอนนั้นแหละนะ นอกเหนือจากแข่งกันเรื่องผลการเรียน ที่คนเป็นมารดามักจะเปรียบเทียบว่าใครเก่งกว่าใคร ใครชนะใคร และให้รางวัลคนชนะตลอดเวลา
ถึงจะเป็นคู่แข่งกันกลายๆ แต่ปภพกับปพลความสัมพันธ์แบบพี่น้องก็ยังเป็นพี่น้องไม่ได้อิจฉากัน เหมือนเอาไว้เป็นคู่แข่งเพื่ออยากจะเอาชนะ เพิ่มรสชาติเท่านั้นเอง จริงๆ แล้วการที่ท่านทำแบบนี้บิดาไม่ค่อยเห็นด้วยนัก แต่ก็ขัดเมียไม่ได้ ได้แต่คอยสอนให้ลูกชายทั้งสองรักกัน...ไม่ทิ้งกันและช่วยกันแก้ปัญหา ไม่ใช่การเอาชนะแบบเอาเป็นเอาตาย ปภพกับปพลอาจจะแข่งกัน ทะเลาะกัน แต่สุดท้ายก็กอดคอหัวเราะด้วยกัน บิดามักจะมีของปลอบใจคนแพ้ลับหลังมารดา มันก็ไม่ได้แย่อะไร
เขายังสนุกกับการทำงาน การแข่งขันกันสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับวีอาร์ บิดาที่เสียไปยิ่งทำให้ปภพบ้างานหนักขึ้น โดยมีปพลมาช่วยอีกกำลัง มันก็ยิ่งทำให้สองพี่น้องไม่มีเวลาจะอยากมีใคร หรือมีเวลาส่วนตัวเพื่อใคร
การที่มารดาตั้งเงื่อนไขแบบนี้ ก็คงเพราะอยากดึงลูกชายให้มาสนใจเรื่องสร้างครอบครัวบ้าง และแน่นอนถ้าพลาดจากอภิชาภา เขาแน่ใจว่าแม่เขาจะต้องมีโปรเจกต์ลูกสะใภ้ต่อไปแน่ๆ ล่ะ คนอย่างคุณปณิตาอยากได้อะไรก็ต้องเอาให้ได้ งานนี้ท่านอยากให้พวกเขามีครอบครัว แม่เขาหาสาวมาเสนอรัวๆ แน่ๆ
จีบเอาเอง ถูกใจเอาเองจะฟินกว่านะ
เขานึกแล้วก็ยิ้มกว้าง ว่าแต่...เขาจะไปหาคนถูกใจเพื่อจีบได้ที่ไหนกันละ? วันๆ ทำแต่งาน เจอหน้าแต่เลขานุการหนุ่มของเขานั่นแหละ เจอกันทุกวัน ตอนนี้เลยพากันเที่ยวเสียเลย เขาเหลือบมองวรวงศ์ที่รับหน้าที่คนขับ พาเจ้านายมาเที่ยวสำราญแบบผู้ชายๆ เป็นหนแรกที่เขาออกมาแบบนี้กับลูกน้อง เพราะปรกติจะไปเที่ยวกับเพื่อนเสียมากกว่า คิดว่าถ้าเกิดว่าวรวงศ์เข้ากับเขาได้ดี อาจจะพาไปเจอลภัสอีกคน รวมกันเป็นแก๊งคงจะสนุกดี เวลาไปลุยด้วยกัน เขานึกชอบใจวรวงศ์ที่คล่องแคล่วสั่งได้ แถมเป็นผู้ชาย ใช้ง่ายเรียกคล่อง ไม่เหมือนเลขาคนก่อนหน้านี้ที่เป็นผู้หญิงอายุรุ่นพี่เขา ที่บางทีเขาก็เกรงใจ ไม่กล้าเอ่ยบอกให้ทำอะไรมากในเรื่องส่วนตัว
“เจ้านายจะแวะหาอะไรกินก่อนไหมครับ? แถวนี้มีร้านอร่อยหลายร้านเลย อยากจัดเมนูไหนครับ”
“จะว่าไปก็หิวแหะ พอนายทักแบบนี้”
เขาเหลือบมองนาฬิกาดิจิตอลบนหน้าคอลโซลรถ
“เกือบทุ่มแล้วด้วย ที่ประจำของนายอยู่ไกลเหมือนกันนะ ทำไมถึงได้มารู้จักแถวนี้ล่ะ”
เป็นการชวนคุยเพื่อละลายพฤติกรรม เพิ่มเติมความสนิทสนมระหว่างผู้ชาย
“เมื่อก่อนเรียนแถวนี้ครับ เพื่อนเลยพามา”
อายุของวรวงศ์เพิ่งจะ 25 เรียกว่าเบญจเพสพอดี แต่น่าจะเป็นเบญจเพสที่ดีเพราะเขาได้ทำงานที่วีอาร์ กรุ๊ป งานมั่นคง สวัสดิการดี เงินเดือนดี ตอนนี้ก็เข้ากับเจ้านายได้เป็นของแถมที่ดีมากๆ
“เปิดซิงเหรอ?”
คำถามนั้นทำให้วรวงศ์หัวเราะ
“ก็...ไม่ถึงกับเปิดซิงหรอกครับเจ้านาย เจ้านายอยากกินอะไรครับ ผมน่ะเจ้าถิ่นพาเช็กอินได้ทุกแบบ”
“อยากกินหมูกระทะ”
“โห...พูดจริงหรืออำครับ”
มันเป็นอาหารง่ายๆ ที่เขาคิดไม่ถึงเลยทีเดียว
“พูดจริง อยากกินหมูกระทะจิบเบียร์ แล้วเราค่อยไปต่อ เจ้าถิ่นพาเช็กอินหน่อยครับ”
“ได้เลยครับเจ้านาย มีร้านหนึ่งอยู่ริมน้ำอร่อยมาก อร่อยจนผมไม่อยากให้ดังเลยครับไม่งั้นคิวยาว”
วรวงศ์พาเขามาจอดรถที่ลานจอดรถก่อนจะพาเขาเดินเข้าตรอกไปในบ้านริมน้ำหลังหนึ่ง ที่ได้กลิ่นย่างเนื้อโชยมาแต่ไกล
บรรยากาศเรียกได้ว่าดีมาก ริมน้ำ ลมเย็นโชย คนเกือบเต็มทุกโต๊ะ ร้านเป็นแบบบุฟเฟต์ เขาบอกให้วรวงศ์ว่าไม่ต้องห่วงเขาตักเผื่อ ให้ตักใครตักมัน สั่งเบียร์มาเหยือกหนึ่ง ที่นี่มีดนตรีสด นักร้องเป็นสาวหล่อ เท่ ร้องเพลงเพราะมาก
กินกันไปคุยกันไปเพลินๆ เปิดใจกันไปด้วย เบียร์หมดเหยือกแรกก็ต่อเหยือกสอง วรวงศ์บอกว่าร้านที่จะพาไปไม่ติดด่านอยู่ใกล้ที่นี่นิดเดียว กินกันพอกรึ่มๆ ค่อยไป กิน อย่างอื่น ปภพหัวเราะเบาๆ วรวงศ์บอกว่าที่นั่นส่งรูปมาให้เลือก แล้วส่งให้กับปภพดู
“เลือกได้เลยครับเจ้านาย สามคน สามแบบ คืนนี้ผมเลี้ยง”
ใจป๋าให้นาย...ราคาไม่เบาหรอกครึ่งหนึ่งของเงินเดือนเขาเลยละ
“ไม่ต้องเลี้ยง ผมเลี้ยงคุณดีกว่าว่าน”
“โห ไม่สิครับให้ผมจัดการให้ ผมตั้งใจแล้ว”
“เอาแบบนี้ คุณเลี้ยงหมูกระทะผม ผมจะเลี้ยงอย่างอื่นคุณเอง ตกลงไหม?”
คาดคั้นแบบนั้น วรวงศ์จำพยักหน้า ปภพรับโทรศัพท์ไปจากมือลูกน้องหนุ่ม เปิดดูภาพ เป็นภาพรวมของสามสาวในชุดนักศึกษา แต่ละนางสวยน่ารัก หุ่น ทรวงทรงมองแล้วน้ำลายสอเลยละ
เขาหรี่ตามองให้พินิจถ้วนถี่ มีภาพเดี่ยวของแต่ละคนด้วย คนแรกสาวผมสั้น หน้าอกใหญ่เกินตัว คนต่อมาเป็นสาวผมดำตาเหมือนแมว มัดผมหางม้า หล่อนยิ้มเจื่อนๆ ส่งให้กล้อง ตัวเล็กกะทัดรัด น่ารักเหมือนตุ๊กตา คนสุดท้ายผมสีทองยาว แต่งหน้าจัด ดูท่าจะจี๊ดถึงใจ
เขาดูวนกลับมายังภาพสาวผมดำอีกหน ตัวเล็กๆ น่าอุ้มดี...เขาไม่ชอบอะไรที่ใหญ่ไป มากไป คนนี้กำลังดี
“เอาคนนี้”
“คนนี้แรร์นะครับเจ้านาย เจ๊เปรี้ยวบอกมาว่าซิง นายถนอมน้องหน่อยนะครับ”
“หึๆ ได้สิ จะกล่อมนอนให้อ่อนโยนเหมือนคุณพ่อมาเองเลย”
“โห...”
สองหนุ่มหัวเราะพร้อมกัน วรวงศ์เองก็เลือกผู้หญิงให้ตัวเองเหมือนกัน พอเจ้านายถามราคา เขาก็บอกไปตามตรง ของปภพจ่ายหนักกว่าเพราะของดี ส่วนของวรวงศ์ราคาเบาๆ เขาเลือกสาวสวยที่เคยมาใช้บริการกันแล้วหนก่อน
โอนไปแล้วเรียบร้อยเติมเบียร์แก้วสุดท้าย เช็กบิล แล้วสองหนุ่มก็เดินออกไปจากร้านหมูกระทะ ตรงไปยังร้านเจ๊เปรี้ยว เพื่อไปหาของหวาน กิน เป็นเมนูต่อไป
ปภพนึกครึ้มใจขณะที่นั่งรถเคลื่อนต่อไปยังเป้าหมายที่รอ
ซิงเลยงั้นหรือ? ซิงจริงซิงเล่นก็ไม่ใช่ปัญหา เขาไม่ถือสาอะไร เขาได้หมด...คิดว่าคืนนี้น่าจะเป็นคืนดีๆ ของเขากับแม่สาวตาเหมือนแมวคนนั้นแน่ๆ น้องน่ารักดี เขาชอบรอยยิ้มนั่น
เสน่ห์จันทร์เรียนไม่จบจนได้เพราะเธอท้องตอนเรียนปี 2 เลยต้องดร็อปเรียนไว้ก่อ สามีของเธอบางทีก็ขี้หึงเกินไป ไม่ชอบหนุ่มๆ ที่มาวนเวียนใกล้จ้อยของเขา ไม่ต้องเรียนจบก็ได้เพราะประสบการณ์ชีวิตน้องเยอะแล้ว เขานี่แหละจะเป็นครูในชีวิตจริงให้เธอคุณปณิตาไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะอยากให้สะใภ้เรียนต่อยอด ปภพบอกว่างั้นเขาจะเรียนด้วยพร้อมกับเธอ เอากับพ่อสิ หวงเมียเบอร์หนึ่งเลยพ่อคนนี้ และพอเสน่ห์จันทร์คลอดงานแต่งก็ถูกจัดขึ้นตามที่ได้สัญญากับเธอไว้ ว่าจะจัดงานให้เขาก็ทำให้เธอจริงๆ ในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและซาบซึ้ง การเปิดตัวของเจ้าสาวของปภพ ลูกสะใภ้คนแรกของคุณปณิตากับสังคม ไม่มีใครดูแคลน มีแต่คนชื่นชมเมื่อรู้ประวัติความเป็นมาของเธอและครอบครัว ส่วนมากทึ่งในความเป็นคนเก่ง มีความรับผิดชอบ และความรักในครอบครัวของเสน่ห์จันทร์เสน่ห์จันทร์ได้ลูกสาวน่ารักน่าฟัด คือ เด็กหญิงจรัสจันทร์ หรือ ณจันทร์ อีกสี่ปีต่อมาก็คลอดเด็กหญิงจรัสดารินทร์ หรือ ณดาว เธอกับปภพแยกบ้านไปอยู่อีกหลังหนึ่งอยู่ในบริเวณรั้วเดียวกับบ้านใหญ่ ส่วนปพลนั้นก็กลับไปคืนดีกับทยิดาที่มีลูกสาวคือ นะนาย ที่ซ่อนแอบไว้ ความจริงปรากฏว่าเธอไม่ได้ทำลายเ
บ้านเจนธรรมดีถูกสร้างใหม่จนเรียบร้อย ครอบครัวของเสน่ห์จันทร์ทั้งแปดคนและนิสา กลับไปยังบ้านหลังเดิมอีกครั้ง และอย่างที่ปภพสัญญาทุกคนจะได้ห้องส่วนตัว...ต้องเรียกว่าตึกมากกว่าบ้าน เพราะมีความสูงถึงห้าชั้นและมีชั้นดาดฟ้า ใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เด็กๆ ดีใจมากๆ กับบ้านหลังใหม่ นิสาเองตอนนี้มาอยู่กับเพื่อนเกือบจะถาวรแล้วเพราะไม่ได้กลับบ้านของตัวเองเลย ก็มีห้องของตัวเองด้วยที่บ้านหลังนี้ห้องของเสน่ห์จันทร์ มีข้าวของของปภพไปอยู่ในนั้นด้วย อย่างเป็นเจ้าของห้องอีกคน เหมือนกับที่คอนโดของเขา และ...ห้องของเขาที่บ้านด้วยเขาพาเสน่ห์จันทร์ไปนอนค้างที่บ้านมารดาทุกศุกร์-เสาร์ก่อน รอให้น้องเรียนมหาวิทยาลัยค่อยขยับเป็นมานอนทุกวันให้กลับบ้านเสาร์-อาทิตย์ และมารดาให้พื้นที่ว่างที่ตอนนี้ใช้เป็นพื้นที่สวน ให้เขาปลูกบ้านเพื่อจะเป็นเรือนหอในอนาคต คุณ ปณิตาตอนแรกก็วางท่ากับว่าที่สะใภ้สาวน้อย หลังๆ มาท่านก็แพ้กับความน่ารักของเสน่ห์จันทร์ แพ้เสน่ห์ปลายจวักของเธอด้วย ถ้าวันไหนอยู่นอนค้างที่บ้านวัชระโชติ วันนั้นเธอก็จะรับหน้าที่แม่ครัวทำอาหารขึ้นโต๊ะเอง ปพลเองก็ชอบฝีมือของเสน่ห์จันทร์มากเช่นกัน และนึ
“ตาปริ้นซ์กับเด็กนั่น แกคบกับเขามากี่เดือนแล้ว” มารดาถามขึ้น ท่านสั่งให้เขามานั่งคุยในห้องนอน เพื่อจะได้เป็นส่วนตัว ปพลขยิบตาให้กับพี่ชายเมื่อเขาเดินตามท่านขึ้นมายังชั้นสอง พร้อมกับชูนิ้วสองนิ้วบอกใบ้ว่าสู้ตายนะครับพี่“ห้าหกเดือนแล้วครับ”“แม่คงไม่ต้องถามล่ะมั้งว่า...เรากับเขาถึงขั้นไหนกันแล้ว”ท่านทำสีหน้ารู้ทัน ขณะที่ชายหนุ่มกระแอม ท่านถอนใจเฮือกใหญ่พร้อมกับเอ่ยลอยๆ“ดีนะไม่สิบเจ็ด ถ้าสิบเจ็ดนี่แกติดคุกแน่ตาปริ้นซ์ เจอกันที่ตลาดของแม่หรือยังไงกัน”“ก็อะไรแบบนั้นครับ”เล่าไม่ได้หรอกว่าเจอน้องที่ไหน ขืนเล่าคงเรื่องใหญ่ เขานี่แหละจะโดนบ่นว่า ส่วนน้อง...ท่านคงจะมองว่าเด็กคนนี้มันแสบและเอาตัวรอดเก่งมาก ถ้าเขาไม่กลับไปซ้อนแผนก็คงจะไม่ได้น้องแน่นอนละ เขาพึ่งรู้จากนิสาว่า การที่เสน่ห์จันทร์กลับไปรับงานตกหลุมเขาได้ เพราะน้องชายประสบอุบัติเหตุเลยต้องใช้เงินด่วนเขาจะต้องขอบคุณทั้งทองเอกและทองนพคุณมากๆ ที่ทำให้เกิดเรื่อง จนเสน่ห์จันทร์ยอมรับงานอีกหน“เป็นคนที่เก่งนะ เก่งมากด้วย” ท่านพึมพำ จะว่าเกลียดก็ไม่พูดไม่ได้หรอก เพราะเด็กมันไม่น่ารังเกียจอะไร น่าทึ่งด้วยซ้ำไป ตัวแค่นั้นดูแลน้อ
คุณปณิตาเข้าสู่ความรู้สึกอยากเป็นลม เมื่อเห็นว่าบุตรชายพาใครมาที่บ้าน เขาบอกกับท่านว่าวันนี้จะมีเซอร์ไพรส์ แล้วก็เซอร์ไพรส์มากจริงๆ นอกจากจะพา คนรัก มาพบกับท่านแล้ว แม่หนูนั่นยังพาน้องมาอีกโขยงหนึ่ง! โอย...ต้องเรียกยาดมกันเลยทีเดียวปพลที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย มองพี่ชายด้วยสายตาแบบว่าทึ่งมาก คุณปณิตาตอนนี้นั่งข้างกับเขา เอาเขาเป็นกำลังใจแหละ มือของท่านเย็นเจี๊ยบเมื่อท่านจับมือกับเขาไม่ต้องถามว่าลูกเต้าเหล่าใคร แต่อยากถามว่าตาปริ้นซ์ไปเจอมาได้ยังไงก่อน...รายการสัมภาษณ์ว่าที่ลูกสะใภ้จึงเริ่มขึ้น...เด็กๆ ถูกกันให้ไปอยู่กันในห้องนั่งเล่น มีหัวหน้าแม่บ้านคอยอยู่ดูแล พวกเขานั่งคุยกันในห้องโถงพักผ่อน มีกระจกกั้นเป็นสัดส่วน คุณปณิตามักจะใช้ที่นี่เวลาจะคุยกับลูกๆ เรื่องสำคัญเรื่องงาน“อายุเท่าไหร่? เราน่ะ”“สิบเก้าค่ะ”โก่งอายุให้ตัวเองนิดหน่อย เธอรู้ว่าถ้าบอกอายุจริงๆ ไป ท่านคงจะยิ่งหน้าเสียกว่านี้ อ้อ...เธอไม่ได้โกหก เดือนหน้าเธอก็อายุสิบเก้าแล้วจริงๆ“ตาปริ้นซ์” ท่านหันไปทำตาดุใส่ลูกชาย ที่ยิ้มแหยเล็กน้อย พลางยักไหล่“น้องอายุพ้นวัยที่ผมจะติดคุกแล้วนะครับ”“แต่เด็กสิบเก้า...ตาปริ
ปภพโผล่ไปที่ห้องของครอบครัวเจนธรรมดีในเวลาเกือบสามทุ่มของอีกวันต่อมา เขามีตุ๊กตากระต่ายสีขาวสองตัวขนาดใหญ่ผูกโบเป็นของขวัญผูกโบให้น้องแฝด ดาวล้อมเดือนกับดาราทองดีใจมาก กับของขวัญของ พี่ปริ้นซ์ เด็กๆ ไหว้ขอบคุณเขา ดีใจกับวันเกิดครบอายุ 11 ปีมาก เพราะปีนี้ได้ทั้งจัดวันเกิด ไปเที่ยวสวนสนุก และเป็นวันที่ได้ของขวัญมากที่สุดตั้งแต่เกิดมา ชีวิตของพวกเธอดีขึ้นตั้งแต่ที่มีปภพก้าวเข้ามาในบ้าน ทุกคนไม่ต้องเครียด กินอิ่มนอนหลับ มีเวลาคิดเรื่องเรียน ไม่ต้องเห็นพี่จ้อยแอบซึม ถ้าพี่จ้อยคือเสาหลัก เปรียบเป็นบ้านหลังหนึ่ง พวกเธอน้องๆ ก็ต่างมีหน้าที่ของตัวเอง บางคนเป็นประตู บางคนเป็นหน้าต่าง พื้นบ้าน เสริมให้บ้านหลังนี้แข็งแรงไม่ล้มครืน วันนี้เป็นวันที่เห็นพี่น้องหัวเราะเสียงดัง มีความสุขกับเครื่องเล่น ไปกันครบหน้าทั้งแปดคน เจ้าจิ๋วที่กำลังซนเริ่มหัดเดินก็ไปกับเขาด้วย เสร็จแล้วพากันไปดูบ้านหลังเดิมแวะซื้อของฝากให้ ยายสมพร เพราะพวกเธอไม่ได้อยู่บ้านเดิมกันพักนี้ พี่จ้อยบอกว่าจะสร้างใหม่ เห็นเขากำลังก่อสร้างเริ่มขึ้นโครงร่างแล้ว ครอบครัวจับมือกันและมองบ้านที่เริ่มก่อสร้างอีกหนด้วยสายตาปลาบปลื้
“พักนี้อยู่บ้านได้แหะ”ปภพเอ่ยหยอกน้องชาย ปพลยิ้มน้อยๆ ส่งให้ ก่อนจะก้มหน้ารับประทานอาหารตรงหน้า ถ้าเขาไม่มีเรื่องในใจ คงจะสังเกตว่าพักนี้น้องชายดูซึมๆ แปลกไปไม่เหมือนเดิม อาหารเย็นวันนี้เขารับประทานมาแล้วกับวรวงศ์แวะเข้าไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศมาก่อนเข้าบ้าน“น้องอยู่บ้านได้ แต่แกออกบ้านบ่อยนะตาปริ้นซ์” มารดาเอ่ยมาเสียงนิ่ง มองจ้องลูกคนโตเขม็ง คนเล็กก็อย่าง คนโตก็อย่างไม่ได้ดั่งใจสักคน คนเล็กมีเรื่องให้นางต้องเคลียร์ไปสิบล้าน แถมนึกโมโห อีกอย่างแอบรู้สึกบาป ถ้าเกิดว่าเด็กนั่นมีหลานนางจริงๆ แล้วต้องไปทำแท้ง ต่อให้เรื่องไม่จริงก็รู้สึกไม่ดี คุณปณิตาหนีไปบวชมาเจ็ดวันถึงจิตใจสงบลง นางไม่คุยกับปพลเลย ลูกชายนั้นกลับบ้านทุกวัน พยายามคุยกับท่าน และไม่ไปค้างที่คอนโดอีก ส่วนแม่ทยิดานั่นก็ออกไปแบบทิ้งงาน ก็วุ่นวายกันอยู่บ้าง เพราะงานเอกสารต้องกลับมาต่อ มาเคลียร์กัน ต้องหาคนมาช่วย ตอนนี้ก็มีความวุ่นวายนิดหน่อยในออฟฟิศ เลขาของท่านเลยต้องไปช่วยเคลียร์งานฝั่งของปพลด้วย ให้ยืมไปใช้นั่นแหละ ตอนนี้ลูกชายยังไม่มีเลขา ให้หาคนให้อยู่แน่นอนว่าหนนี้ท่านจะคัดเลือกด้วยตัวเอง ไม่ไว้ใจปพลอีกแล้ว“ก็งานมันยุ







