Inicio / รักโบราณ / เลือดกับมังกร / 2. กระดิ่งเลือด แลกล้างแค้น

Compartir

2. กระดิ่งเลือด แลกล้างแค้น

Autor: Lee
last update Fecha de publicación: 2026-09-23 19:00:57

ฝ่าเท้าที่คล้องด้วยโซ่ตรวนก้าวเดินเข้าไปทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ราวกับพื้นเบื้องล่างหนักอึ้งด้วยแรงโน้มถ่วงแห่งความจริงที่ไม่อยากยอมรับ ลมหายใจสะท้านเฮือกขึ้นเป็นระยะ พร้อมกับหยาดน้ำตาที่เอ่อล้นคลอหน่วยและไหลอาบแก้มลงมาเงียบๆ โดยไม่มีเสียงสะอื้น“เสด็จพี่หญิง”ปลายนิ้วที่เย็นเฉียบจับชายผ้าสีขาวที่คลุมทับร่างอยู่ค่อยๆ เปิดมันออกอย่างเชื่องช้า

ทันทีที่ใบหน้าอันซีดเซียวปรากฏแก่สายตา ความรู้สึกแรกที่พุ่งเข้ามาคือความเศร้าและความตกตะลึงราวกับมีคนเอาของแข็งมาฟาดเข้ากลางหน้าผากที่แก้มของร่างที่ไร้ลมหายใจนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่รอยแผลเป็นจางๆ จากความทรงจำ แต่มีคำว่า "ต่ำช้า" เขียนด้วยตัวหนังสือหวัดๆ ราวกับจงใจตอกย้ำความทุกข์ทรมานก่อนจากไป

“นี่คือกระดิ่งทอง” (เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมพี่จะกลับมาหาเจ้าที่หนานเจา)

“เจ้าเอ๋อร์…!!เจ้าจะทำอะไร”เสียงอุทานด้วยความตกใจของท่านแม่ดังลั่น เมื่อเห็นบุตรสาวพุ่งมือเข้าไปล้วงควานหาบางอย่างบริเวณเรียวขาของพี่หญิง ท่าทางกะทันหันนั้นทำให้ท่านแม่ถึงกับสะดุ้งสุดตัว รีบพุ่งเข้ามาห้ามปรามด้วยความคาดไม่ถึง

ทว่า ท่ามกลางความตื่นตระหนกและสายตาทุกคู่ที่มองมาด้วยความงุนงง มือเรียวของนางเอกก็ดึงสิ่งของชิ้นหนึ่งออกมาได้สำเร็จ กริ๊ง... แกร๊ง...“ทำไม มันถึงมาอยู่ที่นี่”น้ำเสียงเยียบเย็นเอ่ยถามด้วยความกดดัน ดวงตาสอดประกายคาดคั้นราวกับจะควักเอาความจริงออกมาจากปากอีกฝ่ายให้ได้ ท่ามกลางความเงียบงัน นางกำนัลคนสนิททรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวและเสียใจ ก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น เสียงสะอื้นไห้ปนขาดห้วงเอ่ยเล่าความจริงอันโหดร้ายออกมา“เป็นเพราะพวกนางเพคะองค์หญิงบอกหม่อมฉันก่อนสิ้นใจว่าพวกนางหลอกองค์หญิงไปยังสถานที่ที่เรียกว่าแดนสวรรค์จนทำให้ฮ่องเต้ต้าเซี่ยทรงกริ้ว องค์หญิงถูกขังอยู่ที่นั่นสามวันสามคืนตอนที่ออกมา ตามร่างกายไม่มีผิวหนังดีๆเหลืออยู่เลยแม้แต่ในที่ลับนั้นก็ยังถูกยัดด้วยกระดิ่งทองที่องค์หญิงทรงรักที่สุดเจ้าค่ะ” ท่านแม่ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกอบกุมใบหน้า ร้องไห้โฮออกมาด้วยความเจ็บปวดหัวใจแทบขาด เมื่อจินตนาการถึงความทรมานที่ลูกสาวสุดที่รักต้องเผชิญ ด้านผู้เป็นพ่อกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดขึ้นหน้า ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยเพลิงโทสะและความแค้นฝังลึก ขณะที่นางเอกยืนนิ่งกัดริมฝีปากจนห่อเลือด น้ำตาแห่งความเจ็บปวดและแค้นเคืองไหลรินอาบสองแก้มอย่างสุดจะกลั้น มือที่กำกระดิ่งทองสั่นเทาด้วยแรงอารมณ์ที่ปะทุขึ้นในอก“จวินเอ๋อร์ของแม่”

“แดนสวรรค์งั้นหรือ” “เพคะ…คือตำหนักจี๊เล่อคือตำหนักบรรทมของโจวเหยียนฮ่องเต้ต้าเซี่ยเป็นสถานที่ที่หรูหราที่สุดในวังโจวเหยียนฮ่องเต้ต้าเซี่ยและก็น่ากลัวที่สุดด้วย หลังจากองค์หญิงออกมาทนต่อความอัปยศไม่ไหวก็สิ้นลมในวันนั้นเองเพคะหม่อมฉันแสร้งทำเป็นตกใจจนเป็นใบ้และเสียสติมาตลอดทางจึงรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิดเพื่อกลับมาบอกสาเหตุการสิ้นพระชนม์ที่แท้จริงขององค์หญิงเพคะ”

“เป็นเพราะเราไร้ความสามารถ…เราช่างไร้ความสามารถ”ผู้เป็นพ่อทรุดตัวลงคุกเข่าอย่างหมดแรง กำปั้นหนักๆ ทุบลงบนอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับต้องการระบายความเจ็บปวดแสนสาหัสที่สุมอยู่ข้างใน“คนต้าเซี่ยยังบอกอีกว่าองค์หญิงวาสนาน้อยชีวิตต่ำช้าไม่คู่ควรจะฝังในสุสานหลวงต้าเซี่ยแล้วก็ส่งพระศพองค์หญิงใส่เกวียนวัวลากกลับมาที่หนานเจาตลอดทางมีเพียงเสื่อผืนเดียวที่ใช้ห่อศพเพคะ”สิ้นเสียงรายงานนั้น บรรยากาศรอบๆก็ดิ่งลึกลงสู่ความมืดมนและเย็นเยียบจนน่ากลัว ความอัปยศอดสูที่พี่สาวผู้สูงศักดิ์ต้องได้รับจากการกระทำอันไร้มนุษยธรรมของคนต้าเซี่ย ทำให้ความโกรธแค้นในใจของทุกคนปะทุขึ้นมาจนแทบแผดเผาทุกสิ่งเป็นจุล

ทันใดนั้นเอง เสียงเกราะกระทบพื้นดังสนั่นขึ้น ทหารองครักษ์นายหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างประตูทนเห็นภาพความอัปยศนี้ไม่ไหวอีกต่อไป เขาคุกเข่าลงกระแทกพื้นอย่างแรง สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว“ฝ่าบาท ต้าเซี่ยดูหมิ่นหนานเจาถึงเพียงนี้ใครจะไปทนไหว มันเกินจะทนแล้วพะยะค่ะ” “แต่กำลังทหารของต้าเซี่ยมากกว่าเรานับร้อยเท่าอีกทั้งฮ่องเต้ต้าเซี่ยผู้นั้นก็โหดเหี้ยมไร้ความปรานีหนานเจาจะไปสู้ได้อย่างไร” “หรือเราต้องทำตามที่พวกเขาบอกส่งองค์หญิงไปอภิเษกอีกคนจริงๆพะยะค่ะ”

หลีโม่ที่นั่งมองศพพี่สาวอยู่ถึงกับสะบัดหน้าพรวด มือเรียวบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชายแขนเสื้อกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อฝ่ามือ ความโกรธแค้นแผดเผาขึ้นในอกจนร่างทั้งร่างสั่นเทา ดวงตาคู่สวยแดงก่ำเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังต่อความอ่อนแอของฮ่องเต้และโชคชะตาที่ถูกหยิบยื่นให้เป็นเบี้ยตัวหนึ่ง“เสด็จพ่อส่งลูกไปอภิเษกเถอะเพคะ”

“หลีโม่ไม่ได้น!!ะ” น้ำเสียงแหบพร่าสั่นเครือหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของผู้เป็นแม่ที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและหวาดกลัวจนแทบสิ้นสติ นางจ้องมองกระดิ่งในมือด้วยสายตานิ่งสนิท ก่อนที่ริมฝีปากบางจะขยับเปล่งวาจาออกมาทีละคำ น้ำเสียงราบเรียบทรงพลังและเฉียบคมจนคนฟังต้องสะท้าน“ในเมื่อต้าเซี่ยต้องการองค์หญิงอีกคนนักเช่นนั้นก็ เอาชีวิตของพวกเขามาแลกก็แล้วกัน”สิ้นเสียงคำประกาศกร้าว นางก็ออกแรงบีบกระดิ่งในมือจนเกิดเสียงกังวานใสแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • เลือดกับมังกร   13.เมื่อความโปรดปรานสิ้นสุดลง

    “เราไม่ยักษ์จะรู้ว่ากุ้ยเฟยยังสามารถเป็นเจ้าของตำหนักจี๊เล่อได้อีกคน” น้ำเสียงไม่ได้ดังขึ้นแม้แต่น้อย แต่กลับกดบรรยากาศโดยรอบจนหนักอึ้ง หรงกุ้ยเฟยนิ่งไป ใบหน้าที่เคยมั่นใจค่อย ๆ ซีดลง ท่าทีห่างเหินนั้นแตกต่างจากทุกครั้งที่เขาเคยปฏิบัติต่อนางอย่างสิ้นเชิงหรงกุ้ยเฟยกำชายแขนเสื้อแน่น ความเงียบของนางไม่ได้ช่วยปกปิดความสั่นไหวในแววตาเลยแม้แต่น้อย นางเพิ่งเข้าใจในตอนนั้นเองว่า สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่การที่ฝ่าบาททรงโกรธ แต่คือการที่ความไว้ใจซึ่งเคยมีให้นางกำลังหายไปทีละน้อย(สิ่งที่นายพรานใส่ใจที่สุดคือการได้เป็นผู้ที่คุมสนามล่าแต่เพียงผู้เดียว โจวเหยียนเขาจะยอมให้คนอื่นมาแทรกแซงสนามล่าของเขาได้อย่างไร) ตำหนักจี๊เล่ออาจดูเหมือนสถานที่ที่เขาใช้ตามอำเภอใจ แต่สำหรับโจวเหยียนแล้ว ที่นี่คือพื้นที่ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาโดยสมบูรณ์ ทุกคนที่ก้าวเข้ามาล้วนต้องอยู่ภายใต้กฎของเขา แม้แต่คนที่เขาเคยโปรดปรานมากที่สุดก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องสิ่งที่เขาถือว่าเป็นของตนหลีโม่ก้มมองปลายแขนเสื้อของตนเอง ก่อนจะยิ้มบาง ๆตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่าเหตุใดความโกรธของโจวเหยียนจึงรุนแรงกว่าที่คิด“หม่อมฉันมิบังอาจเพคะ” “เป็น

  • เลือดกับมังกร   12.ตลบหลัง

    หรงกุ้ยเฟยถึงกับเบิกตากว้าง “ทำไมถึงเป็นเจ้า!หลีโม่เจ้ายังมีชีวิตอยู่อีกหรือ” “กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงหม่อมฉันไม่ควรอยู่ที่นี่หรือเพคะ” รอยยิ้มเย็นชาที่มุมปากของหลีโม่ราดรดลงบนความเย่อหยิ่งของเธอราวกับน้ำกรด ความโกรธเกรี้ยวสายหนึ่งพุ่งพล่านขึ้นมาจนหน้ามืด ร่างทั้งร่างสั่นด้วยความแค้นและตื่นกลัว“ไม่…เป็นไปไม่ได้นอกจากข้าแล้วจะมีคนอื่นที่ปรนนิบัติในตำหนักจี๊เล่อได้อย่างไรฝ่าบาทล่ะ นังแพศยาเจ้าทำอะไรลงไป”“หม่อมฉันทำอะไรอย่างนั้นหรือไม่ใช่เหนียงเหนียงหรอกหรือเพคะที่สั่งทหารออกไปและช่วยให้หม่อมฉันเข้าตำหนักจี๊เล่อด้วยตัวเอง”“หรือว่า เจ้าจงใจยั่วโมโหข้าเพื่อล่อให้ข้าพาเจ้าเข้าตำหนักจี๊เล่อ” “ที่แท้…กุ้ยเฟยเหนียงเหนียงก็ยังฉลาดกว่าสุกรอยู่ไม่กี่ส่วนนะเพคะ” “นังแพศยาเจ้าบังอาจหลอกข้า” กุ้ยเฟยหวีดร้องออกมาด้วยความบันดาลโทสะ ความกลัวก่อนหน้านี้มลายหายสิ้น เหลือเพียงความเดือดดาลที่แผดเผาสติสัมปชัญญะ เธอง้างมือเรียวบางที่สวมปลายนิ้วทองคำประดับอัญมณี หมายจะตบลงบนใบหน้าของคนที่บังอาจหยามเกียรติด้วยความรุนแรงเพื่อให้หายแค้น ทว่า...ฝ่ามือนั้นยังไปไม่ถึงใบหน้าของหลีโม่ มือข้างหนึ่งเอื้อมคว้าข้อมือของก

  • เลือดกับมังกร   11.ตำหนักที่ไม่เคยสงบ

    “ช่างบังอาจนัก หลีโม่ไม่กลัวว่าเราจะขังเจ้าไว้ในตำหนักจี๊เล่อด้วยหรือทุกคนในตำหนักจี๊เล่อแห่งนี้ต่างก็บอกว่าที่นี่คือขุมนรก”“ในสายตาของหลีโม่คนที่ทำให้หม่อมฉันไม่พอใจก็คือคนเลวและคนเลวก็สมควรตกนรกเพคะฝ่าบาททรงเป็นโอรสสวรรค์จะสร้างนรกไว้ในวังแล้วมันจะเป็นอะไรไปเพคะ”“คนที่รู้ใจเรามีเพียงหลีโม่เท่านั้น” “อีกอย่างหากหม่อมฉันได้อยู่ในตำหนักจี๊เล่อแห่งนี้เพื่อร่วมสำราญกับฝ่าบาททุกเมื่อเชื่อวันแล้วจะมีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ล่ะเพคะ” โจวเหยียนหัวเราะออกมาอย่างถูกใจ น้ำเสียงหัวเราะทุ้มต่ำสะท้อนอยู่ภายในตำหนักจี๊เล่อ เขามองหลีโม่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความพอใจ ราวกับคำพูดตรงไปตรงมาของนางได้ทำให้ความเบื่อหน่ายที่มีมาตลอดทั้งวันจางหายไปจนหมด“ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า เราชอบความตรงไปตรงมาของเจ้าแบบนี้ที่สุดเราจะทำให้เจ้าค่อยๆรักเราเข้าจริงๆและสยบแทบเท้าเรา” เขาก้าวเข้าไปใกล้ ก่อนจะช้อนตัวหลีโม่ขึ้นมาอย่างง่ายดาย แขนแข็งแรงโอบร่างนางไว้แนบอกโดยไม่เปิดโอกาสให้นางได้ตั้งตัวหลีโม่เหลือบมองเขาเล็กน้อย แต่ไม่ได้ดิ้นรน เพียงปล่อยให้โจวเหยียนอุ้มเดินผ่านประตูตำหนักเข้าไปด้านในภาพในอดีตค่อย ๆปรากฏขึ้นในความทรงจำของหล

  • เลือดกับมังกร   10.บุปผาอาบโลหิต

    “ตรงนั้น คนที่ถูกมัดอยู่คือสายลับของชนเผ่าแดนเหนือเราสั่งให้คนห้ามเลือดให้เขาและให้กินโสมกับเห็ดหลินจือเพื่อยื้อชีวิตไว้ คิดว่าคงจะทนผ่านฤดูหนาวนี้ไปได้ไม่มีปัญหา และนั่นคือจิ้งเฟยเราพานางเข้าสู่ตำหนักจี๊เล่อแต่นางกลับบังอาจว่าเราเป็นทรราชและรังเกียจเรา”หลีโม่หันไปดูก็พบหญิงสาวถูกล่ามตรึงแขนขาอยู่กลางอากาศ “แต่ว่าผิวพรรณของนางถูกใจเราที่สุดเราทำใจทิ้งไม่ลงจริงๆ นี่คือสาวงามจากแดนตะวันตกงดงามมากเราดีกับนางมากแต่นางกลับพยายามลอบสังหารเราในงานเลี้ยงฉลองวันเกิด แต่นางเชี่ยวชาญเรื่องบนเตียงช่างเป็นสัตรีที่น่าทึ่ง ดังนั้นเราจึงพานางมาที่ตำหนักจี๊เล่อนี้”สิ้นคำพูดของเขา หลีโม่ก็เบนสายตากวาดมองไปรอบห้อง ใต้แสงคบเพลิงอันสลัวราง ยังมีเชลยสาวชาวต่างถิ่นอีกหลายคนที่ถูกล่ามโซ่และทัณฑ์ทรมานไว้ด้วยสภาพอิดโรย ทว่าแต่ละนางล้วนงดงามสะดุดตาและแฝงไว้ด้วยการกรีดร้องให้ไว้ชีวิตอย่างทรมานหลีโม่เห็นเช่นนั้นเธอกำหมัดแน่นด้วยความแค้นปนความหวาดกลัว“หลีโม่เจ้าลองฟังเสียงโหยหวนและเสียงอ้อนวอนพวกนั้นสิพวกเขาคือคนที่บังอาจหลอกลวงเราและรังเกียจเราช่างเป็นเสียงที่ไพเราะเหลือเกินมันทำให้เรา…ยิ่งพลุ่งพล่านขึ้นไปอีก เ

  • เลือดกับมังกร   9. ก้าวแรกสู่ตำหนักจี๊เล่อ

    (ทุกคนต่างคิดว่าตำหนักจี๊เล่อเป็นเพียงสถานที่ที่ฝ่าบาททรงนึกสนุกเพื่อร่วมอภิรมย์กับเหล่าพระสนมแต่ฝ่าบาททรงมีนิสัยโหดเหี้ยมตำหนักจี๊เล่อที่แท้จริงไม่เคยเป็นเพียงสถานที่มอบความสุข)ความทรงจำเก่าเกี่ยวกับตำหนักจี๊เล่อก็ย้อนกลับเข้ามาในหัวของเหนียงเหนียงอย่างชัดเจน“นี่คือโอสถลับที่ช่วยให้จิตใจมั่นคงและลดประสาทสัมผัสทั้งห้า ท่านกั๋วกงให้กระหม่อมมากำชับเหนียงเหนียงคืนนี้เป็นครั้งแรกที่เหนียงเหนียงจะถูกเรียกเข้าตำหนักจี๊เล่อ หลังจากเข้าตำหนักแล้วไม่ว่าจะเห็นอะไรหรือได้ยินอะไรก็ต้องคุมสติให้มั่น”“ความรุ่งโรจน์ของจวนกั๋วกงล้วนผูกติดอยู่กับตัวข้า ข้าย่อมรู้ดีว่าต้องทำอย่างไร” “เหนียงเหนียงห้ามแสดงความหวาดกลัวหรือรังเกียจออกมาแม้แต่นิดมิเช่นนั้น…ก็มีแต่ความตายเท่านั้น”ความทรงจำหยุดลงตรงนั้น ก่อนที่หรงกุ้ยเฟยจะออกคำสั่ง“สั่งคนข้างล่างไปปล่อยให้หลีโม่เข้าตำหนักจี๊เล่อในคืนนี้…ข้าอยากจะเห็นนักว่าดอกไม้บอบบางอย่างหลีโม่ในวังหลังของต้าเซี่ยแห่งนี้จะเบ่งบานได้นานแค่ใหน”หลีโม่ค่อย ๆ ก้าวผ่านประตูตำหนักเข้าไป ฝีเท้าของนางช้าลงโดยไม่รู้ตัว ภาพเบื้องหน้ากลับแตกต่างจากสิ่งที่เคยได้ยินมาอย่างสิ้นเชิง ตำห

  • เลือดกับมังกร   8. แผนการของหรงกุ้ยเฟย

    “หน้าตาดูยั่วยวนเหมือนนางจิ้งจอก”“ต่ำต้อยยิ่งกว่าพี่สาวของนางเสียอีก” “สามารถทำให้ฝ่าบาทที่พบกันครั้งแรกถึงกับเสียกิริยาได้ฮั่วเจาอี๊คนใหม่นี้คงไม่ได้ใสซื่อหรืออ่อนแออย่างที่เห็น” “ซ่งเหม่ยเหรินหมายความเช่นไร” “ได้ยินว่าฮั่วเจาอี๊เสนอตัวมาเชื่อมสัมพันธไมตรีที่ต้าเซี่ยเองนางเป็นน้องสาวแท้ๆของฮั่วจวินหวา หม่อมฉันเกรงว่าการที่นางเข้าวังครั้งนี้จะมีแผนการแอบแฝงเพคะ”“ก็แค่แคว้นเล็กๆแถบชายแดนส่งของเล่นมาถวายให้ต้าเซี่ยของเราเท่านั้นหากนางกล้าก่อเรื่องก็ให้นางมีจุดจบเหมือนกับฮั่วจวินหวาไปเสีย” ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่เซ็งแซ่นั้น เหนียงเหนียง ที่ประทับนิ่งอยู่บนเก้าอี้บุหยกสลักลวดลายวิจิตร ก็ยิ้มที่มุมปาก แววตาคู่คมกวาดมองเหล่าสนมที่กำลังร้อนรนด้วยความเยือกเย็น ก่อนที่พระอเหนียงเหนียงจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ ทว่าทรงอำนาจจนทุกคนต้องเงียบกริบลง “ตอนนี้หลีโม่พึ่งได้รับพระเมตตาพวกเราก็ควรจะส่งของขวัญแบบเดียวกับที่เคยให้พี่สาวนางไปให้สักหน่อย”สิ้นคำพูด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ปรากฏขึ้นที่มุมปากก็ทำให้ผู้ฟังถึงกับสันหลังวาบ เธอรู้ดีว่า "ของขวัญ" ที่เคยส่งให้พี่สาวของหลีโม่ในอดีตนั้นคือสิ่งใด

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status