로그인“อย่ามามองหนูแบบนั้นนะคะคุณพ่อ…หนูไม่ชอบตำตรวจค่ะ…” อังคณาเงยหน้ามองพ่อของเธอแล้วพูดตอบไปแบบชัดเจน
“พ่อก็เห็นลูกก็ไม่ชอบผู้ชายคนไหนสักคนอ่ะ…นี่อายุอนามก็ไม่ใช่น้อยๆแล้ว อีกไม่กี่ปีก็จะสามสิบแล้ว ลองศึกษาดูใจกับใครสักคนเถอะ เนี่ยๆ ถ้าจะมีนะ ดูอย่างตำรวจคนนี้ไว้เนี่ย ดูสิ ทั้งหล่อ ทั้งเท่ห์ แถมยังเป็นตำรวจน้ำดีอีก ถ้าจะมีแฟนก็มีให้ได้แบบนี้นะลูกพ่อ” ไกรศรพูดออกไปแล้วก็ยิ้มกรุ้มกริ่มใส่ลูกสาวไปแบบขอร้อง “ไม่เอาค่ะ หนูบอกว่าหนูไม่ชอบตำรวจ และจะไม่มีวันชอบด้วยค่ะ” อังคณาพูดออกไปแบบมาดมั่น เพราะตั้งแต่ที่เพื่อนสาวเธอเล่าให้ฟังว่าเธอนั้นไปจูบกับตำรวจตอนที่ไปดื่มเมื่อหลายเดือนก่อนนู้น เธอก็รู้สึกไม่ชอบตำรวจยังไงไม่รู้ เห็นแล้วเธอก็กลัวจะเจอกับคนที่เธอไปจูบด้วยจริงๆ แต่เธอเมามากก็เลยจำไม่ได้ “เออๆ ไม่ชอบก็ไม่ชอบ งั้นก็หาไอ้คนที่ชอบๆแล้วเอามาทำสามีแล้วรีบมีหลานให้พ่อสักทีเถอะ พ่อมีลูกคนเดียวนะเนย พ่อก็แค่อยากจะให้ลูกมีคนดูแลก็เท่านั้น” ไกรศรพูดไปก็เริ่มเข้าโหมดซึ้งห่วงใยลูกสาว “หนูรู้แล้วค่ะพ่อ แต่ตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลาค่ะ หนูยังไม่เจอใครที่รู้สึกว่าใช่เลย เดี๋ยวถ้าหนูเจอวันไหนหนูจะพามาให้พ่อรู้จักนะคะ หนูสัญญาว่าไม่เกินอายุสามสิบแน่นอนค่ะ” อังคณาพูดบอกไปแล้วทำมือให้สัญญากับพ่อของเธอไป เพราะอย่างน้อยมันก็เหลืออีกตั้งสองปีเชียวนะ “โอเค ตามนั้นเลยลูกพ่อ พ่อจะรอเจอคนที่ใช่ของลูกนะ ฮ่าๆ…แต่ก่อนที่ลูกจะเจอคนที่ใช่ พ่อวานลูกเอาหลักฐานนี่ไปให้ผู้กองที่เป็นข่าวคนนี้ที และอย่าให้ผ่านคนอื่น ต้องให้เขาคนเดียวเท่านั้นนะ” ไกรศรพูดตอบไปแบบชอบใจที่ลูกสาวรับปากเขาแล้ว ก่อนจะเอาซองเอกสารให้กับลูกสาวไป “หลักฐานอะไรคะคุณพ่อ มันสำคัญถึงขนาดนั้นเลยเหรอคะ” อังคณาเอ่ยถามออกไป เพราะถ้ามันเสี่ยงต่อครอบครัวของเธอ เธอไม่เอาไปให้เด็ดขาด “ก็แค่บัญชีการโอนและภาพที่ตำรวจคนที่ถูกจับไปน่ะเขามารีดไถพ่อเราน่ะสิ พ่อของลูกเก็บหลักฐานเอาไว้เอาผิดเขามานานแล้ว ตอนนี้มันคงจะมีประโยชน์กับรูปคดีมากขึ้น แต่พ่อแม่ออกหน้าไม่ได้ ลูกก็เอาไปแทนก็แล้วกันนะ” กุลมาศพูดไปเพราะไม่ค่อยมีใครรู้จักลูกสาวของเขา เนื่องจากอังคณานั้นค่อนข้างจะไม่ชอบออกสื่อหรืองานสังคม แต่ชอบออกเที่ยวตามคลับและร้านเหล้ามากกว่า “ก็ได้ค่ะ….” อังคณาพูดบอกไปแบบจำยอม ในเมื่อพวกท่านไปด้วยตัวเองไม่ได้เธอก็ต้องไปแทนไหมล่ะ เรื่องสำคัญแบบนี้ให้คนอื่นไปแทนก็คงไม่ได้ “ถ้าผู้กองคนนี้เขาโสดก็ดูไว้นะลูก พ่อชอบลูกเขยเก่งๆแบบนี้แหละ หึๆ” ไกรศรเห็นลูกสาวตอบรับแล้วเขาก็พูดเสริมออกไปด้วยรอยยิ้มกรุ่มกริ่มเลยทีเดียว “หนูจะไม่ไปก็เพราะพ่อพูดแบบนี้แหละค่ะ เฮ้อ…” อังคณาพูดไปแล้วมองค้อนใส่พ่อของเธอไป เพราะดูเหมือนว่าพ่อของเธอจะคะยั้นคะยอให้เธอมีแฟนซะเหลือเกิน แต่จะเป็นใครก็ได้ แต่เธอไม่สนใจผู้ชายที่เป็นตำรวจเด็ดขาด ณ บริษัทของคีริน… “ขออนุญาตค่ะคุณคีริน ดิฉันไปเอาเอกสารที่โรงพยาบาลมาให้คุณคีรินเรียบร้อยแล้วค่ะ” เอมอรเคาะประตูห้องทำงานของเจ้านายหนุ่มแล้วก็เดินเข้ามา พร้อมกับซองเอกสารสีขาวที่คีรินนั้นวานให้เธอไปรับที่โรงพยาบาล “อ่อ ขอบคุณ…คุณออกไปแล้ว….” คีรินรับเอกสารมาแล้วเขาก็เอ่ยขอบคุณเลขาของเขาไป จากนั้นเขาก็มองเอกสารในมือด้วยสีหน้าเครียดๆ “อ่อค่ะ…” เอมอรมองหน้าเจ้านายก็รู้สึกได้ว่าเขามีความกังวลใจแต่เธอก็ไม่อยากจะก้าวก่ายเรื่องของเจ้านาย เธอจึงเดินออกไปจากห้องทำงานของเขาแต่โดยดี “เฮ้อ…ผลออกแล้วสินะ…ไม่ว่ามันจะเป็นยังไงเราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้….” คีรินพูดกับตัวเองแล้วเขาก็เอามือฉีกซองจดหมายนั้นออกมาแล้วเขาก็ดึงเอกสารที่แนบมาด้านในออกมา ก่อนจะคลี่ดูแล้วเขาก็ตั้งใจอ่านข้อมูลในเอกสารอย่างตั้งใจ “จากผลตรวจเลือดข้างต้นของนายคีริน อัจชนะสร และเด็กชายภาคินัย อัจชนะสร ไม่มีความเป็นเกี่ยวข้องเป็นพ่อลูกกันทางพันธกรรม…” คีรินอ่านออกไปด้วยเสียงสั่น ก่อนจะวางเอกสารลงด้วยสีหน้าหมดอาลัยอทันที เพราะผลเลือดออกมาก็ยืนยันชัดเจนแล้วว่าเคนโซ่ไม่ใช่ลูกชายของเขา “ไหม..นี่คุณเอาลูกชู้มาหลอกว่าเป็นลูกของผมจริงๆเหรอ คุณหลอกแบบนี้ได้ยังไงกัน…คุณมาหลอกให้ผมรักลูกของคุณกับชู้ทำไม…โธ่โว้ย….” คีรินพูดออกไปอย่างเสียใจที่เคนโซ่ไม่ใช่ลูกของเขา ไม่ว่าจะตรวจกี่รอบเขาก็คงจะเปลี่ยนความจริงไปไม่ได้ เขารักและผูกพันกับเคนโซ่มาก ทำไมไม่เป็นลูกของเขา ทำไมต้องเป็นลูกของไอ้ชู้นั่นด้วย คีรินคิดในใจไปด้วยคำถามที่ว่าทำไมอยู่ตลอดเวลา “ผมจะทำให้คุณเจ็บยิ่งกว่าผมตอนนี้….เพล้ง…” คีรินพูดไปเสียงดังแล้วเอามือปาดรูปของเขาและแพรไหมที่ถ่ายกับลูกนั้นทิ้งไปด้านข้างอย่างไม่อยากจะทนเห็นอีกแล้ว เพราะเมียก็ไม่ใช่แค่เมียของเขาคนเดียว ลูกที่คิดว่าเป็นลูกของตัวเองก็ยังไม่ใช่อีก “ชีวิตแต่งงานบ้าอะไรวะ โคตรบัดซบเลยแม่ง…” คีรินพูดออกไปอย่างหัวเสียเลยทีเดียว ก่อนจะลุกขึ้นแล้วโยนรูปที่ถ่ายคู่กับแพรไหมปาทิ้งไปอีกอย่างโมโห เพราะเขาไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากการระบายออกไปแบบนี้อีกแล้ว จากนั้นคีรินก็นั่งลงที่เก้าอี้...แล้วเขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพร้อมกับกดโทรหาทัดดาวเพื่อนสนิทของแพรไหมทันที เขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าถ้าเธอรู้ว่าเขาเป็นชู้กับเพื่อนสนิทของเธอเอง เธอจะรู้สึกยังไง…คีรินคิดไปก็ไม่รีรอที่จะเริ่มแก้แค้นแพรไหมด้วยวีธีเดียวกับเธอ แต่ต่างกันที่เขาใช้คนที่เธอสนิทด้วยก็เท่านั้น แล้วมาดูกันว่างานนี้ เธอจะยังมีความสุขกับการที่สวมเขาให้เขาอยู่อีกไหม ณ เล้าน์สุดหรูในโรงแรมชื่อดัง… “ขอโทษที่มาช้านะคะ พอดีรถมันติดน่ะค่ะ…คุณคีรินนัดดาวมามีเรื่องอะไรจะคุยกับดาวเหรอคะ” ทัดดาวเดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้กตรงข้ามกับคีรินแล้วก็เอ่ยพูดบอกไป พร้อมกับมองเขาด้วยรอยยิ้มอ่อนๆอย่างดีใจที่ได้เจอเขาแบบนี้ “ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ผมเห็นคุณดาวเป็นเพื่อนกับไหมเขามานานแล้ว ผมก็เลยอยากจะรู้ว่าคุณดาวรู้จักผู้ชายที่ชื่อภัคพลไหมครับ…ผมอยากจะรู้ว่าเขาเป็นอะไรกับไหม…” คีรินพูดบอกไปตรงๆอย่างอยากรู้ว่าทัดดาวจะตอบเขายังไง เพราะเธอเป็นเพื่อนกับแพรไหมมานานและเธอก็ทำให้เขาได้รู้จักกับแพรไหม เขาจึงคิดว่าเธอก็น่าจะรู้เรื่องราวก่อนที่แพรไหมจะมาคบกับเขา “อ่อ…ทำไมคุณคีรินถึงอยากจะรู้ล่ะคะ…” ทัดดาวทำหน้าแปลกใจออกมาแล้วเอ่ยถามเขาว่าเขาอยากจะรู้ไปทำไมกัน เพราะเธอจะได้รู้ว่าเธอควรจะพูดไหม… “ผู้ชายคนนี้เป็นชู้กับไหม…ผมก็เลยอยากจะรู้จักเขามากกว่านี้ คุณดาวเป็นเพื่อนของไหมนิครับ ไหมเขาก็คงจะพาผู้ชายคนนี้มาเจอคุณดาวบ้างใช่ไหมครับ…” คีรินพูดออกไปแล้วมองทัดดาวแบบจดจ้องเลย พร้อมกับดูท่าทีของเธอที่รู้เรื่องนี้ “ห้ะ…อะไรนะคะ…ไหมเป็นชู้กับภามเหรอคะ…แต่เขาสองคนเลิกรากันไปนานหลายปีแล้วนะคะ แล้วภามเขาก็อยู่เมืองนอกไม่ใช่เหรอคะ เขาจะเป็นชู้กับไหมได้ยังไงคะ คุณคีรินเข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะ” ทัดดาวได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้าตกใจทันทีที่คีรินบอกว่าแพรไหมมีชู้ และคนนั้นก็ยังเป็นภัคพลอดีตแฟนหนุ่มอีก เธอไม่เคยได้ยินแพรไหมพูดถึงภัคพลมาก่อนเลย ตั้งแต่ที่ทั้งสองเลิกรากันไป “นายภัคพลอะไรนี่กลับไทยมาเกือบปีแล้ว…และเขาก็กำลังทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของครอบครัวอยู่ ผมก็เคยเจอตัวจริงเขามาแล้ว แต่ผมไม่คิดว่าเขาจะมาเป็นชู้กับไหมเขาก็เท่านั้นเอง นี่ไหมเขาไม่ได้เล่าอะไรให้คุณฟังจริงๆเหรอครับคุณดาว…”คีรินพูดไปก็มองหน้าทัดดาวไป “ไหมเขาไม่เคยพูดเรื่องของภามให้ดาวฟังเลยค่ะ ดาวก็พึ่งมารู้จากคุณคีรินนี่แหละค่ะ แล้วนี่คุณคีรินคุยกับไหมเรื่องนี้หรือยังคะ” ทัดดาวเอ่ยถามเขาไปด้วยสีหน้าเป็นห่วงความรู้สึกของเขา แพรไหมไม่น่าทำแบบนี้เลย เธออุตส่าห์ยอมหลีกทางให้ แต่ไม่คิดเลยว่าเพื่อนสาวจะทำเรื่องน่าอายแบบนี้กับคีรินได้ลงคอ “ยังครับ ผมพึ่งรู้เมื่อหลายวันก่อน และผมก็ยังไม่พร้อมที่จะคุยกับไหมเขาตอนนี้ด้วย ผมตั้งใจที่จะมีครอบครัวกับเขา ผมไม่คิดเลยว่าเขาจะตอบแทนความรักที่ผมให้เขาไปแบบนี้ ถ้าตอนนี้ผมเลือกที่จะออกเดทกับคุณ บางทีเรื่องแบบนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้นกับผมก็ได้…” คีรินพูดออกไปแล้วมองไปที่ทัดดาวอย่างลองเชิงเธอว่าเธอจะตอบเขาว่ายังไง เพราะถ้าเธอปฎิเสธเธอก็เป็นเพื่อนที่ดีของแพรไหมเลย แต่ถ้าเธอไม่ปฎิเสธเธอก็ไม่ใช่เพื่อนที่ดีเท่าไหร่ ก็ถือว่าเขาช่วยแพรไหมคัดเพื่อนไปไม่ดีออกไปจากชีวิตก็แล้วกัน“มาแล้วจ้า…สุขสันต์วันเกิดจ้ะเพื่อนรัก….ฉันกับพี่โกสินทร์ตั้งใจเลือกมาให้แกเลยนะธิชา…” ชวพรเดินเข้ามาพร้อมกับเอ่ยพูดออกมาเสียงดัง แล้วเธอก็เอากล่องของขวัญให้เพื่อนสาวไป“ขอบใจนะแก…ขอบคุณนะคะพี่โกสินทร์…พาเด็กๆไปเล่นตรงนู้นกับพี่คีรินแล้วก็พี่เนวินเขาสิคะ..” ชลธิชาพูดบอกไป เพราะตอนนี้พวกหนุ่มๆน่ะเขาก็คบกันและเข้าขากันดีเลยโกสินทร์พยักหน้าตอบไปแล้วเขาก็พาลูกๆของเขาไปหาคีรินและเนวินที่ตอนนี้กำลังเล่นกับพวกเด็กๆอยู่ แล้วเขาก็ปล่อยให้เมียของเขานั้นนั่งพูดคุยกับเพื่อนๆของเธอ เพราะเขาเป็นผู้ชายมาอยู่ในวงพูดคุยของผู้หญิงมันก็ยังไงอยู่พอโกสินทร์ออกไปสาวๆก็นั่งพูดคุยกัน จนแพรไหมที่มองไปทางสามหนุ่มก็ทำหน้าเศร้าๆออกมา เพราะวันนี้ภัคพลบอกว่าเขาติดงานมาไม่ได้ เธอเลยต้องมาพาลูกชายมางานวันเกิดน้องสาวของเธอคนเดียว และมันก็ทำให้เธอได้เห็นว่าครอบครัวของคนอื่นเขามีความสุขกันมาก ต่างจากของเธอที่ตอนนี้มันลุ่มดอนๆจนเธอนั้นเหนื่อยใจเลย“พี่ไหมทำหน้าเศร้าแบบนั้นทำไมคะ วันนี้วันเกิดของธิชานะคะ ร่าเริงมีความสุขหน่อยสิคะ…” ชลธิชาถูกเพื่อนสะกิดให้มองมาทางพี่สาวของเธอ เธอก็พูดบอกไปทันที“โอเคๆ พี่จะร่าเริงแล้วก็ม
ณ โรงพยาบาล…ด้านชลธิชาและคีรินนั้นก็รักใครกลมเกลียวกันดีและตอนนี้ทั้งสองก็ประสบความสำเร็จในการทำลูก เพราะคีรินไม่สามารถทำให้ชลธิชาท้องแบบธรรมชาติได้ เขาและเธอจึงพึ่งวิธีทางการแพทย์เข้ามาช่วย จนชลธิชานั้นตั้งท้องลูกแฝดทีเดียวถึงสามคน ทำให้เธอนั้นต้องมานอนที่โรงพยาบาลเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากขนาดท้องของเธอใหญ่มาก จนเธอนั้นเดินและทำอะไรเองไม่ไหวแล้ว เพราะตอนนี้เด็กแฝดสามก็เริ่มจะเข้าสู่เดือนที่เก้ากันในไม่ช้านี้แล้ว“กว่าจะมีลูกกันได้ก็ว่ายากแล้วนะ พอมีแล้วก็ยากเข้าไปอีก เฮ้อ…อดทนหน่อยนะแก อีกแค่สองอาทิตย์แกก็ถึงกำหนดคลอดแล้วเจ้าแฝดแล้ว…” ชวพรพูดบอกไปเมื่อเห็นสภาพเพื่อนสาวที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ เพราะท้องมีขนาดใหญ่มากจนเพื่อนของเธอนั้นรับน้ำหนักไม่ไหวแล้ว จนคีรินนั้นเลือกที่จะแอดมิดให้ชลธิชามานอนที่โรงพยาบาลเลย“อืม..ฉันก็อดทนนี่ไงแก ไม่งั้นฉันจะมานอนใช้ชีวิตที่โรงพยาบาลนี่เล่นๆทำไมกันล่ะ เฮ้อ…นี่ถ้าท้องฉันมันแตกง่ายเหมือนลูกโป่งนะ แม่จะจิ้มแล้วเอาออกมาทีล่ะคนเลย…” ชลธิชาพูดบอกไปแล้วเธอก็เอามือลูบหน้าท้องนูนๆของเธอที่พองเหมือนลูกโป่งบางๆ“แกก็พูดไปเรื่อย..ถ้าง่ายขนาดนั้นคนเขาก็ท้องกันแล
ผ่านไปหลายวัน…คีรินก็มาหาทัดดาวตามที่เธอขอร้องเขาไว้ และเขาก็ได้เห็นสภาพของเธอที่อยู่ในห้องขังตอนนี้แล้วเขาก็รู้สึกสงสารเธอเหมือนกัน เพราะเขาไม่คิดว่าสุดท้ายแล้วเธอจะต้องมีจุดจบแบบนี้“คุณมีอะไรจะคุยกับผมก็พูดมาเลยดาว…ผมมีเวลาไม่มาก” คีรินพูดออกไปเมื่ออยู่ตรงหน้าเธอ“คีรินคะ…ฉันยอมรับว่าฉันผิดไปแล้ว คุณอย่าทำร้ายครอบครัวของฉันเลยนะคะ พ่อแม่ของฉันเขาไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้…อย่าเอาเอกสารของบริษัทฉันส่งให้ตำรวจเลยนะคะ ฉันไหว้ล่ะค่ะ…ฉันไม่อยากให้พ่อแม่ของฉันต้องมาเดือดร้อนเพราะการกระทำของฉัน” ทัดดาวพูดบอกไปอย่างขอร้องเขา“ตอนทำคุณไม่คิดถึงผลที่จะตามมาเลยหรือไงดาว…ผมให้โอกาสคุณมาก็หลายครั้งแล้ว แต่คุณก็ยังเลือกที่จะทำร้ายคนของผมไม่จบไม่สิ้นสักที…” คีรินพูดไป“แต่ครั้งนี้ดาวพอแล้วค่ะ ดาวจะไม่ยุ่งวุ่นวายกับคุณแล้วก็ธิชาอีก ขอแค่คุณปล่อยดาวกับครอบครัวไป นะคะคุณคีริน…ให้โอกาสดาวอีกครั้งนะคะ” ทัดดาวพูดไปแล้วมองเขาอย่างอ้อนวอน“คุณรู้ไหมว่าที่จริงผมไม่อยากจะมาหาคุณที่นี่ด้วยซ้ำ แต่เพราะธิชาเขาขอร้องให้ผมมา และเขาก็ขอร้องให้ผมปล่อยคุณไป…ถ้าคุณรับปากว่าคุณจะไม่มาวุ่นวายกับผมแล้วก็ธิชาอีก ผมก็จะ
วันต่อมา…เนวินก็มาปรึกษาเพื่อนหนุ่มกับเรื่องคดีว่าจะเอายังไงต่อ เพราะตอนนี้ทัดดาวเองก็ได้รับกรรมนสิ่งที่เธอทำแล้ว ลูกน้องของเธอก็โดนจับเข้าคุกหมด รวมถึงทัดดาวเองก็ด้วยเพราะตอนนี้ฤทธิ์ยาปลุกเซ็กส์ที่พวกลูกน้องเธอเอาให้กินนั้นหมดฤทธิ์แล้ว ทำให้เนวินนั้นให้ตำรวจไปเอาตัวทัดดาวมาขังไว้ที่โรงพัก เพื่อรอดำเนินคดี จนตอนนี้ทนายของเธอนั้นวิ่งเต้นจะเอาตัวเธอออกจาห้องขังให้ได้ เขาเลยต้องมาปรึกษเพื่อนหนุ่มว่าจะเอายังไงต่อ…“พี่คีรินคะ ธิชาว่าเราปล่อยพี่ดาวเขาไปเถอะค่ะ แค่นี้เขาก็ได้รับบทเรียนแล้วนะคะ ต่อไปเขาคงไม่กล้าอีกแล้วล่ะค่ะ” ชลธิชาพูดบอกไปด้วยสีหน้าเศร้าๆ เพราะเธอฟังแล้วก็อดที่จะสงสารไม่ได้“เขาคิดจะทำเลวๆแบบนั้นกับเรานะธิชา เรายังจะไปใจอ่อนเข้าข้างเขาอีกเหรอ…เราลองคิดดูสิว่าถ้าผู้หญิงที่โดนเป็นเรา เราจะให้พี่ยอมเหรอ ถ้าครั้งนี้พี่ปล่อยเขาไปง่ายๆอีก ต่อไปเขาอาจจะทำไรมากกว่านี้ก็ได้ ดังนั้นพี่จะไม่ยอมให้เขาอีกแล้ว เนวิน..แกดำเนินคดีกับเขาตามกฏหมายได้เลย แล้วฉันจะไม่มีการยอมความอะไรทั้งนั้น…” คีรินพูดไปเสียงเข้ม เพราะเขาไม่ยอมรามือกับทัดดาวง่ายๆแน่“ถ้าแกไม่ยอมความงั้นฉันจะส่งเรื่องฟ้องศาลให
ด้านชลธิชาที่ถูกคีรินนั้นเข้าไปช่วยออกมาได้ เธอก็ร้อนทุรนทุรายกับความต้องการที่มันอยากจะมีเซ็กส์จนเธอนั้นเร่งให้คีรินนั้นพาเธอกลับบ้าน พอถึงบ้านเธอก็ไม่รีรออะไรเลย เธอก็รีบถอดเสื้อผ้าแล้วทำให้ท่อนเอ็นของคีรินนั้นแข็งขันสู้มือของเธอ จากนั้นเธอก็จับเขาแล้วขึ้นขย่มแบบรัวๆด้วยความสะใจเลย เพราะยิ่งเธอขย่มแรงเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกดีมากขึ้นเท่านั้น“ธิชา…พี่ไม่ไหวแล้ว…อ่าส์….เบาหน่อยที่รัก…” คีรินพูดไปเพราะเธอเล่นขย่มแบบไม่พักจนเขานั้นถูกเธอตอดรัดและเร่งเร้าซ้ำแบบนี้แล้วมันก็ทำให้เขานั้นรู้สึกอยากจะปลดปล่อยความเสียวออกมา“อ้ะ อ้ะ อ้ะ…ธิชาหยุดไม่ได้แล้วค่ะ ธิชาต้องการพี่ อื้อ….อ้ะ อ้ะ อ้ะ…ขอธิชาขย่มก่อนนะคะ พี่อย่าพึ่งน้ำแตกนะคะ….อื้อ….ให้ธิชาขย่มให้หนำใจก่อน อ้ะ อ้ะ อ้ะ…”ชลธิชาพูดบอกไปก็เด้งเอวขย่มใส่ท่อนเอ็นของเขาด้วยสีหน้าฟินๆ“โอว์…ซี๊ด…จะให้พี่ทนยังไงหึ เราเล่นขย่มพี่ไม่ให้พักเลยแบบนี้ มันเสียวนะธิชา….อย่าทรมานพี่เลยคนดี อ่าส์….พี่ไม่ไหวแล้ว…อื้อ…” คีรินพูดกัดฟันบอกไปแล้วเขาก็ปลดปล่อยน้ำรักของเขาอย่างทนไม่ไหวเมื่อเธอขย่มเร่งสาวใส่เขามาแบบเน้นๆ“อ้ะ อ้ะ อ้ะ….อื้อ….” ชลธิชาครางไปแล้วก็รู
คีรินที่กำลังชั่งใจอยู่นั้นก็ตัดสินใจอย่างยากลำบาก ก่อนจะเห็นมือของผู้ชายคนนั้นไปจับที่ขาของชลธิชาแล้วลูบไล้ขึ้นไปที่ขาอ่อนของเธออย่างนั้นแล้วเขาก็กัดฟันพร้อมกับเหนี่ยวไกเล็งไปทางแขนอีกฝั่งของมันทันที เพื่อป้องกันไม่ให้กระสุนมันทะลุไปถึงตัวของชลธิชาได้“ปัง! โอ๊ย….” เสียงปืนดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงร้องของชายคนนั้นที่โดนคีรินนั้นยิงเฉียดแขนข้างหนึ่ง ทุกคนก็ทำหน้าตกใจเพราะไม่คิดว่าคีรินจะยิงจริงๆชลธิชาเห็นทุกคนกำลังตกใจเธอก็ยกเท้าเหยียบเท้าของผู้ชายที่จับเธอเธออยู่นั้นอย่างแรงพร้อมกับเอาศอกไปกระทุ้งที่หน้าท้องของเขา จนเขาร้องโอ้ยขึ้นมาแล้วเธอก็เอาดันตัวเขาอย่างแรงก่อนจะรีบออกตัววิ่งไปหาคีริน“โอ้ย…นังบ้าเอ้ย…” เสียงของชายหนุ่มสบถออกมาอย่างเจ็บๆแล้วเขาก็มองไปที่หญิงสาวอย่างแค้นใจเลย“จับตัวมันไว้ อย่าให้มันไปหาพี่คีรินได้…จับมันสิ!…” ทัดดาวรีบพูดสั่งไปทันที เมื่อเธอเห็นชลธิชานั้นกำลังจะลุกหนีไปหาคีรินแล้ว“เห้ย จับตัวยัยนี่ไว้…อย่าให้มันไปหาไอ้นั่นได้…” ผู้ชายอีกคนรีบสั่งทันทีแล้วผู้ชายที่เหลือก็รีบตามมาจับตัวชลธิชาให้“ปัง!….ถ้าพวกแกยังคิดจะจับเมียฉันอยู่ คราวนี้ฉันจะยิงพวกแกรายตัวเลย…ธิ
อังคณาคิดไปก็ทำอะไรไม่ถูกเลยกับการที่เธอนั้นได้ล่วงรู้ความลับที่ไม่ควรรู้เข้า แต่เมื่อกี้ทั้งสองดูเหมือนจะทะเลาะกันและเพื่อนของเธอก็ไม่เต็มใจจะไปกับคีรินเลย“ธิชามันเหมือนจะไม่อยากไปกับคุณคีรินเลย…หรือว่าธิชามันจะโดนคุณคีรินเขาข่มเหง…” อังคณาคิดไปอย่างพิจารณาทันที เพราะเพื่อนของเธอก็เสียงดังโวยวายเ
“อย่าชวนผมด้วยสีหน้าและสายตาแบบนี้สิครับคุณธิชา ผมกลัวแล้วนะครับเนี่ย..เมื่อกี้คุณส้มโอเขาก็ไปแล้วคนนึงนะครับ…คุณธิชาอย่าทำแบบนี้เลยครับ ผมใจสั่นไปหมดแล้วนะครับเนี่ย” เนวินพูดบอกไปตรงๆแล้วก็ยิ้มให้เธอ ป่านนี้เพื่อนของเขาคงจะโกรธตนควันออกหูมันแล้วมั้ง เขาว่าทางที่ดีกดวางสายมันจะดีกว่าเนวินคิดไปก็หง
“อ่อครับ…ครับ..” เนวินตอบไปก็ค่อยๆเอามือถอดเสื้อยืดสีขาวของเขาออก ทำให้เขานั่งเปลือยอกล่ำๆของเขาต่อหน้าสามสาวอย่างอายๆ แต่จะไม่ถอดก็ไม่ได้เขาก็คงโดนสาวๆคะยั้นคะยอให้ถอดแน่ๆ เพราะแค่ทายาแค่นี้พวกเธอยังไม่ปล่อยเขาไปเลย ตอนนี้เขาล่ะอยากให้คีรินมันมาช่วยเขาจริงๆ เขาไม่ได้อยากจะอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกสาวๆ
“ไม่ฉันก็แกต้องจีบผู้กองเนวินเขา….ถ้ายัยเนยมันรู้ว่าพวกเราจะจีบ มันก็ต้องร้อนตัวไม่อยากให้เราได้คนที่มันหมายตาไปแน่ๆถ้ามันชอบจริงๆอ่ะนะ…แกว่าแผนนี้ใช้ได้ไหมล่ะ นี่น่ะตัวกระตุ้นความกล้าของเพื่อนเราได้ดีเลยนะแก” ชวพรพูดบอกไปแล้วยักคิ้วใส่เพื่อนสาวอย่างเจ้าเล่ห์“เฮ้อ…เรื่องคนอื่นนี่เก่งจังเลยนะยะทีเร







