Masukเมื่อความรักคือปาฏิหาริย์ การปกป้องมันคือสงคราม
ดีแลน แบล็กเวลล์ ได้ทำลายอาณาจักรของบิดาเพื่อไถ่บาปและสร้างชีวิตใหม่กับ อีวา คาร์เตอร์ บนผืนดินแห่งความยุติธรรม แต่เงาของอดีตที่เต็มไปด้วยอำนาจและความแค้นไม่เคยตาย ลูคัส แบล็กเวลล์ ผู้ถูกลูกชายทรยศ กำลังรอคอยโอกาสที่จะทวงคืนทุกสิ่ง และทำลายความสุขเดียวที่ดีแลนมี ด้วยเกมที่สกปรกกว่าเดิม
พวกเขาจะปกป้องความรักที่บริสุทธิ์และลูกแฝดที่กำลังจะเกิดได้อย่างไร... เมื่อศัตรูที่แท้จริงคือมรดกที่พวกเขาพยายามหนีมาตลอด?
ความสงบที่ถูกคุกคาม (The Fragile Peace)
การสร้าง 'เอเดนใหม่' (The New Eden)
บ้านคาร์เตอร์เก่าที่ถูกบูรณะใหม่ด้วยความรักและความยุติธรรม ตั้งตระหง่านอย่างสงบเงียบภายใต้แสงแดดยามเช้าที่สาดส่อง ดีแลน แบล็กเวลล์ยืนอยู่หน้าต่างบานใหญ่ในห้องนอนที่เคยเป็นจุดเริ่มต้นของความบาดหมางทั้งหมดของเขา แต่ตอนนี้มันกลับเป็นห้องที่เต็มไปด้วยความรักและความเข้าใจ
หกเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว อีวาตอนนี้มีครรภ์แฝดที่นูนออกมาอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เธอมีบุคลิกที่อ่อนโยนและสง่างามยิ่งกว่าเดิม ดีแลนไม่สนใจอีกแล้วว่าโลกภายนอกจะมองเขาอย่างไร เขาทิ้งตำแหน่ง, อำนาจ, และความทะเยอทะยานทางธุรกิจทั้งหมดไว้เบื้องหลัง และทุ่มเทตัวเองให้กับบทบาทใหม่: สามีผู้ซื่อสัตย์และคุณพ่อที่เปี่ยมด้วยความรัก
ทุกรายละเอียดในบ้านหลังนี้คือสัญลักษณ์ของการไถ่บาปของเขา พื้นไม้โอ๊กที่เขาขัดด้วยตัวเอง, ห้องทารกที่เขาออกแบบโดยเน้นความปลอดภัยและความอบอุ่น, และที่สำคัญที่สุดสวนกุหลาบขาวที่เบ่งบานเต็มพื้นที่ กลิ่นหอมอันเย้ายวนของมันลอยเข้ามาถึงห้องนอน เป็นกลิ่นที่เตือนใจอีวาเสมอว่าความรักสามารถเติบโตได้จากผืนดินที่เคยเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
ความละเอียดอ่อนของดีแลนดีแลนหันกลับมามองอีวาที่ยังคงนอนหลับอยู่บนเตียงใหญ่ เขาไม่เคยตื่นสายกว่าเธอเลยแม้แต่วันเดียว เพราะเขารู้ว่าช่วงเช้าเป็นช่วงที่อีวาต้องการการดูแลเป็นพิเศษเนื่องจากอาการแพ้ท้องที่ยังคงมีอยู่บ้างสำหรับลูกแฝด
เขาเดินเข้าไปอย่างเงียบเชียบ มือของเขาวางลงบนหน้าท้องที่เต็มไปด้วยชีวิตเบา ๆ ก่อนจะก้มลงจูบที่หน้าผากของเธอ
“คุณคือปาฏิหาริย์ที่ผมไม่เคยคิดว่าจะได้ครอบครองเลย อีวา” ดีแลนคิดในใจ ภาพของเธอที่อุ้มลูกแฝดสองคนเป็นเหมือนภาพวาดที่สมบูรณ์แบบที่เขาปรารถนามาตลอด มันคือความสมบูรณ์ที่เขาไม่เคยได้รับจากอำนาจ เงินทอง หรือการแก้แค้น
ดีแลนเดินเข้าไปในครัวที่สว่างไสว เขาไม่ใช่ซีอีโอที่ดื่มกาแฟดำรสเข้มและอ่านรายงานการเงินขณะรับประทานอาหารเช้าอีกต่อไป แต่เขาคือกุ๊กส่วนตัวที่ใส่ใจสุขภาพของภรรยา เขาเตรียมชาขิงอุ่น ๆ สำหรับอีวา (สำหรับอาการคลื่นไส้) และน้ำผักผลไม้รวมที่อุดมไปด้วยวิตามิน
เขายังต้องเตรียมอาหารเช้าที่ละเอียดอ่อนสำหรับ อีธาน ลูกชายคนโตวัยสองขวบ ซึ่งตอนนี้เป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนความบริสุทธิ์ของความรักในบ้านหลังนี้ อีธานเติบโตมาภายใต้ความรักที่เท่าเทียมและอ่อนโยน ซึ่งตรงกันข้ามกับวัยเด็กที่เต็มไปด้วยความกดดันและความคาดหวังของดีแลนอย่างสิ้นเชิง
วงจรชีวิตที่เปลี่ยนไปของอดีตปีศาจการเปลี่ยนแปลงของดีแลนไม่ได้มีแค่ภายนอก แต่ยังรวมถึง ตารางชีวิต ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ในอดีต วันของดีแลนเริ่มต้นด้วยการโทรศัพท์ทางธุรกิจข้ามทวีปตั้งแต่ตีห้า การประชุมที่ดุเดือด และการตัดสินใจที่ต้องแลกมาด้วยความเลือดเย็น
ในปัจจุบันวันของเขาเริ่มต้นด้วยการดูแลครอบครัว
การอ่านนิทานและตารางการเตะ หลังจากที่อีวาตื่นและทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว ดีแลนจะพาลูกชายอีธานมานั่งข้าง ๆ ท้องของอีวา และพยายามอ่านหนังสือภาพให้ลูกแฝดฟังผ่านหน้าท้องของแม่ ดีแลนเชื่ออย่างแรงกล้าว่าลูกแฝดของเขามีพัฒนาการที่ก้าวกระโดด เขาจะจดบันทึก "ตารางการเตะประจำวัน" (Daily Kick Chart) อย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าทั้ง โปรเจกต์อัลฟ่าและ โปรเจกต์เบต้ามีการเคลื่อนไหวที่สมดุลกัน
งานมูลนิธิที่เต็มไปด้วยความหมายดีแลนใช้ความเฉลียวฉลาดทางธุรกิจทั้งหมดที่มีในการบริหาร มูลนิธิคาร์เตอร์แบล็กเวลล์เพื่อความยุติธรรม เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในการพบปะกับผู้ด้อยโอกาสทางกฎหมาย ให้คำปรึกษา และมอบความหวังให้แก่พวกเขา เขาพบว่าความสุขที่แท้จริงไม่ได้มาจากการเอาชนะคู่แข่งในตลาด แต่มาจากการได้เห็นรอยยิ้มของผู้ที่ได้รับความยุติธรรมคืนมา
การฝึกฝนความอ่อนโยนดีแลนยังคงฝึกฝนความอ่อนโยนอย่างต่อเนื่อง เขาฝึกการพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกับอีธาน ไม่ใช่แค่กับอีธาน แต่กับทุกคนรอบข้าง นี่คือการต่อสู้กับสัญชาตญาณเก่าที่เคยสั่งการและควบคุมทุกอย่าง
ความรู้สึกของอีวาต่อการเปลี่ยนแปลงอีวาเองก็รู้สึกถึงความปลอดภัยและความสมบูรณ์แบบที่โอบล้อมพวกเขาไว้ ความกลัวที่เคยมีต่อดีแลนได้หายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความรักและความเคารพ เธอรู้ว่าการที่ผู้ชายที่เคยเย่อหยิ่งและหยิ่งผยองขนาดนี้ยอมลงมาทำสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยความรักเช่นนี้ ต้องใช้ความพยายามอย่างมหาศาล
“เขาไม่เคยรักใครมาก่อน และตอนนี้เขาก็กำลังมอบความรักทั้งหมดให้กับฉันและลูก ๆ ของเรา”อีวาคิดในใจเสมอ ความรักของดีแลนคือสิ่งที่บริสุทธิ์และมีค่าที่สุด เพราะมันแลกมาด้วยการสละทุกสิ่งที่เขาเคยครอบครอง
ความสมบูรณ์แบบที่เปราะบาง (The Fragile Edge)
ความสงบสุขที่พวกเขาได้รับนั้นแทบจะสมบูรณ์แบบ แต่ก็ยังคงมีความ เปราะบางซ่อนอยู่ใต้ผิวเผิน
ลูคัส แบล็กเวลล์ ผู้เป็นบิดาของดีแลน ถูกบีบให้ออกจากบริษัทและถูกฟ้องร้องจากผู้ถือหุ้นรายย่อยอย่างหนักหลังจากการให้การของดีแลนในศาล แต่ลูคัสใช้เงินประกันตัวออกมาและ เก็บตัวเงียบสนิท ในคฤหาสน์เก่าของเขาเอง
สำหรับดีแลน นี่คือสัญญาณอันตรายที่สุด
“พ่อผมไม่เคยอยู่นิ่ง ๆ อีวา” ดีแลนเคยสารภาพกับภรรยาของเขาในค่ำคืนหนึ่ง “การที่เขาเงียบแบบนี้หมายความว่าเขากำลัง วางแผนสิ่งที่ใหญ่กว่า... สิ่งที่พ่อผมรักที่สุดคืออำนาจและศักดิ์ศรีของตระกูล... และผมคือคนที่ทำลายมัน”
ความวิตกกังวลของดีแลนแม้ภายนอกดีแลนจะดูสงบ แต่เขายังคงต่อสู้กับ บาดแผลทางใจ (PTSD) จากอดีตอยู่บ้างเป็นครั้งคราว
ฝันร้าย บางครั้งดีแลนยังคงฝันถึงการปะทะครั้งสุดท้ายกับบิดาในห้องทำงานของเขา ฝันถึงความเยือกเย็นของลูคัส และเสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความแค้น ดีแลนจะตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยความรู้สึกตื่นตระหนก และต้องใช้เวลาหลายนาทีกว่าความจริงที่ว่าเขาได้หลุดพ้นจากอิทธิพลนั้นแล้วจะกลับมา
การเฝ้าระวัง ดีแลนติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีที่สุดในบ้าน แต่เขาก็ยังคงตรวจสอบมันด้วยตัวเองทุกคืน เขามักจะเดินตรวจตราสวนกุหลาบในความมืดเพียงลำพัง ราวกับกำลังรอให้เงาที่เขาหนีมาตลอดปรากฏตัวขึ้น
จุดเริ่มต้นของการคุกคาม (The First Ripple)
ขณะที่อีวาตั้งครรภ์เข้าสู่ช่วงเดือนที่เจ็ด และความสุขในครอบครัวกำลังถึงขีดสุด ความสงบสุขก็ถูกกระชากออกไปอย่างรุนแรง
วันนั้นเป็นวันที่ดีแลนกำลังช่วยอีธานสร้างปราสาททรายเล็ก ๆ ในสวนหลังบ้าน (โดยใช้วัสดุที่อ่อนนุ่มที่สุดเพื่อความปลอดภัย) บุรุษไปรษณีย์ก็ได้นำ ซองจดหมายขนาดใหญ่ ที่ส่งมาจากสำนักงานทนายความมาวางไว้ที่กล่องจดหมาย
ดีแลนเปิดซองจดหมายนั้นด้วยความประหลาดใจ เพราะเขาคิดว่างานด้านกฎหมายของเขาน่าจะจบลงแล้วหลังจากคดีความของมูลนิธิ
ทันทีที่เขาอ่านหัวกระดาษของจดหมาย ใบหน้าของดีแลนก็แข็งทื่อ เลือดในกายของเขารู้สึกเย็นยะเยือก
จดหมายนั้นไม่ได้มาจากทนายความของลูคัสโดยตรง แต่มาจากสำนักงานกฎหมายที่ชื่อว่า มอร์แกน แอนด์ พาร์ทเนอร์ส ซึ่งเป็นที่รู้จักในวงการว่ามีความสามารถในการค้นหาช่องโหว่ทางกฎหมายที่ไม่มีใครคาดคิด และมีจรรยาบรรณที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินที่สุด
เนื้อหาของจดหมายระบุอย่างชัดเจนว่า
“ขอแจ้งให้ท่านทราบว่า สำนักงานของเราในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากผู้บริจาคที่ไม่เปิดเผยนาม กำลังดำเนินการตรวจสอบทางกฎหมายครั้งใหญ่ต่อมูลนิธิคาร์เตอร์แบล็กเวลล์ของท่าน โดยมุ่งเน้นที่ความโปร่งใสในการใช้เงินชดเชยที่ได้รับจากคำตัดสินของศาล และความเหมาะสมในการบริหารจัดการองค์กรที่เน้นความยุติธรรม…”
ดีแลน กำกระดาษแผ่นนั้นแน่นจนมันยับยู่ยี่ เขารู้ทันทีว่านี่คือฝีมือของบิดาเขา ลูคัส แบล็กเวลล์ กำลังเริ่มเกมใหม่ และคราวนี้เขาไม่ได้โจมตีที่ทรัพย์สิน แต่โจมตีที่ จิตวิญญาณของดีแลนและอีวานั่นคือ ความซื่อสัตย์สุจริต และ มูลนิธิที่เป็นสัญลักษณ์ของการไถ่บาปของพวกเขา
ดีแลนเงยหน้าขึ้นมองอีวาที่กำลังอุ้มอีธานอยู่ใต้แสงแดดอ่อน ๆ รอยยิ้มที่บริสุทธิ์ของลูก ๆ คือแรงผลักดันเดียวที่ทำให้เขาต้องยืนหยัดต่อสู้กับเงามืดที่กำลังคืบคลานเข้ามานี้
---
โนอาห์—การสร้างตัวตน (The Pursuit of Identity) เงาที่ต้องหลีกหนี (The Shadow to Evade)โนอาห์ แบล็กเวลล์ วัย 24 ปี เป็นแฝดคนหนึ่งที่แสดงความสามารถทางธุรกิจและเทคโนโลยีออกมาอย่างโดดเด่นตั้งแต่เด็ก เขามีความเฉียบขาด, มีสัญชาตญาณทางตลาด, และมีความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จแบบ ดีแลน แบล็กเวลล์ แต่เป็นดีแลนในเวอร์ชันที่ทันสมัยและเร็วกว่าแต่สิ่งหนึ่งที่ โนอาห์ ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงคือ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ เขามองว่าการทำงานด้านการกุศลเป็นเหมือนการยืนอยู่ใต้ เงา ของความสำเร็จที่พ่อแม่สร้างไว้ โนอาห์ต้องการพิสูจน์ว่าเขาสามารถประสบความสำเร็จด้วย ชื่อของตัวเอง โดยปราศจากมรดกที่ถูกไถ่บาปเขาได้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีสตาร์ทอัพที่เชี่ยวชาญด้าน ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน (AI-Fi)ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โนอาห์สร้างมันขึ้นมาตั้งแต่ศูนย์ โดยปฏิเสธเงินทุนจากครอบครัวความขัดแย้งภายในความมุ่งมั่นที่จะหลีกหนีจากเงาของพ่อแม่ทำให้ โนอาห์ เริ่มแสดงนิสัยที่คล้ายกับ ลูคัส แบล็กเวลล์ ในอดีต: เขาหมกมุ่นอยู่กับการแข่งขัน, มองว่าการเข้าซื้อกิจการเป็น การทำสงคราม และเชื่อว่า ประสิท
กำแพงแก้วแห่งความคาดหวัง (The Glass Wall of Expectation)อีธาน แบล็กเวลล์ ในวัย 25 ปี เป็นบุตรชายคนโตและเป็นภาพสะท้อนที่สมบูรณ์แบบที่สุดของความรักที่ได้รับการไถ่บาปของ ดีแลน และ อีวา เขาสูงสง่า มีความสุภาพอ่อนโยน และมีแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจตามแบบฉบับของมารดา อีวาเขาเป็นผู้บริหารหลักของ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ และเป็นหัวหน้าโครงการยุติธรรมทางสังคม อีธานมีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลที่เฉียบคมเหมือนพ่อ แต่เขามักจะ ลังเล ที่จะตัดสินใจขั้นสุดท้ายด้วยตัวเอง เพราะความกลัวที่จะทำผิดพลาดอย่างรุนแรงความกลัวของอีธานอีธานไม่ได้กลัวความล้มเหลวทางธุรกิจ แต่เขากลัวที่จะ ทำลายมรดก แห่งความซื่อสัตย์ที่พ่อแม่สร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก เขารู้ว่าความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยของเขาจะถูกตีความว่าเป็น เงาของตระกูลแบล็กเวลล์ ที่กลับมาหลอกหลอน ด้วยเหตุนี้ ชีวิตส่วนตัวของเขาจึงถูก แช่แข็ง ไว้ เขาไม่เคยมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ไม่เคยไปเที่ยวคลับ ไม่เคยทำอะไรที่เสี่ยงต่อการถูกวิพากษ์วิจารณ์เขามองเห็นความรักที่บริสุทธิ์ของพ่อแม่เป็นเหมือน งานศิลปะชั้นยอด ที่สมบูรณ์แบบเสียจนเขาไม่กล้าแตะต้องมัน จุดเริ่มต
สิบแปดปี ผ่านไปอย่างรวดเร็ว อีธาน, โนอาห์, และลินน์ แบล็กเวลล์ เติบโตขึ้นภายใต้แสงสว่างของ โรงเรียนกุหลาบขาว และหลักการของ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ พวกเขาคือภาพสะท้อนของความรักที่ได้รับการไถ่บาปของ ดีแลน และ อีวาแต่ความสมบูรณ์แบบที่พ่อแม่สร้างขึ้นกลับกลายเป็น กำแพง และ ความคาดหวัง ที่หนักอึ้งสำหรับคนรุ่นใหม่อีธาน (วัย 25 ปี) แบกรับภาระทางจริยธรรมของมูลนิธิ โนอาห์ (วัย 24 ปี) ใช้ความสามารถทางธุรกิจเพื่อสร้างชื่อเสียงของตัวเองให้ห่างจากเงาของพ่อแม่ และ ลินน์ (วัย 24 ปี) ค้นหาตัวตนที่แท้จริงในโลกของศิลปะเมื่อ ความลับจากอดีต ที่ถูกเก็บงำไว้ในยุคลูคัสถูกเปิดเผยอีกครั้ง และมี ตัวละครใหม่ ที่นำพาความเสี่ยงและความรักเข้ามาในชีวิตของพวกเขา ลูก ๆ ของดีแลนและอีวาจะต้องพิสูจน์ว่าพวกเขาสามารถสร้างความรักในแบบของตัวเองได้ โดยไม่ต้องอาศัยการไถ่บาปของคนรุ่นก่อน
โครงการสุดท้ายที่ยิ่งใหญ่ หลังจากผ่านพ้นความท้าทายทางกฎหมาย จริยธรรม และความท้าทายในครอบครัว ดีแลน แบล็กเวลล์ และ อีวา ก็ตัดสินใจที่จะใช้เงินทุนทั้งหมดจาก กองทุนแอนนา แบล็กเวลล์เพื่อความยั่งยืนและทรัพย์สินส่วนตัวที่เหลือของดีแลนในการสร้างโครงการที่สำคัญที่สุด นั่นคือ "โรงเรียนกุหลาบขาว"โรงเรียนนี้ไม่ได้เป็นเพียงอาคารเรียน แต่เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ไม่แสวงหาผลกำไรสำหรับเด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา โดยเฉพาะเด็กที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการถูกชักจูงให้ทำผิดกฎหมายหรือขาดการชี้นำทางจริยธรรมปรัชญาของโรงเรียนโรงเรียนกุหลาบขาวจะเน้นการศึกษาที่ครอบคลุมสี่ด้านหลัก จริยธรรมและการไถ่บาปสอนความซื่อสัตย์ ความเห็นอกเห็นใจ และการรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง ศิลปะและการบำบัด ใช้ดนตรี ศิลปะ และการเขียนเป็นเครื่องมือในการเยียวยาบาดแผลทางอารมณ์ ความยั่งยืน การสอนเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อโลก (จากกองทุนแอนนา) ความรู้ทางธุรกิจที่รับผิดชอบ การสอนพื้นฐานทางเศรษฐกิจและการเงินภายใต้หลักการความยุติธรร การมีส่วนร่วมของลูก ๆ (The Children's Contribution)การสร้างโ
เสียงกระซิบจากโลกภายนอก (Whispers from the Outside World)อีธาน แบล็กเวลล์ในวัยเจ็ดขวบ ไม่ใช่เด็กไร้เดียงสาอีกต่อไป เขาเป็นเด็กชายที่ช่างสังเกต, มีความรู้สึกอ่อนไหว, และมีความคิดที่ซับซ้อนตามแบบฉบับของ อีวา ผู้เป็นแม่ เขากำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนประถมที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเพื่อนร่วมชั้นหลายคนที่มีพื้นเพมาจากครอบครัวชนชั้นสูงที่เคยรู้จักหรือเป็นคู่แข่งทางธุรกิจของตระกูลแบล็กเวลล์ในอดีตแม้ว่า ดีแลนและอีวาจะพยายามปกป้องลูก ๆ จากเงาของอดีต แต่กำแพงของบ้านก็ไม่สามารถกั้นคำพูดของคนภายนอกได้วันหนึ่ง อีธาน กลับมาถึงบ้านจากโรงเรียนด้วยสีหน้าที่เงียบผิดปกติ เขานั่งเล่นอยู่เงียบๆ ในห้องนั่งเล่น โดยมีหนังสือเล่มโปรดอยู่ในมือแต่ไม่ได้เปิดอ่าน ดีแลน สังเกตเห็นความผิดปกตินั้น และรู้ทันทีว่ามีบางอย่างที่รบกวนจิตใจของลูกชายอีธาน รอจนกระทั่ง โนอาห์ และ ลินน์ เข้านอนแล้ว เขาเดินเข้าไปหา ดีแลน ซึ่งกำลังนั่งตรวจเอกสารของมูลนิธิอยู่หน้าเตาผิงอีธาน (พูดด้วยเสียงเบาและสั่นเครือ) "คุณพ่อครับ... วันนี้เพื่อนที่โรงเรียนถาม อีธานว่า... คุณปู่ลูคัส... เป็นคนไม่ดีใช่ไหมครับ?"คำถามนั้นเหมือนเป็นระเบิดเวล
ความท้าทายด้านจริยธรรมในมูลนิธิ (The Ethical Crossroads)หลังจากที่ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ ได้รับความเชื่อถืออย่างสูงจากการเปิดโปงและจัดการกับมรดกที่ถูกซ่อนไว้ของ แอนนา แบล็กเวลล์ องค์กรก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นที่รู้จักในฐานะผู้พิทักษ์ความยุติธรรมแต่ชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้นก็นำมาซึ่งความท้าทายที่ยากจะปฏิเสธ วันหนึ่ง มูลนิธิได้รับคำร้องขอความช่วยเหลือจาก มาร์คัส เคนอดีตซีอีโอของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนรายหนึ่ง ซึ่งถูกกล่าวหาว่า ฉ้อโกง และ ปั่นราคาหุ้น ซึ่งทำให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวนมากต้องประสบกับความสูญเสียมาร์คัส เคนไม่ได้มาขอความช่วยเหลือเพื่อต่อสู้คดีในศาล แต่มาพร้อมกับ การสารภาพผิดอย่างสมบูรณ์และข้อเสนอที่ไม่เคยมีมาก่อน: เขาจะ มอบทรัพย์สินส่วนตัวเกือบทั้งหมด (ประมาณ 80% ของทรัพย์สินทั้งหมดของเขา) คืนให้กับเหยื่อและสังคม โดยมีเงื่อนไขว่ามูลนิธิฯ ต้องให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่เขาในการเจรจาโทษกับทางการ ซึ่งรวมถึงการขอโอกาสในการ ไถ่บาป ด้วยการทำงานเพื่อสังคมหลังจากพ้นโทษข้อเสนอของมาร์คัสทำให้บอร์ดบริหารของมูลนิธิและ ดีแลนกับ อีวา ต้องเผชิญกับทางแยกที่ยากลำบากที่สุดนับต







