LOGIN"ข้อเสนอของฉันไม่ใช่ราคาตัวเลข" ดีแลนพูดเน้นคำ "แต่เป็นการทำข้อตกลงที่ 'เป็นส่วนตัว' มากกว่านั้น"
เขายื่นข้อเสนอให้เธอเป็น 'ของเล่นลับ'เพื่อแลกกับการพิจารณาขายที่ดิน การกระทำนี้ไม่ใช่แค่การเจรจาธุรกิจ แต่มันคือการแก้แค้นทางเพศ คือการยืนยันอำนาจเหนือเธอ ในฐานะที่เขาเป็นผู้ที่เคยทำลายชีวิตเธอในอดีต
อีวาลุกขึ้นยืนทันทีด้วยใบหน้าแดงก่ำจากความโกรธและความอับอาย
"คุณมันบ้าไปแล้ว ดีแลน แบล็กเวลล์! ฉันไม่ได้กลับมาเพื่อให้คุณดูถูก!" อีวาตวาดเสียงสั่น พยายามเดินหนี
ดีแลนเร็วกว่านั้น! เขาคว้าแขนของเธอไว้แน่น ดึงร่างเพรียวของนางฟ้าสายการบินให้ปะทะเข้ากับแผงอกแข็งแกร่งของเขา
"จะไปไหน อีวา? เกมเพิ่งจะเริ่มต้นเอง" ดีแลนกระซิบเสียงต่ำข้างหูของเธอ ไออุ่นและกลิ่นน้ำหอมของเขาทำให้อีวาขนลุกซู่
"ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!" อีวาเงยหน้าขึ้นอย่างท้าทาย เธอรวบรวมแรงทั้งหมดตวัดมือ ตบ ลงบนใบหน้าหล่อเหลาของดีแลนอย่างแรง เสียงตบดังสนั่นไปทั่วห้องทำงานที่เงียบสงบ
ดีแลนผงะไปเล็กน้อย แต่รอยยิ้มเหยียดหยามบนริมฝีปากของเขากลับกว้างขึ้น แววตาของเขากลายเป็นเปลวเพลิงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความกระหายที่ถูกจุดชนวน
"กล้าดีนี่ ยัยนางฟ้าตกสวรรค์!"
มือหนาของดีแลนบีบคางของเธออย่างแรงจนอีวาต้องเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ใบหน้าของเขาเข้าใกล้จนลมหายใจของทั้งคู่ปะทะกัน
"ฉันเคยเตือนเธอแล้วว่าฉันเกลียดทุกอย่างที่เป็นของตระกูลเธอ... แต่ดูเหมือนฉันต้องเปลี่ยนแผน"
เขายื่นหน้าเข้าประชิด พลางออกแรงบีบคางของเธอแน่นขึ้นอีก "ฉันเกลียดเธอ... แต่ตอนนี้ฉันจะทำลายความเกลียดชังนั้นด้วยการ ครอบครอง เธอ!"
ดีแลนกดริมฝีปากลงบดขยี้ปากของอีวาอย่างรุนแรงและป่าเถื่อน มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยน แต่เป็น การลงทัณฑ์ ที่เต็มไปด้วยโทสะและอำนาจ เขาไม่เปิดโอกาสให้อีวาปฏิเสธหรือต่อต้านได้เลย ลิ้นของเขาบุกรุกเข้าไปในโพรงปากของเธออย่างหิวกระหายเพื่อลงโทษและตักตวงทุกสิ่งที่เขาปรารถนา
อีวาต่อสู้ดิ้นรนอย่างสุดกำลัง เธอทุบลงบนอกเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ร่างของดีแลนหนักแน่นและแข็งแกร่งเกินกว่าจะต้านทานไหว การต่อต้านของเธอทำให้อารมณ์ดิบของดีแลนพุ่งทะยานยิ่งขึ้น
เขายกตัวเธอขึ้นจากพื้น ก้าวถอยหลังไปชนกับกำแพงกระจกใสเย็นเฉียบด้านหลัง พลางกอดรัดร่างกายของเธอไว้แน่นจนแทบจะรวมเป็นร่างเดียวกัน ชุดเครื่องแบบของนางฟ้า ที่เคยสง่างามยับยู่ยี่ด้วยแรงบีบรัดของเขา
จูบนั้นดำเนินไปอย่างยาวนานและรุนแรง ดีแลนปล่อยความเกลียดชังทั้งหมดลงไปในจูบนี้ พร้อมกับความกระหายที่ถูกกักเก็บมานานกว่ายี่สิบปี
เมื่อดีแลนผละริมฝีปากออก ใบหน้าของอีวาเปียกชื้นไปด้วยน้ำตาและรอยจูบที่บวมช้ำ
"จำไว้ อีวา" ดีแลนกระซิบเสียงแหบพร่า ดวงตาของเขาแดงก่ำไปด้วยไฟปรารถนา "ที่ดินผืนนั้นเป็นของฉัน... และตอนนี้... ร่างกายเธอ... ก็เป็นของฉันด้วย"
เขาปล่อยเธอให้ทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง ท่าทางของดีแลนในขณะนี้ดูเหมือนปีศาจที่เพิ่งได้รับชัยชนะเหนือเหยื่อที่บริสุทธิ์ที่สุดของเขา
ดีแลนถอยออกมา เขาใช้มือลูบปากที่บวมช้ำของตัวเองอย่างช้า ๆ รสชาติของความแค้นและรสชาติของ อีวา ตีกันในปากอย่างน่าประหลาด
ความเกลียดชังยังคงอยู่ แต่ตอนนี้มันถูกห่อหุ้มด้วย ความรู้สึกผิด ที่เกิดขึ้นเพียงชั่วเสี้ยววินาที และ ความต้องการ ที่แทบจะฉีกกระชากสติของเขาไป ดีแลนรู้สึกโกรธตัวเองที่จู่โจมเธออย่างรุนแรง แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็โกรธที่ร่างกายของเขาตอบสนองต่อเธอราวกับเป็นทาส
บ้าที่สุด! นี่มันยัยลูกสาวตระกูลคาร์เตอร์ที่เขาเกลียดไม่ใช่เหรอ!
ดีแลนพยายามรักษาน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าร่างกายภายในของเขาจะกำลังปั่นป่วนด้วยไฟรักและไฟแค้น
"ข้อตกลงของฉันยังเหมือนเดิม" ดีแลนกล่าวอย่างเด็ดขาด "หนึ่งปี... มาอยู่ภายใต้การดูแลของฉัน และทำตามข้อตกลงทั้งหมดที่ฉันกำหนด... และฉันจะพิจารณาการขายที่ดินผืนนั้นให้คุณ"
อีวาลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก เธอเช็ดน้ำตาอย่างรวดเร็ว แม้จะเสียเปรียบและถูกย่ำยี แต่แววตาของเธอกลับฉายแสงของนักสู้ที่ไม่ยอมแพ้
"คุณมันปีศาจ!" อีวาพูดเสียงแหบพร่า
"ใช่... และฉันคือปีศาจที่จะให้ทุกอย่างที่คุณต้องการ" ดีแลนยิ้มอย่างเลือดเย็น "ตอนนี้... คุณต้องเลือกระหว่างความเกลียดชังในตัวฉัน... กับความปรารถนาสุดท้ายของคุณย่า"
การเผชิญหน้าครั้งนี้ทำให้อีวาเข้าใจว่าการทวงคืนที่ดินผืนนี้จะต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงลิ่วและโหดร้ายที่สุด และสำหรับดีแลน มันคือจุดเริ่มต้นที่เขาต้องตกเป็นทาสของเสน่หาที่มาพร้อมกับความเกลียดชังอย่างไม่มีวันหลีกหนี
....
ร่างของ อีวา คาร์เตอร์ ทรุดตัวลงกับพื้นห้องทำงานหรูหราของตึก แบล็กเวลล์ คอร์ป ความสง่างามของชุดเครื่องแบบที่เคยเป็นเกราะกำบังถูกบดขยี้ด้วยความป่าเถื่อนเพียงชั่วครู่เดียวของ ดีแลน แบล็กเวลล์
รสชาติเลือดจาง ๆ ในปากและร่องรอยน้ำตาบนแก้มคือหลักฐานของการถูกย่ำยี แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือความรู้สึกหวาดหวั่นและโกรธแค้นที่พุ่งพล่าน อีวารู้ดีว่าชายคนนี้คือปีศาจที่มาพร้อมกับอำนาจ และตอนนี้เขากำลังใช้ความอ่อนแอเดียวที่เธอยังมีอยู่ ความรักต่อคุณย่า มาเป็นเครื่องมือ
ดีแลนถอยห่างจากเธอเพียงก้าวเดียว เขาทอดสายตาลงมามองเธออย่างเย็นชา มือของเขากำแน่นอยู่ข้างลำตัวเพื่อควบคุมความปรารถนาบ้าคลั่งที่เพิ่งระเบิดออกมา
“ลุกขึ้นมา อีวา” ดีแลนสั่งเสียงเรียบ แต่เต็มไปด้วยอำนาจ “ฉันไม่ได้เชิญเธอมานั่งกับพื้นห้องทำงานของฉัน”
อีวากัดฟันแน่น เธอรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดพยุงตัวเองขึ้นยืนอย่างช้า ๆ มือของเธอปัดเครื่องแบบที่ยับยู่ยี่อย่างอัตโนมัติ พยายามฟื้นฟูความมั่นใจที่แตกสลาย
“ฉันไม่เข้าใจ” อีวาพยายามพูดอย่างควบคุม “คุณต้องการอะไรกันแน่ ดีแลน? คุณเกลียดตระกูลฉัน คุณเกลียดฉัน... แล้วทำไมคุณถึงต้องการ ร่างกาย ที่คุณเกลียดเพื่อแลกกับที่ดินผืนเดียวที่ไร้ความหมายสำหรับคุณ”
ดีแลนกลับไปนั่งหลังโต๊ะทำงาน เขาจัดเนคไทให้เข้าที่ด้วยท่าทางที่สงบอย่างน่ากลัว ราวกับว่าเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น นั่นยิ่งทำให้อีวาเข้าใจว่าการกระทำของเขาไม่ใช่ความผิดพลาด แต่มันคือการข่มขู่ที่ตั้งใจทำ
“ไร้ความหมาย?” ดีแลนหัวเราะเยาะ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุข “สำหรับฉัน ที่ดินผืนนั้นก็แค่ จุดด่างพร้อย ที่ฉันยังทำลายไม่สมบูรณ์ แต่สำหรับ เธอ มันคือชีวิตของคุณย่า คือความทรงจำที่สวยงามเพียงอย่างเดียวที่เธอเหลืออยู่ มันมีค่าทางอารมณ์ที่ไม่มีราคาใดซื้อได้ ”
ดีแลนหยุดไปครู่หนึ่ง เขายิ้มอย่างเยือกเย็น “และนั่นแหละคือสิ่งที่ฉันต้องการ”
เขาเอื้อมมือไปหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงมาวางบนกระดาษเปล่าราวกับกำลังจะเซ็นสัญญาสำคัญ
“ฉันไม่ชอบเงินที่สกปรกจากตระกูลคาร์เตอร์ในอดีต และฉันก็ไม่สนใจเงินที่สะอาดจากการเป็นนางฟ้าของคุณในปัจจุบัน” ดีแลนยันกายไปด้านหน้า “ข้อตกลงของฉันคือ การแลกเปลี่ยน ที่จะทำให้ความเกลียดชังของฉันสมบูรณ์แบบที่สุด”
“เธอจะต้องมาเป็นของฉัน อีวา... เป็น ‘ของเล่นลับ’ เป็น ‘นางบำเรอ’ เป็น ‘ทาสทางเพศ’ เป็นทุกอย่างที่ฉันต้องการให้เธอเป็น เป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม”
อีวาเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมาจากเบ้าตา ลมหายใจของเธอหยุดลงทันที เธอไม่คิดว่าข้อเสนอจะต่ำช้าและโจ่งแจ้งถึงขนาดนี้
“ระหว่างหนึ่งปีนั้น เธอต้องยอมรับทุกอย่างที่ฉันสั่ง ห้ามปฏิเสธ ห้ามร้องขอ ห้ามเปิดเผยความสัมพันธ์นี้ต่อสาธารณะ เธอจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ และเมื่อครบกำหนดหนึ่งปี... ถ้าฉันพอใจ... ฉันจะพิจารณาการขายที่ดินให้ในราคาที่ฉันเป็นคนกำหนด”
ดีแลนเว้นจังหวะอย่างจงใจเพื่อให้คำพูดทุกคำตอกย้ำเข้าไปในจิตใจของเธอ
“ส่วนข้อดีของเธอ? ระหว่างข้อตกลงนี้ เธอจะมีชีวิตที่สะดวกสบายที่สุดในโลกในฐานะผู้หญิงของดีแลน แบล็กเวลล์ แต่จงจำไว้... นี่คือ 'ข้อตกลงลับเฉพาะตัว' ที่มีค่ากว่าเงินนับพันล้าน ที่ดินผืนนั้น... คือของแลกเปลี่ยนของ ร่างกาย และ ศักดิ์ศรี ของเธอ”
อีวาพยายามจะพูด แต่คำพูดติดอยู่ในลำคอ ความคิดในหัวตีกันอย่างอลหม่าน
ยอมไม่ได้! นี่คือการยอมจำนนต่อความชั่วร้าย! นี่คือการทำลายตัวเอง!
“คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้” อีวาพูดเสียงแหบพร่า “นี่มันการข่มขู่ คุณกำลังละเมิดกฎหมาย”
ดีแลนยิ้มอย่างเหยียดหยาม “กฎหมายงั้นหรือ? อีวา ตอนนี้ฉันคือผู้สร้างกฎหมายในห้องนี้ และในวงการนี้ เมื่อคุณเดินเข้ามาในห้องของฉัน คุณก็ไม่มีทางออกอื่นแล้ว ถ้าคุณเดินออกไปวันนี้ คุณก็จะสูญเสียโอกาสในการนำที่ดินกลับคืนมาตลอดกาล”
เขาใช้ความรักของคุณย่าเป็นอาวุธ “คุณย่าของคุณเสียใจจนตายเพราะที่ดินผืนนี้ และตอนนี้โอกาสเดียวที่จะทำให้ความปรารถนาสุดท้ายของท่านเป็นจริงอยู่ตรงหน้าคุณแล้ว... แต่คุณเลือกที่จะปกป้อง ความบริสุทธิ์ ที่ไร้ค่าของคุณแทนที่จะปกป้องความรักที่คุณมีต่อย่า?”
คำพูดของดีแลนทิ่มแทงหัวใจของอีวาจนเลือดซิบ เขาจี้จุดอ่อนของเธอได้อย่างแม่นยำที่สุด อีวารู้ดีว่าหากเธอเดินออกไป ที่ดินผืนนี้จะถูกทำลายในไม่ช้า และความฝันของคุณย่าก็จะสลายไปตลอดกาล
ดีแลนลุกขึ้นอีกครั้ง เขาเดินช้า ๆ ไปที่ตู้ไวน์ราคาแพง รินวิสกี้ชั้นดีลงในแก้วสองใบ เสียงน้ำแข็งกระทบแก้วเป็นเสียงเดียวที่ดังขึ้นในห้อง
เขาไม่ได้ให้แก้วกับเธอ แต่เขายื่นใบสัญญาที่ถูกเขียนด้วยลายมือของเขาเองมาให้ อีวาเห็นคำว่า 'Non-Disclosure Agreement (NDA)' และถ้อยคำที่ระบุถึง 'ความสัมพันธ์ส่วนตัว'อย่างคลุมเครือ
“เซ็นซะ อีวา” ดีแลนกล่าวอย่างหนักแน่น
อีวามองกระดาษนั้นด้วยความรังเกียจราวกับมันเป็นเชื้อโรค เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเนื้อ
“ฉันรู้ว่าคุณรังเกียจฉัน” อีวาตอบเสียงสั่น “คุณอยากเห็นฉันถูกทำลาย คุณแค้น... แต่คุณเลือกที่จะแก้แค้นด้วยวิธีที่ต่ำช้าที่สุด”
ดีแลนยิ้มเย็น “ใช่... ฉันเลือกวิธีที่ทำให้ฉันได้ ผลประโยชน์สูงสุด เพราะฉันเกลียดคุณ ฉันจึงไม่อยากให้ความพ่ายแพ้ของตระกูลคุณมีราคาแค่ตัวเลข”
เขาเดินเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้สัมผัสเธอ แต่ยืนใกล้พอที่ลมหายใจของเขาจะสัมผัสผิวของเธอได้ ดีแลนใช้ การบีบบังคับทางกายภาพ อย่างนุ่มนวลแต่ร้ายกาจ
“ถ้าคุณไม่เซ็น ฉันจะโทรเรียกทีมรื้อถอนทันทีพรุ่งนี้เช้า ฉันจะรื้อบ้านหลังเก่าของคุณทิ้งทั้งหมด ฉันจะถมสวนกุหลาบของคุณย่า และฉันจะสร้างตึกที่สูงกว่านี้ขึ้นมาบนนั้น” ดีแลนก้มลงกระซิบข้างหูของเธอ “คุณจะไม่มีอะไรให้จำ... แม้แต่ซากปรักหักพัง”
คำขู่ของเขามีน้ำหนักมากพอที่จะทำลายจิตวิญญาณของอีวาได้ในทันที ภาพของคุณย่าที่กำลังร้องไห้ในวันย้ายออกผุดขึ้นมาในหัวของเธออย่างชัดเจน ปมในใจที่เธอเคยสาบานว่าจะแก้ไขกลับกลายเป็นพันธนาการที่บีบคอเธอ
อีวายืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานานราวกับรูปปั้นที่ถูกแช่แข็ง เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังขายวิญญาณให้กับปีศาจ แต่การรักษาความทรงจำของคุณย่าไว้สำคัญกว่าศักดิ์ศรีของเธอเอง
เธอหายใจเข้าลึก ๆ ความโกรธแค้นในดวงตาถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่น่ากลัว
“ตกลง” อีวาตอบเสียงแผ่ว แต่ชัดเจน “ฉันจะยอมรับข้อตกลงลับเฉพาะตัวนี้... ฉันจะมาเป็นของเล่นลับของคุณ”
ดีแลนไม่ได้แสดงความยินดีใด ๆ เขามีเพียงรอยยิ้มเย็น ๆ ประดับบนใบหน้า ราวกับว่าเขาคาดการณ์ผลลัพธ์นี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว
“ดีมาก นางฟ้า” ดีแลนยื่นปากกาให้เธอ "เซ็นชื่อตรงนี้... และจงจำไว้ให้ดี... การต่อต้านครั้งต่อไปของคุณ... จะถูกลงโทษอย่างสาสม"
อีวารับปากกามาอย่างมือสั่นเทา เธอจ้องมองชื่อของตัวเองบนเอกสารอย่างยาวนานก่อนที่จะจรดลายเซ็น อีวา คาร์เตอร์ ลงไปบนบรรทัดที่ว่างเปล่า ความรู้สึกของความพ่ายแพ้และความขมขื่นแล่นเข้าสู่หัวใจ
เมื่อลายเซ็นปรากฏบนกระดาษ นั่นหมายถึงอีวาได้ขายตัวเองให้กับศัตรูที่เกลียดชังเธอที่สุดแล้ว
ดีแลนหยิบเอกสารนั้นขึ้นมาตรวจทานด้วยรอยยิ้มพอใจ เขามองอีวาที่ยืนอย่างสง่างามแต่บอบช้ำอยู่ตรงหน้า
“ยินดีต้อนรับสู่กรงทองของฉัน อีวา” ดีแลนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจและเสน่หาที่บิดเบื
อน “พรุ่งนี้เช้าเลขานุการของฉันจะแจ้งตารางเวลาและที่พักใหม่ของคุณให้ทราบ... เตรียมตัวให้พร้อม เพราะชีวิตใหม่ของคุณ... กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว”
โนอาห์—การสร้างตัวตน (The Pursuit of Identity) เงาที่ต้องหลีกหนี (The Shadow to Evade)โนอาห์ แบล็กเวลล์ วัย 24 ปี เป็นแฝดคนหนึ่งที่แสดงความสามารถทางธุรกิจและเทคโนโลยีออกมาอย่างโดดเด่นตั้งแต่เด็ก เขามีความเฉียบขาด, มีสัญชาตญาณทางตลาด, และมีความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จแบบ ดีแลน แบล็กเวลล์ แต่เป็นดีแลนในเวอร์ชันที่ทันสมัยและเร็วกว่าแต่สิ่งหนึ่งที่ โนอาห์ ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงคือ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ เขามองว่าการทำงานด้านการกุศลเป็นเหมือนการยืนอยู่ใต้ เงา ของความสำเร็จที่พ่อแม่สร้างไว้ โนอาห์ต้องการพิสูจน์ว่าเขาสามารถประสบความสำเร็จด้วย ชื่อของตัวเอง โดยปราศจากมรดกที่ถูกไถ่บาปเขาได้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีสตาร์ทอัพที่เชี่ยวชาญด้าน ปัญญาประดิษฐ์สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน (AI-Fi)ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โนอาห์สร้างมันขึ้นมาตั้งแต่ศูนย์ โดยปฏิเสธเงินทุนจากครอบครัวความขัดแย้งภายในความมุ่งมั่นที่จะหลีกหนีจากเงาของพ่อแม่ทำให้ โนอาห์ เริ่มแสดงนิสัยที่คล้ายกับ ลูคัส แบล็กเวลล์ ในอดีต: เขาหมกมุ่นอยู่กับการแข่งขัน, มองว่าการเข้าซื้อกิจการเป็น การทำสงคราม และเชื่อว่า ประสิท
กำแพงแก้วแห่งความคาดหวัง (The Glass Wall of Expectation)อีธาน แบล็กเวลล์ ในวัย 25 ปี เป็นบุตรชายคนโตและเป็นภาพสะท้อนที่สมบูรณ์แบบที่สุดของความรักที่ได้รับการไถ่บาปของ ดีแลน และ อีวา เขาสูงสง่า มีความสุภาพอ่อนโยน และมีแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจตามแบบฉบับของมารดา อีวาเขาเป็นผู้บริหารหลักของ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ และเป็นหัวหน้าโครงการยุติธรรมทางสังคม อีธานมีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลที่เฉียบคมเหมือนพ่อ แต่เขามักจะ ลังเล ที่จะตัดสินใจขั้นสุดท้ายด้วยตัวเอง เพราะความกลัวที่จะทำผิดพลาดอย่างรุนแรงความกลัวของอีธานอีธานไม่ได้กลัวความล้มเหลวทางธุรกิจ แต่เขากลัวที่จะ ทำลายมรดก แห่งความซื่อสัตย์ที่พ่อแม่สร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก เขารู้ว่าความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยของเขาจะถูกตีความว่าเป็น เงาของตระกูลแบล็กเวลล์ ที่กลับมาหลอกหลอน ด้วยเหตุนี้ ชีวิตส่วนตัวของเขาจึงถูก แช่แข็ง ไว้ เขาไม่เคยมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ไม่เคยไปเที่ยวคลับ ไม่เคยทำอะไรที่เสี่ยงต่อการถูกวิพากษ์วิจารณ์เขามองเห็นความรักที่บริสุทธิ์ของพ่อแม่เป็นเหมือน งานศิลปะชั้นยอด ที่สมบูรณ์แบบเสียจนเขาไม่กล้าแตะต้องมัน จุดเริ่มต
สิบแปดปี ผ่านไปอย่างรวดเร็ว อีธาน, โนอาห์, และลินน์ แบล็กเวลล์ เติบโตขึ้นภายใต้แสงสว่างของ โรงเรียนกุหลาบขาว และหลักการของ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ พวกเขาคือภาพสะท้อนของความรักที่ได้รับการไถ่บาปของ ดีแลน และ อีวาแต่ความสมบูรณ์แบบที่พ่อแม่สร้างขึ้นกลับกลายเป็น กำแพง และ ความคาดหวัง ที่หนักอึ้งสำหรับคนรุ่นใหม่อีธาน (วัย 25 ปี) แบกรับภาระทางจริยธรรมของมูลนิธิ โนอาห์ (วัย 24 ปี) ใช้ความสามารถทางธุรกิจเพื่อสร้างชื่อเสียงของตัวเองให้ห่างจากเงาของพ่อแม่ และ ลินน์ (วัย 24 ปี) ค้นหาตัวตนที่แท้จริงในโลกของศิลปะเมื่อ ความลับจากอดีต ที่ถูกเก็บงำไว้ในยุคลูคัสถูกเปิดเผยอีกครั้ง และมี ตัวละครใหม่ ที่นำพาความเสี่ยงและความรักเข้ามาในชีวิตของพวกเขา ลูก ๆ ของดีแลนและอีวาจะต้องพิสูจน์ว่าพวกเขาสามารถสร้างความรักในแบบของตัวเองได้ โดยไม่ต้องอาศัยการไถ่บาปของคนรุ่นก่อน
โครงการสุดท้ายที่ยิ่งใหญ่ หลังจากผ่านพ้นความท้าทายทางกฎหมาย จริยธรรม และความท้าทายในครอบครัว ดีแลน แบล็กเวลล์ และ อีวา ก็ตัดสินใจที่จะใช้เงินทุนทั้งหมดจาก กองทุนแอนนา แบล็กเวลล์เพื่อความยั่งยืนและทรัพย์สินส่วนตัวที่เหลือของดีแลนในการสร้างโครงการที่สำคัญที่สุด นั่นคือ "โรงเรียนกุหลาบขาว"โรงเรียนนี้ไม่ได้เป็นเพียงอาคารเรียน แต่เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ไม่แสวงหาผลกำไรสำหรับเด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา โดยเฉพาะเด็กที่เติบโตในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการถูกชักจูงให้ทำผิดกฎหมายหรือขาดการชี้นำทางจริยธรรมปรัชญาของโรงเรียนโรงเรียนกุหลาบขาวจะเน้นการศึกษาที่ครอบคลุมสี่ด้านหลัก จริยธรรมและการไถ่บาปสอนความซื่อสัตย์ ความเห็นอกเห็นใจ และการรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง ศิลปะและการบำบัด ใช้ดนตรี ศิลปะ และการเขียนเป็นเครื่องมือในการเยียวยาบาดแผลทางอารมณ์ ความยั่งยืน การสอนเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อโลก (จากกองทุนแอนนา) ความรู้ทางธุรกิจที่รับผิดชอบ การสอนพื้นฐานทางเศรษฐกิจและการเงินภายใต้หลักการความยุติธรร การมีส่วนร่วมของลูก ๆ (The Children's Contribution)การสร้างโ
เสียงกระซิบจากโลกภายนอก (Whispers from the Outside World)อีธาน แบล็กเวลล์ในวัยเจ็ดขวบ ไม่ใช่เด็กไร้เดียงสาอีกต่อไป เขาเป็นเด็กชายที่ช่างสังเกต, มีความรู้สึกอ่อนไหว, และมีความคิดที่ซับซ้อนตามแบบฉบับของ อีวา ผู้เป็นแม่ เขากำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนประถมที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเพื่อนร่วมชั้นหลายคนที่มีพื้นเพมาจากครอบครัวชนชั้นสูงที่เคยรู้จักหรือเป็นคู่แข่งทางธุรกิจของตระกูลแบล็กเวลล์ในอดีตแม้ว่า ดีแลนและอีวาจะพยายามปกป้องลูก ๆ จากเงาของอดีต แต่กำแพงของบ้านก็ไม่สามารถกั้นคำพูดของคนภายนอกได้วันหนึ่ง อีธาน กลับมาถึงบ้านจากโรงเรียนด้วยสีหน้าที่เงียบผิดปกติ เขานั่งเล่นอยู่เงียบๆ ในห้องนั่งเล่น โดยมีหนังสือเล่มโปรดอยู่ในมือแต่ไม่ได้เปิดอ่าน ดีแลน สังเกตเห็นความผิดปกตินั้น และรู้ทันทีว่ามีบางอย่างที่รบกวนจิตใจของลูกชายอีธาน รอจนกระทั่ง โนอาห์ และ ลินน์ เข้านอนแล้ว เขาเดินเข้าไปหา ดีแลน ซึ่งกำลังนั่งตรวจเอกสารของมูลนิธิอยู่หน้าเตาผิงอีธาน (พูดด้วยเสียงเบาและสั่นเครือ) "คุณพ่อครับ... วันนี้เพื่อนที่โรงเรียนถาม อีธานว่า... คุณปู่ลูคัส... เป็นคนไม่ดีใช่ไหมครับ?"คำถามนั้นเหมือนเป็นระเบิดเวล
ความท้าทายด้านจริยธรรมในมูลนิธิ (The Ethical Crossroads)หลังจากที่ มูลนิธิคาร์เตอร์-แบล็กเวลล์ ได้รับความเชื่อถืออย่างสูงจากการเปิดโปงและจัดการกับมรดกที่ถูกซ่อนไว้ของ แอนนา แบล็กเวลล์ องค์กรก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นที่รู้จักในฐานะผู้พิทักษ์ความยุติธรรมแต่ชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้นก็นำมาซึ่งความท้าทายที่ยากจะปฏิเสธ วันหนึ่ง มูลนิธิได้รับคำร้องขอความช่วยเหลือจาก มาร์คัส เคนอดีตซีอีโอของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนรายหนึ่ง ซึ่งถูกกล่าวหาว่า ฉ้อโกง และ ปั่นราคาหุ้น ซึ่งทำให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวนมากต้องประสบกับความสูญเสียมาร์คัส เคนไม่ได้มาขอความช่วยเหลือเพื่อต่อสู้คดีในศาล แต่มาพร้อมกับ การสารภาพผิดอย่างสมบูรณ์และข้อเสนอที่ไม่เคยมีมาก่อน: เขาจะ มอบทรัพย์สินส่วนตัวเกือบทั้งหมด (ประมาณ 80% ของทรัพย์สินทั้งหมดของเขา) คืนให้กับเหยื่อและสังคม โดยมีเงื่อนไขว่ามูลนิธิฯ ต้องให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่เขาในการเจรจาโทษกับทางการ ซึ่งรวมถึงการขอโอกาสในการ ไถ่บาป ด้วยการทำงานเพื่อสังคมหลังจากพ้นโทษข้อเสนอของมาร์คัสทำให้บอร์ดบริหารของมูลนิธิและ ดีแลนกับ อีวา ต้องเผชิญกับทางแยกที่ยากลำบากที่สุดนับต







