로그인“อืม” เสียงครางต่ำในลำคอของชายหนุ่มขณะดูดดื่มยอดอกของตน ทำให้พัชสิกาพอจะรู้ได้ว่าเขาคงพึงพอใจในรสสวาทนี้ไม่ใช่น้อย เมื่อความพึงพอใจในตัวเขามีมากจนพอใจ เขาจึงลุกขึ้นคร่อมขยับสะโพกเร็วขึ้นเรื่อยๆ สร้างความปรารถนาให้เธออีกทั้งยังเสียวซ่านจนครางไม่หยุด
“คงต้องรีบเสร็จแล้วแหละ” เพราะในเวลางานการเริงร่ากับเธอมีจำกัด อีกไม่นานก็ต้องไปประชุมหรือคุยงานอีก ได้อยู่คอนโดชั้นเดียวกันทั้งทีจะไปกังวลอะไร เวลาออกจะเหลือๆด้วยซ้ำ
“ค่ะท่านรองฯ” เธอเองก็อยู่ไม่เป็นสุขเพราะต้องระแวงว่าใครจะมาเคาะประตูตอนไหน
“อ๊า อ๊า อ๊า” มือเล็กยื่นเข้าไปจับบริเวณสะโพกหนาแล้วยกศีรษะขึ้นเมื่อถูกเขากระแทกเข้าร่างเร็วกว่าเดิม นานราวครึ่งชั่วโมงจนจุดสูงสุดของทั้งคู่ใกล้จะคืบคลานเข้ามา
“อ๊อย!...อ๊า กรี๊ดดด” พัชสิการีบลุกเข้าไปกอดเขาขณะเกร็ง เขารับรู้จึงเป็นฝ่ายโน้มลงไปกอดรัดเธอแทนจนทั้งคู่กระตุกเสร็จไปพร้อมกัน
“อ๊า...” เขาและเธอเปล่งเสียงในจังหวะสุดท้าย ขณะเดียวกันช่วงสะโพกของพัชสิกาก็กระตุกสองสามที
คิมหันต์หายใจเข้าออกไม่เป็นจังหวะด้วยความเหนื่อยขณะกอดร่างเลขาสาวที่นอนแน่นิ่งอยู่อย่างนั้น พอหายเหนื่อยแล้วเขาก็ดันตัวลุกขึ้นมาถอดถุงยางที่เต็มไปด้วยน้ำขาวขุ่นพุ่งออกจากท่อสวาท
คิมหันต์ขำออกมาสั้นๆก่อนจะพูด “ลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าได้แล้ว จะเปลือยกายให้ฉันเกิดอารมณ์อีกรอบหรือไง”
พัชสิกาเม้มปากมอง ‘เธอไม่ได้จะเอาเวลานี้สะหน่อย’ ก่อนจะดันตัวลุกมาจัดการกับชุดทำงานของตัวเอง ทว่าทั้งคิมหันต์และพัชสิกายังจัดการกับตัวเองได้ไม่ถึงไหนก็ได้ยินเสียเคาะประตูมาจากด้านนอก
ก๊อก ก๊อก
“เฮ้ย” พัชสิกาเบิกตากว้างสบตาท่านรองฯตัวต้นเหตุด้วยความตื่นกลัว ก่อนจะรีบกุลีกุจอลุกไปหลบหลังตู้เก็บเอกสาร
เสื้อผ้าเขาใส่ง่ายจึงไม่ต้องรีบอะไรขนาดนั้น แต่ชุดทำงานที่พัชสิกาใส่จะเป็นไปตามกฎระเบียบของบริษัท ชั้นแรกคือเสื้อชั้นใน ชั้นที่สองคือเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวถูกทาบทับด้วยเสื้อสูทสีดำ กระโปรงทรงเอสีดำใส่ทับชายเสื้อเชิ้ตอีกที แต่ทว่าดันมีเสื้อชั้นในเสริมดีไซน์ตะขอหน้าตะขอหลังนั่นแหละทำให้เธอสวมใส่เสื้อผ้าได้นานกว่า
“คุณพ่อ” คิมหันต์สวมใส่เสื้อผ้าเสร็จเร็วกว่าเธอ จึงเป็นฝ่ายเดินไปเปิดประตู ทว่าชื่อที่เขาเรียก ‘คุณพ่อ’ นั้น ทำให้พัชสิกาที่ยืนแอบอยู่ตื่นตกใจกอปรกับระแวงเกรงว่าท่านจะรู้
กฤษเดินเข้ามามองไปรอบๆด้วยความแปลกใจ
แปลกเพราะท่าทางของลูกชายนั่นแหละ
“เป็นอะไร?”
“เปล่าครับ พ่อมีธุระอะไรหรือเปล่าถึงได้แวะมาหาผมถึงที่ห้อง” คิมหันต์รีบเปลี่ยนประเด็น
“แล้วหนูพัชล่ะ ไปคุยงานด้านนอกอยู่เหรอ” เขาไม่ได้เข้าเรื่องทันที แต่เมื่อไม่เห็นพัชสิกาหลานสาวคนโปรดก็เลยเอ่ยถามไปพลางๆ
“ครับ” คิมหันต์กลืนน้ำลายฝืดๆ ภาวนาขอให้พัชสิกาอย่าพึ่งออกมาตอนนี้
“ไม่มีอะไรหรอก แค่จะมาบอกว่าฉันได้ให้หนูพัชไปพักอยู่คอนโดของแกและอยู่ชั้นเดียวกับแกด้วย”
“ครับ” คิมหันต์พยักหน้ารับ กฤษมองลูกด้วยความแปลกใจเหมือนเจ้าตัวรู้เรื่องนี้แล้ว แต่ก็ไม่คิดที่จะคะยั้นคะยอถามขนาดนั้น
พัชสิกาทำงานกับคิมหันต์นี่น่า อาจจะมีเล่าให้กันฟังบ้างอยู่นั่นแหละ “พอดีว่าจะโทรมาบอกแต่งานยุ่งไปหน่อย”
“เดี๋ยวผมก็คงรู้เองนั่นแหละครับ”
“แกไม่ได้รู้อยู่แล้วเหรอ” กฤษถามกลับไป จากที่ไม่ได้คิดจะคะยั้นคะยอให้กับความรู้สึกแปลกๆก่อนหน้านั้น
“ไม่ครับ”
“เมื่อกี้แกยังทำเหมือนรู้อยู่แล้วเลย...”
“ว๊าย....ตุ๊บ..พ่างง” จู่ๆก็เกิดเสียงดังและเสียงร้องที่หลังตู้เก็บเอกสาร กฤษเดินเข้าไปทันที คิมหันต์เห็นเป็นเช่นนั้นก็ได้แต่ถลึงตามองกัดฟันกร่อนฟึดฟัดระบายอารมณ์
เธอทำอะไรของเธอเนี่ย!
“อ๊ะ...” ภาพตรงหน้ากฤษคือพัชสิกาผมยุ่งเหยิง แฟ้มเอกสารทั้งสามสี่เล่มหล่นลงมาทับร่างกระจัดกระจายเต็มพื้น
“หนูไม่ได้ออกไปคุยงานเหรอ” กฤษขมวดคิ้วถาม คิมหันต์กลืนน้ำลายฟืดๆรีบรับหน้าทันที
“เธอเข้ามาตั้งแต่...เมื่อไหร่”
ตอนที่ 9 ดูถูกกันเข้าไป
ภาคินยืนรอพัชสิกาอยู่หน้าตึกสูงของคอนโดที่เจ้าตัวพักอาศัยอยู่ ก่อนหน้านั้นเขาได้ขอที่อยู่มาจากเปรมสิริ เมื่อได้มาแล้วเขาก็โทรนัดหมายเธอไว้ทันที
พัชสิกาเดินลงมาจากตึกตามที่ภาคินนัดเอาไว้ เมื่อเจอเขายืนหันหลังอยู่เธอก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย
ไม่เคยเบื่อเท่าวันนี้มาก่อน
“คุณภาคิน” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเบา ซึ่งเขาก็หันกลับมาด้วยรอยยิ้มหวานอย่างเช่นทุกครั้ง “มีธุระอะไรกับพัชคะ ถึงได้มาหาดึกๆดื่นๆ”
“พอดีผมให้คุณแม่ถักผ้าห่มผืนบางเป็นลายซากุระ เห็นคุณชอบลายนี้ก็เลยเอามาให้” เขายื่นมาให้เธอ พัชสิกามองถุงผ้าห่มก่อนจะยื่นเข้าไปรับอย่างรักษาน้ำใจ
“ขอบคุณนะคะ ว่าแต่เนื่องในโอกาสอะไรคะ”
“เปล่าครับ ผมอยากจะขอโทษที่ทำตัวเสียมารยาทที่บ้านป้าคุณในวันนั้น” เขามองหน้าเธอแสดงถึงความจริงใจ จังหวะนั้นคิมหันต์ที่พึ่งกลับมาจากบริษัทเห็นเข้าพอดี จึงตัดสินใจยืนแอบฟังอยู่หลังพุ่มไม้ ซึ่งก็แฝงไปด้วยความรู้สึกไม่พอใจมากมาย
“เร็วๆลูก” คิมหันต์ยืนอ้าแขนรอรับลูกฟุตบอลจากลูกชายวัยห้าขวบหน้าประตูตาข่ายขนาดกลางด้วยความสนุกสนานและเต็มไปด้วยความสุขสนามหญ้าแห่งนี้เดิมทีเคยทำเป็นสวนหย่อมไว้ปลูกพันธุ์ไม้ในยามว่าง เมื่อกฤษกับสุวรรณรัตน์รู้ว่าตนจะได้หลานเป็นผู้ชายและแน่นอนว่าผู้ชายจะต้องชอบกิจกรรมกลางแจ้งแน่ๆ ปู่กับย่าของแกก็เลยจ้างคนสวนมาย้ายกระถางดอกไม้ไปไว้ที่อื่น ซึ่งขณะเดียวกันก็ทำเป็นสนามฟุตบอลไปด้วยเลย‘เด็กชายกัปตัน คีริน บริพัฒน์สาธร’ สมาชิกใหม่ของบ้านใช้เท้าเล็กๆเขี่ยบอลไปมาจากนั้นก็เตะส่งไปให้พ่อทว่ากลับเด้งออกนอกประตูจนได้“โห้ กัปตัน” จักรพรรดิที่อยู่ทีมเดียวกับหลานสบถออกมาด้วยความหัวเสีย กะว่าจะเอาชนะเพื่อนสะหน่อย“สอนหลานให้รู้จักแพ้รู้จักชนะบ้างสิวะ ทำอย่างกับจะให้หลานไปอยู่ในแก๊งมาเฟียเหมือนตัวเองงั้นแหละ” ภาคินถือลูกฟุตบอลเข้ามาในสนาม จากนั้นก็ย่อตัวลงอุ้มเจ้าคีรินน้อยขึ้นมาฝังจมูกที่แก้มข้างซ้าย“ไม่ดีเหรอ หลานจะได้มีคนนับหน้าถือตาแถมยังไม่มีใครกล้ารังแกด้วย”“กัปตันจะเป็นมาเฟียเหมือนคุณยุงคั๊บ” ทั้งสามหนุ่มหัวเราะออกมาให้กับสิ่งที่หลานพูด“ปะป๊าว่ามาเป็นท่านประธานที่มีลูกน้องคอยรับใช้เหมือนปาป๊า
“เดินไปเดินมากูเริ่มจะเวียนหัวแล้วนะมึง” จักรพรรดิทักเมื่อเห็นคิมหันต์เอาแต่เดินวนไปวนมาหน้าห้องคลอด ท่าทางดูตื่นเต้นกว่าใครๆ“เอาน่า พ่อลูกอ่อนพึ่งมีลูกเป็นตัวเป็นตน” ภาคินที่นั่งอยู่ข้างๆพูดขึ้น“นิลก็อยากเห็นหน้าหลานเหมือนกัน ได้ข่าวว่าเป็นลูกชายคงจะหล่อเหมือนพ่อแน่ๆ” เปรมสิริพูดด้วยท่าทางตื่นเต้น เพราะคิมหันต์เคยบอกไว้ตอนพาภรรยาไปอัลตราซาวด์มาแล้ว“นี่ ไม่คิดอยากจะมีบ้างเหรอ” จักรพรรดิหันไปคุยกับภาคินพร้อมชี้ไปทางคนรักของเจ้าตัว เปรมสิริได้แต่ยิ้มบางๆแฝงไปด้วยความรู้สึกมากมายหลายอย่าง “เราก็พึ่งอยู่ในช่วงคบหาดูใจกันไปก่อนน่ะค่ะ ส่วนเรื่องแต่งคงต้องรอโอกาสที่เหมาะสม” ถึงจะรู้สึกไม่ค่อยดีแต่เธอก็อยากจะให้เกียรติภาคินในฐานะอธิการบดีด้วยภาคินหันไปส่งยิ้มพร้อมจับมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน “เราจะมีวันนั้นแน่ ถ้าเราไม่ปล่อยมือกัน”เปรมสิริมองเขาด้วยแววตาเต็มไปด้วยความหวังหวังว่าเขาจะจับมือเธอไปนานๆจริงๆ“คุณหมอเมียกับลูกผมเป็นยังไงบ้างครับ” ทุกคนหันมาทางประตูห้องคลอดเป็นตาเดียวเมื่อได้ยินคิมหันต์คุยกับคุณหมอทำคลอด“ปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูกนะคะ คุณพ่อจะเข้าไปดูเลยไหมคะ”“ไปครับๆ” เขาบอกหมอด้วยค
หลายเดือนต่อมา“ระวังๆนะครับ” คิมหันต์ค่อยๆประคองภรรยาที่ตอนนี้ท้องโตใกล้คลอดแล้ว เมื่อภรรยาสาวนั่งลงที่เก้าอี้เขาก็ถือโจ๊กที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวมาวางไว้ด้านหน้าเพื่อที่จะป้อนให้เธอ“อุ่นๆอยู่เลย” เขาพูดหลังจากเป่าโจ๊กให้เธอ“ขอบคุณค่ะ” เมื่อป้อนโจ๊กให้เธอไปสองสามคำเขาก็วางโจ๊กลงตรงหน้าเหมือนเดิม จากนั้นก็โน้มใบหน้าไปจ่อตรงบริเวณหน้าท้องที่มีลูกน้อยอาศัยอยู่“อร่อยไหมค้าบลูก” มือหนาลูบบริเวณหน้าท้องอย่างอ่อนโยน พัชสิกาได้แต่ยิ้มให้กับภาพความอบอุ่นนั้น“อุ๊ย ลูกดิ้น” เขาเงยหน้าขึ้นมาคุยกับภรรยา“สงสัยคุยกับพ่อแล้วสนุกมั้งคะ” คิมหันต์เปลี่ยนมามองหน้าท้องภรรยาอีกครั้ง “หรือเพราะโจ๊กฝีมือพ่ออร่อยกันนะ เดี๋ยวกินต่อนะ จะได้แข็งแรงทั้งแม่ทั้งลูก” เขานั่งตัวตรงป้อนโจ๊กให้เธอต่อเมื่อพาพัชสิกาทานข้าวเช้าเสร็จเขาก็พาออกมาเดินเล่นที่สวนหย่อมชมบรรยากาศในยามเช้า“ไอ้คิมมมม” เสียงทุ้มของใครบางคนลอยมาแต่ใกล้คิมหันต์และพัชสิกาหันไปมองก็พบว่าเป็นจักรพรรดิ“เอ้า มึงกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ”“พี่จักรบอกจะกลับมาตอนพัชคลอดเลยไม่ใช่เหรอคะ” พัชสิกาก็สงสัยเหมือนกัน“ก็เดือนหน้าเริ่มไม่ว่างแล้วน่ะสิ ก็เลย
หนึ่งเดือนแล้วกับการที่ได้ใช้ชีวิตด้วยกันในฐานะสามีภรรยาและวันนี้ก็เป็นวันที่เธอกับเขามาฮันนีมูนที่เกาะล้านในจังหวัดชลบุรี โดยจองรีสอร์ตแบบส่วนตัวให้เห็นวิวทะเลสีสวยในยามเย็นพัชสิกานอนซบที่แขนซ้ายของสามีบนเตียงนอนพลันเปิดอ่านไดอารี่บรรยายคำว่ารักให้เขาฟัง เมื่ออ่านมาได้ครึ่งหน้าเธอก็ปิดลงแล้วดีดตัวขึ้น“เอ๊า พี่ยังอยากฟังต่ออยู่เลย” คิมหันต์มองตามก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นนั่ง ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาเขาติดเธอมาก ชอบกอด ชอบหอมตลอดเวลา แม้กระทั่งสายตายังมีให้แค่เธอคนเดียว“พี่คิมอ่านไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ” หลายรอบแล้วด้วยซ้ำ คิมหันต์ขยับเข้ามากอดเธอแน่นกว่าเดิมก่อนจะหอมแก้มเธอเพื่อแสดงถึงความรัก“พี่อยากให้พัชอ่านให้พี่ฟังและอยากฟังหลายๆรอบทุกๆวันเลย” หญิงสาวยิ้มแล้วจับปลายคางเขาส่ายไปมา “พัชรักพี่คิมๆๆๆๆๆๆ รักแค่คนเดียว รักมากที่สุดเลยด้วย”ไม่นานมือหนาก็จับท้ายทอยของเธอเข้ามาประกบปากอวบอิ่ม“พี่ก็รักพัชมากที่สุด” เขาปล่อยริมฝีปากได้ไม่นานก็ดึงเธอเข้าไปจูบใหม่และบดขยี้หนักกว่าเดิม หญิงสาวรีบดันตัวเขาออกไปก่อนซึ่งเขาก็ปล่อยอย่างว่าง่าย“ยังก่อนค่ะ”“ยังมีเวลาเหลือๆ”“แต่ตอนนี้...” เธอมองไปนอกหน้าต่าง
“คุณแพนเป็นไงบ้าง” จักรพรรดิกำลังจัดการเก็บเสื้อผ้าเตรียมขึ้นเครื่องไปไต้หวันในเช้าวันพรุ่งนี้ ขณะนั้นเขาหันไปเห็นจอมพลเดินเข้ามาในบ้านพอดีจึงถามไปพลางๆ เนื่องจากเจ้าตัวแจ้งไว้แล้วว่าจะไปเยี่ยมแพนนีญาร์ที่เรือนจำ“เขาสบายดีครับนาย” จักรพรรดิพยักหน้าเบาๆก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย“มึงจะไม่ไปทำงานกับกูต่อที่ไต้หวันจริงเหรอวะ” ก่อนหน้านั้นเขาได้ถามจอมพลแล้วว่าจะไปทำงานต่อกับเขาหรือจะลาออกปักหลักอยู่ที่ไทยแทน ซึ่งค่าตอบแทนที่จะได้ก็คือเงินเดือนที่เพิ่มมาเป็นสองเท่าทว่าจอมพลดันเลือกอยู่ไทยแทนที่จะเลือกความสบายก่อน“ไม่ครับ ผมอยู่ที่นี่ก็สบายดี”จักรพรรดิมองยิ้มๆก่อนจะเดินเข้ามาตบไหล่ลูกน้องที่อยู่กันมานานผูกพันราวกับเป็นคนในครอบครัว “ยังไงกูก็ต้องขอบคุณมึงมากนะที่จงรักภักดีต่อกูมาตลอด กูขอให้เส้นทางใหม่ของมึงสวยงามตามที่มึงปรารถนา”จอมพลโค้งศีรษะก่อนจักรพรรดิจะพูดอะไรบางอย่างอีกครั้ง “กูให้เงินเพิ่มไปตั้งตัวนะ สิบล้านพอไหม”“หึ” จอมพลได้แต่หัวเราะออกมาสั้นๆ “ไม่หรอกครับ”“ทำไมวะ”“ผมมองว่ามันไม่จำเป็นสำหรับผม ไว้ถ้าผมไม่มีผมขอกลับไปทำงานร่วมกับคุณในอนาคตแล้วกันนะ” จักรพรรดิได้แต่ขมวดคิ้วมอง
“คุณสบายดีไหม อยู่ในนี้ได้ไหม” จอมพลเอ่ยถามผ่านกระจกกั้น อีกฝั่งจะเป็นแพนนีญาร์ที่ถูกจำคุกไว้ด้วยความผิดทางคดีถ้าย้อนเวลากลับไปในตอนที่เริ่มทำความผิดแล้วเธอไม่คิดจะทำลายหลักฐานโดยการสั่งให้คนไปเผารถทิ้ง เธอก็คงได้แค่รอลงอาญาไม่ต้องมาอยู่ในคุกให้ลำบากแบบนี้หญิงสาวหลุบตาลงเมื่อนึกย้อนกลับไปถึงในตอนที่พ่อแม่เธอมาหา ไม่ได้มีความเห็นอกเห็นใจ ไม่มีกำลังใจ มีแต่ซ้ำเติม.........................................................................................‘เป็นไงล่ะลูกสาวคุณ’ ปราณีเบ้ปากเมื่อเห็นลูกสาวนอกคอกยืนคุยอยู่ข้างในห้องสี่เหลี่ยมที่มีผู้คุมขังยืนเฝ้าไม่คลาดสายตา ‘ไม่คิดเล้ยว่าจะมาอยู่ตรงจุดจุดนี้ได้’ ‘คุณ พูดดีๆหน่อย’ จรูญหันไปตำหนิปราณีก่อนจะหันมาทางลูกสาวด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ‘ทำไมถึงทำตัวแบบนี้’ ‘หนูไม่ได้ตั้งใจค่ะพ่อ’ ‘ไม่ได้ตั้งใจแต่เอาตัวเองมาทำให้วงศ์ตระกูลขายขี้หน้าแบบนี้นี่นะ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น น่าจะตัดๆออกไปจากกองมรดกไปเลย’ ปราณีผู้ซึ่งที่ไร้ความรักต่อลูกเลี้ยงแฝงไปด้วยความเกลียดชังมากมาย แพนนีญาร์เธอก็แค่เป็นคนอารมณ์ร้ายและตอนทิพวรรณเสียเธอก็ไม่ได้มีเจตนาให้มันเกิดข
หญิงสาวมองว่าคงเสร็จธุระสำหรับวันนี้ จึงรีบลุกออกจากเตียงเพื่อไปอาบน้ำชำระร่างกาย แต่พอลุกขึ้นเท่านั้นแหละ ตรงหว่างขาก็ยังไม่หายปวดเลย“อุ๊ย!” พัชสิกาเซซึ่งคิมหันต์ก็ปรี่เข้ามารับไว้ทัน“ยังเจ็บอยู่เหรอ” เมื่อคืนเขายอมรับว่าต้องการแกล้งคนปากเก่งอย่างเธอ แต่ไม่คิดว่าจะกระทบต่อร่างกายของเธอขนาดนี้“อ
“เธอเลือกเองนะ” หญิงสาวหายใจไม่เป็นจังหวะมองเขาด้วยความตกใจ“คะ ค่ะ”คิมหันต์กวาดสายตามองทั่วเรือนร่างของเธอ จะว่าไปเลขาของเขาสวยหุ่นดีเหมือนกันนะเนี่ย นานมากแล้วที่เขาไม่ได้ออกไปเริงร่ากับสาวที่ไหน ตั้งแต่ได้รับตำแหน่งรองประธานฯ เขาก็ทุ่มเทให้กับงานมากกว่าเรื่องเที่ยว การที่เธอยอมเสนอตัวแบบนี้เหมื
พัชสิกาเดินออกมาจากห้องเพราะไม่มีอารมณ์แม้จะทำอาหารกิน เธอเห็นร้านโจ๊กเปิดอยู่ตรงสี่แยกพอดีจึงกะว่าจะไปนั่งทานข้าวที่นั่นอาการเหม่อลอยทำให้เธอไม่ได้โฟกัสที่เบื้องหน้าทำให้เผลอเดินชนกับใครบางคนเข้าจนเซถลาเล็กน้อย “ฉันขอโทษค่ะ” เธอกล่าวขอโทษโดยไม่มองหน้าอีกคน คิมหันต์จัดการกับเนื้อตัวก่อนจะเงยหน้ามอ
“เบื่อ? เบื่อใคร” เปรมสิริถามเบื่อเจ้านายฉันน่ะสิ ฉันไม่รู้ว่าจะทนอยู่กับเขาได้อีกนานแค่ไหน” “ทำไมล่ะ มันแย่ขนาดนั้นเชียวเหรอ” คิวมิกส์สงสัยเพราะปกติพัชสิกาจะมีความอดทนสูง ถ้าถึงขนาดทำให้พัชสิกาทนไม่ได้ก็คงเป็นอะไรที่แย่สำหรับเธอมากๆ “ก็ไม่ได้แย่หรอก ถ้ามัน...” พัชสิกาอธิบายไม่ถูก งานที่ทำอยู่มั







