LOGIN“แล้วก็...เอาไว้เป็นของต่างหน้าให้คุณพัชได้คิดถึงผมไงครับ” อยู่ก็ไกล ก็ต้องเอาอะไรมาเป็นของแทนใจเพื่อไม่ให้ใครเข้ามาวอแวหรือได้เธอไปก่อนเขา
“เอ่อ...” พัชสิกาไม่รู้ว่าการปฏิเสธเขาอย่างเด็ดขาดในตอนนี้จะทำให้เขาเสียใจถึงขนาดไหน แต่ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ “คือว่า...”
“พอดี ผมมีงานด่วนไว้โอกาสหน้าผมแวะมาหาใหม่นะครับ” เขาทิ้งท้ายแบบไม่รอคำพูดใดๆ จากนั้นก็เดินกลับไปที่รถโดยที่ไม่ลืมหันมาโบกมือลาเธอ
เมื่อรถหรูเคลื่อนตัวออกไปคิมหันต์ก็เดินออกมาจากหลังพุ่มไม้มองเธอด้วยความหมั่นไส้
“ไหนบอกไม่มีแฟนไง” พัชสิกาขมวดคิ้วก่อนจะหมุนกลับไปมองต้นเสียง
“ก็ไม่มีไงคะ”
ชายหนุ่มแสยะยิ้มเย้ยหยันก่อนจะใช้คำพูดเหยียดหยามเธอ “มีหรือไม่มีฉันก็ไม่ได้ว่าหรอก เธอคงเดือดร้อนเรื่องเงินมากขนาดที่แฟนให้เงินใช้ไม่พอ ก็เลยมาหาคนช่วยเลี้ยงไปวันๆ”
“ถ้าไม่รู้จริงก็อย่ามาว่ากันถึงขนาดนี้ได้ไหมคะ” เธอยอมรับว่าโกรธ ไม่พอใจทำไมไม่ถามกันดีๆจะมาดูถูกกันทำไม
“ฉันไม่ได้อยากรู้เรื่องของเธอขนาดนั้น สำหรับเธอ ตัวมาเงินไปเท่านั้นแหละ”
“หึ่ม” พัชสิกาง้างมือเตรียมจะตบเข้าที่หน้าแต่เขาคว้ามันไว้ทัน
“เท่าที่เห็นมันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเธอโกหกฉันตั้งแต่แรก มีแฟนก็บอกกันตรงๆเหอะ ไม่จำเป็นต้องมาหลอกเพื่อให้ฉันสนองความต้องการ” เขาใช้มืออีกข้างบีบเข้าที่ต้นแขน พัชสิกาจึงรู้ได้ทันทีว่าเขาคงโกรธเธอมาก “เรื่องที่ตกลงกันไม่ต้องกลัวว่าฉันจะยกเลิกหรอก ฉันไม่บอกใครด้วยว่าเธอสำส่อนขนาดแอบแฟนมาหาเสี่ยรวยๆ ไว้ถ้าฉันเบื่อ ฉันจะทิ้งเธอไปเอง ให้ไปพร้อมกับเงินสดเป็นล้านๆเลย”
เขาผลักเธอจนเซไปด้านหลัง พัชสิกาไม่ได้แคร์ความรู้สึกขนาดนั้นแต่อย่างน้อยก็ควรบอกเขาว่าคนคนนั้นไม่ได้เป็นอะไรกับเธอ แต่ทว่าเขากลับเดินหนีขึ้นตึกไปสะก่อน ปล่อยให้หญิงสาวเอาแต่อ้าปากหวออยู่อย่างนั้น
**************************************************
ร่างเปลือยเปล่าของสองคู่รักกำลังนัวเนียกันอยู่บนเตียง ทั้งสองคนเล่นบทรักอันเร่าร้อนมานานร่วมเดือนซึ่งบอกเลยว่าเป็นช่วงเวลาที่แพนนีญาร์ไม่ได้สัมผัสมานานมากแล้ว ชนัฐธรทำให้ความรู้สึกเหล่านั้นกลับมาหาเธออีกครั้ง
“พอค่ะ” เขาจัดเธอหนักถึงขนาดเริ่มไปต่อไม่ไหวแล้วจึงออกปากห้ามไว้จะก่อน ขณะนั้นสะโพกของชนัฐธรก็หยุดขยับตาม
“เหนื่อยแล้วเหรอครับ” ชนัฐธรถามพร้อมส่งรอยยิ้มหวาน เขาไม่ได้เสียดายหรอกเพราะก็เริ่มเหนื่อยมากแล้วเหมือนกัน
“ค่ะ เหนื่อยแล้ว”
“นึกว่าจะสนุกต่อจนรุ่งสางสะอีก”
“นานหลายชั่วโมงแล้วไม่เบื่อบ้างเหรอคะ เหลือเวลาให้แพนได้พักบ้างเถอะ” เธอพูดพร้อมนอนหันหลังให้ ขณะนั้นชนัฐธรก็ล้มตัวนอนแล้วกระชับกอดเธอจากทางด้านหลัง
“ผมก็แค่อยากทำให้คุณติดใจผมไปนานๆแค่นั้นเอง”
“กลัวแพนจะหายไปขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
ถ้าใช่ล่ะครับ” เขาได้เธอมาถึงขนาดนี้คงไม่ปล่อยหลุดมือไปง่ายๆหรอก เพราะเธอยังมีอะไรให้เขาได้ใช้ประโยชน์อีกเยอะ
แพนนีญาร์เปลี่ยนมานอนหงายมองหน้าเขา
“งั้นเรามาสัญญากันก่อนสิคะ" มือเล็กของเธอลูบไล้ไปตามแผงอกหนา จนอีกฝ่ายรู้สึกเร่าร้อนแทบจะห้ามใจไม่ไหวอีกแล้ว
“สัญญาอะไรเหรอครับ” คนที่เกิดอารมณ์เร่าร้อนขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“ฉันอยากให้คุณช่วยกำจัดผู้หญิงคนหนึ่งให้ออกไปจากชีวิตไอ้คิมหน่อยได้ไหมคะ”
เขาขมวดคิ้วเพราะไม่รู้ว่าเธอคนนั้นเป็นใคร
“คนไหนครับ”
“ไว้ถ้าถึงเวลาแพนจะบอกแล้วกันนะคะ”
คุณหวงคนนั้นเหรอ” แพนนีญาร์ตบเข้าที่ต้นแขนล่ำๆนั้นเพื่อเป็นการสั่งสอน
“แพนหวงสมบัติต่างหากล่ะค่ะ พอภารกิจเสร็จแพนก็จะมีแค่คุณคนเดียว”เธอลูบหน้าอกล่ำๆของเขาวนไปวนมาอย่างยั่วยวน
“แล้วผมจะได้อะไรล่ะครับ” ชนัฐธรถามดูเชิง ถ้าผลตอบแทนมันดีคูณสองยังไงก็คุ้มหรือเปล่าวะ
“ก็ได้ทั้งทรัพย์สินและตัวของแพนไงคะ” หญิงสาวแสยะยิ้ม จากนั้นก็หัวเราะไปพร้อมกับเขาแล้วเลือกที่จะเล่นบทรักกันต่อท่ามกลางโคมไฟส่องสว่าง
*******************************************
ซ่อนกลิ่นแม่บ้านสาวสุดร่าเริง รีบวิ่งมารับเจ้านายที่หน้าประตูบ้าน คิมหันต์ถอดเสื้อสูทออกแล้วยื่นให้ซ่อนกลิ่นเอาเข้าไปเก็บจากนั้นก็เดินตรงไปที่โต๊ะอาหาร
“ทำอะไรเยอะแยะครับ” เขาเห็นผู้เป็นแม่กำลังจัดจานอาหารเรียงรายเต็มโต๊ะและดูเหมือนอาหารมื้อนี้แม่ของเขาจะลงมือทำเองด้วยก็เลยเอ่ยถามอย่างสงสัย
“วันนี้มีแขก พ่อกำลังไปรับมาทานอาหารเย็นด้วยกัน” คิมหันต์ได้แค่ยิ้ม แขกที่ว่าก็น่าจะเป็นคนในบริษัทหรือเพื่อนของเขาเองนั่นแหละ ปกติคิมหันต์ไม่ค่อยอยากทานข้าวพร้อมหน้าพ่ออยู่แล้ว ก็เลยเลือกจะเดินขึ้นไปอาบน้ำนอนดีกว่าเพราะวันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน
คิมหันต์หมุนตัวกลับเพื่อจะเดินขึ้นห้องไม่นานทางเข้าบ้านก็ปรากฎร่างผู้เป็นพ่อเดินมากับ...‘พัชสิกา’
“เร็วๆลูก” คิมหันต์ยืนอ้าแขนรอรับลูกฟุตบอลจากลูกชายวัยห้าขวบหน้าประตูตาข่ายขนาดกลางด้วยความสนุกสนานและเต็มไปด้วยความสุขสนามหญ้าแห่งนี้เดิมทีเคยทำเป็นสวนหย่อมไว้ปลูกพันธุ์ไม้ในยามว่าง เมื่อกฤษกับสุวรรณรัตน์รู้ว่าตนจะได้หลานเป็นผู้ชายและแน่นอนว่าผู้ชายจะต้องชอบกิจกรรมกลางแจ้งแน่ๆ ปู่กับย่าของแกก็เลยจ้างคนสวนมาย้ายกระถางดอกไม้ไปไว้ที่อื่น ซึ่งขณะเดียวกันก็ทำเป็นสนามฟุตบอลไปด้วยเลย‘เด็กชายกัปตัน คีริน บริพัฒน์สาธร’ สมาชิกใหม่ของบ้านใช้เท้าเล็กๆเขี่ยบอลไปมาจากนั้นก็เตะส่งไปให้พ่อทว่ากลับเด้งออกนอกประตูจนได้“โห้ กัปตัน” จักรพรรดิที่อยู่ทีมเดียวกับหลานสบถออกมาด้วยความหัวเสีย กะว่าจะเอาชนะเพื่อนสะหน่อย“สอนหลานให้รู้จักแพ้รู้จักชนะบ้างสิวะ ทำอย่างกับจะให้หลานไปอยู่ในแก๊งมาเฟียเหมือนตัวเองงั้นแหละ” ภาคินถือลูกฟุตบอลเข้ามาในสนาม จากนั้นก็ย่อตัวลงอุ้มเจ้าคีรินน้อยขึ้นมาฝังจมูกที่แก้มข้างซ้าย“ไม่ดีเหรอ หลานจะได้มีคนนับหน้าถือตาแถมยังไม่มีใครกล้ารังแกด้วย”“กัปตันจะเป็นมาเฟียเหมือนคุณยุงคั๊บ” ทั้งสามหนุ่มหัวเราะออกมาให้กับสิ่งที่หลานพูด“ปะป๊าว่ามาเป็นท่านประธานที่มีลูกน้องคอยรับใช้เหมือนปาป๊า
“เดินไปเดินมากูเริ่มจะเวียนหัวแล้วนะมึง” จักรพรรดิทักเมื่อเห็นคิมหันต์เอาแต่เดินวนไปวนมาหน้าห้องคลอด ท่าทางดูตื่นเต้นกว่าใครๆ“เอาน่า พ่อลูกอ่อนพึ่งมีลูกเป็นตัวเป็นตน” ภาคินที่นั่งอยู่ข้างๆพูดขึ้น“นิลก็อยากเห็นหน้าหลานเหมือนกัน ได้ข่าวว่าเป็นลูกชายคงจะหล่อเหมือนพ่อแน่ๆ” เปรมสิริพูดด้วยท่าทางตื่นเต้น เพราะคิมหันต์เคยบอกไว้ตอนพาภรรยาไปอัลตราซาวด์มาแล้ว“นี่ ไม่คิดอยากจะมีบ้างเหรอ” จักรพรรดิหันไปคุยกับภาคินพร้อมชี้ไปทางคนรักของเจ้าตัว เปรมสิริได้แต่ยิ้มบางๆแฝงไปด้วยความรู้สึกมากมายหลายอย่าง “เราก็พึ่งอยู่ในช่วงคบหาดูใจกันไปก่อนน่ะค่ะ ส่วนเรื่องแต่งคงต้องรอโอกาสที่เหมาะสม” ถึงจะรู้สึกไม่ค่อยดีแต่เธอก็อยากจะให้เกียรติภาคินในฐานะอธิการบดีด้วยภาคินหันไปส่งยิ้มพร้อมจับมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน “เราจะมีวันนั้นแน่ ถ้าเราไม่ปล่อยมือกัน”เปรมสิริมองเขาด้วยแววตาเต็มไปด้วยความหวังหวังว่าเขาจะจับมือเธอไปนานๆจริงๆ“คุณหมอเมียกับลูกผมเป็นยังไงบ้างครับ” ทุกคนหันมาทางประตูห้องคลอดเป็นตาเดียวเมื่อได้ยินคิมหันต์คุยกับคุณหมอทำคลอด“ปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูกนะคะ คุณพ่อจะเข้าไปดูเลยไหมคะ”“ไปครับๆ” เขาบอกหมอด้วยค
หลายเดือนต่อมา“ระวังๆนะครับ” คิมหันต์ค่อยๆประคองภรรยาที่ตอนนี้ท้องโตใกล้คลอดแล้ว เมื่อภรรยาสาวนั่งลงที่เก้าอี้เขาก็ถือโจ๊กที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวมาวางไว้ด้านหน้าเพื่อที่จะป้อนให้เธอ“อุ่นๆอยู่เลย” เขาพูดหลังจากเป่าโจ๊กให้เธอ“ขอบคุณค่ะ” เมื่อป้อนโจ๊กให้เธอไปสองสามคำเขาก็วางโจ๊กลงตรงหน้าเหมือนเดิม จากนั้นก็โน้มใบหน้าไปจ่อตรงบริเวณหน้าท้องที่มีลูกน้อยอาศัยอยู่“อร่อยไหมค้าบลูก” มือหนาลูบบริเวณหน้าท้องอย่างอ่อนโยน พัชสิกาได้แต่ยิ้มให้กับภาพความอบอุ่นนั้น“อุ๊ย ลูกดิ้น” เขาเงยหน้าขึ้นมาคุยกับภรรยา“สงสัยคุยกับพ่อแล้วสนุกมั้งคะ” คิมหันต์เปลี่ยนมามองหน้าท้องภรรยาอีกครั้ง “หรือเพราะโจ๊กฝีมือพ่ออร่อยกันนะ เดี๋ยวกินต่อนะ จะได้แข็งแรงทั้งแม่ทั้งลูก” เขานั่งตัวตรงป้อนโจ๊กให้เธอต่อเมื่อพาพัชสิกาทานข้าวเช้าเสร็จเขาก็พาออกมาเดินเล่นที่สวนหย่อมชมบรรยากาศในยามเช้า“ไอ้คิมมมม” เสียงทุ้มของใครบางคนลอยมาแต่ใกล้คิมหันต์และพัชสิกาหันไปมองก็พบว่าเป็นจักรพรรดิ“เอ้า มึงกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่วะ”“พี่จักรบอกจะกลับมาตอนพัชคลอดเลยไม่ใช่เหรอคะ” พัชสิกาก็สงสัยเหมือนกัน“ก็เดือนหน้าเริ่มไม่ว่างแล้วน่ะสิ ก็เลย
หนึ่งเดือนแล้วกับการที่ได้ใช้ชีวิตด้วยกันในฐานะสามีภรรยาและวันนี้ก็เป็นวันที่เธอกับเขามาฮันนีมูนที่เกาะล้านในจังหวัดชลบุรี โดยจองรีสอร์ตแบบส่วนตัวให้เห็นวิวทะเลสีสวยในยามเย็นพัชสิกานอนซบที่แขนซ้ายของสามีบนเตียงนอนพลันเปิดอ่านไดอารี่บรรยายคำว่ารักให้เขาฟัง เมื่ออ่านมาได้ครึ่งหน้าเธอก็ปิดลงแล้วดีดตัวขึ้น“เอ๊า พี่ยังอยากฟังต่ออยู่เลย” คิมหันต์มองตามก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นนั่ง ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาเขาติดเธอมาก ชอบกอด ชอบหอมตลอดเวลา แม้กระทั่งสายตายังมีให้แค่เธอคนเดียว“พี่คิมอ่านไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ” หลายรอบแล้วด้วยซ้ำ คิมหันต์ขยับเข้ามากอดเธอแน่นกว่าเดิมก่อนจะหอมแก้มเธอเพื่อแสดงถึงความรัก“พี่อยากให้พัชอ่านให้พี่ฟังและอยากฟังหลายๆรอบทุกๆวันเลย” หญิงสาวยิ้มแล้วจับปลายคางเขาส่ายไปมา “พัชรักพี่คิมๆๆๆๆๆๆ รักแค่คนเดียว รักมากที่สุดเลยด้วย”ไม่นานมือหนาก็จับท้ายทอยของเธอเข้ามาประกบปากอวบอิ่ม“พี่ก็รักพัชมากที่สุด” เขาปล่อยริมฝีปากได้ไม่นานก็ดึงเธอเข้าไปจูบใหม่และบดขยี้หนักกว่าเดิม หญิงสาวรีบดันตัวเขาออกไปก่อนซึ่งเขาก็ปล่อยอย่างว่าง่าย“ยังก่อนค่ะ”“ยังมีเวลาเหลือๆ”“แต่ตอนนี้...” เธอมองไปนอกหน้าต่าง
“คุณแพนเป็นไงบ้าง” จักรพรรดิกำลังจัดการเก็บเสื้อผ้าเตรียมขึ้นเครื่องไปไต้หวันในเช้าวันพรุ่งนี้ ขณะนั้นเขาหันไปเห็นจอมพลเดินเข้ามาในบ้านพอดีจึงถามไปพลางๆ เนื่องจากเจ้าตัวแจ้งไว้แล้วว่าจะไปเยี่ยมแพนนีญาร์ที่เรือนจำ“เขาสบายดีครับนาย” จักรพรรดิพยักหน้าเบาๆก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย“มึงจะไม่ไปทำงานกับกูต่อที่ไต้หวันจริงเหรอวะ” ก่อนหน้านั้นเขาได้ถามจอมพลแล้วว่าจะไปทำงานต่อกับเขาหรือจะลาออกปักหลักอยู่ที่ไทยแทน ซึ่งค่าตอบแทนที่จะได้ก็คือเงินเดือนที่เพิ่มมาเป็นสองเท่าทว่าจอมพลดันเลือกอยู่ไทยแทนที่จะเลือกความสบายก่อน“ไม่ครับ ผมอยู่ที่นี่ก็สบายดี”จักรพรรดิมองยิ้มๆก่อนจะเดินเข้ามาตบไหล่ลูกน้องที่อยู่กันมานานผูกพันราวกับเป็นคนในครอบครัว “ยังไงกูก็ต้องขอบคุณมึงมากนะที่จงรักภักดีต่อกูมาตลอด กูขอให้เส้นทางใหม่ของมึงสวยงามตามที่มึงปรารถนา”จอมพลโค้งศีรษะก่อนจักรพรรดิจะพูดอะไรบางอย่างอีกครั้ง “กูให้เงินเพิ่มไปตั้งตัวนะ สิบล้านพอไหม”“หึ” จอมพลได้แต่หัวเราะออกมาสั้นๆ “ไม่หรอกครับ”“ทำไมวะ”“ผมมองว่ามันไม่จำเป็นสำหรับผม ไว้ถ้าผมไม่มีผมขอกลับไปทำงานร่วมกับคุณในอนาคตแล้วกันนะ” จักรพรรดิได้แต่ขมวดคิ้วมอง
“คุณสบายดีไหม อยู่ในนี้ได้ไหม” จอมพลเอ่ยถามผ่านกระจกกั้น อีกฝั่งจะเป็นแพนนีญาร์ที่ถูกจำคุกไว้ด้วยความผิดทางคดีถ้าย้อนเวลากลับไปในตอนที่เริ่มทำความผิดแล้วเธอไม่คิดจะทำลายหลักฐานโดยการสั่งให้คนไปเผารถทิ้ง เธอก็คงได้แค่รอลงอาญาไม่ต้องมาอยู่ในคุกให้ลำบากแบบนี้หญิงสาวหลุบตาลงเมื่อนึกย้อนกลับไปถึงในตอนที่พ่อแม่เธอมาหา ไม่ได้มีความเห็นอกเห็นใจ ไม่มีกำลังใจ มีแต่ซ้ำเติม.........................................................................................‘เป็นไงล่ะลูกสาวคุณ’ ปราณีเบ้ปากเมื่อเห็นลูกสาวนอกคอกยืนคุยอยู่ข้างในห้องสี่เหลี่ยมที่มีผู้คุมขังยืนเฝ้าไม่คลาดสายตา ‘ไม่คิดเล้ยว่าจะมาอยู่ตรงจุดจุดนี้ได้’ ‘คุณ พูดดีๆหน่อย’ จรูญหันไปตำหนิปราณีก่อนจะหันมาทางลูกสาวด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ‘ทำไมถึงทำตัวแบบนี้’ ‘หนูไม่ได้ตั้งใจค่ะพ่อ’ ‘ไม่ได้ตั้งใจแต่เอาตัวเองมาทำให้วงศ์ตระกูลขายขี้หน้าแบบนี้นี่นะ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น น่าจะตัดๆออกไปจากกองมรดกไปเลย’ ปราณีผู้ซึ่งที่ไร้ความรักต่อลูกเลี้ยงแฝงไปด้วยความเกลียดชังมากมาย แพนนีญาร์เธอก็แค่เป็นคนอารมณ์ร้ายและตอนทิพวรรณเสียเธอก็ไม่ได้มีเจตนาให้มันเกิดข
“ใช่แล้ว ว่าจะชวนไปกินหมูกระทะร้านลุงหนุ่ยแล้วไปเม้าท์มอยตามประสาเพื่อนสาวกัน” พัชสิกาชำเลืองมองสุวรรณรัตน์สลับกับมองคิมหันต์เพราะเธอมีนัดกับทั้งสองคนแล้ว ถึงแม้จะเกรงใจเพื่อนแต่ก็ต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง“พอดีฉันมีนัดทานข้าวกับเจ้านายฉันอยู่” สุวรรณรัตน์มองหลานสาวยิ้มๆก่อนจะพูดเหมือนชวนให้ไปด้วยกัน
“ผมช่วยนะครับ” จังหวะภาคินกำลังจะหยิบผักในตะกร้ามือของเขาและเธอก็ประสานกันพอดี “เอ่อ ผมขอโทษครับ” “ไม่เป็นไรค่ะพัชเข้าใจ เรามาช่วยหั่นดีกว่าค่ะ” เธอพูดพลางหัวเราะเบาๆ ขณะที่ทั้งสองกำลังหัวเราะให้กันคิกคักกลับกลายเป็นจุดโฟกัสของใครบางคนใช่! คิมหันต์แอบจอดรถหลบมุมอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่
“คือ...ฉันไม่ได้บอกว่าป้าฉันเป็นอะไร แค่บอกว่าเอามาใช้จ่ายจำเป็นเฉยๆ” พัชสิกาตั้งใจจะไม่ให้คิมหันต์รู้เรื่องทิพวรรณและไม่ต้องการบอกเพื่อนด้วยว่าแท้จริงแล้วเธอ ‘ขายตัว’ ไม่งั้นป้าเธอต้องรู้เรื่องนี้จนทำให้ป่วยหนักกว่าเดิมแน่ๆ “ไหนแกบอกว่า ตอนไปยืมแจ้งเขาว่าไปรักษามะเร็งป้าไม่ใช่หรือไง” คิวมิกส์ผู้
คิมหันต์พาพัชสิกามาถึงโรงแรมหรูตัวเมืองจังหวัดภูเก็ต เปิดหน้าต่างออกไปจะมีระเบียงกว้าง เบื้องหน้าจะเห็นเป็นพื้นผิวทะเลกระทบเข้ากับแสงไฟในยามค่ำคืนสวยสบายตาหญิงสาวมองออกไปนอกหน้าต่างได้สักพักก่อนจะหันกลับมาเห็นเขาจ้องเธออยู่ก่อนแล้ว พัชสิกาถอนหายใจเบาๆก่อนจะถามเรื่องสุขภาพเขาเพราะเขาเป็นฝ่ายขับรถพา







