เข้าสู่ระบบหญิงสาวยืดตัวพลางเอี้ยวตัวไปมาอย่างเพลินๆ จากนั้นก็หยุดมาดื่มน้ำให้พอลดความกระหาย เพราะตอนนี้ท้องฟ้าก็เริ่มจะเปลี่ยนสีแล้วการออกกำลังกายจึงพอแค่นี้ก่อน
ทว่าไม่นานสายตาเธอก็พลันไปเห็นภาคินวิ่งออกกำลังกายอยู่บริเวณสนามหญ้าผ่านหน้าผ่านตาไปพอดี
บ้าจริง! ทำไมช่วงนี้เธอเจอเขาบ่อยจัง
“คุณภาคินคะ” เปรมสิริตะโกนเรียกชื่อเขาซึ่งเขาก็หันมาตามเสียงนั้นเลย หญิงสาวยกมือขึ้นโบกไปมาเหมือนเป็นการเรียกให้เขามาหาเธอที่ตรงนี้
“ปกติมาออกกำลังกายตรงนี้อยู่แล้วหรือเปล่า” ภาคินมาถึงก็ถามทันที
“พึ่งมาวันนี้วันแรกค่ะ” เธอยิ้มเนือยๆ “แล้วคุณภาคินมาออกทุกวันเลยไหมคะ”
“ผมนานๆทีถึงจะมา” เปรมสิริพยักหน้ายิ้มๆ
“มาวิ่งวันแรกก็ไม่ชินเหมือนกันนะคะ ไม่มีเพื่อนวิ่งด้วย” เธอมองเขาเหมือนกำลังจะพูดอะไรต่อ ภาคินจึงไม่รอช้าที่จะเอ่ยปากถาม
“คุณนิลกำลังอยากจะบอกอะไรผมหรือเปล่าครับ”เขาเลิกคิ้วมอง
“กำลังคิดอยู่ค่ะว่าถ้าจะชวนคุณภาคินมาวิ่งด้วยกัน คุณภาคินจะสะดวกหรือเปล่า” เปรมสิริมุดหน้าลงเหมือนเขินเขาแต่ไม่รู้ตัว ภาคินเห็นท่าทางแบบนั้นก็ขำออกมาเบาๆ
“เรื่องแค่นี้เองครับ เวลาผมเหลือๆ อยู่กับคุณนิลจนถึงสามทุ่มยังได้เลย”
“งั้นเรามาวิ่งกันเถอะค่ะ” ในเมื่อเขาพูดแบบนั้นเปรมสิริก็ตัดสินใจชวนสะเลย ก่อนจะเป็นฝ่ายวิ่งนำออกไปปล่อยให้ภาคินเอาแต่ขมวดคิ้วมองตาม
“ฮู้ววว” หลังจากวิ่งกันจนเวลาล่วงเลยมาจนถึงทุ่มกว่า เปรมสิริก็มาหยุดอยู่บริเวณสนามบาสกลางหมู่บ้าน
ภาคินเองก็เหนื่อยหอบมาเหมือนกัน แต่ก็คงไม่เท่าเธอในเวลานี้หรอก เห็นแล้วก็อดขำไม่ได้
“ขำอะไรคะคุณภาคิน” เธอถามเสียงสั่นเพราะยังหอบอยู่
“เป็นฝ่ายชวนผมเองแท้ๆ แต่ดูท่าจะไม่รอดสะเอง” หญิงสาวอมยิ้มมองเมื่ออาการเริ่มดีขึ้นแล้วเธอจึงหันมาคุยกับเขาได้อย่างเต็มที่
“ก็ไหนบอกว่าเวลาเหลือๆไงคะ”
“แต่ยังไม่ถึงสามทุ่มเลยนะครับ วิ่งต่อไหมล่ะ” เขาเห็นเธอมองด้วยแววตาท้าท้ายก็เลยชวนไปอีกรอบ เมื่อขาหนากำลังจะก้าวต่อหญิงสาวก็รีบดึงแขนเขาเอาไว้ทันที
“ไม่เอาแล้วค่ะ”
“เห็นท้าทายดีเหลือเกิน”
“วันหลังมาท้ากันใหม่ดีกว่าค่ะ”
“เอางั้นเหรอครับ”
“อืม คริกๆๆ”
ตอนที่ 11 ความลับเกือบแตก
สุวรรณรัตน์เดินเข้ามาที่บริษัทในรอบหลายเดือน เพราะวันนี้สามีบินไปคุยงานกับลูกค้าที่สิงคโปร์สองวันและเธอก็นึกอยากจะไปทานข้าวนอกบ้านอยู่พอดีจึงถือโอกาสนี้แวะมาชวนสะหน่อย
พัชสิกากำลังจัดเตรียมเอกสารที่จะใช้ประชุมในวันถัดไปพอเห็นสุวรรณรัตน์เข้ามาแบบไม่บอกไม่กล่าวเธอก็รีบยกมือไว้ในทันที
“สวัสดีค่ะคุณป้า” ก่อนหน้านั้นสุวรรณรัตน์เคยบอกไว้ว่าเห็นเจ้าตัวที่ไหนก็ให้เรียกป้าได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ
ส่วนคิมหันต์ที่กำลังก้มลงเซ็นเอกสารเงยหน้าขึ้นมาเห็นแม่ก็รีบลุกขึ้นเตรียมพูด
“ไม่นึกเลยว่าแม่จะมาที่นี่” สุวรรณรัตน์ไม่ได้บอกเขาหรือพัชสิกาเอาไว้ เขาจึงได้แต่มองด้วยความตกใจ ดีนะที่ไม่ได้ทำอะไรกับเลขาสาวในเวลานี้ เพราะปกติจะเกี้ยวเธอทุกๆช่วงเลิกงาน
“วันนี้แม่ว่าจะมาชวนเราสองคนไปทานข้าวด้วยกัน พ่อเขาไปต่างประเทศตั้งสองวันเหงายังไงก็ไม่รู้”
“เหรอครับ ผมกับพัชเรากำลังจะออกไปทานข้าวด้วยกันพอดี” ผู้เป็นแม่เลิกคิ้วมอง ตอนนี้ไปไหนมาไหนด้วยกันแล้วเหรอ
“หึ ปากก็บอกไม่ชอบเขา แต่ก็ชวนเขาไปทานข้าวด้วยแล้วเหรอ” คิมหันต์ชำเลืองมองเธอที่เอาแต่หลุบตาลง
“เปล่าครับ ผมแค่เหงา” หญิงสาวที่ฟังอยู่ด้านหลังแม่เขาก็ได้แต่รู้สึกเจ็บใจ เขาเห็นเธอเป็นแค่ที่คลายเหงาเท่านั้นเองเหรอ
"งั้นก็เตรียมตัวไป แม่หิวแล้ว” สุวรรณรัตน์หันมายิ้มให้พัชสิกา เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วเธอจึงไม่รอช้าที่จะเก็บของเข้ากระเป๋า เพราะไม่อยากให้ผู้ใหญ่รอนาน
ทั้งสามคนเดินออกมาจากลิฟต์พร้อมกันโดยไม่รู้เลยว่าที่โซฟารับแขกจะมีเพื่อนทั้งสองคนนั่งอยู่ตรงนั้นด้วย
“พัช!!” คิวมิกส์และเปรมสิริตะโกนเรียกพร้อมกันจนสุวรรณรัตน์ คิมหันต์และพัชสิกาต้องหันมามอง จากนั้นทั้งสองก็วิ่งเข้ามากอดเพื่อนรักด้วยความดีใจเนื่องจากบริษัทใหญ่มาก กลัวหาเพื่อนไม่เจอแล้วมารอเก้อ
“มาได้ไงเนี่ย” เธอถามแต่แอบมีเกรงใจสุวรรณรัตน์และคิมหันต์มากๆเพราะไม่คิดว่าเพื่อนจะกล้าวิ่งเข้ามาขนาดนี้ คิวมิกส์เป็นฝ่ายเห็นสุวรรณรัตน์และคิมหันต์ก่อน จากนั้นก็สะกิดให้เปรมสิริมองตาม
“เอ่อ...” ทั้งคู่ถึงกับพูดไม่ออก เพราะดีใจที่ได้เจอเพื่อนจนลืมสังเกตว่ามีบุคคลสำคัญเดินมาด้วย เปรมสิริแสดงสีหน้าหวาดหวั่นก่อนจะโค้งศีรษะสวัสดีแล้วก็ตามมาด้วยคิวมิกส์
“ขอโทษนะคะ หนูไม่ได้สังเกตเอง” เปรมสิริพูด
“เพื่อนเหรอหนูพัช” สุวรรณรัตน์ยิ้มให้คนทั้งสองก่อนจะหันไปถามพัชสิกาอย่างไม่คิดอะไร
“ใช่ค่ะคุณป้า” พัชสิกาตอบแล้วหันไปคุยกับเพื่อนต่อ “พวกแกแค่มาหาใช่ไหม”
“ใช่แล้ว ว่าจะชวนไปกินหมูกระทะร้านลุงหนุ่ยแล้วไปเม้าท์มอยตามประสาเพื่อนสาวกัน” พัชสิกาชำเลืองมองสุวรรณรัตน์สลับกับมองคิมหันต์เพราะเธอมีนัดกับทั้งสองคนแล้ว ถึงแม้จะเกรงใจเพื่อนแต่ก็ต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง“พอดีฉันมีนัดทานข้าวกับเจ้านายฉันอยู่” สุวรรณรัตน์มองหลานสาวยิ้มๆก่อนจะพูดเหมือนชวนให้ไปด้วยกัน “หมูกระทะเราไม่ได้กินนานแล้วนะคิมหันต์ ไปกับพวกเขาสักวันดีไหม” คิมหันต์ขมวดคิ้วมองเพราะหมูกระทะที่ว่าเคยไปกินแค่ในห้างเท่านั้น ไม่แน่ใจว่าร้านลุงหนุ่ยอะไรนั่นจะเป็นแบบที่เขาและแม่ไปหรือเปล่า“ร้านอยู่ไหนครับ”*****************************************คิมหันต์และแม่ถูกพามาที่ร้านหมูกระทะลุงหนุ่ยที่เคยมาทานเป็นประจำ บริเวณร้านจะถูกประดับไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ มีที่นั่งด้านในและด้านนอก ซึ่งด้านในร้านไม่ได้เป็นห้องแอร์อย่างที่คิมหันต์เข้าใจแถมยังใช้พัดลมในการเปิดให้ลูกค้าใช้อีกต่างหาก คิมหันต์และสุวรรณรัตน์เลยเลือกมานั่งที่ด้านนอกกะว่าจะให้ลมพัดสักหน่อย แต่ก็ทำได้แค่ ‘ฝันไปเถอะ’เขาหน้ามุ่ยขยับเสื้อด้านหน้าขึ้นลงให้พอคลายร้อน พัชสิกาที่ถูกสุวรรณรัตน์สั่งให้มานั่งข้างๆรีบหยิบพัดลมเล็กแบบพกพามาเปิ
หญิงสาวยืดตัวพลางเอี้ยวตัวไปมาอย่างเพลินๆ จากนั้นก็หยุดมาดื่มน้ำให้พอลดความกระหาย เพราะตอนนี้ท้องฟ้าก็เริ่มจะเปลี่ยนสีแล้วการออกกำลังกายจึงพอแค่นี้ก่อนทว่าไม่นานสายตาเธอก็พลันไปเห็นภาคินวิ่งออกกำลังกายอยู่บริเวณสนามหญ้าผ่านหน้าผ่านตาไปพอดีบ้าจริง! ทำไมช่วงนี้เธอเจอเขาบ่อยจัง“คุณภาคินคะ” เปรมสิริตะโกนเรียกชื่อเขาซึ่งเขาก็หันมาตามเสียงนั้นเลย หญิงสาวยกมือขึ้นโบกไปมาเหมือนเป็นการเรียกให้เขามาหาเธอที่ตรงนี้“ปกติมาออกกำลังกายตรงนี้อยู่แล้วหรือเปล่า” ภาคินมาถึงก็ถามทันที“พึ่งมาวันนี้วันแรกค่ะ” เธอยิ้มเนือยๆ “แล้วคุณภาคินมาออกทุกวันเลยไหมคะ” “ผมนานๆทีถึงจะมา” เปรมสิริพยักหน้ายิ้มๆ “มาวิ่งวันแรกก็ไม่ชินเหมือนกันนะคะ ไม่มีเพื่อนวิ่งด้วย” เธอมองเขาเหมือนกำลังจะพูดอะไรต่อ ภาคินจึงไม่รอช้าที่จะเอ่ยปากถาม“คุณนิลกำลังอยากจะบอกอะไรผมหรือเปล่าครับ”เขาเลิกคิ้วมอง“กำลังคิดอยู่ค่ะว่าถ้าจะชวนคุณภาคินมาวิ่งด้วยกัน คุณภาคินจะสะดวกหรือเปล่า” เปรมสิริมุดหน้าลงเหมือนเขินเขาแต่ไม่รู้ตัว ภาคินเห็นท่าทางแบบนั้นก็ขำออกมาเบาๆ“เรื่องแค่นี้เองครับ เวลาผมเหลือๆ อยู่กับคุณนิลจนถึงสามทุ่มยังได้เลย” “งั้นเรา
“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน เพราะฉันมีงานใหม่จะมอบหมายเธอ”“อะไรคะ”“ต่อไปนี้เธอจะต้อง ‘ไปกลับ’ กับฉัน ช่วงเที่ยงก็ไปทานข้าวด้วยกัน ส่วนตอนกลางคืน....”“ไม่เอานะคะ” เธอรีบพูดแทรกแต่ดูเหมือนว่าเขาจะเอาให้ได้“อย่าขัดใจฉันสิ ไม่เห็นแก่เงินที่ฉันจะให้หรือไง” พัชสิกาถึงกับชะงักพลันครุ่นคิด โรคมะเร็งที่ป้าเธอกำลังเผชิญอยู่ยังไม่หายดีเกรงว่าจะมีค่าใช้จ่ายตามมาเรื่อยๆ ต่อให้จะถูกมองว่าหิวเงินเธอก็จะยอมทำตามที่เขาต้องการ“ค่ะ”“ว่านอนสอนง่ายแบบนี้ก็ดีหน่อยจะได้เลี้ยงนานๆ” คิมหันต์ฝังจมูกเข้าที่แก้มเธออีกครั้ง พัชสิกาเม้มปากกล้ำกลืนด้วยความชอกช้ำใจ เธอเจ็บที่ไม่สามารถรักเขาได้ เธอเจ็บที่เขาเห็นว่าเธอเป็นแค่เด็กเลี้ยงของเขาดูเป็นคนไม่มีค่าอะไรด้วยซ้ำ*************************************************** “จะว่าไป เราไม่คิดจะแวะไปหายัยพัชบ้างเลยเหรอ” เปรมสิริถามคิวมิกส์ในระหว่างเดินเล่นอยู่ในห้างด้วยกัน“ก็แกไม่ชวนนี่”“แกจะรอให้ฉันชวนอย่างเดียวเลยหรือไง” เธอพูดพลางดูดไอศกรีมโคนไปด้วย “ไม่ขนาดนั้นหรอก บริษัทมันอยู่ใกล้เราสะที่ไหนล่ะ” คิวมิกส์หน้าบึ้งบูดก่อนจะนึกไปถึงเรื่องของเจ้านายคนนั้น “จะว่าไปเจ้
“วันนี้ไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัยเหรอคะ” บ้านเขาอยู่ไกลจากเธอหลายสิบโล กว่าจะไปส่งเธอเสร็จก็น่าจะสายมากแล้ว “ไม่เป็นปัญหาหรอกครับ ผมเข้าสายเท่าไหร่ก็ได้” “งั้นก็ได้ค่ะ” เธอยิ้มเจื่อนๆก่อนจะกระชับสายกระเป๋าสะพายแล้วเดินนำเขาไป ทว่า....“พัชสิกา!” เสียงทุ้มเกรี้ยวกราดดังออกมาจากทางด้านหลังคนทั้งสองทำให้ต้องหมุนตัวกลับไปมองพร้อมกันปรากฎว่าเป็น ‘คิมหันต์’ นั่นเองเธอล่ะเหนื่อยใจจริงๆ ไม่คิดว่าจะต้องเผชิญหน้ากับเขาแต่เช้าและเมื่อมาเห็นเธออยู่กับภาคินแบบนี้ก็คงหาเรื่องมาต่อว่าเธออีกแน่ๆ“เธอไม่ได้บอกแฟนเธอหรือไง ว่าเธอจะต้องติดรถไปกับฉัน ‘ทุกวัน’” ยิ่งเห็นหน้าชายคนนั้นเขาก็ยิ่งมีอารมณ์เดือดดาล เหม็นขี้หน้าฉิบหายพัชสิกาขมวดคิ้วมอง เขาไม่ได้มาบอกเธอไว้นี่ จังหวะนั้นภาคินก็เริ่มมีอารมณ์ขุ่นเคืองที่มากล่าวหาว่าพัชสิกาเป็นแฟนเขาอย่างหน้าตาเฉยเขาชอบพัชสิกาก็จริง แต่เขาก็ไม่เคยเสนอตัวอยากจะเป็นแฟนปากเปล่าแบบนี้ “รบกวนให้เกียรติเธอด้วยครับ”“เกียรติ...แฟนคุณมีเกียรติตรงไหนบ้าง?” พัชสิกาได้ฟังก็รู้สึกเจ็บแปลบตรงกลางใจ แต่จะทำไงได้ เธอขายตัว ‘ให้เขา’ ไปแล้ว“คุณภาคินคะ ไว้วันหลังนะคะพัชต้องไปกับเจ้าน
“ถอดแล้วจับมันสิ” เขากระซิบบอกเบาๆก่อนจะจูบเธอต่อ หญิงสาวค่อยๆเลื่อนมือลงต่ำมาสัมผัสส่วนล่างตั้งชันในเนื้อผ้า รสสวาทที่เขาได้มอบให้ทำให้เธออดใจไม่ไหวจึงค่อยๆรูดซิปกางเกงออก จากนั้นก็เลื่อนเข้าไปกอบกุมมันบีบเล่นไปมาอย่างชอบใจ “อื้ม ลงไปชิมมันดูสิคนดี”ไม่พูดเปล่า คิมหันต์ยังจับศีรษะเธอให้ลงไปจ่อบริเวณนั้น พัชสิกาไม่ได้ฝืนใจแต่กลับยอมด้วยความเต็มใจ เมื่อปากของเธองับตรงส่วนนั้นเขาก็เปล่งเสียงครางออกมาเงยหน้าขึ้นรับรสสวาทด้วยความชอบใจ“ดูดมันสิคะคนดี” พัชสิกาจากที่ดูดอยู่แล้วได้ยินเขาพูดแบบนั้นก็ดูดหนักขึ้นกว่าเดิม “อ๊า เก่งจังเลย เดี๋ยวฉันจะเพิ่มค่าเลี้ยงดูให้อีกเยอะๆเลย”พัชสิการู้ว่าเธอทำให้เขาพึงพอใจ ความรู้สึกเริ่มมาเหนือเหตุผลทั้งปวง จึงทำให้เธอดูดส่วนนั้นราวกับว่ามันเป็นน้ำหวาน กระทั่งคิมหันต์ต้องขอให้เธอพอ “มันจะเสร็จแล้ว พอก่อนได้ไหมคนดี”พัชสิกาชอบใจและไม่คิดที่จะพอง่ายๆ ยิ่งเขามีอาการเสียวซ่านใกล้ถึงฝั่งฝันเธอก็ยิ่งบำเรอความต้องการให้เขามากเป็นเท่าตัว“อ๊า อ๊า ไม่ไหวแล้ว จะเสร็จแล้ว อีกนิดเดียว” คิมหันต์เงยหน้าเม้มปาก อีกทั้งใบหน้าเบี้ยวเบ้ไปด้วยความเสียวเพราะจุดสูงสุดกำลังก่อต
“อ้าวไอ้คิม ทำไมวันนี้ได้มานอนที่บ้านล่ะ” พัชสิกาหรี่ตามองเขาขณะยืนอยู่ด้านหลังกฤษ เธอเตรียมใจมาแล้วว่ายังไงก็ต้องเจอเขาอยู่ดี แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าเขาชอบไปนอนที่คอนโดเป็นส่วนมากก็ตาม“ผมแค่เปลี่ยนบรรยากาศ” ไม่รู้อะไรดลใจให้เขามานอนที่บ้านและมาเจอพัชสิกาที่นี่ แต่ก็ดีเหมือนกันเพราะเขารู้สึกเหมือนมีอะไรมากมายที่อยากจะคุยกับเธอ“เหรอ วันนี้ฉันไปรับหนูพัชมาทานข้าวด้วยเพราะแม่เขาอยากเจอ ทานเสร็จเดี๋ยวจะไปส่ง” กฤษพูดพลางหันไปทางพัชสิกา “หรือจะนอนอยู่ที่นี่สักคืนแล้วพรุ่งนี้ไปทำงานพร้อมพี่เขา”“กลับดีกว่าค่ะ พัชไม่ได้เตรียมชุดทำงานมาเผื่อ” เธอไม่อยากนอนร่วมชายคากับเขาต่างหากล่ะ“เดี๋ยวผมไปส่งเองครับ”“นอนก็ได้ค่ะ”“ถ้าจะนอน ก็ต้องนอนห้องเดียวกับฉัน” เขาเลิกคิ้วมองส่งยิ้มกวนประสาท เกลียดจริงๆเลย“จริงๆนะครับคุณพ่อ ตอนนี้ก็มืดมากแล้วอีกอย่างคุณพ่อไม่ได้แจ้งซ่อนกลิ่นกับป้าไพรล่วงหน้าด้วย ปุ๊บปั๊บแบบนี้แม่บ้านก็เหนื่อยเป็นนะครับ” ซ่อนกลิ่นที่เดินผ่านกะจะเข้าครัวพลันสะดุ้งเล็กน้อยพร้อมรู้สึกแปลกใจที่วันนี้คิมหันต์นึกเห็นใจเธอ ปกติดึกกว่านี้ก็ยังปลุกมาสั่งงาน อย่างเอาแต่ใจ“กลับก็ได้ค่ะ” ใครเขาอย







