Masuk“บอกให้ทอมกับจอห์นเตรียมตัวไปคฤหาสน์เจ้ากรมการคลัง” ไซรัสสั่งกระชับ เหมือนจะบอกอารีว่าให้ปล่อยโทมัสทำตามใจอยู่ในที พี่ใหญ่ของกลุ่มผู้ติดตามจึงได้แต่ส่งสายตาปรามเด็กหนุ่มที่ยิ่งนับวันก็ยิ่งพูดจาฉะฉาน หาช่องยืนกรานว่าตัวเองทำถูกได้ทุกครั้ง ก่อนออกไปทำตามคำสั่ง
พอหัวหน้าผู้คุ้มกันนายท่านก้าวขาพ้นห้อง เด็กหนุ่มที่เพิ่งโดนดุโดนปรามก็ถาม น้ำเสียงแหบห้าว “นายท่าน ให้ข้าไปด้วยไม่ได้รึ อยู่ที่นี่โดนลูคัสกับอารีดุทั้งวัน รำคาญจะแย่แล้ว”
“ข้าไปธุระปะปังสำคัญ จะให้เจ้าไปพูดโพล่งจนเสียเรื่องได้รึ? ให้เจ้าอยู่ที่นี่ คอยเรียนรู้จากลูคัสกับอารีก็ดีแล้ว” ไซรัสเอ่ยพลางเก็บเอกสารบัญชีเข้าลิ้นชักที่เล็กจนแทบมองไม่ออกว่าใช้เก็บอะไรได้บ้าง แล้วลั่นกุญแจ
พอเห็นนายท่านพูดชัดเจน เด็กหนุ่มก็ไม่กล้าเซ้าซี้เรื่องเดิมอีก
โทมัสรีบก้าวไปหยิบเสื้อคลุมสีดำที่ดูเรียบแต่สุภาพและหรูหราสมสถานะพ่อค้าผู้ทรงอิทธิพลส่งให้ ปล่อยให้นายท่านจัดเครื่องแต่งกายให้เข้าที่
เงียบได้ไม่เท่าไหร่ เด็กหนุ่มก็อดออกปากชวนคุยเรื่องใหม่ไม่ได้
“วันนี้ช่วงบ่ายลูคัสจะพาช่างตัดเสื้อไปที่คฤหาสน์แกรนเทรนท์ เอาชุดแต่งงานที่เสร็จสมบูรณ์แล้วไปให้คุณหนูอัยน์นาลองสวมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนใช้จริงวันพรุ่งนี้ นายท่านน่าจะไปดูสักหน่อย”
ไซรัสชะงักไปเล็กน้อย ก่อนถาม
“ว่าที่นายหญิงเจ้านางชอบหรือเปล่าล่ะ”
“ชอบใจหรือไม่ชอบใจก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าช่างตัดเสื้อกับพวกคนงานประทับใจคุณหนูมากเชียวล่ะ” พอเห็นว่านายท่านนิ่งฟัง โทมัสก็รีบรัวลิ้นเล่ายาวเหยียด “เห็นช่างตัดเสื้อว่า คุณหนูทั้งเป็นคนอ่อนโยน เรียบง่าย สมถะ แล้วก็ถ่อมตัว เสนออะไรแพงๆ สวยๆ ให้ ก็ไม่กระตือรือร้นหรือตื่นเต้นอยากได้อยากมีเหมือนผู้หญิงคนอื่น คุณหนูบอกว่าขอแบบที่เรียบง่ายที่สุดดีกว่า นายช่างกับคนอื่นๆ จะได้ไม่ต้องยุ่งยากนักเพราะเวลาก็กระชั้นชิดเหลือเกิน แถมยังบอกอีกว่า นายช่างเห็นว่าอะไรดีอะไรงามคุณหนูก็เห็นดีด้วยเพราะแบบตัดเย็บเสื้อผ้าที่วาดให้ดูก็สวยงามทั้งนั้น นายช่างใหญ่กับพวกลูกมือนี่ถึงขั้นตัดชุดไปก็ยิ้มไป ทุกฝีเข็มทุกเส้นด้าย ดูใส่ใจเสียยิ่งกว่าตอนทำงานชิ้นไหนๆ ที่เคยทำมา”
ช่างซื้อใจคนเสียจริง เป็นอีกครั้งที่ไซรัสไม่รู้ตัวว่าเผลอยิ้มออกมา
“เอาเถอะ ถ้าทุกคนพอใจก็ดีแล้ว” เขาตัดบทสั้นๆ ก่อนเดินออกจากห้องทำงานพร้อมหีบไม้ขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กสองใบ จึงไม่ทันเห็นว่าสาเหตุที่โทมัสไม่เดินตาม ไม่อ้าปากซักถามหรือเล่าเรื่องอะไรอีก เพราะมัวแต่ยืนยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยอยู่ด้านหลัง
“นายท่านนี่ตกหลุมรักคุณหนูจริงๆ นั่นแหละ” เด็กหนุ่มผมทองพึมพำเมื่อนายท่านคล้อยหลัง
ยืนยิ้มอยู่ครู่หนึ่ง โทมัสก็ลูบคางอย่างที่เลียนแบบมาจากพวกผู้ใหญ่
“ไม่สิ ต่อไปต้องเรียกนายหญิง...อือ...ต้องเรียกนายหญิงสิ ถึงจะถูก” ผู้ติดตามที่ได้ชื่อว่าอายุน้อยที่สุดเอ่ย แววตามาดหมาย “ต้องไปเตือนให้ทุกคนเรียกให้ถูก ต้องบอกให้คนอื่นๆ ใช้คำพูดคำจาให้ดี จะสุภาพให้เกียรตินายหญิงน้อยกว่านี้ไม่ได้!”
หลังพบปะมอบของกำนัล และพูดคุยจนแน่ใจ ว่าเจ้ากรมการคลัง และนายทหารร่างท้วม โรเบิร์ต เมอร์สัน ยิ่งเชื่อว่าเขายังยึดมั่นในความคิดเดิม แม้รู้ดีว่าคนทั้งคู่น่าจะได้รับบัตรเชิญจากว่าที่พ่อตาเขาแล้ว แต่ไซรัสก็ยังไม่ลืมออกปากเชิญคนทั้งคู่ไปร่วมงานแต่งงานที่จะจัดขึ้นอย่างกะทันหันในวันพรุ่งนี้ด้วยตัวเองอีกครั้ง และคนทั้งคู่ก็ตกปากรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ พร้อมทั้งอวยพรให้เขาเสียยกใหญ่
ก่อนกลับ ผู้มีประสบการณ์ครองเรือนทั้งสองราย ยังพากันแนะนำกลเม็ดเคล็ดลับชนิดที่ทำเอาสาวใช้ในคฤหาสน์หน้าแดงจนไม่รู้จะแดงอย่างไรให้เขา นัยว่าจะสนับสนุนให้รีบหาความสำราญเต็มที่ ก่อนที่เจ้าสาวจะจับได้ว่าเขาคิดไม่ซื่อต่อบิดา ยิ่งรีบสร้างทายาทไว้เสียก่อนได้ยิ่งดีเพราะท้ายที่สุดแล้วสตรีก็มักเลือกบุตรธิดาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ
ฟังสิ่งละอันที่ท่านผู้มีประสบการณ์สอนสั่งแล้ว ไซรัสก็ได้แต่นึกขัน
ก่อนหน้านี้ เขาเชื่อว่าตัวเองรู้มากกว่าใครต่อใครในดินแดนนี้ ไม่นึกว่าจนถึงตอนนี้ถึงได้รู้ ว่าตัวเองยังขาดประสบการณ์หนึ่งอย่าง นั่นคือ การแต่งงาน
มาเวเนเซียหนนี้ ช่างมีแต่เรื่องจริงๆ คนจะเข้าพิธีแต่งงานในวันพรุ่งนี้อดนึกถึงว่าที่เจ้าสาวไม่ได้
ดูจากสายตาที่เธอใช้จ้องมองเขาตอนนั้นแล้ว ไซรัสก็พอเดาออก ว่าครึ่งหนึ่ง เธอเลือกให้เรื่องราวกลายเป็นแบบนี้เพราะอะไร และยิ่งเดาได้ไม่ยาก ว่าเหตุผลอีกครึ่งคงเกี่ยวข้องกับเรื่องเจ้ากรมการเมือง
แม้การตัดสินใจแต่งงานกับชายที่ตนยังไม่รู้จักตัวตนดีพอ มันออกจะเป็นการตัดสินใจที่เขารู้สึกว่าช่างไร้สาระและบ้าบิ่นสิ้นดี แต่ลึกๆ แล้วเขาก็ยังอดชื่นชมเธอไม่ได้
ในช่วงเวลาที่น่าจะกำลังโศกเศร้าสับสน อัยน์นาตัดสินใจเด็ดขาดนัก
ทั้งๆ ที่เธอน่าจะรู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ แต่เมื่อคิดตกแล้ว แววตาเธอก็ไร้ร่องรอยความลังเล ไม่มีแววหวาดพะวงว่าอาจต้องเผชิญเรื่องเลวร้าย ดูคล้ายจะพร้อมเผชิญหน้ากับทุกสิ่งทุกอย่างไม่ต่างอะไรไปจากแววตานักรบ
“อยู่ที่นี่เราไม่เรียกต้นห้อง ไม่เรียกสาวใช้ ไม่เรียกคนรับใช้ ทุกคนอยู่ในฐานะพนักงานค่ะ” อัยน์นาอธิบาย “แต่ละคนจะมีหน้าที่รับผิดชอบคนละอย่าง ไม่ก้าวก่ายภาระการงานกันและกัน ไม่มีการใช้งานเกินหน้าที่”“ฟังดูเป็นระบบแบบพ่อค้าพ่อขายเต็มที่เลยนะคะ” คนฟังออกความเห็นอย่างอดไม่ได้อัยน์นาหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงฟังดูสบายๆ ดูสดใสจากใจจริง“ก็ฉันเป็นภรรยาพ่อค้านี่คะ”“แต่เป็นพ่อค้าที่มีความสามารถ แล้วก็สง่างามเสียยิ่งกว่าขุนนางคนไหน” มาธากล่าวแก้พออีกฝ่ายพูดถึงไซรัสขึ้นมาแบบนี้ อัยน์นาก็เหมือนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีแตกต่างจากมาธา ที่ดูเหมือนจะมีเรื่องอยากพูดเต็มไปหมด“หลังจากคุณหนูขึ้นรถม้าออกจากบ้านมา ท่านผู้หญิงก็เรียกดิฉันเข้าไปพบ” มาธาเริ่มเล่า น้ำเสียงอัดอั้น “ท่านพูดไม่ทันจะจบ ดิฉันก็เดาได้ ว่าอยากกดดันให้ออกจากบ้าน ดิฉันก็เลยชิงลาออกมา”“ตายจริง” อัยน์นาไม่ได้ตกใจ เธอรู้สึกแย่แทนมาธาต่างหาก มาธาทำงานอยู่ที่นั่นตั้งแต่ยังเล็ก อยู่มาตั้งแต่ก่อนที่เธอจะเกิดเสียอีก เรียกได้ว่าเป็นคนเก่าคนแก่คนหนึ่ง ต่อให้มาธาเคยเป็นต้นห้องให้เธอตามคำสั่งเจ้ากรมการเมืองแล้วอย่างไร นั่นใช่เหตุผลที่ท่านผู้หญิงควรแล้
เมื่ออัยน์นาคล้อยหลัง ไซรัสก็ออกจากห้องนอน เดินลงบันได มุ่งหน้าเข้าหาห้องทำงานช่วงที่เดินผ่านห้องรับรองห้องใหญ่ซึ่งเวลานี้ปิดประตูแน่นสนิท เขาอดคิดไม่ได้ ว่านายหญิงคนใหม่ของอาคารหลังนี้คงไม่อยากให้เขาหรือใครเข้าไปรบกวน เพราะต้องการใช้บ่ายวันนี้เฟ้นหาคนงานหญิงคนใหม่ที่ตัวเองจะไว้ใจได้...ฟังจากที่เธอพูดวันนี้ เขาก็เดาออกทุกอย่างอัยน์นารู้แล้วว่าที่นี่วางระบบการทำงานไว้ลงตัวดีอยู่แล้ว จึงตระหนักว่าไม่ควรก้าวก่ายให้วุ่นวาย ทั้งอย่างนั้นก็เต็มใจจะรับคนงานหญิงเข้ามาตามที่เขาเสนออีกสองรายมองเผินๆ เหมือนจะทำเพื่อรักษาน้ำใจคนที่มาสมัครงาน และเป็นการถนอมน้ำใจ รับความปรารถนาดีจากเขาด้วยการยอมรับคนเข้ามาช่วยดูแลตัวเธอเองในเรื่องจุกจิก อาทิ การเตรียมน้ำให้อาบ การเตรียมเสื้อผ้า การช่วยแต่งตัวแต่งหน้า การคอยเป็นตัวกลางติดต่อระหว่างเธอกับใครต่อใครแต่เขาแน่ใจว่าไม่ใช่แบบนั้นด้วยลักษณะนิสัยอย่าง ‘คุณหนูอัยน์นา’ เอาเข้าจริงแล้ว สาวน้อยแรกแย้มนางนี้ ก็แค่อยากให้ที่นี่มีคนที่เรียกได้ว่าเป็นคนของตัวเองจริงๆ เสียบ้างพ่อค้าหนุ่มเดินเข้าห้องทำงาน ทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ตัวเดิมที่นั่งมาร่วมสองเดือนครึ่ง จ้อ
ดูไซรัสจะแปลกใจไม่น้อยเพราะสิ่งที่เธอพูดเขาประคองร่างเธอให้หันหน้าเข้าหา จ้องลึกลงในตา“คนงานหญิง?”“ค่ะ” อัยน์นาตอบด้วยรอยยิ้มเหมือนเคย ทั้งที่ตอนนี้ นอกจากจะสงสัยว่าเขาจะถามทำไมแล้ว ในใจยังนึกหวั่นว่าเขาจะคิดอะไรพิเรนทร์ๆ ขึ้นมาจริงๆ “ทำไมเหรอคะ”“ทำไมถึงเรียกว่าคนงานหญิง”เพราะแววตาเขาดูสนใจใคร่รู้มากกว่าจะคิดอย่างอื่น อัยน์นาถึงค่อยผ่อนคลายลง“ก็ที่นี่ไม่มีคนรับใช้ชายไม่ใช่เหรอคะ” เธอคิดอย่างนี้จริงๆ “ในเมื่อที่นี่ไม่มีคนรับใช้ จะให้เรียกคนงานที่รับเข้ามาใหม่ว่าสาวใช้ได้ยังไงกัน ทั้งดูแปลกๆ ทั้งดูไม่ยุติธรรมยังไงก็ไม่รู้”“แต่ถ้าดูตามหน้าที่ ก็ควรเรียกสาวใช้ไม่ใช่รึ”“ถ้าดูจากสถานการณ์ของคุณ ฉันว่าไม่ควร คุณคงไม่อยากให้ทุกคนที่ทำงานที่นี่อยู่ก่อนแล้วกับคนที่จะรับเข้ามาใหม่เกิดสับสน วางตัวลำบาก หรือแบ่งแยกชนชั้นกันใช่ไหมคะ” บอกแล้ว เจ้าของร่างอ้อนแอ้นก็รีบเลื่อนมือขึ้นกุมมือแข็งแกร่ง แล้วกลับหลังหันตั้งใจจะพาตัวเองกับชายคนนี้ออกจากสถานการณ์ล่อแหลม แต่กลับโดนอีกฝ่ายดึงเข้าสวมกอดจากด้านหลัง “ภรรยารอบคอบอย่างนี้ เห็นทีต่อไปคงต้องรบกวนให้ช่วยดูแลเรื่องคนงานแทนซะแล้ว” ลมร้อนๆ ที่ราดร
หลังร่วมโต๊ะอาหารกลางวันในห้องไม่ใหญ่ไม่เล็กบนชั้นสอง ไซรัสก็พาเธอเดินสำรวจอาณาจักรที่เขาครอบครองด้วยตัวเอง นัยว่าถ้าติดใจสงสัยเรื่องไหนให้ถามเขาได้เต็มที่ และอัยน์นาก็ยินดีใช้สิทธิ์นี้แม้จะรู้ดีว่าทุกสิ่งที่เขาพูดล้วนเป็นเพียงสิ่งที่เขาอยากให้เธอได้ยิน อยากรู้...ว่าเขาจะอธิบายข้อสงสัยยิบย่อยในใจเธออย่างไรบ้างเขาพาเธอเดินดูทุกอย่างไล่จากตึกแถวสามชั้นสองหลังที่เพิ่งซื้อ...ตึกแถวทั้งสองหลังที่ว่านี้ตั้งโอบรับตึกหลักซึ่งปลูกเป็นอาคารสี่ชั้นที่ใหญ่โตโอ่โถงกว่าอาคารจำนวนชั้นเท่ากันหลังอื่นๆ ถึงหนึ่งในสามเท่า มองภาพรวมจากลานน้ำพุแล้ว ตึกแถวสามชั้นทั้งสองหลังชวนให้นึกถึงภูเขาสองลูกย่อมที่หนุนอยู่หลังเขาลูกใหญ่ คำอธิบายที่หลุดลอดจากริมฝีปากไซรัสไม่มีอะไรน่าสนใจ พวกมันฟังดูเหมือนสิ่งที่พ่อครัวกับโทมัสและคนงานรายอื่นๆ เคยพูดไม่มีผิด ชวนให้เดาได้ว่าเขาน่าจะเคยอบรมผู้ติดตามและคนงานเกี่ยวกับการตอบคำถามเรื่องเหล่านี้ถัดจากด้านนอกตัวอาคารคือโถงกว้างที่ดัดแปลงเป็นร้านค้า อัยน์นาพบว่าไซรัสแบ่งพื้นที่ส่วนนี้เป็นสองส่วนเท่าๆ กัน ไม่ขาดไม่เกินแม้แต่น้อย ส่วนหนึ่งค้าขายแพรพรรณ มีโต๊ะให้คำปรึกษาเรื่องบริ
อันที่จริง ก่อนที่จะแต่งงาน ท่านเจ้ากรมเรียกเธอเข้าไปคุยทุกเรื่องเกี่ยวกับ ‘ว่าที่ลูกเขย’ มาแล้ว และเธอก็ยืนยันไปแล้ว ว่าไม่ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็จะเลือกอาณาจักรนี้และพ่อบังเกิดเกล้าไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขาบอกว่าเป็นชนชั้นล่างในหมู่ชนชั้นล่างของอาณาจักรนี้ เรื่องที่บอกว่าเอาอัญมณีมาจากที่ไหน เรื่องที่บอกว่ารู้จักกับใครที่ไหนอย่างไรบ้าง ต้องการอะไร มีแผนการมีความคิดความอ่านแบบไหน กระทั่งข้อมูลทุกอย่างที่สืบค้นได้ด้วยตัวเอง ท่านเจ้ากรมก็บอกเธอหมดแล้วทุกเรื่อง“ท่านได้เล่าให้ฟังไหม ว่าอัญมณีในร้านนี้ มาจากไหน”“เรื่องนี้คุณพ่อไม่ได้พูดถึงหรอกค่ะ”ไซรัสค้นลึกลงในตาเธออัยน์นาคลี่ยิ้มอ่อนหวานให้คนตรงหน้า แน่ใจว่าเขาจะไม่พบร่องรอยอะไร “ทำไมจู่ๆ ถึงถามเรื่องพวกนี้ล่ะคะ”“เพราะฉันอยากรู้ ว่าต้องเริ่มเล่าอะไรต่อมิอะไรให้เธอฟังตั้งแต่ตรงไหน” บอกแล้ว คนพูดเหมือนจะไขทุกข้อข้องใจให้เธอวันนี้ ก็โอบเอว พาเธอเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวที่ตั้งอยู่ใกล้ที่สุด “อัญมณีทุกชิ้นที่เรามี มาจากแหล่งอัญมณีนอกอาณาจักร” เขาขยับริมฝีปากเล่า น้ำเสียงจริงจัง “พวกมันมาจากโพรงดินหลังแนวเขาทางตอนเหนือของอาณาจักรนี้...พ
“นายท่านมีเรื่องอยากปรึกษานายหญิง...” ผู้จัดการร้านหนุ่มขยับริมฝีปากพูด หลังนิ่งงันไปชั่วครู่“พอจะรู้ไหมจ๊ะ ว่าเรื่องอะไร” เธอเจตนาถามลองเชิงไม่แปลกใจนักที่อีกฝ่ายเลือกคลี่ยิ้มน้อยๆ แล้วผายมือคล้ายเชื้อเชิญให้เธอเดินนำออกจากห้องครัว พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม “เชิญนายหญิงที่ห้องทำงานนายท่านดีกว่า นายท่านน่าจะตอบคำถามนี้ได้ดีกว่ามากนัก”คนคนนี้มีส่วนคล้ายคนน่าโมโหนั่นจริงๆ นั่นแหละอัยน์นาพยักหน้าน้อยๆ ให้อีกฝ่ายแทนการรับรู้ ก่อนก้าวขาเดินนำอย่างไม่รีบร้อน สองขาก้าวไป ในใจก็อดคิดไม่ได้ ว่าหลักการ ‘ดูนายให้ดูบ่าว’ ที่มีมาแต่โบราณช่างน่าอัศจรรย์นายบ่าวมักเรียนรู้จากกันและกัน...คนเราจะสนิทสนมรู้ใจกันได้ ต้องมีบางสิ่งคล้ายคลึงกัน...ทั้งๆ ที่เรื่องเหล่านี้เป็นเพียงหลักการง่ายๆ แต่กลับใช้ดูคนได้แม่นนักอัยน์นาก้าวขาเดินตามการชี้นำจากคนเดินตาม มุ่งหน้าเข้าหาสถานที่ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามีใครรออยู่ ไม่นานนักก็มาถึงห้องห้องหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวที่สุดทางเดินกรุพื้นและผนังสีดำสนิทแค่ดูจากข้างนอก เธอก็พอจะเดาออก ว่าห้องที่อยู่ด้านหลังประตูบานคู่สลักลายขนปีกสวยแปลกตาห้องนี้ กว้างขว
![[Unlimited Money] ระบบเงินทุนไร้ขีดจำกัด](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






![I'll follow Apollo [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)