LOGINคงเพราะมัวคิดเรื่องพี่สาวต่างมารดามากเกินไป รู้ตัวอีกที แผ่นหลังเธอก็สัมผัสที่นอนหนานุ่มซึ่งบุ๋มลึกเมื่อไซรัสทิ้งตัวตามลงมาพร้อมๆ กับที่บรรดาผู้มาส่งตัวบ่าวสาวช่วยปิดประตูห้องหอให้
“เหม่ออะไร?”
ในช่วงที่เธอยังไม่ทันตั้งตัว หลังถามคำถามนั้นพ่อค้าเจ้าเล่ห์ก็กดริมฝีปากลงครอบครองริมฝีปากเธออย่างอุกอาจ
ปากว่าล่วงล้ำแล้ว มือกลับล่วงเกินยิ่งกว่า
อัยน์นาอยากจะผลักร่างโตๆ ออกไปจากตัวนัก แต่เพราะประเมินแล้วว่าสุดท้ายถ้าอีกฝ่ายเอาจริงขึ้นมาเธอก็มีแต่จะพ่ายแพ้ จึงแกล้งโอนอ่อนผ่อนตามในช่วงแรก แม้ว่ามันจะน่าอายและชวนให้รู้สึกว่าเปลืองตัวแค่ไหนก็ตาม
ไซรัสถอนริมฝีปากออกในนาทีถัดมา เขาจ้องมองเธอเหมือนจะอ่านใจ นัยน์ตาเปล่งประกายวาบวับ ทำเอาคนตกเป็นรองแทบขยับริมฝีปากพูดไม่ออก
“ฉัน...” เจ้าสาวมือใหม่แกล้งเบนสายตาหลบ ก่อนเอ่ยประโยคต่อไป น้ำเสียงอ้อมแอ้ม “วันนี้...ไม่ได้”
“ทำไม” น้ำเสียงคล้ายนึกสนุก ทำให้อัยน์นาอดคิดไม่ได้ว่าอีกฝ่ายอาจรู้ทัน แต่เธอยังทำใจดีสู้เสือ
“ฉัน...เอ่อ...” เธอหลุบตาลงต่ำจนติดชิดที่นอนแล้วขยับริมฝีปากบอกเสียงหวานติดจะอ้อน “...อยู่ในช่วงไม่เหมาะสมน่ะค่ะ”
เพื่อความแนบเนียน เธอถึงได้ไม่ลอบเหลียวตามองเขา
เพราะไม่ได้เหลียวตามองเขา เจ้าสาวร่างอ้อนแอ้นเลยไม่ทันเห็น ว่าเจ้าบ่าวยกริมฝีปากยิ้มเจ้าเล่ห์แค่ไหน
“ฉันไม่ถือ” สรรพนามแทนตัวที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้อัยน์นาต้องมุ่นเส้นคิ้วคมสวยเข้าหากัน และต้องขมวดคิ้วงามๆ นั่นแน่นขึ้นเมื่ออีกฝ่ายเลื่อนมือขึ้นไล้แก้มเธอแล้วจูบพรมไปตามลำคอ
ไอ้เจ้าปีศาจราคะ...!!! อัยน์นาตะโกนด่าในใจดังลั่น เริ่มสงสัยว่าจะรอดจากมือคนช่างหาประโยชน์หรือไม่
ทีแรกเธอคิดว่าอาจจะพอคุยกันได้ แต่นี่อะไร...
คุยกันได้แค่สองสามประโยค เธอก็โดนพ่อค้ารายนี้หากำไรจนไม่รู้จะทำหน้ายังไงแล้ว
สัมผัสร้อนๆ ที่หน้าและลำคอเกิดขึ้นได้ไม่ทันไร มืออีกข้างที่ว่างอยู่ก็ช่วยพาความร้อนนั้นไล้โลมไปตามแผ่นหลัง กระดุมเม็ดเล็กจำนวนตั้งไม่รู้เท่าไหร่ที่เรียงตัวเป็นแนวยาวโดนปลดอย่างรวดเร็ว ทำให้ชุดที่เธอสวมหลวมโพรกขึ้นทันตา
ก่อนที่ฝ่ามือกระด้างจะสอดสัมผัสผิวเนื้อ อัยน์นารีบขยับมือขึ้นดันหน้าอกเขา แล้วฝืนเอ่ย น้ำเสียงอ่อนหวาน
“กว่าจะเข้าพิธี ต้องสวมชุดหนาๆ ออกไปรับแขก พบปะใครหลายคนตั้งนาน...ไม่เหนื่อยเหรอคะ”
ปากพูดไป คนรู้ตัวว่าเสียเปรียบก็รีบอาศัยจังหวะที่ว่างเว้นถอยหลังแล้วยันตัวขึ้นนั่ง สองมือขาวนวลเนียนก็ประคองให้เขาลุกขึ้นตามมาด้วย
ไม่รอให้เขาปฏิเสธ คุณหนูท่านเจ้ากรมรีบเหลียวมองไปทางอ่างอาบน้ำที่พวกสาวใช้เตรียมน้ำอุ่นไว้ให้พร้อมสรรพ แล้วถามชี้ชวน “คุณเหนื่อยมากแล้ว...ก่อนที่น้ำจะเย็น ไปอาบน้ำให้สบายตัวดีไหมคะ”
ถามแล้ว อัยน์นาก็รอคอยอย่างคาดหวัง
ไม่นานนัก ไซรัสก็ยิ้มตอบแววตาอ่อนโยน ก่อนเอ่ยคำขอที่น่าเกลียดที่สุด “ถ้าอย่างนั้น รบกวน ‘ภรรยา’ ช่วยถอดเสื้อผ้าให้หน่อยได้ไหม ตอนนี้ ‘สามี’ เหนื่อย อยากให้ช่วยอาบน้ำให้จะแย่แล้ว”
ปากว่าจบ มือก็ขยับดึงเธอให้ลุกมายืนต่อหน้า จ้องมองเธอด้วยแววตาเหมือนรอคอย
“อยู่ที่นี่เราไม่เรียกต้นห้อง ไม่เรียกสาวใช้ ไม่เรียกคนรับใช้ ทุกคนอยู่ในฐานะพนักงานค่ะ” อัยน์นาอธิบาย “แต่ละคนจะมีหน้าที่รับผิดชอบคนละอย่าง ไม่ก้าวก่ายภาระการงานกันและกัน ไม่มีการใช้งานเกินหน้าที่”“ฟังดูเป็นระบบแบบพ่อค้าพ่อขายเต็มที่เลยนะคะ” คนฟังออกความเห็นอย่างอดไม่ได้อัยน์นาหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงฟังดูสบายๆ ดูสดใสจากใจจริง“ก็ฉันเป็นภรรยาพ่อค้านี่คะ”“แต่เป็นพ่อค้าที่มีความสามารถ แล้วก็สง่างามเสียยิ่งกว่าขุนนางคนไหน” มาธากล่าวแก้พออีกฝ่ายพูดถึงไซรัสขึ้นมาแบบนี้ อัยน์นาก็เหมือนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีแตกต่างจากมาธา ที่ดูเหมือนจะมีเรื่องอยากพูดเต็มไปหมด“หลังจากคุณหนูขึ้นรถม้าออกจากบ้านมา ท่านผู้หญิงก็เรียกดิฉันเข้าไปพบ” มาธาเริ่มเล่า น้ำเสียงอัดอั้น “ท่านพูดไม่ทันจะจบ ดิฉันก็เดาได้ ว่าอยากกดดันให้ออกจากบ้าน ดิฉันก็เลยชิงลาออกมา”“ตายจริง” อัยน์นาไม่ได้ตกใจ เธอรู้สึกแย่แทนมาธาต่างหาก มาธาทำงานอยู่ที่นั่นตั้งแต่ยังเล็ก อยู่มาตั้งแต่ก่อนที่เธอจะเกิดเสียอีก เรียกได้ว่าเป็นคนเก่าคนแก่คนหนึ่ง ต่อให้มาธาเคยเป็นต้นห้องให้เธอตามคำสั่งเจ้ากรมการเมืองแล้วอย่างไร นั่นใช่เหตุผลที่ท่านผู้หญิงควรแล้
เมื่ออัยน์นาคล้อยหลัง ไซรัสก็ออกจากห้องนอน เดินลงบันได มุ่งหน้าเข้าหาห้องทำงานช่วงที่เดินผ่านห้องรับรองห้องใหญ่ซึ่งเวลานี้ปิดประตูแน่นสนิท เขาอดคิดไม่ได้ ว่านายหญิงคนใหม่ของอาคารหลังนี้คงไม่อยากให้เขาหรือใครเข้าไปรบกวน เพราะต้องการใช้บ่ายวันนี้เฟ้นหาคนงานหญิงคนใหม่ที่ตัวเองจะไว้ใจได้...ฟังจากที่เธอพูดวันนี้ เขาก็เดาออกทุกอย่างอัยน์นารู้แล้วว่าที่นี่วางระบบการทำงานไว้ลงตัวดีอยู่แล้ว จึงตระหนักว่าไม่ควรก้าวก่ายให้วุ่นวาย ทั้งอย่างนั้นก็เต็มใจจะรับคนงานหญิงเข้ามาตามที่เขาเสนออีกสองรายมองเผินๆ เหมือนจะทำเพื่อรักษาน้ำใจคนที่มาสมัครงาน และเป็นการถนอมน้ำใจ รับความปรารถนาดีจากเขาด้วยการยอมรับคนเข้ามาช่วยดูแลตัวเธอเองในเรื่องจุกจิก อาทิ การเตรียมน้ำให้อาบ การเตรียมเสื้อผ้า การช่วยแต่งตัวแต่งหน้า การคอยเป็นตัวกลางติดต่อระหว่างเธอกับใครต่อใครแต่เขาแน่ใจว่าไม่ใช่แบบนั้นด้วยลักษณะนิสัยอย่าง ‘คุณหนูอัยน์นา’ เอาเข้าจริงแล้ว สาวน้อยแรกแย้มนางนี้ ก็แค่อยากให้ที่นี่มีคนที่เรียกได้ว่าเป็นคนของตัวเองจริงๆ เสียบ้างพ่อค้าหนุ่มเดินเข้าห้องทำงาน ทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ตัวเดิมที่นั่งมาร่วมสองเดือนครึ่ง จ้อ
ดูไซรัสจะแปลกใจไม่น้อยเพราะสิ่งที่เธอพูดเขาประคองร่างเธอให้หันหน้าเข้าหา จ้องลึกลงในตา“คนงานหญิง?”“ค่ะ” อัยน์นาตอบด้วยรอยยิ้มเหมือนเคย ทั้งที่ตอนนี้ นอกจากจะสงสัยว่าเขาจะถามทำไมแล้ว ในใจยังนึกหวั่นว่าเขาจะคิดอะไรพิเรนทร์ๆ ขึ้นมาจริงๆ “ทำไมเหรอคะ”“ทำไมถึงเรียกว่าคนงานหญิง”เพราะแววตาเขาดูสนใจใคร่รู้มากกว่าจะคิดอย่างอื่น อัยน์นาถึงค่อยผ่อนคลายลง“ก็ที่นี่ไม่มีคนรับใช้ชายไม่ใช่เหรอคะ” เธอคิดอย่างนี้จริงๆ “ในเมื่อที่นี่ไม่มีคนรับใช้ จะให้เรียกคนงานที่รับเข้ามาใหม่ว่าสาวใช้ได้ยังไงกัน ทั้งดูแปลกๆ ทั้งดูไม่ยุติธรรมยังไงก็ไม่รู้”“แต่ถ้าดูตามหน้าที่ ก็ควรเรียกสาวใช้ไม่ใช่รึ”“ถ้าดูจากสถานการณ์ของคุณ ฉันว่าไม่ควร คุณคงไม่อยากให้ทุกคนที่ทำงานที่นี่อยู่ก่อนแล้วกับคนที่จะรับเข้ามาใหม่เกิดสับสน วางตัวลำบาก หรือแบ่งแยกชนชั้นกันใช่ไหมคะ” บอกแล้ว เจ้าของร่างอ้อนแอ้นก็รีบเลื่อนมือขึ้นกุมมือแข็งแกร่ง แล้วกลับหลังหันตั้งใจจะพาตัวเองกับชายคนนี้ออกจากสถานการณ์ล่อแหลม แต่กลับโดนอีกฝ่ายดึงเข้าสวมกอดจากด้านหลัง “ภรรยารอบคอบอย่างนี้ เห็นทีต่อไปคงต้องรบกวนให้ช่วยดูแลเรื่องคนงานแทนซะแล้ว” ลมร้อนๆ ที่ราดร
หลังร่วมโต๊ะอาหารกลางวันในห้องไม่ใหญ่ไม่เล็กบนชั้นสอง ไซรัสก็พาเธอเดินสำรวจอาณาจักรที่เขาครอบครองด้วยตัวเอง นัยว่าถ้าติดใจสงสัยเรื่องไหนให้ถามเขาได้เต็มที่ และอัยน์นาก็ยินดีใช้สิทธิ์นี้แม้จะรู้ดีว่าทุกสิ่งที่เขาพูดล้วนเป็นเพียงสิ่งที่เขาอยากให้เธอได้ยิน อยากรู้...ว่าเขาจะอธิบายข้อสงสัยยิบย่อยในใจเธออย่างไรบ้างเขาพาเธอเดินดูทุกอย่างไล่จากตึกแถวสามชั้นสองหลังที่เพิ่งซื้อ...ตึกแถวทั้งสองหลังที่ว่านี้ตั้งโอบรับตึกหลักซึ่งปลูกเป็นอาคารสี่ชั้นที่ใหญ่โตโอ่โถงกว่าอาคารจำนวนชั้นเท่ากันหลังอื่นๆ ถึงหนึ่งในสามเท่า มองภาพรวมจากลานน้ำพุแล้ว ตึกแถวสามชั้นทั้งสองหลังชวนให้นึกถึงภูเขาสองลูกย่อมที่หนุนอยู่หลังเขาลูกใหญ่ คำอธิบายที่หลุดลอดจากริมฝีปากไซรัสไม่มีอะไรน่าสนใจ พวกมันฟังดูเหมือนสิ่งที่พ่อครัวกับโทมัสและคนงานรายอื่นๆ เคยพูดไม่มีผิด ชวนให้เดาได้ว่าเขาน่าจะเคยอบรมผู้ติดตามและคนงานเกี่ยวกับการตอบคำถามเรื่องเหล่านี้ถัดจากด้านนอกตัวอาคารคือโถงกว้างที่ดัดแปลงเป็นร้านค้า อัยน์นาพบว่าไซรัสแบ่งพื้นที่ส่วนนี้เป็นสองส่วนเท่าๆ กัน ไม่ขาดไม่เกินแม้แต่น้อย ส่วนหนึ่งค้าขายแพรพรรณ มีโต๊ะให้คำปรึกษาเรื่องบริ
อันที่จริง ก่อนที่จะแต่งงาน ท่านเจ้ากรมเรียกเธอเข้าไปคุยทุกเรื่องเกี่ยวกับ ‘ว่าที่ลูกเขย’ มาแล้ว และเธอก็ยืนยันไปแล้ว ว่าไม่ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็จะเลือกอาณาจักรนี้และพ่อบังเกิดเกล้าไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขาบอกว่าเป็นชนชั้นล่างในหมู่ชนชั้นล่างของอาณาจักรนี้ เรื่องที่บอกว่าเอาอัญมณีมาจากที่ไหน เรื่องที่บอกว่ารู้จักกับใครที่ไหนอย่างไรบ้าง ต้องการอะไร มีแผนการมีความคิดความอ่านแบบไหน กระทั่งข้อมูลทุกอย่างที่สืบค้นได้ด้วยตัวเอง ท่านเจ้ากรมก็บอกเธอหมดแล้วทุกเรื่อง“ท่านได้เล่าให้ฟังไหม ว่าอัญมณีในร้านนี้ มาจากไหน”“เรื่องนี้คุณพ่อไม่ได้พูดถึงหรอกค่ะ”ไซรัสค้นลึกลงในตาเธออัยน์นาคลี่ยิ้มอ่อนหวานให้คนตรงหน้า แน่ใจว่าเขาจะไม่พบร่องรอยอะไร “ทำไมจู่ๆ ถึงถามเรื่องพวกนี้ล่ะคะ”“เพราะฉันอยากรู้ ว่าต้องเริ่มเล่าอะไรต่อมิอะไรให้เธอฟังตั้งแต่ตรงไหน” บอกแล้ว คนพูดเหมือนจะไขทุกข้อข้องใจให้เธอวันนี้ ก็โอบเอว พาเธอเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวที่ตั้งอยู่ใกล้ที่สุด “อัญมณีทุกชิ้นที่เรามี มาจากแหล่งอัญมณีนอกอาณาจักร” เขาขยับริมฝีปากเล่า น้ำเสียงจริงจัง “พวกมันมาจากโพรงดินหลังแนวเขาทางตอนเหนือของอาณาจักรนี้...พ
“นายท่านมีเรื่องอยากปรึกษานายหญิง...” ผู้จัดการร้านหนุ่มขยับริมฝีปากพูด หลังนิ่งงันไปชั่วครู่“พอจะรู้ไหมจ๊ะ ว่าเรื่องอะไร” เธอเจตนาถามลองเชิงไม่แปลกใจนักที่อีกฝ่ายเลือกคลี่ยิ้มน้อยๆ แล้วผายมือคล้ายเชื้อเชิญให้เธอเดินนำออกจากห้องครัว พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม “เชิญนายหญิงที่ห้องทำงานนายท่านดีกว่า นายท่านน่าจะตอบคำถามนี้ได้ดีกว่ามากนัก”คนคนนี้มีส่วนคล้ายคนน่าโมโหนั่นจริงๆ นั่นแหละอัยน์นาพยักหน้าน้อยๆ ให้อีกฝ่ายแทนการรับรู้ ก่อนก้าวขาเดินนำอย่างไม่รีบร้อน สองขาก้าวไป ในใจก็อดคิดไม่ได้ ว่าหลักการ ‘ดูนายให้ดูบ่าว’ ที่มีมาแต่โบราณช่างน่าอัศจรรย์นายบ่าวมักเรียนรู้จากกันและกัน...คนเราจะสนิทสนมรู้ใจกันได้ ต้องมีบางสิ่งคล้ายคลึงกัน...ทั้งๆ ที่เรื่องเหล่านี้เป็นเพียงหลักการง่ายๆ แต่กลับใช้ดูคนได้แม่นนักอัยน์นาก้าวขาเดินตามการชี้นำจากคนเดินตาม มุ่งหน้าเข้าหาสถานที่ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามีใครรออยู่ ไม่นานนักก็มาถึงห้องห้องหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวที่สุดทางเดินกรุพื้นและผนังสีดำสนิทแค่ดูจากข้างนอก เธอก็พอจะเดาออก ว่าห้องที่อยู่ด้านหลังประตูบานคู่สลักลายขนปีกสวยแปลกตาห้องนี้ กว้างขว







