로그인รถม้าสีดำสนิทเทียมม้าขาวลักษณะดีเคลื่อนผ่านประตูรั้วเหล็กดัดแสนกว้างขวาง มุ่งหน้าเข้าหาคฤหาสน์หลังเขื่อง ซึ่งซุกตัวอยู่ท่ามกลางสวนวงกตและพันธุ์ไม้ไร้ดอกอย่างเชื่องช้า ทันทีที่รถม้าเคลื่อนถึงประตูทางเข้าคฤหาสน์ ไซรัสก็พบว่าเจ้าบ้านจัดให้คนรับใช้และทหารในสังกัดออกมายืนเรียงแถวรอต้อนรับแขกที่ได้รับเชิญอย่างเป็นระเบียบ
ทันทีที่รถม้าจอดสนิท ลูคัสก็รีบถือกล่องของกำนัลลงจากรถม้า แล้วยืนรอไซรัสด้วยท่าทีเคารพยิ่ง
“ไซรัส เจ้าของกิจการอัญมณีและแพรพรรณ” ไซรัสแนะนำตัวสั้นๆ ให้ชายเครางามที่ดูคล้ายจะเป็นหัวหน้าคณะต้อนรับแขก แล้วชายคนนั้น ก็ขานชื่อเขาเสียงดังกังวาน
“ไซรัส เจ้าของกิจการอัญมณีและแพรพรรณ ผู้ปราดเปรื่องและกว้างขวาง”
ประโยคนั้นดึงความสนใจจากแขกเหรื่อได้ทั้งงาน
ไม่ทันที่คนรับใช้ชายจะนำทางไซรัสเดินเข้าข้างใน นายทหารร่างท้วมที่เคยได้รับแหวนเพชรเป็นของกำนัลก็รีบปราดเข้ามาจับมือทักทายเขาอย่างสนิทสนม
“มาเสียที” เขาสวมกอดไซรัสราวกับเป็นมิตรสหายที่รักใคร่กันมานาน “ไป ไปพบท่านเจ้ากรมการคลังกับคนอื่นๆ กัน ใครใครก็อยากรู้จักคุณทั้งนั้น” ก้าวขาไปได้สักพัก ชายร่างท้วมก็ดูคล้ายจะนึกบางอย่างขึ้นได้ “ผมชื่อโรเบิร์ต โรเบิร์ต เมอร์สัน คุณเรียกผมโรเบิร์ตก็ได้”
ใบหน้านิ่งเฉยดั่งหน้ากากยิ้มน้อยๆ แทนการรับคำ
เจ้าของกิจการ ‘ผู้ปราดเปรื่องและกว้างขวาง’ ปล่อยให้โรเบิร์ตพาเขาไปแนะนำให้ เจ้ากรมการคลัง วิลสัน วิลส์ตัน และชนชั้นสูงคนอื่นๆ ด้วยความเต็มใจ เขามอบกล่องของกำนัลให้เจ้าของงานในวินาทีที่ทุกคนเข้ารุมล้อม ส่งผลให้เกิดเสียงฮือฮาดังก้องยามขุนคลังวัยสามสิบปลายๆ เปิดกล่องไม้ หยิบของข้างในออกมา
“ทับทิมนี่ยังไม่ได้เจียระไนรึ?” ขุนนางผู้ยังดูหนุ่มแน่นถามอย่างอดไม่ได้
“ครับ ตอนผมได้ทับทิมก้อนนี้มา มันก็กลมสวยเนื้อใสแบบนี้อยู่แล้ว”
“ล้ำค่าเกินไป” ท่านเจ้ากรมการคลังเก็บทับทิมก้อนใหญ่ลงกล่องไม้แล้วส่งคืนให้เจ้าของ แต่ไซรัสก็รู้วิธีเล่นเกมนี้ดี
หากจะมอบของกำนัลให้ขุนนางใหญ่ต่อหน้าธารกำนัล ก็ต้องทำให้การกระทำนั้นดูสมเหตุสมผล มีเหตุอันควรให้ผู้รับรับของไว้...
“ถือเสียว่านี่เป็นสิ่งที่ผมส่งเข้าร่วมระดมทุน” ไซรัสเอ่ยด้วยท่าทีสุขุม “แม้เป็นเพียงพ่อค้า แต่ผมก็พอรู้มาว่าตอนนี้สถานการณ์แถบชายแดนน่ากลัวนัก เพื่อป้องกันชายแดนและกวาดล้างพวกเผ่าพันธุ์โบราณน่าหวาดหวั่นในดินแดนเร้นลับหลังแนวเขาต่อไปในอนาคต เราต้องใช้ทุนทรัพย์ไม่น้อย”
“คุณช่างมีน้ำใจคิดถึงอาณาจักร” ท่านเจ้ากรมการคลังมองเขาด้วยแววตาชื่นชม
ขุนนางใหญ่ส่งกล่องทับทิมให้โรเบิร์ตนำไปเก็บ ก่อนจะรับช่วงดูแลแนะนำพ่อค้าหนุ่มให้คนอื่นๆ รู้จักในฐานะ ‘สหาย’
ไซรัสมิได้รังเกียจพฤติกรรมสนิทสนมนี้ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นผลดี และเขาก็พอใจจะทำความรู้จักกับทุกคนภายใต้การแนะนำอย่างยกยอจากเจ้าของงาน
งานเลี้ยงระดมทุนดำเนินไปโดยมีพ่อค้าหน้าใหม่เป็นศูนย์กลางอยู่นาน จวบจนพ่อบ้านขานชื่อเจ้ากรมการเมืองแกรนเทรนท์และภรรยา ตลอดจนบุตรสาวทั้งสอง ทุกสายตาจึงจับจ้องไปทางนั้น คล้ายไม่คาดฝันว่าตระกูลเก่าแก่ที่กำลังตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ตระกูลนี้จะมาปรากฏตัว
“ประกาศสี่ แต่มีห้าไม่ใช่รึ อย่าบอกเชียวนะ ว่าเอาลูกนอกสมรสมาออกงาน” ภรรยาขุนนางคนหนึ่งยกพัดป้องปากกระซิบกระซาบกับภรรยาขุนนางอีกคน แต่ไม่เบาพอที่คนหูดีอย่างไซรัสจะไม่ได้ยิน
‘ลูกนอกสมรส’ คำนั้นดึงความสนใจจากเขาได้ทันที
ไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไรมากไปกว่านี้ หญิงสาวอ่อนเยาว์ผิวขาวผ่องดั่งหิมะแรกของฤดูหนาวในชุดราตรีกระโปรงยาวกรอบเท้าสีขาวสะอาดตาก็ก้าวขาเข้ามายืนท่ามกลางสมาชิกครอบครัวแกรนเทรนท์ ราวกับคนกลุ่มนั้น ต้องการเปิดตัวเจ้าหญิงที่เฝ้าฟูมฟักมาเป็นเวลานาน
สตรีผู้ไม่ได้รับการขานชื่อใช้ดวงตาสีนิลเปล่งประกายซื่อใสดั่งลูกกวางกวาดมองไปรอบๆ โถงกว้างอย่างเชื่องช้า เหมือนประหม่าและไม่เคยคุ้น ขับให้ใบหน้าสวยคมดูอ่อนหวานน่ารักขึ้นด้วยในคราวเดียวกัน
“เปิดตัวรึ?” กลุ่มภรรยาขุนนางเริ่มซุบซิบนินทา ในขณะที่ฝ่ายสามีและบุตรชายมัวเหม่อมองจนลืมใส่ใจห้ามปราม ส่งผลให้ทั้งงานเกิดเสียงซุบซิบดังเซ็งแซ่
ไซรัสไม่ชอบที่การปรากฏตัวของเธอดึงความสนใจจากบรรดาลูกค้าหน้าใหม่และกลุ่มคนที่ตนกำลังผูกไมตรี และยิ่งไม่พอใจที่ดวงตาส่องประกายแวววาวเหมือนท้องฟ้าในยามนี้ดึงดูดให้เขาเผลอละความสนใจจากเป้าหมาย ใบหน้าซึ่งปกติถ้าไม่คลี่ยิ้มบางๆ ก็นิ่งเฉย จึงพลันเครียดขึงขึ้นทันตา
ดวงตาอ่อนโยนใสซื่อดั่งเนื้อทรายเหลียวมาสบตาเขาเข้าพอดี
ชั่วพริบตานั้น เขาแน่ใจว่าดวงตาคู่งามดูแข็งกร้าวฉายแววดุดั่งนางเสือสาวที่พร้อมจะขย้ำคอเขาให้ขาดกระเด็น ก่อนจะเปลี่ยนกลับเป็นแววตาประหม่าของคนอ่อนต่อโลก รับกันกับใบหน้ารูปหัวใจ ดูสวยหวาน น่ารัก น่าถนอม
น่าสนใจ
เขาพยายามจะไม่สนใจ แต่สุดท้ายความพยายามนั้นก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า
ลักลอบกระทำการลับหลังคนอื่น ต่อให้แนบเนียนแค่ไหนก็ปกปิดคนตรวจนับจำนวนสินค้าไม่ได้บ่ายแก่วันหนึ่ง ขณะโรสลอบหยิบสมุนไพรที่ต้องใช้ออกมาจากห้องเก็บของก็โดนราจีฟจับได้คาตา โรสตกใจที่จู่ๆ ก็มีคนมาเห็นเข้า คนมีความผิดติดตัวจึงคิดจะวิ่งหนี แต่ราจีฟมือไวคว้าเอวเด็กสาวไว้ได้ แรงกระชากที่รุนแรงผิดมนุษย์มนาทำให้สมุนไพรที่ซุกซ่อนไว้ในตะกร้าสาดกระจายเต็มพื้น“ที่แท้ก็เป็นเจ้า! รู้ไหมว่าข้าต้องใช้เงินส่วนตัวแต่งบัญชี---”โรสรีบเขย่งปลายเท้าปิดปากราจีฟไว้ทันที ลืมไปเสียสนิทว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในอ้อมแขนผู้ติดตามร่างยักษ์ โดยที่โรสไม่รู้ตัว ร่างเธอ ร่างราจีฟในตอนนี้ ยิ่งกว่าอิงแอบแนบชิดสัมผัสนุ่มหยุ่นบริเวณหน้าอกทำเอาราจีฟใบหน้าร้อนฉ่า หัวสมองตื้อตัน ไม่เพียงแต่สัมผัสโดนเท่านั้น ผู้ติดตามของนายหญิงยังเบียดตัวเข้ามาปิดปากเขา ทำให้ยิ่งรู้สึกถึงอกนุ่มนิ่มนั่นไม่ทันที่ราจีฟจะได้สติ เด็กสาวก็ลากตัวเขาเข้าหลบในห้องเก็บของใกล้ๆ“อย่าส่งเสียง นายหญิงกำลังเดินมา” เธอข่มขู่เสียงเบา ทำเหมือนถ้าราจีฟเอาจริงขึ้นมาแล้วตัวเองจะสู้แรงเขาได้ไม่ใช่ไม่รู้ข้อเท็จจริงข้อนี้ ชั่วขณะนี้เธอก็แค่มัวใส่ใจเรื่องที่สำคัญกว
“เดินไม่รู้จักดูทาง” ราจีฟบ่น สีหน้าฉายชัดถึงความรำคาญ “ว่างงานนักรึ อย่าคิดว่าเป็นคนสนิทนายหญิงแล้วจะทำอะไรก็ได้ ผู้ติดตามอย่างเจ้า คิดจะทำให้ภาพลักษณ์นายหญิงเสียหายงั้นรึ?”“คนอย่างโรส ผู้ติดตามหญิงของนายหญิง ต้องให้ยักษ์ที่เป็นแต่ใช้กำลังมาอบรมเรื่องมารยาทกับภาพลักษณ์รึ?”ราจีฟส่ายหน้าอย่างหัวเสีย “ปากแบบนี้ มิน่าถึงไม่มีผู้ใดมาชอบพอ ไม่เหมือนมาธาที่อ่อนโยนอ่อนหวานถึงปานนั้น”คนเพิ่งมาถึงส่งหีบไม้ทรงสี่เหลี่ยมกว้างยาวด้านละราวฝ่ามือให้หล่อน “ถ้าว่างนักก็ช่วยเอาชาสมุนไพรสูตรใหม่จากปัญจาปไปเก็บหน่อยเป็นไร เห็นข้าแบกลังสูงท่วมหัวตั้งขนาดนี้ ไม่มีน้ำใจจะคิดช่วยเหลือเลยรึ? ชาฉุนจัดพวกนี้ ท่านผู้หญิงแกรนเทรนท์เพิ่งให้คนจากคฤหาสน์เอามาส่งให้นายหญิงกับนายท่านลองชิม เผื่อว่าจะสนใจติดต่อมาค้าขาย”โรสเลิกคิ้วมองลังในมือคนงานชาย“ถ้าดีจริง นายท่าน อารี หรือลูคัสคงติดต่อมาขายไปแล้ว ต้องรอให้ท่านผู้หญิงแม่เลี้ยงของนายหญิงมาแนะนำเมื่อไหร่”“นี่เป็นชาปรุงสูตรใหม่ น้าสะใภ้ชาวปัญจาปของท่านผู้หญิงเพิ่งคิดค้น”“อ้อ...ตัวอย่างสินค้าเสนอขาย” โรสเข้าใจทันที“ยังจะทำตาลอยอีก เหอะ หลีก ไม่ช่วยก็หลบไป”คนอ
หลังพ้นวันแห่งความสับสน…อัยน์นาก็เขียนรายละเอียดเกี่ยวกับสมุนไพรแต่ละชนิด วิธีดึงสรรพคุณสูงสุด ข้อควรระวังในการใช้สมุนไพรชนิดนั้นๆ ตลอดจนวิธีบำบัดรักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพที่ถูกต้องและได้ผลชะงัด มอบให้ราจีฟซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ติดตามคนสนิทที่ตอนนี้ไซรัสให้คอยติดตามไปทุกที่ต่างองครักษ์เพราะอยากให้ซึมซับวิธีการติดต่องานและการวางตัวตอนที่มอบสมุดจดรายละเอียดที่ว่าให้นักสู้ร่างใหญ่ เธอยังไม่ลืมกำชับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนด้วยว่า “เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อกิจการ”ได้ช่วยสามีแบบอ้อมๆ แล้วอัยน์นาก็เบาใจ กลับไปใช้ชีวิตปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...นายหญิงเบาใจ แต่โรสไม่ได้เบาใจ!ผู้ติดตามสาวหัวไวจากหมู่บ้านชานเมืองรายนี้ คอยเฝ้ามองนายหญิงผู้มีพระคุณตลอดเวลาด้วยความรักและปรารถนาดี จึงจับสังเกตได้ว่า ระหว่างนายท่านกับนายหญิงดูจะมีปัญหาบางอย่าง และปัญหาที่ว่านั้น ก็น่าจะเกี่ยวพันกับเรื่องที่นายหญิงศึกษาอย่างเคร่งเครียดในวันที่ทั้งคู่ดูจะมีปัญหาไม่เข้าใจระหว่างกันโรสใช้เวลาไม่นานในการปะติดปะต่อเรื่องราวแรกเริ่ม นายท่านมีปัญหาพูดยากที่เป็นกันมากในหมู่ผู้ชายสมัยนี้ แต่ไม่กล้าบอกนายหญิง ต่อมา นายหญิงก
2.5ความลับของริชาร์ด ริชาร์ดประคองลูกสาวคนโตไปส่งให้เจ้าบ่าวที่สูงศักดิ์ที่สุดในรอบครึ่งทศวรรษด้วยใบหน้าอาบรอยยิ้มจางๆ ก่อนเดินกลับไปยืนเคียงข้างผู้หญิงที่แม้ตัวเขาจะไม่เคยรัก ก็นับได้ว่าผูกพันในฐานะสามีภรรยา เธลม่า แกรนเทรนท์ “เผลอแป๊บเดียว พริสซิลล่าก็แต่งงานออกไปอีกคนแล้ว” ท่านเจ้ากรมเปรยไม่ดังไม่เบา “อีกหน่อยก็คงถึงคราวแอนนาเบล” ริชาร์ดยิ้มน้อยๆ แต่นัยน์ตากลับดูเศร้า “แล้วสุดท้าย คฤหาสน์แกรนเทรนท์ก็จะเหลือพวกเราแค่สองคน...”เธลม่าเหลียวมองหน้าเขาเล็กน้อยหล่อนก้มลงมองแหวนแต่งงานบนนิ้วตัวเอง ก่อนตอบ“ค่ะ สุดท้ายก็เหลือเราแค่สองคน” ตอบแล้วหล่อนก็คล้ายจมลงในความคิดบางอย่างริชาร์ดพบว่าระยะหลังมานี้ หล่อนมักจะเป็นแบบนี้เสมอทว่าถึงจะจับสังเกตได้ ริชาร์ดก็ไม่ใส่ใจ และไม่อยากรู้สำหรับเขาแล้ว ตั้งแต่ต้นจนจบ พันธะที่มีต่อผู้หญิงคนนี้คือหน้าที่ต่อวงศ์ตระกูล และถ้าไม่นับเรื่องที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเผลอตามใจตัวเอง ปล่อยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงคนเดียวที่เขารักให้เลยตามเลย ทั้งยังเคยมีความตั้งใจแรงกล้าที่จะยกย่องเธอขึ้นมาเป็นภรรยาอีกคนหนึ่งเมื่อนำเรื
2.4ความลับของพริสซิลล่า พริสซิลล่าจ้องมองภาพหญิงสาวในชุดแต่งงานสีขาวทิ้งชายยาวลากพื้นในกระจกด้วยใบหน้าประดับรอยยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ใครต่อใครมักเห็นจนชินตา จนพาให้แอนนาเบลที่เริ่มจะแสดงออกทางความคิดความรู้สึกได้อย่างเป็นตัวของตัวเองและตรงไปตรงมามากขึ้นทุกที อดทักท้วงไม่ได้ “คุณพี่...ที่จริงแล้วคุณพี่มีความสุขจริงๆ หรือเปล่า” แอนนาเบลถาม ผ่านเรื่องราวมากมาย พริสซิลล่ากับแอนนาเบลเปลี่ยนแปลงไปคนละขั้ว พริสซิลล่าสงบเสงี่ยมขึ้น ส่วนแอนนาเบล...พูดให้สุภาพก็คือ มีชีวิตชีวาและเป็นตัวของตัวเอง พริสซิลล่าได้ยินคำถามแล้ว สีหน้าไม่เปลี่ยนเลยสักนิด “แต่งเข้าราชวงศ์ กลายเป็นเจ้าหญิง มีคู่ครองเป็นถึงองค์ชายที่รูปงามที่สุดในราชวงศ์ ผู้หญิงที่โชคดีอย่างนี้ ไม่ใช่ว่าควรจะมีความสุขหรือ?” พริสซิล-ล่าว่า “น้องเองก็เถอะ ทุกวันนี้มีคนดีๆ มากมายส่งจดหมายทาบทามสู่ขอ ทำไมถึงไม่เลือกเอาสักคน” “น้องคงรอเจ้าชายสักองค์มาตกหลุมรักกระมัง” แอนนาเบลตอบเชิงกระเซ้า ผู้คนทั้งอาณาจักรไม่มีใครไม่รู้ว่าองค์ชายทรงเสน่ห์ที่กำลัง
2.3ความลับของเซรีน่า ข้าเป็นธิดาคนโตของท่านพ่อและท่านแม่ นับตั้งแต่แรกเกิด ใครต่อใครต่างพูดกันว่าทุกกระเบียดนิ้วของข้าล้วนถอดแบบมาจากมารดา นั่นทำให้พวกผู้ใหญ่ยิ่งรักและเอ็นดูข้า กล่าวกันว่า ในไม่ช้าข้าจะเติบโตขึ้นเป็นยอดหญิงงาม ที่จริงแล้วข้าไม่อยากเป็นยอดหญิงงามชีวิตหญิงงามนั้นยุ่งยากไม่น้อย วัดจากการที่ท่านแม่โดนท่านพ่อก่อกวนไม่เว้นวันจนแทบจะไม่มีเวลาส่งข้าเข้านอน วัดจากการที่ท่านน้าไซคีมีผู้ส่งสารมาสู่ขอมิได้ขาด ต้องลำบากคอยหาเหตุผลที่เข้าทีมาปฏิเสธอย่างรักษาน้ำใจ และวัดจากที่ไอรีน ข้าหลวงที่รับหน้าที่ติดตามดูแลข้าโดนเหล่าองครักษ์ในวังก่อกวนไม่เว้นวันด้วยข้าวของสารพัดสารพันและดอกไม้จำนวนนับไม่ถ้วน ข้าพบว่าชีวิตของเหล่าสตรีอย่างองครักษ์หญิงทั้งหลายของข้ายังน่าพิสมัยกว่ากันเยอะ! พวกนางไม่มีใครมาก่อกวนวุ่นวาย ไม่มีใครมาคอยทำให้หนักใจ จึงมีเวลาฝึกฝนตนเองจนเก่งกาจ ข้าอยากเป็นสตรีเก่งกาจมากกว่ายอดหญิงงาม! ข้ามีความลับอย่างหนึ่งที่ท่านแม่บอกว่า...อย่าเอ็ดไป ท่านแม่ของข้าแม้จะดูอ่อนโยนใจดี ทว่าแท้จริงแล้วท่านแม่ฝึกฝนร่างกายฝึกฝนศิลปะการ
“ครับ ยาชนิดนี้มีกลิ่นเฉพาะตัว เพราะกลิ่นแรงมาก เวลาใครสักคนอยากใช้วางยาใคร ก็เลยมักผสมยาในเหล้าหมักผลไม้กลิ่นฉุนจัดหรืออาหารกลิ่นแรงๆ ถ้าท่านเจ้ากรมไม่เชื่อ ลองเอาน้ำชาพวกนี้ไปตรวจสอบดูก็ได้”คุยกันได้เท่านั้น พริสซิลล่าก็ถือห่อชาเข้ามายื่นให้บิดาเมื่อได้สูดกลิ่น
ยามเมื่อรถม้าขัดเงาประดับตราขุนเขาแฝดสามลูกเคลื่อนผ่าน ชาวเมืองต่างพร้อมใจหลีกทางให้ ทำราวกับรถม้าคันนี้เป็นราชรถที่ไม่ควรกรายใกล้ ทุกคนต่างรู้ว่าตราสัญลักษณ์นั้น คือตราประจำตระกูลวิลส์ตันความเคารพยำเกรงอันน่าอัศจรรย์นี้ไม่ได้ทำให้ไซรัสแปลกใจเท่าไหร่นัก ตรงก
นับตั้งแต่นาทีแรกที่รถม้าเคลื่อนผ่านประตูรั้วกว้างขวาง ไซรัสก็รู้สึกถึงความเงียบสงบอันหาได้ยากยิ่งในเมืองหลวงคฤหาสน์แกรนเทรนท์ที่ปรากฏแก่สายตาเขาในยามนี้ ไม่ใช่คฤหาสน์หลังโต รูปทรงโก้หรู เหมือนคฤหาสน์หลังอื่นๆ ในเมืองหลวงแห่งนี้โดยรวมแล้ว อาจจะพูดได้ว่า คฤหาสน์แกร
“ต้องแบบนี้สิ” พริสซิลล่าดีดตัวลุกจากที่นั่ง “เห็นนั่นไหมจ๊ะ” เจ้าหล่อนกรีดนิ้วชี้ไปที่ผ้าผืนสวยบนปลายกิ่งต้นไม้ใหญ่ ที่ขึ้นอยู่ใกล้ๆ ระเบียง“ต้นไม้เหรอคะ” อัยน์นาแกล้งถามพาซื่อ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเหมือนไม่เข้าใจอะไรเลยคงเพราะสีหน้าเธอดูไม่รู้เ







