แชร์

บทที่ 97

ผู้เขียน: Karawek House
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-28 18:27:29

“อยู่ที่นี่เราไม่เรียกต้นห้อง ไม่เรียกสาวใช้ ไม่เรียกคนรับใช้ ทุกคนอยู่ในฐานะพนักงานค่ะ” อัยน์นาอธิบาย “แต่ละคนจะมีหน้าที่รับผิดชอบคนละอย่าง ไม่ก้าวก่ายภาระการงานกันและกัน ไม่มีการใช้งานเกินหน้าที่”

“ฟังดูเป็นระบบแบบพ่อค้าพ่อขายเต็มที่เลยนะคะ” คนฟังออกความเห็นอย่างอดไม่ได้

อัยน์นาหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงฟังดูสบายๆ ดูสดใสจากใจจริง

“ก็ฉันเป็นภรรยาพ่อค้านี่คะ”

“แต่เป็นพ่อค้าที่มีความสามารถ แล้วก็สง่างามเสียยิ่งกว่าขุนนางคนไหน” มาธากล่าวแก้

พออีกฝ่ายพูดถึงไซรัสขึ้นมาแบบนี้ อัยน์นาก็เหมือนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี

แตกต่างจากมาธา ที่ดูเหมือนจะมีเรื่องอยากพูดเต็มไปหมด

“หลังจากคุณหนูขึ้นรถม้าออกจากบ้านมา ท่านผู้หญิงก็เรียกดิฉันเข้าไปพบ” มาธาเริ่มเล่า น้ำเสียงอัดอั้น “ท่านพูดไม่ทันจะจบ ดิฉันก็เดาได้ ว่าอยากกดดันให้ออกจากบ้าน ดิฉันก็เลยชิงลาออกมา”

“ตายจริง” อัยน์นาไม่ได้ตกใจ เธอรู้สึกแย่แทนมาธาต่างหาก มาธาทำงานอยู่ที่นั่นตั้งแต่ยังเล็ก อยู่มาตั้งแต่ก่อนที่เธอจะเกิดเสียอีก เรียกได้ว่าเป็นคนเก่าคนแก่คนหนึ่ง ต่อให้มาธาเคยเป็นต้นห้องให้เธอตามคำสั่งเจ้ากรมการเมืองแล้วอย่างไร นั่นใช่เหตุผลที่ท่านผู้หญิงควรแล้งน้ำใจถึงขนาดนี้เสียเมื่อไหร่

“คุณหนูรับดิฉันไว้ได้ไหมคะ”

“ได้สิคะ” คนโดนถามตอบรับทันที “ถึงไม่ขอฉันก็ต้องทาบทามอยู่แล้ว” นายหญิงคนใหม่ของอาณาจักรร้านค้ากุมมืออดีตต้นห้องแน่น คลี่ยิ้มให้

รอยยิ้มสดใสและกิริยาใส่ใจให้ความสำคัญที่คุณหนูปฏิบัติ ทำให้ดวงตามาธายิ่งฉายแววตื้นตัน

“ก่อนหน้านี้ ที่ฉันไม่ชวนก็เพราะยังไม่รู้ว่าที่นี่มีความเป็นอยู่ยังไง กลัวว่ามาธาจะไม่ชอบ”

“โธ่ คุณหนู”

“มาอยู่ด้วยกันที่นี่ก็ดีแล้ว ฉันเพิ่งจะสัมภาษณ์คนงานใหม่ไปเมื่อครู่ พรุ่งนี้จะไปบอกผลการสัมภาษณ์ทีละคน เราไปด้วยกันนะคะ”

“ทีละคนเลยเหรอคะ” มาธาออกจะแปลกใจในพฤติกรรมประหลาดนี้

อัยน์นารู้ดี ว่าถึงไม่ตอบ มาธาก็คงไม่ถามต่อ แต่เพราะอยากแบ่งปันเรื่องราวกับคนที่รู้สึกสนิทใจอย่างต้นห้องรายนี้ จึงสบตาอีกฝ่าย แล้วบอกด้วยแววตาเปล่งประกายสดใสอย่างที่แม้แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ทันรู้ว่าตัวเองมี

“ฉันอยากจะแสดงความจริงใจน่ะค่ะ อยากให้อีกฝ่ายเข้าใจ ว่าฉันไม่ได้มองเขาเป็นแค่คนรับใช้หรือคนงาน แต่ต้องการให้เขาเป็นเพื่อนตาย เป็นเพื่อนแท้ เป็นคนที่รักและให้เกียรติกัน”

ถ้อยคำเหล่านี้ ซึมซาบอาบลึกลงในใจมาธา ทำให้อดีตต้นห้องยิ่งตื้นตันใจจนถึงขั้นหลั่งน้ำตา

อัยน์นาช่วยซับน้ำตาให้อดีตต้นห้อง มือขยับไป ในใจก็เริ่มคิดว่าควรให้มาธานอนห้องไหน

พอคิดถึงห้องนอน ก็นึกถึงอีกเรื่องที่ควรหาทางหนีทีไล่เพิ่มขึ้นมาทันที

คิดอยู่ครู่หนึ่ง อัยน์นาก็ออกปากถามคนตรงหน้า “ถ้ายังไงช่วยย้ายเข้าวันนี้เลยได้ไหมคะ”

“วันนี้เลยเหรอคะ” มาธาทวนคำขอนั้น น้ำเสียงงุนงงเหมือนไม่เข้าใจว่าทำไมต้องรีบถึงขนาดนี้

“ที่นี่ไม่มีผู้หญิงเลยสักคน ฉันยังปรับตัวไม่ได้ก็เลยอึดอัดน่ะค่ะ” เธอรีบบอกข้ออ้างที่ฟังดูเข้าทีที่สุด

“จริงสิ...ย้ายเลยก็ดีนะคะ ดิฉันจะได้ช่วยดูแลคุณหนูอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า”

“อุตส่าห์บอกแล้วนะคะ ว่าที่นี่ไม่มีต้นห้อง ไม่มีสาวใช้”

“หลังจากนี้ทำให้ในฐานะคนงานหญิงที่สนิทสนมกับนายจ้างหญิงค่ะ” มาธาบอกแววตาเอาจริงเอาจังจนอัยน์นาไม่อยากขัด

“เอาอย่างนั้นก็ได้” เธอกุมมือมาธาแน่นขึ้น แล้วเปลี่ยนไปพูดเรื่องสำคัญที่อยากขอให้ช่วยทำให้ “คงเพราะเพิ่งย้ายที่อยู่ใหม่ ฉันก็เลยเครียดจนปวดหัวมัวหน้าเป็นพักๆ ขืนเป็นแบบนี้ คืนนี้คงนอนไม่หลับแน่...”

“คุณหนูอยากได้ยานอนหลับหรือสมุนไพรที่ช่วยให้หลับง่ายอีกเหรอคะ”

อัยน์นาส่ายหน้าเบาๆ “ของแบบนั้นยังมีเหลืออีกเยอะค่ะ ที่ฉันอยากได้เป็นกำยานกลิ่นสมุนไพรสูตรของซาเมียร์ต่างหาก ได้กลิ่นแล้วอาจจะผ่อนคลายขึ้น”

“เดี๋ยวดิฉันจะไปซื้อให้ค่ะ”

“ซื้อข้าวของเครื่องใช้ของตัวเองมาด้วยเลยนะคะ” อัยน์นาหยิบถุงเงินที่พกติดตัวส่งให้คนสนิท โดยไม่ลืมกำชับเรื่องสำคัญ “กลับมาให้ทันเวลาเข้านอนนะคะ ไม่ต้องกังวลเรื่องห้องพัก ฉันจะเตรียมทุกอย่างไว้รอ ขออย่างเดียว ถึงเวลาเข้านอนเมื่อไหร่ช่วยเข้าไปจุดกำยานให้ได้...ฉันจะรอ”

คำว่า ‘เข้าไปจุดกำยานให้ได้’ ทำให้มาธารู้สึกเอะใจไม่ต่างอะไรไปจากตอนช่วยเตรียมข้าวของในคืนเข้าหอ...

คืนนั้น อดีตต้นห้องสาวเป็นห่วง ว่าคุณหนูอาจแต่งงานโดยไม่เต็มใจก็เลยต้องพยายามวางยาสามี เป็นห่วงจนถึงขั้นนอนไม่หลับเลยทีเดียว มาคืนนี้ก็ดูเหมือนคุณหนูจะอยากให้มี ‘ใคร’ เข้าไปวุ่นวายในห้อง ตอนอยู่กับสามีเพียงลำพัง

แต่เพราะตอนนี้ คุณหนูที่ตนรักหมดหัวใจดูจะมีความสุขดี คนโดนสั่งจึงลบความสงสัยใคร่รู้ออกจากใจ แล้วตัดสินใจว่าจะทำตามที่คุณหนูสั่งต่อไป โดยไม่ปริปากถามอะไรให้วุ่นวาย

                ยิ่งเย็นย่ำน้ำค้างโปรย ย่านร้านค้าก็ยิ่งดูคึกคัก

                เวลานี้ ตามถนนหนทางสว่างไสวด้วยแสงไฟจากเสาโลหะประดับตะเกียงสีเหลืองนวล ในอากาศมีกลิ่นน้ำมันหอมระเหยฟุ้งกระจายไปทั่ว ชวนให้นึกถึงภาพทุ่งกุหลาบสีแดงจัด

                ไม่เพียงแต่ดูสวยงามและกรุ่นกลิ่นดอกไม้ ยิ่งความมืดโรยตัว เสียงพิณซาเมียร์หวานหูก็ยิ่งกังวานหวาน

                บริเวณนี้ยามค่ำคืนทั้งสวยงามและบรรยากาศดีเกินกว่าที่อัยน์นาคาดคิดมากมายนัก น่าขัดใจเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ตรงที่ ทั้งกลิ่นอายยวนเย้าที่อบอวลอยู่ในสายลมและเสียงพิณ ล้วนมาจากสถานเริงใจสำหรับผู้ชายซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม

                สถานเริงใจที่มีจุดขายตรงที่มีสตรีเชื้อสายซาเมียร์คอยให้บริการ...

นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่เธอรู้สึกโกรธและเจ็บอายอย่างลึกซึ้ง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 97

    “อยู่ที่นี่เราไม่เรียกต้นห้อง ไม่เรียกสาวใช้ ไม่เรียกคนรับใช้ ทุกคนอยู่ในฐานะพนักงานค่ะ” อัยน์นาอธิบาย “แต่ละคนจะมีหน้าที่รับผิดชอบคนละอย่าง ไม่ก้าวก่ายภาระการงานกันและกัน ไม่มีการใช้งานเกินหน้าที่”“ฟังดูเป็นระบบแบบพ่อค้าพ่อขายเต็มที่เลยนะคะ” คนฟังออกความเห็นอย่างอดไม่ได้อัยน์นาหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงฟังดูสบายๆ ดูสดใสจากใจจริง“ก็ฉันเป็นภรรยาพ่อค้านี่คะ”“แต่เป็นพ่อค้าที่มีความสามารถ แล้วก็สง่างามเสียยิ่งกว่าขุนนางคนไหน” มาธากล่าวแก้พออีกฝ่ายพูดถึงไซรัสขึ้นมาแบบนี้ อัยน์นาก็เหมือนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีแตกต่างจากมาธา ที่ดูเหมือนจะมีเรื่องอยากพูดเต็มไปหมด“หลังจากคุณหนูขึ้นรถม้าออกจากบ้านมา ท่านผู้หญิงก็เรียกดิฉันเข้าไปพบ” มาธาเริ่มเล่า น้ำเสียงอัดอั้น “ท่านพูดไม่ทันจะจบ ดิฉันก็เดาได้ ว่าอยากกดดันให้ออกจากบ้าน ดิฉันก็เลยชิงลาออกมา”“ตายจริง” อัยน์นาไม่ได้ตกใจ เธอรู้สึกแย่แทนมาธาต่างหาก มาธาทำงานอยู่ที่นั่นตั้งแต่ยังเล็ก อยู่มาตั้งแต่ก่อนที่เธอจะเกิดเสียอีก เรียกได้ว่าเป็นคนเก่าคนแก่คนหนึ่ง ต่อให้มาธาเคยเป็นต้นห้องให้เธอตามคำสั่งเจ้ากรมการเมืองแล้วอย่างไร นั่นใช่เหตุผลที่ท่านผู้หญิงควรแล้

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 96

    เมื่ออัยน์นาคล้อยหลัง ไซรัสก็ออกจากห้องนอน เดินลงบันได มุ่งหน้าเข้าหาห้องทำงานช่วงที่เดินผ่านห้องรับรองห้องใหญ่ซึ่งเวลานี้ปิดประตูแน่นสนิท เขาอดคิดไม่ได้ ว่านายหญิงคนใหม่ของอาคารหลังนี้คงไม่อยากให้เขาหรือใครเข้าไปรบกวน เพราะต้องการใช้บ่ายวันนี้เฟ้นหาคนงานหญิงคนใหม่ที่ตัวเองจะไว้ใจได้...ฟังจากที่เธอพูดวันนี้ เขาก็เดาออกทุกอย่างอัยน์นารู้แล้วว่าที่นี่วางระบบการทำงานไว้ลงตัวดีอยู่แล้ว จึงตระหนักว่าไม่ควรก้าวก่ายให้วุ่นวาย ทั้งอย่างนั้นก็เต็มใจจะรับคนงานหญิงเข้ามาตามที่เขาเสนออีกสองรายมองเผินๆ เหมือนจะทำเพื่อรักษาน้ำใจคนที่มาสมัครงาน และเป็นการถนอมน้ำใจ รับความปรารถนาดีจากเขาด้วยการยอมรับคนเข้ามาช่วยดูแลตัวเธอเองในเรื่องจุกจิก อาทิ การเตรียมน้ำให้อาบ การเตรียมเสื้อผ้า การช่วยแต่งตัวแต่งหน้า การคอยเป็นตัวกลางติดต่อระหว่างเธอกับใครต่อใครแต่เขาแน่ใจว่าไม่ใช่แบบนั้นด้วยลักษณะนิสัยอย่าง ‘คุณหนูอัยน์นา’ เอาเข้าจริงแล้ว สาวน้อยแรกแย้มนางนี้ ก็แค่อยากให้ที่นี่มีคนที่เรียกได้ว่าเป็นคนของตัวเองจริงๆ เสียบ้างพ่อค้าหนุ่มเดินเข้าห้องทำงาน ทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ตัวเดิมที่นั่งมาร่วมสองเดือนครึ่ง จ้อ

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 95

    ดูไซรัสจะแปลกใจไม่น้อยเพราะสิ่งที่เธอพูดเขาประคองร่างเธอให้หันหน้าเข้าหา จ้องลึกลงในตา“คนงานหญิง?”“ค่ะ” อัยน์นาตอบด้วยรอยยิ้มเหมือนเคย ทั้งที่ตอนนี้ นอกจากจะสงสัยว่าเขาจะถามทำไมแล้ว ในใจยังนึกหวั่นว่าเขาจะคิดอะไรพิเรนทร์ๆ ขึ้นมาจริงๆ “ทำไมเหรอคะ”“ทำไมถึงเรียกว่าคนงานหญิง”เพราะแววตาเขาดูสนใจใคร่รู้มากกว่าจะคิดอย่างอื่น อัยน์นาถึงค่อยผ่อนคลายลง“ก็ที่นี่ไม่มีคนรับใช้ชายไม่ใช่เหรอคะ” เธอคิดอย่างนี้จริงๆ “ในเมื่อที่นี่ไม่มีคนรับใช้ จะให้เรียกคนงานที่รับเข้ามาใหม่ว่าสาวใช้ได้ยังไงกัน ทั้งดูแปลกๆ ทั้งดูไม่ยุติธรรมยังไงก็ไม่รู้”“แต่ถ้าดูตามหน้าที่ ก็ควรเรียกสาวใช้ไม่ใช่รึ”“ถ้าดูจากสถานการณ์ของคุณ ฉันว่าไม่ควร คุณคงไม่อยากให้ทุกคนที่ทำงานที่นี่อยู่ก่อนแล้วกับคนที่จะรับเข้ามาใหม่เกิดสับสน วางตัวลำบาก หรือแบ่งแยกชนชั้นกันใช่ไหมคะ” บอกแล้ว เจ้าของร่างอ้อนแอ้นก็รีบเลื่อนมือขึ้นกุมมือแข็งแกร่ง แล้วกลับหลังหันตั้งใจจะพาตัวเองกับชายคนนี้ออกจากสถานการณ์ล่อแหลม แต่กลับโดนอีกฝ่ายดึงเข้าสวมกอดจากด้านหลัง “ภรรยารอบคอบอย่างนี้ เห็นทีต่อไปคงต้องรบกวนให้ช่วยดูแลเรื่องคนงานแทนซะแล้ว” ลมร้อนๆ ที่ราดร

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 94

    หลังร่วมโต๊ะอาหารกลางวันในห้องไม่ใหญ่ไม่เล็กบนชั้นสอง ไซรัสก็พาเธอเดินสำรวจอาณาจักรที่เขาครอบครองด้วยตัวเอง นัยว่าถ้าติดใจสงสัยเรื่องไหนให้ถามเขาได้เต็มที่ และอัยน์นาก็ยินดีใช้สิทธิ์นี้แม้จะรู้ดีว่าทุกสิ่งที่เขาพูดล้วนเป็นเพียงสิ่งที่เขาอยากให้เธอได้ยิน อยากรู้...ว่าเขาจะอธิบายข้อสงสัยยิบย่อยในใจเธออย่างไรบ้างเขาพาเธอเดินดูทุกอย่างไล่จากตึกแถวสามชั้นสองหลังที่เพิ่งซื้อ...ตึกแถวทั้งสองหลังที่ว่านี้ตั้งโอบรับตึกหลักซึ่งปลูกเป็นอาคารสี่ชั้นที่ใหญ่โตโอ่โถงกว่าอาคารจำนวนชั้นเท่ากันหลังอื่นๆ ถึงหนึ่งในสามเท่า มองภาพรวมจากลานน้ำพุแล้ว ตึกแถวสามชั้นทั้งสองหลังชวนให้นึกถึงภูเขาสองลูกย่อมที่หนุนอยู่หลังเขาลูกใหญ่ คำอธิบายที่หลุดลอดจากริมฝีปากไซรัสไม่มีอะไรน่าสนใจ พวกมันฟังดูเหมือนสิ่งที่พ่อครัวกับโทมัสและคนงานรายอื่นๆ เคยพูดไม่มีผิด ชวนให้เดาได้ว่าเขาน่าจะเคยอบรมผู้ติดตามและคนงานเกี่ยวกับการตอบคำถามเรื่องเหล่านี้ถัดจากด้านนอกตัวอาคารคือโถงกว้างที่ดัดแปลงเป็นร้านค้า อัยน์นาพบว่าไซรัสแบ่งพื้นที่ส่วนนี้เป็นสองส่วนเท่าๆ กัน ไม่ขาดไม่เกินแม้แต่น้อย ส่วนหนึ่งค้าขายแพรพรรณ มีโต๊ะให้คำปรึกษาเรื่องบริ

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 93

    อันที่จริง ก่อนที่จะแต่งงาน ท่านเจ้ากรมเรียกเธอเข้าไปคุยทุกเรื่องเกี่ยวกับ ‘ว่าที่ลูกเขย’ มาแล้ว และเธอก็ยืนยันไปแล้ว ว่าไม่ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็จะเลือกอาณาจักรนี้และพ่อบังเกิดเกล้าไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขาบอกว่าเป็นชนชั้นล่างในหมู่ชนชั้นล่างของอาณาจักรนี้ เรื่องที่บอกว่าเอาอัญมณีมาจากที่ไหน เรื่องที่บอกว่ารู้จักกับใครที่ไหนอย่างไรบ้าง ต้องการอะไร มีแผนการมีความคิดความอ่านแบบไหน กระทั่งข้อมูลทุกอย่างที่สืบค้นได้ด้วยตัวเอง ท่านเจ้ากรมก็บอกเธอหมดแล้วทุกเรื่อง“ท่านได้เล่าให้ฟังไหม ว่าอัญมณีในร้านนี้ มาจากไหน”“เรื่องนี้คุณพ่อไม่ได้พูดถึงหรอกค่ะ”ไซรัสค้นลึกลงในตาเธออัยน์นาคลี่ยิ้มอ่อนหวานให้คนตรงหน้า แน่ใจว่าเขาจะไม่พบร่องรอยอะไร “ทำไมจู่ๆ ถึงถามเรื่องพวกนี้ล่ะคะ”“เพราะฉันอยากรู้ ว่าต้องเริ่มเล่าอะไรต่อมิอะไรให้เธอฟังตั้งแต่ตรงไหน” บอกแล้ว คนพูดเหมือนจะไขทุกข้อข้องใจให้เธอวันนี้ ก็โอบเอว พาเธอเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวที่ตั้งอยู่ใกล้ที่สุด “อัญมณีทุกชิ้นที่เรามี มาจากแหล่งอัญมณีนอกอาณาจักร” เขาขยับริมฝีปากเล่า น้ำเสียงจริงจัง “พวกมันมาจากโพรงดินหลังแนวเขาทางตอนเหนือของอาณาจักรนี้...พ

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 92

    “นายท่านมีเรื่องอยากปรึกษานายหญิง...” ผู้จัดการร้านหนุ่มขยับริมฝีปากพูด หลังนิ่งงันไปชั่วครู่“พอจะรู้ไหมจ๊ะ ว่าเรื่องอะไร” เธอเจตนาถามลองเชิงไม่แปลกใจนักที่อีกฝ่ายเลือกคลี่ยิ้มน้อยๆ แล้วผายมือคล้ายเชื้อเชิญให้เธอเดินนำออกจากห้องครัว พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม “เชิญนายหญิงที่ห้องทำงานนายท่านดีกว่า นายท่านน่าจะตอบคำถามนี้ได้ดีกว่ามากนัก”คนคนนี้มีส่วนคล้ายคนน่าโมโหนั่นจริงๆ นั่นแหละอัยน์นาพยักหน้าน้อยๆ ให้อีกฝ่ายแทนการรับรู้ ก่อนก้าวขาเดินนำอย่างไม่รีบร้อน สองขาก้าวไป ในใจก็อดคิดไม่ได้ ว่าหลักการ ‘ดูนายให้ดูบ่าว’ ที่มีมาแต่โบราณช่างน่าอัศจรรย์นายบ่าวมักเรียนรู้จากกันและกัน...คนเราจะสนิทสนมรู้ใจกันได้ ต้องมีบางสิ่งคล้ายคลึงกัน...ทั้งๆ ที่เรื่องเหล่านี้เป็นเพียงหลักการง่ายๆ แต่กลับใช้ดูคนได้แม่นนักอัยน์นาก้าวขาเดินตามการชี้นำจากคนเดินตาม มุ่งหน้าเข้าหาสถานที่ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามีใครรออยู่ ไม่นานนักก็มาถึงห้องห้องหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวที่สุดทางเดินกรุพื้นและผนังสีดำสนิทแค่ดูจากข้างนอก เธอก็พอจะเดาออก ว่าห้องที่อยู่ด้านหลังประตูบานคู่สลักลายขนปีกสวยแปลกตาห้องนี้ กว้างขว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status