แชร์

บทที่ 96

ผู้เขียน: Karawek House
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-28 18:24:47

เมื่ออัยน์นาคล้อยหลัง ไซรัสก็ออกจากห้องนอน เดินลงบันได มุ่งหน้าเข้าหาห้องทำงาน

ช่วงที่เดินผ่านห้องรับรองห้องใหญ่ซึ่งเวลานี้ปิดประตูแน่นสนิท เขาอดคิดไม่ได้ ว่านายหญิงคนใหม่ของอาคารหลังนี้คงไม่อยากให้เขาหรือใครเข้าไปรบกวน เพราะต้องการใช้บ่ายวันนี้เฟ้นหาคนงานหญิงคนใหม่ที่ตัวเองจะไว้ใจได้...ฟังจากที่เธอพูดวันนี้ เขาก็เดาออกทุกอย่าง

อัยน์นารู้แล้วว่าที่นี่วางระบบการทำงานไว้ลงตัวดีอยู่แล้ว จึงตระหนักว่าไม่ควรก้าวก่ายให้วุ่นวาย ทั้งอย่างนั้นก็เต็มใจจะรับคนงานหญิงเข้ามาตามที่เขาเสนออีกสองราย

มองเผินๆ เหมือนจะทำเพื่อรักษาน้ำใจคนที่มาสมัครงาน และเป็นการถนอมน้ำใจ รับความปรารถนาดีจากเขาด้วยการยอมรับคนเข้ามาช่วยดูแลตัวเธอเองในเรื่องจุกจิก อาทิ การเตรียมน้ำให้อาบ การเตรียมเสื้อผ้า การช่วยแต่งตัวแต่งหน้า การคอยเป็นตัวกลางติดต่อระหว่างเธอกับใครต่อใคร

แต่เขาแน่ใจว่าไม่ใช่แบบนั้น

ด้วยลักษณะนิสัยอย่าง ‘คุณหนูอัยน์นา’ เอาเข้าจริงแล้ว สาวน้อยแรกแย้มนางนี้ ก็แค่อยากให้ที่นี่มีคนที่เรียกได้ว่าเป็นคนของตัวเองจริงๆ เสียบ้าง

พ่อค้าหนุ่มเดินเข้าห้องทำงาน ทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ตัวเดิมที่นั่งมาร่วมสองเดือนครึ่ง จ้องมองลิ้นชักที่ลงกุญแจไว้แน่นหนา...

จนถึงนาทีนี้ เขาค่อนข้างแน่ใจแล้ว ว่าต่อให้วันนี้เขาจะเปิดเผยอะไรมากขึ้น บุตรสาวเจ้ากรมการเมืองก็จะยังคงไม่ไว้ใจง่ายๆ ประกายจับจ้องหมองมั่นภายใต้ดวงตาอ่อนหวานยิ้มแย้มสีนิลคู่นั้นบ่งบอกทุกอย่างได้เป็นอย่างดี

หลายๆ เรื่องที่ผ่านมา ทำให้เธอมองว่าเขาเป็นอะไรที่ดูคล้ายศัตรูคู่แข่ง

ไม่ใช่ว่าเขาไม่มั่นใจว่าจะเปลี่ยนเรื่องนี้ไม่ไหว แต่สถานการณ์ตอนนี้กำลังเป็นใจ หากอยากเร่งมือทำตามแผนการที่วางไว้ ความไว้วางใจจากเจ้ากรมการเมืองย่อมเป็นสิ่งสำคัญ

ความไว้วางใจจากอัยน์นา เป็นสิ่งสำคัญ

คงต้องออกแรงสักหน่อยจริงๆ นั่นล่ะ

ท่ามกลางห้องกว้างแสนเงียบงัน ไซรัสไขกุญแจลิ้นชักที่เล็กที่สุดในกลุ่ม คว้ากระดาษที่ดูเก่าคร่ำคร่ากว่าปกติขึ้นมาบรรจงวาดแผนที่...

อัยน์นาใช้เวลาสัมภาษณ์ครู่ใหญ่ สุดท้ายก็คัดคนงานใหม่ได้เพียงรายเดียว

ผู้โชคดีที่ถูกเลือกรายนี้ ชื่อพยางค์เดียวสั้นๆ ว่า โรส อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ หน้าตาไม่ได้สะสวยโดดเด่นแต่แววตาซื่อใสฉายแววซื่อสัตย์เอาจริงเอาจัง เปี่ยมด้วยจริตความหยิ่งทะนง มั่นใจในตัวเองยิ่งกว่าใคร ทว่าตลอดระยะเวลาสัมภาษณ์งานก็พยายามสำรวมอ่อนน้อมแม้จะดูอึดอัดขัดเขิน แตกต่างจากคนอื่น ที่ถึงจะวางท่าทีพินอบพิเทา กิริยาอาการดูลื่นไหล จริตมารยาทสงบเสงี่ยม สีหน้าราบเรียบสมเป็นสาวใช้มืออาชีพ แต่ล้วนมีข้อบกพร่องที่เธอไม่ชอบใจคนละอย่างสองอย่าง

รายหนึ่งแววตาละโมบ ดูตื่นตาตื่นใจกับข้าวของเครื่องใช้ในห้องรับรองจนไม่น่าคบหา...คนละโมบเช่นนี้ย่อมซื้อได้ด้วยเงิน เก็บไว้ใช้งานอาจจะพอได้ แต่ไม่เหมาะจะเก็บไว้ข้างกายแน่นอน

อีกสองราย พูดจาฉะฉานฉลาดเฉลียว แต่ดูมีจริตมารยา ประจบเอาใจจนเกินพอดี...คนปากหวานช่างพูดช่างพลิกแพลงอย่างนี้ อาจจะหาความจริงใจได้ยากสักหน่อย ซาเมียร์มีภาษิตโบราณกล่าวไว้ว่า ‘ทานหวานนักมักจุกอกตาย’ สาวใช้ที่คอยแต่จะประจบเอาใจแบบนี้ มักทำให้คนเป็นเจ้านายเผลอบ่มเพาะความประมาท ขาดสติ และความหลงตัวเองได้ง่ายๆ   

อีกสองรายสุดท้าย ดีไปหมดทุกอย่าง เสียอยู่อย่างตรงที่ดูขี้กลัวกว่าใคร แค่แกล้งขู่แกล้งแหย่ก็ตกใจแตกตื่น เก็บอาการประหม่าอย่างไรก็เก็บไม่ลง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเก็บความลับไม่ได้อย่างแน่นอน

เมื่อแน่ใจว่าตัวเองต้องการให้ใครมาอยู่ข้างๆ อัยน์นาก็ขยับริมฝีปากรูปกระจับ บอกทุกคนที่มาสมัครงาน น้ำเสียงสุภาพ อ่อนหวาน

“วันนี้รบกวนให้ทุกคนต้องมาถึงนี้ ขอบคุณทุกคนมากนะคะ” เธอสบสายตาแต่ละคน ดวงตาฉายแววจริงใจ “ที่นี่ไม่มีคนงานหญิงเลยสักคน เรื่องจะรับผู้หญิงเข้าทำงานก็เลยเป็นเรื่องใหญ่...”

“คุณผู้หญิงจะไม่รับเราไว้เหรอคะ” โรสโพล่งออกมาเสียงดังลั่น

ปฏิกิริยานี้ ไม่ได้ทำให้นายหญิงคนใหม่อยากเก็บโรสไว้ใกล้ตัวน้อยลง ทั้งยังไม่ได้นึกขำหรือนึกเย้ยหยันเหมือนที่หญิงสาวคนอื่นๆ ในห้องรู้สึกแล้วเผลอแสดงออกให้เห็น

ตรงกันข้าม เรื่องนี้กลับยิ่งทำให้อัยน์นาชอบว่าที่คนงานหญิงคนใหม่มากขึ้น

“ถ้ายังไง ฉันขอเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาสามีก่อน ได้ความว่ายังไง จะรีบติดต่อไปทันที” อัยน์นาบอกน้ำเสียงเปี่ยมเมตตา ก่อนหันไปบอกให้โทมัสเป็นธุระส่งทุกคนกลับ เป็นนัยให้ทุกคนรู้ว่าจะไม่มีการพูดคุยอะไรในห้องนี้อีกแล้ว

ได้แค่คนเดียว... นายหญิงคนใหม่ยกแก้วชาเปลือกส้มขึ้นจิบ อดคิดไม่ได้ว่า การเฟ้นหาคนที่ถูกชะตาและไว้ใจได้ช่างยากนัก

ตอนนี้เธอนึกถึงต้นห้องที่เคยหัวเราะและร้องไห้ไปพร้อมๆ กับเธอขึ้นมา เริ่มเสียใจที่มัวคิดเรื่องอื่นจนลืมคนใกล้ตัว ไม่ได้พูดจาทาบทามชวนมาธาให้มาอยู่ด้วยกัน

ถ้าไปทาบทามตอนนี้จะดูน่าเกลียดหรือเปล่านะ...?

“นายหญิง มีสาวใช้จากจวนเจ้ากรมการเมืองมาขอพบขอรับ”

เสียงรายงานสั้นๆ จากคนงานที่เธอไม่รู้จักชื่อ ทำให้อัยน์นารู้สึกว่าเรื่องราวช่างประจวบเหมาะ จึงอดคิดไม่ได้ว่าคนที่มา อาจจะเป็นคนที่นึกถึง

“รีบพามาที่นี่” เธอวางแก้วชา แล้วรอคอย

พอเห็นว่าคนที่เดินเข้าห้องมาเป็นมาธาเท่านั้น ก็รีบลุกเดินไปสวมกอดด้วยรอยยิ้ม ทำเอามาธาตกใจ ทำอะไรไม่ถูก

“เอ่อ...ดิฉันได้ข่าวว่าคุณหนูรับสาวใช้...” มาธาออกปากอย่างเคอะเขิน

“คนงานหญิงค่ะ” อัยน์นากล่าวแก้ แล้วจูงมืออดีตต้นห้องไปนั่งข้างเคียงกัน

“ยังไงนะคะ” มาธากระพริบตาน้อยๆ แม้จะเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นชั่ววินาที แต่นี่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าสาวใช้ที่ได้รับการอบรมมาอย่างดีอย่างมาธาประหลาดใจไม่น้อย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 97

    “อยู่ที่นี่เราไม่เรียกต้นห้อง ไม่เรียกสาวใช้ ไม่เรียกคนรับใช้ ทุกคนอยู่ในฐานะพนักงานค่ะ” อัยน์นาอธิบาย “แต่ละคนจะมีหน้าที่รับผิดชอบคนละอย่าง ไม่ก้าวก่ายภาระการงานกันและกัน ไม่มีการใช้งานเกินหน้าที่”“ฟังดูเป็นระบบแบบพ่อค้าพ่อขายเต็มที่เลยนะคะ” คนฟังออกความเห็นอย่างอดไม่ได้อัยน์นาหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงฟังดูสบายๆ ดูสดใสจากใจจริง“ก็ฉันเป็นภรรยาพ่อค้านี่คะ”“แต่เป็นพ่อค้าที่มีความสามารถ แล้วก็สง่างามเสียยิ่งกว่าขุนนางคนไหน” มาธากล่าวแก้พออีกฝ่ายพูดถึงไซรัสขึ้นมาแบบนี้ อัยน์นาก็เหมือนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีแตกต่างจากมาธา ที่ดูเหมือนจะมีเรื่องอยากพูดเต็มไปหมด“หลังจากคุณหนูขึ้นรถม้าออกจากบ้านมา ท่านผู้หญิงก็เรียกดิฉันเข้าไปพบ” มาธาเริ่มเล่า น้ำเสียงอัดอั้น “ท่านพูดไม่ทันจะจบ ดิฉันก็เดาได้ ว่าอยากกดดันให้ออกจากบ้าน ดิฉันก็เลยชิงลาออกมา”“ตายจริง” อัยน์นาไม่ได้ตกใจ เธอรู้สึกแย่แทนมาธาต่างหาก มาธาทำงานอยู่ที่นั่นตั้งแต่ยังเล็ก อยู่มาตั้งแต่ก่อนที่เธอจะเกิดเสียอีก เรียกได้ว่าเป็นคนเก่าคนแก่คนหนึ่ง ต่อให้มาธาเคยเป็นต้นห้องให้เธอตามคำสั่งเจ้ากรมการเมืองแล้วอย่างไร นั่นใช่เหตุผลที่ท่านผู้หญิงควรแล้

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 96

    เมื่ออัยน์นาคล้อยหลัง ไซรัสก็ออกจากห้องนอน เดินลงบันได มุ่งหน้าเข้าหาห้องทำงานช่วงที่เดินผ่านห้องรับรองห้องใหญ่ซึ่งเวลานี้ปิดประตูแน่นสนิท เขาอดคิดไม่ได้ ว่านายหญิงคนใหม่ของอาคารหลังนี้คงไม่อยากให้เขาหรือใครเข้าไปรบกวน เพราะต้องการใช้บ่ายวันนี้เฟ้นหาคนงานหญิงคนใหม่ที่ตัวเองจะไว้ใจได้...ฟังจากที่เธอพูดวันนี้ เขาก็เดาออกทุกอย่างอัยน์นารู้แล้วว่าที่นี่วางระบบการทำงานไว้ลงตัวดีอยู่แล้ว จึงตระหนักว่าไม่ควรก้าวก่ายให้วุ่นวาย ทั้งอย่างนั้นก็เต็มใจจะรับคนงานหญิงเข้ามาตามที่เขาเสนออีกสองรายมองเผินๆ เหมือนจะทำเพื่อรักษาน้ำใจคนที่มาสมัครงาน และเป็นการถนอมน้ำใจ รับความปรารถนาดีจากเขาด้วยการยอมรับคนเข้ามาช่วยดูแลตัวเธอเองในเรื่องจุกจิก อาทิ การเตรียมน้ำให้อาบ การเตรียมเสื้อผ้า การช่วยแต่งตัวแต่งหน้า การคอยเป็นตัวกลางติดต่อระหว่างเธอกับใครต่อใครแต่เขาแน่ใจว่าไม่ใช่แบบนั้นด้วยลักษณะนิสัยอย่าง ‘คุณหนูอัยน์นา’ เอาเข้าจริงแล้ว สาวน้อยแรกแย้มนางนี้ ก็แค่อยากให้ที่นี่มีคนที่เรียกได้ว่าเป็นคนของตัวเองจริงๆ เสียบ้างพ่อค้าหนุ่มเดินเข้าห้องทำงาน ทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ตัวเดิมที่นั่งมาร่วมสองเดือนครึ่ง จ้อ

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 95

    ดูไซรัสจะแปลกใจไม่น้อยเพราะสิ่งที่เธอพูดเขาประคองร่างเธอให้หันหน้าเข้าหา จ้องลึกลงในตา“คนงานหญิง?”“ค่ะ” อัยน์นาตอบด้วยรอยยิ้มเหมือนเคย ทั้งที่ตอนนี้ นอกจากจะสงสัยว่าเขาจะถามทำไมแล้ว ในใจยังนึกหวั่นว่าเขาจะคิดอะไรพิเรนทร์ๆ ขึ้นมาจริงๆ “ทำไมเหรอคะ”“ทำไมถึงเรียกว่าคนงานหญิง”เพราะแววตาเขาดูสนใจใคร่รู้มากกว่าจะคิดอย่างอื่น อัยน์นาถึงค่อยผ่อนคลายลง“ก็ที่นี่ไม่มีคนรับใช้ชายไม่ใช่เหรอคะ” เธอคิดอย่างนี้จริงๆ “ในเมื่อที่นี่ไม่มีคนรับใช้ จะให้เรียกคนงานที่รับเข้ามาใหม่ว่าสาวใช้ได้ยังไงกัน ทั้งดูแปลกๆ ทั้งดูไม่ยุติธรรมยังไงก็ไม่รู้”“แต่ถ้าดูตามหน้าที่ ก็ควรเรียกสาวใช้ไม่ใช่รึ”“ถ้าดูจากสถานการณ์ของคุณ ฉันว่าไม่ควร คุณคงไม่อยากให้ทุกคนที่ทำงานที่นี่อยู่ก่อนแล้วกับคนที่จะรับเข้ามาใหม่เกิดสับสน วางตัวลำบาก หรือแบ่งแยกชนชั้นกันใช่ไหมคะ” บอกแล้ว เจ้าของร่างอ้อนแอ้นก็รีบเลื่อนมือขึ้นกุมมือแข็งแกร่ง แล้วกลับหลังหันตั้งใจจะพาตัวเองกับชายคนนี้ออกจากสถานการณ์ล่อแหลม แต่กลับโดนอีกฝ่ายดึงเข้าสวมกอดจากด้านหลัง “ภรรยารอบคอบอย่างนี้ เห็นทีต่อไปคงต้องรบกวนให้ช่วยดูแลเรื่องคนงานแทนซะแล้ว” ลมร้อนๆ ที่ราดร

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 94

    หลังร่วมโต๊ะอาหารกลางวันในห้องไม่ใหญ่ไม่เล็กบนชั้นสอง ไซรัสก็พาเธอเดินสำรวจอาณาจักรที่เขาครอบครองด้วยตัวเอง นัยว่าถ้าติดใจสงสัยเรื่องไหนให้ถามเขาได้เต็มที่ และอัยน์นาก็ยินดีใช้สิทธิ์นี้แม้จะรู้ดีว่าทุกสิ่งที่เขาพูดล้วนเป็นเพียงสิ่งที่เขาอยากให้เธอได้ยิน อยากรู้...ว่าเขาจะอธิบายข้อสงสัยยิบย่อยในใจเธออย่างไรบ้างเขาพาเธอเดินดูทุกอย่างไล่จากตึกแถวสามชั้นสองหลังที่เพิ่งซื้อ...ตึกแถวทั้งสองหลังที่ว่านี้ตั้งโอบรับตึกหลักซึ่งปลูกเป็นอาคารสี่ชั้นที่ใหญ่โตโอ่โถงกว่าอาคารจำนวนชั้นเท่ากันหลังอื่นๆ ถึงหนึ่งในสามเท่า มองภาพรวมจากลานน้ำพุแล้ว ตึกแถวสามชั้นทั้งสองหลังชวนให้นึกถึงภูเขาสองลูกย่อมที่หนุนอยู่หลังเขาลูกใหญ่ คำอธิบายที่หลุดลอดจากริมฝีปากไซรัสไม่มีอะไรน่าสนใจ พวกมันฟังดูเหมือนสิ่งที่พ่อครัวกับโทมัสและคนงานรายอื่นๆ เคยพูดไม่มีผิด ชวนให้เดาได้ว่าเขาน่าจะเคยอบรมผู้ติดตามและคนงานเกี่ยวกับการตอบคำถามเรื่องเหล่านี้ถัดจากด้านนอกตัวอาคารคือโถงกว้างที่ดัดแปลงเป็นร้านค้า อัยน์นาพบว่าไซรัสแบ่งพื้นที่ส่วนนี้เป็นสองส่วนเท่าๆ กัน ไม่ขาดไม่เกินแม้แต่น้อย ส่วนหนึ่งค้าขายแพรพรรณ มีโต๊ะให้คำปรึกษาเรื่องบริ

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 93

    อันที่จริง ก่อนที่จะแต่งงาน ท่านเจ้ากรมเรียกเธอเข้าไปคุยทุกเรื่องเกี่ยวกับ ‘ว่าที่ลูกเขย’ มาแล้ว และเธอก็ยืนยันไปแล้ว ว่าไม่ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็จะเลือกอาณาจักรนี้และพ่อบังเกิดเกล้าไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขาบอกว่าเป็นชนชั้นล่างในหมู่ชนชั้นล่างของอาณาจักรนี้ เรื่องที่บอกว่าเอาอัญมณีมาจากที่ไหน เรื่องที่บอกว่ารู้จักกับใครที่ไหนอย่างไรบ้าง ต้องการอะไร มีแผนการมีความคิดความอ่านแบบไหน กระทั่งข้อมูลทุกอย่างที่สืบค้นได้ด้วยตัวเอง ท่านเจ้ากรมก็บอกเธอหมดแล้วทุกเรื่อง“ท่านได้เล่าให้ฟังไหม ว่าอัญมณีในร้านนี้ มาจากไหน”“เรื่องนี้คุณพ่อไม่ได้พูดถึงหรอกค่ะ”ไซรัสค้นลึกลงในตาเธออัยน์นาคลี่ยิ้มอ่อนหวานให้คนตรงหน้า แน่ใจว่าเขาจะไม่พบร่องรอยอะไร “ทำไมจู่ๆ ถึงถามเรื่องพวกนี้ล่ะคะ”“เพราะฉันอยากรู้ ว่าต้องเริ่มเล่าอะไรต่อมิอะไรให้เธอฟังตั้งแต่ตรงไหน” บอกแล้ว คนพูดเหมือนจะไขทุกข้อข้องใจให้เธอวันนี้ ก็โอบเอว พาเธอเดินไปนั่งเก้าอี้ตัวที่ตั้งอยู่ใกล้ที่สุด “อัญมณีทุกชิ้นที่เรามี มาจากแหล่งอัญมณีนอกอาณาจักร” เขาขยับริมฝีปากเล่า น้ำเสียงจริงจัง “พวกมันมาจากโพรงดินหลังแนวเขาทางตอนเหนือของอาณาจักรนี้...พ

  • เล่ห์รักเจ้าชายอสูร   บทที่ 92

    “นายท่านมีเรื่องอยากปรึกษานายหญิง...” ผู้จัดการร้านหนุ่มขยับริมฝีปากพูด หลังนิ่งงันไปชั่วครู่“พอจะรู้ไหมจ๊ะ ว่าเรื่องอะไร” เธอเจตนาถามลองเชิงไม่แปลกใจนักที่อีกฝ่ายเลือกคลี่ยิ้มน้อยๆ แล้วผายมือคล้ายเชื้อเชิญให้เธอเดินนำออกจากห้องครัว พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม “เชิญนายหญิงที่ห้องทำงานนายท่านดีกว่า นายท่านน่าจะตอบคำถามนี้ได้ดีกว่ามากนัก”คนคนนี้มีส่วนคล้ายคนน่าโมโหนั่นจริงๆ นั่นแหละอัยน์นาพยักหน้าน้อยๆ ให้อีกฝ่ายแทนการรับรู้ ก่อนก้าวขาเดินนำอย่างไม่รีบร้อน สองขาก้าวไป ในใจก็อดคิดไม่ได้ ว่าหลักการ ‘ดูนายให้ดูบ่าว’ ที่มีมาแต่โบราณช่างน่าอัศจรรย์นายบ่าวมักเรียนรู้จากกันและกัน...คนเราจะสนิทสนมรู้ใจกันได้ ต้องมีบางสิ่งคล้ายคลึงกัน...ทั้งๆ ที่เรื่องเหล่านี้เป็นเพียงหลักการง่ายๆ แต่กลับใช้ดูคนได้แม่นนักอัยน์นาก้าวขาเดินตามการชี้นำจากคนเดินตาม มุ่งหน้าเข้าหาสถานที่ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามีใครรออยู่ ไม่นานนักก็มาถึงห้องห้องหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวที่สุดทางเดินกรุพื้นและผนังสีดำสนิทแค่ดูจากข้างนอก เธอก็พอจะเดาออก ว่าห้องที่อยู่ด้านหลังประตูบานคู่สลักลายขนปีกสวยแปลกตาห้องนี้ กว้างขว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status