LOGINย้อนกลับไป 5 ปีก่อน
@งานโรงเรียน กิจกรรมวันนี้เป็นงานดนตรีของโรงเรียน แล้วก็มีชมรมดนตรีหลาย ๆ โรงเรียนมาร่วมประกวด เพื่อแข่งขันเป็นวงดนตรีของรายการดัง เสียงกรี๊ดดังสนั่นไปทั่วโรงเรียน เมื่อวงดนตรีที่ชื่นชอบ ขึ้นไปแสดงโชว์ บนเวทีด้วยท่าทางที่สุดเท่ "กรี้ดดดดดดดด" "ปลายแกจะกรี๊ดอะไรขนาดนั้นเนี่ย" "แกก็ดูสิน้ำชา ภีมหล่อมากกกก" "ใครเหรอ" ดวงตากลม ก็เหลือบมองตามที่เพื่อนบอก ซึ่งเธอไม่ได้เป็นคนที่สนใจอะไรแบบนี้อยู่แล้ว ก็เลยไม่รู้จักว่าคนที่อยู่บนเวทีคือใครบ้าง "ก็คนที่ตีกลองอยู่ไง" "ไม่เห็นรู้จักเลย" เธอเพ่งมองอีกครั้ง แต่ด้วยที่ระยะที่ไกลมาก ว่าคนที่เพื่อนเธอพูดถึงหน้าตาเป็นยังไง "แกจะไม่รู้จักได้ยังไง ภีมเขาฮอตมากนะ พึ่งย้ายโรงเรียนมาตอน ม.5 นี่เอง" "ไม่รู้จักอ่ะฉันไม่ได้สนใจ" หญิงสาวพูดอย่างไม่สนใจ แต่ก็ยังโยกตามจังหวะเพลงไปพร้อมกับเพื่อน "เห็นว่ารู้จักกับนาบีด้วยนะ" "แต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องรู้จักไหมยัยปลาย" "แกดูสิภีมลุกมาแล้ว" ปลายแสดงท่าทางตื่นเต้นด้วยการเขย่าแขนเธอแรง ๆ นรีกุลก็มองตามที่เพื่อนบอกอีกครั้ง คราวนี้ได้เห็นหน้าเขาชัดขึ้น เธอก็รู้สึกตกตะลึงเหมือนกัน เพราะเขาหล่อเป็นสเปคแบบที่เธอชอบเหมือนกัน และเป็นจังหวะที่เขาก็หันมามองตาเธอพอดี เขาจ้องเธอพร้อมกับยิ้มมุมปากอย่างพอใจ จนเธอต้องหลบสายตาคู่นั้นด้วยความรู้สึกที่ประหม่า แบบไม่เคยเป็นมาก่อน "สวัสดีสาว ๆ หนุ่ม ๆ ทุกคนครับ ยินดีต้อนรับทุกคนสู่โลกดนตรี และวงดนตรีของพวกเรา ' The Devil ครับ" เมื่อจบประโยคเสียงปรบมือ พร้อมกับเสียงกรี๊ด ก็ดังขึ้นมากกว่าเดิม "วันนี้ขอฝากตัว และฝากหัวใจไว้กับทุกคนด้วยนะครับ โดยเฉพาะวันนี้วงของเรามีสุดหล่อขึ้นมาร่วมแจมด้วย คาดว่าหลายคนก็คงรู้จัก สำหรับคนนี้ ภีม ครับ" "กรี้ดดดดดดดดด" "สวัสดีทุกคนครับ ผมภีม" คนหล่อก็พูดขึ้นอย่างมีเสน่ห์ สายตาคมกวาดไปมองหลายคนที่มากรี๊ดกร๊าดเขาอยู่หน้าเวที แต่ก็ต้องหยุดชะงักที่ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่มองเขาตาไม่กระพริบอยู่ "น้ำชา ๆ ภีมมองฉันด้วย แกเห็นไหม" "เหรอ อ่อ ๆ เห็น" แต่ถ้าไม่หลงตัวเอง เธอก็คิดว่าคนที่เขามองคือเธอมากกว่า แต่ก็ไม่อยากขัดอะไรเพื่อนในตอนที่กำลังรู้สึกดีอยู่ "เขาหล่อมากเลย สเปคฉัน" ปลายพูดขึ้นอย่างคนที่คลั่งไคล้ "อือ จบแล้วนี่ ไปกันเลยไหม" "เดี๋ยวก่อนสิ แกช่วยถือนี่หน่อย" "ช็อกโกแลต?" "ใช่ เดี๋ยวฉันจะเอาไปฝากภีม แกไปกับฉันนะ" "ได้ยังไงล่ะ ฉันก็รู้สึกแปลก ๆ นะ แกไปของแกเองเถอะ" "แกอ่ะ" "รีบ ๆ ไปเถอะ ฉันจะรออยู่แถวนี้" "เอาแบบนั้นก็ได้ แต่ฉันมีมาฝากแกด้วยนะ อันนี้ของแก" ปลายก็พูดพร้อมกับยื่นกล่องช็อกโกแลตให้ และทั้งสองอันก็ดูเหมือนกันมาก "ขอบใจแกมากนะ" "งั้นฉันรีบไปเดี๋ยวมา" "อือ" เธอก็ตอบรับพร้อมกับถือช็อกโกแลตนั้นไว้ แล้วก็พลิกดูไปมา ปรากฏว่าเห็นข้อความ ที่เพื่อนเธอเขียนเอาไว้ 'เราชอบภีมนะ ชอบมาก ชอบตั้งนานแล้ว' "ยัยปลายนี่เพี้ยนอีกแล้ว แล้วกล่องนั้นเขียนว่าอะไรเนี่ย" เธอก็พูดพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ ในความโก๊ะของเพื่อนตัวเอง เมื่อจบงานดนตรี ทุกคนก็ต่างแยกย้ายและเดินออกมากัน นรีกุลก็ยืนรอเพื่อนสักพักใหญ่ เมื่อเห็นว่ายังไม่มาสักที ก็เลยตัดสินใจเดินเข้าไปตามหา ที่หลังเวที แต่เดินวนหายังไงก็ไม่เจอ "อื้ออออ วายพอแล้ว" "ฟอดดด วายคิดถึงปลายนะ" "ไม่ต้องมาพูดดี เราเลิกกันแล้ว" "ไม่ วายไม่เลิก ปลายเลิกของปลายคนเดียว" นรีกุลที่ได้ยินแบบนั้น เธอก็อึ้งไปทันที เพื่อนสาวที่ดูจะใสซื่อ ทำไมถึงยืนจูบกับผู้ชายที่มุมห้องแบบนั้น และเสียงผู้ชายคนนั้นก็ไม่คุ้นด้วย พอรู้สึกถึงอะไรที่ไม่ดี เธอก็รีบเดินหันหลังถอยออกไป ตุ๊บ! แต่ในตอนนั้นเอง ก็เดินชนกับผู้ชายคนนึงเข้า จนเธอเกือบจะเซล้ม แต่เขาก็ดึงร่างเล็กนั้นไว้ก่อน แต่ของที่เธอถืออยู่ ก็หลุดมือและร่วงลงไป "เป็นอะไรหรือเปล่า" เสียงทุ้มหล่อก็ถามขึ้น "..." เธอก็ยิ่งตกใจมากกว่าเดิม เมื่อคนที่ดึงร่างเธอไว้ คือผู้ชายคนนั้น ภีม หนุ่มหล่อสุดฮอตที่อยู่บนเวที "เธอเป็นอะไรหรือเปล่า" "ปะ...เปล่า ๆ" "แล้วเธอเข้ามาทำอะไรที่นี่" เขาถามอย่างไม่เข้าใจ เพราะหลังเวทีเป็นที่ส่วนตัวของนักดนตรี ปกติก็ไม่ได้อนุญาตให้ใครเข้ามา "เอ่อ..." "แล้วนี่อะไร" แล้วเขาก็เหลือบไปเห็นกล่องช็อกโกแลตที่เธอถือมาด้วย "..." แล้วเธอก็ต้องหลบตาเขา เมื่อเห็นว่าเขาหยิบกล่องช็อกโกแลตนั้นขึ้นมา และอ่านข้อความที่อยู่บนกล่อง พร้อมกับคิ้วขมวด "นี่เธอ..." "เอ่อ...คือ ฉัน..." แล้วเธอก็ไม่รู้จะตอบยังไง เหมือนวันนี้จะเป็นคราวซวย เขาจะคิดยังไง "'เราชอบภีมนะ ชอบมาก ชอบตั้งนานแล้ว' นี่เธอชอบฉันเหรอ?" "มะ...ไม่ใช่นะ มันไม่ใช่แบบนั้น" เธอรีบปฏิเสธอย่างทำตัวไม่ถูก เขาต้องคิดว่าเธอคลั่งรักเขามาก จนต้องเอาของขวัญมาให้ถึงในนี้แน่นอน "ไม่ใช่แบบนี้แล้วยังไง" เขายิ้มมุมปากอย่างชอบใจ เพราะปกติก็มีผู้หญิงมาชอบเขาเยอะมาก แล้วก็จะทำแบบที่เธอทำ แต่ก็แปลกที่เธอดูลุกลี้ลุกลน ต่างจากทุกคนที่เขาเจอ "นะ...น้ำชา" ปลายที่เห็นแบบนั้น ก็ตกใจตาเบิกกว้าง เพราะด้วยที่ตัวเองเพิ่งคืนดีกับแฟนหนุ่ม ถ้าเขาเห็นว่า เธอมาบอกชอบผู้ชายคนอื่นแบบนี้ ต้องแย่แน่นอนเลย "ปลาย แกมาก็ดีแล้ว นี่แกมา..." "อ่อ ภีมคนนี้ใช่ไหม ที่แกจะมาบอกชอบอ่ะน้ำชา" "แกว่าอะไรนะปลาย" เธอก็รีบถามทันทีเมื่อเพื่อนพูดมาแบบนั้น "เพื่อนปลายชอบไอ้ภีมเหรอ" วายก็ถามขึ้น "ใช่ ๆ นี่แกก็เจอภีมแล้วนี่น้ำชา แกบอกชอบภีมไปหรือยัง" "แกพูดอะไรของแกยัยปลาย" นรีกุลก็กระซิบถาม พร้อมกับหยิกแขนปลายเบา ๆ "น้ำชา แกช่วยฉันหน่อยนะ คนนี้วายแฟนฉัน" "ยัยบ้า!" "นะ ๆ ถ้าวายรู้ ว่าฉันมาชอบภีม ฉันต้องแย่แน่ ๆ" "โห นี่มาบอกชอบแบบนี้เลยเหรอ" หลายคนที่อยู่ตรงนั้นพอได้ยิน ก็ต่างพากันแซวและหัวเราะอย่างชอบใจ เพราะสำหรับพวกเขามันก็คือเรื่องปกติ และก็ไม่เห็นภวัตจะสนใจใครด้วย "ฉะ...ฉันไปก่อนนะ" ด้วยความที่เริ่มมีคนมองเยอะ นรีกุลก็รู้สึกเขินอายมาก จนต้องรีบวิ่งออกไปจากหลังเวที "หึ" ภวัตได้แต่ยิ้มมุมปากอย่างชอบใจ ผู้หญิงคนนี้ น่ารักแบบไม่ต้องพยายาม และเธอก็สะดุดตาเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ช่างน่ารักจริง ๆ หลายวันต่อมา พอมาถึงโรงเรียน สายตาหลายคู่ก็จับจ้องมาที่นรีกุล พร้อมกับมองด้วยท่าทีแปลก ๆ จนเธอรู้สึกทำตัวไม่ถูก "น้ำชา..." "นังปลาย!" "อือ ฉันขอโทษแกจริง ๆ นะ คือตอนที่ฉันกำลังจะไปหาภีม วายก็มาง้อฉันพอดี" "แกมันบ้าที่สุดเลยปลาย ฉันนะทั้งอายทั้งเสียหน้า ไม่รู้ว่าคนอื่นจะคิดยังไงกันหมดแล้วเนี่ย" เธอพูดพร้อมกับเอามือปิดหน้าด้วยความรู้สึกที่อาย แล้วก็ยังงงกับสิ่งที่เจออยู่ "เดี๋ยวคนเขาก็คงลืม ฉันขอโทษ ๆ" "เห้อ แต่แกอย่าทำแบบนี้อีกนะ ฉันรู้สึกขายหน้ามาก โอ๊ยยยนี่ฉันนะ โดนเข้าใจผิด ไปบอกชอบผู้ชายแบบนั้นมันใช่ที่ไหน" "น้ำชา! ถ้าภีมชอบแกขึ้นมา ฉันก็สนับสนุนนะ และฉันก็คิดว่าเป็นแบบนั้น" ปลายกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ พร้อมกับยื่นสิ่งที่เห็นในโทรศัพท์ ให้เพื่อนรักดู "..." ภวัตถ่ายรูปช็อกโกแลตที่ได้รับ พร้อมกับข้อความที่โน๊ตไว้ 'เราชอบภีมนะ ชอบมาก ชอบตั้งนานแล้ว' ลงในโซเชียลมีเดีย เขามีคนติดตามอยู่เป็นแสน เขียนแคปชั่นว่า 'ขอบคุณนะ ชอบเหมือนกัน' (อิโมจิแก้วน้ำชา :) "กรี๊ดดดดดด น้ำชา! ภีมเขาชอบแก" "..." แล้วเธอก็ปิดหน้าเพราะความเขินอีกครั้ง นี่เขาคิดแบบนั้นจริง ๆ เหรอ หนุ่มฮอตอย่างเขาเนี่ยนะ จะมาชอบผู้หญิงธรรมดา ๆ แบบเธอเหรอ ยิ่งคิดแบบนั้นก็ได้แต่กรี๊ดในใจ ให้ดังที่สุดเท่าที่จะดังได้ไม่นานผู้ชายร่างสูงโปร่งแต่งตัวดี และดูมีภูมิฐานสองคนก็เดินเข้ามา เขาสองคนเป็นฝาแฝดที่เหมือนกันอย่างกับแกะ ทั้งคู่นั่งลงตรงข้าม เธอเองก็ไม่กล้าสบตาเท่าไหร่นัก เพียงแต่เหลือบมอง แล้วก็ก้มลงสนใจอาหารที่จัดเรียงไว้อย่างสวยงาม"มาช้ากันนะ""ขอโทษครับพ่อ รถติดนิดหน่อย" ภูมิก็พูดขึ้น แต่สายตาก็ยังจ้องที่น้องสาว ที่พ่อตัวเองเล่าให้ฟังอยู่"ผมก็เหมือนกัน รีบที่สุดแล้วเนี่ย" ภาคก็พูดตาม ตาก็ยังคงมองที่น้องสาวเช่นกัน"ไม่ต้องมองน้องขนาดนั้นหรอก นี่แหละน้ำชา น้องสาวของทั้งสองคน""ครับ/ครับ" ทั้งคู่ก็พูดขึ้นพร้อมกัน"ชานี่พี่ภาคกับพี่ภูมินะ พี่ชายเรา" เมื่อแนะนำลูกชายทั้งสองคนเสร็จ ก็หันไปแนะนำกับลูกสาวต่อ"เอ่อ...สวัสดีค่ะ" นรีกุลก็เงยหน้าขึ้น พร้อมกับยกมือไหว้สวัสดีทั้งสองคน อย่างประหม่า"ครับ/ครับ" ทั้งคู่ก็ยังคงพูดพร้อมกันเหมือนเดิม"อะไรจะเกร็งกันขนาดนั้น ภาคภูมิเราคุยเรื่องนี้กันแล้วนะ เขินน้องเหรอพวกเราอ่ะ""ไม่ใช่ซะหน่อยครับพ่อ ก็ยังไม่ชินเอง""ผมก็เหมือนกัน แต่น้องน่ารักกว่าที่พ่อเล่าให้ฟังเยอะเลยนะ" ภูมิก็พูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม“หึ เธอดีใจไหมล่ะมีพี่ชายตั้งสองคน” คุณหญิงจันทราก็ไม่วายพู
"ชา เข้าไปสิลูก" ทัตเทพก็หันมาบอกลูกสาวที่ยังอึ้งอยู่ และเรื่องที่ภรรยาเขาเป็นแบบนี้ เขาก็ไม่เคยพูดถึง ทุกคนก็เลยไม่รู้ความเป็นอยู่ของอีกฝ่าย"ค่ะ สวัสดีค่ะ" แล้วเธอก็เดินเข้าไปใกล้ ๆ พร้อมกับนั่งลง เพื่อไม่เป็นการยืนเสมอผู้ใหญ่“เธอเรียกฉันว่าป้าก็ได้” จันทราพูดเสียงเรียบ“ค่ะ คุณป้า” เธอก็ตอบรับด้วยความรู้สึกที่เกร็งมาก ยิ่งเห็นใบหน้าเฉยชาไร้ความรู้สึกนี้ ยิ่งทำตัวไม่ถูก"ฉันดีใจที่ได้เจอเธอนะน้ำชา"ความจริงในตอนนี้จันทราก็ยังรู้สึกเคืองใจอยู่ เพราะเธอเองก็อยากมีลูกสาวที่น่ารัก ๆ แบบนี้มากแต่ก็มีไม่ได้ ยิ่งเห็นลูกสาวของสามี หน้าเหมือนพ่อแล้วยังสวยเหมือนกับแม่ ก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวดแต่เพราะช่วงนั้นอยู่ในช่วงปลงทุกอย่างในชีวิต ตั้งแต่ที่มีสภาพแบบนี้ การที่สามีไปมีบ้านเล็กบ้านน้อย เธอก็ไม่อาจไปโกรธได้ และยิ่งผู้หญิงคนนั้นไม่รู้แล้วด้วย เธอก็ยิ่งรู้สึกโทษตัวเองด้วยซ้ำ ที่มีสภาพเป็นแบบนี้ ให้ความสุขกับสามีไม่ได้ ทำให้สามีที่ยังหนุ่มและมีความต้องการ ต้องไปหาเศษหาเลยที่อื่น และได้ไปหลอกผู้หญิงคนนั้น จนมีเด็กผู้หญิงคนนี้เกิดมาแต่ยังไงด้วยความที่เป็นผู้หญิง ชาติตระกูลดี ทั้งมีหน้ามีตาทางสังคม
เมื่อเดินเข้ามาในบ้าน นรีกุลก็ต้องแปลกใจที่เห็นพ่อเธอนั่งอยู่บนโซฟา เพราะปกติพ่อเธอก็ไม่ได้เข้ามาที่บ้านหลังนี้ตั้งนานแล้ว"ไปไหนมา!" เป็นเสียงเยือกเย็นของชลดา แม่ของเธอที่ดังขึ้น พร้อมกับเดินเข้ามาหาด้วยความไม่พอใจ"ชา..." เธอเองก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ด้วยที่ไปทำความผิดมา ก็ไม่รู้ว่าจะหาข้อแก้ตัวไหนมาพูดให้ฟังขึ้น"แม่ถาม!" ชลดาขึ้นเสียงมากกว่าเดิม"ทำไมต้องเสียงดังกับลูกขนาดนั้นด้วยละชล" ทัตเทพพ่อของเธอก็พูดขึ้น เพื่ออยากปกป้องลูกสาว"คุณหุบปากไปเลยนะ ฉันให้คุณมาวันนี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว ฉันกำลังคุยกับลูกฉันอยู่""ผมรู้ แต่ผมก็อยากให้คุณใจเย็น ๆ กับลูกหน่อย ลูกยังเป็นวัยรุ่น"“ก็วัยรุ่นนี่แหละอันตราย ฉันถึงอยากรู้ไงว่าลูกไปไหนมา เผื่อไปทำอะไรที่ไม่ดีมา ฉันผ่านเรื่องแย่ในชีวิตมาก่อน ก็ต้องอบรมสั่งสอนลูกไม่ใช่หรือไง”"..." ทัดเทพก็ชงักไป ด้วยที่เขาเป็นต้นเหตุ ของเรื่องทั้งหมดที่เธอกล่าวมา"ชะ...ชาไปนอนกับนาบีมาค่ะแม่" เธอก็กั้นใจโกหกเสียงสั่น ยิ่งเห็นพ่อแม่มาทะเลาะกันแบบนี้ ก็ยิ่งรู้สึกไม่ดี"ไปนอนที่อื่นได้ยังไง ไหนบอกแม่แค่ว่าไปหาเพื่อนแล้วจะรีบกลับ ถ้าแม่ไม่กลับมาแต่เช้า แม่ก็คงไม่รู้สินะ
ลิ้นเรียวตวัดขึ้นลงไปมา ให้เป็นจังหวะ ยิ่งเธอบิดเร้าด้วยความเสียวซ่าน เขาก็ยิ่งรู้สึกชอบใจ เธอเกร็งจนตัวลอยหวือ เขาก็จับล็อคไป ปรนเปรอให้เธอต่ออย่างถึงใจ ด้วยความเร็วและรัวมากขึ้น"ดีมากเลยตัว อื้มมม" พูดจบเขาก็ลุกขึ้นทันทีเธอก้มลงมองเขาอีกครั้ง กลืนน้ำลายมากกว่าเดิม เมื่อเขาจ่อเอ็นใหญ่ ที่สวมถุงป้องกันเรียบร้อยมาที่ร่องรักของเธอ"อย่าเกร็งนะที่รัก ถ้าเกร็งมันจะเจ็บมาก แต่ยังไงครั้งแรกเจ็บหน่อยนะ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่สยิว จนเธอรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัวเขาเริ่มเบียดกระแทกส่วนหัวหยัก เข้ามาในร่องรักของเธอช้า ๆ ทั้งยังส่งเสียงครางในลำคอออกมา"อื้มมมม เจ็บอ่ะตัว อะ...เอาออกก่อนได้ไหม" เธอดันหน้าท้องแกร่งของเขาไว้ เนื่องจากตอนนี้รู้สึกว่าเจ็บ เหมือนมันจะฉีกขาดให้ได้ ถ้าเข้าไปทั้งลำ ก็ไม่รู้ว่าส่วนนี้ของเธอจะเป็นยังไงต่อ"ไม่ได้แล้วตัว อย่าเกร็ง อื้มมม เชื่อเค้านะ""อื้ออออ ภะ...ภีม ชาเจ็บบบบ"เขาที่ยัดไม่เข้าสักที ก็พยายามกดส่วนปลายหัวเข้าไป จนเขารับรู้ได้เมื่อมีเสียงหนึ่งเกิดขึ้น กึ่ด ๆ"เดี๋ยวนะ แน่นดีจริง ๆ อื้มมม ถ้าเค้าไม่รีบเข้ามันก็จะยิ่งเจ็บ" เขาบอกไปแบบนั้น พร้อมกับยังพยายามดันเข้า
ณ หอพักภวัตเมื่อมาถึงที่หน้าหอพักของเขา เธอก็พยุงเขาลงจากแท็กซี่ พร้อมกับมองไปที่หอพักแห่งนี้ ซึ่งมันก็เป็นหอพักเดียวกันกับแพรวเพื่อนสนิทอีกคนของเธอ เธอเองก็มาที่นี่บ่อยครั้ง ไม่คิดว่าเขาจะอยู่ที่นี่ด้วย"ตัวอยู่ที่นี่ด้วยเหรอ""ใช่ ห้อง xx/xx""อือ" แล้วเธอก็พาเขาขึ้นไปที่ห้องที่เขาบอก บังเอิญไปกว่านั้นคืออยู่ชั้นเดียวกับแพรว"ถึงห้องแล้วนะตัว""ตัว เค้าอยากอาบน้ำ" เขาพูดพร้อมกับเริ่มถอดเสื้อตัวเองออก"ภะ...ภีม เดี๋ยวก่อน ๆ ชากลับก่อนนะ" เมื่อเห็นแผงอกขาว ที่มีซิกแพคเรียงตัวกันอย่างสวยงาม เธอก็เกิดลนลานขึ้นมา ไม่คิดว่าเขาจะถอดเสื้อต่อหน้าเธอแบบนี้"เดี๋ยวก่อนสิตัว เค้าเวียนหัวมากเลย ตัวอาบน้ำให้เค้าก่อนได้ไหม ถ้าไม่อาบคงนอนไม่ได้ทั้งแบบนี้แน่ ๆ" เขาพูดพร้อมกับยังหลับตาอยู่ ทั้งยังทำตัวเป็นคนเมาที่ร่างกายอ่อนแอ"ได้ยังไงล่ะ เค้าคงอาบน้ำให้ตัวไม่ได้หรอก" เธอก็พยายามไม่คิดอะไร ทั้งยังหลบสายตาเขา"ตัว มองหน้าเค้าสิ" เขาเริ่มมองเธอด้วยสายตาที่หวานซึ้ง"..." เมื่อเห็นแบบนั้นเธอก็กลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ สายตาของเขามันสะกดจิตเธอได้จริง ๆ"เค้าอยากอยู่กับตัวนะ วันนี้ตัวอยู่กับเค้าได้ไหม" มือหน
วันต่อมา"แหม่ อารมณ์ดีมาเชียวนะ" เมื่อเห็นรอยยิ้มสุดแสนจะมีความสุขของเพื่อนรัก นาบีก็อดจะแซวไม่ได้"แน่นอนอยู่แล้ว" คนถูกแซวก็เชิดหน้าขึ้นด้วยความพอใจ ก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ แหละ ตั้งแต่ที่คบกับแฟนหนุ่มก็รู้สึกเหมือนทุกอย่างเป็นสีชมพูไปหมด"สงสัยเมื่อคืนโดนไอ้ภีมบอกรักแน่ ๆ" เพิร์ธเห็นแบบนั้นก็รีบแซว"ไอ้เพิร์ธ หุบปากไปเลยมึงอ่ะ คนที่ไม่คบใครเป็นแฟนจริง ๆ จัง ๆ สักทีแบบมึงไม่เข้าใจหรอก""โอ้โห คุยกับแฟนนี่เสียงอ่อนเสียงหวาน คุยกับพวกกูนี่ แม่ง" บูมก็แซวขึ้นเช่นกัน"แล้วพวกมึงเป็นแฟนกูหรือไง กูถึงต้องพูดดีกับพวกมึงด้วย""อือหื้อ เจ็บใจจังเลยครับน้ำชาคนสวย""หึ หุบปากไปเลยบูม""เออ พวกเราจะไปงานแฟร์กันป่ะ เห็นว่าปีนี้จัดใหญ่มากด้วยนะ""ไปสิ กูอยากเดินซื้อของเยอะเลย""เอ่อ...พวกมึง ปีนี้กูคงไม่ได้ไปด้วยนะ นัดกับภีมไว้แล้ว""ก็ลืมไปว่าคนมีแฟน งั้นเราไปสองคนก็ได้เนอะออม""อิจฉาคนมีแฟน" ออมที่เงียบอยู่นานก็พูดขึ้น ซึ่งเธอเองก็พึ่งอกหักจากรุ่นพี่ไป ความรักช่างไม่ชื่นมื่นแบบคู่นี้เอาซะเลย"มึงไปกับกูก็ได้บี" เพิร์ธที่ฟังอยู่ก็พูดขึ้น"ไม่เอาอ่ะ สาว ๆ มึงเยอะจะตาย จะให้กูไปเป็นก้างขวางคอทำไม""แ







