로그인“แล้วเธอก็ยอมง่าย ๆ ไม่คิดจะปฏิเสธเลยหรือยังไง อยากจะเป็นลูกสะใภ้บ้านนี้จนตัวสั่นมานานแล้วสิ เป็นแค่เด็กในอุปการะมันได้รับทรัพย์สมบัติไม่มากพอหรือยังไง เลยต้องถีบตัวเองทำตัวเองให้สูงส่งยิ่งกว่าเดิม โดยไม่สนห่าเหวอะไรทั้งนั้นงั้นสิใช่ไหม ผู้หญิงอะไรโลภมากไม่รู้จักพอ!”
“ตาธามแกจะพูดอะไรหัดเกรงใจฉันบ้างนะ ขนาดว่าฉันนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ก็ยังพูดจาถากถางน้องให้ฉันได้ยินอีก ฉันเป็นคนจัดการเรื่องนี้เองยายเข็มไม่เกี่ยวเลยสักนิด” “คุณย่าเลี้ยงเขามาเพื่อให้เป็นบุญคุณหรอกเหรอครับ ถึงต้องเรียกร้องอะไรบ้า ๆ แบบนี้ให้กับผู้หญิงอย่างเขาด้วยหรือกลัวว่าเขาจะไม่มีผัว กลัวว่าเขาจะไม่มีคนเอาจนต้องประเคนผู้ชายที่เพอร์เฟกต์อย่างผมไปให้เขาแบบนี้ แล้วคุณย่าไม่คิดหรือไงว่าผมก็ต้องเลือกผู้หญิงดี ๆ ที่จะมาเป็นเมียและเป็นแม่ของลูกผมเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าคลำดูไม่มีหางแล้วผมจะเอาหมด เห็นผมเป็นแบบนี้ผมก็เลือกกินนะครับ หรือว่าผมไม่มีสิทธิ์ที่จะออกความคิดเห็นอะไรในชีวิตได้เลยครับคุณย่า?” “ตาธาม!! ทำไมแกพูดจารุนแรงขนาดนี้หะ แกอยากให้ฉันหัวใจวายตายต่อหน้าแกตอนนี้เลยใช่ไหม ถึงได้ต้องเถียงฉันฉอด ๆ แบบนี้ แค่ก่อนตายฉันขอให้แกทำให้แค่นี้แกจะไม่เห็นใจคนแก่ที่แกพร่ำบอกว่ารักนักรักหนาเลยหรือยังไงกัน!!” ก่อนที่คุณย่าพิสมัยจะเป็นลมล้มพับลง ทำเอาทั้งเธอและธามธาราถึงกับต้องรีบเข้าไปประคองเอาไว้ด้วยความตกอกตกใจ ในวันนั้นทำให้คุณย่าพิสมัยต้องได้หามส่งถึงโรงพยาบาลและนอนดูอาการนานนับหลายอาทิตย์ ด้วยอายุอานามที่ปาเข้าไป 85 ปีแล้ว แถมโรคประจำตัวก็รุมเร้าชีวิตอีก โรคชราคืบคลานเข้ามาหา จึงทำให้ทั้งเธอและเขาต้องปรึกษาหาทางออกของเรื่องนี้ด้วยกัน สุดท้ายก็จบที่งานแต่งเพื่อให้คุณย่าผู้เป็นประมุขใหญ่ของบ้านสบายใจ งานแต่งที่ใหญ่โตในวันนั้นทำให้คุณย่าพิสมัยยิ้มกว้างและมีความสุขมากกว่าใคร เพราะนางทั้งรักและเป็นห่วงเขมิกามากกว่าสิ่งใดในชีวิต แต่จนกระทั่งวันนี้นางยังไม่ได้รับรู้ความจริงอีกอย่างเลยว่าทั้งเธอและธามธาราแต่งงานกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสตามความต้องการของนาง เพราะทั้งเธอและเขาต่างช่วยกันโกหกว่าได้จดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายด้วยกันแล้ว ผู้เป็นย่าก็ไม่ได้เซ้าซี้หาทะเบียนสมรสแต่อย่างไร ทำให้ทั้งรู้สึกโล่งอกและเบาใจกับเรื่องนี้กันมาก หลังจากที่แต่งงานกันได้ 2 อาทิตย์แรก คุณย่าพิสมัยเป็นคนจัดแจงให้ทั้งเธอและเขามีโอกาสอยู่ใกล้ชิดกัน เพื่อที่จะมีเหลนให้ท่านได้อุ้มจนสมใจอยาก แม้จะเป็น 2 อาทิตย์ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันภายในห้องหอตลอดเวลาแต่ธามธาราก็ไม่ได้แตะต้องตัวเธอแม้แต่อย่างใด ส่วนลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์เวลานี้ทั้งเธอและเขาเลือกพึ่งพาทางการแพทย์ เพื่อให้ได้มาซึ่งเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอและเขาอย่างที่คุณย่าพิสมัยปรารถนาที่จะได้เห็น เพราะทั้งเขาและเธอก็ไม่ได้อยากจะโกหกผู้เป็นย่าซ้ำซากให้เป็นบาปติดตัว ยังจำได้ดีวันที่ท่านรับรู้ว่ากำลังจะมีเหลน นางดีใจมากจนรีบรับขวัญเธอด้วยเช็คเงินสดหลักสิบล้าน แม้จะปฏิเสธที่จะรับแต่เธอก็จำใจต้องยอมรับเพื่อให้นางสบายใจ สุดท้ายกลับกลายเป็นว่ายิ่งทำให้พ่อของลูกต้องดูถูกดูแคลนเธอมากขึ้นกว่าเดิม ธามธาราไม่เคยจะมองเธอในแง่ดีเลยสักครั้ง เพราะเขาคิดแค่ว่าเธอเหมือนปลิงที่คอยดูดเลือดดูดเนื้อคุณย่าพิสมัยมาตลอด ทุกอย่างที่เป็นของคุณย่าหญิงสาวได้รับมากกว่าหลานชายแท้ ๆ เช่นเขาเสียอีก ทั้งที่ไม่ใช่หลานสาวโดยสายเลือด ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของอมรฤทธากูลเลยสักนิดเดียว เขมิกาถึงกับแหงนใบหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มืดมัว ชีวิตของเธอนับจากวันนี้มันก็คงจะมืดมนไม่ต่างกันเลยสินะ ที่พึ่งหนึ่งเดียวของชีวิตที่เคยมีเธอจะไม่ได้โอบกอดและอยู่คอยรับใช้เหมือนอย่างวันวานที่ผ่านมา จะได้อยู่ร่วมบ้านกับเขาอีกหรือเปล่ายังไม่อาจรู้ได้เลย แล้วเธอจะอยู่ในฐานะอะไร แค่แม่ของลูกอย่างนั้นใช่หรือเปล่า แล้วลูกสาวที่เขาไม่ได้ปรารถนาที่จะมีตั้งแต่แรก เขาจะยังรักลูกของเธออย่างพ่อคนหนึ่งที่ควรจะรักหรือเปล่า ยิ่งคิดก็ยิ่งทำให้ปวดหัว ยิ่งคิดก็ยิ่งทำให้อยากร้องไห้ออกมาดัง ๆ แต่เธอไม่อยากอ่อนแอต่อหน้าโลงศพของคุณย่าแบบนี้เลย แม้จะรู้ดีว่าพ่อแม่ของธามธาราดีกับเธอไม่แพ้ผู้เป็นย่า แล้วเธอควรจะเอาอย่างไรกับวันพรุ่งนี้ที่เหลืออยู่ ยิ่งธามธาราเปิดตัวผู้หญิงคนนั้น ยิ่งทำให้เธอรู้สึกว่าควรจะพาตัวเองออกไปให้ไกลจากชีวิตของเขาเสียที ธามธาราจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่โดยที่ไม่ต้องนึกถึงหรือหนักใจกับเรื่องของเธอและลูกอีกต่อไป “อดทนอีกนิดก่อนนะลูก ให้เสร็จงานคุณทวดก่อนแล้วแม่จะหาทางออกให้กับเราสองคนเอง” หญิงสาวเพียงแค่คิดในใจ อย่างน้อยข้างกายของเธอในเวลานี้ยังมีคุณมลฤดีที่ยังคงคอยลูบแขนเบา ๆ ปลอบประโลมหัวใจที่มันกำลังอ่อนแอมากในตอนนี้ “กลับกันได้แล้วมั้งคุณ ยายเข็มกับลูกจะได้ไปนอนพักผ่อน” คุณกฤษณะเข้ามายืนสมทบกับคนทั้งคู่ จับจ้องมองเด็กสาวที่ท่านเองก็รู้จักมักคุ้น หนึ่งในสมาชิกครอบครัวที่ไม่ได้รู้สึกว่าหญิงสาวเป็นคนอื่นคนไกลเลยแม้แต่น้อย ทั้งเขาและคุณมลฤดีก็ยังคงรักและเอ็นดูในตัวของสะใภ้และว่าที่แม่ของหลานคนนี้เสมอ คุณกฤษณะได้แต่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะโอบกอดปลอบประโลมร่างของคุณแม่ตั้งครรภ์ด้วยความเห็นอกเห็นใจ ก็ตั้งแต่ตั้งครรภ์มาแล้วพ่อของลูกไม่เคยจะสนใจหรือดูดำดูดีเลยแม้แต่นิด หลังจากที่รู้ว่าเขมิกาท้องแล้วก็แทบจะไม่ได้เห็นหน้าธามธาราเกินกว่า 10 ครั้งในรอบ 8 เดือน ด้วยหน้าที่การงานที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อย ทำให้เวลาที่จะใช้อยู่ร่วมกับครอบครัวแทบจะเป็นศูนย์หรืออาจจะมัวเอาเวลาที่ว่างไปทำอะไรกับใครที่อื่น แต่ดีที่ว่ามีคุณย่าพิสมัยคอยอยู่เคียงข้างไม่เคยห่าง จึงทำให้วันเวลาที่ผ่านมาเขมิกามีความสุขกับชีวิตอยู่บ้าง แม้จะไม่สามารถรับรู้ความในใจของหญิงสาวได้ทั้งหมด แต่ทุกคนก็พอจะรู้ว่าเธอมีความทุกข์มากกว่าความสุขในชีวิตเสียอีก ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นแล้ว ทุกคนที่อยู่รายรอบคงได้แต่คอยส่งกำลังใจและพยายามทำให้หญิงสาวรู้สึกเหมือนว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวบนโลกใบนี้“พี่อ่ะพูดมาก อัยไม่อยากคุยแล้วนะ จะไปอาบน้ำแล้วค่ะ” ก่อนจะขยับกายเพื่อที่จะลุกหนีจากที่นอนอย่างที่ปากว่า ธีร์ธัชไม่ปล่อยเวลาผ่านให้ไปนาน เขารีบโน้มตัวเข้าหาเธออีกครั้ง ริมฝีปากสัมผัสประกบแนบชิดกันเต็มไปด้วยความรัก ก่อนที่ทั้งคู่จะเริ่มถลำลึกในความรู้สึกอย่างห้ามใจไม่ไหว เสียงครวญครางเริ่มดังประสานขึ้นอีกครั้ง แต่ในขณะที่ธีร์ธัชกำลังพาอัยวาเข้าใกล้ความสุขขึ้นเรื่อย ๆ อยู่ดี ๆ ก็มีเสียงก๊อกแก๊กที่ประตูดังขึ้นขัดจังหวะ “พี่ธีร์ลูกมา!” “แม่คะ พ่อคะ หนูหิวข้าวแล้ว” เสียงเล็ก ๆ ของลูกสาวที่วิ่งเข้ามาในห้องโดยไม่ทันตั้งตัว ทำเอาทั้งคู่หยุดชะงักด้วยความตกใจ อัยวารีบดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดตัวเองและเขาเอาไว้ทันที ธีร์ธัชรีบหันหน้าไปยิ้มแบบเขิน ๆ ให้ลูกสาว หนูน้อยอิงฟ้าวิ่งมาใกล้เตียงอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว พอมองเห็นพ่อกับแม่อยู่ในท่าทางที่ไม่ธรรมดา ก็ทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย “พ่อคะ พ่อนอนทับแม่ทำไมคะ?” อัยวาถึงกับอยากมุดเตียงหนี อายลูกน้อยที่ต้องมาเจอภาพแบบนี้เข้า “เอ่อ...พ่อกำลังหยอกเล่นกับแม่อยู่ลูก เดี๋ยวพ่อไปทำเบรคฟาสให้นะครับ” “แม่กับพ่อ ทำไมหน้าแดงจังคะ?” ธีร์ธัชและอัยวาก้มหน้
“อัย…คืนนี้ ฉันจะไม่ปล่อยเธอไปไหนอีกแล้ว” ฝ่ามือหนาใหญ่ลูบไล้เส้นผมอ่อนนุ่มของเธอเบา ๆ ก่อนจะขยับลงมาที่ใบหน้า ดวงตาของทั้งสองมองจ้องกันอย่างลึกซึ้ง เหมือนไม่มีอะไรบนโลกนี้สำคัญไปกว่าช่วงเวลานี้อีกต่อไปแล้ว อัยวารู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นแรงและอุ่นขึ้นทุกที เธอไม่เคยคิดว่าความรักจะกลับมาหาเธอได้ลึกซึ้งและแนบแน่นขนาดนี้อีกครั้ง ริมฝีปากของธีร์ธัชค่อย ๆ เลื่อนมาจูบที่ริมฝีปากของเธอเบา ๆ ช้า ๆ แต่อบอุ่นสุด ๆ เหมือนทุกจูบบอกเล่าความรู้สึกที่เขาเก็บไว้ในใจมาตลอด อัยวาไม่ถดถอยหนี แต่กลับตอบรับด้วยความนุ่มนวลและปลุกความปรารถนาในกายเขาในเวลาเดียวกัน ใบหน้าทั้งคู่แนบชิดกันมากขึ้นจนสัมผัสกันแทบทุกอณู ฝ่ามือของธีร์ธัชเริ่มสำรวจไปทั่วร่างกายของเธออย่างทะนุถนอม ใบหน้าเรียวเอนลงซบกับซอกคอของเขา กลิ่นตัวของเขายิ่งเร้าอารมณ์ “ฉันรักเธอนะอัย รักมากกว่าที่เคยพูดเมื่อก่อนนี้อีก” เสียงกระซิบเบา ๆ เสียงลมหายใจผสมผสานกันจนกลายเป็นบทเพลงแห่งความรัก อ้อมกอดของผู้ชายที่เธอเคยหวาดกลัว แต่วันนี้กลายเป็นคนที่ทำให้ใจเธอสงบและรู้สึกอบอุ่นมากเหลือเกิน เสื้อผ้าที่สวมใส่ติดกายถูกถอดออกช้า ๆ โดยมีมือของเขาคอย
“หวังว่าเธอจะไม่ปฏิเสธนะอัย ขอให้วันนี้เป็นวันที่เราได้เริ่มต้นใหม่ด้วยกันอย่างจริงจังอีกครั้งเถอะนะ ฉันจะไม่ทำให้เธอเสียใจอีก จะไม่ทำให้เธอร้องไห้ จะรักเธอให้มากและอยู่ดูแลกันไปจนแก่เฒ่าเหมือนอย่างที่เราเคยฝันเอาไว้” อัยวาพยักหน้ายิ้มทั้งน้ำตา เธอพูดอะไรไม่ออกเลยในเวลานี้ ทำได้เพียงแค่ยื่นมือซ้ายไปให้เขาแทนคำตอบ ธีร์ธัชยิ้มกว้างออกมาด้วยความความดีใจ ก่อนจะรีบหยิบแหวนที่อยู่ในกล่องออกมาอย่างรีบร้อน สวมใส่นิ้วของหญิงสาวด้วยมือที่สั่นเทา ดีใจและตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่แล้วเหมือนกัน แหวนขอแต่งงานที่พอดีกับนิ้วมือเรียวสวย ตอนนี้เขาจับจองเป็นเจ้าของเธอแล้วเรียบร้อย ริมฝีปากหนาจูบซับหลังมือของเธอเบา ๆ ก่อนจะมองจ้องหน้าสบตากันอีกครั้ง “ขอบคุณนะอัย ขอบคุณจริง ๆ” ฝ่ามือของอัยวายกขึ้นลูบสัมผัสแก้มสากเบา ๆ “ขอบคุณนะคะ ที่วันนี้คุณยังเลือกอัยเหมือนกัน” ก่อนที่คนทั้งคู่จะโผเข้ากอดกันและกัน เสียงคลื่นลูกเล็ก ๆ ซัดเข้าฝั่งรัว ๆ ราวกับกำลังปรบมือให้กับช่วงเวลาดี ๆ ของพวกเธอเลย ค่ำคืนของวันเดียวกันตอนนี้หนูน้อยอิงฟ้าหลับฝันดีไปแล้วเรียบร้อย ธีร์ธัชนั่งโอบกอดอัยวาไว้ในอ้อมแขน ความอบ
“อย่าดิ้นสิ นั่งอยู่ตรงนี้เลย ช่วยนั่งอยู่นาน ๆ ด้วย” “ทำไมคะ ทำไมต้องนั่งด้วย อัยไม่ใช่อิงฟ้านะ อายคนอื่นจะแย่ ปล่อยค่ะ ปล่อยเลย” สายตาคมมองไปด้านล่างของหญิงสาวกำลังนั่งทับอยู่ตอนนี้ อัยวารับรู้ได้ทันทีว่ามีบางสิ่งบางอย่างมันไม่ปกติเกิดขึ้น ก่อนที่คนทั้งคู่จะมองสบตากันและกัน “นี่คุณ...” “อืม...นั่นแหละ อย่าเพิ่งไปไหนเลย ช่วยนั่งอยู่ตรงนี้ก่อนเถอะนะอัย”ดวงตาคมมองจ้องหน้า อ้อนวอนขอร้องทำตาปริบ ๆ ให้ช่วยสงสาร “บ้า! คุณบ้าไปแล้วคุณธีร์” “บ้าอะไรล่ะ ใครบอกให้เธอเซ็กซี่ ใครบอกให้สวยน่าเอาขนาดนี้ ฉันอดอยากมานานแล้วไม่รู้หรือไง ฉันเหมือนเสือหิวที่พร้อมจะขย่ำเหยื่อตอนนี้ได้เลยนะอัย” อัยวาแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีให้ได้เลยในตอนนี้ อับอายและเขินกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเป็นอย่างมาก พยายามที่จะขยับตัวแต่อ้อมแขนเขาก็ยิ่งกอดรัดเธอเอาไว้แน่น “อย่าดิ้น บอกแล้วอย่าเพิ่งดิ้นอยู่เฉย ๆ นิ่ง ๆ ก่อนได้ไหมอัย” “แล้วมันต้องนานแค่ไหนคะ มันถึงจะเลิกเป็นแบบนี้” “เถอะหน่า นั่งอยู่ตรงนี้ก่อน เดี๋ยวจะพยายามให้มันสงบลง” แล้วเธอจะทำอะไรได้ นอกจากนั่งนิ่ง ๆ ไม่กล้าขยับ ยอมให้เขากอดและใกล้ชิดอย่างไม
อะแฮ่ม! เสียงกระแอมดังขึ้นเบา ๆ ทำให้อัยวาสะดุ้งจนหันไปมองหน้าธีร์ธัชพี่เดินมานั่งลงเคียงข้างกับเธอในเวลานี้ ใบหน้าหล่อเหลาส่งยิ้มให้ รูปร่างที่ล่ำบึกอวดโฉมให้ทุกคนได้มองเพราะเขาใส่กางเกงว่ายน้ำเพียงแค่ตัวเดียว “นั่งคิดอะไรอยู่ ไปเล่นน้ำด้วยกันไหม ลูกอยากไปเล่นน้ำอีกแล้ว” อัยวารีบส่ายหน้าปฏิเสธ “มันร้อน อัยขอนั่งดูอยู่ตรงนี้ดีกว่าค่ะ แค่นี้ก็เหนียวตัวจะแย่อยู่แล้ว” “ว้า...อุตส่าห์ใส่ชุดบิกินี่สวย ๆ เซ็กซี่ขยี้ใจขนาดนี้ ไม่ได้ใส่มาเล่นน้ำแสดงว่าตั้งใจใส่มายั่วฉันหรือไง?” เพียะ! เสียงฝ่ามือฟาดลงบนแขนเขาอย่างแรง พร้อมกับใบหน้าที่ต้องมองเขาด้วยความเขินอายนั้นอีกครั้ง “โอ้ย! โดนฟาดอีกแล้ว เขินหรือไงแซวแค่นี้เอง” “บ้า มาทะเลก็ต้องใส่บิกินี่ไหมคะ ถึงจะไม่เล่นน้ำแต่มันก็ร้อนไง อัยไม่ได้ใส่มายั่วใครทั้งนั้น” “หึหึ แต่ฉันชอบนะ แม่ของลูกสวย น่ารัก นมเป็นนม หุ่นเหมือนคนไม่เคยมีลูกเลยสักนิด น่าฟัดชะมัดเลย” “คุณธีร์! พูดอะไรคะ ไปเล่นกับลูกเลยนะ อัยอยากอยู่คนเดียว” อัยวารีบหันหน้าหนีไม่กล้ามองสบตากับเขาอีกเลย เพราะคำพูดของเขาทำให้แก้มนวลแดงปลั่งได้ไม่ยากเลยสักนิด ใบหน้าหล่อยื่นเข้าไป
วันนี้ธีร์ธัชชวนอัยวาและลูกสาวไปเที่ยวทะเลด้วยกันเป็นครอบครัวในครั้งแรก ทริปภายในประเทศทะเลแถบอันดามันทางภาคใต้สวยสะกดตาสะกดใจทุกคนอยู่ไม่น้อย สองพ่อลูกกำลังนั่งก่อปราสาททรายช่วยกันอยู่ใต้ต้นหูกวางริมหาด “อิงฟ้า ชอบทะเลที่นี่ไหมครับลูก?” ธีร์ธัชถามขึ้น ขณะช่วยลูกสาวตักทรายใส่แม่พิมพ์รูปสัตว์ต่าง ๆ เด็กหญิงพยักหน้ารับยิ้มแฉ่งให้กับผู้เป็นพ่อในทันที “ชอบมากค่ะพ่อ หนูอยากเล่นน้ำอีกด้วยนะคะ” “เพิ่งขึ้นมาเองนะลูกจะไปเล่นอีกแล้วเหรอ พ่อว่านั่งเล่นทรายตรงนี้ก็ดีแล้วนะครับ” ใบหน้าจิ้มลิ้มพยักหน้าให้กับผู้เป็นพ่ออีกครั้ง “พ่อคะ เมื่อไหร่พ่อกับแม่จะแต่งงานกันคะ?” เป็นคำถามที่ทำให้คนเป็นพ่อยากที่จะตอบคำถามนั้นของลูกสาวนัก เกือบปีที่ผ่านมาแม้จะสนิทสนมกับแม่ของลูกมากก็เถอะ แม้ว่าความสัมพันธ์จะดีวันดีคืน แต่สถานะที่อีกคนมอบให้มันก็ไม่ใกล้กับคำว่าอยากให้เป็นครอบครัวด้วยกันเลย ทุกวันนี้ยังคงทำหน้าที่เพียงพ่อและแม่ของลูกช่วยกันเหมือนเดิมทุกอย่าง อาจจะมีรู้สึกบ้างว่าอัยวาเปิดใจให้เขากว่าเมื่อก่อน เดินจับมือกันได้บ้าง เขานอนค้างที่บ้านเธอบ้าง บางครั้งเธอก็ไปค้างบ้านเขาบ้างก็แค่นั้น ไม่เคยมีสัม