Masuk“ฉันไม่รู้จะกินอะไร งั้นเธอเลือกมาเลยแล้วกัน”
“งั้นเดี๋ยวคุณรอตรงนี้นะคะ ไอจะไปซื้อมาให้” รอยยิ้มหวานๆ ที่ส่งมาทำเอาหัวใจแกร่งเกิดสั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก ทั้งๆ ที่เขาจะเอาเธอมาเป็นแค่นางบำเรอ แต่กลับกลายเป็นว่าตัวเองอยากรู้จักผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้มากขึ้น
เวลาผ่านไปสิบห้านาที ร่างเล็กก็จัดการยกถาดอาหารอันหอมกรุ่นมาวางตรงหน้าของวิคเตอร์ ชายหนุ่มมองอาหารในจานที่เป็นอาหารจานเดียว ไม่ได้เป็นแบบกับข้าวอย่างที่เคยกินด้วยความสงสัย
“อันนี้คืออะไร” มือหนาชี้ไปที่ข้าวอะไรสักอย่างที่มีน้ำแดงๆ ราด
“อันนี้เขาเรียกว่าข้าวหมูกรอบค่ะ อันนี้ของโปรดไอเลยนะคะ ไอไม่รู้จะซื้ออะไรมาให้คุณ เลยสั่งข้าวมันไก่ผสมมาให้ ไม่รู้คุณจะกินได้ไหม” ข้าวสองอย่างที่มีน้ำซุปแถมมาให้จนมาเฟียหนุ่มได้แต่ขมวดคิ้วว่ามันจะอร่อยอย่างนั้นหรือ “ลองชิมสิคะ ร้านนี้ไอชอบมากินกับเพื่อนบ่อยๆ ทุกครั้งที่แวะมาเลย” ไอลดาหยิบช้อนส้อมให้กับคนตัวโตแล้วยื่นไปให้เขา
“อืม ขอชิมของเธอด้วยได้ไหม”
คำว่า ‘ขอชิมของเธอ’ ทำเอาคนฟังหน้าแดงซ่านเพราะตอนนี้ไอลดาคิดเป็นอย่างอื่นจนเตลิดไปไกลแล้ว
“คิดอะไร”
“ปะ...เปล่าค่ะ” วิคเตอร์เงยหน้าขึ้นมองคนตัวเล็กที่แก้มทั้งสองข้างมีเลือดฝาดขึ้นมา เพราะจริงๆ สิ่งที่เขาบอกเมื่อครู่มันก็คือสิ่งที่เธอคิดอยู่ตอนนี้ต่างหาก
มุมปากหยักยกขึ้นอมยิ้มเบาๆ จากนั้นก็ตักอาหารเข้าไปในปากของตัวเองเพื่อลองชิม และเมื่อกินไปแล้วเขากลับตกตะลึงกับรสชาติที่ตัวเองไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน มันอร่อยมาก อร่อยกว่าอาหารหรูๆ ที่เคยไปกินเสียอีก
เมื่อเห็นคนตัวโตนิ่งไปไอลดาก็หน้าเสียเพราะคิดว่ามันอาจจะไม่อร่อยถูกปากคนรวยๆ อย่างเขา แบบนี้ชายหนุ่มต้องโกรธเธอเป็นแน่
“ไม่อร่อยเหรอคะ งั้นเดี๋ยวไอเอาไปเปลี่ยนให้นะคะ เอาเป็นอย่างอื่นไหมคะ” มือบางกำลังเลื่อนไปจับที่จานอาหารของชายหนุ่ม แต่กลับถูกมือหนาคว้าหมับที่มือของหญิงสาวเสียก่อน
“ไม่ใช่...มันอร่อยมากต่างหาก ราคาเท่าไหร่แบบนี้” เมื่อสิ้นเสียงเข้มใบหน้าหวานก็เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มที่มันถูกปากของเขา
“จานนี้หกสิบบาทค่ะ”
“อะไรนะ หกสิบเองเหรอ”
“ค่ะ”
“งั้นสั่งกลับให้ฉันอีกสิบกล่อง”
“ฮะ...” ไอลดาถึงกับตกตะลึงเพราะไม่คิดว่าวิคเตอร์จะสั่งกลับไปเยอะขนาดนี้”
“ทำไม”
“สั่งเยอะจังคะ” ไอลดาถามอย่างสงสัย
“ฉันจะสั่งไปให้ลูกน้องของฉันกิน มีปัญหาอะไรอย่างนั้นเหรอไอลดา” วิคเตอร์บอกขณะที่กำลังเคี้ยวอาหารจนแก้มตุ่ยโดยที่ไอลดาพยายามไม่ขำให้เขาเห็น ตอนนี้ชายหนุ่มดูไม่มีพิษมีภัยอะไร เขาน่ารักจนเธออดใจเต้นแรงไม่ได้จริงๆ แต่ก็พึงระลึกว่าวิคเตอร์เคยบอกว่าเธอห้ามตกหลุมรักเขาเด็ดขาด
“ได้ค่ะ แต่ไอขอเงินเพิ่มได้ไหมคะ ถ้าสิบกล่องเงินในบัตรอาจจะไม่พอ”
“อะ...เอาไป” มือสากยื่นบัตรให้กับคนตัวเล็กอย่างไม่คิดอะไร ตั้งแต่กินข้าวกับผู้หญิงมาไอลดาเป็นคนที่เขาจ่ายให้น้อยที่สุด ก็หล่อนมักน้อยไม่อยากกินอาหารหรูๆ
สองหนุ่มสาวกินข้าวกันจนหมดจาน อาหารที่เกิดมาวิคเตอร์ไม่เคยได้สัมผัสและไม่คิดว่ามันจะอร่อยขนาดนี้ คนตัวเล็กเปิดโลกเขาเป็นอย่างมาก แถมยังได้อาหารติดไม้ติดมือกลับเต็มไปหมดด้วยงบไม่เกินหนึ่งพันบาท ทั้งๆ ที่เงินจำนวนนี้ถ้าเป็นเมื่อก่อนได้ข้าวยังไม่ถึงจานของเขาเลย
“อยากกินอะไรอีกไหม” เสียงเข้มเอ่ยถามขณะที่มองมือของตัวเอง ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าเขาเป็นคนที่ถือของกินกลับส่วนคนตัวเล็กเดินตัวปลิวราวกับเป็นเมียก็ไม่ปาน
“อืม...ไออยากกินไอติม กินได้ไหมคะ” ใบหน้าหวานหันมาพร้อมยิ้มอย่างมีความสุข ทำไมนะหัวใจแกร่งถึงเต้นแรงขนาดนี้ อาจจะเพราะความเป็นธรรมชาติไม่ปรุงแต่งไม่ออดอ้อนเขาอย่างที่ผู้หญิงคนอื่นทำ ไม่ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายและไม่ได้หวังอะไรมากเกินกว่าสิ่งที่อยากได้
“ไอติม!”
“ค่ะ คุณไม่ชอบเหรอคะ แต่ไอชอบมากๆ เลยนะคะ เมื่อก่อนไอมากินกับภีมตลอดเลย” ไอลดาบอกอย่างไม่คิดอะไร แต่คนฟังถึงกับกัดฟันกรอดเมื่อชื่อที่หล่อนบอกมันคือชื่อผู้ชายชัดๆ
“ใครคือภีม...”
“อ๋อ...ภีมเป็นเพื่อนที่คณะค่ะ ภีมชอบพาไอมาเลี้ยงไอติมบ่อยๆ เพราะภีมชอบกินไอติมเหมือนไอ” ไอลดาบอกอย่างไร้เดียงสา ขณะที่คนตัวโตกำลังรู้สึกรุ่มร้อนในอกเมื่อมีคนมาตัดหน้าไปกินไอติมกับเธอก่อนเขา
“งั้นฉันไม่ให้ไปกิน” เสียงเข้มบอกลอดไรฟันเพราะไม่ชอบใจที่ต้องไปอยู่ในที่ที่เธอเคยมีความสุขกับคนอื่น
“เอ่อ...ทำไมคะ ไอกินไม่ได้เหรอ” สาวร่างเล็กถามหน้าเศร้าเพราะเวลามาที่ห้างฯ แห่งนี้เธอชอบมากินไอติมร้านนี้มากๆ
“ฉันไม่ชอบกิน!” วิคเตอร์บอกอย่างใส่อารมณ์ นอกจากจะไม่ชอบกินแล้ว ยังไม่ชอบใจที่ต้องไปนั่งในร้านที่ไอลดาเคยนั่งกินกับผู้ชายคนอื่น
“งั้นไอกินคนเดียวได้ไหมคะ ซื้อกลับก็ได้ค่ะ ไออยากกินไอติม” เมื่อปากเล็กขยับมันทำให้มาเฟียหนุ่มลอบกลืนน้ำลายลงคอยามที่สาวเจ้าบอกว่าหล่อนชอบกิน ‘ไอติม’ แต่เขากลับนึกจินตนาการยามที่ไอลดากินไอติมจากร่างกายของเขามันน่าจะหวาดเสียวน่าดู ก็ปากหล่อนมันเป็นกระจับน่าดูดขนาดนี้
“งั้นซื้อกลับเอาไปกินที่คอนโดฯ เดี๋ยวฉันจะให้เธอกินทั้งคืนเลย”
“จริงเหรอคะ” ท่าทีดีใจพร้อมกับมือเล็กที่เกาะต้นแขนของชายหนุ่มทำเอาเขาคิดเตลิดไปไกลแล้ว จนอยากจะกลับคอนโดฯ เร็วๆ เพื่อจะพาหล่อนไปกินไอติมอย่างที่หวังเอาไว้
มือหนาจับเข่ามนของวารินดาโย้มาข้างหน้า จนแนบชิดติดกับอกอิ่ม ขณะที่วินเทอร์กำลังรัวความแข็งร้อนของตัวเองเข้าใส่ช่องทางรักของวารินดาอย่างรุนแรงจนเธอต้องขบเม้มริมฝีปากของตัวเองแน่น “อ๊า...อื้อ...” วินเทอร์บีบเคล้นร่างบอบบางของวารินดาอย่างรุนแรง แต่กลับสร้างความเสียวซ่านให้กับคนทั้งคู่เป็นอย่างมาก ไม่อยากจะเชื่อว่าเซ็กซ์เมื่อรวมกับความรัก มันจะให้ความรู้สึกวิเศษมากกว่าสิ่งใด มันไม่ใช่แค่การปลดปล่อยความใคร่ให้จบ ๆ ไป แต่มันกลับเต็มไปด้วยคำบอกรักที่ทำเอาเธอและเขาอบอุ่นหัวใจเหลือเกิน วินเทอร์มองช่องทางรักที่กำลังกลืนกินท่อนเนื้ออันยิ่งใหญ่ของเขาด้วยความรู้สึกเสียวซ่าน ร่างกายที่แสนบอบบางของวารินดา แต่กลับรับความยิ่งใหญ่ของเขาได้จนมิดด้าม “จุกแล้ว...” “จุกแต่เสียวใช่ไหม” เขากระหยิ่มยิ้มเพราะต่อให้เธอบอกว่าจุก แต่ร่างกายสาวกลับดูดเขาแรงมาก จนเขาบ้าคลั่งไปหมด ร่างกายของวารินดาเหมือนยาเสพติดที่เขาแทบไม่อาจเลิกได้ “อื้อ...คนบ้า...เข้ามาแรงเกินไปแล้วนะ” วารินดาครางเสียงหลงเมื่อเขาถอดถอนกายแกร่งออกไปแล้วตอกอัดเข้ามา
“แต่ต่อให้พี่วินปิดวาริน วารินก็รู้อยู่แล้วว่าพี่กลัวผี” เธอมองหน้าสามีแล้วอมยิ้มออกมาเมื่อได้แกล้งเขา “วาริน...แสดงว่าที่ลากพี่เข้ามาในนี้เพราะอยากแกล้งพี่เหรอครับ” ชายหนุ่มทำหน้ามุ่ยใส่วารินดาเมื่อโดยเมียรักแกล้งเข้าให้แล้ว “ค่ะ...ก็พี่วินชอบปากแข็ง กลัวอะไรไม่เห็นต้องอายเลย” “ก็พี่ไม่อยากอ่อนแอให้ใครเห็นนี่ครับ” ชายหนุ่มบอกกับคนรัก จากนั้นเขาก็โอบเอวบอบบางของคนตัวเล็กแล้วรั้งร่างกายของเธอเข้ามาใกล้ “ไม่เห็นต้องอายเลย ใคร ๆ ก็ต้องมีเรื่องที่กลัวทั้งนั้น วารินเป็นเมียพี่นะคะ อยากให้พี่รู้ว่าวารินพร้อมจะยอมรับทุกอย่างในตัวของพี่ไม่ว่าจะเป็นยังไงก็ตาม” “วาริน...” “พี่วินพยายามเข้มแข็งมาตลอด แต่กับวารินถ้าพี่ไม่ไหว ถ้าพี่อยากอ่อนแอ ขอให้บอกวารินได้ไหม วารินอยากอยู่ทุกช่วงเวลาของพี่ ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ เราสองคนคือคนคนเดียวกันนะคะ จะปิดบังกันไปทำไมคะ” “พี่ขอโทษครับ...” “แค่นี้พี่วินก็เก่งมากสำหรับวารินแล้วนะคะ พี่วินเก่งทุกอย่างเลย ถ้ามีเรื่องอะไรที่พี่ทำไม่ได้สักอย่างมันก็ไม่แปลกสักนิดเลยค่ะ”
“งั้นผมต้องสอดส่องไว้รอน้องโตก่อนก็ได้ ผมจะรอจนกว่า ‘เดมี่’ จะโตกว่านี้” วินเทอร์ไม่ได้ยินสิ่งที่ลูกชายบอก เนื่องจากลมมันตีเข้ามาจนไม่ได้ยินอะไรอีกเลย “อะไรนะเว...แด๊ดไม่ได้ยิน...” “ไม่มีอะไรครับแด๊ด” เวกัสไม่กล้าเล่าต่อเพราะเขินอายในสิ่งที่ตัวเองคิด และเขาก็ได้แต่คิดในใจกับตัวเอง และคิดว่าจะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เสียของที่ตัวเองอยากได้ไป หลังจากครบรอบของของเครื่องเล่น วินเทอร์และเวกัสก็ลงมาข้างล่าง โดยที่มีเมียรักรออยู่แล้ว “พี่วินไม่เคยกลัวอะไรบ้างเลยหรือไง” วารินดาเอาทิชชูเช็ดเหงื่อที่ขมับของสามีเบา ๆ ก่อนจะยิ้มให้เขา และอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมวินเทอร์ถึงไม่กลัวอะไรเลย เขาเดินลงจากเครื่องเล่นด้วยสีหน้าที่ไม่สะทกสะท้าน “ไม่กลัวอะไรเลยครับ” “งั้นไปเข้าบ้านผีสิงกันไหมคะ” วารินดาแอบยิ้มออกมาพร้อมมองคนรัก “อะ...อะไรนะครับ” วินเทอร์ถึงกับเหงื่อตกอีกรอบเมื่อได้ยินสิ่งที่วารินดาพูดออกมา “เราไปเล่นบ้านผีสิงกันไหมคะ” “คือจะดีเหรอวาริน พี่ว่าอย่าเข้าไปเลยดีกว่า มันไม่มีอะไรน่าด
ตอนพิเศษ 3บ้านผีสิง วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่วินเทอร์และวารินดาได้พาลูก ๆ มาเที่ยวที่สวนสนุก และเป็นครั้งแรกที่พวกเขาจะได้มาที่นี่ โดยวารินดาได้พาพี่เลี้ยงมาช่วยเลี้ยงลูกด้วย “แด๊ดครับ...เวอยากเล่นอันนั้น” ลูกชายวัย 13 ปีอย่างเวกัสบอกพ่อกับแม่ ก่อนที่วารินดาจะมองเครื่องเล่นที่น่าหวาดเสียว และคิดว่ามันอันตรายเกินไปสำหรับลูกชายที่อายุเพียงแค่นี้ “ไปสิครับ” “เวยังเด็กอยู่นะ ไว้โตก่อนไหมลูก...” วารินดาเงยหน้ามองความสูงของรถไฟเหาะที่กำลังเคลื่อนตัวไปด้วยความเร็วจนน่าหวาดเสียว “เวโตแล้วนะครับมัม ตัวจะสูงกว่ามัมแล้ว...” วารินดามองลูกชายที่ส่วนสูงเกือบจะเท่าเธออยู่แล้ว เวกัสเป็นเด็กที่โตไวมาก “มัม ๆ เวสอยากเล่นด้วย...” ลูกชายคนที่สองร้องงอแงเพราะอยากเล่น แต่เวสตันเด็กเกินไป จนเธอให้แค่เวกัสกับวินเทอร์ไปเล่นกันสองคน “ให้แด๊ดกับพี่เวไปเล่นกันสองคนก่อนนะเวส ไว้เวสโตกว่านี้มัมจะให้เวสเล่นทุกเครื่องเล่นเลยดีไหม” “ดีครับมัม เวสชอบเล่นอะไรที่เสียว ๆ” เวสตันเงยหน้ามองเครื่องเล่นที่อยู่บนฟ้าด้วยความตื่นตา แ
“พี่วิน...กระแทกแรงจังค่ะ” มือบางทาบกับผนังสีขาว ขณะที่สะโพกผายถูกมือใหญ่ของวินเทอร์จับเอาไว้เพื่อที่จะได้รองรับความต้องการของเขาอย่างรุนแรง “อ๊า...ซี้ด...” วินเทอร์มองเอ็นร้อนที่ขยับเข้าออกในกายสาวด้วยความเสียวซ่านจนแทบจะขาดใจ ร่างกายของวารินดาเหมือนยาเสพติดที่เขากินได้อย่างไม่มีเบื่อ และไม่อยากจะเชื่อว่าร่างกายของเธอจะทำให้เขามีความสุขมากขนาดนี้ ชนิดที่ว่าชาตินี้เขาก็โหยหาแต่ร่างกายของเธอ ความแข็งกร้าวที่เข้ามาอยู่ในกายสาวมันเสียดสีกับโพรงสาวจนเธอเสียววูบวาบไปหมด ความใหญ่ยาวกระแทกเข้าไปในร่างกายสาวจนสุดความยาว ก่อนที่เขาจะถอดถอนออกมาแล้วผลักดันเข้าไปใหม่อย่างรุนแรง “อ๊า...” “แน่นฉิบ” เหงื่อของวินเทอร์ไหลออกมาเมื่อเขาขยับโยกในร่างกายสาวจนร้อนเป็นไฟ “อ๊า...ไม่ไหวแล้วค่ะ” “อย่าเพิ่งแตกครับวาริน พี่อยากให้วารินเสียวกว่านี้” เขาว่าจบก็ยกเรียวขาเล็กของหญิงสาวขึ้นแล้วไสกายหนาของตัวเองเข้าไปในโพรงสาวที่กำลังโอบรัดร่างกายของเขาแน่นไปหมด “อ๊า...” ใบหน้าหวานแดงก่ำและเห่อร้อนขึ้นมา เมื่อค
“อย่าทำอะไรเขาเลยนะคะ เขาเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว สงสารเอล่าด้วย” วารินดามองด้วยดวงตาสั่นระริกเพราะกลัววินเทอร์คลุ้มคลั่งทำอย่างที่ปากบอก “ช่างหัวสิ ไว้พ่อตายเดี๋ยวพี่เลี้ยงลูกมันต่อเอง” “พี่วิน...อย่าไร้เหตุผลสิคะ วารินไม่มองใครหรอก ผัววารินหล่อจะตายไป ใครจะกล้าไปมองคนอื่นล่ะ” มือน้อย ๆ ยกขึ้นลูบที่แผงอกกว้างพร้อมส่งสายตาเย้ายวน เพราะอยากให้วินเทอร์สงบสติอารมณ์ของตัวเองลงมาบ้าง “หึ...พูดแบบนี้ต้องโดนเอาแรง ๆ ด้วยรู้ไหม โทษฐานที่ไปยืนคุยกับผู้ชายคนอื่น” ว่าจบวินเทอร์ก็กระชากหลังคอของวารินดา จากนั้นก็ประกบปากจูบลงมาที่ปากอวบอิ่มของเธอทันที “อื้อ...ยะ...อย่า” วารินดากำลังร้องห้าม เพราะไม่ต้องการให้ชายหนุ่มจูบเธอตอนนี้ เพราะกลัวลูก ๆ จะเห็นว่าหายไปนานแล้วอาจจะมาตามได้ แต่นั่นกลับทำให้มาเฟียหนุ่มสามารถแทรกลิ้นหนาของตัวเองเข้าใส่โพรงปากของเธอได้มากกว่าเดิม จ๊วบ!! ปากหยักของวินเทอร์จูบเข้ากับปากอวบอิ่มของเมียรัก แล้วตวัดเรียวลิ้นไปทั่วโพรงปาก เธอดูดซับความหวานเอาไว้ด้วยความปรารถนา “อื้อ...”







