登入เมื่อน้องสาวฝาแฝดแสนอ่อนแอต้องแต่งเข้ามาเป็นฮองเฮาเพื่อมาสืบเรื่องราวการตายของวงศ์ตระกูลที่แท้จริง และได้มาเจอกับฮ่องเต้ที่มีปมฝังใจจนกลายเป็นคนขี้ระแวง แฝดผู้พี่จึงต้องปลอมตัวเป็นน้องสาวเพื่อมาจัดการกับสนมที่ข่มเหงน้องสาวฝาแฝดของนางและต่อกรกับฮ่องเต้ที่ไม่สนใจใยดีฮองเฮาของตนเอง แถมยังต้องตามสืบหาความจริง แต่นางจะสามารถทำได้สำเร็จดั่งที่ตั้งใจไว้จริงหรือ?
查看更多เมื่อนางเห็นว่าบุรุษตรงหน้ากำลังมองสำรวจเรือนร่าง หัวใจนางสั่นไหวดวงหน้าอวบอิ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ หลู่ม่านม่านเบือนหน้าหนีแสร้งหลบตาอย่างเขินๆ มือสองข้างทำได้เพียงกำผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่น เพื่อระบายความรู้สึกประหม่าเขินอาย ยิ่งเขาเห็นท่าทางของนางยิ่งเพิ่มราคะในตัวของเขาให้เพิ่มขึ้นจนยากจะอดใจ เขาก้มลงไปที่ลำคอขาวของนางก่อนที่จะใช้จมูกโด่งซุกไซ้ซอกคอสูดกลิ่นหอมกรุ่นเข้าเต็มปอด เขาขบเม้นลำคอขาวจนเกิดเป็นรอยสีกุหลาบไล่ลงมาถึงเนิ่นอกอวบ เขาใช้ลิ้นร้อนไล่วนตุ่มเล็กน่ารักจนแข็งเป็นไต สองมือบีบเคล้าอกเนื้อนิ่มเบาสลับแรงตามจังหวะสตรีตัวน้อยทำตัวไม่ถูก ได้เพียงแต่ขบเม้นริมฝีปากเอาไว้แน่น ปล่อยให้บุรุษตัวโตทำตามใจอย่างไม่กล้าขัดขืน เขาค่อย ๆ เคลื่อนริมฝีปากต่ำลงไปเรื่อย ๆ เพียงริมฝีปากร้อนถึงท้องน้อย สตรีตัวน้อยถึงกับสะดุ้งเฮือกจนเผลอร้องเสียงหลงออกมาบุรุษตัวโตถึงกับยกยิ้มอย่างภูมิใจ ที่สามารถทำให้สตรีตัวน้อยร้องครางออกมาได้ เขาจับขาของนางอ้าออกก่อนที่จะยกขาเรียวพาดบนไหล่ เขาก้มหน้าลงมองเนินนูนกึ่งกลางกายที่กลีบเนื้ออวบอิ่มขาวนวลสตรีตัวน้อยรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่รดใส่จุดอ่อนไหวระ
“ฝ่าบาทช่วยหม่อมฉันเล่นละครหน่อยนะเพคะ” หลี่เยว่เล่อไม่ฟังเสียงตอบรับจากเฉิงหนิงเฉิง ก็เดินไปหยิบกาน้ำมาเขวี้ยงลงกับพื้นจนแตกกระจายเฉิงหนิงเฉิงยืนมองหลี่เยว่เล่อและหลู่ม่านม่านที่ยืนอยู่ด้านหลังก็รู้ได้ทันทีว่าละครที่แสดงที่อุทยานนั้นจัดฉากขึ้นมาเพื่อกลั่นแกล้งเฟิ่งจางหยงสหายรักของเขา เพราะดูจากสีหน้าของหลู่ม่านม่านที่ยืนอยู่ไม่น่าจะโศกเศร้าเสียใจ ไม่เช่นนั้นแล้วหลี่เยว่เล่อคงไม่หายโกรธเขาง่ายถึงเพียงนี้เฉิงหนิงเฉิงหันหลังคิดจะออกไปบอกสหาย แต่กลับโดนสตรีตัวน้อยจับแขนเอาไว้ พร้อมเอ่ยเสียงเบา ๆ แต่คำพูดของนางกลับทำให้เขาหยุดชะงัก“บุตรของฝ่าบาทอยู่ในท้องของหม่อมฉัน พระองค์กล้าขัดใจหม่อมฉันหรือเพคะ” นางเอ่ยพร้อมลูบท้องเบา ๆ“ฝ่าบาท ทรงเป็นอันใดหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” น้ำเสียงร้อนรนยังไม่ทันที่เฉิงหนิงเฉิงจะเอ่ยอันใด เสียงเกากงกงก็ลอยเข้ามาเสียก่อน เขามองสตรีตรงหน้า ก็รู้ทันทีว่าเขาควรตอบเช่นไร“พวกเจ้าถอยออกไป ไม่ต้องมายุ่ง”เฉิงหนิงเฉิงได้แต่เอ่ยขอโทษสหายของตนเองในใจ เขาลูบท้องสตรีตรงหน้าเบา ๆ ด้วยมือที่สั่นระริกเพราะความตื่นเต้นดีใจที่เขาจะได้เป็นพ่อคนหลังจากนั้นไม่นานนักนางกำนัลจินก็เข้
เฟิ่งจางหยงนั่งลงบนเตียงใหญ่ ที่ถูกจัดตกแต่งใหม่อย่างสวยงามราวกับเตียงนี้จัดไว้เพื่อร่วมหอ เพียงแต่ไม่ได้ตกแต่งด้วยสีแดงก็เท่านั้น หลังจากที่เขานั่งลงแล้วก็จับสตรีตัวน้อยที่พาดอยู่บนไหล่ลงมานั่งบนตักของเขา สตรีตัวน้อยหลุบตาต่ำไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย ใบหูของนางทั้งร้อนทั้งแดง ทำให้บุรุษที่ได้เห็นเกิดความเอ็นดูจนอดไม่ไหวที่จะจุมพิตลงบนหน้าผากเล็กของนางเขาจับคางน้อย ๆ ของสตรีตัวเล็กให้เชิดขึ้น เพื่อรับริมฝีปากจากเขา หลู่ม่านม่านหลับตาลงรับสัมผัสอันอ่อนโยน ริมฝีปากของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนมุมให้จูบลึกล้ำแนบชิดมากขึ้น ก่อนลิ้นร้อนจะค่อย ๆ สอดเข้ามาในโพรงปากเนื้อนิ่มของสตรีตัวน้อย ลิ้นของทั้งสองพัวพันกันจนทำให้ร่างกายของทั้งสองร้อนวูบวาบหลู่ม่านม่านสัมผัสได้ว่านางกำลังนั่งทับบางอย่างที่กำลังขยายตัวอยู่ ใบหน้าของนางเห่อร้อนขึ้นมาทันที เฟิ่งจางหยงรู้ตัวดีว่าหากเขายังไม่หยุดตอนนี้ ต่อให้นางไม่ยินดีเขาก็คงต้องล่วงเกินนางแล้ว เขารีบถอดริมฝีปากออกก่อนจะอุ้มนางวางลงนั่งบนเตียงนอน ทั้งสองนั่งนิ่งเงียบทำตัวไม่ถูก ใบหน้าทั้งสองราวคนเป็นไข้ตัวร้อนเฟิ่งจางหยงไม่อยากให้บรรยากาศในห้องอึดอัด จึงเป็นฝ่ายเริ่มพูดข
จวนตระกูลเฟิ่งเฟิ่งจางหยงก้าวเท้าเข้าสู่ประตูจวนทั้งที่ยังคิดแผนการอันใดไม่ได้ เพราะเขายังกังวลใจถึงความรู้สึกของทั้งสองฝ่าย“คุณชายกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ ฮูหยินรอคุณชายอยู่ที่ห้องโถงรับแขกเจ้าค่ะ”เฟิ่งจางหยงดวงตาเบิกโตเมื่อรู้ว่ามารดากำลังรอเขากลับมา ราวกับว่ามารดาได้คาดการณ์ทุกอย่างเอาไว้แล้ว เฟิ่งจางหยงเดินตามสาวใช้ไปยังห้องโถง เพียงเขาได้เห็นหน้าของมารดาในใจก็รู้สึกราวมีหินหลายก้อนโถมเข้ามาใส่ เขารู้ได้ทันทีว่าเขาคงไม่อาจรักษาความสัมพันธ์ได้ทั้งสองฝ่าย เขาคงต้องตัดสินใจเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น“ท่านแม่ลูกอกตัญญูไม่อาจแต่งกับสตรีที่ท่านต้องการได้ ขอท่านแม่โปรดอภัยให้ลูกสักครั้ง” เฟิ่งจางหยงคุกเข่าขอร้องฮูหยินเฟิ่งนั่งมองบุตรชายของตน พร้อมยกยิ้มที่มุมปาก ก่อนที่จะประคองยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบอย่างช้า ๆ ราวกับจะทรมานคนตรงหน้า นางแสร้งไม่สนใจบุตรชายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวไม่รู้สึกเห็นอกเห็นใจอันใด“เจ้าแน่ใจแล้วหรือที่เลือกทำเช่นนี้”“ลูกแน่ใจแล้วขอรับ ท่านแม่โปรดส่งเสริมลูกด้วย” เฟิ่งจางหยงเสียงสั่นเล็กน้อย แต่ใบหน้าดูจริงจัง“เจ้ารักนางมากถึงขั้นกล้าขัดใจข











