Mag-log inยังไม่ทันข้ามวันวริศราก็โดนเคาะห้องอย่างหนัก น้ำเสียงที่เรียกไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นเจ้าของหอพัก เธอสูดลมหายใจอย่างหนักตั้งสติเพื่อออกไปเจรจากับหญิงวัยกลางคนด้านนอก
“หลินขอเวลาอีกหน่อยนะคะป้า”
“ให้อีกสามวันหลิน ป้าให้ได้แค่นี้จริง ๆ มันเดือนที่สามแล้ว”
“ค่ะ ๆ หลินจะรีบโอนไปให้นะคะ ขอโทษจริง ๆ ค่ะป้า”
เธอยกมือขอโทษขอโพยด้วยความเกรงใจ ก่อนที่เจ้าของหอจะถอนหายใจส่ายหน้าเบื่อหน่ายกลับไปยังรถ หลินปิดประตูอย่างเบามือ ก่อนจะทรุดตัวลงกับเตียงแข็ง ๆ เธอเลือกที่จะเก็บความเสียใจเอาไว้ก่อน เพราะตอนนี้ต้องหาเงินมาจ่ายค่าห้องให้ทัน
หลิน : มีเงินให้กูยืมก่อนไหม
กุญแจ : เอ้า เงินโบนัสพึ่งออกนิ
กัส : ผัวเหี้ย ๆ ของมันไงอีแจ
หลินส่งข้อความลงในกลุ่มเพื่อนสนิท เพียงครู่เดียวก็มีข้อความตอบกลับมา ยังดีที่มีสองคนนี้คอยอยู่เคียงข้าง ไม่อย่างนั้นเธอคงแย่กว่านี้
กุญแจ : กูให้ได้ 1000 อ่ะ ต้องเอาไปไถ่ที่แม่
กัส : กูได้ 2 แต่ต้องคืนสิ้นเดือน กูจองหมอผ่ากีไว้
กุญแจ : ไม่งั้นมึงลองไปถามในโรงงานไหม ปล่อยดอกอ่ะ ถ้าในโรงงานเดียวกันดอกไม่แพงเท่าไหร่ จ่ายเงินออก
กุญแจเสนอทางออกให้เพื่อน ไม่ใช่ว่าไม่อยากช่วยหรอกแต่อย่างว่าเรื่องเงินทองไม่เข้าใครออกใคร พวกเธอเองก็มีภาระที่ต้องใช้จ่ายอยู่ทุกวัน
หลิน : พวกมึงพอรู้ไหม ใครปล่อยบ้าง
หัว : เดี๋ยวกูพาไป
หลิน : ขอบคุณมาก
เพียงสิบกว่านาทีรถมอเตอร์ไซค์คันเก่าก็มาจอดหน้าห้องเช่าของหลิน เธอเปิดประตูออกมาพร้อมน้ำหูน้ำตาที่ยังเปรอะเปื้อนจนเพื่อนดูออก
“ไม่ต้องมีก็ได้นะผัว ไม่ตาย”
“อือ ไปก่อนเถอะค่อยด่ากู”
กัสพาหลินขับตระเวนหาเจ้าพ่อเจ้าแม่เงินกู้หลายที่ นอกจากจะไม่ได้แล้วเคราะห์ซ้ำกรรมซัดยังได้รู้ว่าผัวตัวดีของเธอแอบกู้ไปแล้วทุกที่ แถมตอนนี้ยังไม่จ่ายดอกเบี้ยมาหลายเจ้า ทำเอาเธอทรุดอีกครั้ง
“พี่ให้ไม่ได้หรอกหลิน ไอ้ชาญเอาไปสามพันยังไม่คืนเลย ของพี่ครบกำหนดจ่ายดอกพรุ่งนี้นะ หกร้อยหลินมาจ่ายด้วยแล้วกัน”
เธอเดินออกจากบ้านพักของเพื่อนร่วมโรงงานด้วยหน้าตาหมดอาลัย นอกจากปัญหาจะยังไม่ถูกแก้แล้วยังเพิ่มมาอีกเป็นเข่ง เธอก็รู้อยู่หรอกว่าผัวตัวซวยของเธอมันไม่ดีแต่ไม่คิดว่ามันจะเลวทรามขนาดนี้ น้ำตาแห่งความคับแค้นใจไหลพรากจุกอกลามขึ้นมันเต็มไปด้วยความโกรธเดือดดาลสามีของตัวเอง
“อ้าวน้อง อยู่แถวนี้เหรอ”
จีเข้ามาทักอย่างเป็นมิตรพร้อมรอยยิ้ม แน่นอนว่ามันไม่ได้บังเอิญอะไรหรอกเพราะเจ้านายของเธอเป็นคนสั่งเองว่าให้ตามสืบเรื่องเด็กสาวคนนี้ จะว่าไปเธอก็ค่อนข้างคุ้น ๆ อยู่เหมือนกันนะแต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหนไหม จะถามนายก็ไม่กล้าเพราะตั้งแต่รายงานไปนายจ้างของเธอก็เหมือนจะอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้นทุกวัน
“ปะ.. เปล่าค่ะ พี่อยู่แถวนี้เหรอคะ”
“อ๋อ พี่ผ่านมาพอดี มีอะไรกันรึเปล่าดูเครียดจัง”
“อ๋อ คะ.. คือ”
“ผัวมันเลวพี่ สร้างแต่หนี้ให้เมียแถมยังขโมยเงินโบนัสไปเล่นไพ่หมดจนไม่มีเงินจ่ายค่าหอ”
กัสทนไม่ไหวต้องตอบออกมาเอง เขาไม่ได้อยากบอกเรื่องของเพื่อนให้คนอื่นรู้หรอกแต่บางทีมันก็เกินไปให้คนอื่นเตือนบ้างเผื่อเพื่อนจะคิดได้
“พี่พอรู้แหล่งเงินนะ แป๊บนึง เดี๋ยวลองถามให้”
“จริงเหรอคะ ขอบคุณนะคะพี่”
หลินปาดน้ำตาด้วยความตื่นเต้นดีใจ อย่างน้อยก็พอมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์รำไรถึงจะแค่เสี้ยวเดียวของแสงก็ตาม สายตาจ้องมองแผ่นหลังของพี่สาวคนนั้นอย่างใจจดใจจ่อลุ้นคำตอบที่จะได้รับ มือน้อยกุมกันแน่นหวังแค่ว่าตอนนี้จะมีคนเห็นใจเธอบ้าง
แคปชั่น : ผัวเลวระยำ เก็บไว้ทำพันธุ์ก็สงสารลูก
“พ่อ”“แก”เสียงทุ้มของชายทั้งสองคนเอ่ยขึ้นพร้อมกัน จากที่สถานการณ์นิ่งเงียบมานาน เสี่ยฮาร์นสูดหายใจเข้าเต็มปอดเขาไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี“พ่อสบายดีไหมครับ”“สบายดี ฮึก พ่อ.. สบายดี”แค่ประโยคสั้น ๆ ที่เปล่งออกมาทำให้เจ้าสัวคณาเรศน้ำตาร่วงทันที กี่ปีมาแล้วที่ลูกชายไม่เคยพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงเช่นนี้เลย อย่าว่าแต่ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ แค่ยอมคุยกันดี ๆ สักครั้งยังไม่เคย“พ่อ.. ขอโทษ พ่อขอโทษแกจริง ๆ”“เรื่องที่มันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะครับ ความจริงผมรู้ทุกอย่าง รู้ว่าแม่เป็นคนขอร้องให้พ่อไปลงทุนที่ต่างประเทศเอง รู้ว่าเรื่องข่าวพ่อกับดาราคนนั้นไม่เป็นความจริง ผมแค่รับไม่ได้วันนั้นพ่อไม่มาแม้แต่ดูใจแม่”“พ่อ.. ขอโทษจริง ๆ ฮึก พ่อ.. รับปากแม่แกว่าถ้าไม่สำเร็จพ่อจะไม่กลับมา ตอนนั้นพ่อยังทำไม่ได้แล้วจะให้พ่อแบกหน้ามาเจอแม่แกได้ยังไง”“ผมปล่อยวางได้แล้วครับ พ่อก็เลิกโทษตัวเองเถอะ แล้วไปอยู่กับหลานไปอยู่กับผม”เจ้าสัวเงยมองหน้าลูกชายทันทีที่เขาเอ่ยเช่นนั้น ไม่คิดว่าเขาจะได้กลับไปอยู่กับลูกกับหลานอีกครั้งในบั้นปลายชีวิต แค่นี้คนแก่อย่างเขาก็ตายตาหลับแล้ว“ผมซื้อบ้านหลังข้าง ๆ ไว้ให้พ่อแ
อาการแปลกประหลาดของคนสองคนอยู่ในสายตาผู้ใหญ่อย่างป้าไหมตลอด เธอรู้ว่าอาการแบบนี้มันคืออะไรแต่ทว่าเจ้านายของเธอเป็นหมันทำให้เธอไม่แน่ใจอะไรสักอย่างได้แต่สังเกตอาการมาเรื่อย ๆ“หลิน กินแบบนี้มานานหรือยังลูก”“สักพักแล้วค่ะป้า ตัวบวมมาก ฮ่าฮ่าฮ่า”“ให้เสี่ยพาไปหาหมอหน่อยไหม หลินรู้สึกหรือเปล่า”กึก ! คำที่ป้าไหมพูดเธอเริ่มเข้าใจและจับจุดประสงค์ได้ คงไม่ใช่ว่าเธอจะตั้งครรภ์หรอกนะ แต่จะเป็นไปได้ไงในเมื่อเขาบอกเองว่าเป็นหมันวันถัดมาหลินขอให้เขาพาไปหาหมอตามที่ผู้ใหญ่แนะนำ แม้ในใจจะอยากมีลูกมากแต่ก็หวั่นอยู่เหมือนกันกลัวว่าเขาจะไม่เชื่อใจเธอ กลัวว่าเขาจะไม่เชื่อว่าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาจริง ๆหลินนั่งรอผลตรวจอย่างกระวนกระวายใจ ส่วนคนที่ไม่รู้ว่าเธอขอร้องให้เขาพามาโรงพยายาลทำไมก็คงยังนั่งนิ่งโอบกอดคนตัวเล็กไม่ปล่อย“เชิญคุณวริศราค่ะ”“เฮีย~ เฮียเข้าไปกับหนูได้ไหมคะ”เขาพยักหน้าแล้วพยุงเธอเดินเข้าห้องตรวจ ใบหน้าสาวเจ้าแสดงออกถึงความกังวลอยู่มากจนเขาเครียดตามไปด้วยกลัวว่าเธอจะเป็นอะไรที่ร้ายแรง“ยินดีด้วยนะครับคุณพ่อคุณแม่ ตอนนี้ตั้งครรภ์ได้สิบเอ็ดสัปดาห์แล้วครับ”“เฮีย~”แทนที่เธอจะดีใจกล
จนเกือบหนึ่งทุ่มทั้งสองถึงได้เวลาก้าวขาออกจากบ้านไปวัดสักที วันนี้ที่วัดใหญ่มีการจัดรำวงการกุศลเพื่อหาเงินสร้างโบสถ์ ครอบครัวเธอเองก็มีชื่อนั่งเป็นประธานครั้งนี้ด้วย เพราะบริจาคไปถึงครึ่งแสน แม้จะไม่ได้อยากได้ชื่อเสียงอะไร แต่ทางวัดก็ใส่ให้อยู่ดี“มื้อนี้แม่ใหญ่สายคืองามแท้”หลินเอ่ยชมแม่ตัวเองที่เป็นสาวรำวงครั้งนี้ด้วย เสื้อขาวกระโปรงลายดอกพริ้วนั่นเธอเป็นคนจัดหามาให้ทั้งหมด พอเห็นแม่ตนแต่งตัวแบบนี้บ้างก็แปลกตาดีเหมือนกัน“ไปเหมาสักสองรอบไป อ่ะ”เสี่ยฮาร์นยื่นธนบัตรสีเทาปึกหนึ่งให้ภรรยาก่อนที่เธอจะเดินไปบอกกรรมการวัด พร้อมซื้อมาลัยมาคล้องแม่ของเธอด้วย ความจริงมีมาลัยเงินที่เธอทำเองไว้แล้วแหละ แต่อยากอุดหนุนวัดด้วยเช่นกัน“ปะเฮีย”“ไม่เอาหลิน วันนั้นเฮียก็อายพอแล้ว หลินครับ~”เสียงออดอ้อนของเขาไม่ได้ช่วยอะไรเลยเมื่อมือน้อยของเธอดึงกึ่งลากเขาขึ้นเวที ก่อนที่หลาย ๆ คนจะเดินตามขึ้นไปด้วย เสี่ยใหญ่เดินตามผู้หญิงสองคนพร้อมปรบมือแปะ ๆ ไปด้วย รอยยิ้มของสองแม่ลูกทำให้จิตใจเขาเบิกบานลืมอายฟ้อนเล่นตามเธอไปด้วย“เฮ้อเหนื่อย !”“แก่แล้วก็งี้แหละ คิก ๆ”“แต่เอวดีนะ”“ชิ วนมาเรื่องนี้อีกแล้ว ตาแก่บ
เกือบเที่ยงที่ทั้งสองลืมตาตื่นและเดินลงมาจากบ้านพร้อมกัน สายสมรเองที่รู้อยู่แล้วได้แต่ยิ้มกริ่มดีใจที่ลูกสาวกับลูกเขยดีกัน ต่างจากบันลือที่ตอนนี้วิ่งเข้าไปในบ้านแล้ว“มึงยังกล้ามาอีกอยู่ติ หือ ! (มึงยังกล้ามาอีกเหรอ หือ !)”“พ่อใหญ่ลือ เจ้านิเฒ่าซือ ๆ บ่ฮู้จักความเนาะ ! (พ่อใหญ่ลือ แกนี่แก่เฉย ๆ ไม่รู้จักความเลยนะ !)”สายสมรวิ่งไปห้ามผัวตัวเองพร้อมด่าฉาดใหญ่ ก่อนจะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ส่วนบันลือเองก็ไม่พอใจนักไม่ได้เต็มใจที่จะรับเขาเป็นลูกเขยเหมือนแต่ก่อน แค่เห็นว่าลูกสาวรักผู้ชายคนนี้มากเลยมองข้ามไปเสี่ยฮาร์นเดินไปที่รถของตัวเอง ก่อนจะหยิบของที่เตรียมมาตั้งแต่เมื่อวานลงจากรถ พานบายศรีเล็ก ๆ ถูกวางต่อหน้าพ่อตาแม่ยายพร้อมกล่าวขอขมาอย่างจริงใจ แต่ถึงอย่างนั้นบรรลือก็ไม่ได้ใจอ่อนลงสักนิดจนกระทั่งเขาหยิบขวดบรั่นดีนอกออกมา ทำเอาบันลือตาลุกวาวเป็นประกาย“เออ บักอันนี้มันอยู่เป็นเว้ย (เออ ไอ้นี่มันอยู่เป็นเว้ย)”ชายสูงวัยหยิบขวดเหล้าก่อนจะตบบ่าลูกเขยเบา ๆ แล้วเดินออกจากบ้านไปหาลุงในทันที ทำเอาสายสมรและหลินส่ายหัว“อีสาย !”เสียงเดือนเพ็ญตะโกนเรียกน้องสาวจากทางหน้าบ้านดังขึ้น สายสมรรีบเ
“หนูครับ เฮียทำตามที่หนูขอทุกอย่างแล้วนะ คืนดีกับเฮียได้รึยัง”“นั่งสิคะ”เธอไม่ตอบที่เขาถามและไม่ได้ปฏิเสธเช่นกันแถมยังขยับให้นั่งด้วย ทำเอาเสือเฒ่าเจ้าเล่ห์ดีดดิ้นเป็นลิงโลดทึกทักเอาเองว่าเมียยอมคืนดีด้วยหลินหยิบกระดาษทิชชูที่ตัวเองพึ่งจะซื้อมาซับเหงื่อออกให้เขา ใบหน้าหล่อที่มองกี่ครั้งยังไม่เบื่อนี่เป็นของเธอของเธอคนเดียว และที่ทำอยู่ก็เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของทางอ้อมไม่ต้องการให้มดปลวกมาไต่ตอมเขาอีก“แกล้งผัวแบบนี้รู้ไหมจะโดนอะไร”“ชิ ! โอนให้หนูแต่แรกก็จบ”“หนูอยากได้เท่าไหร่ เอาไปได้เลย แถมไอ้ซีให้ด้วย”“เอามาเป็นกิ๊กเหรอคะ”“เดี๋ยวจะโดน”หลินหัวเราะหึในลำคอก่อนจะหันไปทางเวทีไม่สนใจเขา แต่ทว่ามือหนากลับสอดโอบเอวเธอเอาไว้พร้อมกับลูบคลำตรงนั้นของเธอเบา ๆ ยังที่มีเสื้อแขนยาวที่เธอคลุมขาเอาไว้ไม่อย่างนั้นคนคงเห็นกันทั้งลานนี่แหละไม่ถึงยี่สิบนาทีคนแก่ของเธอก็ซบหน้าลงที่แผ่นหลัง และเหมือนเธอจะรับรู้ถึงลมหายใจสม่ำเสมอของเขานั่นแสดงว่าเขาหลับไปแล้ว ในสถานที่ที่เสียงดังขนาดนี้ยังหลับได้ ต้องเหนื่อยแค่ไหนกันนั่งไปสักพักหลินจึงลาเพื่อนกลับ เพราะดูแล้วคนข้างหลังน่าจะต้องการพักผ่อนมากกว่
“หลิน คือตื่นสวย.. เอ้า มาแต่เหิง (หลิน ทำไมตื่นสาย.. เอ้า มาแต่ตอนไหน)”“มาแต่มื้อคืนแล้ว เบิ่งเอาโลดลูกเขยเจ้ายายสาย (มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ดูเอาเลยลูกเขยแกยายสาย)”หลินลุกขึ้นลงไปข้างล่างทันทีที่ผู้เป็นแม่เข้ามา ส่วนสายสมรได้แต่มองสลับลูกสาวกับลูกเขยไปมาอย่างงุนงง“ฮาร์น ฮาร์นเอ้ย ลุกไปนอนเทิ้งเตียงดี ๆ ลูก น้องออกไปแล้ว (ฮาร์น ฮาร์นเอ้ย ลุกไปนอนบนเตียงดี ๆ ลูก น้องออกไปแล้ว)”“อื้อ แม่~ แม่ครับมื้อแลงพาน้องไปเบิ่งหมอลำแน่เด้อ ผมจ้างไว้เผื่อน้องสิคืนดีนำ (แม่ครับ ตอนเย็นพาน้องไปดูหมอลำด้วยนะ ผมจ้างไว้แล้วเผื่อน้องจะคืนดีด้วย)”“อื้อ ๆ แม่สิพาไปดอก นอนซะ ๆ (อื้อ ๆ แม่จะพาไปเอง นอนเถอะ ๆ)”ฮาร์นสลึมสลือปีนขึ้นเตียงเมียโดยมีแม่ยายสนับสนุน แขนหนาคว้าเอาหมอนสาวน้อยมากอดสูดดมกลิ่นหอมที่ตัวเองโปรดปราน ได้กอดหมอนก็เหมือนได้กอดคนนั่นแหละหลินกลับขึ้นมาบนห้องก็ต้องขมวดคิ้วเป็นปมขึ้นสันนูน แต่ก็คงเป็นมารดาของเธอนั่นแหละที่อนุญาตเลยไม่ว่าอะไร“คุณ คุณไม่กลับหรือไง”หมับ ! “อ๊ะ !”ระหว่างที่ปลุกอยู่นั้นแขนเรียวเธอก็โดนกระตุกดึงลงไปกอดในอ้อมแขนของเขา มันแน่นจนเธอขยับไม่ได้แต่ก็ไม่อึดอัด“เมื่อไห
“ออกไปได้แล้ว”“ฮะ ! คะ.. แค่นี้เหรอคะ”“ทำไม หรืออยากให้ฉันทำมากกว่านี้ หื้ม”“เปล่าสักหน่อย”เธอลุดออกจากตรงนั้นหลบสายตาแพรวพราวของเขา เธอรีบหลบให้พ้นจนลืมขอบคุณเขาไปเลย แต่จะให้กลับเข้าไปอีกก็เขินไม่กล้ามองหน้าเขาแล้วหลิน : ขอบคุณนะคะเธอกดส่งข้อความส่งให้เขา ก่อนจะเดินตามพี่จีออกมาติด ๆ ส่วนคน
หลินเคาะแล้วเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของเขาเบา ๆ เห็นคนอายุมากกว่านั่งรออยู่ก่อนแล้ว หน้าตาเคร่งขรึมอยู่ตลอดของเขาทำให้เธอไม่ค่อยจะกล้าพูดเท่าไหร่“สะ.. สวัสดีค่ะเสี่ย”“อืม นั่งสิ”เธอนั่งลงเก้าอี้ตรงข้ามกับเขา แต่ไม่ได้พูดอะไร เจ้าหล่อนมองเขาสลับกับมองมือตัวเองตรึกตรองคำพูดอยู่ในใจ แต่นั่นมันนาน
ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมงที่วริศราหมดสติ เปลือกตาสีไข่ค่อย ๆ กระพือช้า ๆ ปรับแสงให้ม่านตาคุ้นเคย ทว่าสถานที่แห่งนี้เธอกลับไม่เคยเห็น ก่อนที่ร่างบางจะดันตัวขึ้นและเห็นเขานั่งอยู่โต๊ะทำงานไม่ไกลกัน“คุณ..”เสียงเล็กเรียกสติคนตรวจงานให้หันมอง เท้าหนาย่างก้าวเข้ามาใกล้เธอขึ้นเรื่อย ๆ จนเจ้าหล่อนเกิดความประ
สาวโรงงานเข้ากะทำงานตามปกติแต่ในใจยังครุ่นคิดหาทางที่จะออกจากขุมนรกนั้นสักทีถ้ามันง่ายอย่างที่คนอื่นบอกก็ดีน่ะสิ แต่ตอนนี้เธอต้องหาทางลบรูปลบคลิปที่เคยถ่ายไว้ตอนร่วมรักกับผัวของเธอก่อนที่เขาจะส่งให้พ่อกับแม่เธอดูจริง ๆหลังจากเลิกงานเธอกลับมาห้องตามปกเห็นผัวเจ้ากรรมเมานอนหลับอยู่ เธอถอนหายใจเบื่อหน







