Masuk“ได้อยู่ ค่อยไปคุยกับเสี่ยเอานะ เดี๋ยวพี่พาไป”
“มึง แต่กูไปด้วยไม่ได้นะ ต้องไปทำธุระ”
“อ๋อ ไม่เป็นไร ขอบคุณมากมึงเดี๋ยวกูโทรหา”
เพื่อนสองคนสั่งลากันก่อนที่กัสจะขับรถมอเตอร์ไซค์ของเธอ ส่วนหลินก็ก้าวขึ้นรถยนต์ตามพี่สาวคนนั้นไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เธอแอบหวั่นใจเล็กน้อยแต่มันก็เป็นทางออกสุดท้ายแล้วยังไงก็ต้องเผชิญ
ในระหว่างการเดินทางจีพยายามชวนเธอคุยเรื่องหนี้สินต่าง ๆ รวมทั้งแนะนำตัวเองแลกช่องทางติดต่อกันไว้ด้วย เส้นทางที่มาเป็นทางที่เธอคุ้นเคยก่อนที่รถจะจอดเทียบที่หน้าคลับกาสิโนฝั่งวีไอพี เธอหันมองไปรอบ ๆ แล้วเดินตามพี่จีเข้าไปในร้าน
“นายคะ”
เสี่ยเจ้าของคลับกาสิโนชื่อดังวางแฟ้มเอกสารในมือลงสายตามองทอดไปยังคนตรงข้าม เธอนั่งตัวเกร็งเท้าน้อย ๆ ในรองเท้าผ้าใบจิกเข้ากันจนเจ็บปวดไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าสบตาเขาด้วยซ้ำ
“พูด!”
“อ๊ะ! เอ่อ หนูจะมาขอกู้เงินค่ะ หนูมีเงินเดือนนะคะเอาบัตรเอทีเอ็มหนูไว้ก็ได้”
“เท่าไหร่”
“สะ.. สามพันห้าค่ะ”
ฮาร์นขมวดคิ้วม้วนมองไปที่ลูกน้องที่ยืนอยู่ สายตาเจ้านายทำเอาจีต้องรีบเข้ามาคุยกับเธอเพราะตอนที่ได้ฟังนั้นหนี้สินที่มีของเธอไม่ต่ำกว่าห้าหมื่นและเธอก็รายงานเจ้านายไปแล้วด้วย
“ดอกเบี้ยเท่าไหร่คะ”
“ถามว่าจะเอาเท่าไหร่”
“หนูกลัวจ่ายไม่ไหว”
“ตอบที่ถาม!”
เสียงตวาดดังลั่นห้องจนเธอกลัว นอกจากเจ้าหล่อนจะไม่ตอบแล้วยังเอาแต่ก้มหน้าก้มตามองเท้าจนคนที่ถามรู้สึกโมโห เสี่ยวัยกลางคนนั่งนิ่งรอให้เธอทำสมาธิจนในที่สุดเธอก็ยอมเงยขึ้นมองเขาสักที
“หนูเอาไปจ่ายค่าห้องก่อนก็พอค่ะ ประมาณหมื่นสอง”
“มีหนี้เท่าไหร่เขียนมา เอาจากฉันไปปิด เดี๋ยวไม่มีเงินมาจ่ายอีก”
“เอ่อ..”
เธอยังไม่ทันปฏิเสธกระดาษกับปากกาก็ถูกยื่นถึงมือเจ้าหล่อน เธอละเมียดจดหนี้สินที่ตัวเองพอจะนึกได้อยู่สักพัก ก่อนจะกดเครื่องคิดเลขในมือถือรวมยอดทั้งหมดให้เขา
“ดอกเบี้ยเท่าไหร่คะ”
“สามร้อยต่อเดือน”
“ฮะ!”
“ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ แต่ลดให้เห็นว่าเป็นเพื่อนจี”
ลูกน้องเอียงหัวมองหน้าเจ้านายด้วยความงุนงง อยู่ดี ๆ เธอก็ได้เพื่อนเพิ่มเสียอย่างนั้นแต่ก็ยอมพยักหน้ารับแต่โดยดีเพราไม่อยากหักหน้าผู้เป็นนาย จะว่าไปดอกเบี้ยก็ถูกจนน่าตกใจจริง ๆ นั่นแหละเพราะยอดเงินที่เธอยืมคือเจ็ดหมื่น แต่เจ้าหนี้คิดดอกเบี้ยแค่เดือนละสามร้อยมันออกจะไม่สมเหตุสมผลสักเท่าไหร่
“ฉันจะให้แบ่งจ่ายวันละสิบบาท เขียนตารางงานมาให้ด้วย ฉันจะไปเก็บเอง”
“ฮะ! อะ.. อะไรนะคะ”
“จะตกใจอะไรนักหนา เดี๋ยวให้จีพาไปจัดการ ฉันไม่ไว้ใจเธอต้องให้ลูกน้องฉันเห็นว่าหนี้ทางอื่นหมดแล้ว”
เอกสารกู้ยืมถูกเซ็นรับทราบทั้งสองฝ่าย ที่เจ้าหนี้คนนี้อยากได้เห็นทีจะไม่ใช่เอกสารยินยอมรับสภาพหนี้แต่เป็นเบอร์โทร ที่อยู่รวมทั้งตารางงานของลูกหนี้ต่างหากที่เขาสนใจ
ความจริงเขาไม่ได้สนใจเลยว่าเธอจะเอาเงินไปใช้หนี้จริงหรือเปล่า ห่วงแต่ว่าผัวของเธอจะมาขโมยเงินไปอีกจนทำให้เธอต้องบากหน้าไปขอพึ่งคนอื่น และนั่นมันจะทำให้เขาอดยากฆ่าผู้ชายคนนั้นเพิ่มขึ้นไปอีก
ในระหว่างที่ตกลงข้อเสนอ วริศราก็เหมือนมีคำถามอยู่ในใจ เธอแสดงความประหม่าออกมาผ่านสีหน้าแววตาจนเขาต้องสั่งให้ลูกน้องออกไปก่อนเหลือเพียงแค่เขาและเธอ สองต่อสอง..
“คะ.. คุณจะไม่ทำอะไรหนุแบบในหนังใช่ไหมคะ”
“ฮึ ! ก็ไม่แน่”
เขาจ้องมองเธอสักพักและตอบคำถามกลั้วเสียงหัวเราะ ถึงจะเป็นคำตอบที่ชวนขนลุกแต่เธอกลัยรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้จะไม่ทำร้ายเธอ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่สัญชาติญาณเธอบอกแบบนั้น
ทุกอย่างจบลงภายในวันนั้น เธอตามใช้หนี้ให้ผัวจนหมดและประกาศต่อเจ้าหนี้ทุกคนว่าต่อไปถ้าให้ยืมอีกเธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหนี้ก้อนนั้นพร้อมถ่ายคลิปเป็นหลักฐานโดยมีจีเป็นพยานด้วย
“ไปไหนอีกไหม พี่พาไป”
“ไม่แล้วค่ะพี่ แล้วหลินต้องเริ่มจ่ายวันไหนคะ”
“มะรืนจ้ะ เดี๋ยวพี่มาหา”
เธอพยักหน้าพร้อมกับยิ้มให้สาวรุ่นพี่อย่างจริงใจและเต็มไปด้วยคำขอบคุณ รถยนต์ยี่ห้อดังขับเคลื่อนมาจนถึงห้องพักของหญิงสาวแต่ผมว่าคนโดยสารต้องถอนหายใจเพราะเมื่อมาถึงก็เห็นผัวในพฤตินัยของเธอกำลังนั่งดื่มเหล้าหัวจุ่มอยู่ที่ม้าหินอ่อนหน้าห้อง
“หลิน พี่ขอพูดอะไรหน่อยเถอะนะ จะว่าพี่เสือกก็ได้ แต่หลินอยู่แบบนี้หลินมีความสุขจริง ๆ เหรอ พี่อยากให้หลินคิดดี ๆ รักมันที่ตรงไหน หรือแค่ผูกพัน”
เธอเม้มปากก่อนจะยกยิ้มให้พี่สาวคนนั้น หลินเอ่ยคำขอบคุณแล้วลงจากรถไป เจ้าหล่อนเดินเข้าห้องโดยไม่มองผัวเลยด้วยซ้ำเพราะตอนนี้เธอเหนื่อยมาก อยากพักอยากนอนเอาแรงเพื่อไปทำงานในวันพรุ่งนี้
ถ้าขาดมันไปกูจะอยู่ไม่ได้จริงเหรอวะ..
ความคิดในสมองส่วนลึกตีตื้นขึ้นมาจนนอนไม่หลับ หลินครุ่นคิดเรื่องนี้ซ้ำไปซ้ำมาตั้งแต่มาถึง เธอคบกับผู้ชายคนนี้มาสามปีกว่า ก็ตั้งแต่เข้ามาทำงานเธอก็มีเขามาโดยตลอด เป็นรักแรกรวมถึงคนแรกที่เธอยอมมีสัมพันธ์ด้วย
ในตอนที่คบกันแรก ๆ เขาดีกับเธอทุกอย่าง จนเธอตัดสินใจย้ายมาอยู่ด้วยและเปิดเผยกับพ่อแม่ว่าเธอเลือกเขา แต่ผมว่าผ่านมาได้ไม่ถึงปีความรักความดีของเขาก็จืดจางลง เหลือเพียงความไม่พอใจ หงุดหงิด เบื่อหน่าย จนความสุขที่เคยมีด้วยกันมันไม่เหลืออยู่เลย แถมตอนนี้ยังทำตัวเป็นภาระเธออีก
แคปชั่น : เราทุ่มเท เธอทุ่มทิ้ง ไม่เป็นไรเราเทเพิ่ม
“พ่อ”“แก”เสียงทุ้มของชายทั้งสองคนเอ่ยขึ้นพร้อมกัน จากที่สถานการณ์นิ่งเงียบมานาน เสี่ยฮาร์นสูดหายใจเข้าเต็มปอดเขาไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี“พ่อสบายดีไหมครับ”“สบายดี ฮึก พ่อ.. สบายดี”แค่ประโยคสั้น ๆ ที่เปล่งออกมาทำให้เจ้าสัวคณาเรศน้ำตาร่วงทันที กี่ปีมาแล้วที่ลูกชายไม่เคยพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงเช่นนี้เลย อย่าว่าแต่ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ แค่ยอมคุยกันดี ๆ สักครั้งยังไม่เคย“พ่อ.. ขอโทษ พ่อขอโทษแกจริง ๆ”“เรื่องที่มันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะครับ ความจริงผมรู้ทุกอย่าง รู้ว่าแม่เป็นคนขอร้องให้พ่อไปลงทุนที่ต่างประเทศเอง รู้ว่าเรื่องข่าวพ่อกับดาราคนนั้นไม่เป็นความจริง ผมแค่รับไม่ได้วันนั้นพ่อไม่มาแม้แต่ดูใจแม่”“พ่อ.. ขอโทษจริง ๆ ฮึก พ่อ.. รับปากแม่แกว่าถ้าไม่สำเร็จพ่อจะไม่กลับมา ตอนนั้นพ่อยังทำไม่ได้แล้วจะให้พ่อแบกหน้ามาเจอแม่แกได้ยังไง”“ผมปล่อยวางได้แล้วครับ พ่อก็เลิกโทษตัวเองเถอะ แล้วไปอยู่กับหลานไปอยู่กับผม”เจ้าสัวเงยมองหน้าลูกชายทันทีที่เขาเอ่ยเช่นนั้น ไม่คิดว่าเขาจะได้กลับไปอยู่กับลูกกับหลานอีกครั้งในบั้นปลายชีวิต แค่นี้คนแก่อย่างเขาก็ตายตาหลับแล้ว“ผมซื้อบ้านหลังข้าง ๆ ไว้ให้พ่อแ
อาการแปลกประหลาดของคนสองคนอยู่ในสายตาผู้ใหญ่อย่างป้าไหมตลอด เธอรู้ว่าอาการแบบนี้มันคืออะไรแต่ทว่าเจ้านายของเธอเป็นหมันทำให้เธอไม่แน่ใจอะไรสักอย่างได้แต่สังเกตอาการมาเรื่อย ๆ“หลิน กินแบบนี้มานานหรือยังลูก”“สักพักแล้วค่ะป้า ตัวบวมมาก ฮ่าฮ่าฮ่า”“ให้เสี่ยพาไปหาหมอหน่อยไหม หลินรู้สึกหรือเปล่า”กึก ! คำที่ป้าไหมพูดเธอเริ่มเข้าใจและจับจุดประสงค์ได้ คงไม่ใช่ว่าเธอจะตั้งครรภ์หรอกนะ แต่จะเป็นไปได้ไงในเมื่อเขาบอกเองว่าเป็นหมันวันถัดมาหลินขอให้เขาพาไปหาหมอตามที่ผู้ใหญ่แนะนำ แม้ในใจจะอยากมีลูกมากแต่ก็หวั่นอยู่เหมือนกันกลัวว่าเขาจะไม่เชื่อใจเธอ กลัวว่าเขาจะไม่เชื่อว่าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาจริง ๆหลินนั่งรอผลตรวจอย่างกระวนกระวายใจ ส่วนคนที่ไม่รู้ว่าเธอขอร้องให้เขาพามาโรงพยายาลทำไมก็คงยังนั่งนิ่งโอบกอดคนตัวเล็กไม่ปล่อย“เชิญคุณวริศราค่ะ”“เฮีย~ เฮียเข้าไปกับหนูได้ไหมคะ”เขาพยักหน้าแล้วพยุงเธอเดินเข้าห้องตรวจ ใบหน้าสาวเจ้าแสดงออกถึงความกังวลอยู่มากจนเขาเครียดตามไปด้วยกลัวว่าเธอจะเป็นอะไรที่ร้ายแรง“ยินดีด้วยนะครับคุณพ่อคุณแม่ ตอนนี้ตั้งครรภ์ได้สิบเอ็ดสัปดาห์แล้วครับ”“เฮีย~”แทนที่เธอจะดีใจกล
จนเกือบหนึ่งทุ่มทั้งสองถึงได้เวลาก้าวขาออกจากบ้านไปวัดสักที วันนี้ที่วัดใหญ่มีการจัดรำวงการกุศลเพื่อหาเงินสร้างโบสถ์ ครอบครัวเธอเองก็มีชื่อนั่งเป็นประธานครั้งนี้ด้วย เพราะบริจาคไปถึงครึ่งแสน แม้จะไม่ได้อยากได้ชื่อเสียงอะไร แต่ทางวัดก็ใส่ให้อยู่ดี“มื้อนี้แม่ใหญ่สายคืองามแท้”หลินเอ่ยชมแม่ตัวเองที่เป็นสาวรำวงครั้งนี้ด้วย เสื้อขาวกระโปรงลายดอกพริ้วนั่นเธอเป็นคนจัดหามาให้ทั้งหมด พอเห็นแม่ตนแต่งตัวแบบนี้บ้างก็แปลกตาดีเหมือนกัน“ไปเหมาสักสองรอบไป อ่ะ”เสี่ยฮาร์นยื่นธนบัตรสีเทาปึกหนึ่งให้ภรรยาก่อนที่เธอจะเดินไปบอกกรรมการวัด พร้อมซื้อมาลัยมาคล้องแม่ของเธอด้วย ความจริงมีมาลัยเงินที่เธอทำเองไว้แล้วแหละ แต่อยากอุดหนุนวัดด้วยเช่นกัน“ปะเฮีย”“ไม่เอาหลิน วันนั้นเฮียก็อายพอแล้ว หลินครับ~”เสียงออดอ้อนของเขาไม่ได้ช่วยอะไรเลยเมื่อมือน้อยของเธอดึงกึ่งลากเขาขึ้นเวที ก่อนที่หลาย ๆ คนจะเดินตามขึ้นไปด้วย เสี่ยใหญ่เดินตามผู้หญิงสองคนพร้อมปรบมือแปะ ๆ ไปด้วย รอยยิ้มของสองแม่ลูกทำให้จิตใจเขาเบิกบานลืมอายฟ้อนเล่นตามเธอไปด้วย“เฮ้อเหนื่อย !”“แก่แล้วก็งี้แหละ คิก ๆ”“แต่เอวดีนะ”“ชิ วนมาเรื่องนี้อีกแล้ว ตาแก่บ
เกือบเที่ยงที่ทั้งสองลืมตาตื่นและเดินลงมาจากบ้านพร้อมกัน สายสมรเองที่รู้อยู่แล้วได้แต่ยิ้มกริ่มดีใจที่ลูกสาวกับลูกเขยดีกัน ต่างจากบันลือที่ตอนนี้วิ่งเข้าไปในบ้านแล้ว“มึงยังกล้ามาอีกอยู่ติ หือ ! (มึงยังกล้ามาอีกเหรอ หือ !)”“พ่อใหญ่ลือ เจ้านิเฒ่าซือ ๆ บ่ฮู้จักความเนาะ ! (พ่อใหญ่ลือ แกนี่แก่เฉย ๆ ไม่รู้จักความเลยนะ !)”สายสมรวิ่งไปห้ามผัวตัวเองพร้อมด่าฉาดใหญ่ ก่อนจะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ส่วนบันลือเองก็ไม่พอใจนักไม่ได้เต็มใจที่จะรับเขาเป็นลูกเขยเหมือนแต่ก่อน แค่เห็นว่าลูกสาวรักผู้ชายคนนี้มากเลยมองข้ามไปเสี่ยฮาร์นเดินไปที่รถของตัวเอง ก่อนจะหยิบของที่เตรียมมาตั้งแต่เมื่อวานลงจากรถ พานบายศรีเล็ก ๆ ถูกวางต่อหน้าพ่อตาแม่ยายพร้อมกล่าวขอขมาอย่างจริงใจ แต่ถึงอย่างนั้นบรรลือก็ไม่ได้ใจอ่อนลงสักนิดจนกระทั่งเขาหยิบขวดบรั่นดีนอกออกมา ทำเอาบันลือตาลุกวาวเป็นประกาย“เออ บักอันนี้มันอยู่เป็นเว้ย (เออ ไอ้นี่มันอยู่เป็นเว้ย)”ชายสูงวัยหยิบขวดเหล้าก่อนจะตบบ่าลูกเขยเบา ๆ แล้วเดินออกจากบ้านไปหาลุงในทันที ทำเอาสายสมรและหลินส่ายหัว“อีสาย !”เสียงเดือนเพ็ญตะโกนเรียกน้องสาวจากทางหน้าบ้านดังขึ้น สายสมรรีบเ
“หนูครับ เฮียทำตามที่หนูขอทุกอย่างแล้วนะ คืนดีกับเฮียได้รึยัง”“นั่งสิคะ”เธอไม่ตอบที่เขาถามและไม่ได้ปฏิเสธเช่นกันแถมยังขยับให้นั่งด้วย ทำเอาเสือเฒ่าเจ้าเล่ห์ดีดดิ้นเป็นลิงโลดทึกทักเอาเองว่าเมียยอมคืนดีด้วยหลินหยิบกระดาษทิชชูที่ตัวเองพึ่งจะซื้อมาซับเหงื่อออกให้เขา ใบหน้าหล่อที่มองกี่ครั้งยังไม่เบื่อนี่เป็นของเธอของเธอคนเดียว และที่ทำอยู่ก็เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของทางอ้อมไม่ต้องการให้มดปลวกมาไต่ตอมเขาอีก“แกล้งผัวแบบนี้รู้ไหมจะโดนอะไร”“ชิ ! โอนให้หนูแต่แรกก็จบ”“หนูอยากได้เท่าไหร่ เอาไปได้เลย แถมไอ้ซีให้ด้วย”“เอามาเป็นกิ๊กเหรอคะ”“เดี๋ยวจะโดน”หลินหัวเราะหึในลำคอก่อนจะหันไปทางเวทีไม่สนใจเขา แต่ทว่ามือหนากลับสอดโอบเอวเธอเอาไว้พร้อมกับลูบคลำตรงนั้นของเธอเบา ๆ ยังที่มีเสื้อแขนยาวที่เธอคลุมขาเอาไว้ไม่อย่างนั้นคนคงเห็นกันทั้งลานนี่แหละไม่ถึงยี่สิบนาทีคนแก่ของเธอก็ซบหน้าลงที่แผ่นหลัง และเหมือนเธอจะรับรู้ถึงลมหายใจสม่ำเสมอของเขานั่นแสดงว่าเขาหลับไปแล้ว ในสถานที่ที่เสียงดังขนาดนี้ยังหลับได้ ต้องเหนื่อยแค่ไหนกันนั่งไปสักพักหลินจึงลาเพื่อนกลับ เพราะดูแล้วคนข้างหลังน่าจะต้องการพักผ่อนมากกว่
“หลิน คือตื่นสวย.. เอ้า มาแต่เหิง (หลิน ทำไมตื่นสาย.. เอ้า มาแต่ตอนไหน)”“มาแต่มื้อคืนแล้ว เบิ่งเอาโลดลูกเขยเจ้ายายสาย (มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ดูเอาเลยลูกเขยแกยายสาย)”หลินลุกขึ้นลงไปข้างล่างทันทีที่ผู้เป็นแม่เข้ามา ส่วนสายสมรได้แต่มองสลับลูกสาวกับลูกเขยไปมาอย่างงุนงง“ฮาร์น ฮาร์นเอ้ย ลุกไปนอนเทิ้งเตียงดี ๆ ลูก น้องออกไปแล้ว (ฮาร์น ฮาร์นเอ้ย ลุกไปนอนบนเตียงดี ๆ ลูก น้องออกไปแล้ว)”“อื้อ แม่~ แม่ครับมื้อแลงพาน้องไปเบิ่งหมอลำแน่เด้อ ผมจ้างไว้เผื่อน้องสิคืนดีนำ (แม่ครับ ตอนเย็นพาน้องไปดูหมอลำด้วยนะ ผมจ้างไว้แล้วเผื่อน้องจะคืนดีด้วย)”“อื้อ ๆ แม่สิพาไปดอก นอนซะ ๆ (อื้อ ๆ แม่จะพาไปเอง นอนเถอะ ๆ)”ฮาร์นสลึมสลือปีนขึ้นเตียงเมียโดยมีแม่ยายสนับสนุน แขนหนาคว้าเอาหมอนสาวน้อยมากอดสูดดมกลิ่นหอมที่ตัวเองโปรดปราน ได้กอดหมอนก็เหมือนได้กอดคนนั่นแหละหลินกลับขึ้นมาบนห้องก็ต้องขมวดคิ้วเป็นปมขึ้นสันนูน แต่ก็คงเป็นมารดาของเธอนั่นแหละที่อนุญาตเลยไม่ว่าอะไร“คุณ คุณไม่กลับหรือไง”หมับ ! “อ๊ะ !”ระหว่างที่ปลุกอยู่นั้นแขนเรียวเธอก็โดนกระตุกดึงลงไปกอดในอ้อมแขนของเขา มันแน่นจนเธอขยับไม่ได้แต่ก็ไม่อึดอัด“เมื่อไห
“ออกไปได้แล้ว”“ฮะ ! คะ.. แค่นี้เหรอคะ”“ทำไม หรืออยากให้ฉันทำมากกว่านี้ หื้ม”“เปล่าสักหน่อย”เธอลุดออกจากตรงนั้นหลบสายตาแพรวพราวของเขา เธอรีบหลบให้พ้นจนลืมขอบคุณเขาไปเลย แต่จะให้กลับเข้าไปอีกก็เขินไม่กล้ามองหน้าเขาแล้วหลิน : ขอบคุณนะคะเธอกดส่งข้อความส่งให้เขา ก่อนจะเดินตามพี่จีออกมาติด ๆ ส่วนคน
หลินเคาะแล้วเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงานของเขาเบา ๆ เห็นคนอายุมากกว่านั่งรออยู่ก่อนแล้ว หน้าตาเคร่งขรึมอยู่ตลอดของเขาทำให้เธอไม่ค่อยจะกล้าพูดเท่าไหร่“สะ.. สวัสดีค่ะเสี่ย”“อืม นั่งสิ”เธอนั่งลงเก้าอี้ตรงข้ามกับเขา แต่ไม่ได้พูดอะไร เจ้าหล่อนมองเขาสลับกับมองมือตัวเองตรึกตรองคำพูดอยู่ในใจ แต่นั่นมันนาน
มีข่าวลือกันว่านายทุนเงินหนากำลังกว้านซื้อที่ดินเขตทำเลทอง เจ้าของที่ดินหลายคนต่างพากันเสนอโก่งราคาสุดขั้วแต่ถึงกระนั้นก็ยังยอมซื้อในราคาที่แพงกว่าการประเมิน“เสี่ยครับ ที่ดินในเขตก่อสร้าง เราซื้อได้เกือบหมดแล้ว..”“เกือบหมด ?”“คะ.. ครับ ๆ ผมจะรีบไปจัดการครับเสี่ย”ซีวางซองเอกสารโฉนดหลายแปลงไว้ตรง
KV Grand Casino“โอ๊ย ! ไอ้ชาญ ! กูเจ็บ !”“เรื่องของแม่มึงดิ อยากขัดดวงกูดีนัก แม่ง ! น่ารำคาญฉิบหาย”เสียงทะเลาะกันดังสนั่นหน้ากาสิโนชื่อดังย่านสมุทรปราการ ผัวเมียคู่นี้มักทะเลาะกันเป็นประจำจนการ์ดร้านชินชาและการที่เห็นผัวทำร้ายเมียแบบนี้ก็เป็นภาพที่คุ้นตาจนเอือมระอาที่จะห้าม เพราะห้ามไปวันถัด







