Share

บทที่ 8 เล่าความจริง

Author: BABYPIGGIE
last update publish date: 2026-08-06 10:15:32

จังหวะหันหน้ามาเจอกันแบบนี้มัน... เหตุใดถึงได้เหมาะเจาะเช่นนี้!

“ทะ ทำไม.. ถึงมาอยู่ในห้องข้ากันเล่าเจ้าคะ” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก นางมั่นใจว่าตนเองลงกลอนประตูแล้ว แต่พอหันไปทางที่น้องชายยืนอยู่ก็ได้คำตอบทันที

หน้าต่างที่เปิดกว้างแถมยังมีรอยเท้าเปื้อนดินประทับไว้เต็มโต๊ะเสียขนาดนั้น ดูเหมือนว่าน้องชายจะปีนเขามาเปิดประตูห้องให้ท่านพ่อท่านแม่

“แม่สิต้องถามเจ้า หายไปไหนมา แล้วเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่!” หลี่ซูฮวาถามลูกสาวออกไปเสียงดัง พลางเบิกตากว้างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง

จางซูเม่ยสบตากับทุกคน พวกเขาเงียบและใช้สายตาจดจ้องมายังตัวนางราวกับรอคอยคำตอบ จึงได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างจำยอม

สุดท้ายแล้วหญิงสาวก็ต้องเล่าที่มาที่ไปเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ทุกคนในครอบครัวได้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบอยู่ครึ่งค่อนคืน

กลางยามจื่อ (23.00-24.59)

จางซูเม่ยที่นั่งอยู่บนเตียงก็สรุปเรื่องราวให้ทุกคนฟังอีกครั้ง แม้นางจะเรียบเรียงคำพูดให้เข้าใจง่ายที่สุดด้วยความกระชับฉับไวแล้วก็ตาม แต่ก็สรุปให้ฟังอีกง่าย ๆ ว่านางมิติในครอบครอง

ครั้นเมื่อเล่าจบ ภายในห้องก็เงียบอยู่ราวชั่วจิบชา ทั้งสามคนนั่งฟังอยู่ตรงข้ามกับจางซูเม่ยมีสีหน้าสับสนมึนงง ไม่มีใครพูดสิ่งใดออกมา จนในที่สุดก็เป็นหลี่ซูฮวาที่เอ่ยปากถามขึ้นมา

“หมายความว่าตอนนี้ลูกกลายเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณอย่างงั้นหรือ?”

“สารภาพกับท่านแม่ตามตรง ข้าก็ไม่รู้ว่าการมีมิติพฤกษาในครอบครองแบบนี้ เรียกว่าเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณได้หรือเปล่า” จางซูเม่ยเอ่ยออกไปด้วยใบหน้างุนงง นางไม่รู้จริง ๆ ว่าแบบไหนถึงจะเรียกว่าเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณ

"อืม.. ลูกบอกว่าสามารถเข้าออกมิติได้ตามใจต้องการใช่ไหม” จางลู่ซือถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

“เจ้าค่ะ” จางซูเม่ยพยักหน้าตอบ

“แล้วพี่ใหญ่ก็มีผู้ช่วยและสัตว์ในพันธสัญญาเป็นน้องสาวผีเสื้อพฤกษาด้วยใช่ไหม ชื่อ เตี๋ย.. เอ่อ ข้าจำไม่ได้ขอรับ”

“นางชื่อเตี๋ยฮวา น่ารักมากเลย เซียวเอ๋อร์ต้องชอบแน่”

หญิงสาวตอบน้องชายพลางเอ่ยชมเด็กน้อยของนางให้เขาฟังด้วย นางตั้งใจจะเรียกเตี๋ยฮวาออกมาแนะนำตัวกับทุกคน ไม่แน่ว่าเมื่อทุกคนได้เห็นหน้าของเตี๋ยฮวา อาจจะให้ออกมาอยู่ด้วยกันในบ้านจางก็ได้

“จากที่ลูกเล่ามาทั้งหมด พ่อคิดว่าเจ้าน่าจะเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณสายพฤกษา มันเป็นพลังที่หายากมากในแคว้นของเรา เจ้าต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับจะดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยของเจ้า เข้าใจหรือไม่เม่ยเอ๋อร์”

พ่อจางวิเคราะห์จากสิ่งที่ลูกสาวเล่ามา เขาดีใจที่นางได้รับสิ่งล้ำค่าเหล่านี้ แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้จึงให้เก็บเป็นความลับไปก่อน เพราะเขาในตอนนี้ไม่สามารถปกป้องนางได้หากมีภัยร้ายมาเยือน

“แม่เห็นด้วยจ้ะ เรื่องนี้ให้รู้แค่ภายในครอบครัวเราก็พอ” แม่หลี่พยักหน้าเห็นด้วยกับสามี

“ใช่ ๆ ข้าก็จะไม่บอกใครแน่นอน แต่.. พี่ใหญ่ คือข้าอยากเห็นน้องสาวเตี๋ยฮวาได้ไหมขอรับ”

จางซูเซียวเอ่ยขอพี่สาวด้วยท่าทางอ่อนน้อม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เพราะเขาอยากมีน้องสาวมานานแล้ว แต่หมอบอกว่าท่านแม่ร่างกายอ่อนแอไม่สามารถมีลูกได้อีก

จางซูเม่ยได้ยินคำขอของน้องชายก็ไม่ได้ตัดสินใจทันที นางหันไปมองท่านพ่อท่านแม่เพื่อขอความเห็น

“เรียกนางออกมาเถอะ แม่ก็อยากทำความรู้จักกับผู้ช่วยของลูก” แม่หลี่พยักหน้าให้ลูกสาว พลางพูดความต้องการออกไป

“ใช่ พ่อก็อยากเจอนาง ในเมื่อมีวาสนาต่อกันแล้วจะเหินห่างได้อย่างไร” พ่อจางก็เช่นกัน เขาอยากทำความรู้จักกันเอาไว้ และอย่างเห็นด้วยว่าจะหน้าตาน่ารักแค่ไหน ถึงทำให้ลูกสาวเอ่ยชมแล้วชมอีก

“เจ้าค่ะ” จางซูเม่ยพยักหน้าตอบรับความต้องการของทุกคนในครอบครัว นางยินดีอย่างยิ่งที่เตี๋ยฮวาจะได้ออกมานอกมิติ

เตี๋ยฮวา ได้ยินพี่สาวหรือไม่? ได้เวลาออกมาแสดงความน่ารักแล้ว

หญิงสาวจับเถาวัลย์บนข้อมือซ้ายพลางพูดคุยกับเด็กหญิงในใจ เป็นวิธีที่นางเรียนรู้ก่อนจะกลับออกมา ใช้สำหรับติดต่อกันหากไม่ได้เข้ามิติ

ว้าว พี่สาวสุดยอด แค่วันแรกก็ทำให้ข้าออกไปข้างนอกได้แล้ว

ผีเสื้อน้อยเอ่ยชมเจ้านายสาวด้วยน้ำเสียงดีใจ

พี่สาวเก่งใช่ไหมล่ะ แต่เตี๋ยฮวาต้องออกมาในร่างมนุษย์นะ

รับทราบเจ้าค่ะ

จางซูเม่ยขยับตัวเพื่อให้เหลือพื้นที่สำหรับผู้ช่วยตัวน้อยได้ยืนข้างนาง ทุกคนจะได้เห็นความน่ารักแบบเต็มตา ฮ่าฮ่า

วิ้ง ~

เสียงประจำของเตี๋ยฮวาดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวบนเตียง

“สวัสดีท่านพ่อของพี่สาว ท่านแม่ของพี่สาว และน้องชายของพี่สาว ข้าชื่อเตี๋ยฮวาเจ้าค่ะ!” เมื่อปรากฏตัวนางก็เอ่ยคำทักทายออกไปทันที พลางก้มหัวคำนับอย่างอ่อนน้อม ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา

จางซูเม่ยหันหน้าไปหาผู้ช่วยตัวน้อยที่ดูจะร่าเริงสดใสเป็นพิเศษ และกล่าวกับนางด้วยความเอ็นดู

“พี่สาวว่าเตี๋ยฮวา เรียกท่านพ่อ ท่านแม่ และพี่ชายก็ได้นะ เมื่อกี้ฟังดูแปลก ๆ แถมยังยาวด้วย ใช่ไหมเจ้าคะท่านแม่”

“อ้อ.. ใช่แล้ว ต่อไปเตี๋ยฮวาต้องเรียกแม่นะจ๊ะ น่ารักจังเลยลูกเอ้ย” แม่หลี่ตอบลูกสาว จากนั้นก็หันไปคุยกับเด็กหญิงตัวน้อย พูดไปด้วยยิ้มไปด้วยตลอดเวลา เพราะความน่ารักทำให้ต้องเอ่ยปากชมออกมาเสียงดัง

“เรียกพ่อด้วยนะฮวาเอ๋อร์” พ่อจางนั้นเมื่อเห็นหน้าเด็กหญิงก็ยกสถานะลูกสาวคนเล็กให้นางทันที และดูจากท่าทางของภรรยาแล้วน่าจะคิดเช่นเดียวกันแน่นอน เพราะพวกเขาเคยตั้งใจจะมีลูกอีกคน แต่ก็ไม่สำเร็จ เนื่องจากสภาพร่างกายที่อ่อนแอของภรรยา

“ใช่ เรียกข้าว่าพี่ชายนะฮวาเอ๋อร์ ต่อไปนี้ข้าเป็นพี่ชายของเจ้า ฮ่าๆ ” จางซูเซียวนั้นออกอาการมากกว่าทุกคน เนื่องจากตัวเขานั้นอยากมีน้องมาก และเพื่อนชอบมาเล่าถึงการมีน้องให้ฟังตลอด ต่อไปนี้ไม่ต้องอิจฉาเพื่อนอีกแล้ว เพราะเขามีน้องสาวแล้ว แถมนางยังน่ารักมากด้วย ฮ่าฮ่า

จางซูเม่ยมองเจ้าตัวน้อยข้างกายและสมาชิกในครอบครัวสลับกันไปมาด้วยความแปลกใจ ไม่น่าเชื่อว่าจะเข้ากันได้เร็วขนาดนี้

หากเป็นคนอื่นคงจะตกใจจนเป็นลมเป็นแล้งไปตั้งแต่เห็นลูกสาวโผล่มากลางอากาศแล้ว แต่ทว่าครอบครัวจางนั้นต่างออกไป นอกจากจะรับได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ยังยอมช่วยลูกสาวทุกอย่างอีกด้วย พวกเขาไม่แสดงออกถึงความกลัวใด ๆ มีแต่ความเป็นห่วงและความหวังดีเท่านั้น

เมื่อเห็นทุกคนเข้ากันได้ดี จางซูเม่ยก็เอ่ยความต้องการของนางออกมาทันที

“ข้าอยากให้เตี๋ยฮวาออกมาอยู่ข้างนอกกับพวกเราในฐานะน้องสาวคนเล็ก ทุกคนคิดเห็นเช่นไรเจ้าคะ”

แม้เด็กหญิงจะเป็นผีเสื้อพฤกษาและมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยของนาง แต่ก็ยังเด็กมากหากจะปล่อยคนเดียวในมิติ เมื่อเตี๋ยฮวาสามารถอยู่ในร่างมนุษย์ได้ตามใจต้องการ งั้นก็ออกมาอยู่ด้านนอกกับนางดีกว่า

เตี๋ยฮวาเมื่อได้ยินเจ้านายสาวพูดถึงตนเองก็ดีใจ เอียงหน้ามองบ้านจางและส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้ทุกคน ราวกับว่ากำลังล่อลวงพวกเขาให้ตกหลุมความน่ารักที่ตั้งใจขุดไว้ด้วยรอยยิ้มของนาง

จางซูเม่ยเห็นท่าทางผู้ช่วยของตนก็อดขำในใจไม่ได้ เจ้าตัวน้อยรู้จักใช้ความน่ารักให้เป็นประโยชน์เสียจริง แบบนี้พ่อแม่และน้องชายของนางจะรอดจากหลุมความน่ารักนี้ได้ไหมล่ะเนี่ย นอกจากจะได้เป็นลูกสาวคนเล็กแล้ว และน่าจะกลายเป็นลูกรักแทนนางด้วย ฮ่าฮ่า

“ไม่เห็นต้องคิดเลย ฮวาเอ๋อร์เป็นน้องสาวของข้าก็ต้องอยู่ด้วยกันสิ” จางซูเซียวผู้ยกตนเองเป็นพี่ชายของเตี๋ยฮวาเอ่ยแสดงความคิดเห็นออกมา

“พ่อเองก็ไม่ติดอะไร บ้านจางมีสามาชิกเพิ่มก็ดีจะได้ไม่เงียบเหงา แล้วยิ่งเป็นเด็กแก้มกลมแบบฮวาเอ๋อร์นี่ยิ่งดีไปใหญ่เลยย” พ่อจางตอบกลับลูกสาวคนโตก่อนจะหันไปหยอกเย้ากับเตี๋ยฮวาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ถึงเม่ยเอ๋อร์ไม่พูดเรื่องนี้ขึ้นมา แม่ก็ไม่ยอมให้เด็กตัวเล็ก ๆ แบบนี้ไปอยู่คนเดียวหรอกนะ ฮวาเอ๋อร์มาเป็นลูกแม่นะจ๊ะ” แม่หลี่ดีใจมากที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันแบบนี้

การได้เตี๋ยฮวามาเป็นลูกสาวอีกคนเหมือนเติมเต็มความฝันของนาง เพราะอยากมีครอบครัวใหญ่ อยากมีลูกหลายคนรายล้อมรอบตัว หลังจากย้ายมาที่หมู่บ้านเหว่ยซานและให้กำเนิดลูกชาย ตัวนางกับสามีก็ตั้งใจมีลูกมาตลอด ทว่าร่างกายของนางหลังคลอดก็อ่อนแอลงเรื่อย ๆ เมื่อมีลูกก็แท้งจนหมอห้ามมีลูกอีก โดยให้เหตุผลว่าร่างกายนี้ไม่สามารถมีลูกได้แล้ว

นั่นไง พวกเขากอดคอกันกระโดดลงหลุมความน่ารักจริงด้วย

จางซูเม่ยยิ้มให้กับอาการของทุกคนในครอบครัว นางคิดไว้ไม่มีผิดว่าหากพวกเขาเห็นหน้าของเตี๋ยฮวา ต้องอดทนไม่ไหวกับความน่ารักนี้

“งั้นเตี๋ยฮวาขอเชื่อมพันธสัญญาครอบครัวได้หรือไม่เจ้าคะ” เตี๋ยฮวาดีใจมากที่บ้านจางต้อนรับนางเป็นอย่างดี แถมยังยอมรับให้เป็นสมาชิกในครอบครัว โดยไม่รังเกียจที่นางเป็นเพียงสัตว์วิญญาณในพันธสัญญามีหน้าที่เป็นผู้ช่วยของจางซูเม่ย

พันธสัญญาครอบครัวสำหรับเผ่าผีเสื้อพฤกษานั้น แค่ทำให้มีความสามารถเพิ่มขึ้นมาหนึ่งอย่าง คือ การอ่านใจมนุษย์ แต่สำหรับมนุษย์นั้นพวกเขาจะได้รับพลังวิญญาณและพลังพฤกษาจากตัวนางไป อีกทั้งยังอยู่ในระดับเดียวกันอีกด้วย เมื่อเห็นว่ามีประโยชน์กับมนุษย์มากจึงได้เสนอขึ้นมา พลางอธิบายถึงข้อดีของพันธสัญญาให้พวกเขาเข้าใจไปด้วย

“พวกเรายินดีทำพันธสัญญากับฮวาเอ๋อร์จ๊ะ” แม่หลี่ตอบแทนทุกคน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เส้นทางร่ำรวยในยุคโบราณของจางซูเม่ย   บทที่ 56 ประชุมลับ 2

    ห้องประชุมเงียบลงอีกครั้ง แม้แต่เปลวตะเกียงยังคล้ายจะนิ่งงันตามคำกล่าวนั้น องค์รัชทายาทนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนสายตาจะเข้มข้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แล้วพระองค์ก็พูดอย่างแน่วแน่“ไม่ใช่เพียงองค์ชายรอง ข้ามีเหตุผลให้เชื่อว่าองค์ชายสิบเอ็ดก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีในช่วงหลัง ๆ รวมถึงเหตุการณ์ลอบสังหารผู้ติดตามของข้าตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาด้วย”อู๋ห่าวเทียนขมวดคิ้วทันที สายตาคมวาวจ้องตรงไปยังองค์รัชทายาท “แม้แต่การลอบโจมตีระหว่างที่ข้าเดินทางมาเมืองหลวงในครั้งนี้… ก็ด้วยหรือ?”องค์รัชทายาทพยักหน้าช้า ๆ“ใช่ รายงานจากหอข่าวเงาระบุว่าหนึ่งในมือสังหารรอดกลับมา และได้เข้ารักษาตัวอยู่ในเรือนลับขององค์ชายสิบเอ็ด”แม่ทัพซึ่งแต่งกายอย่างพ่อค้าเร่พึมพำขึ้นเสียงต่ำ ราวกับกำลังไตร่ตรองข้อมูลที่พึ่งได้รับรู้“แสดงว่าเขากำลังพยายามกำจัดคนที่เกี่ยวข้องกับแผนที่”เขาเหลือบตามองอู๋ห่าวเทียน “หรือไม่ก็…ผู้ที่องค์รัชทายาททรงไว้วางใจ”อู๋ห่าวเทียนหลุบตาลงชั่วครู่ มือขวาเผลอแตะข้างเอวอย่างไม่รู้ตัว ราวกับยังรู้สึกได้ถึงรอยแผลเก่าที่ฝังลึกในร่างกาย บาดแผลจากหุบเขามรณะเมื่อปีก่อน แม้กาลเวลาจะพัดผ่าน แต่ความรู้สึกนั้นย

  • เส้นทางร่ำรวยในยุคโบราณของจางซูเม่ย   บทที่ 55 ประชุมลับ 1

    ณ ร้านผ้าไหมหรูเฟิง เขตตะวันตกของเมืองหลวงแสงแดดยามสายส่องกระทบกระจกป้ายหน้าร้านที่ประดับลวดลายดอกเหมยอ่อนช้อย เกิดเป็นแสงระยิบระยับราวกับกลีบดอกไม้มีชีวิต ร้านหรูเฟิงตั้งตระหง่านอยู่ริมถนนสายหลักของเขตตะวันตก ซึ่งเป็นย่านการค้าเก่าแก่ที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองหลวง อาคารโดยรอบล้วนเป็นร้านค้าทรงโบราณ หลังคามุงกระเบื้องสีเข้มเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ บางร้านมีโคมสีแดงห้อยระย้า บางร้านก็มีกลิ่นเครื่องหอมลอยมาตามลมหน้าร้านผ้าไหมหรูเฟิงมีผู้คนสัญจรไปมาตลอดเวลา พ่อค้าหาบเร่ตั้งร้านเรียงรายตลอดแนวถนน เสียงเรียกลูกค้าปะปนกับเสียงหัวเราะและเสียงฝีเท้าดังสลับกันเป็นจังหวะ ด้านข้างร้านมีต้นหลิวต้นหนึ่งโอนเอนไปตามแรงลมเบา ๆ บรรยากาศภายในร้านหรูเฟิงอบอวลไปด้วยกลิ่นของผ้าไหมใหม่ที่เพิ่งถูกนำออกวางจำหน่าย ส่วนหนึ่งถูกจัดเรียงไว้ในตู้กระจกอย่างเป็นระเบียบ บางส่วนก็ถูกนำไปพาดไว้บนราวไม้ เพื่อให้ลูกค้ามองเห็นลายผ้าได้ชัดเจนลูกค้าหญิงชายต่างพากันหยุดชมสินค้าใหม่ พนักงานของร้านซึ่งสวมใส่ชุดผ้าไหมสีน้ำตาล พยายามส่งเสียงเชื้อเชิญอย่างอ่อนโยนและกระตือรือร้นวันนี้อู๋ห่าวเทียนอยู่ในอาภรณ์เรียบหรู เขา

  • เส้นทางร่ำรวยในยุคโบราณของจางซูเม่ย   บทที่ 54 หอประมูลหยูเหอ

    หอประมูลหยูเหอตั้งตระหง่านอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ สถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางแห่งการแลกเปลี่ยนวัตถุล้ำค่า อาคารขนาดใหญ่สองชั้นก่อด้วยอิฐสีเทาตัดกับกรอบหน้าต่างไม้แดงเข้ม ซึ่งแกะสลักลวดลายมังกรทะยานฟ้าอย่างประณีต ซุ้มประตูโค้งใหญ่หน้าทางเข้าให้ความรู้สึกราวกับประตูสู่โลกอีกใบ โลกที่เต็มไปด้วยการช่วงชิงรอบอาคารมีชายชุดดำยืนเรียงรายด้วยท่าทีเย็นชาและเคร่งขรึม ดวงตาคมใต้หมวกปีกกว้างจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวอย่างไม่ประมาท ภายในและภายนอกหอคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่แต่งกายหรูหรา ไม่ว่าจะเป็นขุนนางผู้มีอำนาจ พ่อค้าใหญ่จากต่างเมือง และเศรษฐีจากต่างแคว้น แววตาของทุกคนเต็มไปด้วยความมั่นใจ บางคนหนักแน่นและสง่าผ่าเผย ขณะที่บางคนก็เต็มไปด้วยความโลภที่สะท้อนออกมาอย่างชัดเจน ดุจเปลวไฟที่ลุกโชนโดยมิอาจปิดบังได้เมื่อจางซูเม่ยและอู๋เซียนอี้เดินทางมาถึงพร้อมสาวใช้ข้างกายทั้งสองคน ความงามของทั้งคู่กลายเป็นจุดสนใจและสะดุดตาผู้คนรอบข้างไม่น้อยเลย บางคนหันมองด้วยความหลงใหล ก่อนจะรีบหลบสายตาไปอย่างเกรงใจพนักงานหญิงในชุดเครื่องแบบสีน้ำตาลทองที่ตัดเย็บอย่างประณีต นางก้าวออกมาต้อนรับด้วยท่าทีสุภาพและคล่องแคล่ว ดวงตาประกาย

  • เส้นทางร่ำรวยในยุคโบราณของจางซูเม่ย   บทที่ 53 วันแรกในเมืองหลวง

    แสงแดดยามเช้าส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องนอน จางซูเม่ยลืมตาขึ้นมาด้วยความแจ่มใส ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติ วันนี้อากาศดีเหมาะกับการออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก แถมนางยังไม่มีเรื่องเร่งด่วนให้ต้องกังวลด้วย‘ไหน ๆ ก็มาถึงเมืองหลวงทั้งที ข้าขอไปเที่ยวก่อนแล้วกัน ส่วนเรื่องอื่นเอาไว้เริ่มพรุ่งนี้เถอะ อิอิ’ นางคิดในใจพลางลุกขึ้นจากเตียงอย่างกระฉับกระเฉงหลังจากชำระกายเรียบร้อยก็สวมใส่ชุดผ้าไหมสีเขียวอ่อน ซึ่งนางคิดว่าสีนี้มันช่างเข้ากับบรรยากาศยามเช้า จากนั้นก็เดินทอดน่องไปยังที่โต๊ะเขียนหนังสือ เพราะนางพึ่งนึกขึ้นได้ตอนอาบน้ำ ว่าควรเขียนจดหมายแจ้งข่าวกลับไปยังตระกูลจางเสียก่อนหญิงสาวจึงเอ่ยเรียกสาวใช้ประจำเรือนเสียงเบา แต่ชัดถ้อยชัดคำ “เจ้าช่วยไปเตรียมกระดาษ หมึก และพู่กันให้ข้าหน่อย ข้าจะเขียนจดหมายกลับบ้าน”สาวใช้ที่ยืนรออยู่นอกฉากกั้นรีบก้าวเข้ามาหาจางซูเม่ย และย่อตัวรับคำสั่งอย่างรวดเร็ว “เจ้าค่ะคุณหนูจาง ข้าน้อยจะไปจัดหาเดี๋ยวนี้”จางซูเม่ยมานั่งรอที่ตั่งไม้อย่างสงบ พลางมองแสงอาทิตย์ที่สะท้อนบนขอบกระถางต้นไม้ใกล้หน้าต่างไปด้วย นางรู้ดีว่าแม้จะเริ่มต้นวันอย่างสบาย ๆ และออกไปเที่ย

  • เส้นทางร่ำรวยในยุคโบราณของจางซูเม่ย   บทที่ 52 ทายาทคนสุดท้าย

    แม้ร่างกายของจางซูเม่ยจะหมดสติไปแล้ว แต่นางกลับรู้สึกเหมือนถูกแสงสว่างบางอย่างส่องเข้าตา จนนางต้องยกมือขึ้นมาบังเอาไว้ เพียงชั่วครู่แสงนั้นก็หายไป ก่อนจะแทนที่ด้วยภาพอันแสนเลือนลางจากม่านหมอกหนาทึบ แล้วมันก็ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นราวกับรู้ว่านางเอ่ยตำหนิอยู่ในใจหญิงสาวพบว่าตนเองกำลังยืนอยู่ท่ามกลางป่าอันกว้างใหญ่ มองไปทางไหนก็เห็นแต่สีเขียวชอุ่มแผ่คลุมไปทั่วผืนดินราวกับไม่มีจุดสิ้นสุด นางได้ยินเสียงน้ำไหลดังอยู่ไกล ๆ และได้กลิ่นไม้ใบและดินชื้นอบอวลอยู่ในอากาศอย่างชัดเจนทั้งยังมีละลองสีทองอ่อนจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วบริเวณ และพวกมันเคลื่อนไหวอยู่รอบกายของนางอย่างนุ่มนวล ราวกับว่ากำลังต้อนรับหญิงสาวผู้มาเยือนสถานที่พิเศษแห่งนี้ ยิ่งส่งเสริมให้บรรยากาศดูนุ่มนวลและเหนือความเป็นจริงขึ้นไปอีกเพราะมีทั้งความงดงามและความลึกลับ ราวกับโลกอีกใบที่ไม่ควรมีอยู่จริงตอนนี้ตรงหน้าของจางซูเม่ย ปรากฏร่างของหญิงสาวคนหนึ่ง ใบหน้างามดุจเทพธิดาแห่งป่าใหญ่ ผมสีมรกตยาวสยายถึงเอว ราวกับเส้นไหมระยิบระยับแสงสีทองนวล นางสวมเสื้อผ้าจากเส้นใยไม้ถักทออย่างปราณีต ดวงตาสีเดียวกับจางซูเม่ยจับจ้องมาอย่างลึกซึ้ง สะท้อนถึงควา

  • เส้นทางร่ำรวยในยุคโบราณของจางซูเม่ย   บทที่ 51 ภูตทั้งห้า

    “เจ้า…คืออะไรกันแน่?”เด็กหญิงตัวน้อยเพียงยิ้มตอบไม่เอ่ยวาจาใด ก่อนจะโน้มตัวไปกอดไหล่ของจางซูเม่ยเอาไว้แน่น จากนั้นร่างน้อยก็พลันจางหายกลับเข้าไปในดอกไม้ดังเดิมราวกับไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน เหลือไว้เพียงกลีบดอกไม้สีม่วงที่ไหวระริกตามแรงลม และละอองที่ล่องลอยอยู่ในอากาศอย่างเงียบงันจางซูเม่ยนิ่งยืนอยู่เช่นนั้น นางไม่อาจแยกแยะได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความจริงหรือเพียงภาพในความฝัน ทว่ากลิ่นหอมจากดอกไม้และไออุ่นที่ยังหลงเหลือในอก…คือสิ่งที่ยืนยันว่าทุกอย่างเกิดขึ้นจริง บางที…มิติพฤกษาแห่งนี้ อาจไม่ใช่แค่สถานที่ลี้ภัยหรือปลูกต้นไม้ดอกไม้ของนางเพียงอย่างเดียว…แต่มันน่าจะสามารถสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมาได้ด้วยหลังจากเหตุการณ์ประหลาดผ่านพ้นไป หญิงสาวยังคงนั่งอยู่ที่เดิมไม่ลุกไปไหน เนื่องจากรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างในอากาศรอบ ๆ ตัว ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังเฝ้ามองนางอยู่จากทั่วทุกมุมของมิติแห่งนี้นางหลุบตาลงมองดอกไม้สีม่วงเบื้องหน้าอย่างครุ่นคิด หรือจะเป็นภูตดอกไม้นะ ถ้าเมล็ดพันธุ์ทุกต้นที่นางปลูกมีภูตหลับใหลอยู่จริง ๆ แล้วตื่นขึ้นมาทั้งหมดล่ะ?เมื่อคิดแบบนั้นก็หันไปยังแปลงดอกไม้ป่าเล็ก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status