Share

เย่อันซื่อ 10

last update Petsa ng paglalathala: 2026-07-27 08:01:44

“บ้านเกิดของพวกเราฝนไม่ตกมาสองปีแล้ว พวกเราออกเดินทางจากบ้านเกิดมาเพราะเกิดภัยแล้ง หัวหน้าหมู่บ้านจึงพาชาวบ้านออกเดินทางเพื่อที่จะไปหาที่ตั้งรกราก ตอนนี้พวกเรากลายเป็นผู้อพยพลี้ภัยแล้ว ถ้าหากสามารถตั้งรกรากที่เมืองข้างหน้าได้ก็คงจะดีไม่น้อย”

“เมืองข้างหน้า พวกท่านหมายถึงเมืองเป่ยโจวหรือขอรับ ตอนข้าหนีมาถึงที่เมืองนี้ภายในเมืองก็เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นเจ้าเมืองสั่งปิดประตู คนในไม่ให้ออกคนนอกไม่ให้เข้า มีผู้อพยพมากมายบริเวณหน้าประตูเมือง ข้าเองไม่สามารถเข้าเมืองได้ ทำได้แค่วิ่งหนีเข้าป่าจนทำให้พวกนักฆ่าตามทัน มีทางเดียวคือต้องเดินทางอ้อมเมืองเป่ยโจวแล้วเดินทางต่อไปจนถึงเมืองเยี่ยนโจวหรือพวกท่านจะเดินทางต่อไปยังเมืองหลวงฉางโจวก็ได้”

“เดิมทีข้าไม่อยากจากบ้านเกิดมา พวกเราเดินทางรอนแรมนอนกลางดินกินกลางทราย เจ้าบอกว่าเมืองเป่ยโจวปิดประตูเมือง ไม่แน่ว่าอีกไม่นานคงมีผู้อพยพเดินทางเข้าป่า ถึงตอนนั้นคงไม่ดีแล้วล่ะ เพราะตราบใดที่ป่ายังมีสีเขียว นั่นเท่ากับว่ายังมีความหวังในการหาน้ำและอาหาร ข้าเกรงว่าจะเกิดการปล้นชิงกันขึ้น”

“ท่านอาพูดถูกแล้ว ตอนนี้ผู้คนเริ่มขาดอาหาร บางคนขายลูกเพื่อแลกอาหาร บางคนกินคนในครอบครัวตัวเองเพื่อความอยู่รอด”

“แล้วเจ้าจะทำเช่นใดต่อไป”

“ข้าเองยังไม่รู้ว่าจะต้องทำเช่นไรต่อไป แต่ในเมื่อข้ายังไม่ตาย วันข้างหน้าข้าจะกลับไปแก้แค้นคนพวกนั้นเป็นแน่ หากข้าไม่ทำอันใดเลย ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านย่า คงนอนตายตาไม่หลับ อ้อ จริงสิ ข้าชื่อ เย่อันซื่อ ปีนี้อายุ 14 ปีแล้วขอรับ ท่านปู่ของข้าเป็นขุนนางขั้นห้าสังกัดกรมพิธีการ ส่วนท่านพ่อของข้าไม่ชอบรับราชการชอบค้าขาย เมื่อเจ็ดปีก่อนท่านปู่รับอนุภรรยาเข้ามาพร้อมกับลูกชายและลูกสาว ท่านย่าของข้าเสียใจมาก ท่านปู่ของข้าหลงใหลอนุภรรยาและทอดทิ้งภรรยาเอก นานวันเข้าท่านพ่อทนเห็นท่านย่าเสียใจไม่ได้ จึงได้ขอแยกจวนและพาท่านย่าออกมาทำให้ท่านปู่โกรธมาก แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากที่แยกบ้านได้ไม่นาน ท่านปู่ที่แข็งแรงมาตลอดไม่เคยเจ็บป่วยเลยสักครั้ง อยู่ ๆ ก็ล้มป่วยและเสียชีวิตในที่สุด ท่านพ่อของข้าถูกพวกเขาล้อมกรอบใส่ร้ายว่าค้าเกลือเถื่อน ท่านแม่วิ่งเต้นหาหลักฐานเพื่อล้างมลทินให้กับท่านพ่อได้สำเร็จ ยังไม่ทันได้ข้ามคืนก็มีนักฆ่าบุกเข้ามาฆ่าคนในจวน ท่านแม่กับท่านพ่อส่งข้าหนีออกมา คนรับใช้ที่เติบโตมาพร้อมกับข้าเสียสละชีวิตเพื่อให้ข้าได้หนีออกมาจากเมืองหลวงได้สำเร็จ แต่คนพวกนั้นก็ยังไม่วางมือ พวกเขาฆ่าและจุดไฟเผาจวน"

“เอาล่ะ เจ้าอย่าได้นึกถึงมันอีกเลยนะ ต่อไปนี้ใช้ชีวิตให้ดี ให้สมกับพ่อแม่และคนรับใช้ของเจ้าเอาชีวิตเข้าแลกให้เจ้าได้มีชีวิตอยู่ หากเจ้าไม่มีที่ไปก็อยู่กับพวกเราไปก่อน ถึงแม้ว่าพวกเราจะจนแต่ยังพอมีข้าวให้เจ้าได้กิน เจ้ารอเดี๋ยวข้าจะไปยกน้ำแกงมาให้”

“ขอบคุณท่านอาขอรับ”

“หืม ลูกแมวมาจากไหน แมวของเจ้ารึ”

“เปล่าขอรับ”

“หรือว่าจะเป็นอิงอิงเอามันมา ขาของมันได้รับบาดเจ็บด้วย เอาล่ะเจ้าก็ให้มันอยู่เป็นเพื่อนเจ้าไปก็แล้วกัน อย่างน้อย ๆ ก็มีเพื่อนบาดเจ็บด้วย”

“ขอรับ”

เสิ่นเทียนหยางเดินไปตักน้ำแกงแล้วยกไปให้เย่อันซื่อ หานหลิวอิงเห็นสามีกำลังยกชามน้ำแกงกลับเข้าไปในเพิง นั่นแสดงว่าคนเจ็บได้สติแล้ว เสิ่นอิงอิงกับพี่ชายที่กลับมาจากเอาผักป่าไปแบ่งให้บ้านไป๋และบ้านฟู่ก็รีบไปเช็ดมือเพื่อกินมื้อเย็นทันที 

“พวกเจ้ากลับมาแล้ว ไปเช็ดมือแล้วมากินข้าว”

“ท่านพ่อเล่าเจ้าคะท่านแม่”

“เอาน้ำแกงไปให้คนป่วย พวกเจ้ากินกันไปก่อน”

“ข้าว่าพวกเรารอท่านพ่อก่อนดีหรือไม่ขอรับ” เยว่ฉี

“ถ้าพวกเจ้าไม่หิวจนทนไม่ไหวเช่นนั้นก็รอพ่อของพวกเจ้าก่อน”

หลังจากยกน้ำแกงไปให้คนป่วยแล้ว เสิ่นเทียนหยางก็มาร่วมวงกินข้าวกับครอบครัวทันที เขามองดูลูกสาวที่กินข้าวด้วยท่าทางไม่ทุกข์ร้อนแล้วได้แต่ส่ายหน้า หลังจากที่ลูกสาวได้รับบาดเจ็บพอนางฟื้นขึ้นมาก็กลายเป็นเหมือนคนละคน ถึงแม้ว่าเมื่อก่อนนางจะร่าเริงแจ่มใสแต่ทว่าไม่ได้กล้าหาญขนาดนี้ นี่คงจะเป็นพรที่นางได้มาหลังจากที่นางฟื้นขึ้นมา เรื่องที่ลูกสาวของเขาเคยบอกว่านางเคยตายไปแล้วครั้งหนึ่งเขาไม่กล้าบอกภรรยา ส่วนตัวเขาเองก็ตายไปแล้วครั้งหนึ่งจริง ๆ ถึงแม้ว่าเขาจะได้มีโอกาสมาเกิดใหม่แต่เขามีเพียงความทรงจำก่อนตายและหลังจากตายไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น 

“จริงสิ อิงอิง ลูกไปเก็บเอาลูกแมวมาจากที่ใดกัน แล้วพ่อแม่ของมันล่ะ”

“ข้าพบมันได้รับบาดเจ็บนอนใกล้ตายอยู่ในป่าเลยเอามันกลับมา ข้าไม่พบครอบครัวของมันเจ้าค่ะ”

“เป็นเช่นนั้นรึ”

“เจ้าค่ะ อ้อ ท่านพ่อเจ้าคะ มันไม่ใช่แมวหรอกนะเจ้าคะ”

“ไม่ใช่แมว ไม่ใช่แมวแล้วเป็นอะไร”

“ลูกเสือขอรับ” เยว่ฉี

“ใช่แล้วขอรับ ลูกเสือ” เยว่เทียน

“พอแล้ว ไม่ต้องพูดอันใดแล้ว กินข้าว ๆ เก็บมาแล้วก็แล้วไปเถอะ ต่อให้ชาวบ้านจะนินทาว่ายามนี้เกิดภัยแล้งพวกเรายังเก็บคนเก็บแมวมาเลี้ยงก็ตามที แต่พวกเราไม่ได้ไปเอาข้าวของคนอื่นมากิน พวกเจ้าไม่ต้องไปสนใจ”

“เจ้าค่ะท่านแม่”

เสิ่นเทียนหยางเห็นภรรยาพูดเช่นนี้เขาก็ไม่พูดอันใดต่อไปอีก ก้มหน้าก้มตากินข้าว จากนั้นก็นำน้ำไปต้มให้เดือดแล้วล้างตะเกียบ ส่วนถ้วยชามใช้ใบไม้เช็ดจนไม่มีเศษอาหารแล้วค่อยมาล้างน้ำร้อนอีกครั้ง หลังจากที่กินข้าวล้างจานเก็บของแล้ว เสิ่นเทียนหยางก็ได้เล่าเรื่องราวของเย่อันซื่อให้กับภรรยาและลูก ๆ ฟัง รวมถึงเรื่องเมืองเป่ยโจวด้วย

“จะทำเช่นไรดี ตอนนี้เหลือเวลาไม่นานก็จะเข้าสู่หน้าหนาวแล้ว หากพวกเราต้องเดินทางอ้อมเป่ยโจวไปข้าเกรงว่าพวกเราคงได้ไปตายกลางทางเป็นแน่ ถ้าเกิดว่าพวกชาวบ้านผันตัวมาเป็นโจรปล้นชิงก็ยิ่งเลวร้ายไปอีก”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เส้นทางสู่การเป็นเศรษฐี ของเด็กหญิงชาวนา   153

    “เป็นเช่นนั้นก็ดีแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้ไม่ใช่ว่าพวกเรามีความสุขดีหรือเจ้าคะ ตอนนี้ท่านพ่อมีอายุไขที่ยืนยาว ยังสามารถอยู่กับพวกเราได้อีกร้อยปี”“ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพราะการกลับมาของลูกหรือ หากลูกไม่กลับมาครอบครัวของพวกเราก็คงไม่สามารถมีวันนี้ได้”“ท่านพ่อ นี่ท่านพ่อรู้หรือเจ้าคะ ตลอดเวลาท่านพ่อรู้ว่า ..”“ไม่เพียงแค่พ่อเท่านั้นที่รู้ แม่ของลูกเองก็รู้เช่นกัน รู้เรื่องของลูก แต่เรื่องของพ่อนางไม่รู้หรอก เจ้าอย่าได้ไปบอกนางเชียวนะ”“เหตุใดถึงได้เป็นเช่นนี้เล่าเจ้าคะ”“ตอนที่ลูกเกิดมา แม่กับพ่อได้พาลูกไปไหว้พระที่วัดบนเขา นักพรตเต๋าชราทำนายเอาไว้ว่า ลูกสาวของเจ้าเป็นคนมีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ ชีวิตครอบครัวของพวกเจ้าล้วนแต่ต้องพึ่งพานาง แต่เป็นเพราะเคราะห์กรรมเก่าของนาง ทำให้นางต้องพบเจอกับภัยพิบัติจนถึงแก่ชีวิต แต่นักพรตชราได้บอกกับพวกเราต่อไปว่า พวกเจ้าไม่ต้องตกใจ ไม่ต้องเสียใจ หลังจากนั้นจะดีเอง เก่าไม่ไปใหม่ไม่มา และที่กลับมาก็คือลูกสาวที่แท้จริงของพวกเจ้า นางเพียงแค่หลงทางไปเท่านั้น” “เช่นนั้นแล้ว เช่นนั้นแล้ว ข้าไม่ได้ทะลุมิติมาเกิดใหม่ ข้าไม่ได้มายึดเอาร่างกายของผู้อื่น ไม่ได้ยืมร่างคืนชีพ แต่

  • เส้นทางสู่การเป็นเศรษฐี ของเด็กหญิงชาวนา   152

    วันเวลาแห่งความสุขนั้นมักผ่านไปเร็วเสมอ จากเสิ่นอิงอิงหญิงสาวในยุคปัจจุบันที่ได้ทะลุมิติมาอยู่ในโลกโบราณแห่งนี้เป็นเวลาแปดปีแล้ว ตลอดเวลาแปดปีที่ผ่านมานั้นได้ผ่านเรื่องราวมากมาย จากชีวิตที่ยากลำบากเกือบเอาชีวิตไม่รอดหลายครั้ง แต่เพราะเสิ่นอิงอิงได้เดินทางข้ามเวลามาพร้อมกับมิติวิเศษ ถือว่าเป็นพรจากพระเจ้าและเป็นตัวช่วยให้อยู่รอดได้อย่างไร้กังวลในยุคโบราณที่กำลังประสบกับปัญหาภัยแล้ง หลังจากนั้นเดินทางไปจนถึงเมืองเป่ยโจวพร้อมกับชาวบ้านหมู่บ้านเสิ่นเจียชุน พวกเขาหวังว่าจะสามารถผ่านเข้าเมืองไปได้ แต่ทว่าเจ้าเมืองกลับปิดประตูเมืองไม่ยอมให้ผู้อพยพเข้าไปในเมืองได้แม้แต่คนเดียว นอกจากจะไม่เปิดประตูเมืองแล้วเขายังยักยอกเสบียงอาหารที่ทางการส่งมาช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ของประชาชน นอกจากจะยักยอกเสบียงแล้วเขายังสั่งให้ทหารรักษาเมืองลงมือสังหารผู้ลี้ภัยที่หน้าประตูเมือง เสิ่นอิงอิงคิดว่าตัวเองมีโอกาสได้มาเกิดใหม่แล้วแต่จะต้องมาหิวตายอีกครั้งหลังจากเกิดมาได้ไม่นาน ถึงแม้ว่าจะไม่อดตายเพราะนางมีมิติวิเศษ แต่ถ้าหากให้คนอื่นรู้ว่านางมีอาหารอยู่ในมือ ครอบครัวของนางและตัวนางเองก็จะต้องถูกผู้ลี้ภัยหรืออาจจะเ

  • เส้นทางสู่การเป็นเศรษฐี ของเด็กหญิงชาวนา   151

    “พวกเจ้าไปอาบน้ำอาบท่าได้แล้ว จะได้มากินข้าว” มู่หลิวอิงเห็นว่าใกล้จะได้เวลาอาหารแล้วจึงได้มาเร่งลูก ๆ ของนาง“ขอรับท่านแม่ แต่ว่าไม่รอท่านพ่อก่อนหรือขอรับ” เยว่อวี้“ท่านพ่อของพวกเจ้าจวนจะกลับมาถึงบ้านแล้ว รีบไปอาบน้ำเร็วเข้า”“ขอรับท่านแม่” เมื่อลูกชายทั้งหกคนต่างแยกย้ายไปอาบน้ำที่เรือนนอนของตัวเอง ส่วนลูกสาวของนางนั้นไปเก็บผลไม้ที่สวน ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมานางรู้ดีว่าหากไม่มีลูกสาวชีวิตของครอบครัวจะไม่มีทางดีขึ้นแน่นอน เสียดายที่นางมีลูกสาวเพียงคนเดียวเท่านั้น ส่วนลูกชายนั้นนางกลับคิดว่าพวกเขามีมากเกินไปจนน่าปวดหัว ถึงแม้ว่าแต่ละคนจะเป็นเด็กดีรู้ความและไม่เคยทำให้นางกับสามีลำบากใจเลยสักครั้ง ก่อนเวลาอาหารเย็นเล็กน้อยหนานกงเทียนหยางก็กลับมาถึงบ้าน เมื่อเขากลับมาถึงก็พบว่าวันนี้ลูก ๆ ของเขากลับบ้านกันครบทุกคนแล้ว นานมากแล้วที่ครอบครัวไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเช่นนี้ ตอนนี้ก็ขาดแค่ท่านพ่อกับท่านแม่ของเขาเท่านั้น ไม่รู้ว่าตาเฒ่านั่นพาท่านแม่ของเขาไปที่ใดและตอนนี้เดินทางไปถึงไหนกันแล้ว เมื่อไหร่จะกลับมา “ท่านพ่อ รีบไปล้างมือเถอะเจ้าค่ะ จะได้กินข้าว”“ตกลง รอพ่อไม่นาน”“พี่สาวไฉ่

  • เส้นทางสู่การเป็นเศรษฐี ของเด็กหญิงชาวนา   150

    “แล้วเจ้าคิดว่าจะมีผู้ใดที่มีความสามารถเหนือเจ้า ร่ำรวยเหนือเจ้ารึ ในเป่ยฉีนี้ เจ้าไม่คิดบ้างว่าตอนนี้เจ้ามีฐานะอันใด เหตุใดเจ้าไม่คิดว่าแค่เขาเป็นคนดีก็พอแล้ว ในชีวิตนี้ของเจ้าไม่ขาดแคลนอันใด หรือเจ้าอยากได้สามีเป็นคนเลวทรามอย่างนั้นรึ” เสี่ยวมาว“เจ้าเห็นข้าเป็นคนโง่เขลาถึงเพียงนั้นรึเสี่ยวมาว นี่เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าข้าอยากมีสามีเป็นคนเลวทราม เหตุใดข้าถึงไม่เป็นคนเลวทรามเองเสียเล่า แบบนี้เจ้าว่าดีหรือไม่”“ข้าจะไปรู้กับเจ้ารึ ข้ายังหาภรรยาไม่ได้เลย ใครจะสนกันล่ะว่าเจ้าจะเป็นคนเลวทรามหรือไม่ ข้าจะนอนไม่คุยกับเจ้าแล้ว”“ข้าก็จะไปเล่นกับเด็กในหมู่บ้าน ข้าไม่อยากรับฟังปัญหาสามีภรรยาของเจ้า” ต้าเฮย“ข้าจะไปหาสมบัติมาเก็บเอาไว้ให้เสี่ยวจื้อกับเสี่ยวจ้าน ข้าไม่มีเวลามานั่งฟังปัญหาของเจ้าเช่นเดียวกัน” เสี่ยวจิน“นี่ พวกเจ้า พวกเจ้า ให้ตายสิ เจ้าพวกนี้นี่”มู่หลิวอิงได้ยินลูกสาวพูดคุยกับเหล่าสหาย นางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง พ่อสามีกับสามีของนางหวงลูกสาวและหลานสาวมาก เกรงว่าในตอนที่ลูกสาวต้องออกเรือนจริง ๆ ตาเฒ่าสองคนนี้คงไม่อยู่เฉย ๆ แน่ ดูท่าแล้วเส้นทางของลูกเขยในอนาคตของนางคงไม่

  • เส้นทางสู่การเป็นเศรษฐี ของเด็กหญิงชาวนา   149

    “พี่รองท่านไปกับต้าเฮยเถอะ พี่สาม พี่ใหญ่ พวกท่านไปรายงานให้ท่านปู่กับท่านพ่อทราบ ส่วนข้าจะรอเก็บ มดปลวกที่ยังเล็ดลอดเข้ามา”“ตกลง”หลังจากเกิดเหตุการณ์เสนาบดีซ้ายเหวินเฟยหลางสมคบคิดกับต่างแคว้น วันเวลาก็ผ่านไปแล้วนับสองเดือน และเหล่าพี่ชายก็ได้เดินทางไปรับตำแหน่งตามหน้าที่ของพวกเขา ถึงแม้ว่าบ้านจะดูเงียบเหงาไปบ้างแต่เพราะมีน้องชายฝาแฝดอยู่และทั้งสองยังคอยสร้างรอยยิ้มให้กับครอบครัว มู่หลิวอิงคิดถึงลูก ๆ ของนางมาก ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเติบโตและมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ แต่คนเป็นแม่เช่นนางก็อดเป็นห่วงพวกเขาไม่ได้ หนานกงเทียนหยางเองทำได้เพียงแค่ปลอบใจภรรยาเท่านั้น ตอนนี้ใกล้จะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว อิงอิงคิดว่าจะทำกุนเชียงกับเบคอนให้มากหน่อย นางต้องการส่งอาหารแห้งเหล่านี้ไปให้พี่ชายทั้งสี่คน แม้ว่าหนานกงเยว่เทียนจะไปประจำอยู่ที่ชายแดนในเวลาที่บ้านเมืองสงบสุขเช่นนี้ แต่เขาไม่ได้กลับบ้านมาบ่อยนัก ที่ชายแดนทหารยังคงมีการฝึกฝนและเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ ต่างแคว้นในตอนนี้แม้ว่าพวกเขาจะไม่กล้ารุกรานเป่ยฉีแต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่มีความคิดเลยเสียทีเดียว พวกเขาเพียงแค่รอดูท่าทีเท่านั้น ตอนนี้น

  • เส้นทางสู่การเป็นเศรษฐี ของเด็กหญิงชาวนา   148

    นอกจากนี้ไท่จื่อเฟยก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายให้กับองค์รัชทายาทแล้วถึงสองคน และตอนนี้ไท่จื่อเฟยก็กำลังตั้งครรภ์อยู่ ทำให้เสนาบดีฝ่ายซ้ายไม่พอใจเป็นอย่างมาก อำนาจในมือของเขาแต่เดิมทีได้ควบคุมกรมคลังรวมไปถึงกรมวานิชย์หลวง เดิมทีเขาได้ส่วนแบ่งจากการนำเข้าเกลือจากต่างแคว้นมากกว่าครึ่งเพราะเป็นเกลือคุณภาพต่ำแทบจะไม่มีราคาค่างวดอันใดเลยถูกเหมือนให้เปล่า แต่พอเอาเข้ามาขายในแคว้นเป่ยฉีเกลือกลับเป็นสิ่งที่มีราคาแพงมากและเป็นของหายาก แต่แล้วเงินทองและความมั่งคั่งที่เขาสมควรจะได้นั้นต้องมาพังทลายลงเพราะหลานสาวของชินอ๋อง อ้อ มันก็เป็นหลานสาวของฮ่องเต้ด้วยนั่นล่ะ วันดีคืนดีก็สามารถผลิตเกลือได้เอง โดยวิธีทำเกลือเหล่านั้นล้วนแต่เป็นจวิ้นจู่เป็นคนคิดค้น นังเด็กน่าตายคนนี้ก็จะเก็บเอาไว้ไม่ได้ วันนี้เขาส่งข่าวไปให้แคว้นไห่หนาน ส่งกำลังทหารมามากกว่าหนึ่งหมื่นนาย เดิมทีกำลังทหารที่ไห่หนานส่งมานั้นได้ปลอมตัวปะปนมากับชาวบ้านที่มาทำการค้าเป็นเวลาหลายปีแล้วโดยที่ไม่มีผู้ใดระแคะระคายเลย การตัดสินใจปลงพระชนม์ฮ่องเต้วันนี้ถือว่าเป็นการเดิมพันชีวิตของเขา การเดินทางมาร่วมพีธีล่าสัตว์ในครั้งนี้ เขาเดินทางมาเพียงลำพัง

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status