LOGINในตอนที่เสิ่นอิงอิงกำลังจะกลับไปหาพี่ชายทั้งสอง ข้าง ๆ พุ่มไม้ที่นางพบลูกเสือมีต้นไม้ที่กำลังออกดอกสีแดงสดอยู่ห้าต้น เสิ่นอิงอิงคิดว่าต้นไม้พวกนี้มันคุ้น ๆ จึงได้นั่งลงดูอยู่นานสองนาน ในที่สุดก็นึกออก นี่มันต้นโสม โสมคนที่กำลังออกดอก อายุน่าจะหลายปีแล้ว
“โอ้ นี่มันโสมคน นับว่าข้ายังมีโชคดีอยู่บ้าง”
เสิ่นอิงอิงรีบขุดโสมขึ้นมาทั้งห้าต้น จากนั้นก็นำไปปลูกในมิติวิเศษสี่ต้น อีกหนึ่งต้นเหลือเอาไว้ หลังจากปลูกโสมรดน้ำด้วยน้ำพุจิตวิญญาณเรียบร้อยแล้ว เติมน้ำในกระบอกไม้ไผ่จนเต็มนางก็ออกจากมิติและกลับไปหาพี่ชายทันที เสิ่นอิงอิงตอนนี้อารมณ์ดีมากเพราะนางขุดโสมคนได้ตั้งห้าต้นเชียวนะ ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ราคาสมุนไพรในยุคนี้แต่นางเชื่อว่ามันต้องมีราคามากเป็นแน่
“พี่ใหญ่ พี่รอง ข้ากลับมาแล้ว พวกท่านดูสิว่าข้าได้อันใดมา"
“น้องสาว เจ้าพบเจอสิ่งดี ๆ อันใดรึ รีบเอามาให้พี่รองดูเร็วเข้า”
“นี่เจ้าค่ะ”
“นี่ต้นอันใด ดอกสีแดง ๆ มันกินได้หรือไม่”
“น้องสาว เจ้าไปพบมันจากที่ใด ยังมีอีกหรือไม่”
“ไม่มีแล้ว ข้าพบแค่ต้นเดียวเจ้าค่ะ”
“พี่ใหญ่ เจ้านี่คืออันใดหรือขอรับ”
“โสมคน นี่คือโสมคน มันมีราคามาก น้องสาวเจ้ารีบซ่อนมันเอาไว้ให้ดี กลับไปถึงที่พักแล้วค่อยให้ท่านพ่อดู”
“ตกลงเจ้าค่ะ เช่นนั้นพวกเรากลับกันเถอะเจ้าค่ะ อ๊า ! ใครตีหัวข้า ใคร มันเป็นใคร ออกมานะ" เสิ่นอิงอิงร้องตะโกนขึ้นมาเพราะอยู่ ๆ ก็มีไก่ฟ้าตกลงมาบนหัวของนาง
“ตุ๊บ”
“น้องสาว มันคือไก่ฟ้า มันเป็นไก่ฟ้าที่ตกใส่หัวของเจ้า แต่ว่ามันมาจากที่ใดกัน แล้วทำไมมันถึงได้ตกใส่หัวน้องสาวพอดีเล่า ดูสิตัวใหญ่มาก อ้วนมากด้วย" เยว่เทียนยกไก่ที่เขาเพิ่งเก็บขึ้นมาให้น้องสาวดู
“สงสัยท่านเทพคงสงสารพวกเราล่ะมั้ง วันนี้ไม่ใช่ว่าเราช่วยคนเจ็บเอาไว้หรือ ไก่นี่คงอยากให้เราเอาไปทำน้ำแกงบำรุงร่างกายกระมัง แต่ว่าให้น้อยไปหน่อยนะ แค่ตัวเดียวเองรึ งกเป็นบ้า กลับกันเถอะเจ้าค่ะ”
“น้องสาว ตรงนั้นมีรังไก่ฟ้าด้วย ดูสิ มีไข่อยู่ตั้งหลายฟอง” เยว่ฉีรีบวิ่งไปที่รังไก่ฟ้า เขารีบเก็บไข่ใส่ในตะกร้าด้วยความรวดเร็ว จากนั้นก็เอาใบไม้มาปิดแล้วเอากองฟืนวางบนปากตะกร้าอีกที
"นับว่ายังพอทนได้ พวกเรากลับกันเถอะเจ้าค่ะ ท่านแม่คงรอแย่แล้ว
ทั้งสามคนกลับมาถึงที่พักก็มืดแล้ว หานหลิวอิงยืนรอลูกทั้งสามคนอยู่หน้าเพิงพักด้วยความไม่สบายใจ เสิ่นเทียนหยางเพิ่งเดินกลับมาจากเพิงของหัวหน้าหมู่บ้านก็เห็นลูก ๆ ทั้งสามคนกลับมาพอดี พร้อมกับฟืนที่แบกมาเต็มตะกร้า
หลังจากที่สามพี่น้องกลับมาถึงที่พัก ทั้งสามคนนำของที่เก็บมาได้จากในป่าให้ผู้เป็นมารดาจัดการ เสิ่นเทียนหยางได้รับมอบหมายงานให้นำไก่ฟ้าไปจัดการถอนขนและทำความสะอาด เสิ่นอิงอิงเอาลูกเสือไปวางไว้ข้างที่นอนของนางซึ่งมีพี่ชายที่ช่วยเอาไว้นอนไม่ได้สติอยู่
“เอาล่ะ เจ้าอยู่ตรงนี้ไปก่อนเดี๋ยวข้ากลับมา จะว่าไปแล้วพวกเจ้าก็เหมาะสมกันดี อีกคนก็นอนเดี้ยงไม่ได้สติ ส่วนเจ้าก็ขาเป๋ เอาล่ะข้าจะไปแล้ว อยู่กันดี ๆ ล่ะ”
“อิงอิงเจ้าบ่นอันใดคนเดียว รีบมาช่วยแม่ทางนี้เร็วเข้า”
“เจ้าค่ะท่านแม่”
“ท่านแม่ขอรับ ผักป่าที่พวกเราเก็บมามีเยอะมาก ข้าคิดว่าจะแบ่งให้บ้านท่านอาไป๋กับท่านอาฟู่ด้วยขอรับ วันนี้อยู่ ๆไก่ฟ้าก็ตกลงมาใส่หัวน้องสาว พอพวกเราหาดูรอบ ๆ ก็พบว่ามีรังไก่ฟ้าอยู่ ในรังไก่ฟ้ายังมีไข่อีกหลายฟองด้วยขอรับ” เยว่ฉี
“ท่านแม่ ข้านับดูแล้วไข่ไก่มีทั้งหมดสิบห้าฟองขอรับ” เยว่เทียน
“เอาล่ะ เจ้าเอาผักป่าพวกนี้ไปให้ทั้งสองบ้านเถอะ ส่วนไข่ก็ให้บ้านละสามฟอง บ้านเรามีคนเจ็บจำเป็นต้องได้รับการดูแล อีกทั้งพวกเจ้าสามพี่น้องจะได้มีไข่กินบ้าง”
“ขอรับท่านแม่”
หลังจากจัดการเรื่องต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว หานหลิวอิงนำไก่ฟ้ามาต้มน้ำแกงกับเห็ดหูหนูดำ ในตอนที่ผู้เป็นแม่ไม่ทันได้มองเสิ่นอิงอิงก็เติมน้ำพุจิตวิญญาณลงในหม้อน้ำแกงไก่ สิ่งสำคัญในการมีชีวิตรอดในตอนนี้คือทุกคนต้องร่างกายแข็งแรงไม่เจ็บป่วยง่าย อาจจะเพราะเสิ่นอิงอิงได้ป้อนน้ำพุจิตวิญญาณให้กับชายหนุ่มที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งมาทราบชื่อภายหลัง ชายหนุ่มคนนี้มีนามว่าเย่อันซื่อ
“ท่านพี่ ท่านไปดูคนเจ็บสักหน่อยเขาตื่นหรือยัง หากเขายังไม่ตื่นพวกเราก็กินข้าวกันก่อน ข้าจะเก็บน้ำแกงไก่เอาไว้ให้เขาดื่มทีหลัง ตอนที่ท่านไปแจ้งหัวหน้าหมู่บ้าน มีผู้ใดคัดค้านหรือไม่"
“ไม่มี เพียงแต่ทุกคนกลัวว่าพวกเราจะช่วยคนไม่ดีเข้ามาแล้วทำให้ทั้งหมู่บ้านเดือดร้อน”
“ข้าคิดว่าเขาไม่ใช่คนไม่ดีอะไร ข้ารู้สึกเช่นนั้น แต่ต่อให้เขาเป็นคนไม่ดีก็คงจะไม่ทำอันตรายพวกเรา ถึงอย่างไรพวกเราก็ช่วยเขาเอาไว้ ท่านไปดูเขาเถอะ”
“ตกลง”
เสิ่นเทียนหยางไปดูคนเจ็บตามที่ภรรยาสั่ง เมื่อเขาไปถึงก็พบว่าคนเจ็บตื่นแล้ว ตอนนี้เขาพยายามลุกขึ้นนั่งแต่ไม่สามารถทำได้
“เจ้านอนลงไปไม่ต้องลุกขึ้นมา ระวังร่างกายของเจ้าด้วย”
“ขอบคุณท่านอาที่ให้ความช่วยเหลือขอรับ”
“เป็นลูกสาวกับลูกชายของข้าที่ไปพบเจ้านอนหมดสติอยู่ในป่า เกิดเรื่องอันใดขึ้นกับเจ้ากัน”
“ครอบครัวของข้าล้วนถูกฆ่าตายหมดแล้ว ท่านพ่อกับท่านแม่ส่งข้าหนีออกมา แต่ทว่ากลับโดนมือสังหารไล่ล่ามาตลอดทาง เดิมทีข้าคิดว่าข้าคงตายไปแล้ว แต่ไม่คิดว่าข้าจะมีชีวิตรอดมาได้ แต่ครอบครัวของข้า ท่านพ่อท่านแม่ ท่านย่า ไม่มีผู้ใดเหลือแล้ว เรื่องทั้งหมดนี้ต้องโทษท่านปู่ หากท่านปู่ไม่รับอนุภรรยาเข้าจวนมา เรื่องเช่นนี้คงไม่เกิดขึ้น จริงสิ ท่านอา พวกท่านจะเดินทางไปที่ใดขอรับ”
“เป็นเช่นนั้นก็ดีแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้ไม่ใช่ว่าพวกเรามีความสุขดีหรือเจ้าคะ ตอนนี้ท่านพ่อมีอายุไขที่ยืนยาว ยังสามารถอยู่กับพวกเราได้อีกร้อยปี”“ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพราะการกลับมาของลูกหรือ หากลูกไม่กลับมาครอบครัวของพวกเราก็คงไม่สามารถมีวันนี้ได้”“ท่านพ่อ นี่ท่านพ่อรู้หรือเจ้าคะ ตลอดเวลาท่านพ่อรู้ว่า ..”“ไม่เพียงแค่พ่อเท่านั้นที่รู้ แม่ของลูกเองก็รู้เช่นกัน รู้เรื่องของลูก แต่เรื่องของพ่อนางไม่รู้หรอก เจ้าอย่าได้ไปบอกนางเชียวนะ”“เหตุใดถึงได้เป็นเช่นนี้เล่าเจ้าคะ”“ตอนที่ลูกเกิดมา แม่กับพ่อได้พาลูกไปไหว้พระที่วัดบนเขา นักพรตเต๋าชราทำนายเอาไว้ว่า ลูกสาวของเจ้าเป็นคนมีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ ชีวิตครอบครัวของพวกเจ้าล้วนแต่ต้องพึ่งพานาง แต่เป็นเพราะเคราะห์กรรมเก่าของนาง ทำให้นางต้องพบเจอกับภัยพิบัติจนถึงแก่ชีวิต แต่นักพรตชราได้บอกกับพวกเราต่อไปว่า พวกเจ้าไม่ต้องตกใจ ไม่ต้องเสียใจ หลังจากนั้นจะดีเอง เก่าไม่ไปใหม่ไม่มา และที่กลับมาก็คือลูกสาวที่แท้จริงของพวกเจ้า นางเพียงแค่หลงทางไปเท่านั้น” “เช่นนั้นแล้ว เช่นนั้นแล้ว ข้าไม่ได้ทะลุมิติมาเกิดใหม่ ข้าไม่ได้มายึดเอาร่างกายของผู้อื่น ไม่ได้ยืมร่างคืนชีพ แต่
วันเวลาแห่งความสุขนั้นมักผ่านไปเร็วเสมอ จากเสิ่นอิงอิงหญิงสาวในยุคปัจจุบันที่ได้ทะลุมิติมาอยู่ในโลกโบราณแห่งนี้เป็นเวลาแปดปีแล้ว ตลอดเวลาแปดปีที่ผ่านมานั้นได้ผ่านเรื่องราวมากมาย จากชีวิตที่ยากลำบากเกือบเอาชีวิตไม่รอดหลายครั้ง แต่เพราะเสิ่นอิงอิงได้เดินทางข้ามเวลามาพร้อมกับมิติวิเศษ ถือว่าเป็นพรจากพระเจ้าและเป็นตัวช่วยให้อยู่รอดได้อย่างไร้กังวลในยุคโบราณที่กำลังประสบกับปัญหาภัยแล้ง หลังจากนั้นเดินทางไปจนถึงเมืองเป่ยโจวพร้อมกับชาวบ้านหมู่บ้านเสิ่นเจียชุน พวกเขาหวังว่าจะสามารถผ่านเข้าเมืองไปได้ แต่ทว่าเจ้าเมืองกลับปิดประตูเมืองไม่ยอมให้ผู้อพยพเข้าไปในเมืองได้แม้แต่คนเดียว นอกจากจะไม่เปิดประตูเมืองแล้วเขายังยักยอกเสบียงอาหารที่ทางการส่งมาช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ของประชาชน นอกจากจะยักยอกเสบียงแล้วเขายังสั่งให้ทหารรักษาเมืองลงมือสังหารผู้ลี้ภัยที่หน้าประตูเมือง เสิ่นอิงอิงคิดว่าตัวเองมีโอกาสได้มาเกิดใหม่แล้วแต่จะต้องมาหิวตายอีกครั้งหลังจากเกิดมาได้ไม่นาน ถึงแม้ว่าจะไม่อดตายเพราะนางมีมิติวิเศษ แต่ถ้าหากให้คนอื่นรู้ว่านางมีอาหารอยู่ในมือ ครอบครัวของนางและตัวนางเองก็จะต้องถูกผู้ลี้ภัยหรืออาจจะเ
“พวกเจ้าไปอาบน้ำอาบท่าได้แล้ว จะได้มากินข้าว” มู่หลิวอิงเห็นว่าใกล้จะได้เวลาอาหารแล้วจึงได้มาเร่งลูก ๆ ของนาง“ขอรับท่านแม่ แต่ว่าไม่รอท่านพ่อก่อนหรือขอรับ” เยว่อวี้“ท่านพ่อของพวกเจ้าจวนจะกลับมาถึงบ้านแล้ว รีบไปอาบน้ำเร็วเข้า”“ขอรับท่านแม่” เมื่อลูกชายทั้งหกคนต่างแยกย้ายไปอาบน้ำที่เรือนนอนของตัวเอง ส่วนลูกสาวของนางนั้นไปเก็บผลไม้ที่สวน ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมานางรู้ดีว่าหากไม่มีลูกสาวชีวิตของครอบครัวจะไม่มีทางดีขึ้นแน่นอน เสียดายที่นางมีลูกสาวเพียงคนเดียวเท่านั้น ส่วนลูกชายนั้นนางกลับคิดว่าพวกเขามีมากเกินไปจนน่าปวดหัว ถึงแม้ว่าแต่ละคนจะเป็นเด็กดีรู้ความและไม่เคยทำให้นางกับสามีลำบากใจเลยสักครั้ง ก่อนเวลาอาหารเย็นเล็กน้อยหนานกงเทียนหยางก็กลับมาถึงบ้าน เมื่อเขากลับมาถึงก็พบว่าวันนี้ลูก ๆ ของเขากลับบ้านกันครบทุกคนแล้ว นานมากแล้วที่ครอบครัวไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเช่นนี้ ตอนนี้ก็ขาดแค่ท่านพ่อกับท่านแม่ของเขาเท่านั้น ไม่รู้ว่าตาเฒ่านั่นพาท่านแม่ของเขาไปที่ใดและตอนนี้เดินทางไปถึงไหนกันแล้ว เมื่อไหร่จะกลับมา “ท่านพ่อ รีบไปล้างมือเถอะเจ้าค่ะ จะได้กินข้าว”“ตกลง รอพ่อไม่นาน”“พี่สาวไฉ่
“แล้วเจ้าคิดว่าจะมีผู้ใดที่มีความสามารถเหนือเจ้า ร่ำรวยเหนือเจ้ารึ ในเป่ยฉีนี้ เจ้าไม่คิดบ้างว่าตอนนี้เจ้ามีฐานะอันใด เหตุใดเจ้าไม่คิดว่าแค่เขาเป็นคนดีก็พอแล้ว ในชีวิตนี้ของเจ้าไม่ขาดแคลนอันใด หรือเจ้าอยากได้สามีเป็นคนเลวทรามอย่างนั้นรึ” เสี่ยวมาว“เจ้าเห็นข้าเป็นคนโง่เขลาถึงเพียงนั้นรึเสี่ยวมาว นี่เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าข้าอยากมีสามีเป็นคนเลวทราม เหตุใดข้าถึงไม่เป็นคนเลวทรามเองเสียเล่า แบบนี้เจ้าว่าดีหรือไม่”“ข้าจะไปรู้กับเจ้ารึ ข้ายังหาภรรยาไม่ได้เลย ใครจะสนกันล่ะว่าเจ้าจะเป็นคนเลวทรามหรือไม่ ข้าจะนอนไม่คุยกับเจ้าแล้ว”“ข้าก็จะไปเล่นกับเด็กในหมู่บ้าน ข้าไม่อยากรับฟังปัญหาสามีภรรยาของเจ้า” ต้าเฮย“ข้าจะไปหาสมบัติมาเก็บเอาไว้ให้เสี่ยวจื้อกับเสี่ยวจ้าน ข้าไม่มีเวลามานั่งฟังปัญหาของเจ้าเช่นเดียวกัน” เสี่ยวจิน“นี่ พวกเจ้า พวกเจ้า ให้ตายสิ เจ้าพวกนี้นี่”มู่หลิวอิงได้ยินลูกสาวพูดคุยกับเหล่าสหาย นางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง พ่อสามีกับสามีของนางหวงลูกสาวและหลานสาวมาก เกรงว่าในตอนที่ลูกสาวต้องออกเรือนจริง ๆ ตาเฒ่าสองคนนี้คงไม่อยู่เฉย ๆ แน่ ดูท่าแล้วเส้นทางของลูกเขยในอนาคตของนางคงไม่
“พี่รองท่านไปกับต้าเฮยเถอะ พี่สาม พี่ใหญ่ พวกท่านไปรายงานให้ท่านปู่กับท่านพ่อทราบ ส่วนข้าจะรอเก็บ มดปลวกที่ยังเล็ดลอดเข้ามา”“ตกลง”หลังจากเกิดเหตุการณ์เสนาบดีซ้ายเหวินเฟยหลางสมคบคิดกับต่างแคว้น วันเวลาก็ผ่านไปแล้วนับสองเดือน และเหล่าพี่ชายก็ได้เดินทางไปรับตำแหน่งตามหน้าที่ของพวกเขา ถึงแม้ว่าบ้านจะดูเงียบเหงาไปบ้างแต่เพราะมีน้องชายฝาแฝดอยู่และทั้งสองยังคอยสร้างรอยยิ้มให้กับครอบครัว มู่หลิวอิงคิดถึงลูก ๆ ของนางมาก ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเติบโตและมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ แต่คนเป็นแม่เช่นนางก็อดเป็นห่วงพวกเขาไม่ได้ หนานกงเทียนหยางเองทำได้เพียงแค่ปลอบใจภรรยาเท่านั้น ตอนนี้ใกล้จะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว อิงอิงคิดว่าจะทำกุนเชียงกับเบคอนให้มากหน่อย นางต้องการส่งอาหารแห้งเหล่านี้ไปให้พี่ชายทั้งสี่คน แม้ว่าหนานกงเยว่เทียนจะไปประจำอยู่ที่ชายแดนในเวลาที่บ้านเมืองสงบสุขเช่นนี้ แต่เขาไม่ได้กลับบ้านมาบ่อยนัก ที่ชายแดนทหารยังคงมีการฝึกฝนและเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ ต่างแคว้นในตอนนี้แม้ว่าพวกเขาจะไม่กล้ารุกรานเป่ยฉีแต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่มีความคิดเลยเสียทีเดียว พวกเขาเพียงแค่รอดูท่าทีเท่านั้น ตอนนี้น
นอกจากนี้ไท่จื่อเฟยก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายให้กับองค์รัชทายาทแล้วถึงสองคน และตอนนี้ไท่จื่อเฟยก็กำลังตั้งครรภ์อยู่ ทำให้เสนาบดีฝ่ายซ้ายไม่พอใจเป็นอย่างมาก อำนาจในมือของเขาแต่เดิมทีได้ควบคุมกรมคลังรวมไปถึงกรมวานิชย์หลวง เดิมทีเขาได้ส่วนแบ่งจากการนำเข้าเกลือจากต่างแคว้นมากกว่าครึ่งเพราะเป็นเกลือคุณภาพต่ำแทบจะไม่มีราคาค่างวดอันใดเลยถูกเหมือนให้เปล่า แต่พอเอาเข้ามาขายในแคว้นเป่ยฉีเกลือกลับเป็นสิ่งที่มีราคาแพงมากและเป็นของหายาก แต่แล้วเงินทองและความมั่งคั่งที่เขาสมควรจะได้นั้นต้องมาพังทลายลงเพราะหลานสาวของชินอ๋อง อ้อ มันก็เป็นหลานสาวของฮ่องเต้ด้วยนั่นล่ะ วันดีคืนดีก็สามารถผลิตเกลือได้เอง โดยวิธีทำเกลือเหล่านั้นล้วนแต่เป็นจวิ้นจู่เป็นคนคิดค้น นังเด็กน่าตายคนนี้ก็จะเก็บเอาไว้ไม่ได้ วันนี้เขาส่งข่าวไปให้แคว้นไห่หนาน ส่งกำลังทหารมามากกว่าหนึ่งหมื่นนาย เดิมทีกำลังทหารที่ไห่หนานส่งมานั้นได้ปลอมตัวปะปนมากับชาวบ้านที่มาทำการค้าเป็นเวลาหลายปีแล้วโดยที่ไม่มีผู้ใดระแคะระคายเลย การตัดสินใจปลงพระชนม์ฮ่องเต้วันนี้ถือว่าเป็นการเดิมพันชีวิตของเขา การเดินทางมาร่วมพีธีล่าสัตว์ในครั้งนี้ เขาเดินทางมาเพียงลำพัง







