LOGIN“ไม่จำเป็นครับ หากคุณไม่สะดวก สามารถเคลื่อนย้ายเฉพาะผลงานและส่งตัวแทนไปได้ครับ”
คุณหนูตระกูลหวังไม่ตอบในทันที เธอทำเพียงก้มหน้าวาดรูปต่อ ขณะกำลังชั่งน้ำหนักว่าควรตอบรับข้อเสนอของลูเธอร์หรือไม่
ทว่าในจังหวะนั้นเอง พู่กันที่วางอยู่ใกล้มือก็ร่วงลงพื้นหินอ่อนแล้วกลิ้งไปหยุดอยู่ใกล้ปลายเท้าของแขกผู้มาใหม่ เอลล่าบังคับวีลแชร์ไปตรงหน้าอีกฝ่ายก่อนจะพยายามเอนตัวลงหยิบมันด้วยแขนเล็ก ๆ บอบบาง ขณะที่มืออีกข้างที่ยังเปื้อนสีเผลอปาดเข้าที่แก้มนวลใสของตัวเองจนเปื้อนเป็นเส้นจาง ๆ
การกระทำเมื่อครู่นั้นถูกนัยน์ตาสีเทาเฮมาไทต์มองอยู่เงียบ ๆ มาเฟียหนุ่มผู้ปราศจากหัวใจและความเอื้ออารีต่อใครก็ตามยกเว้นคนสำคัญมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาราบเรียบ
“ขอโทษค่ะ คุณช่วยหยิบให้หน่อยได้ไหมคะ” เมื่อยื้อเท่าไหร่ก็ไม่อาจเอื้อมไปหยิบสิ่งที่อยู่ตรงปลายเท้าเขาได้ คนตัวเล็กจึงเอ่ยปากขอร้องอีกฝ่าย หากแต่…
“ผมไม่เสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่ได้ผลประโยชน์ตอบแทนครับ และคำขอบคุณผมไม่นับว่ามันคือผลประโยชน์” มาเฟียหนุ่มตอบกลับคำขอด้วยน้ำเสียงปราศจากคลื่นอารมณ์ ก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นจรดริมฝีปากอีกครั้ง
คุณหนูตระกูลหวังได้แต่ลอบผ่อนลมหายใจคุกรุ่นออกมา ก่อนจะพยายามเอื้อมมือไปหยิบพู่กันบนพื้นอีกครั้ง
ให้ตาย…
คนคนนี้นี่มัน…
“ฉันว่าฉันพอจะได้คำตอบแล้วค่ะ” เสียงหวานใสในคราแรกแข็งขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ เอลล่าหวังยังอยู่ตรงหน้าเขา ไอ้คนแล้งน้ำใจคนนั้น นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจดจ้องเครื่องหน้าหล่อเหลาคมคายปราศจากคลื่นอารมณ์ที่เพิ่งเบนสายตาคมดุมามองกัน
“หวังว่าจะเป็นคำตอบที่คุ้มค่ากับการที่ผมต้องถ่อมาถึงที่นี่นะครับ” ถ้วยชารสเลิศถูกวางลงบนจานรองแผ่วเบา ก่อนที่อิริยาบถแล้งน้ำใจในคราแรกจะแปรเปลี่ยนเป็นอิริยาบถของการวางอำนาจกดข่มอยู่ในที
“ฉันตอบรับข้อเสนอค่ะ” เครื่องหน้าคมคายของรองบอสลูเธอร์ปรากฏรอยยิ้มพึงพอใจทันที หากแต่ก็มิวายเคลือบแคลงใจในท่าทีของคนตรงหน้าที่ยังคงไว้ซึ่งท่าทีอ่อนโยน แม้ในนัยน์ตาคู่สวยจะทอประกายบางอย่างที่บ่งชัดว่าเธอไม่พอใจในความแล้งน้ำใจของเขาเมื่อครู่
“แต่มีข้อแม้ว่าคุณชายจะต้อง…” มุมปากหยักขยับยกน้อย ๆ อีกครั้งเมื่อสิ่งที่คาดการณ์ไว้ในหัวนั้นปรากฏชัด แม้จะยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมีข้อแม้อะไร หากแต่คุณหนูตรงหน้าที่มีเลือดมังกรตระกูลหวังไหลเวียนอยู่ในกายคงไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาเสียมารยาทโดยไม่ถือสา
“ผมจะต้องทำอะไรครับ” คราวนี้เป็นนัยน์ตาสีเทาเฮมาไทต์ที่จ้องตอบกลับไปอย่างไม่สั่นไหวเช่นกัน มาเฟียหนุ่มจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาอีกฝ่าย ราวกับเป็นการข่มขู่โดยนัยขณะรอคำตอบ ก่อนจะต้องกระตุกยิ้มมุมปากด้วยประโยคถัดมาของอีกฝ่าย
“คุณเนธานจะต้องประสานงานกับฉันเองทุกขั้นตอน”
หึ
สมแล้วที่เป็นลูกหลานตระกูลหวัง
นัยน์ตาสีเฮมาไทต์ลึกลับเย็นเยือกขึ้นอีกระดับเมื่อไล่ตามความคิดของคนตรงหน้าทัน
เธอดูออกว่าเขาอึดอัดและไม่สะดวกใจที่จะพบเธอบ่อย ๆ
อ่า ไม่เลวเลยเอลล่า หวัง
“ดีลไหมคะ หรือว่า…”
“ตามนั้นเลยครับ” จบประโยคนั้น ถ้วยน้ำชาก็ถูกยกขึ้นมาจรดริมฝีปากได้รูปอีกครั้ง ราวกับจะใช้มันช่วยลดทอนความกระหายอยากเอาชนะคนอ่อนแอกว่า
เพราะอะไรที่มันไม่สมน้ำสมเนื้อคนอย่างเขาไม่เคยให้ค่า และคุณหนูน่าสงสารตรงหน้าก็จัดเป็นหนึ่งในประเภทนั้น
บทสนทนาเรื่องการจัดแสดงงานศิลปะยังคงดำเนินต่อไป เอลล่าหวังที่ละวางอัตตาลงได้ชั่วขณะกล่าวเสนอไอเดียว่าเธออยากใช้ธีม ‘แสงในฤดูหนาว’ ในการนำเสนอผลงานครั้งนี้
ทว่ารองบอสมาเฟียอีกขั้วอำนาจกลับไม่ได้ใส่ใจในสิ่งที่อีกฝ่ายนำเสนอมากนัก เพราะสิ่งที่ดึงความสนใจทั้งหมดของเขาไม่ใช่ธีมงานหรือคอนเซปต์อะไรทั้งนั้น หากแต่มันคือ ‘สี’ บนแก้มใส ๆ นั่นต่างหาก
รอยเปื้อนนั้น…ราวกับดวงจันทร์ดวงใหญ่ในคืนรัตติกาลมืดมิด
พู่กันที่ร่วงลงมาทดสอบความด้านชาของเขามันยังทำให้เขาสั่นคลอนไม่ได้ แต่ไอ้รอยเปื้อนเวร ๆ นั่น…
ถ้วยชาเนื้อหนาถูกวางลงบนจานกระเบื้องเงียบ ๆ ก่อนที่มาเฟียตระกูลใหญ่จะหยัดกายลุกขึ้น แล้วสืบเท้าไปยืนตรงหน้าร่างบางบนวีลแชร์
“เงยหน้าขึ้นหน่อยครับ”
ประโยคคำสั่งถูกเปรยผ่านน้ำเสียงราบเรียบทว่าเด็ดขาด ปราศจากความอ่อนโยนในนั้นทำเอลล่าหวังชะงักเล็กน้อย ทว่าท้ายที่สุดเธอก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกับที่ริมฝีปากเล็กคลี่ยิ้มบาง ดวงตาคู่สวยสื่อคำถาม
หากแต่อีกฝ่ายไม่อธิบายอะไร มาเฟียตระกูลใหญ่ทำเพียงหยิบ Pocket Square สีสะอาดออกจากอกเสื้อสูท ก่อนจะใช้มันเช็ดคราบสีบนแก้มขาวนวลของเธอด้วยท่าทางนิ่งขรึม
นัยน์ตาสีเทาเฮมาไทต์ปราศจากคลื่นอารมณ์ใด ริ้วน้ำแข็งบาง ๆ ในนั้นสะท้อนเพียงความว่างเปล่าและดวงหน้าซับสีระเรื่อของอีกฝ่ายเลือนราง น้ำหนักมือที่กดลงมาไม่ได้อ่อนโยน ทว่าก็ไม่ได้หนักมือจนทำแก้มใสระคายเคือง
เพราะโลกหม่นเทาของเขามันไม่ควรมีสิ่งแปลกปลอมใดรุกล้ำเข้ามา แค่แสงสว่างจาง ๆ จากคนตรงหน้ามันก็ทำให้เขาหงุดหงิดจนแทบทนไม่ไหว ยิ่งมีสีอื่นที่ดูมีชีวิตชีวาปะปนเข้ามากับผู้หญิงที่คล้ายกับสิ่งแปลกปลอมตรงหน้าด้วยแล้ว
อ่า…
ราฟาเอลมันส่งเขามาทรมานชัด ๆ
“ขอบคุณนะคะ” เสียงหวานกล่าวขอบคุณเมื่อมาเฟียหนุ่มถอนมือออกไป เขาวางผ้าเปื้อนสีลงบนโต๊ะอย่างไม่ไยดี พร้อมกับเอ่ยประโยคราบเรียบปราศจากคลื่นอารมณ์
“ไม่จำเป็นต้องขอบคุณครับ ไว้ผมจะกลับมาทวงผลประโยชน์ทีหลัง” จบประโยคเย็นชานั้นรองบอสลูเธอร์ก็เตรียมหมุนร่างเดินจากไปทันที
ทว่า…
“ฉันขอคอนแท็กต์คุณไว้ได้ไหมคะ” ช่วงขายาวชะงักเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมาประสานสายตากับคนตรงหน้าอีกครั้ง และราวกับเธอรู้ว่าเขาจะปฏิเสธ เสียงหวานหูจึงเปรยขึ้น
“คุณชายรับข้อเสนอแล้วนะคะว่าจะดีลงานกับฉันเองทั้งหมด ฉะนั้นฉันจำเป็นต้องมีคอนแท็กต์คุณโดยตรงค่ะ” ดวงหน้าสวยละมุนในเวลานี้ยังซับสีระเรื่อจาง ๆ ทว่ากลับไม่ได้ทำให้ความอยากเอาชนะเขาที่ซุกซ่อนอยู่ภายใต้ความไร้เดียงสาบริสุทธิ์นั่นลดทอนลงไปเลยแม้แต่น้อย
หึ
มุมปากหยักของคุณชายธำรงอัศววัฒน์ขยับยกเล็กน้อยก่อนจะสืบเท้าเข้ามาใกล้ ก่อนที่เครื่องหน้าคมคายจะโน้มลงมาอยู่ในระดับเดียวกับคนตรงหน้าแล้วเปรย
“งั้นผมขอยืมดินสอกับกระดาษหน่อยนะครับ” สิ้นประโยคชวนสงสัยนั้นมาเฟียใหญ่ก็โน้มตัวเข้าใกล้อีกฝ่ายจนเครื่องหน้าคมคายเลยลาดไหล่เล็กไปข้างหลัง
เอลล่าหวังเผลอกลั้นหายใจในวินาทีที่ร่างทั้งร่างของเธอแข็งเกร็งอยู่ภายในวงแขนแข็งแรงของเขา กลิ่นหอมสะอาดจากร่างกายสูงใหญ่ที่อบอวลใต้โพรงจมูกปลุกปั่นจิตสำนึกและเส้นประสาททุกเส้นของเธอจนร่างกายนี้แทบเป็นอัมพาต
เธอลืมแม้กระทั่งการหายใจ…
การที่คนมีระยะกับเธอชัดเจนแบบเขาจู่ ๆ กระโจนเข้าใส่แบบไม่ทันตั้งตัวนี่มัน
“คอนแท็กต์ผมเขียนไว้ให้แล้ว กรุณาอย่าส่งข้อความที่ไม่เกี่ยวกับงานมานะครับ…”
น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยบอกขณะที่ร่างสูงใหญ่หยัดกายขึ้นยืนหลังตรงสง่าเช่นเดิม “…เพราะผมไม่ชอบอะไรที่มัน…สว่างมาก ๆ”
“…”
ดวงหน้าหวานละมุนปรากฏรอยย่นจาง ๆ ตรงหว่างคิ้วเพราะไม่เข้าใจท้ายประโยคของอีกฝ่าย เห็นดังนั้นรองบอสลูเธอร์จึงกล่าวขยายความต่อเพื่อให้เข้าใจตรงกัน
“หน้าจอมือถือน่ะครับ ผมไม่ชอบเวลามันวาบขึ้นมา”
ซะที่ไหน…
‘สว่าง’ ที่เขาหมายถึงมันคือ…
อ่า…
“แล้ว Pocket Square ของคุณจะให้ส่งคืนที่ไหนคะ”
“ผมทิ้งแล้ว อย่าเก็บมาใส่ใจเลยครับ”
จบประโยคมาเฟียตระกูลใหญ่ก็หันร่างแล้วเดินจากไป เหลือทิ้งไว้เพียงแค่กลิ่นหอมเย็นจาง ๆ และร่องรอยอุ่นวาบที่สวนทางกับบุคลิกเจ้าตัวที่ยังติดค้างอยู่บนแก้มซับสีระเรื่อของคุณหนูคนเล็กตระกูลหวัง
แปลก…
คนคนนี้เขาไม่ได้ใจดี ไม่ได้สนใจอย่างอื่นนอกจากผลประโยชน์ ไม่ได้แม้แต่จะสนใจมิตรภาพที่เธอพยายามหยิบยื่นให้เลยด้วยซ้ำ
แต่ทำไมกันนะ ทำไมความหม่นเศร้าบางเบาในดวงตาคู่คมของเขามันถึงเอาแต่ดึงดูดเธอ
นัยน์ตาสีอ่อนสะท้อนลายมือที่ไม่ประณีตนักของคุณชายรองลูเธอร์ มุมปากได้รูปคว่ำลงเล็กน้อยอย่างมันเขี้ยวเมื่อแม้แต่ลายมือยังสะท้อนความเย่อหยิ่งเย็นชาของเขา
เรียวมือเล็กจรดปลายดินสอลงบนกระดาษใต้ลายมือของอีกฝ่าย
‘คุณยักษ์น้ำแข็ง’
อ่า…
จู่ ๆ ก็อยากรู้ว่ากำแพงน้ำแข็งนั่น…
เธอจะสามารถละลายมันแล้วเข้าใกล้เขาอีกนิดได้หรือเปล่า…
.
.
.
เหนือทัณฑ์ร้ายมาเฟีย
.
ฝากติดตามนามปากกา Thrymr ด้วยนะคะ
แสงแดดอ่อน ๆ คล้อยบ่ายลอดผ่านผ้าม่านลูกไม้สีขาวสะอาดตาของสตูดิโอวาดภาพ วาดเงาอ่อนนุ่มลงบนผืนผ้าใบที่เอลล่ากำลังบรรจงแต่งแต้มด้วยพู่กันแบรนด์โปรด ทุกการลากเส้นเต็มไปด้วยความรักและจิตวิญญาณในนั้นขณะที่กำลังใช้สมาธิไปกับงานตรงหน้า เสียงเปิดประตูเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ภูมิฐานในสูทสีเทาเข้มจะก้าวเข้ามา เครื่องหน้าคมคายและแววตาที่เหนื่อยล้าบ่งบอกถึงภาระที่ต้องแบกรับ ทว่าเมื่อเห็นคนรัก โลกทั้งใบก็ราวกับถูกโอบอุ้มไว้ด้วยความอ่อนหวานนั้นเป็นปกติในทุก ๆ วันที่หลังวางงานและภาระที่หนักอึ้งไว้หลังบานประตูห้องทำงาน มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอำนาจจะต้องรีบกลับมาเติมภรรยาคนสวยก่อนทำสิ่งอื่นเสมอช่วงขาแกร่งเดินเข้ามาเงียบ ๆ แล้วโน้มตัวกอดคนดีขาของเขาจากด้านหลัง แผ่นอกแข็งแรงแนบชิดแผ่นหลังบอบบาง แขนแข็งแรงโอบรอบเอวคอด พร้อมซุกเครื่องหน้าหล่อเหลาคมคายลงกับซอกคอขาวแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับกลิ่นกายของเธอคือที่พักพิงเดียวที่ปลอบโยนเขาจากความเหนื่อยล้าได้“แดดดี๊ หนูทำงานอยู่นะคะ”เอลล่าเอ่ยเสียงเบา ทว่าริมฝีปากอิ่มกลับวาดรอยยิ้มหวาน มือข้างที่ว่างของเธอลูบแก้มสามีอย่างอ่อนโยนพร้อมเอียงศ
“อื้อ…แดดดี๊…”คนในอ้อมกอดครางหวาน อีกทั้งร่างกายเล็กก็บิดหนีสัมผัสที่สร้างความเสียวซ่านตามสัญชาตญาณ มือเล็กของเธอกำแน่นบนลาดไหล่กว้าง“อยากเสร็จใช่มั้ย หืม… งั้นก็ครางหวาน ๆ ให้ผมฟังอีกสิ”คำพูดดิบหยาบที่แทรกเข้ามาพร้อมกับสัมผัสร้อนแรงทำให้เอลล่าหวังแทบหลอมละลายในอกเขา เธอเผลอซบหน้าลงกับแผ่นอกกว้าง รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านของหัวใจดวงแกร่งที่เต้นแรงไม่ต่างกันมาเฟียหนุ่มยกเธอขึ้นนั่งบนขอบอ่างทั้งที่กลางกายยังเชื่อมต่อกัน ก่อนจะก้มลงครอบครองยอดอกสีสวย เรียวลิ้นร้อนของเขาตวัดไล้เลียตุ่มไตสีหวานสลับกับการดูดดึงหนักหน่วงตามแรงอารมณ์ที่ไต่ระดับสูงขึ้นทุกวินาที“สะ…เสียวเกินไป…”ฝ่ายถูกปรนเปรอซ้ำ ๆ ครางเสียงสั่นพร่า นั่นยิ่งทำให้สะโพกแกร่งส่งแรงกระทั้นเข้าออกเน้นลึกยิ่งขึ้นครั้งแล้ว ครั้งเล่า…จนเสียงลามกในจังหวะหนักหน่วงดังประสานไปกับเสียงแมลงยามค่ำคืน“หน้าแบบนั้นมันโคตรยั่วผัว”เขาเงยหน้าขึ้น สบตาเธอด้วยสายตาที่แทบจะกลืนกินคนตรงหน้าเข้าไปทั้งตัว“อะ อื้ออ”“อ่าห์ แม่ง…”แก้มเธอแดงจัดเพราะความรู้สึกถูกครอบครองที่แล่นพล่านไปตามหลอดเลือด น้ำเสียงทุ้มต่ำของคนบนร่างกลายเป็นโซ่ตรวนล่ามร่างกายเล
อากาศช่วงดึกเย็นลง ผืนฟ้าย้อมด้วยแสงดาวพราวระยับ ไร่ไวน์ที่ทอดยาวออกไปเงียบสงบ มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนคลอเคล้าอยู่รอบข้าง ไฟสลัวตามทางเดินทอดยาวนำเข้าสู่สระน้ำอุ่นกลางแจ้งที่เชื่อมกับห้องนอน กลิ่นไวน์อ่อน ๆ ผสมกลิ่นหอมสดชื่นของไม้เลื้อยที่โอบล้อมส่งให้บรรยากาศโรแมนติกขึ้นเป็นเท่าตัวคุณชายรองลูเธอร์อุ้มภรรยาคนสวยมาหยุดอยู่ตรงขอบอ่าง ก่อนที่น้ำในอ่างจะกระเพื่อมยามที่ร่างของทั้งคู่ก้าวลงไป ร่างสูงโอบรัดเธอไว้แนบอก เสื้อผ้าถูกถอดออกทีละชิ้นจนเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าที่เสียดสีกันภายใต้น้ำอุ่น ไอร้อนประสานกับไอปรารถนาจนร่างกายคนทั้งคู่สั่นสะท้านนัยน์ตาคู่คมทอประกายล้ำลึก เอลล่ารู้ดีว่ามันคือสายตาของผู้ชายที่กำลังอดทนอดกลั้นอย่างยากลำบาก“แดดดี๊ของหนูเซ็กซี่จัง”น้ำเสียงหวานก้องเบาในอากาศ เหล้าบ๊วยที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือดทำให้เธอมีความกล้าพูดออกมาอีกครั้ง อีกทั้งริมฝีปากอวบอิ่มยังกระตุกยิ้มเย้ายวนเล็กน้อย“อยากให้รักหนูแรง ๆ แล้วค่ะ”คำพูดนั้นเบาแทบกลืนไปกับลมหายใจ ทว่ามีน้ำหนักพอจะทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกไหววูบซ้ำ ๆ เนธานหลุบตามองคนในอ้อมแขน คนที่ครั้งหนึ่งเขาเคยทำหล่นหายไปจากชี
ปิดเทอมฤดูร้อนอากาศยามบ่ายในหุบเขาอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของดินและผลไม้สุก แสงแดดอ่อน ๆ อาบไล้บนเนินเขาที่เรียงรายด้วยแถวองุ่นยาวเหยียดไร้ที่สิ้นสุด คฤหาสน์สไตล์ยุโรปที่ตั้งอยู่กลางไร่ไวน์เป็นเสมือนหัวใจของตระกูลหวัง สถานที่ซึ่งทุกคนกลับมาพบหน้ากันอีกครั้งในทุก ๆ เดือนเสียงหัวเราะสดใสของเด็ก ๆ ดังก้องไปทั่วลานสนามหญ้า เสียงฝีเท้าเล็กกระทบหญ้าอ่อนดังเป็นระยะสร้างสีสันให้ไร่ไวน์แห่งนี้ได้เป็นอย่างดีอลิเซีย หวังและฟรานซิส เด็กชายและหญิงวัยห้าขวบวิ่งแข่งกันไปตามทางเดินระหว่างแปลงองุ่นที่ทอดยาว ขณะที่แอชตัน หวัง พี่ชายคนโตวัยเจ็ดขวบคอยวิ่งตามอย่างไม่ยอมแพ้“ซินซิน ฟานฟาน รอเฮียด้วย!”มังกรเบบี๋คนโตเรียกน้องทั้งสองดังลั่นไปทั้วทั้งไร่ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะสดใสของเหล่าทายาทมังกรตัวจิ๋วห่างออกไปไม่ไกล ตรงลานกว้างหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ คุณปู่ คุณย่า และสมาชิกคนอื่น ๆ ในตระกูลหวังต่างยืนมองหลาน ๆ ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุขคุณย่าที่อายุมากขึ้นแต่ยังสง่างามไม่เปลี่ยนคอยเอ่ยเตือนหลาน ๆ ด้วยน้ำเสียงใจดี“อย่าไปไกลมากนะลูก”ขณะที่มือไม้ก็ไม่อยู่นิ่ง คอยกวักเรียกหลาน ๆ ให้มาหา ก่อนจะป้อน
เสียงหัวเราะของเด็กชายตัวเล็กดังขึ้นตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมงเช้าเสียงเล็กนั้นดังพอจะปลุกคนทั้งบ้านให้ตื่นได้ แม้แต่เจ้าลูฟี่ หมาพันธุ์โกลเด้นรีทีฟเวอร์วัยสี่เดือนที่ปกติจะซุกตัวอยู่บนที่นอนนุ่มหน้าประตู ก็ยังต้องลุกขึ้นมาสะบัดหางต้อนรับความโกลาหลประจำวัน“ฟานฟานครับ เดินช้า ๆ ครับลูก”เสียงของเอลล่าเอ่ยขึ้นพร้อมเสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ที่วิ่งตุบตับผ่านโซฟา ก่อนที่ร่างกลมในชุดนอนลายการ์ตูนโปรดจะพุ่งหลบเข้าไปหลังโซฟาอย่างไม่กลัวเจ็บ“หม่ามี้ครับ ลูฟี่จะกินบิสกิตของฟานฟาน”“ลูฟี่เห็นเบบี๋วิ่งไงคะ เขาอยากเล่นด้วย”เอลล่าผ่อนลมหายใจ พลางยกมือกุมขมับ ทว่ารอยยิ้มเอ็นดูก็ผุดขึ้นบนดวงหน้าหวานอย่างห้ามไม่อยู่ไม่นานรองบอสลูเธอร์ก็เดินมาจากโซนบาร์ช้า ๆ ในชุดเสื้อยืดสีเทาอ่อนกับกางเกงสบาย ๆ มือข้างหนึ่งถือแฟ้มงาน อีกมือถือแก้วกาแฟ กลิ่นหอมของมันตัดกับกลิ่นอาหารเช้าที่เอลล่ากำลังทำให้ลูกชายมาเฟียหนุ่มหยุดมองภาพตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ลูกชายวัยห้าขวบที่ยืนถือตุ๊กตาหมีไว้ในมือซ้าย มือขวาถือบิสกิตชิ้นเล็ก ส่วนเจ้าลูฟี่ก็นั่งจ้องของกินในมือเด็กน้อยตาแป๋ว“เช้านี้เริ่มจากศึกแย่งขนมอีกแล้วเหรอ”เขาพูดเสียงเรียบ ทว
ทั้งคู่จุมพิตกันอีกครั้ง เขาโอบกอดเธอไว้แน่น ก่อนจะประคองร่างบางออกมานอนข้างลูกน้อยที่กำลังท่องโลกนิทราหากอุ้มได้เขาจะไม่ยอมให้ภรรยาเดินให้เหนื่อยแม้แต่น้อย ทว่าหลังผ่าคลอด การเดินบ่อย ๆ ย่อมส่งผลดีกับแผลผ่าตัดมากกว่า ด้วยความเหนื่อยล้าสะสม เอลล่าหลับในอ้อมกอดสามีอย่างง่ายดาย ทว่าผู้เป็นสามีกลับไม่กล้าแม้แต่จะพับเปลือกตาลงตั้งแต่วันแรกที่ลูกน้อยคลอด เป็นเขาที่คอยเฝ้ายาม อีกทั้งยังคอยเช็กลมหายใจเบบี๋ทุก ๆ ชั่วโมงราวกับคนวิตกกังวล ก่อนจะจบด้วยการจุมพิตพวงแก้มอวบนุ่มแผ่วเบา เวลาช่วงดึกของคืนแรกในบ้านอบอุ่นหลังนี้ดำเนินไปอย่างเรียบเรื่อย ครั้นฟรานฟานวัยห้าวันสะดุ้งตื่นร้องไห้กลางดึก ผู้เป็นพ่อที่ไม่ยังเฝ้ายามก็เด้งตัวลุกขึ้นทันทีอย่างไม่รีรอ มือแกร่งอุ้มลูกออกจากเปล จัดการเปลี่ยนผ้าอ้อมคุณชายรองลูเธอร์จัดแจงทุกอย่างเงียบ ๆ ด้วยความคล่องแคล่วโดยไม่รบกวนภรรยาที่กำลังหลับพักผ่อน ก่อนจะกล่อมลูกน้อยกระทั่งหลับไปอีกครั้งค่ำคืนแรกของสามชีวิตที่บ้านผ่านไปอย่างราบรื่น ทุกสิ่งที่เรียนรู้มาจากพยาบาลเขาทำมันได้เป็นอย่างดีเวลาล่วงเลยไปจวบจนเช้ามืด เนธานยังนั่งทำงาน พร้อม ๆ กับคอยเฝ้ายามให้ดวงใจ
ท่าเรือหลักลูเธอร์ท่าเรือเงียบสงบในแบบที่มักจะเป็นหลังเที่ยงคืน มีเพียงเสียงคลื่นซัดกระทบเสาคอนกรีตและเสียงลมทะเลที่พัดผ่านระลอกแล้ว ระลอกเล่าบนตึกสูงของลูเธอร์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมท่าเรือ ปรากฏแสงไฟสีนวลลอดออกจากห้องพักหรูชั้นบนสุด บ่งบอกว่าเวลานี้เจ้าของห้องยังไม่หลับร่างกำยำที่ท่อนบนเปลือยเปล
ถูกหมายหัวตั้งแต่จำความได้ ทายาทตระกูลหวังอย่างเธอเคยถูกหมายหัวมานับครั้งไม่ถ้วน ทว่าไม่เคยมีครั้งไหนที่น่าหวาดหวั่นพรั่นพรึงได้เท่าครั้งนี้ ไม่เคยมีศัตรูคนไหนบรรลุจุดประสงค์ได้เฉียดใกล้แม้แต่ปลายเส้นผมของเธอยกเว้นเขา…สัมผัสอันตรายจากฝ่ามือแกร่งยังคงคั่งค้างอยู่บนลำคอระหงเจ้าของร่างเล็กสูดลมหายใ
“คุณเนธาน…”กระแสเสียงหวานดังผ่านม่านดอกไม้นานาพันธุ์ภายในสตูดิโอวาดภาพทันทีที่นัยน์ตาสวยหันมาสบสายตากับเขา เรียวขาเล็กที่สั่นระริกนั่นค่อย ๆ ก้าวขณะที่มือที่เกาะขอบโต๊ะอยู่คลายจากการเกาะกุมช้า ๆก่อนจะ…“เชิญค่ะ…อ๊ะ!”ภาพเดิมเมื่อไม่กี่นาทีก่อนฉายวนซ้ำอีกครั้งเมื่อเจ้าบ้านเสียหลักวูบลงไปกับพื้นหินอ
กลิ่นชื้นของไอดินหลังฝนตกที่ปะปนกับกลิ่นคาวเลือดลอยตามชายเสื้อสูทราคาแพงของรองบอสตระกูลมาเฟียใหญ่มากระทั่งเขาหย่อนตัวลงนั่งบนเบาะหลังของรถสปอร์ตซีดานหรูเนธานเหยียดแผ่นหลังกว้างพิงเบาะ หลังกระดุมเชิ้ตเม็ดสุดท้ายถูกปลายนิ้วแกร่งดันเข้ารังดุม เนกไทเส้นใหม่ถูกหยิบมาสวมขณะที่ล้อรถค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจาก







