Masukโทรศัพท์เครื่องเก่าของพิมถูกวางอยู่กลางโต๊ะราวกับเป็นวัตถุอันตราย ทั้งที่สภาพภายนอกแทบไม่ต่างจากเศษอิเล็กทรอนิกส์ หน้าจอแตกร้าว ฝาหลังมีรอยขีดข่วนและปุ่มด้านข้างกดแทบไม่ลง เจ้าขานั่งเท้าคางมองมันมาตั้งแต่กลับถึงโฮมสเตย์
“พี่เหนือคะ”
“หืม”
“ลองเปิดอีกทีได้ไหมคะ”
“เมื่อห้านาทีก่อนเพิ่งลอง”
“เผื่อมันเปลี่ยนใจค่ะ”
เหนือที่กำลังนั่งแกะฝาหลังโทรศัพท์เงยหน้ามอง “โทรศัพท์?”
“ค่ะ”
“มันมีใจ?”
“พี่ก็ลองกดดูก่อนสิคะ”
“ถ้ากดแล้วเปิดได้ จะให้ทำอะไร”
เจ้าขาคิด “เจ้าขาจะเลี้ยงข้าวค่ะ”
“ถ้าไม่เปิด?”
“พี่เลี้ยงเจ้าขา”
เหนือหัวเราะ “ได้ประโยชน์ทั้งสองทางเลยนะ”
“เจ้าขาเป็นแขกค่ะ”
“แขกที่อยู่ฟรี?”
เจ้าขาชะงัก “เจ้าขาจ่ายค่าที่พักนะคะ”
“จ่ายแล้ว?”
“…ยังค่ะ”
“อือ”
“ก็พี่บอกจ่ายวันกลับนี่คะ!”
เหนือยกมุมปาก ก่อนกลับไปสนใจโทรศัพท์ต่อ
เจ้าขามองอยู่พักหนึ่งแล้วขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้ “ซ่อมเป็นเหรอคะ”
“พอดูได้”
“วิศวกรทำได้ทุกอย่างเลยเหรอ”
“ไม่”
“แล้วพี่เป็นวิศวกรอะไรคะ”
“เครื่องกล”
“เกี่ยวกับโทรศัพท์ตรงไหนคะ”
“ไม่เกี่ยว”
“แล้วทำไมทำเป็น”
เหนือหยุดมือ “ตอนเด็กจน”
เจ้าขานิ่ง
“ของพังเลยต้องซ่อมเอง”
เธอพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะเผลอยิ้ม “เก่งจังค่ะ”
เหนือเหลือบมอง “ชมจริง?”
“จริงค่ะ”
“แปลก”
“ทำไมคะ”
“ปกติเห็นแต่เถียง”
“เจ้าขาก็ชมเป็นนะคะ ถ้ามีอะไรให้น่าชม”
“งั้นพี่หล่อไหม”
เจ้าขาเงียบไปทันที เหนือหันมามองเต็ม ๆ
“ถามแล้วทำไมไม่ตอบ”
“กำลังซ่อมโทรศัพท์อยู่ไม่ใช่เหรอคะ”
“ตอบก่อนได้”
“ไม่เกี่ยวกันค่ะ”
“กลัว?”
“กลัวอะไรคะ”
“กลัวชมแล้วชอบพี่”
เจ้าขาทำตาโต “ใครจะชอบพี่คะ!”
“เสียงดังทำไม”
“ก็พี่พูดไปเรื่อย”
เหนือหัวเราะเบา ๆ ก่อนก้มหน้าทำงานต่อ เจ้าขาเม้มปากแล้วแอบมองใบหน้าด้านข้างของเขาถ้าถามว่าหล่อไหม… ก็หล่อ แต่ไม่มีทางบอกหรอกเดี๋ยวได้ใจ ใต้โต๊ะ ไข่ตุ๋นนอนเหยียดยาวอยู่ตรงเท้าของเธอ ตั้งแต่กลับมามันดูสบายใจกว่าหลายวันที่ผ่านมา อาจเพราะพิมยังไม่ปรากฏตัวอีกเลยหลังจากพาพวกเขาไปเจอโทรศัพท์ เหนือทดลองเปลี่ยนสายชาร์จและต่อไฟอยู่พักหนึ่ง ก่อนหน้าจอจะสว่างวาบ
เจ้าขาเด้งตัวขึ้น “ติดแล้ว!”
หน้าจอสว่างเพียงไม่กี่วินาที ก่อนดับ
“อ้าว”
“แบตเสื่อม”
“ซ่อมได้ไหมคะ”
“ได้ แต่ต้องหาร้าน”
“ไปตอนนี้เลยได้ไหม”
เหนือมองนาฬิกา “สองทุ่ม”
“พรุ่งนี้เช้าค่ะ”
“เธอไม่มีงาน?”
เจ้าขาชะงัก มี แถมเยอะด้วย คลิปแรกที่เชียงดาวเพิ่งอัปโหลดไปเมื่อวานและเธอยังมีฟุตเทจอีกหลายชุดต้องตัด
เหนือพยักหน้าไปทางโน้ตบุ๊ก “มาทำงาน ไม่ได้มาสืบคดี”
“เจ้าขารู้ค่ะ”
“ตั้งแต่มาเห็นวิ่งตามผีมากกว่าถ่ายคลิป”
“ก็ผีชอบมาหาเจ้าขานี่คะ”
“งั้นบอกผีรอ”
เจ้าขาหลุดหัวเราะ “พี่พูดเหมือนนัดลูกค้าเลยค่ะ”
“บอกพิมพรุ่งนี้บ่ายสอง”
“ทำไมต้องบ่ายสองคะ”
“เช้าพี่มีงาน”
“แล้วถ้าพิมไม่ว่างล่ะคะ”
เหนือเงยหน้ามอง
เจ้าขาหลุดขำก่อน “ล้อเล่นค่ะ”
“เริ่มกวนแล้วนะ”
“อยู่กับพี่เยอะไปค่ะ”
“โทษพี่?”
“ค่ะ”
เหนือยื่นมือมาดีดหน้าผากเธอเบา ๆ
“โอ๊ย”
“ทำงาน”
“เจ้าขาเจ็บนะคะ”
“เบาจะตาย”
เจ้าขาลูบหน้าผากตัวเอง ก่อนลากโน้ตบุ๊กกลับมาตรงหน้า “ถ้าคลิปนี้เสร็จ พรุ่งนี้พี่ต้องพาเจ้าขาไปหมู่บ้านที่บอกไว้นะคะ”
“อือ”
“แล้วช่วงบ่ายค่อยเอาโทรศัพท์ไปซ่อม”
“อือ”
“ตอนเย็นกลับมาดูข้อมูล”
“อือ”
เจ้าขาหันไปมอง “พี่เหนือคะ”
“หืม”
“นี่เรากำลังเป็นคู่หูกันหรือเปล่าคะ”
“ไม่”
“ทำไมตอบเร็วจังคะ”
“พี่โดนลากมา”
“แต่พี่ก็ช่วยทุกอย่างเลยนะคะ”
“เพราะถ้าปล่อยเธอไปคนเดียว น่าจะได้มีผีเพิ่ม”
เจ้าขาทำหน้ามุ่ย “เจ้าขาไม่ได้ซุ่มซ่ามขนาดนั้นค่ะ”
ทันใดนั้นข้อศอกเธอไปโดนแก้วน้ำข้างโน้ตบุ๊ก เหนือคว้าไว้ทันก่อนล้ม ทั้งคู่เงียบ เจ้าขาค่อย ๆ ดึงแขนกลับ
“เมื่อกี้ไม่นับค่ะ”
“อือ”
“อุบัติเหตุค่ะ”
“ครับ”
“พี่ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นเลยค่ะ”
เหนือหัวเราะจนเจ้าขาต้องหยิบหมอนอิงปาใส่
เช้าวันต่อมา เจ้าขาออกจากโฮมสเตย์พร้อมกล้องหนึ่งตัว กระเป๋าเป้หนึ่งใบและไข่ตุ๋นที่ยืนยันจะตามมาด้วยแม้เจ้าของจะเรียกให้กลับ
“วันนี้เราจะไปดูวิถีชีวิตในหมู่บ้านกันนะคะ”
เจ้าขาพูดกับกล้องระหว่างเดินไปตามถนนเล็ก ๆ
“ช่วงที่เจ้าขาอยู่เชียงดาวหนึ่งเดือน นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว เจ้าขาอยากพาทุกคนไปดูชีวิตธรรมดาของคนที่นี่ด้วยค่ะ ว่าเขากินอะไร ทำอะไร แล้วก็มีมุมไหนที่นักท่องเที่ยวอาจไม่เคยเห็น”
เธอหมุนกล้องไปทางเหนือที่เดินถือขาตั้งกล้องอยู่ข้าง ๆ
“ส่วนคนนี้…”
เหนือหันมามอง
“พนักงานแบกของค่ะ”
“คิดค่าจ้าง”
“อีกแล้วเหรอคะ”
“วันละพัน”
“งั้นคืนขาตั้งมาค่ะ”
เจ้าขาเอื้อมมือไปแย่ง เหนือยกขึ้นสูง
“พี่เหนือ!”
“จะเอา?”
“ค่ะ”
“หยิบสิ”
เจ้าขาเขย่ง เหนือยกสูงกว่าเดิม
“พี่แกล้งเจ้าขาเหรอคะ”
“เปล่า”
“ก็เห็นอยู่ว่าเอื้อมไม่ถึง”
“ตัวเล็กเอง”
“เจ้าขาสูงตั้งร้อยหกสิบสามนะคะ”
“อือ”
“ไม่ได้เตี้ยค่ะ”
“ครับ”
“คำว่าครับของพี่ไม่น่าเชื่อเลย”
เหนือหัวเราะก่อนยอมส่งขาตั้งคืน แต่พอเจ้าขารับไปได้ไม่ถึงห้านาที เธอก็เดินสะดุดก้อนหินจนเกือบหน้าคว่ำ มือใหญ่คว้าสายกระเป๋าเป้ด้านหลังไว้ทัน ตัวเจ้าขาถูกดึงกลับจนชนอกเขา
“โอ๊ะ!”
เหนือถอนหายใจ “ไหนบอกไม่ซุ่มซ่าม”
“เจ้าขามองกล้องอยู่ค่ะ”
“เดินด้วยตา ไม่ได้เดินด้วยกล้อง”
“รู้แล้วค่ะ”
“ขาตั้ง”
“เจ้าขาถือได้”
เหนือยื่นมือ
“พี่จะคิดค่าจ้าง”
“ไม่คิดแล้ว”
เจ้าขามองอย่างระแวง “จริงนะคะ”
“อือ”
เธอจึงยื่นให้แต่โดยดี
เหนือรับไป ก่อนพูดหน้าตาย “คิดค่าช่วยชีวิตแทน”
“พี่เหนือ!”
คลิปในวันนั้นกลับออกมาดีกว่าที่เจ้าขาคิด เธอได้ลองทำขนมกับชาวบ้าน เดินดูสวนผลไม้ และคุยกับคุณยายคนหนึ่งที่อยู่ในพื้นที่มานานหลายสิบปี เจ้าขามีความสามารถอย่างหนึ่งที่เหนือเพิ่งสังเกตเห็นชัด ๆ คือเธอเข้ากับคนง่ายมาก ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้สูงอายุ เพียงไม่กี่นาทีก็คุยกันได้เหมือนรู้จักมานาน
“หนูเจ้าขามีแฟนหรือยังลูก”
คำถามจากคุณยายทำให้เจ้าขาที่กำลังชิมขนมชะงัก
“ยังค่ะ”
“แล้วคนที่มาด้วยล่ะ”
เจ้าขาหันไปมองเหนือที่กำลังยืนพิงเสารออยู่
“พี่เหนือเหรอคะ”
“หล่อดีนะ”
เจ้าขาหลุดหัวเราะ “แต่ปากไม่ค่อยดีค่ะ”
เหนือที่อยู่ไม่ไกลนักสวนกลับ “ได้ยิน”
คุณยายหัวเราะ “เถียงกันแบบนี้เดี๋ยวก็ได้กัน”
“คุณยายคะ!”
เจ้าขารีบหันกล้องหนี ใบหน้าร้อนขึ้นทันที เหนือกลับยืนกลั้นยิ้ม
“พี่เหนือไม่ต้องขำเลยค่ะ”
“ยังไม่ได้ขำ”
“ปากพี่ยิ้มอยู่ค่ะ”
“ยายพูด พี่ไม่ได้พูด”
“ก็ห้ามคิดด้วยค่ะ”
“ห้ามความคิดคนอื่นได้ด้วย?”
เจ้าขาไม่ตอบ หันกลับไปช่วยคุณยายห่อขนมแทน เหนือมองแผ่นหลังเล็ก ๆ ที่พยายามทำเป็นยุ่งก่อนยิ้มกับตัวเองแล้วเดินออกไปเล่นกับไข่ตุ๋น เกือบบ่ายสอง ทั้งคู่กลับมาขึ้นรถเพื่อเข้าไปหาร้านซ่อมโทรศัพท์ในตัวอำเภอ เจ้าขานั่งเปิดดูฟุตเทจระหว่างทางส่วนเหนือขับรถเงียบ ๆ
“พี่เหนือคะ”
“ว่า”
“คลิปเมื่อเช้าดีมากเลยค่ะ”
“อือ”
“เจ้าขาว่าคนดูน่าจะชอบ”
“ดีแล้ว”
“ถ้าเจ้าขาอยู่ครบเดือน อาจทำเป็นซีรีส์เลยค่ะ”
“เชียงดาวสามสิบวัน?”
“ประมาณนั้นค่ะ”
“แล้วพี่ต้องติดทุกคลิป?”
เจ้าขาหันมอง “ไม่อยากติดเหรอคะ”
“แล้วแต่”
“ช่วงหลังคนดูถามถึงพี่เยอะนะคะ”
เหนือขมวดคิ้ว “ถามทำไม”
เจ้าขาหยิบโทรศัพท์มาอ่านความคิดเห็นที่แคปไว้ “คนนี้บอกว่า ‘เจ้าของโฮมสเตย์โสดไหมคะ’ คนนี้บอก ‘ขอวาร์ปพี่ผมยาวค่ะ’ แล้วคนนี้…”
เธอหยุด
“อะไร”
“ไม่มีค่ะ”
“อ่าน”
“ไม่เอาค่ะ”
เหนือเอื้อมมือจะหยิบโทรศัพท์
เจ้าขารีบชูหนี “ขับรถค่ะ!”
“อ่านมา”
“เขาบอกว่า…”
เจ้าขากระแอม “เคมีเหมือนแฟนกันมากค่ะ”
เหนือเงียบ เธอแอบเหลือบมองเขายังมองถนนเหมือนเดิม
“พี่ไม่พูดอะไรเหรอคะ”
“จะให้พูดอะไร”
“ก็คนเข้าใจผิด”
“แล้ว?”
“พี่ไม่รำคาญเหรอ”
“ไม่”
เจ้าขาเงียบไป
เหนือเหลือบมองเธอ “เธอล่ะ”
“เจ้าขาก็…ไม่ค่ะ”
“งั้นจบ”
“ง่ายจัง”
“หรืออยากให้ยาก”
“เปล่าค่ะ”
เจ้าขารีบก้มดูโทรศัพท์ต่อ ทั้งที่มุมปากเผลอยกขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ร้านซ่อมโทรศัพท์ใช้เวลาตรวจเครื่องเกือบครึ่งชั่วโมง เจ้าของร้านบอกว่าสามารถเปลี่ยนแบตและลองกู้ข้อมูลได้ แต่ไม่รับประกันว่าจะได้ครบ เพราะเครื่องถูกทิ้งไว้นานหลายปี
“ถ้าข้อมูลยังอยู่ จะเปิดดูได้เลยไหมคะ”
เจ้าขาถาม
“ถ้าเครื่องไม่ล็อกรหัสก็ได้ครับ แต่ถ้าล็อกก็อีกเรื่อง”
เหนือพยักหน้า “ลองทำก่อนครับ”
ระหว่างรอ ทั้งคู่เดินไปหาร้านกาแฟใกล้ ๆ ไข่ตุ๋นถูกพามานั่งตรงโซนด้านนอก เจ้าขาสั่งชาเย็นส่วนเหนือสั่งกาแฟดำ
“พี่เหนือกินกาแฟเยอะไปไหมคะ”
“วันละสองแก้ว”
“ขมจะตาย”
“โตแล้ว”
เจ้าขาหรี่ตา “จะบอกว่าเจ้าขาเด็กเหรอคะ”
“21”
“บรรลุนิติภาวะแล้วค่ะ”
“รู้”
“แล้วทำไมชอบพูดเหมือนเจ้าขาเด็ก”
เหนือมองเธอ “เพราะชอบทำตัวน่าเป็นห่วง”
เจ้าขาชะงัก คำตอบเรียบ ๆ กลับทำให้หัวใจเธอกระตุกแปลก ๆ
“เจ้าขาดูแลตัวเองได้นะคะ เดินทางคนเดียวมาตั้งหลายที่แล้ว”
“อือ”
“จริง ๆ ค่ะ”
“รู้แล้ว”
“แล้ว—”
“พี่ไม่ได้บอกว่าเธอดูแลตัวเองไม่ได้”
“แล้วหมายถึงอะไรคะ”
เหนือยกกาแฟขึ้นดื่ม “ไม่รู้”
“อ้าว”
“พูดไปงั้น”
เจ้าขาทำหน้ามุ่ย “พี่ชอบทำแบบนี้ตลอดเลย”
“แบบไหน”
“พูดให้คนสงสัยแล้วไม่พูดต่อ”
“อยากรู้?”
“ค่ะ”
เหนือโน้มตัวเข้ามาเล็กน้อย เจ้าขาชะงัก ใบหน้าของเขาใกล้ขึ้นจนเธอเผลอเอนหลัง
“ไว้โตอีกหน่อยจะบอก”
หญิงสาวนิ่งไปสองวินาที ก่อนหยิบกระดาษทิชชูปาใส่
“พี่เหนือ!”
เขาหัวเราะเสียงดัง ไข่ตุ๋นที่นอนอยู่ข้างโต๊ะเงยหน้ามองทั้งคู่ ก่อนหางที่กำลังกระดิกจะหยุดกึกเจ้าขาเห็นก่อน
“ไข่ตุ๋น?”
เจ้าหมาจ้องไปด้านหลังเหนือ หญิงสาวค่อย ๆ หันตาม พิมยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนแต่ครั้งนี้เธอไม่ได้มองเหนือ เธอกำลังมองผู้ชายคนหนึ่ง ชายวัยประมาณสามสิบต้น ๆ สวมเสื้อเชิ้ตสีเข้ม กำลังเดินออกจากร้านขายยาฝั่งตรงข้าม ก่อนขึ้นรถยนต์สีดำสีหน้าของพิมเปลี่ยนไปทันที จากสงบนิ่งกลายเป็นหวาดกลัว เธอถอยหลัง เจ้าขาลุกพรวด
“พี่เหนือ”
น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปทำให้เขาหันตามสายตาเธอ
“อะไร”
“ผู้ชายคนนั้นเป็นใครคะ”
เหนือมองรถที่กำลังเคลื่อนออกไป เพียงแวบเดียวสีหน้าของเขาก็นิ่งลง
“รู้จัก”
“ใครคะ”
เหนือไม่ได้ตอบจนรถคันนั้นเลี้ยวหายไปจากถนน
“สามีพิม”
เจ้าขาหันขวับ หัวใจเต้นแรงทันที
“คนที่พิมแต่งงานด้วย?”
“อือ”
เธอรีบมองกลับไป พิมยังยืนอยู่ตรงเดิมร่างซีดสั่นเล็กน้อย
“พิมกลัวเขาค่ะ”
เหนือหันมองเธอ “แน่ใจ?”
“ค่ะ”
พิมค่อย ๆ ยกมือขึ้นจับลำคอตัวเองอีกครั้ง ท่าเดิม ท่าที่เธอทำทุกครั้งเวลาพยายามบอกเรื่องก่อนตาย เจ้าขาหน้าซีด
“เธอจับคออีกแล้วค่ะ”
เหนือวางแก้วกาแฟลง
“เจ้าขา อย่าเพิ่งสรุป”
“เจ้าขารู้ค่ะ”
เธอรีบตอบ “เจ้าขาไม่ได้จะบอกว่าเขาทำอะไรพิมนะคะ แค่บอกสิ่งที่เห็น”
เหนือพยักหน้า จังหวะนั้นโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น เป็นสายจากร้านซ่อม
“ครับ”
เขาฟังอยู่ครู่หนึ่ง
“ได้ครับ เดี๋ยวเข้าไป”
เหนือวางสาย
“เครื่องเปิดได้แล้ว”
เจ้าขาลืมเรื่องอื่นทันที “จริงเหรอคะ”
ทั้งคู่รีบกลับไปที่ร้าน โทรศัพท์เก่าของพิมถูกวางอยู่บนโต๊ะ หน้าจอยังมีรอยแตกแต่เปิดติดแล้ว แบตถูกเปลี่ยนชั่วคราวเพื่อให้ดึงข้อมูลได้
“โชคดีครับ ข้อมูลในเครื่องยังอยู่เยอะ” ช่างบอก “แล้วเครื่องไม่ได้ตั้งรหัสล็อกไว้”
เจ้าขากับเหนือมองหน้ากัน หลังจ่ายค่าซ่อม ทั้งคู่กลับมานั่งในรถก่อนเปิดเครื่อง รูปภาพเก่าหลายร้อยรูป ข้อความ บันทึก ไฟล์เสียง เจ้าขากำลังจะกดดูแต่เหนือจับข้อมือเธอไว้
“เดี๋ยว”
“ทำไมคะ”
“นี่ข้อมูลส่วนตัวของพิม”
เจ้าขาชะงัก จริง ถึงพิมจะตายแล้ว แต่สิ่งในโทรศัพท์ก็ยังเป็นชีวิตส่วนตัวของเธอ
“งั้นทำยังไงคะ”
เหนือหันไปทางกระจก “พิมอยู่ไหม”
เจ้าขามองรอบ ๆ ไม่มี
“ยังไม่เห็นค่ะ”
“รอให้เขามาก่อน”
เจ้าขาพยักหน้า “ค่ะ”
ทั้งคู่จึงเก็บโทรศัพท์ไว้โดยยังไม่เปิดดูอะไร คืนนั้นหลังกลับถึงโฮมสเตย์ เจ้าขานั่งตัดคลิปอยู่ที่ระเบียงตามปกติ เหนือกำลังย่างหมูอยู่ไม่ไกลส่วนไข่ตุ๋นนอนเฝ้าเตาอย่างมีความหวัง
“ไข่ตุ๋นคะ นั่นของคนนะคะ”
หางกระดิก
“มองแบบนั้นพี่เหนือก็ไม่ให้ค่ะ”
เหนือคีบหมูชิ้นเล็กวางในชามหมา
เจ้าขาหันขวับ “ไหนบอกของคนคะ”
“ใครบอก”
“เจ้าขาบอกค่ะ”
“อือ”
“ตามใจจนเสียหมาแล้ว”
“เหมือนใครบางคน”
เจ้าขาเงยหน้า “พี่ตามใจเจ้าขาตอนไหนคะ”
เหนือหยุดมือ เจ้าขารอฟัง
เขากลับหันไปย่างหมูต่อ “ไม่ได้พูดถึงเธอ”
“อ้าว”
“ร้อนตัว”
เจ้าขาทำหน้ามุ่ย ทันใดนั้นไข่ตุ๋นที่กำลังกินหมูก็หยุด มันหันไปทางปลายระเบียงเจ้าขากับเหนือมองตามพร้อมกัน
“มาแล้วค่ะ”
เหนือดับเตาก่อนเดินมานั่งข้างเธอ เจ้าขาหยิบโทรศัพท์ของพิมขึ้นมา
“พิมคะ”
วิญญาณสาวยืนอยู่ใต้ต้นไม้
“โทรศัพท์เปิดได้แล้วนะคะ”
พิมค่อย ๆ เดินเข้ามา
เจ้าขาชูเครื่องให้ดู “พี่อยากให้เราเปิดดูใช่ไหมคะ”
พิมพยักหน้า
“ทั้งหมดเลยเหรอคะ”
พิมส่ายหน้า ก่อนชี้ไปยังเครื่อง เจ้าขาเปิดหน้าเมนู
“รูป?”
ส่ายหน้า
“ข้อความ?”
ส่ายหน้า
“บันทึก?”
พิมนิ่ง แล้วพยักหน้า เจ้าขากับเหนือมองหน้ากันเธอกดเข้าแอปบันทึก มีข้อความอยู่หลายรายการ ส่วนใหญ่เป็นรายการซื้อของ นัดหมาย และเรื่องงาน แต่มีบันทึกหนึ่งถูกตั้งชื่อไว้เพียงตัวอักษรเดียว
N
เจ้าขากดเข้าไป ด้านในมีข้อความสั้น ๆ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับฉันอย่าเชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ เจ้าขารู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว เหนือดึงโทรศัพท์ไปอ่าน สีหน้าของเขานิ่งลงทันที ด้านล่างมีวันที่บันทึก สามวันก่อนพิมเสียชีวิต
“พี่เหนือ…”
“อือ”
“พิมรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ”
“ยังไม่รู้”
เขาเลื่อนลง มีข้อความต่ออีกเพียงบรรทัดเดียวของอยู่ที่เดิม ถ้าจำเป็นให้เอาให้น.
“น.?”
เจ้าขาขมวดคิ้ว “ใครคะ”
เหนือไม่ตอบ สายตาจับอยู่ที่ตัวอักษรนั้น
“พี่เหนือ?”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง
“ชื่อพี่”
เจ้าขานิ่ง
“เหนือ…น.?”
“อือ”
เธอหันไปมองพิม วิญญาณสาวกำลังมองเหนือดวงตาเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าขาอ่านไม่ออก
“ของอยู่ที่เดิมคืออะไรคะ”
พิมยกมือขึ้น ชี้ไปทางภูเขา จากนั้นทำท่าเหมือนถือกล่องบางอย่าง
เจ้าขาขมวดคิ้ว “มีกล่องอีก?”
พิมพยักหน้า
“อยู่ที่ไหนคะ”
วิญญาณสาวขยับริมฝีปาก ครั้งนี้เจ้าขาอ่านได้ชัด บ้านเหนือ เธอหันไปมองชายหนุ่มข้างตัวทันที
“อะไร”
“พิมบอกว่าอยู่บ้านพี่ค่ะ”
เหนือขมวดคิ้ว “บ้านนี้?”
พิมส่ายหน้า
“บ้านเก่า?”
เหนือถาม พิมพยักหน้า สีหน้าของเหนือเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เจ้าขาจับสังเกตได้ “พี่มีบ้านอีกหลังเหรอคะ”
“บ้านพ่อ”
“อยู่ไหนคะ”
“บนเขาอีกฝั่ง ไม่ได้อยู่มาหลายปีแล้ว”
“พิมเคยไป?”
“เคย”
“งั้นของที่พิมซ่อนไว้อาจอยู่ที่นั่นค่ะ”
เหนือมองบันทึกในโทรศัพท์อีกครั้ง
“พรุ่งนี้ไป”
เจ้าขาตาโต “จริงเหรอคะ”
“อือ”
“ไม่ต้องให้เจ้าขาชวนแล้ว?”
“ถ้าไม่พา เดี๋ยวเธอก็แอบไปเอง”
“เจ้าขาไม่ทำหรอกค่ะ”
เหนือมอง
“…อาจจะค่ะ”
“นั่นไง”
เจ้าขายิ้ม ก่อนยื่นนิ้วก้อยออกไปตรงหน้าเขา
“อะไร”
“ตกลงเป็นคู่หูกันค่ะ”
“ไม่”
“พี่เหนือ”
“ไม่เกี่ยว”
“แต่เรากำลังช่วยพิมด้วยกันนะคะ”
“พี่แค่ไม่อยากให้เธอไปหาเรื่องคนเดียว”
“ก็แปลว่าเป็นคู่หูค่ะ”
“ไม่”
เจ้าขาขยับนิ้วก้อยเข้าไปใกล้ “เร็วค่ะ”
เหนือมองนิ้วเล็ก ๆ ตรงหน้า แล้วมองหน้าเธอสุดท้ายเขายื่นนิ้วมาเกี่ยวอย่างเสียไม่ได้
เจ้าขายิ้มกว้าง “ตกลงแล้วนะคะ”
“โดนบังคับ”
“ห้ามถอนตัวค่ะ”
“เรื่องมาก”
“แล้วห้ามทิ้งคู่หูด้วย”
เหนือมองใบหน้าที่กำลังยิ้มจนลักยิ้มบุ๋มอยู่ใกล้ ๆ ก่อนสายตาจะเลื่อนลงไปยังนิ้วของทั้งคู่ที่ยังเกี่ยวกันอยู่
“อือ”
เจ้าขากำลังจะปล่อยมือ แต่เหนือกลับเกี่ยวไว้แน่นกว่าเดิม
เธอเงยหน้า “อะไรคะ”
“ไหนบอกห้ามทิ้งคู่หู”
“ก็ใช่ค่ะ”
“งั้นจำไว้”
น้ำเสียงเขาเรียบ แต่สายตากลับจริงจังกว่าทุกครั้ง เจ้าขานิ่งไปเล็กน้อย หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างไม่มีเหตุผล
“จำอะไรคะ”
“ถ้ามีอะไรผิดปกติ ห้ามไปคนเดียว”
“ค่ะ”
“ห้ามวิ่งตามผีเข้าป่า”
“ค่ะ”
“ห้ามไปหาใครที่เกี่ยวกับเรื่องพิมโดยไม่บอกพี่”
“ค่ะ”
“แล้วก็—”
“เยอะจังเลยค่ะ”
เหนือกระตุกนิ้วเธอเบา ๆ “จะเป็นคู่หูไม่ใช่เหรอ”
เจ้าขาเม้มปาก ก่อนพยักหน้า “ก็ได้ค่ะ”
“ดี”
“แต่พี่ก็ต้องสัญญาเหมือนกันนะคะ”
“อะไร”
“ห้ามทำอะไรคนเดียวเหมือนกัน”
เหนือมองเธอ
“โดยเฉพาะเรื่องสามีพิมค่ะ ถ้าเขาเกี่ยวจริง ๆ เราไม่รู้ว่าเขาเป็นคนแบบไหน”
ชายหนุ่มนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนตอบ “อือ”
“สัญญานะคะ”
“สัญญา”
เจ้าขายิ้มออกมา ขณะที่ด้านหลังทั้งคู่ พิมยืนมองอยู่เงียบ ๆ ใบหน้าซีดของเธอค่อย ๆ มีรอยยิ้มบาง ๆ ส่วนไข่ตุ๋นเงยหน้ามองพิม ก่อนหันมามองมือของเหนือกับเจ้าขาที่ยังเกี่ยวกันอยู่
โฮ่ง!
ทั้งคู่สะดุ้งแล้วรีบปล่อยมือพร้อมกัน
เจ้าขาหันไป “ไข่ตุ๋น เห่าอะไรคะ”
เจ้าหมากระดิกหางแรง
เหนือมองมันนิ่ง ๆ “ยุ่ง”
เจ้าขาหลุดหัวเราะ แต่เสียงหัวเราะนั้นอยู่ได้ไม่นาน เพราะโทรศัพท์ของพิมที่วางอยู่บนโต๊ะสว่างขึ้นเอง ทั้งที่ไม่มีซิมอยู่ข้างใน หน้าจอเปิดไปยังรูปหนึ่งเป็นภาพถ่ายเก่าเมื่อห้าปีก่อน ในรูปมีพิมยืนอยู่หน้าบ้านไม้หลังหนึ่ง และด้านหลังเธอมีเหนือในวัยยี่สิบสามกำลังซ่อมมอเตอร์ไซค์อยู่ แต่สิ่งที่พิมต้องการให้ดูไม่ใช่คนในภาพ เจ้าขาซูมเข้าไปตรงหน้าต่างบ้าน หลังบานกระจกมีเงาของกล่องสีดำใบหนึ่งวางอยู่บนชั้นไม้ เหนือมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดเบา ๆ
“จำได้แล้ว”
“อะไรคะ”
“กล่องนั่น”
“พี่เคยเห็น?”
“เคย”
เจ้าขารีบถาม “ข้างในมีอะไรคะ”
เหนือส่ายหน้า
“ไม่รู้ พิมเคยฝากไว้ บอกว่าห้ามเปิด”
“แล้วตอนนี้อยู่ไหน”
“ถ้ายังไม่มีใครเอาไป…ก็น่าจะอยู่ที่เดิม”
เจ้าขาหันไปมองพิม วิญญาณสาวพยักหน้าเหนือหยิบกุญแจรถขึ้นมาจากโต๊ะ
เจ้าขามอง “พี่จะไปตอนนี้เหรอคะ”
“อือ”
“แต่มืดแล้วนะคะ”
“บ้านอยู่ไม่ไกล”
เจ้าขารีบลุก “งั้นเจ้าขาไปด้วย”
“ไม่”
“ไหนเมื่อกี้สัญญาว่าห้ามไปคนเดียวไงคะ!”
เหนือชะงัก
เจ้าขากอดอก “ผ่านไปยังไม่ถึงห้านาทีเลยนะคะ”
เขาถอนหายใจ
“เปลี่ยนเสื้อ”
เจ้าขายิ้มทันที “รอห้านาทีค่ะ”
“สาม”
“ผู้หญิงเปลี่ยนเสื้อสามนาทีไม่ได้ค่ะ”
“งั้นไม่ต้องไป”
“สามก็สามค่ะ!”
เธอรีบวิ่งเข้าบ้าน เหนือส่ายหน้ามองตามก่อนเสียงของเจ้าขาจะดังกลับมา
“ไข่ตุ๋นไปด้วยนะคะ!”
เจ้าหมาตัวใหญ่เด้งขึ้นทันที
“ใครบอกให้ไป”
โฮ่ง!
“เออ ไปกันให้หมด”
ไม่ถึงห้านาที รถกระบะของเหนือก็แล่นออกจากโฮมสเตย์เข้าสู่ถนนมืดที่ทอดขึ้นไปตามแนวเขา เจ้าขานั่งข้างคนขับ ส่วนไข่ตุ๋นนั่งอยู่ด้านหลัง คืนนี้ไม่มีใครรู้ว่ากล่องของพิมยังอยู่หรือไม่ ไม่มีใครรู้ว่าข้างในซ่อนอะไรไว้ แต่ถ้าข้อความที่พิมเขียนก่อนตายสามวันเป็นเรื่องจริง ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน อย่าเชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ สิ่งที่อยู่ในกล่องใบนั้น อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้คนตายต้องรอถึงห้าปี เพื่อให้ใครสักคนเปิดมันออกมา
หลังจากได้รับโทรศัพท์จากตำรวจ เช้าวันนั้นทั้งคู่แทบไม่มีเวลาพูดถึงเรื่องเมื่อคืนอีก เหนือขับรถออกจากโฮมสเตย์ตั้งแต่แปดโมง เจ้าขานั่งข้าง ๆ พร้อมกระเป๋ากล้องตามความเคยชิน แม้วันนี้จะไม่มีแผนถ่ายอะไรเลยก็ตาม ไข่ตุ๋นถูกทิ้งให้อยู่เฝ้าโฮมสเตย์กับป้าที่มาช่วยทำความสะอาดห้องพัก เพราะเหนือไม่ยอมให้มันตามมาด้วย“ทำไมเจ้าขารู้สึกเหมือนขาดสมาชิกไปหนึ่งคนเลยคะ”“มันเป็นหมา”“ก็เป็นสมาชิกค่ะ”“แล้วพี่?”เจ้าขาหันมอง “พี่ก็เป็นคนขับรถค่ะ”เหนือเหลือบมองทันทีเธอหลุดหัวเราะ “ล้อเล่นค่ะ คู่หูไงคะ”“แค่นั้น?”คำถามเดิมอีกแล้วเจ้าขาหันกลับไปมองถนน “พี่ถามบ่อยจังนะคะ”“ก็ยังไม่เคยได้คำตอบใหม่”“แล้วอยากได้คำตอบอะไรคะ”เหนือเงียบไปสองวินาที “ไม่รู้”“งั้นก็อย่าถามสิคะ”“อือ”เจ้าขาแอบเหลือบมอง เห็นมุมปากเขายกขึ้นเล็กน้อยก็รู้ทันทีว่าตัวเองโดนแกล้งอีกแล้ว แต่พอนึกถึงจูบเมื่อคืนขึ้นมา ใบหน้ากลับร้อนเสียเอง เหนือเหมือนจะสังเกตเห็น“เป็นอะไร”“เปล่าค่ะ”“หน้าแดง”“ร้อนค่ะ”เขามองท้องฟ้าที่ครึ้มเหมือนฝนจะตกเจ้าขารีบพูด “ห้ามพูดนะคะ”เหนือหลุดหัวเราะ“เจ้าขารู้ว่าพี่จะพูดอะไร”“ยังไม่ได้พูด”“ก็ดีค่ะ”“เมื่
เช้าวันต่อมา เจ้าขาตื่นเร็วกว่าปกติทั้งที่เมื่อคืนกว่าจะหลับก็เกือบตีสอง สาเหตุไม่ใช่ผี ไม่ใช่เสียงประหลาดและไม่ใช่เรื่องคดีของพิม แต่เป็นประโยคของใครบางคนที่วนอยู่ในหัวซ้ำ ๆ งั้นพรุ่งนี้ลองใหม่“ลองอะไรของพี่เขาคะ…”เจ้าขาพึมพำกับตัวเองขณะยืนแปรงฟันหน้ากระจก ยิ่งนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเย็น ภาพที่เหนือก้มหน้าเข้ามาใกล้ก็ยิ่งชัดจนต้องรีบก้มล้างหน้า“ไม่ได้ค่ะ วันนี้ต้องทำตัวปกติ”เธอชี้หน้าตัวเองในกระจก“ปกติมาก ๆ”พอลงมาชั้นล่าง คนที่ตั้งใจว่าจะทำตัวปกติกลับหยุดเท้าทันทีเมื่อเห็นเหนือกำลังยืนชงกาแฟอยู่ในครัว ชายหนุ่มหันมา“ตื่นแล้ว?”“ค่ะ”“ตื่นเช้าจัง”“ค่ะ”“เมื่อคืนหลับไหม”“ค่ะ”เหนือเลิกคิ้ว “พูดเป็นคำเดียว?”“เปล่าค่ะ”“อือ”เจ้าขาเดินไปเปิดตู้เย็นทำเหมือนหาอะไร ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะหาอะไร“หิว?”“นิดหน่อยค่ะ”“โจ๊กอยู่บนโต๊ะ”“ขอบคุณค่ะ”เธอรีบหมุนตัว แต่เหนือกลับยืนขวางทางอยู่เจ้าขาชะงัก “ขอทางหน่อยค่ะ”“วันนี้ไม่มองหน้าพี่?”“มองค่ะ”“ไหน”เจ้าขาจำใจเงยหน้า เหนือมองเธอนิ่ง ๆ ก่อนยกมุมปาก“หน้าแดง”“เพิ่งล้างหน้ามาค่ะ”“น้ำเย็นทำให้แดง?”เจ้าขาเม้มปากทันที เขาก้มลงมาเล็กน้อย
เจ้าขารู้สึกตัวเพราะอะไรบางอย่างอุ่นกว่าหมอนข้าง เธอขยับหน้าเล็กน้อยก่อนซุกเข้าไปหาอย่างเคยชิน กลิ่นสบู่อ่อน ๆ ปนกลิ่นไม้ติดอยู่ใกล้จมูก แถมสิ่งที่กอดอยู่ยังแข็งกว่าหมอนมาก แข็งจนแปลก หญิงสาวค่อย ๆ ลืมตา สิ่งแรกที่เห็นคือเสื้อยืดสีดำ สิ่งที่สองคือแขนของตัวเองที่พาดอยู่บนเอวใครบางคน และสิ่งที่สาม… คือใบหน้าของเหนือที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงคืบ เจ้าขาแข็งค้าง ความทรงจำเมื่อคืนไหลกลับมาทันที บ้านเก่า เงาดำ กล่องของพิม เตียงเดียว หมอนข้างแบ่งเขต เธอค่อย ๆ เหลือบตามองพื้น หมอนข้างนอนอยู่ข้างเตียงอย่างสงบ ส่วนตัวต้นเหตุของการละเมิดเขตแดนกำลังกอดเจ้าของห้องเต็มแขน เจ้าขารีบดึงมือกลับแต่ยังไม่ทันขยับพ้นเสียงทุ้มก็ดังขึ้นเหนือศีรษะ“ตื่นแล้ว?”เธอเงยหน้า เหนือยังหลับตา“พี่เหนือ…”“หืม”“ทำไมเจ้าขามาอยู่ตรงนี้คะ”คราวนี้เขาลืมตา “ถามพี่?”“ค่ะ”“เมื่อคืนใครตั้งเขต”เจ้าขามองหมอนข้างบนพื้นอีกครั้ง“พี่เอาออกหรือเปล่าคะ”เหนือหัวเราะในลำคอ “ใส่ร้าย?”“ก็เจ้าขานอนดิ้นนิดเดียวเองค่ะ”“นิดเดียว?”เขาก้มมองแขนเธอที่ยังวางค้างอยู่บนเอวเจ้าขารีบชักกลับ “เจ้าขาไม่รู้ตัวค่ะ”“รู้”“แล้วทำไมพี่ไม่ปลุก”“หลั
ถนนขึ้นเขาในตอนกลางคืนเงียบกว่าที่เจ้าขาคิด แสงไฟจากรถกระบะส่องไปตามทางแคบ ๆ ที่คดเคี้ยว สองข้างเต็มไปด้วยต้นไม้สูงจนแทบมองไม่เห็นอะไรนอกจากเงาดำ เจ้าขานั่งกอดกระเป๋ากล้องไว้บนตัก ส่วนไข่ตุ๋นนั่งอยู่เบาะหลัง จากที่ตอนออกจากโฮมสเตย์ยังแลบลิ้นอย่างร่าเริง ตอนนี้กลับนั่งตัวตรงผิดปกติ“พี่เหนือคะ”“หืม”“บ้านพ่อพี่ไม่มีคนอยู่จริง ๆ เหรอคะ”“อือ”“นานแค่ไหนแล้ว”“เกือบสามปี”“แล้วมีไฟไหมคะ”“มี”เจ้าขาถอนหายใจโล่งอก “ค่อยยังชั่วค่ะ”เหนือเหลือบมอง “กลัว?”“เจ้าขาแค่ถามไว้ค่ะ”“มือกำกระเป๋าจนจะขาด”เจ้าขารีบคลายมือ “เจ้าขาไม่ได้กลัวนะคะ”“อือ”“จริงค่ะ”“ครับ”“คำว่าครับของพี่ไม่น่าเชื่อเลย”เหนือหัวเราะเบา ๆ ก่อนหักพวงมาลัยเข้าโค้ง รถวิ่งต่อไปอีกประมาณสิบห้านาที จนในที่สุดก็เลี้ยวเข้าเส้นทางดินแคบ ๆ บ้านไม้สองชั้นหลังหนึ่งปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืด ตัวบ้านเก่ากว่าโฮมสเตย์มาก มีระเบียงด้านหน้าและต้นไม้ใหญ่ขึ้นล้อมรอบ เหนือดับเครื่องยนต์ทุกอย่างเงียบลงทันทีเจ้าขามองบ้านผ่านกระจก “พี่เหนือคะ”“ว่า”“บ้านนี้…”“ทำไม”“บรรยากาศเหมือนบ้านในหนังผีเลยค่ะ”เหนือเปิดประตูรถ “งั้นเหมาะกับเธอ”“หมายควา
โทรศัพท์เครื่องเก่าของพิมถูกวางอยู่กลางโต๊ะราวกับเป็นวัตถุอันตราย ทั้งที่สภาพภายนอกแทบไม่ต่างจากเศษอิเล็กทรอนิกส์ หน้าจอแตกร้าว ฝาหลังมีรอยขีดข่วนและปุ่มด้านข้างกดแทบไม่ลง เจ้าขานั่งเท้าคางมองมันมาตั้งแต่กลับถึงโฮมสเตย์“พี่เหนือคะ”“หืม”“ลองเปิดอีกทีได้ไหมคะ”“เมื่อห้านาทีก่อนเพิ่งลอง”“เผื่อมันเปลี่ยนใจค่ะ”เหนือที่กำลังนั่งแกะฝาหลังโทรศัพท์เงยหน้ามอง “โทรศัพท์?”“ค่ะ”“มันมีใจ?”“พี่ก็ลองกดดูก่อนสิคะ”“ถ้ากดแล้วเปิดได้ จะให้ทำอะไร”เจ้าขาคิด “เจ้าขาจะเลี้ยงข้าวค่ะ”“ถ้าไม่เปิด?”“พี่เลี้ยงเจ้าขา”เหนือหัวเราะ “ได้ประโยชน์ทั้งสองทางเลยนะ”“เจ้าขาเป็นแขกค่ะ”“แขกที่อยู่ฟรี?”เจ้าขาชะงัก “เจ้าขาจ่ายค่าที่พักนะคะ”“จ่ายแล้ว?”“…ยังค่ะ”“อือ”“ก็พี่บอกจ่ายวันกลับนี่คะ!”เหนือยกมุมปาก ก่อนกลับไปสนใจโทรศัพท์ต่อเจ้าขามองอยู่พักหนึ่งแล้วขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้ “ซ่อมเป็นเหรอคะ”“พอดูได้”“วิศวกรทำได้ทุกอย่างเลยเหรอ”“ไม่”“แล้วพี่เป็นวิศวกรอะไรคะ”“เครื่องกล”“เกี่ยวกับโทรศัพท์ตรงไหนคะ”“ไม่เกี่ยว”“แล้วทำไมทำเป็น”เหนือหยุดมือ “ตอนเด็กจน”เจ้าขานิ่ง“ของพังเลยต้องซ่อมเอง”เธอพยักหน้าเข้าใจ
เสียงจากคลิปหยุดไปแล้ว แต่เจ้าขากับเหนือยังไม่มีใครพูดอะไรอยู่พักใหญ่ มีเพียงเสียงแมลงยามค่ำคืนดังอยู่รอบบ้านกับเสียงไข่ตุ๋นเคี้ยวขนมกรุบ ๆ อยู่ใต้โต๊ะราวกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมันเจ้าขากดเล่นอีกครั้ง“ฉัน…ไม่ได้ขับรถ…”เสียงแหบเบาดังลอดออกมาจากลำโพงโน้ตบุ๊กเหนือยืนกอดอกอยู่ด้านหลังเธอ สีหน้าไม่เหลือความกวนเหมือนปกติ ดวงตาจับอยู่บนหน้าจอนิ่ง ๆ“ได้ยินเหมือนกันใช่ไหมคะ”“อือ”“เจ้าขาไม่ได้หูฝาดนะคะ”“ถ้าฝาดก็ฝาดสองคน”“แล้วพี่คิดว่าเป็นเสียงใครคะ”เหนือไม่ได้ตอบทันที เขาเอื้อมมือมากดเล่นคลิปใหม่ ฟังซ้ำอีกครั้ง แล้วเลื่อนย้อนกลับไปก่อนหน้าเกือบนาที มีเพียงเสียงลม ไม่มีใครพูดอยู่ใกล้กล้อง“ตอนนั้นเราอยู่ตรงไหน”“ตามไข่ตุ๋นเข้าไปแล้วค่ะ”“ป้าคำ?”“อยู่ในบ้านค่ะ”เหนือกดหยุดคลิป “อาจเป็นเสียงอื่น”เจ้าขาหันขวับ “เสียงอื่นที่พูดว่าไม่ได้ขับรถเนี่ยนะคะ”“พี่บอกว่าอาจ”“พี่นี่ดื้อจริง ๆ เลยค่ะ”เหนือเหลือบมอง “ว่าใคร”“พี่ค่ะ”“กล้าขึ้นนะ”“ก็พี่ไม่ยอมเชื่อสักทีนี่คะ ทั้งเห็นเงาในกระจก ทั้งได้ยินเสียงแล้ว”“เห็นกับได้ยิน แต่ยังไม่ได้แปลว่าทุกอย่างที่เธอคิดถูก”เจ้าขาชะงักไปเล็







