เสียงจากคลิปหยุดไปแล้ว แต่เจ้าขากับเหนือยังไม่มีใครพูดอะไรอยู่พักใหญ่ มีเพียงเสียงแมลงยามค่ำคืนดังอยู่รอบบ้านกับเสียงไข่ตุ๋นเคี้ยวขนมกรุบ ๆ อยู่ใต้โต๊ะราวกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เกี่ยวอะไรกับมันเจ้าขากดเล่นอีกครั้ง
“ฉัน…ไม่ได้ขับรถ…”
เสียงแหบเบาดังลอดออกมาจากลำโพงโน้ตบุ๊กเหนือยืนกอดอกอยู่ด้านหลังเธอ สีหน้าไม่เหลือความกวนเหมือนปกติ ดวงตาจับอยู่บนหน้าจอนิ่ง ๆ
“ได้ยินเหมือนกันใช่ไหมคะ”
“อือ”
“เจ้าขาไม่ได้หูฝาดนะคะ”
“ถ้าฝาดก็ฝาดสองคน”
“แล้วพี่คิดว่าเป็นเสียงใครคะ”
เหนือไม่ได้ตอบทันที เขาเอื้อมมือมากดเล่นคลิปใหม่ ฟังซ้ำอีกครั้ง แล้วเลื่อนย้อนกลับไปก่อนหน้าเกือบนาที มีเพียงเสียงลม ไม่มีใครพูดอยู่ใกล้กล้อง
“ตอนนั้นเราอยู่ตรงไหน”
“ตามไข่ตุ๋นเข้าไปแล้วค่ะ”
“ป้าคำ?”
“อยู่ในบ้านค่ะ”
เหนือกดหยุดคลิป “อาจเป็นเสียงอื่น”
เจ้าขาหันขวับ “เสียงอื่นที่พูดว่าไม่ได้ขับรถเนี่ยนะคะ”
“พี่บอกว่าอาจ”
“พี่นี่ดื้อจริง ๆ เลยค่ะ”
เหนือเหลือบมอง “ว่าใคร”
“พี่ค่ะ”
“กล้าขึ้นนะ”
“ก็พี่ไม่ยอมเชื่อสักทีนี่คะ ทั้งเห็นเงาในกระจก ทั้งได้ยินเสียงแล้ว”
“เห็นกับได้ยิน แต่ยังไม่ได้แปลว่าทุกอย่างที่เธอคิดถูก”
เจ้าขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนพยักหน้า “ก็จริงค่ะ”
เหนือเลิกคิ้วเหมือนไม่คิดว่าเธอจะยอมง่าย ๆ
“เจ้าขาไม่ได้บอกว่าพิมถูกฆ่านะคะ เจ้าขาแค่คิดว่าพิมกำลังพยายามบอกว่าเรื่องวันนั้นอาจไม่เหมือนที่ทุกคนเข้าใจ”
“อือ”
“แล้วพี่ไม่อยากรู้เหรอคะ”
เหนือเงียบ
เจ้าขาหันกลับไปมองหน้าจอ “ถ้าเป็นคนที่เจ้าขาเคยรู้จักแล้วเขาตามเจ้าขามาห้าปี เจ้าขาคงอยากรู้ว่าเขาต้องการอะไร”
“เธอรู้ได้ยังไงว่าพิมตามพี่มาห้าปี”
คำถามนั้นทำให้เจ้าขาหยุด จริงด้วย เธอเพิ่งมาอยู่ที่นี่ไม่กี่วันและเพิ่งเห็นพิมตามเหนือ แต่ไม่ได้แปลว่าพิมอยู่กับเขามาตลอดห้าปี
“ไม่รู้ค่ะ เจ้าขาเดา”
“อย่าเพิ่งเดา”
“ค่ะ”
เหนือดึงเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ ก่อนยื่นมือไปหาโน้ตบุ๊ก “ส่งไฟล์ต้นฉบับให้พี่”
เจ้าขามองหน้าเขา “จะเอาไปทำอะไรคะ”
“ฟังอีกที”
“เริ่มเชื่อแล้วใช่ไหม”
“ยัง”
“พี่เหนือ”
“หืม”
“ปากแข็งค่ะ”
เขาหันมามองเธอช้า ๆ “ปากพี่?”
“ค่ะ”
“รู้ได้ยังไง”
เจ้าขานิ่งไปหนึ่งวินาที ก่อนจะเข้าใจว่าคำพูดนั้นหมายถึงอะไร ใบหน้าเล็กรีบหันกลับไปทางจอทันที
“หมายถึงนิสัยค่ะ!”
เหนือหลุดหัวเราะ
“ขำอะไรคะ”
“ยังไม่ได้พูดอะไร”
“แต่พี่คิดค่ะ”
“รู้ด้วย?”
“หน้าพี่บอกหมดเลยค่ะ”
“เมื่อวานใครบอกว่าอ่านแววตาคนอื่นเก่ง”
“เจ้าขาไม่ได้พูดค่ะ พี่ต่างหาก”
“จำแม่น”
เจ้าขาส่ายหน้าอย่างหมั่นไส้ ก่อนเสียบแฟลชไดรฟ์ให้เขา “เอาไปเลยค่ะ”
“ขอบใจ”
“แต่ห้ามลบไฟล์นะคะ”
“รู้”
“ห้ามเอาไปตัดต่อด้วย”
“พี่ไม่ใช่ยูทูบเบอร์”
“แล้วก็—”
เหนือยกมือปิดปากเธอเบา ๆ “พอ”
เจ้าขาตาโต ฝ่ามืออุ่นแตะอยู่บนริมฝีปากเพียงชั่วครู่ก่อนเขาจะปล่อย
“พูดเยอะ”
หญิงสาวยกมือแตะปากตัวเอง “พี่เหนือชอบทำอะไรตามใจตัวเองจังเลยค่ะ”
“แค่ปิดปาก”
“ก็ปิดไม่ได้ค่ะ”
เหนือหยิบแฟลชไดรฟ์เดินกลับเข้าบ้าน เจ้าขามองตามแล้วทำหน้ามุ่ย ก่อนก้มลงหาแนวร่วม
“ไข่ตุ๋น พี่เหนือชอบแกล้งเจ้าขาค่ะ”
เจ้าหมาที่กำลังเคี้ยวขนมเงยหน้าขึ้นมอง
“ไปกัดพี่เหนือให้หน่อยได้ไหมคะ”
“ได้ยิน”
เสียงเหนือดังมาจากในบ้าน
เจ้าขารีบตอบ “เจ้าขาพูดเล่นค่ะ!”
“งดไก่ทั้งคู่”
“เจ้าขาไม่ได้กินอาหารหมานะคะ!”
เสียงหัวเราะดังมาจากด้านใน คืนนั้นเจ้าขาเข้านอนเร็วกว่าปกติ เธอตัดสินใจไม่คิดเรื่องพิมต่อ เพราะยิ่งคิดก็ยิ่งมีคำถาม แต่ปัญหาคือทันทีที่ปิดไฟ สมองกลับทำงานหนักกว่าเดิม รถตกเหว สร้อยของพิม รอยที่คอ เสียงในคลิปและคนที่อาจอยู่ในรถเจ้าขาพลิกตัวไปมาอยู่หลายรอบ ก่อนถอนหายใจแล้วลุกขึ้นนั่ง
“นอนไม่หลับเลยค่ะ”
ปลายเตียงว่างเปล่า คืนนี้ไข่ตุ๋นไม่ได้มานอนด้วยเพราะเหนือปิดประตูห้องตัวเองไว้ตั้งแต่หัวค่ำ
“ไม่มีเพื่อนด้วย”
เจ้าขาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา ไม่มีสัญญาณตามเคย เธอจึงเปิดดูรูปที่ถ่ายไว้วันนี้แทน รูปภูเขา รูปตลาดรูปอาหาร รูปไข่ตุ๋น แล้วก็มาหยุดตรงรูปเหนือ เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าถ่ายไว้ตอนไหน ชายหนุ่มกำลังยืนพิงรถ ก้มหน้าดูอะไรบางอย่างในมือ ผมยาวถูกลมพัดเล็กน้อย เสื้อเชิ้ตพับแขนจนเห็นท่อนแขนแข็งแรง เจ้าขาซูมภาพเข้าไป
“มาดเซอร์จริง ๆ”
แล้วก็ซูมอีกนิด
“ถ้าตัดผมจะเป็นยังไงนะ”
เธอกำลังจะซูมอีก จู่ ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
กึก
เจ้าขาหยุด เสียงมาจากหน้าต่าง
กึก
เธอค่อย ๆ หันไป ม่านสีขาวไหวเบา ๆ ทั้งที่หน้าต่างปิดอยู่
“พิมคะ?”
ไม่มีคำตอบ เจ้าขาลงจากเตียงอย่างระวังก่อนเดินไปเปิดม่าน ว่างเปล่า
“ถ้ามาก็ออกมาดี ๆ นะคะ อย่าหลอกกัน เจ้าขาตกใจง่ายค่ะ”
เงียบ
เธอกำลังจะกลับไปนอน แต่เมื่อหันกลับมา ร่างผู้หญิงก็ยืนอยู่กลางห้อง
“อุ๊ย!”
เจ้าขาสะดุ้งจนเอามือทาบอก “บอกแล้วไงคะว่าอย่ามาแบบนี้”
พิมยืนนิ่ง คืนนี้ใบหน้าของเธอไม่มีเลือดแต่ผิวซีดยังคงผิดธรรมชาติ ผมยาวเปียกชื้นตกอยู่ข้างใบหน้า เจ้าขาสูดหายใจลึก
“เจ้าขารู้แล้วค่ะว่าพี่ไม่ได้ตั้งใจมาหลอก”
พิมมองเธอ
“แต่ช่วยมาแบบคนปกติได้ไหมคะ”
วิญญาณสาวเอียงศีรษะ
กร๊อบ
เจ้าขารีบยกมือ “ไม่ต้องเอียงค่ะ แบบเดิมดีแล้ว”
ศีรษะค่อย ๆ กลับมาตรง
“ขอบคุณค่ะ”
ถ้าเป็นเมื่อสองวันก่อน เจ้าขาคงวิ่งออกจากห้องไปแล้ว แต่หลังจากรู้ว่าพิมกำลังพยายามขอความช่วยเหลือความกลัวก็ลดลงไปมาก แม้จะยังไม่ถึงขั้นอยากนอนคุยกันก็ตาม
“เมื่อคืนพี่บอกว่าไม่ได้ขับรถใช่ไหมคะ”
พิมพยักหน้า
“แล้วใครขับคะ”
เงียบ
“สามีพี่เหรอคะ”
พิมนิ่งไป ก่อนใบหน้าจะเริ่มเปลี่ยน ดวงตาดำขึ้นอย่างรวดเร็ว รอยช้ำตรงขมับค่อย ๆ ปรากฏ เลือดสีคล้ำไหลลงมาจากหน้าผาก เจ้าขาถอยหลังหนึ่งก้าว
“พิม…”
มือของวิญญาณยกขึ้นจับลำคอตัวเอง
“เขาทำร้ายพี่เหรอคะ”
ริมฝีปากของพิมขยับแต่ไม่มีเสียง เจ้าขาพยายามอ่าน บ้าน
“บ้าน?”
พิมพยักหน้า
“บ้านใครคะ”
วิญญาณสาวชี้ไปทางหน้าต่าง
“บ้านพี่เหนือ?”
พิมส่ายหน้า
“บ้านพี่?”
พยักหน้า
เจ้าขาขมวดคิ้ว “บ้านของพิมอยู่ที่ไหนคะ”
พิมยกมือขึ้น แล้วชี้ลงไปที่พื้น
“เชียงดาว?”
ส่ายหน้า
“เชียงใหม่?”
พยักหน้า
“แล้วเจ้าขาจะรู้ได้ยังไงคะว่าหลังไหน”
พิมนิ่งไป ก่อนยื่นมือออกมา
“อะไรคะ”
มือซีดขาวค่อย ๆ เลื่อนไปทางโต๊ะข้างเตียง แล้วชี้โทรศัพท์ของเจ้าขา
“โทรศัพท์?”
พิมพยักหน้า
เจ้าขาหยิบขึ้นมา “จะให้หาอะไรคะ”
วิญญาณสาวขยับริมฝีปาก รูป
“รูปของพี่?”
พยักหน้า
“เจ้าขาไม่มีค่ะ”
พิมชี้ออกไปทางห้องข้าง ๆ เจ้าขาหันตาม
“พี่เหนือมี?”
พิมพยักหน้า
เจ้าขาถอนหายใจ “จะให้เจ้าขาไปถามพี่เหนือตอนนี้เหรอคะ”
พิมยังจ้อง
“ตอนนี้เกือบเที่ยงคืนแล้วนะคะ”
จ้องต่อ
“พี่เหนือจะว่าเจ้าขาไหม”
พิมไม่สนใจ
เจ้าขายกมือกุมหน้าผาก “พออยากให้ช่วยก็ใช้เก่งเหมือนกันนะคะ”
สุดท้ายเธอก็ยอมเดินออกจากห้อง
ก๊อก ก๊อก
ไม่มีเสียง
ก๊อก ก๊อก
“พี่เหนือคะ”
เงียบ
“พี่เหนือ…”
ประตูเปิดกะทันหัน เจ้าขาที่กำลังจะเคาะอีกครั้งเกือบจิ้มนิ้วเข้าหน้าอกเขา เธอรีบชักมือกลับ
“ขอโทษค่ะ”
เหนือยืนอยู่ตรงหน้าในกางเกงนอนขายาวเพียงตัวเดียว ท่อนบนเปลือยเปล่า ผมยาวยุ่งจากการนอน เจ้าขาชะงัก สายตาเผลอไล่จากไหล่กว้างลงมายังหน้าท้องที่เห็นกล้ามเนื้อจาง ๆ เหนือก้มมองตัวเองแล้วมองเธอ
“มองพอหรือยัง”
เจ้าขารีบเงยหน้า “เจ้าขาไม่ได้มองค่ะ!”
“อือ”
“พี่ไปใส่เสื้อก่อนได้ไหมคะ”
“ห้องพี่”
“แต่ว่า…”
“แล้วใครมาเคาะ”
เถียงไม่ได้อีกแล้ว
เจ้าขาจึงพยายามมองแค่หน้าเขา “เจ้าขามีเรื่องจะถามค่ะ”
“ผีมา?”
“ค่ะ”
เหนือถอนหายใจแล้วเปิดประตูให้กว้างขึ้น “เข้ามา”
“เจ้าขาเข้าได้เหรอคะ”
“ยืนคุยหน้าห้องแล้วจะปลุกทั้งบ้าน?”
“บ้านมีเราสองคนค่ะ”
“กับหมา”
“ไข่ตุ๋นหลับแล้วค่ะ”
เหนือพยักหน้าไปด้านใน เจ้าขาจึงเดินเข้าไป ห้องของเขาเรียบมาก มีเตียง โต๊ะทำงาน ตู้เสื้อผ้า และชั้นหนังสือเล็ก ๆ ไม่มีของตกแต่งมากนัก ไข่ตุ๋นนอนอยู่บนพรม พอเห็นเจ้าขาก็ลุกขึ้นกระดิกหางทันที
“ไข่ตุ๋น”
เจ้าขายิ้ม
เหนือชี้ “ห้ามพากลับ”
“เจ้าขายังไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ”
“หน้าบอก”
เจ้าขานั่งลงตรงเก้าอี้ ส่วนเหนือหยิบเสื้อยืดมาสวม
“ถามมา”
“พี่มีรูปบ้านของพิมไหมคะ”
มือที่กำลังดึงชายเสื้อหยุดไปนิดหนึ่ง
“ทำไม”
“พิมบอกให้หา”
“บอกยังไง”
เจ้าขาเล่าทุกอย่างตั้งแต่พิมปรากฏตัวจนถึงคำว่า ‘บ้าน’
เหนือฟังเงียบ ๆ ก่อนเปิดโทรศัพท์
“บ้านพ่อแม่พิม?”
“เจ้าขาไม่แน่ใจค่ะ”
เขาเลื่อนหารูปอยู่นาน ก่อนยื่นโทรศัพท์มาให้เป็นรูปเก่าเมื่อหลายปีก่อน เหนือยืนอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่งกับพิม ทันทีที่เจ้าขาเห็นก็รู้สึกเย็นวาบตรงต้นคอ พิมปรากฏขึ้นข้างเหนือ ครั้งนี้เธอเข้ามาใกล้มากจนแทบชิดตัวเขาก่อนชี้ไปยังโทรศัพท์
“หลังนี้ค่ะ”
เหนือหันไปมองข้างตัวเองตามสายตาเจ้าขา
“พิมอยู่ตรงนี้?”
“ค่ะ”
“ใกล้ไหม”
เจ้าขามองระยะห่าง “ใกล้มากค่ะ”
เหนือขยับออกไปหนึ่งก้าว พิมขยับตาม เจ้าขาหลุดหัวเราะ
เหนือมอง “อะไร”
“เปล่าค่ะ”
เขาขยับอีก พิมตามอีก
“เจ้าขา”
“คะ”
“ขำอะไร”
“พี่หนีไม่พ้นหรอกค่ะ พิมตามพี่อยู่”
เหนือหยุดทันที “งั้นช่างมัน”
เจ้าขาพยายามกลั้นยิ้ม พิมกลับชี้ไปที่ภาพอีกครั้ง
“เธออยากให้เราไปที่บ้านหลังนี้ค่ะ”
“บ้านนี้ไม่มีคนอยู่แล้ว”
“ทำไมคะ”
“พ่อพิมเสีย แม่ย้ายไปอยู่กับญาติหลังพิมตาย บ้านถูกขายไปหลายปีแล้ว”
เจ้าขาหันไปมองพิม “แล้วจะให้ไปทำไมคะ”
วิญญาณสาวยกมือขึ้นทำท่าเหมือนเปิดอะไรบางอย่าง
“เปิด?”
จากนั้นชี้ลง
“ข้างล่าง?”
พิมพยักหน้า
“เปิดอะไรที่อยู่ข้างล่าง…”
เหนือขมวดคิ้ว “ห้องใต้ดิน?”
พิมส่ายหน้า
เจ้าขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง “พื้น?”
พยักหน้า
“ใต้พื้น?”
พิมพยักหน้าแรงขึ้น เหนือกับเจ้าขามองหน้ากัน
“มีอะไรอยู่ใต้พื้นบ้านพิมเหรอคะ”
“พี่จะไปรู้?”
“พี่เคยไปบ้านนั้นไม่ใช่เหรอ”
“เคย แต่ไม่ได้รื้อพื้นบ้านเขา”
“ก็จริงค่ะ”
เหนือหยิบโทรศัพท์กลับ “พรุ่งนี้ไปดู”
เจ้าขาตาโต “พี่จะไปจริงเหรอคะ”
“อือ”
“ไหนบอกไม่เชื่อ”
“อยากรู้ว่ามีอะไร”
“แปลว่าเชื่อเจ้าขาแล้ว”
“ยัง”
เจ้าขาทำหน้ามุ่ย “พี่เหนือ”
เขาเอื้อมมือขยี้หัวเธอ “ไปนอน”
“ผมยุ่งหมดแล้วค่ะ”
“ดึกแล้ว”
“แต่—”
“พรุ่งนี้ต้องตื่นเจ็ดโมง”
เจ้าขาลุกขึ้น “เจ้าขาตื่นได้ค่ะ”
“เมื่อเช้าใครตื่นแล้วนอนคุยกับหมาอีกครึ่งชั่วโมง”
“พี่รู้ได้ยังไงคะ”
“ได้ยิน”
“พี่แอบฟังเหรอ”
“ห้องติดกัน”
เหนือดันไหล่เธอเบา ๆ ให้ออกจากห้อง “ไป”
“ฝันดีนะคะ”
“อือ”
เจ้าขาหันกลับมา “ต้องพูดว่าฝันดีเหมือนกันสิคะ”
เหนือมองเธอ “เรื่องมาก”
“แค่นี้เองค่ะ”
เขาถอนหายใจ “ฝันดี”
เจ้าขายิ้มจนลักยิ้มบุ๋ม “ฝันดีค่ะพี่เหนือ”
เธอเดินกลับห้องอย่างอารมณ์ดี เหนือยืนมองตามจนประตูห้องข้าง ๆ ปิด ก่อนจะหันกลับมา แล้วก็พบไข่ตุ๋นนั่งมองเขาอยู่
“อะไร”
ไข่ตุ๋นกระดิกหาง
“นอน”
มันไม่ขยับ เหนือส่ายหน้าก่อนกลับขึ้นเตียง
เช้าวันต่อมา ทั้งคู่ขับรถเข้าเมืองเชียงใหม่โดยเจ้าขายืนยันจะเอากล้องไปด้วย แต่รับปากว่าจะไม่ถ่ายเรื่องพิมลงช่อง เธอจึงถ่ายเฉพาะวิวและบรรยากาศระหว่างทาง
“วันนี้เราออกจากเชียงดาวกันชั่วคราวนะคะ มีธุระนิดหน่อย แล้วเดี๋ยวตอนเย็นกลับค่ะ”
เหนือขับรถอยู่ข้าง ๆ
เจ้าขาหันกล้องไป “คนนี้เป็นคนขับค่ะ”
“คิดค่าตัว”
“เมื่อวานก็พูดแบบนี้”
“ยังไม่ได้สักบาท”
“เจ้าขาเลี้ยงกาแฟแล้วค่ะ”
“แก้วละห้าสิบ”
“แล้วพี่จะเอาเท่าไหร่คะ”
“เอาแพงๆ”
“งั้นไม่จ้างค่ะ”
“ลงไป”
เจ้าขาหัวเราะ “รถวิ่งอยู่นะคะ”
“เดี๋ยวจอดให้”
“ใจร้ายจัง”
ตลอดทางทั้งคู่เถียงกันไปเรื่อย ๆ จนเกือบสองชั่วโมงต่อมาก็มาถึงย่านที่บ้านเก่าของพิมตั้งอยู่ แต่เมื่อรถจอดหน้าบ้านเจ้าขาก็ต้องขมวดคิ้ว บ้านถูกปรับปรุงใหม่ไปมากแล้ว
“มีคนอยู่ค่ะ”
“อือ”
“แล้วเราจะเข้าไปยังไง”
เหนือปลดเข็มขัด “ถาม”
เจ้าของบ้านคนใหม่เป็นสามีภรรยาวัยกลางคน เมื่อเหนืออธิบายว่าเคยรู้จักเจ้าของเดิมและอยากขอดูบางอย่าง ทั้งคู่ลังเลเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็ยอมเพราะเหนือไม่ได้ขอเข้าไปค้นอะไร เพียงถามถึงพื้นที่ส่วนหนึ่งของบ้าน ทันทีที่เจ้าขาเดินผ่านประตู พิมก็ปรากฏตัว เธอยืนอยู่ตรงโถง
“พิมมาแล้วค่ะ”
เจ้าขากระซิบ เหนือพยักหน้าเล็กน้อย พิมเดินนำไปทางห้องด้านหลัง เจ้าขาตามจนถึงห้องเล็ก ๆ ที่ปัจจุบันถูกใช้เก็บของ พิมหยุดตรงมุมหนึ่งแล้วชี้ลงพื้น
“ตรงนี้ค่ะ”
เหนือมองพื้นไม้
เจ้าของบ้านเดินตามมา “มีอะไรหรือครับ”
เหนือจึงถาม “พื้นตรงนี้เคยซ่อมหรือเปล่าครับ”
“อ๋อ เคยครับ ตอนซื้อบ้านมาใหม่ ๆ ไม้มันผุ ผมเปลี่ยนไปหลายแผ่น”
“ตอนรื้อเจออะไรไหมครับ”
ชายวัยกลางคนคิด “ของเก่าเยอะนะครับ พวกเหรียญ กระดาษ แล้วก็กล่องเหล็กเล็ก ๆ”
เหนือกับเจ้าขาหันมองหน้ากันทันที
“กล่องเหล็ก?”
“ครับ ผมเก็บไว้ เพราะคิดว่าเป็นของเจ้าของเก่า”
เจ้าขาหัวใจเต้นแรง ไม่นานกล่องเหล็กเก่า ๆ ก็ถูกนำออกมาจากตู้เก็บของ พิมยืนอยู่ข้างโต๊ะ สายตาจ้องกล่องนั้นไม่วาง เจ้าของบ้านเปิดให้ดู ด้านในมีของเล็ก ๆ หลายอย่าง ทั้งกิ๊บติดผม ตั๋วหนังเก่า รูปถ่ายและโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กที่หน้าจอแตก เจ้าขามองพิม วิญญาณสาวชี้ทันที
“โทรศัพท์ค่ะ”
เหนือหยิบเครื่องนั้นขึ้นมา
“ของพิม?”
เจ้าขามองวิญญาณ พิมพยักหน้า
“ค่ะ”
เหนือพลิกโทรศัพท์ไปมา “เครื่องนี้ไม่ใช่เครื่องที่พิมใช้ประจำ”
เจ้าของบ้านจึงยอมให้พวกเขานำเครื่องไป หลังเหนืออธิบายว่าอาจเป็นของเจ้าของบ้านเดิมและขอเก็บไว้เพื่อติดต่อคืนครอบครัวหากจำเป็น พอกลับขึ้นรถ เจ้าขาก็จ้องโทรศัพท์เครื่องนั้นไม่วาง
“เปิดได้ไหมคะ”
“แบตหมดมาหลายปีแล้ว”
“ซ่อมได้ไหม”
“ต้องลอง”
“ถ้าในนี้มีอะไรอยู่ล่ะคะ”
เหนือมองโทรศัพท์ในมือ
“ก็จะได้รู้”
เจ้าขาหันไปทางกระจก พิมยืนอยู่นอกรถ ครั้งนี้ใบหน้าของเธอไม่มีความน่ากลัวเหลืออยู่เลย เธอยิ้มเป็นครั้งแรก เจ้าขามองอยู่ครู่หนึ่งก่อนยิ้มตอบ
“พี่เหนือคะ”
“อะไร”
“เจ้าขาว่าพิมไม่ได้อยากหลอกเราหรอกค่ะ”
“อือ”
“เธอแค่อยากให้ช่วย”
เหนือสตาร์ตรถ “พี่เริ่มรู้แล้ว”
เจ้าขาหันขวับ “เมื่อกี้พี่พูดว่าอะไรนะคะ”
“อะไร”
“พี่เริ่มเชื่อแล้วใช่ไหม”
“เปล่า”
“พี่เหนือ!”
เขาหัวเราะแล้วออกรถ เจ้าขาทำหน้ามุ่ยแต่สุดท้ายก็ยิ้มออกมาอยู่ดี เธอไม่รู้ว่าโทรศัพท์เก่าเครื่องนี้เก็บอะไรไว้ ไม่รู้ว่าสิ่งที่พิมพยายามบอกจะนำไปสู่อะไรและยิ่งไม่รู้ว่าการตายเมื่อห้าปีก่อนเกี่ยวข้องกับใครบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้แน่ ๆ คือ พิมเลือกเธอแล้ว เลือกคนที่มองเห็น เลือกคนที่ได้ยินและเลือกให้เธอเป็นคนพาความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้พื้นบ้านมานานห้าปีออกมาสู่แสงสว่าง โดยที่เจ้าขายังไม่รู้เลยว่า ในโทรศัพท์เครื่องนั้นมีหลักฐานชิ้นแรกที่สามารถเปลี่ยนคำว่า “อุบัติเหตุ” ให้กลายเป็น “คดีฆาตกรรม” ได้จริง ๆ