Partager

บทที่ 2: รอยแผลเป็น

last update Date de publication: 2026-03-22 18:22:13

“แผลสวยดีนะคะ...”

เรมีกระซิบเสียงพร่า แววตาเต็มไปด้วยความเหนือกว่า

“ ดูเหมือน ‘ลายเซ็น’ ของฆาตกรคนนี้จะประทับอยู่บนตัวคุณนานกว่ารอยสักของฉันเสียอีก”

รังสิมันต์นิ่งงันไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมกริบไหวระริกด้วยความรู้สึกที่ก้ำกึ่งระหว่างความโกรธและความถูกใจอย่างรุนแรง

“คำถามคือ... คุณเป็นผู้รอดชีวิตที่โชคดี หรือเป็น ‘หมาก’ ที่เขาจงใจเลี้ยงไว้เพื่อรอเวลาเชือดกันแน่คะ? เพราะถ้าฉันเป็นเป้าหมายรายต่อไป คุณเองก็น่าจะเป็น ‘ของสะสม’ ที่เขายังทำไม่สำเร็จเหมือนกัน”

เขาคว้าข้อมือของเธอไว้ทันทีแต่ไม่ได้บีบแรงนัก บรรยากาศรอบโต๊ะตอนนี้เปลี่ยนจากความร่วมมือ กลายเป็นการ คุมเชิง ที่แทบจะหยุดลมหายใจ

“คุณฉลาดเกินไปแล้วเรมี... “เสียงของเขาต่ำลึก

“และในเกมนี้ คนที่รู้มากเกินไป มักจะไม่ได้ตายเพราะฆาตกร” เขากดเสียงต่ำ “แต่จะตายเพราะคู่หูของตัวเอง”

รังสิมันต์กระตุกยิ้มที่ดูเหมือนมัจจุราชมากกว่าสุภาพบุรุษ เขาออกแรงกระชับข้อมือของเรมีจนเธอรู้สึกถึงพละกำลังที่มหาศาลกว่าที่เห็นภายนอก เขาไม่ได้บีบจนเจ็บเจียนตาย แต่เป็นการ “จองจำ” ที่ทำให้เธอรู้ว่าเขาคือกองเพลิงที่เธอไม่ควรลัดนิ้วเข้าไปเล่นด้วย

เขาโน้มใบหน้าเข้ามาจนหน้าผากเกือบจะชนกัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในม่านตาของเธออย่างคุกคาม

“ช่างสังเกตจนน่ากลัวจริงๆ ครับ... แต่จำไว้ว่ารอยแผลนี้คือ ‘บทเรียน’ ที่ผมจ่ายด้วยเลือดเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ์ในการไล่ล่ามัน”

 น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและเย็นเฉียบจนบรรยากาศรอบโต๊ะแทบจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง

“ในเมื่อคุณเห็น ‘แผล’ ของผมแล้ว งั้นเรามาตกลง ‘เงื่อนไข’ ของการเป็นคู่หูในนรกนี่กันหน่อย”

เขาใช้นิ้วโป้งคลึงรอยสักที่ข้อมือของเธอช้า ๆ ราวกับจะประทับตราความเป็นเจ้าของ

“หนึ่ง... ทุกก้าวที่คุณเดินหลังจากนี้ ต้องอยู่ภายใต้สายตาของผม ห้ามขยับหมากตัวไหนโดยที่ผมไม่สั่ง สอง... ข้อมูลที่คุณหามาได้ ต้องเป็นของผมคนแรก และสุดท้าย...”

 เขาลดเสียงลงจนเป็นเสียงกระซิบที่ข้างริมฝีปากของเธอ

“ถ้าคุณคิดจะตลบหลังผม หรือความลับของคุณกลายเป็นอุปสรรคในงานนี้... ผมจะเป็นคนฝังคุณลงในหลุมศพที่สวยงามที่สุด พร้อมกับกุหลาบอาบพิษที่ไม่มีใครหาศพคุณเจอไปตลอดกาล”

รังสิมันต์ปล่อยมือเธอออกอย่างกะทันหัน ก่อนจะยกแก้วใสสะอาดขึ้นจิบด้วยท่าทางนิ่งสงบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้เรมีเผชิญกับความรู้สึกชาวาบที่ข้อมือและหัวใจที่เต้นรัวจากความกดดันที่เพิ่งผ่านพ้นไป

“ตกลงไหมครับคุณเรมี? หรืออยากจะลุกเดินออกไปตอนนี้...แล้วรอให้ ‘มัน’ มาเคาะประตูบ้านคุณคืนนี้แทน?”

เรมีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาของเธอไม่ได้ฉายความหวาดกลัวต่อคำขู่ฆ่าที่เพิ่งหลุดออกมาจากปากของรังสิมันต์แม้แต่นิดเดียว เธอกลับขยับยิ้มพรายที่ดูเหมือนจะล่อลวงเขาเข้าสู่พายุลูกใหม่

มือเรียวสวยของเธอยื่นออกไปวางทับบนหลังมือหนาของเขาอย่างเชื่องช้า สัมผัสที่ปลายนิ้วเย็นเยียบแต่แฝงไปด้วยความมั่นคง เธอออกแรงบีบมือเขาเบา ๆ เป็นการตอบรับพันธสัญญาเลือดในครั้งนี้

“ตกลงค่ะ... ฉันยอมรับเงื่อนไข ‘กรงขัง’ ของคุณรังสิมันต์”

เธอกระซิบด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลจนเกือบจะเป็นการปลอบประโลม

“แต่จำไว้อย่างนะคะ... “ดวงตากลับวาวโรจน์ด้วยเล่ห์เหลี่ยมที่ซ่อนอยู่ลึกสุดใจ

“ในหมากกระดานนี้ คูณอาจจะคุมเกมได้ทั้งหมดก็จริง แต่ ‘เบี้ย’ ที่ยอมเดินตามเกมอย่างว่าง่าย มักจะเป็นตัวที่ล้มกระดานได้เจ็บแสบที่สุดเสมอ”

ในขณะที่มือของทั้งคู่ยังประสานกันอยู่ เรมีใช้จังหวะที่รังสิมันต์กำลังประเมินท่าทีของเธอ แอบใช้ปลายนิ้วชี้ขยับเขี่ยไปที่ นาฬิกาข้อมือราคาแพง ของเขาอย่างแนบเนียน เธอไม่ได้จะขโมยมัน... แต่เธอเพิ่งฝัง ไมโครชิปติดตามตัว ขนาดเท่าเม็ดทรายที่เธอแอบดึงมาจากช่องลับในแหวนของเธอลงไปในรอยพับของสายนาฬิกาเรียบร้อยแล้ว

“ยินดีที่ได้ร่วมงานนะคะ คู่หู...”

เธอถอนมือออกพลางยกแก้วสีแดงขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด

“แล้วเรามาดูกันว่า ใครกันแน่ที่จะเป็นคน ‘ขุดหลุม’ รอไว้ให้อีกฝ่ายก่อน”

รังสิมันต์มองตามมือที่ถอนออกไปพร้อมกับความรู้สึกประหลาดที่แล่นพล่านในใจ เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเขากำลัง ล่ากวาง หรือกำลัง จูงมือเสือ เข้าบ้านกันแน่

“ผมจะตั้งตารอวันนั้นครับเรมี” เขาเอ่ยพร้อมกับลุกขึ้นยืน

 “ไปกันเถอะ... ก่อนที่ ‘แขก’ ของผมจะตามกลิ่นเลือดมาถึงที่นี่”

“เราจะไปที่ไหนกัน”

“กลับไปที่เดิม”

 ความเงียบถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศของการชิงไหวชิงพริบ เรมีพยายามแกะรอยระบบความคิดของรังสิมันต์ เธอถามคำถามสั้นๆ แต่เฉียบคมเพื่อทดสอบว่าเขารู้อะไรเกี่ยวกับคดีนี้มากกว่าที่บอกหรือไม่ ขณะที่รังสิมันต์ก็ตอบกลับด้วยประโยคคำถามที่ย้อนกลับมาหาตัวเธอ เพื่อดูว่าเธอมีจุดอ่อนตรงไหน

 "น่าแปลกนะคะที่พยานในที่เกิดเหตุบอกว่าเห็นรถสีดำขับออกไปทางทิศเหนือ แต่ในรายงานฉบับที่คุณส่งให้ฉัน กลับไม่มีการพูดถึงเส้นทางนั้นเลย คุณมองข้ามไป หรือว่ามี 'เหตุผลพิเศษ' ที่ไม่อยากให้ฉันไปแถวที่เคยกบดานคะ”

รังสิมันต์เหลือบมองกระจกหลังด้วยรอยยิ้มจางๆ

 "คุณนี่ช่างสังเกตสมคำร่ำลือนะครับเรมี แต่การที่ผมไม่ใส่ลงไป อาจจะเป็นเพราะผมไม่อยากให้เราเสียเวลาเปล่ากับเส้นทางที่ 'ผมรู้ดีอยู่แล้ว' ว่าไม่มีอะไรมากกว่า...”

เขาหันมาทางเธอนิดหนี่งเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้

“ หรือว่าจริงๆ แล้ว คุณไม่ได้กำลังหาตัวคนร้าย แต่กำลังหาทางจับผิดผมเพื่อเอาไปรายงานใครบางคนอยู่?"

"ฉันสนใจแค่ความจริงค่ะ”เสียงของเธอยังคงสม่ำเสมอ

“ และความจริงมักจะซ่อนอยู่ใน 'ช่องว่าง' ของคำพูดคนเสมอ อย่างตอนที่คุณบอกว่าไม่รู้จักกับเหยื่อเป็นการส่วนตัว แต่ทันทีที่เห็นศพคุณสามารถตอบได้เลยว่าตายด้วยอะไร?”

“ประสบการณ์มั้งครับ” เขาเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม

“ทำไมผลการชันสูตรถึงระบุว่าเขาเสียชีวิตด้วยวิธีที่ซับซ้อน ซึ่งมีแค่คนที่จบหลักสูตรพิเศษแบบคุณเท่านั้นที่ทำได้... เรื่องบังเอิญ หรือคุณกำลังทดสอบขีดจำกัดของฉันกันคะ?"

รังสิมันต์หักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าโค้งอย่างนิ่งสนิท ก่อนจะทิ้งระเบิดลูกใหญ่กลับไปหาเรมี่ด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบกว่าเดิม

 "ช่างเป็นทฤษฎีที่น่าสนใจครับ...แต่คุณรู้ไหม คนที่พยายามไล่ต้อนคนอื่นด้วย 'ความจริง' มักจะเป็นคนที่มี 'ความลวง' ซ่อนไว้หนาแน่นที่สุด"

เขาเว้นจังหวะสั้น ๆ สายตาจ้องเขม็งไปที่ถนนข้างหน้า

“คุณชอบโยนข้อหาให้คนทั่วไปแบบนี้เสมอเหรอคะ?”

"พูดถึงเรื่อง 'วิธีการที่ซับซ้อน' แล้ว... ผมนึกถึงคดีที่เกาะสมุยเมื่อห้าปีก่อนขึ้นมาเฉยเลย คดีที่สำนวนถูกปิดไปแบบเงียบเชียบ ทั้งที่หลักฐานมัดตัวผู้ต้องสงสัยแน่นหนา แต่จู่ ๆ พยานปากเอกกลับหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย... ในฐานะที่คุณเป็นคนคุมสำนวนนั้นคนสุดท้าย คุณบอกผมได้ไหมครับว่า 'ช่องว่าง' ของความจริงในตอนนั้น มันหายไปอยู่ในกระเป๋าใคร หรือว่าหายไปเพราะความใจอ่อนของคุณเอง?"

มือที่จับสายเข็มขัดนิรภัยเริ่มเกร็งขึ้นโดยไม่รู้ตัว

"ที่คุณพยายามไล่บี้ผมอยู่ตอนนี้ เพราะอยากแก้ตัวกับความผิดพลาดในอดีต หรือแค่กลัวว่าผมจะรู้ว่าจริงๆ แล้วคุณก็ไม่ได้ 'สะอาด' อย่างที่สร้างภาพไว้กันแน่ครับ?"

บรรยากาศในรถตอนนี้เงียบสนิทจนได้ยินเสียงลมปะทะตัวถัง

เรมี่คลายมือที่กำสายเข็มขัดนิรภัยออกช้า ๆ เปลี่ยนเป็นเอนหลังพิงเบาะด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด เธอยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มแบบเดียวกับคนที่กำลังดูละครฉากที่เดาทางได้ถูก

"น่าประทับใจนะคะที่คุณทำการบ้านเรื่องอดีตของฉันมาดีขนาดนี้...”น้ำเสียงราบเรียบแต่กังวาน

“แต่คุณรังสิมันต์คะ การขุดเรื่องเก่าขึ้นมาพูดในจังหวะที่ตัวเองจนมุมเนี่ย มันเป็นเทคนิคพื้นฐานของคนที่ 'กำลังกลัว' ไม่ใช่เหรอคะ?"

เธอหันไปมองสบตากับเขาที่หันมาสบตา แววตาว่างเปล่าไร้ร่องรอยของความโกรธหรือความหวั่นไหว

 "เรื่องที่สมุย... ถ้าคุณฉลาดพอจะหาสำนวนนั้นมาอ่าน คุณก็น่าจะรู้ว่า 'พยาน' ที่หายไปน่ะ คือหมากที่ฉันวางไว้เองเพื่อให้ปลาตัวใหญ่กว่าฮุบเหยื่อ แต่ก็นะคะ... คนนอกอย่างคุณคงมองเห็นแค่สิ่งที่ฉัน 'อนุญาต' ให้เห็นเท่านั้น"

เธอกดเสียงต่ำลงเล็กน้อยแต่ยังคงความนิ่งสนิท

เรมี: "แทนที่จะห่วงเรื่องความสะอาดของฉัน คุณควรห่วง 'รอยเลือด' บนมือตัวเองที่พยายามเช็ดเท่าไหร่ก็ไม่หายดีกว่าไหม? เพราะถ้าอดีตของฉันคือความผิดพลาด... อดีตของคุณมันก็คืออาชญากรรมดีๆ นี่เอง ว่าไหมคะ?"

รังสิมันต์สัมผัสได้ถึงกำแพงน้ำแข็งที่เรมี่สร้างขึ้น เธอไม่ได้แค่ปฏิเสธ แต่เธอกำลัง พลิกวิกฤตให้กลายเป็นคำขู่ โดยที่เขาจับไม่ได้เลยว่าเธอพูดจริงหรือแค่บลัฟ

รังสิมันต์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เสียงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอหลุดออกมาคล้ายจะยอมจำนนต่อความนิ่งลึกของหญิงสาวข้างกาย เขาเคาะนิ้วลงบนพวงมาลัยเป็นจังหวะก่อนจะสลายบรรยากาศที่ดูอึดอัดนั้นนั้นด้วยรอยยิ้มที่ดูผ่อนคลายขึ้นแต่ยังคงซ่อนแววตาของผู้ล่าที่รู้จักถอยเพื่อรุก

"หมากที่วางไว้เองงั้นเหรอ?”เขาส่ายหน้าช้าๆ อย่างขำขัน

“ ผมต้องขออภัยที่ประเมินคุณต่ำไปหน่อยนะเรมี คุณนี่... รับมือยากกว่าที่ผมคิดไว้จริง ๆ"

เขาถอนหายใจยาว เปลี่ยนท่าทางจากการจ้องจับผิดเป็นการขับรถแบบสบาย ๆ ราวกับบทสนทนาเชือดเฉือนเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น

"เอาเถอะครับ ในเมื่อเราต่างก็มี 'ตู้เซฟ' ที่ไม่อยากให้อีกฝ่ายเปิดดู งั้นเราพักรบเรื่องอดีตไว้ก่อนดีกว่า.”

เขาชำเลืองมองใบหน้าอีกฝ่ายแว้บหนึ่ง

“.. เพราะถ้าเรายังมัวแต่ขุดคุ้ยเรื่องเก่า ผมเกรงว่าเราจะไปไม่ทัน 'นัดสำคัญ' ที่โกดังริมน้ำ"

เขากดปุ่มลดกระจกลงเล็กน้อยให้ลมเย็นจากภายนอกเข้ามาไล่ความอึดอัดภายในห้องโดยสาร

"พูดถึงเรื่องงาน... คุณเตรียมใจไว้หรือยัง? คนที่เรากำลังจะไปเจอ ไม่ได้คุยง่ายเหมือนผมหรอกนะ และที่สำคัญ... เขาเกลียดพวก 'คนฉลาด' เข้ากระดูกดำเลยล่ะ"

รังสิมันต์เลือกที่จะเก็บดาบ และยอมรับว่ายกนี้เขาเจาะกำแพงของเรมีไม่เข้า พร้อมกับโยนประเด็นใหม่ที่เป็น อันตรายเฉพาะหน้า มาให้เธอแทน

เงาตะคุ่มของโกดังริมน้ำที่เริ่มปรากฏชัดขึ้นท่ามกลางความมืด

"ขอบคุณที่เตือนค่ะ... แต่ปกติคนประเภทที่เกลียด 'คนฉลาด' มักจะเป็นพวกที่กลัวว่าจะโดนหลอก หรือไม่ก็พวกที่มีปมเรื่องอำนาจ"

เธอยกมือขึ้นรวบผมที่ปรกหน้าไปทัดหูด้วยท่าทีเรียบเฉย ก่อนจะหันกลับมาสบตารังสิมันต์ ความกดดันที่เขาส่งมาดูเหมือนจะทำอะไรเธอไม่ได้เลย

"ถ้าเขาชอบคนโง่ ฉันก็จะโง่ให้เขาดู...”เสียงของหญิงสาวหนักแน่น

“โง่! ในแบบที่เขาจะไม่มีวันรู้ตัวเลยว่ากำลังถูกจูงจมูกอยู่" เธอกดเสียงต่ำลงพลางเช็กความเรียบร้อยของปืนกระบอกเล็กที่ซ่อนอยู่ "เตรียมใจน่ะเตรียมแน่ค่ะ แต่เตรียมมาเพื่อ 'คุมเกม' ไม่ใช่เพื่อไปยอมสยบ"

รถเริ่มชะลอตัวลงจนหยุดนิ่ง เรมีเหลือบมองประตูโกดังเหล็กกล้าตรงหน้าแล้วเปรยทิ้งท้าย

"ไปกันเถอะค่ะ อย่าให้ 'คนไม่ชอบคนฉลาด' ของคุณต้องรอนานเลย"

“วันนี้คงรอไปก่อนแต่ที่จะพาคุณไปสัมผัสวันนี้ถือซะว่า เป็นการเปิดเผยเพื่อความไว้วางใจตอกัน”

“คุณกำลังจะบอกฉันเรื่องอะไรกันแน่”

พวกเขาลงจากรถและเดินเข้าสู่โกดังร้างแห่งหนึ่ง สายลมชื้นจากแม่น้ำพัดเข้ามากระทบผิวทันทีที่ประตูเปิดออก เรมียืนเหยียดหลังตรง ปรับเปลี่ยนบุคลิกจากหญิงสาวที่ฉลาดเป็นกรด กลายเป็น 'เครื่องประดับ' ข้างกายชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลได้อย่างไร้ที่ติ

“อย่าบอกนะว่าคุณกำลังตามไม่ทันผม”เขาเย้าเสียงทุ้ม

ทันทีที่เดินมาถึงประตูเก่า ๆ ของโกดังรังสิมันต์กดรหัสลับที่ซ่อนอยู่หลังตู้คอนโทรลไฟผนังส่วนหนึ่งก็เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นห้องทำงานสุดไฮเทคที่เต็มไปด้วยจอภาพและข้อมูลการวิเคราะห์อาชญากรรม

ประตูโกดังเหล็กบานยักษ์ ค่อย ๆ เลื่อนเปิดออกช้า ๆ ส่งเสียงเสียดสีดังแสบแก้วหู พร้อมกับแสงไฟนีออนสลัว

“คุณสืบคดีนี้เพราะเงินรางวัล หรือเพราะความสนุกกันแน่?”

“เงินคือผลพลอยได้ค่ะ แต่การได้เห็นฆาตกรที่คิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้าถูกลากลงมาเดินดิน... นั่นคือความบันเทิงที่แท้จริง” เรมีเลิกคิ้วมองไปรอบๆ อย่างทึ่งในเทคโนโลยี

ภายในโกดังเก่าที่ดูทรุดโทรมภายนอกของรังสิมันต์ กลับซ่อน "War Room" หรือศูนย์ปฏิบัติการระดับไฮเทคที่ขัดกับสภาพแวดล้อมอย่างสิ้นเชิง

“นี่คือ ‘ถ้ำ’ ของคุณหรือคะ?”

เมื่อก้าวผ่านประตูลับชั้นในเข้าไป จะพบกับห้องควบคุมที่รวมเทคโนโลยีสอดแนมและการติดตามผลแบบเบ็ดเสร็จ (Integrated Surveillance & Command Center) ไว้ในที่เดียว

“นี่คือศูนย์บัญชาการที่ไม่มีใครรู้จักแม้แต่ในฐานข้อมูลของรัฐบาล” รังสิมันต์เดินไปที่หน้าจอหลัก

ผนังจอภาพแบบไร้ขอบ (Seamless Tactical Video Wall) จุดเด่นที่สุดคือผนังที่ติดตั้งจอ OLED ความละเอียดสูงต่อกันจนเต็มผนังด้านหนึ่ง สามารถดึงภาพจาก CCTV ทั่วเมือง, โดรนจิ๋ว, และกล้องซ่อนตัว ของสายลับมาแสดงผลพร้อมกันได้ จอนี้รองรับระบบ Multi-Window ที่รังสิมันต์สามารถขยายภาพจุดที่สงสัยได้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสบนโต๊ะควบคุม

เรมี่มองตามไปที่จอไร้ขอบนั้นแล้วนิ่วชั่วอึดใจก่อนจะกวาดสายตาไปยังจุดอื่น ๆ ภายในห้องที่โต๊ะบัญชาการตั้งโดดเด่นเป็นระบบสัมผัส (Holographic Touch Table)ที่กลางห้องมีกระจกสีดำขนาดใหญ่ที่เป็นทั้งหน้าจอสัมผัสและเครื่องฉาย Hologram 3D แสดงแผนที่ทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่เป้าหมายแบบ Real-time ช่วยให้เห็นตำแหน่งของพาร์ทเนอร์

“นี่คุณจับตามองฉันมานานแค่ไหนแล้ว”

แม้จะเป็นเสียงที่ถามราบเรียบหากแต่ภายในใจของเธอกำลังทำงานอย่างหนัก เขามีห้องศูนย์บัญชาการที่ทันสมัย สามารถดูความเคลื่อนไหวของเธอได้โดยแสดงเป็นสัญลักษณ์จุดแสงสีน้ำเงิน และศัตรูเป็นจุดสีแดง พร้อมคำนวณเส้นทางหนีไฟหรือจุดซุ่มยิงให้เสร็จสรรพ มันพร้อมเสร็จขนาดนี้ เขาซุ่มดูเธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

“ก็ไม่นานเท่าไหร่ ไม่ถือว่าจับตามอง” เขาเลิกคิ้วสูง

“เผอิญคุณเข้ามาอยู่ในเส้นทางที่ผมต้องติดตาม”

“คุณก็เลยไม่ปล่อยวาง นี่คุณดักฟังฉันด้วยสินะ”

หญิงสาวหันไปสนใจะบบดักฟังและวิเคราะห์เสียง (Advanced Audio Matrix & Voice Analysis)ที่รังสิมันต์ใช้ระบบไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนรอบข้าง (Directional Mic) ที่สามารถจับเสียงสนทนาในระยะไกลได้ชัดเจน รวมถึงมีซอฟต์แวร์ AI Voice Stress Analysis ที่ช่วยวิเคราะห์คลื่นเสียงของคู่สนทนาว่า "กำลังโกหก" หรือ "มีอาการประหม่า" หรือไม่ โดยแสดงผลเป็นกราฟวิ่งอยู่ข้างๆ จอภาพหลัก

“ไม่ใช่ทุกครั้งไป ถ้าทำได้ทุกที่ทุกทางขาดนั้นคงเยี่ยมไปเลย”

แทนที่เขาจะรู้สึกผิดกลับตอบกลับมาหน้าตาเฉย แถมยังขมวดคิ้วหน้าเข้าหากันเล็กน้อยขณะหันมาจ้องตา

“คุณมีความรู้ดีมากเกี่ยวกับเทคโนโลยี่พวกนี้ แสดงว่าคุณเองก็คงมีรังที่ไม่ต่างจากผม”

“ถ้าฉันบอกว่าไม่มี คุณจะเชื่อไหมล่ะ?”

“คงเชื่อยาก” เขาลากเสียง

“แต่ผมก็เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงให้คุณดูว่าพาร์ทเนอร์คุณไม่มีปิดบังแล้วนะในส่วนของผม” เขาหมุนตัวไปที่เก้าอี้หลังโต๊ะตัวใหญ่

“คุณดูเครือข่ายการสื่อสารพวกนี้....มันเป็นแบบควอนตัม (Quantum Encrypted Comm-Link)เพื่อป้องกันการถูกแฮ็กหรือดักฟังจากเจ้าหน้าที่รัฐ อุปกรณ์ทุกชิ้นในห้องนี้เชื่อมต่อผ่านดาวเทียมส่วนตัวที่มีการเข้ารหัสขั้นสูงสุด แม้แต่เครื่องรบกวนสัญญาณ (Jammer) ของศัตรูก็ทำอะไรไม่ได้ ...”

“ทำไมคุณถึงเปิดล่ะ”

“ก็เราเป็นคู่หูกันแลวนี่คุณจะได้ไม่ครางแคลงใจผม...คู่หูควรได้รู้เห็นไปด้วยกันเพื่องานที่ออกมาจะได้มีประสิทธิภาพสูง ผมเลือกที่จะเปิดก่อนก็ไม่แปลกเพราะผมต้องคุมเกมอย่างที่บอกก่อนนั้นไง”

“คุณก็เลยใช้ระบบนี้เพื่อจะสั่งการผ่านหูฟังจิ๋วมาที่ฉันได้ตลอดเวลาโดยไม่มีการดีเลย์”

“คุณหัวไงจริงๆนั่นแหละ “เขาหัวเราะในลำคอดังหึ หึ

“ ระบบไบโอเมตริกซ์ติดตามบุคคล (Biometric Tracking System) หน้าจอหนึ่งจะล็อคเป้าหมายไปที่ใบหน้าของศัตรู เพื่อสแกนหาข้อมูลจากฐานข้อมูลอาชญากรทั่วโลกแบบวินาทีต่อวินาที พร้อมแสดง อัตราการเต้นของหัวใจและอุณหภูมิร่างกาย ของคนในรัศมีกล้อง เพื่อประเมินว่าสถานการณ์กำลังจะเกิดการปะทะหรือไม่ แบบที่เห็นทั้งหมดนี้อย่าบอกนะว่าคุณไม่มีผู้ช่วย”

“ทุกอย่างถูกควบคุมจากเก้าอี้ตัวเดียว...ผมสามารถนั่งจิบกาแฟพลางดูความพินาศของศัตรูผ่านหน้าจอเหล่านี้ได้อย่างเลือดเย็น”

เขาพูดคล้ายจะอวดศักยภาพการทำงานของตนที่พร้อมสรรพไปเสียทุกอย่าง

“เชื่ออเถอะทุกอย่างย่อมมีจุดบอดและช่องโหว่” หญิงสาวยิ้มเหยียดที่มุมปาก

“เวลาที่คุณไม่ได้อยู่ภายในห้องนี้คุณจะควบคุมยังไง ต่อให้มีตัวควบคุมคุณก็ต้องอาศัยผู้ช่วย”

หญิงสาวมั่นใจสิ่งที่เป็นความคิดตน

“ในเมื่อเปิดแล้วก็เปิดให้หมดสิ...ว่าคุณมีผู้ช่วยที่ไว้วางใจและรู้ในกระบวนการของคุณกี่คน!”

“ตอนนี้ยังไม่มี ไว้ผมมีผมจะบอก แต่ที่บอกได้ตอนนี้ผมมีพาร์ทเนอร์อย่างคุณแล้ว”

“คงไม่ให้ฉันรอนานเกินไปที่คุณจะแนะนำให้รู้จักนะคะ”

“ตอนนี้ ผมว่าคุณควรสนใจเรื่องที่เรากำลังค้นหาตัวฆาตกร่วมกันดีกว่า”

“ฉันสนใจอยู่แล้ว...และรู้ด้วยว่าเหยื่อในงานเลี้ยงไม่ใช่รายแรก”

“อย่างนี้สิที่ผมชอบ ข้อมูลแน่น แต่ต้องมีเหตผลรองรับด้วยนะครับคุณผู้หญิง”

“ฉันไม่ได้พูดลอย ๆ เมื่อสามวันก่อนมีเหตุการณ์คล้ายกันที่หอศิลป์ในลอนดอ ศพถูกจัดวางเหมือนรูปปั้น ‘David’ ของ Michelangelo... ฆาตกรกำลังออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อสร้าง ‘นิทรรศการเลือด’ ของมันเอง”

เรมีก้าวเข้าไปใกล้หน้าจอ นิ้วเรียวไล่ไปตามพิกัดแผนที่

“ถ้าอย่างนั้น เป้าหมายต่อไปต้องเป็นงานประมูลเพชรที่สิงคโปร์ หรือไม่ก็งานกาล่าที่โตเกียว... แต่มันมีจุดหนึ่งที่คุณมองข้ามไป คุณรังสิมันต์”

เธอกดปุ่มขยายภาพถ่ายจากที่เกิดเหตุในงานเลี้ยงเมื่อครู่

“กุหลาบขาวที่เปลี่ยนเป็นดำ... มันไม่ใช่แค่การฆ่า แต่มันคือการ ‘ล้างแค้น’ ให้กับคนในตระกูลที่ทำธุรกิจส่งออกดอกไม้ที่ล้มละลายเมื่อสิบปีก่อน และเจ้าของธนาคารที่เป็นเหยื่อรายนี้ก็คือคนที่เซ็นต์คำสั่งยึดทรัพย์เขานั่นเอง”

รังสิมันต์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาหันมามองเรมีด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม ความสงสัยกลายเป็นความทึ่งอย่างสุดซึ้ง “คุณเชื่อมโยงข้อมูลรายย่อยเข้ากับประวัติศาสตร์ธุรกิจในเวลาไม่กี่นาที...

เรมี คุณคือจิ๊กซอว์ตัวที่ผมขาดไปจริง ๆ”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • "เหลี่ยมรัก กับดักฆาตกร" (The Mastermind's Gambit)   ตอนที่66....เหลี่ยมรักของหนุ่มนักปราบ

    ธีร์หันมาสบตากับรองผู้กำกับกองปราบตรง ๆ แววตาของนักล่าข่าวกรองคู่นั้นดูลึกซึ้งจนยากจะหยั่งถึง "แต่เครือข่ายที่เหลือ... และ 'หมากตัวใหม่' ที่กำลังจะหมุนเวียนขึ้นมาแทนที่นายพลอิทธิพลต่างหาก คือสิ่งที่สำนักข่าวกรองกำลังจับตาดู"สายตาของธีร์เหลือบมองผ่านกระจกเข้าไปในงาน แล้ว เขาหันกลับมามองรังสิมันต์อีกครั้ง ราวกับเขารู้ดีว่า 'กับดัก' และ 'เหลี่ยมรัก' ครั้งใหม่กำลังจะเกิดขึ้นโดยมีคนกลุ่มนี้เป็นศูนย์กลางเรื่องราวทวีความเข้มข้นขึ้นเมื่อหน่วยงานระดับชาติอย่าง สขช. มาร่วมวงด้วย!“ดื่มอะไรหรือยังเซลีน” รังสิมันต์หันไปทางเซลีนและอาตี้“อย่าห่วงฉันเลยค่ะบอส ห่วงคนโน้นเถอะ”เซลียพยักหน้าไปทางเรมี่ที่อยู่ในงาน ท่ามกลางผู้นำระดับสูงที่เนืองแน่น สายตาของธีร์ที่มองผ่านกระจกเข้าไปยังไม่ทันได้ละไปไหน ร่างบางของ เรมี่ ในชุดเดรสสีสุภาพก็เดินเลี่ยงฝูงชนมุ่งตรงมายังระเบียงเงียบ ๆ แววตาของเธอไม่ได้มีความตื่นกลัวเหมือนตอนที่อยู่บ้านพักอีกต่อไป“ดีกันยังบอส”จีนถามขึ้นลอย ๆ ทำให้สามคนหัวเราะพร้อมกัน อาตี้ดูงง ๆ เซลีนหันมาบอกเขาว่า“คุณรู้ไหมน้องสาวคุณตบหน้าบอสเรานะ”“เซลีน....”“เรื่องจริงนี่คะหัวหน้า ““ย

  • "เหลี่ยมรัก กับดักฆาตกร" (The Mastermind's Gambit)   ตอนที่ 65...เปิดหน้ากาก

    รังสิมันต์ผู้ดูสุขุมคนนี้แท้จริงแล้วคือสิงห์เหนือเสือใต้แห่ง กองบังคับการปราบปราม (บก.ป. หรือ "กองปราบ") หน่วยงานระดับพระกาฬแห่งกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่ขึ้นชื่อเรื่องการส่งสายสืบนอกเครื่องแบบออกไปฝังตัวทลายซุ้มมือปืนและมาเฟียทั่วประเทศไทย โดยมีอำนาจสืบสวนสอบสวนคร่อมได้ทุกจังหวัดอย่างไร้ขีดจำกัด ยศพันตำรวจโทของเขาในหน่วยนี้จึงเต็มไปด้วยบารมีที่ใครก็ไม่อาจมองข้าม"ยินดีด้วยครับพี่รังสิมันต์ งานนี้ถ้าไม่ได้สายข่าวลึกของกองปราบช่วยชี้เป้า พวกเราคงควานหาตัวไอ้พวกสมุนยากแน่"นายตำรวจหนุ่มยศร้อยตำรวจเอกเดินเข้ามาชนแก้ว"ต้องยกเครดิตให้ทีมสนับสนุนด้วยครับ"รังสิมันต์ยิ้มรับเบา ๆ ก่อนสายตาจะเหลือบไปมองอีกด้านของห้อง ซึ่งมีกลุ่มนายตำรวจจาก กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) กำลังนั่งคุยกันอยู่ หน่วยนี้เด่นที่สุดเรื่องการส่ง "สายลับ" แฝงตัวเข้าไปในเครือข่ายค้ายาเพื่อล่อซื้อและสืบหาตัวหัวหน้าขบวนการใหญ่ ซึ่งในคดีของนายพลอิทธิพล เส้นทางการเงินส่วนหนึ่งก็ถูกลากยาวไปพัวพันกับเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติจนทำให้ บช.ปส. ต้องส่งมือดีมาร่วมทีมทางลับเช่นกันไม่ไกลกันนัก หมวดอาตี้ ในชุดสูทสากลดู

  • "เหลี่ยมรัก กับดักฆาตกร" (The Mastermind's Gambit)   ตอนที่ 64...ผลตรวจ..ชวดเป็นโสด

    เรมี่ตาค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด เธอหลุดปากเรียกชื่อพี่ชายเสียงหลง“ทำไมพี่อาตีทำอย่างนี้คะ?” สมองเบลอจนทำอะไรไม่ถูก ไม่คิดว่าพี่ชายจะรู้เรื่องนี้และเอามาพูดต่อหน้ารังสิมันต์ในสถานการณ์แบบนี้ในขณะที่รังสิมันต์ค่อย ๆ ยื่นมือไปรับใบเอกสารนั้นมาดู “จุ๊ จุ๊ เธอไม่ต้องต่อว่าพี่ยัยเร..”อาตี้รีบขัด”คนที่จะต่อว่าเธอควรเป็นพี่ที่เธองุบงิบพูดไม่จริงกับพี่”สายตาคมกริบกวาดอ่านตัวอักษรบนกระดาษแผ่นนั้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเรมี่“วันที่เธอบอกไม่ค่อยสบายพี่ถามเธอแล้วแต่เธอบอกจะรีบกลับไปพัก”รังสิมันต์นิ่งขึงไป สมองของเขาคล้ายจะสตั้นและหยุดทำงานไปหลายวินาที แววตาที่เคยอ่านยากกลับสั่นไหวด้วยความรู้สึกที่ท่วมท้นจนไร้คำพูดท่าทางนิ่งงันของเขาทำให้เรมี่จ้องมองด้วยความประหลาดใจแกมหวาดหวั่น เธอทำตัวไม่ถูกและเริ่มลนลาน จึงรีบหันไปประท้วงพี่ชายทันที"พี่อาตี้คะ! เรจัดการเรื่องนี้เองได้นะคะ”“แค่เรื่องที่เธฮแวะไปตรวจแบบไม่บอกพี่นี่ก็ไม่เข้าท่าแล้วยัยเร..”อาตี้พูดเสียงขึงขัง“แถมยังแวะไปบ้านของอคินไปต่อสู้กันแบบนั้น เด็กจะเป็นยังไง...”“ เรื่องนี้เรจัดการเองได้ ไม่จำเป็นต้อง...""ไม่ได้!"

  • "เหลี่ยมรัก กับดักฆาตกร" (The Mastermind's Gambit)   ตอนที่63.....เหลี่ยมรักปักดวงใจ

    เรมี่เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมคายของชายหนุ่มในขณะที่เขากำลังพยุงเธอเดินไปตามระเบียงทางเดินยาว ความสงสัยที่ค้างคาอยู่ในใจทำให้เธออดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามออกมา"คุณรู้ได้ยังไงคะว่าฉันอยู่ที่นี่... หมวดอาตี้เป็นคนบอกคุณเหรอ?"รังสิมันต์คลี่ยิ้มบางเบา นัยน์ตาคู่นั้นทอประกายความเอ็นดูผสมผสานกับความโล่งใจ เขาชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อยก่อนจะตอบเสียงทุ้ม"ไม่ใช่หรอกครับ... หมวดอาตี้ไม่ได้บอกชายหนุ่มละมือข้างหนึ่งมาจับข้อมือบางของเธอขึ้นมา แล้วใช้นิ้วโป้งลูบไล้ไปที่ตัวเรือนนาฬิกาข้อมือเรือนสวยที่เธอสวมอยู่เบา ๆ"ผมแอบเอาเครื่องติดตามขนาดจิ๋วติดไว้ที่นาฬิกาของคุณ ตั้งแต่คืนที่ผมไปนอนพักกับคุณแล้วต่างหากล่ะ"“เหลี่ยมเยอะนะคะ”เรมี่เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ แต่อกแกร่งของรังสิมันต์ยังคงโอบรัดเธอไว้แน่นราวกับจะปลอบประโลม"เครื่องนี้มันไม่ได้แค่บอกพิกัด แต่มันลิงค์ระบบเสียงทุกอย่างกลับไปที่ศูนย์บัญชาการของธีร์ทั้งหมดตลอดเวลา เพราะฉะนั้นคำสารภาพของไอ้อคินเมื่อกี้... หลักฐานมัดตัวมันแน่นหนาจนดิ้นไม่หลุดแน่นอน ถึงมันจะไม่ตายวันนี้ มันก็ไม่มีวันได้เห็นแสงเดือนแสงตะวันอีก"เมื่อเห็นหญิงสาวอ้าปากเตรียมจะประท้วงแล

  • "เหลี่ยมรัก กับดักฆาตกร" (The Mastermind's Gambit)    ตอนที่62...จุดจบของฆาตกร

    เสียงปืนที่สาดกระหน่ำติดต่อกันหลายนัดจนแสบแก้วหู แรงปะทะทำให้อคินต้องผละหงายหลังออกจากจีจี้ในวินาทีที่เศษไม้และปลอกกระสุนปลิวว่อน ท่ามกลางความโกลาหลที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวนั้นเอง มีเงาร่างแกร่งพุ่งทะยานมาจากทางประตูที่เปิดอ้า วงแขนอันแข็งแรงและคุ้นเคยตวัดโอบกอดรัดรอบร่างของเรมี่เอาไว้แน่น ก่อนจะพากลิ้งหลบวิถีกระสุนเข้าไปยังมุมแผ่นผืนผ้าใบกลิ่นอายและอ้อมกอดที่คุ้นเคยนั้นทำให้หัวใจของเรมี่ที่เกือบจะหยุดเต้นกลับมาพองโตอีกครั้ง"หมอบลง!"เสียงตะโกนกร้าวของชายหนุ่มผู้มาพร้อมวงแขนอันแข็งแกร่งดังแหวกอากาศขึ้นมา เขาและกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดดำที่กรูตามเข้ามายังคงยิงเปิดทางส่งควันโขมงทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของคนจำนวนมากก็วิ่งกรูดังก้องสะท้อนไปทั่วทั้งคฤหาสน์ความโกลาหลแผ่ขยายไปทุกตารางนิ้ว เสียงปืนระเบิดซ้ำขึ้นอีกหลายนัดจากทางโถงทางเดินด้านนอกและภายในห้อง สลับกับเสียงกระจกหน้าต่างระเบียงที่แตกกระจายจากการจู่โจมรอบทิศทางเรมี่ที่ปลอดภัยอยู่ภายใต้การปกป้องของวงแขนแกร่งของรังสิมันต์..ความมืดมิดและแสงสีนวลโกเมนอันลึกลับก็ถูกทำลายลงโดยสิ้นเชิงพรึบ!ระบบควบคุมไฟทั้งหมดของคฤหาสน์ถูกกระชากเ

  • "เหลี่ยมรัก กับดักฆาตกร" (The Mastermind's Gambit)   ตอนที่61....คำสารภาพของฆาตกร

    “จำคืนที่เราสองคนสัญญาจะร่วมมือกันตลอดไปได้ไหม...เมียผม”คำพูดนั้นสะท้อนก้องในหัว หัวใจที่เคยเต็มไปด้วยความแค้นดิ่งวูบและสั่นคลอนไปกับคำหวานที่เธอเคยโหยหามาตลอดเจ็ดปีเต็ม แววตาของเธอสั่นระริกขณะที่พยายามเค้นความเด็ดเดี่ยวปนเสียงสะอื้น ขณะที่เรมี่เธอพยายามเคลื่อนไหวให้แผ่วเบาที่สุดราวกับสายลม สายตาจับจ้องไปที่ปืนพกกระบอกเล็กของเธอที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นไม้ห่างออกไปสามก้าวเรมี่ค่อย ๆ คืบคลานมือไปตามพื้นอย่างระมัดระวัง เพื่อใช้จังหวะนี้แย่งชิงอาวุธของเธอกลับคืนมาขณะเดียวกัน แรงกดดันระหว่างอคินและจีจี้ยังคงตรึงเครียด ปลายกระบอกปืนในมือของจีจี้ยังคงสั่นระริก"อย่าเข้ามานะอคิน!" จีจี้ตวาดเสียงหลง แววตาสับสนปนเปจนดูน่าสงสาร "หยุดอยู่ตรงนั้น! เลิกเล่นละครตบตาฉันสักที 7 ปีที่ผ่านมาฉันยังโง่ไม่พออีกเหรอ!"อคินหยุดเท้าลงตามคำสั่ง แต่ใบหน้าของเขายังคงประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นนุ่มนวล ราวกับชายหนุ่มที่กำลังง้อคนรักในวันวาน“ผมพูดความจริงที่อยู่ในใจผม จีจี้”เขาค่อย ๆ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นเสมออกเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และเริ่มใช้เสียงทุ้มต่ำหลอมละลายความโกรธของเธอ เหมือนอย่างที่เขาเคยทำสำเร็จมานับครั

  • "เหลี่ยมรัก กับดักฆาตกร" (The Mastermind's Gambit)   ตอนที่ 10 : พันธนาการไร้สัญญา

    บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นกว้างขวางของคฤหาสน์”ศิลาจันทร์”ที่หรูหลังงามของ อคิน ถูกตกแต่งด้วยเครื่องเรือนสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกที่ขับเน้นความมั่งคั่งและอำนาจมืด แสงไฟสีวอร์มไวท์จากโคมระย้าคริสตัลส่องกระทบลงบนร่างของเจ้าของบ้านที่เอนกายอยู่บนโซฟาหนังแท้สีดำสนิท อคิน หมุนแก้ววิสกี้ในมือช้า ๆ สายตาคมปลาบ

  • "เหลี่ยมรัก กับดักฆาตกร" (The Mastermind's Gambit)   บทที่ 9: หมากนอกตำรา กับใจที่ไร้สถานะ

    รังสิมันต์รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนลึก ๆ ในใจที่เขานิยามไม่ได้ มันไม่ใช่แค่ความโมโหที่เห็นคู่หูทำนอกแผน แต่มันคือความรู้สึก "หวงก้าง" ที่แหลมคมจนทิ่มแทงอกเขาอย่างประหลาดเขากำลังตั้งคำถามกับตัวเองอย่างบ้าคลั่งว่าความรุ่มร้อนนี้มาจากไหน ในแง่ของงาน... ใช่ เธอคือจิ๊กซอว์สำคัญที่อาจทำแผนพังพินาศแต่ลึก

  • "เหลี่ยมรัก กับดักฆาตกร" (The Mastermind's Gambit)   บทที่ 8: ที่เก่าเวลาเดิม

    ตอนที่ 8: ที่เก่าเวลาเดิม!กระสุนนัดนั้นเจาะทะลุหัวไหล่ของชายชุดดำคนแรกจนร่างกระเด็นไปกระแทกประตูรถ ความเงียบของถนนสายเปลี่ยวถูกทำลายลงด้วยเสียงสาดกระสุนและการปะทะที่ดุดัน สิมันต์ไม่ได้หลบอยู่หลังที่กำบังเหมือนคนทั่วไป แต่เขากลับเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและเป็นจังหวะ ทุกย่างก้าวคือการคำนวณ ทุกนัดที่ลั

  • "เหลี่ยมรัก กับดักฆาตกร" (The Mastermind's Gambit)   ตอนที่ 7 : รอยร้าวในเงามืด (Fractures in the Shadow)

    เรมี่ก้าวลงจากรถสปอร์ตคันหรูในชุดลำลองที่ยังคงความดูดีแบบไม่ตั้งใจ เธอขยับแว่นกันแดดขึ้นเล็กน้อยพลางมุ่งหน้าไปยังร้านกาแฟชื่อดังประจำย่านเพื่อหาอะไรดื่มให้คลายความล้าและอยากให้สมองตื่นตัวกว่านี้สักหน่อยทว่าในจังหวะที่มือกำลังจะผลักประตูสเตนเลสสีทองขรึมของร้านเข้าไปนั้น สัญชาตญาณสายลับที่ถูกฝึกมาอย

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status