Share

บทที่ 3

Author: ซานเหอ
ตอนนี้ เมื่อมองไปที่ใบหน้าของอันนา ความเกลียดชังก็พลุ่งพล่านขึ้นในอก

ร่างกายของฉันสั่นเทาเล็กน้อยเพราะอารมณ์ที่รุนแรง

ทว่าอาการสั่นเทานี้ กลับถูกอันนาเข้าใจผิดว่าเป็นความร้อนตัว

เดิมทีเธอเห็นฉันเลือดท่วมตัวก็ยังมีความหวาดกลัวอยู่บ้าง แต่ตอนนี้เอ่ยชัดถ้อยชัดคำขึ้นมา

“เจียงซาน เลิกเสแสร้งสักทีเถอะ ตอนนี้คุณสุยอวิ๋นสิงกำลังอยู่กับเจียงเนี่ยนเนี่ยน เขากำชับไว้เป็นพิเศษว่าห้ามใครไปรบกวน เขาฝากฉันมาบอกเธอคำเดียวว่า: ให้มันพอดีหน่อย อย่าทำให้สถานการณ์มันดูแย่นักเลย”

“เขาบอกว่าเดิมทีเขาไม่จำเป็นต้องใจร้ายขนาดนี้ แต่เป็นเพราะเธอขี้อิจฉาและชอบก่อเรื่องวุ่นวายเอง ถึงขั้นกล้าแกล้งทำเป็นบาดเจ็บสาหัสแบบนี้ อนาคตถ้าลูกโตขึ้นมาแล้วรู้ว่าแม่ตัวเองเป็นคนบ้าคลั่งไร้สติแบบนี้ เธอจะให้ลูกคิดยังไง”

พออันนาพูดจบ สีหน้าของเจ้าพ่อก็เต็มไปด้วยรังสีอำมหิต

แต่อันนากลับไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอคือใคร

เธอชี้หน้าเจ้าพ่อที่ยังไม่มีเวลาได้เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วหัวเราะเยาะ

“เจียงซาน ผู้ชายสกปรกคนนี้เป็นใครกัน อย่าบอกนะว่าพอรู้ว่าแกล้งป่วยไม่ได้ผล ก็เลยคิดจะหาผู้ชายข้างถนนมาประชดให้คุณสุยอวิ๋นสิงหึงน่ะ เธอนี่ไม่เลือกกินจริง ๆ”

“ถ้าฉันเอาเรื่องนี้ไปบอกคุณสุยอวิ๋นสิง ว่าเธอท้องโตขนาดนี้แล้วยังมามั่วสุมกับคนจรจัดแบบนี้ เธอทายสิว่าเขาจะสับเธอเป็นชิ้น ๆ ให้หมากิน หรือจะโยนลงทะเลให้ปลากิน”

พูดจบ อันนาก็หัวเราะออกมาอย่างได้ใจ เธอคิดเองเออเองว่ามองทุกอย่างทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว

ก็ในเมื่อตอนนี้เสื้อผ้าของเจ้าพ่อเปื้อนเลือดดูซอมซ่อ แตกต่างจากภาพลักษณ์ของผู้ยิ่งใหญ่ที่เธอจินตนาการไว้ราวฟ้ากับเหว

เธอเลยเข้าใจผิดคิดว่าเจ้าพ่อผู้ยิ่งใหญ่ คือชู้รักของฉัน!

เสียงแค่นหัวเราะเย็นชาขัดจังหวะเสียงหัวเราะของเธอ

ทหารสองนายพุ่งเข้ามาจับอันนากดลงกับพื้นทันที

จนกระทั่งปากกระบอกปืนเย็นเฉียบจ่อที่หน้าผาก เธอถึงได้ตระหนักด้วยความหวาดกลัวว่าตัวเองเหมือนจะไปกระตุกหนวดเสือเข้าให้แล้ว

เธอกำลังจะอ้าปากขอร้องชีวิต แต่ก็ถูกพานท้ายปืนกระแทกเข้าที่ปากอย่างแรง แล้วถูกลากตัวออกไป

“ตีขาของเธอให้หัก แล้วขังไว้ ถ่ายรูปส่งไปให้สุยอวิ๋นสิงดู” น้ำเสียงของเจ้าพ่อเย็นเยียบ “ให้มันมาที่นี่ด้วยตัวเอง ฉันอยากจะรู้นักว่าสุยอวิ๋นสิงมีธุระสำคัญอะไรกันแน่ ถึงทำให้มันกล้าทิ้งคุณเจียงซานไว้แบบไม่ไยดี!”

ฉันสังเกตเห็นคำเรียกขานที่เจ้าพ่อใช้เรียกฉันทันที

ไม่ใช่ ‘ภรรยาของสุยอวิ๋นสิง’ อีกต่อไป แต่เป็น ‘คุณเจียงซาน’

นี่แหละคือผลลัพธ์ที่ฉันต้องการ

ในสายตาของเจ้าพ่อ เส้นแบ่งได้ถูกขีดไว้อย่างชัดเจนแล้ว

ฉันคือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเขา

ส่วนสุยอวิ๋นสิง เป็นเพียงคนทรยศที่กำลังจะถูกคิดบัญชี

การเดินหมากเสี่ยงตายครั้งนี้ ไม่สูญเปล่าจริง ๆ...

ฉันถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัด

เมื่อได้สติกลับมาอีกครั้ง พยาบาลที่เฝ้าอยู่ข้างเตียงก็ค่อย ๆ พยุงตัวฉันลุกขึ้น

“คุณเจียงซานคะ เรื่องที่เจ้าพ่อถูกลอบทำร้ายสะเทือนไปถึงระดับสูงของตระกูล ท่านเลยต้องรีบกลับไปจัดการที่ศูนย์ใหญ่ก่อนค่ะ” เธอกระซิบแจ้งข่าว “แต่ก่อนไปท่านกำชับไว้เป็นพิเศษว่าขอให้คุณพักรักษาตัวอยู่ที่นี่อย่างสบายใจ ท่านบอกว่ารอจัดการธุระเสร็จเรียบร้อยแล้ว ท่านจะมาเยี่ยมคุณด้วยตัวเองค่ะ”

ฉันพยักหน้ารับ

จากความทรงจำในชาติที่แล้ว เหตุการณ์ลอบสังหารเจ้าพ่อสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในโลกใต้ดินจริง ๆ

ในเวลาต่อมาตระกูลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก

และสุยอวิ๋นสิงก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งหลังจากสถานการณ์สงบลงแล้ว

ในเมื่อตอนนี้เจ้าพ่อมีเรื่องต้องจัดการมากมายขนาดนั้น การที่เขายังจำฉันได้ ก็ถือว่าหาได้ยากแล้ว

สิ่งที่ฉันต้องทำในตอนนี้ คือการรอคอยอย่างอดทน

พอจิตใจเริ่มสงบลง ฉันกำลังจะเอ่ยปาก แต่จู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากด้านนอกประตู

ยังไม่ทันจะได้เห็นหน้าคนมาเยือน——

เพียะ!

ฝ่ามือหนัก ๆ ก็ฟาดลงบนหน้าฉันฉาดใหญ่

สุยอวิ๋นสิง

ใบหน้าของเขาทะมึนตึง สายตาเย็นชานั้นจ้องเขม็งมาที่ฉัน

“เจียงซาน เธอนี่มันจิตใจอำมหิตจริง ๆ ถึงขั้นกล้าลงมือทำร้ายอันนาเพื่อเรียกให้ฉันมาหาเลยเหรอ!”

“เธอรู้ไหมว่าพอเจียงเนี่ยนเนี่ยนรู้ว่าอันนาขาหัก เธอร้องไห้เสียใจขนาดไหน! ทำไมเธอถึงกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้ ฉันเสียใจจริง ๆ ที่แต่งงานกับเธอ!”

แก้มของฉันเจ็บแสบร้อนผ่าว ฉันเงยหน้ามองเขา ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ:

“งั้นเหรอ งั้นก็หย่ากันเถอะ”

ฉันสูดจมูก กลั้นน้ำตาเอาไว้

ประโยคนี้ ฉันเก็บกดมานานเหลือเกิน

เดิมทีฉันตั้งใจจะรอให้เจ้าพ่อลงโทษเขาเสียก่อนค่อยพูด

แต่ตอนนี้ ฉันรับไม่ไหวแล้วจริง ๆ

ความเจ็บปวดในชาติก่อน ความอัปยศในชาตินี้

มันทับถมกันชั้นแล้วชั้นเล่า กดทับลงกลางอกจนฉันหายใจไม่ออก

คำว่า ‘หย่า’ ที่หลุดออกมาจากปากฉัน ดูจะเหนือความคาดหมายของสุยอวิ๋นสิงไปมาก

เขาจ้องมองฉัน สีหน้าเย่อหยิ่งยะโสสั่นคลอนไปชั่วขณะหนึ่ง

ขณะที่ฉันพยายามจะคาดเดาปฏิกิริยาของเขา เจียงเนี่ยนเนี่ยนก็เดินเข้ามา

เธอจงใจดึงคอเสื้อให้ต่ำลง เผยให้เห็นรอยจูบสดใหม่บนไหปลาร้าอย่างชัดเจน

เห็นได้ชัดว่าแม้แต่เหตุการณ์ลอบสังหารที่สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่ววงการมืดก็ไม่อาจขัดอารมณ์สุนทรีย์ของพวกเขาได้

ทันทีที่เธอปรากฏตัว ในสายตาของสุยอวิ๋นสิงก็มองไม่เห็นคนอื่นอีกต่อไป

เขาโอบเอวเจียงเนี่ยนเนี่ยนไว้อย่างรักใคร่

มือข้างที่เพิ่งตบหน้าฉันฉาดใหญ่ กลับสัมผัสเธอด้วยความทะนุถนอมอย่างที่สุด

“คุณมาทำอะไรที่นี่ โรงพยาบาลเชื้อโรคเยอะ คุณน่าจะรอผมอยู่ที่บ้านสิ

ขอบตาของเจียงเนี่ยนเนี่ยนแดงก่ำ เธอส่ายหน้าเบา ๆ

“สุยอวิ๋นสิงคะ ที่บ้านมันเงียบเกินไป ฉันแค่อยากเจอหน้าคุณเร็ว ๆ”

“แต่ยังไม่ทันก้าวเข้าประตูมาก็ได้ยินพวกคุณทะเลาะกัน...เพราะฉันหรือเปล่าคะ ถ้าฉันสร้างความลำบากใจให้ ฉันจะไปจากตระกูลเอง”

“ขอแค่ให้คุณสองคนมีความสุขด้วยกันได้ ฉันยอมทนลำบากหน่อยก็ไม่เป็นไร”

พูดจบ น้ำตาของเธอก็ร่วงเผาะลงมา

สุยอวิ๋นสิงปวดใจจนแทบทนไม่ไหว เขากระซิบปลอบโยนเธอเบา ๆ

“เพราะเจียงซานทำเกินไปต่างหาก ผู้หญิงบ้า ๆ แบบนี้ ไม่คู่ควรเป็นภรรยาของผม ไม่คู่ควรจะเป็นแม่คนด้วย”

“รอให้ลูกคลอดออกมาเมื่อไหร่ ผมจะถอนสิทธิ์การเลี้ยงดูของเธอทันที ต้องให้คุณเลี้ยงดูเท่านั้น ผมถึงจะวางใจได้จริง ๆ”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เอาท้องรับระเบิด มองเขาคลุ้มคลั่ง   บทที่ 10

    ครึ่งปีต่อมาแสงแดดของซิซิลียังคงเจิดจ้าแสบตาฉันสวมชุดเดรสยาวกำมะหยี่สีดำ ยืนอยู่หน้าป้ายหลุมศพใหม่ในสุสานของตระกูลบนป้ายไม่มีชื่อ มีเพียงตัวอักษรเล็ก ๆ สลักไว้แถวหนึ่ง:“แด่นางฟ้าตัวน้อยที่ไม่เคยได้พบหน้า”ฉันวางช่อกุหลาบขาวไว้หน้าป้าย ปลายนิ้วลูบไล้หินอ่อนเย็นเยียบรูโหว่ในใจไม่ได้สมานจนสนิท แต่เลือดหยุดไหลแล้วเวลาคือยาวิเศษเสียงฝีเท้าหนักแน่นดังมาจากด้านหลังไม่ต้องหันไปมอง ฉันก็รู้ว่าเป็นใครเสื้อสูทที่มีไออุ่นจากร่างกายคลุมลงบนไหล่ของฉัน“ลมแรงนะ”เสียงของเจ้าพ่อดังขึ้นเหนือศีรษะฉันกระชับเสื้อคลุม กลิ่นซิการ์และโคโลญจน์ที่เขาใช้ประจำทำให้รู้สึกอุ่นใจ“ข่าวจากเขตเหมืองแร่”เขายื่นเอกสารให้ฉันปึกหนึ่ง น้ำเสียงราบเรียบเหมือนกำลังพูดเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไปฉันเปิดเอกสารดูหน้าแรกเป็นรูปถ่ายใบหนึ่งสุยอวิ๋นสิงที่เคยองอาจอวดดี มองโลกไม่เห็นหัวใคร ตอนนี้ผอมจนหนังหุ้มกระดูกตัวเขาเต็มไปด้วยฝุ่นถ่านสีดำและแผลพุพอง กำลังคุกเข่าเลียรองเท้าผู้คุมเหมือนสุนัข เพื่อแลกกับขนมปังขึ้นราครึ่งก้อนแววตาขุ่นมัวเหม่อลอย ไม่เหลือเค้าโครงเดิมแม้แต่น้อยส่วนเจียงเนี่ยนเนี่ยนยิ่งน

  • เอาท้องรับระเบิด มองเขาคลุ้มคลั่ง   บทที่ 9

    คืนฝนตก ณ ร้านอาหาร ‘หลุยส์’ ในย่านบรูคลินรถลินคอล์นสีดำจอดเทียบที่หน้าประตูฉันกับเจ้าพ่อลงจากรถโดยไม่มีบอดี้การ์ดติดตามพอผลักประตูเข้าไป ร้านถูกเคลียร์คนออกจนหมด เหลือเพียงโต๊ะอาหารตัวเดียวที่มีหัวหน้าตระกูลศัตรู——มอเร็ตติกับผู้ติดตามหนึ่งคนนั่งอยู่เขากำลังยัดเนื้อวัวติดเลือดชิ้นโตเข้าปาก ท่าทางการกินดูตะกละตะกลามผู้ติดตามของมอเร็ตติเข้ามาขวางพวกเราไว้ "ขอความร่วมมือตรวจค้นร่างกายด้วยครับ"เจ้าพ่อกางแขนออก ปล่อยให้อีกฝ่ายตรวจค้นแต่โดยดีหลังจากยืนยันว่าไม่มีอะไรผิดปกติ บอดี้การ์ดก็หันมามองฉันมอเร็ตติเช็ดคราบมันที่มุมปาก ส่งเสียงหัวเราะน่ารังเกียจออกมา "สำหรับสุภาพสตรีท่านนี้ เดี๋ยวฉันค้นเอง"แววตาของเจ้าพ่อเย็นเยียบขึ้นทันที จังหวะที่กำลังจะลงมือ ฉันก็กดมือเขาไว้ฉันเดินหน้านิ่งเข้าไปหา ปล่อยให้มืออวบอ้วนของมอเร็ตติลูบคลำไปตามเสื้อโค้ทตัวนอกสายตาของเขาชวนให้อาเจียน แต่ฉันกลับมองเขาเหมือนมองศพไร้วิญญาณร่างหนึ่ง"เชิญนั่ง" มอเร็ตติค้นตัวเสร็จก็กลับไปนั่งที่เก้าอี้อย่างพึงพอใจพวกเราเองก็นั่งลงเช่นกันมอเร็ตติเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาก่อน เนื้อหาไม่มีอะไรมากไปกว่าต้องการเ

  • เอาท้องรับระเบิด มองเขาคลุ้มคลั่ง   บทที่ 8

    ฉันหันกลับไปมองทหารสองนายที่ยืนรอคำสั่งอยู่หน้าประตู——พวกเขาคือผู้เชี่ยวชาญที่รับผิดชอบเรื่องการกำจัด ‘ขยะ’ ของตระกูลโดยเฉพาะ บนใบหน้าสวมหน้ากากสีดำ ในมือหิ้วกล่องเครื่องมือหนักอึ้ง“ส่งพวกเขาไปที่เหมืองกำมะถันทางตอนใต้ของซิซิลี”พอได้ยินคำว่า ‘เหมืองกำมะถัน’ สุยอวิ๋นสิงและเจียงเนี่ยนเนี่ยนต่างก็สูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ด้วยความหวาดกลัวคนงานเหมืองที่นั่นส่วนใหญ่เป็นสมาชิกแก๊งมาเฟียที่ทำความผิดร้ายแรง หรือไม่ก็นักพนันที่ไม่มีปัญญาใช้หนี้ที่นั่นคือนรกบนดินของจริง ทั้งความร้อนระอุ แก๊สพิษ และการใช้แรงงานเยี่ยงทาสทั้งวันทั้งคืนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด“ไม่! เจียงซาน! เธอทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้นะ! ฉันเป็นสามีของเธอนะ!” สุยอวิ๋นสิงร้องไห้คร่ำครวญอย่างสิ้นหวัง“อดีตสามีต่างหาก” ฉันพูดแก้ “อีกอย่าง ในเมื่อคุณเจียงเนี่ยนเนี่ยนชอบเล่นละครนัก ก็ให้เธอไปแสดงละครให้พวกคนงานเหมืองดูเถอะ ฉันเชื่อว่าคนงานพวกนั้นคงยินดีมากที่มีผู้หญิงสวย ๆ แบบเธอไปแสดงให้ดูทุกวัน”“ไม่!” เสียงกรีดร้องของเจียงเนี่ยนเนี่ยนโหยหวนบาดหู เธอกระแทกกรงเหล็กอย่างบ้าคลั่ง “พวกแกทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้นะ! ตระกูลของฉันต้องส่งคนมาช่วยฉั

  • เอาท้องรับระเบิด มองเขาคลุ้มคลั่ง   บทที่ 7

    อากาศภายในห้องใต้ดินขุ่นมัว เต็มไปด้วยกลิ่นสนิม เชื้อรา และกลิ่นคาวหวานที่ชวนให้อาเจียน“ไม่...เป็นไปไม่ได้!” เจียงเนี่ยนเนี่ยนกรีดร้อง นิ้วมือจิกเกาะลูกกรงเหล็กแน่นจนเล็บฉีกขาดก็ยังไม่รู้สึกตัว “ฉันถูกใส่ร้ายนะ! นังสารเลวอันนาโกหก! หล่อนอิจฉาฉัน! เจียงซาน เธอห้ามเชื่อคำพูดของคนบ้านะ!”ฉันยืนอยู่นอกกรงเหล็ก สวมเสื้อโค้ทแคชเมียร์สีดำหนาหนักที่เจ้าพ่อให้คนนำมาให้เป็นพิเศษ เพื่อกันความหนาวเย็นในห้องใต้ดินฉันมองดูเจียงเนี่ยนเนี่ยน ราวกับกำลังมองดูหนูที่ดิ้นรนเฮือกสุดท้ายอยู่บนกับดัก“อันนาจะเป็นบ้าหรือไม่ ในบันทึกการสอบสวนเขียนไว้ชัดเจนแล้ว”ฉันล้วงเอกสารปึกหนึ่งที่มีรอยเลือดติดอยู่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ท แล้วโยนเข้าไปในกรงเหล็กกระดาษกระจายเกลื่อนแทบเท้าของเจียงเนี่ยนเนี่ยน บนนั้นบันทึกประวัติการโทรและการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างเธอกับตระกูลศัตรูไว้อย่างละเอียดยิบ“เธอคิดว่าลบประวัติในมือถือแล้วทุกอย่างจะจบหรือไง เครือข่ายการสื่อสารของซิซิลีอยู่ภายใต้การจับตามองของตระกูลมาตลอด ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีใครตรวจสอบเธอ เพราะเธอเป็นแค่คนไร้ตัวตนที่ไม่มีใครสนใจ แต่พอคิดจะตรวจสอบขึ้นมา แม้แต

  • เอาท้องรับระเบิด มองเขาคลุ้มคลั่ง   บทที่ 6

    เจ้าพ่อมองชายหญิงที่ต่างฝ่ายต่างกัดกันเองคู่นี้ด้วยสายตารังเกียจเขาเก็บปืนแล้วโบกมือให้ลูกน้องทหารร่างกำยำหลายนายพุ่งเข้ามา ลากสุยอวิ๋นสิงกับเจียงเนี่ยนเนี่ยนขึ้นมาเหมือนลากหมาตาย“พาพวกมันไปที่ห้องสอบสวน ฉันจะสอบสวนด้วยตัวเอง”เจ้าพ่อเดินไปถึงประตูแล้วหยุดฝีเท้า หันกลับมามองฉัน“คุณเจียงซาน คุณเป็นที่ปรึกษาของตระกูล เรื่องนี้คุณมีสิทธิ์ตัดสินใจ รอให้แผลดีขึ้นหน่อย คุณค่อยมาตัดสินความเป็นความตายของพวกเขา”ฉันมองแผ่นหลังของพวกเขาที่ถูกลากออกไป ในใจกลับไม่มีความสะใจอย่างที่จินตนาการไว้ลูกของฉันไม่อยู่แล้ว ต่อให้เอาชีวิตพวกเขาก็แลกชีวิตลูกฉันคืนมาไม่ได้หลายวันต่อมา ฉันให้ความร่วมมือกับหมอในการรักษาตัวเจ้าพ่อมาเยี่ยมฉันทุกวัน และนำข่าวมาบอกการก่อการร้ายครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่ศัตรูซื้อตัวคนในตระกูลและหนอนบ่อนไส้คนนั้น ก็คืออันนาอันนารับสารภาพหมดเปลือกตอนถูกสอบสวน ที่เธอทำลายรถฉันและล่อทีมคุ้มกันออกไปในวันที่เกิดเรื่อง ทั้งหมดเป็นคำสั่งของเจียงเนี่ยนเนี่ยนเจียงเนี่ยนเนี่ยนไม่ใช่เพื่อนสมัยเด็กผู้ใสซื่ออะไร แต่เป็นหมากที่ตระกูลศัตรูส่งเข้ามาเธอใช้ความหลงตัวเองแ

  • เอาท้องรับระเบิด มองเขาคลุ้มคลั่ง   บทที่ 5

    มือของสุยอวิ๋นสิงชะงักค้างกลางอากาศ ปากกระบอกปืนยังคงจ่อที่ขมับของฉันแต่คอของเขาเหมือนเฟืองที่ขึ้นสนิม ค่อย ๆ หันกลับไปมองอย่างติดขัดทันทีที่เห็นหน้าผู้มาเยือน เลือดในกายของเขาราวกับถูกสูบออกจนหมด ใบหน้าที่เคยอวดดีซีดเผือดลงในพริบตา“เจ้า...เจ้าพ่อ?”ปืนในมือของสุยอวิ๋นสิงร่วงลงพื้นเสียงดัง ‘เคร้ง’“ท่านมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ”เห็นได้ชัดว่าเจียงเนี่ยนเนี่ยนยังจับต้นชนปลายไม่ถูกเธอไม่เคยพบชายผู้กุมอำนาจโลกใต้ดินแห่งซิซิลีในตำนานคนนี้มาก่อนในสายตาของเธอ เขาเป็นเพียงนักเลงกระจอกที่สวมเสื้อเชิ้ตเปื้อนเลือดและดูดุร้ายเท่านั้นเจียงเนี่ยนเนี่ยนย่นจมูกด้วยความรังเกียจ ยังคงคล้องแขนสุยอวิ๋นสิงอย่างออดอ้อน“สุยอวิ๋นสิงคะ ผู้ชายคนนี้เป็นใครกัน ทำไมเลือดท่วมตัวแบบนี้ สกปรกจะตายไป หรือว่าเจียงซานจ้างนักแสดงมาอีกแล้วเหรอคะ”“เพียะ—!”เสียงตบหน้าฉาดใหญ่ดังสนั่นไปทั่วห้องผู้ป่วยคนลงมือไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นสุยอวิ๋นสิงนั่นเองฝ่ามือนี้ตบลงไปเต็มแรง จนหน้าของเจียงเนี่ยนเนี่ยนหันไปอีกทาง เลือดซึมออกมาที่มุมปาก“หุบปาก! อยากตายก็อย่าลากผมไปด้วย!”สุยอวิ๋นสิงตวาดลั่น น้ำเสียงสั่นเครื

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status