LOGINครึ่งปีต่อมาแสงแดดของซิซิลียังคงเจิดจ้าแสบตาฉันสวมชุดเดรสยาวกำมะหยี่สีดำ ยืนอยู่หน้าป้ายหลุมศพใหม่ในสุสานของตระกูลบนป้ายไม่มีชื่อ มีเพียงตัวอักษรเล็ก ๆ สลักไว้แถวหนึ่ง:“แด่นางฟ้าตัวน้อยที่ไม่เคยได้พบหน้า”ฉันวางช่อกุหลาบขาวไว้หน้าป้าย ปลายนิ้วลูบไล้หินอ่อนเย็นเยียบรูโหว่ในใจไม่ได้สมานจนสนิท แต่เลือดหยุดไหลแล้วเวลาคือยาวิเศษเสียงฝีเท้าหนักแน่นดังมาจากด้านหลังไม่ต้องหันไปมอง ฉันก็รู้ว่าเป็นใครเสื้อสูทที่มีไออุ่นจากร่างกายคลุมลงบนไหล่ของฉัน“ลมแรงนะ”เสียงของเจ้าพ่อดังขึ้นเหนือศีรษะฉันกระชับเสื้อคลุม กลิ่นซิการ์และโคโลญจน์ที่เขาใช้ประจำทำให้รู้สึกอุ่นใจ“ข่าวจากเขตเหมืองแร่”เขายื่นเอกสารให้ฉันปึกหนึ่ง น้ำเสียงราบเรียบเหมือนกำลังพูดเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไปฉันเปิดเอกสารดูหน้าแรกเป็นรูปถ่ายใบหนึ่งสุยอวิ๋นสิงที่เคยองอาจอวดดี มองโลกไม่เห็นหัวใคร ตอนนี้ผอมจนหนังหุ้มกระดูกตัวเขาเต็มไปด้วยฝุ่นถ่านสีดำและแผลพุพอง กำลังคุกเข่าเลียรองเท้าผู้คุมเหมือนสุนัข เพื่อแลกกับขนมปังขึ้นราครึ่งก้อนแววตาขุ่นมัวเหม่อลอย ไม่เหลือเค้าโครงเดิมแม้แต่น้อยส่วนเจียงเนี่ยนเนี่ยนยิ่งน
คืนฝนตก ณ ร้านอาหาร ‘หลุยส์’ ในย่านบรูคลินรถลินคอล์นสีดำจอดเทียบที่หน้าประตูฉันกับเจ้าพ่อลงจากรถโดยไม่มีบอดี้การ์ดติดตามพอผลักประตูเข้าไป ร้านถูกเคลียร์คนออกจนหมด เหลือเพียงโต๊ะอาหารตัวเดียวที่มีหัวหน้าตระกูลศัตรู——มอเร็ตติกับผู้ติดตามหนึ่งคนนั่งอยู่เขากำลังยัดเนื้อวัวติดเลือดชิ้นโตเข้าปาก ท่าทางการกินดูตะกละตะกลามผู้ติดตามของมอเร็ตติเข้ามาขวางพวกเราไว้ "ขอความร่วมมือตรวจค้นร่างกายด้วยครับ"เจ้าพ่อกางแขนออก ปล่อยให้อีกฝ่ายตรวจค้นแต่โดยดีหลังจากยืนยันว่าไม่มีอะไรผิดปกติ บอดี้การ์ดก็หันมามองฉันมอเร็ตติเช็ดคราบมันที่มุมปาก ส่งเสียงหัวเราะน่ารังเกียจออกมา "สำหรับสุภาพสตรีท่านนี้ เดี๋ยวฉันค้นเอง"แววตาของเจ้าพ่อเย็นเยียบขึ้นทันที จังหวะที่กำลังจะลงมือ ฉันก็กดมือเขาไว้ฉันเดินหน้านิ่งเข้าไปหา ปล่อยให้มืออวบอ้วนของมอเร็ตติลูบคลำไปตามเสื้อโค้ทตัวนอกสายตาของเขาชวนให้อาเจียน แต่ฉันกลับมองเขาเหมือนมองศพไร้วิญญาณร่างหนึ่ง"เชิญนั่ง" มอเร็ตติค้นตัวเสร็จก็กลับไปนั่งที่เก้าอี้อย่างพึงพอใจพวกเราเองก็นั่งลงเช่นกันมอเร็ตติเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาก่อน เนื้อหาไม่มีอะไรมากไปกว่าต้องการเ
ฉันหันกลับไปมองทหารสองนายที่ยืนรอคำสั่งอยู่หน้าประตู——พวกเขาคือผู้เชี่ยวชาญที่รับผิดชอบเรื่องการกำจัด ‘ขยะ’ ของตระกูลโดยเฉพาะ บนใบหน้าสวมหน้ากากสีดำ ในมือหิ้วกล่องเครื่องมือหนักอึ้ง“ส่งพวกเขาไปที่เหมืองกำมะถันทางตอนใต้ของซิซิลี”พอได้ยินคำว่า ‘เหมืองกำมะถัน’ สุยอวิ๋นสิงและเจียงเนี่ยนเนี่ยนต่างก็สูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ด้วยความหวาดกลัวคนงานเหมืองที่นั่นส่วนใหญ่เป็นสมาชิกแก๊งมาเฟียที่ทำความผิดร้ายแรง หรือไม่ก็นักพนันที่ไม่มีปัญญาใช้หนี้ที่นั่นคือนรกบนดินของจริง ทั้งความร้อนระอุ แก๊สพิษ และการใช้แรงงานเยี่ยงทาสทั้งวันทั้งคืนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด“ไม่! เจียงซาน! เธอทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้นะ! ฉันเป็นสามีของเธอนะ!” สุยอวิ๋นสิงร้องไห้คร่ำครวญอย่างสิ้นหวัง“อดีตสามีต่างหาก” ฉันพูดแก้ “อีกอย่าง ในเมื่อคุณเจียงเนี่ยนเนี่ยนชอบเล่นละครนัก ก็ให้เธอไปแสดงละครให้พวกคนงานเหมืองดูเถอะ ฉันเชื่อว่าคนงานพวกนั้นคงยินดีมากที่มีผู้หญิงสวย ๆ แบบเธอไปแสดงให้ดูทุกวัน”“ไม่!” เสียงกรีดร้องของเจียงเนี่ยนเนี่ยนโหยหวนบาดหู เธอกระแทกกรงเหล็กอย่างบ้าคลั่ง “พวกแกทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้นะ! ตระกูลของฉันต้องส่งคนมาช่วยฉั
อากาศภายในห้องใต้ดินขุ่นมัว เต็มไปด้วยกลิ่นสนิม เชื้อรา และกลิ่นคาวหวานที่ชวนให้อาเจียน“ไม่...เป็นไปไม่ได้!” เจียงเนี่ยนเนี่ยนกรีดร้อง นิ้วมือจิกเกาะลูกกรงเหล็กแน่นจนเล็บฉีกขาดก็ยังไม่รู้สึกตัว “ฉันถูกใส่ร้ายนะ! นังสารเลวอันนาโกหก! หล่อนอิจฉาฉัน! เจียงซาน เธอห้ามเชื่อคำพูดของคนบ้านะ!”ฉันยืนอยู่นอกกรงเหล็ก สวมเสื้อโค้ทแคชเมียร์สีดำหนาหนักที่เจ้าพ่อให้คนนำมาให้เป็นพิเศษ เพื่อกันความหนาวเย็นในห้องใต้ดินฉันมองดูเจียงเนี่ยนเนี่ยน ราวกับกำลังมองดูหนูที่ดิ้นรนเฮือกสุดท้ายอยู่บนกับดัก“อันนาจะเป็นบ้าหรือไม่ ในบันทึกการสอบสวนเขียนไว้ชัดเจนแล้ว”ฉันล้วงเอกสารปึกหนึ่งที่มีรอยเลือดติดอยู่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ท แล้วโยนเข้าไปในกรงเหล็กกระดาษกระจายเกลื่อนแทบเท้าของเจียงเนี่ยนเนี่ยน บนนั้นบันทึกประวัติการโทรและการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างเธอกับตระกูลศัตรูไว้อย่างละเอียดยิบ“เธอคิดว่าลบประวัติในมือถือแล้วทุกอย่างจะจบหรือไง เครือข่ายการสื่อสารของซิซิลีอยู่ภายใต้การจับตามองของตระกูลมาตลอด ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีใครตรวจสอบเธอ เพราะเธอเป็นแค่คนไร้ตัวตนที่ไม่มีใครสนใจ แต่พอคิดจะตรวจสอบขึ้นมา แม้แต
เจ้าพ่อมองชายหญิงที่ต่างฝ่ายต่างกัดกันเองคู่นี้ด้วยสายตารังเกียจเขาเก็บปืนแล้วโบกมือให้ลูกน้องทหารร่างกำยำหลายนายพุ่งเข้ามา ลากสุยอวิ๋นสิงกับเจียงเนี่ยนเนี่ยนขึ้นมาเหมือนลากหมาตาย“พาพวกมันไปที่ห้องสอบสวน ฉันจะสอบสวนด้วยตัวเอง”เจ้าพ่อเดินไปถึงประตูแล้วหยุดฝีเท้า หันกลับมามองฉัน“คุณเจียงซาน คุณเป็นที่ปรึกษาของตระกูล เรื่องนี้คุณมีสิทธิ์ตัดสินใจ รอให้แผลดีขึ้นหน่อย คุณค่อยมาตัดสินความเป็นความตายของพวกเขา”ฉันมองแผ่นหลังของพวกเขาที่ถูกลากออกไป ในใจกลับไม่มีความสะใจอย่างที่จินตนาการไว้ลูกของฉันไม่อยู่แล้ว ต่อให้เอาชีวิตพวกเขาก็แลกชีวิตลูกฉันคืนมาไม่ได้หลายวันต่อมา ฉันให้ความร่วมมือกับหมอในการรักษาตัวเจ้าพ่อมาเยี่ยมฉันทุกวัน และนำข่าวมาบอกการก่อการร้ายครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่ศัตรูซื้อตัวคนในตระกูลและหนอนบ่อนไส้คนนั้น ก็คืออันนาอันนารับสารภาพหมดเปลือกตอนถูกสอบสวน ที่เธอทำลายรถฉันและล่อทีมคุ้มกันออกไปในวันที่เกิดเรื่อง ทั้งหมดเป็นคำสั่งของเจียงเนี่ยนเนี่ยนเจียงเนี่ยนเนี่ยนไม่ใช่เพื่อนสมัยเด็กผู้ใสซื่ออะไร แต่เป็นหมากที่ตระกูลศัตรูส่งเข้ามาเธอใช้ความหลงตัวเองแ
มือของสุยอวิ๋นสิงชะงักค้างกลางอากาศ ปากกระบอกปืนยังคงจ่อที่ขมับของฉันแต่คอของเขาเหมือนเฟืองที่ขึ้นสนิม ค่อย ๆ หันกลับไปมองอย่างติดขัดทันทีที่เห็นหน้าผู้มาเยือน เลือดในกายของเขาราวกับถูกสูบออกจนหมด ใบหน้าที่เคยอวดดีซีดเผือดลงในพริบตา“เจ้า...เจ้าพ่อ?”ปืนในมือของสุยอวิ๋นสิงร่วงลงพื้นเสียงดัง ‘เคร้ง’“ท่านมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ”เห็นได้ชัดว่าเจียงเนี่ยนเนี่ยนยังจับต้นชนปลายไม่ถูกเธอไม่เคยพบชายผู้กุมอำนาจโลกใต้ดินแห่งซิซิลีในตำนานคนนี้มาก่อนในสายตาของเธอ เขาเป็นเพียงนักเลงกระจอกที่สวมเสื้อเชิ้ตเปื้อนเลือดและดูดุร้ายเท่านั้นเจียงเนี่ยนเนี่ยนย่นจมูกด้วยความรังเกียจ ยังคงคล้องแขนสุยอวิ๋นสิงอย่างออดอ้อน“สุยอวิ๋นสิงคะ ผู้ชายคนนี้เป็นใครกัน ทำไมเลือดท่วมตัวแบบนี้ สกปรกจะตายไป หรือว่าเจียงซานจ้างนักแสดงมาอีกแล้วเหรอคะ”“เพียะ—!”เสียงตบหน้าฉาดใหญ่ดังสนั่นไปทั่วห้องผู้ป่วยคนลงมือไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นสุยอวิ๋นสิงนั่นเองฝ่ามือนี้ตบลงไปเต็มแรง จนหน้าของเจียงเนี่ยนเนี่ยนหันไปอีกทาง เลือดซึมออกมาที่มุมปาก“หุบปาก! อยากตายก็อย่าลากผมไปด้วย!”สุยอวิ๋นสิงตวาดลั่น น้ำเสียงสั่นเครื







