Compartir

บทที่ 8

last update Fecha de publicación: 2026-08-04 01:45:47

บทที่ 8

เสียงพูดคุยกันเจื้อยแจ้วของผู้คนดังเข้ามาในโสตประสาทของหญิงสาวที่เพิ่งฟื้นตัวขึ้น ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรและสลบเหมือดไปเมื่อไหร่

ทว่าสิ่งที่เธอจำได้เป็นอย่างดีนั้นก็คือคนที่ทำให้เธอต้องตกมาอยู่ในสภาพแบบนี้!

ผ้าพันแผลสีขาวแปะติดอยู่กับบริเวณที่เธอเจ็บแสบตามร่างกาย ถึงแม้จะมีพอมีแรงขยับร่างกายแต่มันก็สร้างความปวดร้าวจากความระบมช้ำอยู่ดี

สภาพนางเอกเบอร์หนึ่งในตอนนี้แทบจะดูไม่ได้ เธอไม่ต่างอะไรจากมันมี่เลยสักนิด และแน่นอนว่าเธอจะไม่มีทางให้อภัยคนอย่างตาลุงนั่นเด็ดขาด มิหนำซ้ำยังต้องโดนมากกว่านี้ข้อหาทำให้เธอต้องเสียโฉม

คอยดูเลยว่าคนอย่างข้าวโพดทำอะไรกับแค่ตาลุงขี้เมาได้บ้าง

"อะ โอ๊ย..." แต่เพียงแค่หยัดกายลุกขึ้นจากเตียงคนไข้ เธอก็แทบจะทรุดลงนอนที่เดิมแล้ว

"จะไปไหน"

เสียงทุ้มที่คุ้นเคยเอ่ยถาม ข้าวโพดรีบหันขวับไปยังข้างเตียงที่ตอนนี้มีเฮียธงนั่งเฝ้าดูอาการของเธอตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่ทราบได้

แต่เธอไม่ต้องการเห็นหน้าเขา และไม่ต้องการให้มารับผิดชอบหรือแสดงความเป็นห่วงในสิ่งที่ตัวเองทำลงไปอย่างสิ้นคิด เหอะ!

"นี่คุณ จะมาแกล้งอะไรฉันอีกล่ะ แค่นี้สภาพฉันยังน่าเกลียดไม่พออีกเหรอ" เธอฉอดใส่โดยที่ไม่คิดจะฟังความอีกฝ่าย

"หยุด!" เฮียธงตวาดขึ้น "ฉันก็กำลังรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ จะเรียกค่าเสียหายยังไงก็ว่ามา"

เธอแค่นหัวเราะกับคำพูดของเขาพลางมองไปรอบตัวก็ได้พบว่าที่นี่เป็นเพียงแค่สถานีอนามัย ไม่ใช่โรงพยาบาลที่มีเครื่องมือแพทย์เพียงพอที่จะรักษาคนอย่างเธอ เนี่ยน่ะเหรอ... สิ่งที่คนอยากรับผิดชอบเลือกทำ

เขาแทบจะไม่ลงทุนอะไรเลยด้วยซ้ำ แค่โรงพยาบาลในตัวเมืองเขาก็ยังไม่พาเธอไปที่นั่น

"จะให้ฉันกล้าเรียกค่าเสียหายได้ยัง แค่โรงพยาบาลดี ๆ คุณยังพาฉันไปไม่ได้" เธอกัดฟันแน่น

"ที่ฉันพาเธอมาอนามัยก็เพราะให้หมอที่นี่รักษาอาการเบื้องต้นก่อน ถ้าเธอเป็นอะไรมากกว่านี้ฉันก็พร้อมจะพาไปส่งโรงพยาบาลในตัวเมืองอยู่แล้ว" เฮียธงพยายามอธิบายแต่ดูเหมือนว่าความโกรธที่ปะปนมากับความโมโหของหญิงสาวจะทำให้เธอหน้ามืดตามัวจนไม่อยากรับฟัง

เธอเป็นถึงคนมีชื่อเสียงโด่งดัง ต่อให้จะเป็นแผลเพียงเล็กน้อยเขาก็ไม่ควรจะรับผิดชอบเธอด้วยการพามาสถานที่ที่ความพร้อมไม่มีเลยแบบนี้

มือเรียวกำชายผ้าห่มไว้แน่น สายตาจ้องเขม็งไปที่อีกฝ่าย แม้เขาจะดูสงบนิ่งมากกว่าครั้งที่ผ่านมาแต่ก็ใช่ว่าจะยอมให้เธอระเบิดอารมณ์ใส่อยู่ฝ่ายเดียว

"คุณเองก็รู้ดีว่าฉันเป็นใคร ถ้าอยากจะมีความรับผิดชอบมากนักก็ช่วยเลือกหาที่ให้มันดีกว่านี้หน่อยเถอะ!"

สิ้นประโยค เฮียธงก็หยัดกายขึ้นเต็มความสูงด้วยอารมณ์ที่โกรธจัด ใช่! เธอเป็นดาราที่โด่งดังข้อนั้นเขารู้ดี แต่เพราะเธอมีคำพูดที่ไม่ให้เกียรติและไม่เกรงใจคนอื่นแบบนี้เขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำดีเพื่อเป็นการขอโทษเธอเช่นเดียวกัน

เขาจ้องเขม็งกลับคืนมาที่หญิงสาว ก่อนถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่แสดงถึงความไม่พอใจใส่เธอ และมันราวกับว่าเขากำลังชั่งใจกับบางอย่างที่จะพูดออกมา

ปกติเขาเป็นคนที่พูดอะไรโดยไร้การกลั่นกรอง ทว่าคราวนี้กลับไม่เป็นเหมือนอย่างที่ผ่านมา อาจจะเพราะว่าความจริงแล้วเฮียธงกำลังกลัวอะไรบางอย่างจากเธออยู่ก็ได้...

แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ความคิดชั่ววูบ เพราะสุดท้ายเขาก็พูดมันออกมาจนได้

“กลับวิมานของเธอไปเถอะ จะมาเดินเหยียบขี้ควายให้มันเหม็นเหมือนนิสัยเธอทำไม!” เขาตวาดใส่เสียงดังลั่นห้องพักพื้น

ข้าวโพดนิ่งชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่จะรู้สึกถึงความชาวาบที่ใบหน้าสวยของตัวเอง

แต่เธอเองก็ไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมายืนว่าฉอด ๆ แบบนี้หรอกนะ

“เหอะ! ที่นี่ก็บ้านฉัน เลิกเอานิสัยเน่า ๆ ของตัวเองมาตัดสินคนอื่นสักที! “

”ก็เพราะไม่ยอมรับความจริงแบบนี้ไง ถึงได้เป็นดาราตกอับซมซานกลับมาซบอกคนบ้านนอก น่าสมเพช! “

เธอเหมือนถูกตบหน้าด้วยคำพูดที่แทงใจดำเข้าอย่างจัง ไม่รู้ว่าคำพูดอีกฝ่ายกลั่นกรองออกมาจากสมองส่วนไหนถึงได้ทำร้ายเธอได้มากขนาดนี้ อีกอย่างที่ผ่านมาเขาก็เป็นฝ่ายเข้ามาหาเรื่องเธอก่อนด้วยซ้ำ หากต่างคนต่างอยู่เฉย ๆ ก็คงไม่ต้องมาตบตีกันให้เสียเวลาเปล่า

แต่ในเมื่อเธอไม่ได้ผิด มีเหรอที่จะยอมปล่อยให้คนอย่างเฮียธงมาต่อว่าอยู่ฝ่ายเดียว เขาก็ต้องรู้ว่าคนอย่างเธอนั้นก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน

"ถ้าคุณไม่คิดจะรับผิดชอบตั้งแต่แรกก็กลับไปเถอะ ฉันเองก็ไม่อยากจะเสวนากับคุณเหมือนกัน" เธอว่าพลางเชิดหน้าหนี

"หึ! สุดท้ายที่ฉันพูดมามันก็เป็นความจริงที่เธอไม่อยากยอมรับ" เฮียธงว่าพลางหยิบเงินจำนวนหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ "ในนี้มีหนึ่งแสน ถ้าไม่พอก็ไปตะโกนขอส่วนบุญที่หน้าบ้านก็แล้วกัน"

เธอไม่ได้สะท้านอะไรกับเงินของเขาเลยด้วยซ้ำ เพราะสำหรับเธอก็แค่เศษเงินน้อยนิดที่จะหามาใช้เมื่อไหร่ก็ได้ แต่มันน่าเจ็บใจตรงที่ไม่เคยมีใครเอาเงินมาฟาดหัวเธอเหมือนที่เขากำลังทำนี่ไงล่ะ!

"เอาเงินของคุณกลับไปเถอะ ไม่ถึงครึ่งของเงินที่ฉันได้รับต่อวันเลยด้วยซ้ำ!"

"ได้ ไม่มีปัญหา" เฮียธงเก็บเงินไว้ที่เดิม "แต่อย่ามาเรียกร้องคืนนะ เพราะฉันไม่รับผิดชอบอะไรเกี่ยวกับเธออีกแล้ว"

ข้าวโพดขบกรามแน่นเพื่อพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองไม่ให้มีเรื่องกับอีกฝ่ายมากไปกว่านี้ แค่เจ็บตัวมันก็มากเกินพอแล้วหากต้องมาปวดหัวกับเรื่องแบบนี้เพิ่มอีกมีหวังอีกนานที่แผลเธอจะหายดี

ขณะที่ทั้งสองกำลังฟาดฟันกันด้วยสายตานั้น หญิงสาวคนหนึ่งที่ข้าวโพดไม่คุ้นหน้าคุ้นตาเสียเท่าไหร่ก็เดินเข้ามาภายในห้องพักฟื้นของเธอ

"เฮียธงขา~ อยู่นี่นี่เองส้มจี๊ดตามหาตั้งนาน" หญิงสาวที่มาใหม่เกาะแขนเฮียธงแน่นราวกับลูกลิงลพบุรี

แม้ว่าการแต่งหน้าของเธอนั้นจะไม่ต่างกันก็ตาม

"มื้อนี้เฮียยุ่งหลาย ส้มจี๊ดไปถ่าอยู่เฮือนก่อนเด้อ" เขากระซิบกับส้มจี๊ดเบา ๆ

(วันนี้เฮียยุ่งมาก ส้มจี๊ดไปรอที่บ้านก่อนนะ)

"เป็นหยังคือกลับนำกันบ่ได้ ส้มจี๊ดฮ้อนบ่อยากซ้อนมอไซค์แล้วเด่" เธอออดอ้อน

ข้าวโพดที่เห็นภาพที่ไม่น่าอภิรมย์เท่าไหร่นักก็แอบเบ้ปากอยู่คนเดียวเงียบ ๆ ทว่าก็ดูเหมือนจะไม่หลุดรอดสายตาของเฮียธงไปได้

"ให้บักต้องไปส่งเด้อ เฮียขอจั๊กคราวเดียว คืนนี้สิจัดชุดใหญ่ให้อยู่ดอก" เขาว่าพลางรั้งเอวคอดของส้มจี๊ดเข้ามาใกล้

(ให้ไอ้ต้องไปส่งนะ เฮียขออีกแป๊บนึง คืนนี้จะจัดชุดใหญ่ให้เลย)

ช่างเป็นคำพูดและการกระทำที่น่าขนลุกเสียจริง แหวะ...!

ส้มจี๊ดยอมเดินออกไป แต่ก็ไม่วายที่จะหันมาถลึงตาใส่เธอเพราะความหึงหวง

"นี่! บิ๊กอายใหญ่จนจะเห็นแต่ตาดำแล้ว ไม่กลัวคนคิดว่าเป็นผีเหรอ"

"ว๊าย! มึงตบกับกูบ่ เอาบ่!" ส้มจี๊ดทำท่าจะวิ่งเข้ามาข้าวโพด ทว่าเฮียธงก็รั้งตัวเธอเอาไว้ได้ทัน

(ว๊าย! มึงตบกับกูไหม เอาไหม!)

"ส้มจี๊ด บ่ต้องไปสนใจซ่ำผีบ้านิ เซา ๆ "

(ส้มจี๊ด ไม่ต้องไปสนใจแค่ผีบ้า หยุดเลย)

ส้มจี๊ดชี้หน้าเธออย่างคาดโทษ ข้าวโพดก็ใช่ว่าจะยอมสาวสก๊อยนั้นง่าย ๆ เธอแลบลิ้นใส่เป็นการยียวนไปหนึ่งครั้งก่อนที่อีกฝ่ายจะยอมเดินออกจากห้องพักฟื้นของเธอไป

"ถ้ามีธุระก็กลับไปสิ จะมายืนเหม็นเหล้าอยู่ตรงนี้ทำไม" เธอว่าอย่างไม่มองหน้า

“ฉันยังมีอีกเรื่องที่ต้องทำ ถือเป็นการรับผิดชอบเธอครั้งสุดท้าย"

เธอปรายสายตามองเล็กน้อย

"อะไร?"

"หมอให้กลับบ้านได้แล้ว ฉันจะไปส่งเธอเอง"

คงเป็นเรื่องที่เธอปฏิเสธได้ยาก เพราะตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าคำแพงจะกลับไปแล้ว ส่วนต้องก็ไปส่งส้มจี๊ด และเธอก็อยู่กับเขา...

แม้มันยากที่จะต้องทำใจยอมรับ แต่เธอก็ต้องยอมลดอีโก้ลงเพื่อที่จะได้กลับบ้านอย่างสะดวกที่สุด

"ก็ได้!" เธอสะบัดผม

"ก็ลุกขึ้นมาจะได้กลับสักที อันนี้ยาที่หมอสั่งให้" เขายื่นถุงยาให้เธอ

ข้าวโพดรับสิ่งนั้นมาโดยที่ไม่แม้แต่จะมองหน้าอีกฝ่าย ถ้าหากจบเรื่องนี้รับรองว่าเธอจะไม่ยื่นขาเข้าไปยุ่งกับเขาเลยแม้แต่ข้างเดียว!

เธอพยุงร่างบอบบางที่เจ็บช้ำของตัวเองลุกขึ้นจากเตียงคนไข้ แต่กว่าที่ขาจะแตะพื้นก็ใช้เวลาอยู่หลายนาที อีกฝ่ายก็ได้แต่ยืนมองอยู่อย่างนั้นไม่คิดจะเข้ามาให้ความช่วยเหลือเธอแม้แต่น้อย

แต่เธอก็เข้าใจได้ว่าคนแล้งน้ำใจอย่างเขาไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยใครง่าย ๆ อยู่แล้ว

"โอ๊ย..."

จู่ ๆ ร่างกายของเธอก็ทรุดฮวบลงอย่างไม่ทันตั้งตัว ทว่าเฮียธงก็เข้ามาประคองเอาไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะล้มลงไปซ้ำแผลเดิม

ทันทีที่เขาสัมผัสเรือนร่างของเธออีกครั้งทั้งสองสายตาก็ประสานเข้าหากันอย่างพอดี เป็นครั้งแรกที่เขายอมใช้ความอ่อนโยนที่แอบซ่อนไว้มานานเพื่อช่วยเธอในครั้งนี้

แม้จะรู้ตัวว่าหัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะแต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยเธออยู่ดี

"นี่ ปล่อยฉันได้แล้ว ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย"

ข้าวโพดรีบเด้งตัวขึ้นมาอัตโนมัติเมื่อรู้ว่าเหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้ได้ใกล้ชิดกันอย่างไม่ได้ตั้งใจ

เฮียธงยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระแต่โดยดีถึงมันจะเป็นแค่การอวดเก่งของเธอเท่านั้น ข้าวโพดไม่ได้ต้องการให้เขามาทำดีกับเธอเพราะสุดท้ายมันก็ไม่อาจจะลบล้างสิ่งที่เขาเคยทำได้

เธอตั้งปฏิญาณตนเอาไว้แล้วว่าจะไม่มีทางให้อภัยเขาเด็ดขาดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เธอยอมเป็นศัตรูคู่แค้นกับเขาจนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่งเลย คอยดูเถอะ!!

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 11

    บทที่ 11"ยายอ้อย เอ็มร้อยห้าขวด!" เสียงโหวกเหวกของเฮียธงดังขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่แดดร้อนจัดจนหลายคนต้องหาที่หลบเพื่อพักจากงานกลางแจ้ง เฮียธงเองก็เช่นกันถึงจะรวยมีเงินมากมายแต่สำหรับเขางานก็คือส่วนสำคัญในชีวิตที่เขาขาดไม่ได้ส่วนที่หลบแดดที่ใกล้มากที่สุดในตอนนี้ก็คือร้านขายของยายอ้อย ถึงแม้จะถัดไปอีกสามหลังก็จะถึงบ้านเขาแล้วก็ตาม"ซื้อน่อยแท้ คนไปไสเบิ่ด" ยายอ้อยยื่นถุงใส่ขวดเครื่องดื่มชูกำลังให้พร้อมเอ่ยถาม(ซื้อน้อยจัง คนไปไหนหมด) "ในเมืองมีงานกะเลยให้สุมรถสไลด์ไปซอย เหลือซ่ำนี้ล่ะ" เขาว่าพร้อมชะเง้อหาใครบางคน(ในเมืองมีงานก็เลยให้พวกรถสไลด์ไปช่วย เหลือแค่นี้แหละ)ยายอ้อยเห็นถึงความผิดปกติก็รับรู้ได้ทันทีว่าเขามาหาลูกสาวของเธอ ทว่าในตอนที่อากาศร้อนแบบนี้ข้าวโพดไม่มีทางโผล่ออกมาให้เขาได้เห็นตัวง่าย ๆ อีกอย่างแผลของเธอก็ยังไม่ดีขึ้น จะเดินจะเหินอะไรก็เป็นไปได้ยากยายอ้อยระบายยิ้มก่อนจะเอ่ยบอก "บ่ต้องไปแนมหามันดอก มันนอนเว่น คำแพงเอาข้าวเอาน้ำมาส่งตอนเซ่ากะบ่เห็นลงมาเลยเด้" (ไม่ต้องไปมองหาหรอก มันนอนกลางวัน คำแพงเอาข้าวเอาน้ำมาให้ตอนเช้ายังไม่เห็นลงมาเลย)เฮียธงที่โดนจับได้ก็ถึงกลั

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 10

    บทที่ 10เป็นครั้งแรกที่ข้าวโพดรู้สึกว่านอนเต็มอิ่มที่สุดตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ เธออาจจะหลับใหลไปเพราะฤทธิ์ยาก็จริงทว่าเมื่อคืนไม่มีเสียงดังรบกวนการพักผ่อนของเธอเลยสักนิด ยิ่งทำให้เธอพักผ่อนได้สบายใจมากกว่าเดิมวันนี้เธอไม่ต้องลงไปช่วยแม่ขายของที่หน้าร้านเพราะแม่อยากให้เธอรักษาตัวให้ดีขึ้น ยิ่งขาของเธอเป็นส่วนที่เจ็บมากที่สุดก็ไม่อยากให้เดินไปไหนมาไหนจนมันช้ำระบมกว่าเดิม ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะเธอจะได้ไม่ต้องเจอหน้าใครบางคนที่ตอนนี้เธอเกลียดชังเขาเข้าไส้แม้แต่เสียงที่ทำให้รำคาญหูก็ไม่ต้องการได้ยิน เหอะ! ยิ่งนึกถึงก็ยิ่งโมโห ถ้าหากเธอหายดีเมื่อไหร่รับรองว่าเฮียธงได้รับการเอาคืนอย่างสาสมแน่!ระหว่างที่เธอกำลังนึกแผนจัดการกับเฮียธงอยู่นั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ข้าวโพดปรายสายตามองเล็กน้อยก่อนจะเห็นว่าเป็นชื่อเพื่อนสนิทในวงการตั้งแต่เกิดเรื่องเธอก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจากใครเลยสักคน นี่คงจะเป็นสายแรกจากคนเมืองกรุงที่ให้ความเป็นห่วงกับเธอมากที่สุด"ว่าไงยัยนีน่า"'เป็นยังไงบ้าง ยัยเมเปิ้ลเล่นงานแกหนักขนาดนี้เลยเหรอ' น้ำเสียงของอีกฝ่ายดูวิตกอย่างเห็นได้ชัดทุกคนในค่ายก็รู้ดีว่าเมเปิ้

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 9

    บทที่ 9รถกระบะยกสูงของเฮียธงจอดนิ่งสนิทที่หน้าร้านขายของประจำหมู่บ้าน ยายอ้อยรีบวิ่งออกมาทันทีเมื่อรู้ว่านั่นคือเฮียธงกับลูกสาวของเธอ คำแพงเอาเรื่องที่ข้าวโพดเกิดอุบัติเหตุมาบอกให้แม่ของเธอรู้ก่อนแล้ว และไม่ลืมที่จะแอบฟ้องด้วยว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็เป็นเพราะเฮียธง ถ้าหากเขาใจเย็นกับเธออีกสักหน่อย ข้าวโพดก็ไม่ต้องกลายเป็นมัมมี่แบบนี้"เป็นจั่งได๋แนหล่า เจ็บหลายบ่" แม่ว่าพลางลูบศีรษะลูกสาวอย่างเป็นห่วง(เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บมากไหม)เฮียธงที่เดินตามมาที่หลังเขาก็แสดงสีหน้ารู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่เป็นต้นเหตุในครั้งนี้ แต่กระนั้นก็ไม่มีใครกล้าต่อว่าเขาได้เท่ากับเธอเลยสักคน"ขอโทษเด้อแม่ใหญ่อ้อย ข่อยบ่คึดว่ามันสิปานนี้" เขายกมือไหว้ขอโทษอย่างจริงใจ(ขอโทษนะยายอ้อย ผมไม่คิดว่าจะเป็นหนักขนาดนี้)หญิงสาวปรายสายตามองเขาอย่างไม่สบอารมณ์มากนัก ความไม่ได้ตั้งใจของเขามันพรากโอกาสการทำงานหลาย ๆ อย่างของเธอไป โดยที่ไม่รู้เลยว่าจะหายดีพร้อมทำงานอีกเมื่อไหร่"หนูเข้าห้องก่อนนะแม่" เธอว่าเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินหายเข้าไปด้านหลังร้านเฮียธงมองตามเธอไปจนสุดสายตา ก่อนจะหันกลับมายื่นเงินก้อนเดิมให้กับแม่ของ

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 8

    บทที่ 8เสียงพูดคุยกันเจื้อยแจ้วของผู้คนดังเข้ามาในโสตประสาทของหญิงสาวที่เพิ่งฟื้นตัวขึ้น ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรและสลบเหมือดไปเมื่อไหร่ทว่าสิ่งที่เธอจำได้เป็นอย่างดีนั้นก็คือคนที่ทำให้เธอต้องตกมาอยู่ในสภาพแบบนี้!ผ้าพันแผลสีขาวแปะติดอยู่กับบริเวณที่เธอเจ็บแสบตามร่างกาย ถึงแม้จะมีพอมีแรงขยับร่างกายแต่มันก็สร้างความปวดร้าวจากความระบมช้ำอยู่ดีสภาพนางเอกเบอร์หนึ่งในตอนนี้แทบจะดูไม่ได้ เธอไม่ต่างอะไรจากมันมี่เลยสักนิด และแน่นอนว่าเธอจะไม่มีทางให้อภัยคนอย่างตาลุงนั่นเด็ดขาด มิหนำซ้ำยังต้องโดนมากกว่านี้ข้อหาทำให้เธอต้องเสียโฉมคอยดูเลยว่าคนอย่างข้าวโพดทำอะไรกับแค่ตาลุงขี้เมาได้บ้าง"อะ โอ๊ย..." แต่เพียงแค่หยัดกายลุกขึ้นจากเตียงคนไข้ เธอก็แทบจะทรุดลงนอนที่เดิมแล้ว"จะไปไหน" เสียงทุ้มที่คุ้นเคยเอ่ยถาม ข้าวโพดรีบหันขวับไปยังข้างเตียงที่ตอนนี้มีเฮียธงนั่งเฝ้าดูอาการของเธอตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่ทราบได้แต่เธอไม่ต้องการเห็นหน้าเขา และไม่ต้องการให้มารับผิดชอบหรือแสดงความเป็นห่วงในสิ่งที่ตัวเองทำลงไปอย่างสิ้นคิด เหอะ!"นี่คุณ จะมาแกล้งอะไรฉันอีกล่ะ แค่นี้สภาพฉันยังน่าเกลียดไม่

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 7

    บทที่ 7"นี่ พูดดี ๆ นะ คิดเหรอว่าฉันจะไม่กล้าทำอะไรผู้หญิงอย่างเธอ" เฮียธงชี้หน้าเธอพร้อมกับสายตาที่แข็งกร้าว ความโกรธจัดที่ทำให้เลือดแทบจะขึ้นหน้านั้นไม่ได้ทำให้หญิงสาวสะเทือนเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังกล้ายิ้มเย้ยหยันราวกับเป็นการท้าทายทั้งสองผู้ร่วมชะตาอย่างคำแพงและต้องจิกเกร็งเท้าจนตะคริวแทบจะกิน นี่มันไฟกับน้ำมันมาเจอกันชัด ๆ "แล้วจะทำอะไรล่ะ?" เธอเลิกคิ้ว "จะจับฉันโยนลงไปในบ่อโคลนเหรอ" เธอปรายสายตาไปยังบ่อโคลนที่ตอนนี้มีควายตัวเล็กกำลังนอนเกลือกกลิ้งไปมาอย่างสบายใจ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าตอนนี้กำลังพูดท้าทายกับใครอยู่ คนอย่างเฮียธงยอมได้ทุกอย่างยกเว้นเวลาที่โดนพูดจาท้าทายเพราะมันดูเหมือนเป็นการเหยียดหยามศักดิ์ศรีและความกล้าของเขา แค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างเธอทำไมเขาถึงจะไม่กล้าทำ มันง่ายนิดเดียวที่จะทำให้เธอลงไปอยู่กับควายในบ่อโคลนนั้น การที่เธอแต่งตัวแบบนี้มาก็อาจจะแปลว่าเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้อยู่แล้วสินะ...เฮียธงขัดใจใครไม่เป็นเสียด้วยสิเขาสะบัดผ้าขาวม้าที่อยู่บนบ่าออกก่อนจะสาวเท้ามุ่งตรงมาหาหญิงสาวที่ยังคงยืนเชิดหน้าชูตาอยู่ราวกับที่นี่เป็นวิมานเก่าของเธอเสียอย่างนั้น แต่

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 6

    บทที่ 6เช้านี้ไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่นักสำหรับข้าวโพดที่ได้นอนเวลาตีสามตรงเป๊ะ นั่นก็เพราะกว่าวงเหล้าของเฮียธงจะเลิกก็ปาเข้าไปตีสามครึ่ง เธอทนฟังจนสลบไสลไปเองกระทั่งแม่เข้ามาปลุกในตอนหกโมงตรงให้ไปช่วยเปิดร้าน เพราะว่าเช้านี้แม่จะไปทำบุญกับเหล่าป้า ๆ ยาย ๆ ที่วัดซึ่งไม่ไกลจากตัวบ้านมากนัก และในเช้าที่วุ่นวายแบบนี้หน้าร้านของเธอก็ต้องทำงานแข่งกับเวลาจนไม่มีเวลาให้พักข้าวโพดที่ไม่ค่อยรู้เรื่องราคาของในร้านมากนักก็ขายผิดถูกไปบ้าง คนที่เข้าใจก็ปล่อยผ่าน ทว่าก็มีบางคนที่ไม่พอใจพร้อมสบถด่า ยอมรับตามตรงว่าเธอก็เสียความรู้สึกไม่น้อย แน่นอนสิ มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียดเป็นธรรมดา และเธอก็มองเห็นสายตาเกลียดชังนั้นอย่างชัดเจน“อันนี้เท่าได๋เกาะจ้า” เสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เธอสวมเสื้อยืดธรรมดากับผ้าถุงเพียงเท่านั้น ทว่าความสวยสง่ากลับทะลุเสื้อผ้าที่เธอใส่อย่างน่าแปลก(อันนี้เท่าไหร่เหรอจ๊ะ)“สามสิบบาทจ้ะ ใส่ถุงไหม” เธอยิ้ม“บ่เป็นหยังจ้า” หญิงสาวรับของกลับมา ทว่าสีหน้ากลับดูเหมือนมีคำถาม “เอ่อ… อันนี้ข้าวโพดแม่นบ่?”(เอ่อ… นี่ข้าวโพดใช่ไหม?)ข้าวโพดเหลือบตามองคนตรงหน้าอีกครั้ง เธอไม่ได้สงสั

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status