LOGINบทที่ 11
"ยายอ้อย เอ็มร้อยห้าขวด!" เสียงโหวกเหวกของเฮียธงดังขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่แดดร้อนจัดจนหลายคนต้องหาที่หลบเพื่อพักจากงานกลางแจ้ง เฮียธงเองก็เช่นกันถึงจะรวยมีเงินมากมายแต่สำหรับเขางานก็คือส่วนสำคัญในชีวิตที่เขาขาดไม่ได้ ส่วนที่หลบแดดที่ใกล้มากที่สุดในตอนนี้ก็คือร้านขายของยายอ้อย ถึงแม้จะถัดไปอีกสามหลังก็จะถึงบ้านเขาแล้วก็ตาม "ซื้อน่อยแท้ คนไปไสเบิ่ด" ยายอ้อยยื่นถุงใส่ขวดเครื่องดื่มชูกำลังให้พร้อมเอ่ยถาม (ซื้อน้อยจัง คนไปไหนหมด) "ในเมืองมีงานกะเลยให้สุมรถสไลด์ไปซอย เหลือซ่ำนี้ล่ะ" เขาว่าพร้อมชะเง้อหาใครบางคน (ในเมืองมีงานก็เลยให้พวกรถสไลด์ไปช่วย เหลือแค่นี้แหละ) ยายอ้อยเห็นถึงความผิดปกติก็รับรู้ได้ทันทีว่าเขามาหาลูกสาวของเธอ ทว่าในตอนที่อากาศร้อนแบบนี้ข้าวโพดไม่มีทางโผล่ออกมาให้เขาได้เห็นตัวง่าย ๆ อีกอย่างแผลของเธอก็ยังไม่ดีขึ้น จะเดินจะเหินอะไรก็เป็นไปได้ยาก ยายอ้อยระบายยิ้มก่อนจะเอ่ยบอก "บ่ต้องไปแนมหามันดอก มันนอนเว่น คำแพงเอาข้าวเอาน้ำมาส่งตอนเซ่ากะบ่เห็นลงมาเลยเด้" (ไม่ต้องไปมองหาหรอก มันนอนกลางวัน คำแพงเอาข้าวเอาน้ำมาให้ตอนเช้ายังไม่เห็นลงมาเลย) เฮียธงที่โดนจับได้ก็ถึงกลับทำสีหน้าไม่ถูก ต่อให้เขาจะปฏิเสธไปมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเพราะการมาที่นี่ของเขาไม่ใช่เพียงแค่มาหลบแดดหรือซื้อของเท่านั้น เขาเตรียมของฝากมาเพื่อไถ่โทษให้เธอด้วย... ต่อให้เธอไม่ได้ต้องการความรับผิดชอบจากเขาแล้ว แต่เฮียธงก็ไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้ เขารู้สึกผิดกับการกระทำสิ้นคิด และไม่ได้อยากรับผิดชอบเพียงแค่เงินแสนให้มันจบไป เพราะเงินนั้นคนอย่างเธอสามารถหามาได้เองอยู่แล้ว แต่ความจริงใจจากคนทำผิดนี่สิ หากเป็นคนอื่นมันคงหาได้ยาก... "ซั่นเบาะ" (งั้นเหรอ) "มีหยังบ่ล่ะ ข่อยสิบอกมันให้" (มีอะไรเหรอ ฉันจะบอกมันให้) "บ่มีหยังดอก กะแค่สิฝากของ..." (ไม่มีอะไรหรอก แค่จะฝากของ...) เฮียธงหยุดชะงักเมื่อเห็นร่างบอบบางของหญิงสาวที่เขากำลังมองหาเดินลงมาจากชั้นสองของบ้านโดยมีคำแพงช่วยประคองเป็นอย่างดี เธอเองก็หลุดชะงักเช่นเดียวกันที่เห็นว่าเขาอยู่ที่นี่ ทั้งที่ไม่ได้อยากให้เขาเข้ามาเหยียบที่หน้าบ้านของเธอเลยสักนิด ถึงจะเป็นแค่เพียงในฐานะของลูกค้าเธอก็ไม่ได้สนใจเลยด้วยซ้ำ หากเขาไม่ซื้อเพียงแค่คนเดียวก็ไม่ได้ทำให้ร้านของเธอเจ๊งหรอก! "แค่สิฝากของให้ลูกสาวเจ้าเป็นการขอโทษซ่ำนั้นล่ะ" เฮียธงยื่นถุงบางอย่างให้ยายอ้อยแม้ว่ายังคงมองไปที่หญิงสาวอย่างไม่วางสายตา เธอได้ยินทุกอย่างชัดเจน แต่ก็เลือกที่จะทำเป็นหูทวนลมเพราะไม่อยากรับของจากคนอย่างเขาเลยสักนิด ต่อให้มันจะแพงสมฐานะดาราเบอร์หนึ่งของเธอก็ตาม "เอ้า ๆ ขอบใจแทนมันหลายเด้อ" ยายอ้อยรับพร้อมกับส่งยิ้มกว้างให้กับความใจดีของเฮียธง เธอจ้องมองการกระทำของเขาและไม่ได้สนใจว่าสิ่งนั้นจะคืออะไร แต่การที่ได้เห็นหน้าระรื่นของเขาในวันนี้มันก็ยิ่งทำให้ความแค้นในใจของเธอลุกโชนขึ้นราวกับสุมไฟ แต่ก็รู้ดีอยู่แก่ใจ หากต่อว่าไปก็คงจะไร้ประโยชน์ "อย่าลืมกินด้วยล่ะ ที่กรุงเทพไม่มีของแบบนี้ให้กินหรอก" เขาตะโกนผ่านยายอ้อยไปเพื่อบอกคนด้านหลังที่กำลังยืนมองเขาราวกับมีอะไรจะพูดมากมาย ข้าวโพดกระตุกยิ้มเล็กน้อยพร้อมแค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ เธอเลือกที่จะเดินไปทางด้านหลังบ้านและไม่ตอบรับคำพูดของเขาเลยสักนิด ซึ่งเฮียธงก็พอจะรู้ตัวดีอยู่แล้วว่าต่อให้ทำดีกับเธอมากแค่ไหน สุดท้ายข้าวโพดก็ปฏิเสธความตั้งใจของเขาอยู่ดี ก็ช่าง... เขาไม่ได้สนใจมากขนาดนั้น หลังจากงานทุกอย่างเขาของเสร็จสรรพเฮียธงก็กลับเข้ามาพักผ่อนภายในห้องทำงานส่วนตัว โดยที่วันนี้ไม่มีสาว ๆ มาคอยปรนนิบัติให้อย่างเคยนั่นก็เพราะทั้งวันเขาแทบจะไม่มีความต้องการเรื่องนั้นเลยสักนิด แม้ว่าจะเหนื่อยและอยากผ่อนคลายแค่ไหนก็ตาม เขากลับเขาแค่นั่งจ้องโทรศัพท์เพื่อหาข่าวสารของนางเอกเบอร์หนึ่งของประเทศไทยอย่าง ข้าวโพด ที่ผ่านมาเขาเคยได้ยินเพียงชื่อเสียงของเธอ ทว่าไม่รู้เลยว่ามีผลงานอะไรบ้างและเพราะอะไรกันที่ทำให้เธอกลับมาอยู่ที่บ้านเกิดแบบนี้ ดาราที่มีงานท่วมตัวอย่างเธอหากไม่มีความจำเป็นจริง ๆ ก็คงไม่กลับมาซบอกคนที่นี่ได้ "มือที่สาม?" เขาทวนข้อความที่อ่าน เขาไม่อยากจะเชื่อกับเนื้อความที่อ่านของสำนักข่าวต่าง ๆ ทุกอย่างราวกับการใส่ร้ายป้ายสีอย่างโจ่งแจ้ง แต่กลับไม่มีการออกมาอธิบายของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว เธอหายไปจากข่าวนั้นเงียบ ๆ โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าเธออยู่ที่ไหนหรือทำอะไรอยู่ ชาวเน็ตโจมตีเธอเข้ามาหลายช่องทาง ถึงแม้ว่าจะมีคนเข้าใจและเข้าข้างเธอบ้างแต่มันก็เป็นเพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้น เธอต้องเจอผลกระทบที่ยากเกินกว่าจะรับมือไหว ทว่าเธอกลับมีรอยยิ้มที่แสดงออกมาเมื่อมาอยู่ที่นี่ เขาไม่รู้เลยว่าเธอใช้ชีวิตอยู่กับโลกมารยาที่โหดร้ายอย่างนั้นได้อย่างไร นั่นทำให้สิ่งที่เขาเคยพูดกระทบจิตใจของเธอ มันหวนกลับคืนมาในความคิดอีกครั้ง เธอมาที่นี่ก็เพื่อต้องการพักหัวใจจากเรื่องที่เธอต้องพบเจอมาทั้งหมดต่างหาก... คืนนั้นเฮียธงเอาแต่คิดเรื่องของเธอจนนอนไม่หลับ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความรู้สึกอะไรถึงทำให้เขาอยากขอโทษเธอในเรื่องต่าง ๆ ที่เคยมองเธอเป็นคนไม่ดี มองเธอเป็นผู้หญิงที่แสนเย่อหยิ่งเพราะสังคมที่เธอต้องเข้าไปใช้ชีวิตอยู่เพราะเรื่องงาน เขาไม่เคยเข้าใจเลยสักนิด จวบจนรุ่งเช้าก็ยังคิดไม่ตกกับเรื่องที่ค้างคาอยู่ในใจ เฮียธงไปซื้อของที่ร้านยายอ้อยอีกครั้ง ทว่าคราวนี้เขากลับไปเจอกับหญิงสาวที่นั่งอยู่บริเวณไม้หินอ่อนหน้าบ้านตามลำพังโดยที่เธอก็รับรู้ถึงการมาของเขา ทว่าก็ไม่ได้หันมาสนใจตามประสาของคนที่ไม่ชอบหน้า แต่คนที่ไม่ชอบหน้ากัน ก็คงไม่กินของที่เขาอุตส่าห์ตั้งใจซื้อมาฝากหรอก ถูกไหม... เฮียธงทิ้งตัวนั่งลงตรงหน้าข้าวโพดทั้งที่เธอไม่ได้เชิญชวนเขา หญิงสาวกลอกสายตามองบนก่อนจะพรูลมหายใจออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ "อร่อยไหม" เขาเอ่ยถามน้ำเสียงเรียบ "ไม่" เธอตอบ เขาแค่หัวเราะ "ขนาดไม่อร่อยยังกินจะหมดแล้ว ถ้าอร่อยก็คงไปขอร้องให้ฉันซื้อให้เพิ่มแล้วใช่ไหมล่ะ" "แหวะ อย่าหลงตัวเองหน่อยเลยตาลุงขี้เมา" เธอเบ้ปากพลางกินขนมนั้นไปด้วย "แล้ว... ขาเป็นยังไงบ้าง" ข้าวโพดเงียบไป เธอไม่อยากเอ่ยถึงอาการเจ็บปวดให้กับคนที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้ฟังเสียเท่าไหร่ อยากจะลืมเรื่องนั้นไปเสียด้วยซ้ำ "ก็เจ็บเหมือนเดิม" น้ำเสียงเธออ่อนลง "ถ้าอาการไม่ดีขึ้นฉันพาไปหาหมอได้นะ" "หึ! เอาเวลาไปให้อีหนูน้อยหนูใหญ่ของลุงเหอะ อย่ามายุ่งกับชีวิตฉันให้มากนักเลย" สำหรับเขาไม่คิดว่านั่นคือการขับไล่ แต่มันไม่ต่างอะไรจากลูกแมวที่กำลังขู่ฟ่อ ๆ เลยสักนิด ความน่ากลัวยังไม่ถึงครึ่งลูกหมาที่เขาเลี้ยงเอาไว้ "แต่ถ้าเธอมาเป็นอีกหนูของฉันอีกคนก็น่าสนนะ" เฮียธงเลิกคิ้วอย่างยียวน นั่นยิ่งทำให้ข้าวโพดปรี๊ดแตกกับเขาอีกรอบเพราะมันราวกับเป็นการเหยียดหยามผู้หญิงอย่างเธอ ที่ไม่ได้มีรสนิยมชอบใช้ผู้ชายร่วมกับคนอื่น เธอถลึงตาใส่ก่อนจะหยัดตัวขึ้นเต็มความสูงและลืมความเจ็บไปชั่วขณะ "นี่! ถ้าไม่ซื้อของก็กลับไปเลยไป คิดเอาไว้แล้วว่าคนอย่างคุณน่ะมันเปลี่ยนนิสัยกะล่อนไม่ได้หรอก" เฮียธงระเบิดเสียงหัวเราะร่าอย่างชอบใจที่การกลั่นแกล้งของเขาวันนี้นั้นสำเร็จตามอย่างใจหวัง เขาเดินออกไปจากรั้วบ้านเธออย่างสบายใจโดยที่ไม่หันกลับมามองหญิงสาวที่กำลังเดือดดาลกับการกระทำอันไร้ความคิดของเขา เธอไม่คิดเลยด้วยซ้ำว่าเขาจะกล้ากลับมายียวนเธอได้อีก เพราะเรื่องที่เขาทำเอาไว้ก่อนหน้านี้มันก็เพิ่งจะผ่านไปได้เพียงแค่วันเดียว ไม่เคยพบเคยเห็นคนที่ไร้สำนึกแบบนี้ มิหนำซ้ำยังกล้ากลับมาสร้างความปวดหัวให้!บทที่ 11"ยายอ้อย เอ็มร้อยห้าขวด!" เสียงโหวกเหวกของเฮียธงดังขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่แดดร้อนจัดจนหลายคนต้องหาที่หลบเพื่อพักจากงานกลางแจ้ง เฮียธงเองก็เช่นกันถึงจะรวยมีเงินมากมายแต่สำหรับเขางานก็คือส่วนสำคัญในชีวิตที่เขาขาดไม่ได้ส่วนที่หลบแดดที่ใกล้มากที่สุดในตอนนี้ก็คือร้านขายของยายอ้อย ถึงแม้จะถัดไปอีกสามหลังก็จะถึงบ้านเขาแล้วก็ตาม"ซื้อน่อยแท้ คนไปไสเบิ่ด" ยายอ้อยยื่นถุงใส่ขวดเครื่องดื่มชูกำลังให้พร้อมเอ่ยถาม(ซื้อน้อยจัง คนไปไหนหมด) "ในเมืองมีงานกะเลยให้สุมรถสไลด์ไปซอย เหลือซ่ำนี้ล่ะ" เขาว่าพร้อมชะเง้อหาใครบางคน(ในเมืองมีงานก็เลยให้พวกรถสไลด์ไปช่วย เหลือแค่นี้แหละ)ยายอ้อยเห็นถึงความผิดปกติก็รับรู้ได้ทันทีว่าเขามาหาลูกสาวของเธอ ทว่าในตอนที่อากาศร้อนแบบนี้ข้าวโพดไม่มีทางโผล่ออกมาให้เขาได้เห็นตัวง่าย ๆ อีกอย่างแผลของเธอก็ยังไม่ดีขึ้น จะเดินจะเหินอะไรก็เป็นไปได้ยากยายอ้อยระบายยิ้มก่อนจะเอ่ยบอก "บ่ต้องไปแนมหามันดอก มันนอนเว่น คำแพงเอาข้าวเอาน้ำมาส่งตอนเซ่ากะบ่เห็นลงมาเลยเด้" (ไม่ต้องไปมองหาหรอก มันนอนกลางวัน คำแพงเอาข้าวเอาน้ำมาให้ตอนเช้ายังไม่เห็นลงมาเลย)เฮียธงที่โดนจับได้ก็ถึงกลั
บทที่ 10เป็นครั้งแรกที่ข้าวโพดรู้สึกว่านอนเต็มอิ่มที่สุดตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ เธออาจจะหลับใหลไปเพราะฤทธิ์ยาก็จริงทว่าเมื่อคืนไม่มีเสียงดังรบกวนการพักผ่อนของเธอเลยสักนิด ยิ่งทำให้เธอพักผ่อนได้สบายใจมากกว่าเดิมวันนี้เธอไม่ต้องลงไปช่วยแม่ขายของที่หน้าร้านเพราะแม่อยากให้เธอรักษาตัวให้ดีขึ้น ยิ่งขาของเธอเป็นส่วนที่เจ็บมากที่สุดก็ไม่อยากให้เดินไปไหนมาไหนจนมันช้ำระบมกว่าเดิม ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะเธอจะได้ไม่ต้องเจอหน้าใครบางคนที่ตอนนี้เธอเกลียดชังเขาเข้าไส้แม้แต่เสียงที่ทำให้รำคาญหูก็ไม่ต้องการได้ยิน เหอะ! ยิ่งนึกถึงก็ยิ่งโมโห ถ้าหากเธอหายดีเมื่อไหร่รับรองว่าเฮียธงได้รับการเอาคืนอย่างสาสมแน่!ระหว่างที่เธอกำลังนึกแผนจัดการกับเฮียธงอยู่นั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ข้าวโพดปรายสายตามองเล็กน้อยก่อนจะเห็นว่าเป็นชื่อเพื่อนสนิทในวงการตั้งแต่เกิดเรื่องเธอก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจากใครเลยสักคน นี่คงจะเป็นสายแรกจากคนเมืองกรุงที่ให้ความเป็นห่วงกับเธอมากที่สุด"ว่าไงยัยนีน่า"'เป็นยังไงบ้าง ยัยเมเปิ้ลเล่นงานแกหนักขนาดนี้เลยเหรอ' น้ำเสียงของอีกฝ่ายดูวิตกอย่างเห็นได้ชัดทุกคนในค่ายก็รู้ดีว่าเมเปิ้
บทที่ 9รถกระบะยกสูงของเฮียธงจอดนิ่งสนิทที่หน้าร้านขายของประจำหมู่บ้าน ยายอ้อยรีบวิ่งออกมาทันทีเมื่อรู้ว่านั่นคือเฮียธงกับลูกสาวของเธอ คำแพงเอาเรื่องที่ข้าวโพดเกิดอุบัติเหตุมาบอกให้แม่ของเธอรู้ก่อนแล้ว และไม่ลืมที่จะแอบฟ้องด้วยว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็เป็นเพราะเฮียธง ถ้าหากเขาใจเย็นกับเธออีกสักหน่อย ข้าวโพดก็ไม่ต้องกลายเป็นมัมมี่แบบนี้"เป็นจั่งได๋แนหล่า เจ็บหลายบ่" แม่ว่าพลางลูบศีรษะลูกสาวอย่างเป็นห่วง(เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บมากไหม)เฮียธงที่เดินตามมาที่หลังเขาก็แสดงสีหน้ารู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่เป็นต้นเหตุในครั้งนี้ แต่กระนั้นก็ไม่มีใครกล้าต่อว่าเขาได้เท่ากับเธอเลยสักคน"ขอโทษเด้อแม่ใหญ่อ้อย ข่อยบ่คึดว่ามันสิปานนี้" เขายกมือไหว้ขอโทษอย่างจริงใจ(ขอโทษนะยายอ้อย ผมไม่คิดว่าจะเป็นหนักขนาดนี้)หญิงสาวปรายสายตามองเขาอย่างไม่สบอารมณ์มากนัก ความไม่ได้ตั้งใจของเขามันพรากโอกาสการทำงานหลาย ๆ อย่างของเธอไป โดยที่ไม่รู้เลยว่าจะหายดีพร้อมทำงานอีกเมื่อไหร่"หนูเข้าห้องก่อนนะแม่" เธอว่าเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินหายเข้าไปด้านหลังร้านเฮียธงมองตามเธอไปจนสุดสายตา ก่อนจะหันกลับมายื่นเงินก้อนเดิมให้กับแม่ของ
บทที่ 8เสียงพูดคุยกันเจื้อยแจ้วของผู้คนดังเข้ามาในโสตประสาทของหญิงสาวที่เพิ่งฟื้นตัวขึ้น ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรและสลบเหมือดไปเมื่อไหร่ทว่าสิ่งที่เธอจำได้เป็นอย่างดีนั้นก็คือคนที่ทำให้เธอต้องตกมาอยู่ในสภาพแบบนี้!ผ้าพันแผลสีขาวแปะติดอยู่กับบริเวณที่เธอเจ็บแสบตามร่างกาย ถึงแม้จะมีพอมีแรงขยับร่างกายแต่มันก็สร้างความปวดร้าวจากความระบมช้ำอยู่ดีสภาพนางเอกเบอร์หนึ่งในตอนนี้แทบจะดูไม่ได้ เธอไม่ต่างอะไรจากมันมี่เลยสักนิด และแน่นอนว่าเธอจะไม่มีทางให้อภัยคนอย่างตาลุงนั่นเด็ดขาด มิหนำซ้ำยังต้องโดนมากกว่านี้ข้อหาทำให้เธอต้องเสียโฉมคอยดูเลยว่าคนอย่างข้าวโพดทำอะไรกับแค่ตาลุงขี้เมาได้บ้าง"อะ โอ๊ย..." แต่เพียงแค่หยัดกายลุกขึ้นจากเตียงคนไข้ เธอก็แทบจะทรุดลงนอนที่เดิมแล้ว"จะไปไหน" เสียงทุ้มที่คุ้นเคยเอ่ยถาม ข้าวโพดรีบหันขวับไปยังข้างเตียงที่ตอนนี้มีเฮียธงนั่งเฝ้าดูอาการของเธอตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่ทราบได้แต่เธอไม่ต้องการเห็นหน้าเขา และไม่ต้องการให้มารับผิดชอบหรือแสดงความเป็นห่วงในสิ่งที่ตัวเองทำลงไปอย่างสิ้นคิด เหอะ!"นี่คุณ จะมาแกล้งอะไรฉันอีกล่ะ แค่นี้สภาพฉันยังน่าเกลียดไม่
บทที่ 7"นี่ พูดดี ๆ นะ คิดเหรอว่าฉันจะไม่กล้าทำอะไรผู้หญิงอย่างเธอ" เฮียธงชี้หน้าเธอพร้อมกับสายตาที่แข็งกร้าว ความโกรธจัดที่ทำให้เลือดแทบจะขึ้นหน้านั้นไม่ได้ทำให้หญิงสาวสะเทือนเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังกล้ายิ้มเย้ยหยันราวกับเป็นการท้าทายทั้งสองผู้ร่วมชะตาอย่างคำแพงและต้องจิกเกร็งเท้าจนตะคริวแทบจะกิน นี่มันไฟกับน้ำมันมาเจอกันชัด ๆ "แล้วจะทำอะไรล่ะ?" เธอเลิกคิ้ว "จะจับฉันโยนลงไปในบ่อโคลนเหรอ" เธอปรายสายตาไปยังบ่อโคลนที่ตอนนี้มีควายตัวเล็กกำลังนอนเกลือกกลิ้งไปมาอย่างสบายใจ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าตอนนี้กำลังพูดท้าทายกับใครอยู่ คนอย่างเฮียธงยอมได้ทุกอย่างยกเว้นเวลาที่โดนพูดจาท้าทายเพราะมันดูเหมือนเป็นการเหยียดหยามศักดิ์ศรีและความกล้าของเขา แค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างเธอทำไมเขาถึงจะไม่กล้าทำ มันง่ายนิดเดียวที่จะทำให้เธอลงไปอยู่กับควายในบ่อโคลนนั้น การที่เธอแต่งตัวแบบนี้มาก็อาจจะแปลว่าเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้อยู่แล้วสินะ...เฮียธงขัดใจใครไม่เป็นเสียด้วยสิเขาสะบัดผ้าขาวม้าที่อยู่บนบ่าออกก่อนจะสาวเท้ามุ่งตรงมาหาหญิงสาวที่ยังคงยืนเชิดหน้าชูตาอยู่ราวกับที่นี่เป็นวิมานเก่าของเธอเสียอย่างนั้น แต่
บทที่ 6เช้านี้ไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่นักสำหรับข้าวโพดที่ได้นอนเวลาตีสามตรงเป๊ะ นั่นก็เพราะกว่าวงเหล้าของเฮียธงจะเลิกก็ปาเข้าไปตีสามครึ่ง เธอทนฟังจนสลบไสลไปเองกระทั่งแม่เข้ามาปลุกในตอนหกโมงตรงให้ไปช่วยเปิดร้าน เพราะว่าเช้านี้แม่จะไปทำบุญกับเหล่าป้า ๆ ยาย ๆ ที่วัดซึ่งไม่ไกลจากตัวบ้านมากนัก และในเช้าที่วุ่นวายแบบนี้หน้าร้านของเธอก็ต้องทำงานแข่งกับเวลาจนไม่มีเวลาให้พักข้าวโพดที่ไม่ค่อยรู้เรื่องราคาของในร้านมากนักก็ขายผิดถูกไปบ้าง คนที่เข้าใจก็ปล่อยผ่าน ทว่าก็มีบางคนที่ไม่พอใจพร้อมสบถด่า ยอมรับตามตรงว่าเธอก็เสียความรู้สึกไม่น้อย แน่นอนสิ มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียดเป็นธรรมดา และเธอก็มองเห็นสายตาเกลียดชังนั้นอย่างชัดเจน“อันนี้เท่าได๋เกาะจ้า” เสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เธอสวมเสื้อยืดธรรมดากับผ้าถุงเพียงเท่านั้น ทว่าความสวยสง่ากลับทะลุเสื้อผ้าที่เธอใส่อย่างน่าแปลก(อันนี้เท่าไหร่เหรอจ๊ะ)“สามสิบบาทจ้ะ ใส่ถุงไหม” เธอยิ้ม“บ่เป็นหยังจ้า” หญิงสาวรับของกลับมา ทว่าสีหน้ากลับดูเหมือนมีคำถาม “เอ่อ… อันนี้ข้าวโพดแม่นบ่?”(เอ่อ… นี่ข้าวโพดใช่ไหม?)ข้าวโพดเหลือบตามองคนตรงหน้าอีกครั้ง เธอไม่ได้สงสั
![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






