共有

บทที่ 6

last update 公開日: 2026-08-04 01:44:59

บทที่ 6

เช้านี้ไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่นักสำหรับข้าวโพดที่ได้นอนเวลาตีสามตรงเป๊ะ นั่นก็เพราะกว่าวงเหล้าของเฮียธงจะเลิกก็ปาเข้าไปตีสามครึ่ง เธอทนฟังจนสลบไสลไปเอง

กระทั่งแม่เข้ามาปลุกในตอนหกโมงตรงให้ไปช่วยเปิดร้าน เพราะว่าเช้านี้แม่จะไปทำบุญกับเหล่าป้า ๆ ยาย ๆ ที่วัดซึ่งไม่ไกลจากตัวบ้านมากนัก และในเช้าที่วุ่นวายแบบนี้หน้าร้านของเธอก็ต้องทำงานแข่งกับเวลาจนไม่มีเวลาให้พัก

ข้าวโพดที่ไม่ค่อยรู้เรื่องราคาของในร้านมากนักก็ขายผิดถูกไปบ้าง คนที่เข้าใจก็ปล่อยผ่าน ทว่าก็มีบางคนที่ไม่พอใจพร้อมสบถด่า ยอมรับตามตรงว่าเธอก็เสียความรู้สึกไม่น้อย

แน่นอนสิ มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียดเป็นธรรมดา และเธอก็มองเห็นสายตาเกลียดชังนั้นอย่างชัดเจน

“อันนี้เท่าได๋เกาะจ้า” เสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เธอสวมเสื้อยืดธรรมดากับผ้าถุงเพียงเท่านั้น ทว่าความสวยสง่ากลับทะลุเสื้อผ้าที่เธอใส่อย่างน่าแปลก

(อันนี้เท่าไหร่เหรอจ๊ะ)

“สามสิบบาทจ้ะ ใส่ถุงไหม” เธอยิ้ม

“บ่เป็นหยังจ้า” หญิงสาวรับของกลับมา ทว่าสีหน้ากลับดูเหมือนมีคำถาม “เอ่อ… อันนี้ข้าวโพดแม่นบ่?”

(เอ่อ… นี่ข้าวโพดใช่ไหม?)

ข้าวโพดเหลือบตามองคนตรงหน้าอีกครั้ง เธอไม่ได้สงสัยกับคำถามนั้นเพราะการที่เธอเป็นดาราดังก็ต้องมีคนรู้จักเป็นธรรมดาอยู่แล้ว

อีกอย่างหญิงสาวตรงหน้าก็ดูจะอายุเท่ากันกับเธอ เรื่องการเข้าถึงโซเชียลนั้นคงไม่ใช่ปัญหา

”ใช่ค่ะ“ เธอตอบรับด้วยท่าทีร่าเริง พลางจัดตรงผมให้เรียบร้อยเพราะคิดว่าจะถูกขอถ่ายรูป

“ว่าแล้ว จำเฮาได้บ่ เฮาคำแพงเด้อ เป็นหมู่กันตอนสมัยประถม“

(ว่าแล้ว จำเราได้ไหม เราคำแพงนะ เป็นเพื่อนกันตอนประถม)

ข้าวโพดทำท่าทางนึกคิด ก็จริงอยู่ว่าเธอเพิ่งจะไปอยู่กรุงเทพได้แค่สองปีแต่ระหว่างนั้นเธอก็ไม่ได้อยู่ที่หมู่บ้านนี้ตลอด ตั้งแต่เรียนจบชั้นประถมศึกษาก็เข้าไปเรียนต่อในตัวเมือง กว่าจะได้กลับบ้านก็ช่วงปิดเทอม

ความทรงจำเกี่ยวกับเพื่อนในหมู่บ้านก็แทบจะไม่มี เพราะฉะนั้นคำแพงก็ไม่ได้อยู่ในความคิดของเธอเลย

“คือ… ขอโทษนะจำไม่ได้จริง ๆ ” ใบหน้าของข้าวโพดแสดงความรู้สึกผิดต่อเพื่อนในวัยเด็กที่เธอดันลืมไปเสียสนิท

“บ่เป็นหยังดอก ข้าวโพดกะบ่ค่อยได้อยู่เฮือนถ่อได๋“ คำแพงยิ้มรับ ”แต่ขั่นกลับมาแล้วเหงา อยากเว้านำไผกะบอกเฮาได้เด้อ เฮาว่างตลอดเลย“

(ไม่เป็นไรหรอก ข้าวโพดก็ไม่ค่อยได้อยู่บ้านเท่าไหร่ แต่ถ้ากลับมาแล้วเหงา อยากคุยกับใครบอกเราได้นะ เราว่างตลอดเลย)

“ได้จริงเหรอ” แววตาของเธอเป็นประกาย ราวกับคนที่เพิ่งได้เพื่อนใหม่ ตั้งแต่เธอกลับบ้านนอกจากพ่อกับแม่แล้วก็ไม่เคยได้คุยกับใครที่ไหนเพื่อเป็นการระบายสิ่งที่ต้องพบเจอในตอนที่อยู่กรุงเทพ

"เป็นหยังสิบ่ได้ล่ะ เฮากะอยากมีหมู่เป็นดาราเด้" คำแพงพูดออกมาอย่างเขินอาย แม้ว่าความจริงแล้วจะเป็นแค่คำพูดหยอกล้อให้ดูน่าขำขันเท่านั้น

(ทำไมถึงจะไม่ได้ล่ะ เราก็อยากมีเพื่อนเป็นดารานะ)

ข้าวโพดหัวเราะคิก พลางพยักหน้ารับ "ได้สิ งั้นเดี๋ยวช่วงบ่ายมาหาเราที่บ้านก็ได้นะ"

คำแพงมองไปรอบ ๆ ร้านก็เห็นว่าตอนนี้กำลังมีผู้คนมากมายที่เข้ามาซื้อของ หากจะคุยตอนนี้คงไม่ใช่เวลาที่สะดวกเท่าไหร่นักอีกอย่างข้าวโพดก็ยังอยู่เฝ้าร้านเพียงคนเดียว

"ให้เฮาซอยบ่ คนหลายเด้ะ" คำแพงยิ้ม

(ให้เราช่วยไหม คนเยอะนะ)

หญิงสาวกวาดสายตามองลูกค้าที่กำลังเลือกซื้อของอยู่ก็พลางถอนหายใจ

"ก็ได้ เรายังขายไม่ค่อยเก่งด้วย" เธอพองแก้ม

"เฮาเข้าใจ ให้ดารามาเฮ็ดงานจังซี่เมื่อได๋มันสิแล้ว" คำแพงแค่นหัวเราะเสียงใส

(เราเข้าใจ ให้ดารามาทำงานแบบนี้เมื่อไหร่มันจะเสร็จ)

ทั้งสองสาวช่วยกันขายของในช่วงเช้าจนลูกค้าเริ่มลดน้อยลง เป็นเวลาเดียวกันกับที่แม่ของเธอกลับมาจากการทำบุญที่วัดพอดีทำให้ข้าวโพดมีเวลาพักผ่อนหลังจากที่รบกับลูกค้ามาตั้งแต่เช้า

"เอ้า สาวคำแพง มาหยังล่ะลูก"

(อ้าว คำแพง มาทำอะไรล่ะลูก)

"มาหาข้าวโพดจ้าแม่ ได้ยินเพิ่นเว้ากันว่ามีดารามาบ้านเฮา คึดไว้แล้วล่ะว่าต้องเป็นข้าวโพด"

(มาหาข้าวโพดจ้าแม่ ได้ยินเขาพูดกันว่ามีดารามาหมู่บ้านเรา คิดเอาไว้แล้วว่าต้องเป็นข้าวโพด)

"หนูจำเพื่อนไม่ได้เลยแม่" เธอยิ้มเจื่อนให้กับความขี้ลืมของตัวเอง

"กะตั้งโด่นน้อที่บ่ได้พ้อกัน สิไปหาเลาะนำคำแพงบ่ล่ะลูก ไปได้เด้อ"

(ก็ตั้งนานนะที่ไม่ได้เจอกัน จะไปเที่ยวกับคำแพงไหมล่ะลูก ไปได้นะ)

"ไปบ่ มื้อนี้เพิ่นไถนากันเด้ อยากเบิ่งบ่ กรุงเทพซั่วสิบ่มีหยังจังซี่ให้เบิ่งเนาะ" คำแพงเกาะแขนเธอแน่น

(ไปไหม วันนี้เขาไถนากันนะ อยากดูไหม กรุงเทพคงไม่มีอะไรแบบนี้ให้ดูหรอกเนอะ)

ข้าวโพดพยักหน้ารัว นานแล้วเหมือนกันที่เธอไม่ได้เห็นบรรยากาศอะไรแบบนี้ ในเมืองกรุงก็มีแต่รถวิ่งสวนกันไปมาไม่มีอะไรที่ให้ความบันเทิงใจจากธรรมชาติได้เลยแม้แต่นิดเดียว การกลับมาเพื่อพักหัวใจของเธอในครั้งนี้ก็คงต้องเก็บเกี่ยวความสุขเอาไว้ให้ได้มากที่สุด เพราะถ้าหากผ่านช่วงเวลานี้ไปแล้วเธอก็ไม่รู้เลยว่าจะได้กลับมารับบรรยากาศแบบนี้ได้อีกเมื่อไหร่

แค่นึกถึงตอนนั้นหัวใจก็ห่อเหี่ยวจนแทบจะจุกอก

"ไปเลยไหม" ข้าวโพดหันไปถามเพื่อนด้วยท่าทางตื่นเต้น

"สิไปชุดนี้เลยบ่?" คำแพงเลิกคิ้ว พลางมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า

(จะไปชุดนี้เหรอ)

คนที่นี่เป็นอะไรชอบมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆ แค่แต่งตัวโดดเด่นเกินไปนิดหน่อยไม่เห็นจะผิดแปลกอะไร

"ทำไมเหรอ?" ข้าวโพดย้อนถามก่อนจะก้มมองสำรวจกายแต่งกายของตัวเอง

ก็แค่กระโปรงชีฟองกับเสื้อปาดไหล่เอง ใคร ๆ เขาก็ใส่เป็นแฟชั่นกันทั้งนั้น ไม่เห็นจะน่าแปลก

"ขั่นบ่ย่านมันเปื้อนกะไปโลด" คำแพงถอนหายใจเฮือกใหญ่ เพราะรู้อย่างไรตัวเองก็ชนะแม่ดาราเมืองกรุงไม่ได้อยู่ดี

(ถ้าไม่กลัวมันเลอะก็ไปเลย)

คำแพงเดินนำออกไปยังหน้าประตูรั้วบ้านก่อนจะขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์อย่างชำนาญแม้ว่าจะใส่ผ้าถุงก็ตาม สำหรับข้าวโพดแล้วก็ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่เพราะเธอเห็นแม่ทำอยู่บ่อยครั้ง ทั้งยังชื่นชมเสียมากกว่าเพราะหากเป็นเธอคงทำแบบนั้นไม่ได้กลัวว่าผ้าถุงจะเข้าไปพันกับล้อรถ หรือไม่ก็เกี่ยวกับนู่นนี่จนหน้าทิ่มกันพอดี

เธอขึ้นซ้อนอย่าเก้ ๆ กัง ๆ เพราะความยาวของกระโปรงที่ตัวเองใส่อยู่ แต่แม้จะทุลักทุเลไปหน่อยคำแพงก็รอให้ข้าวโพดจัดแจงตัวเองอย่างใจเย็น

"พาไปหาพ่อที่นาได้ไหม" ข้าวโพดยื่นหน้าไปบอก

"กะได้อยู่ แต่มันฮ้อนเด้ ทนได้ติ“

(ก็ได้ แต่มันร้อนนะ ทนได้เหรอ)

"โอ๊ย แค่นี้เองสบายมาก"

คำแพงมุ่งตรงไปยังทุ่งนาด้านหลังหมู่บ้าน ที่ตอนนี้ชาวบ้านกำลังเคร่งเครียดกับการไถนาเพื่อเตรียมหน้าดินสำหรับการปลูกข้าวที่จะมาถึง ในตอนเด็กข้าวโพดเคยเห็นบรรยากาศแบบนี้อยู่ครั้ง ทว่าเมื่อช่วงชีวิตของเธอเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงก็เริ่มห่างเหินจากสิ่งเหล่านี้มากขึ้นเรื่อย ๆ

กระทั่งวันนี้ที่เธอจะได้กลับมาเห็นด้วยตาของตัวเองอีกครั้ง

แต่ทว่าเจ้ากรรมที่เธอเพิ่งรู้ว่าที่นาของเธอนั้นดันติดกับที่นาของเฮียธง ที่ไม่รู้ว่าวันนี้เกิดอาเพศอะไรขึ้นเขาถึงได้ลงมาตรวจงานด้วยตัวเอง

มอเตอร์ไซค์ของคำแพงจอดนิ่งสนิท ข้างรถกระบะสีดำยกสูงของเฮียธง ที่เธอรู้ว่าเป็นของเขานั่นก็เพราะสติกเกอร์ที่ติดอยู่ด้านหลังบ่งบอกชื่อโรงสีข้าวอย่างชัดเจน

#ท้ายโรงสีจรัญวงษา #เฮียธงสั่งลุย #พิกัดลับบ้านจันทร์

คิดว่าจะเป็นทำตัวเป็นผู้ใหญ่เหมือนที่ปากต่อว่าเธอฉอด ๆ ที่ไหนได้ก็เป็นแค่เสี่ยทรงเด็กแว้นนี่เอง เหอะ!

"เอ้า เอื้อยข้าวโพด มาหยังอยู่นี่ครับ มันฮ้อนเด้อครับ"

(เอ้า พี่ข้าวโพด มาทำอะไรที่นี่ครับ มันร้อนนะครับ)

เด็กหนุ่มที่มาส่งเธอในวันนั้นเอ่ยทักทายขณะที่กำลังก้าวลงจากมอเตอร์ไซค์ ข้าวโพดส่งยิ้มให้เล็กน้อยเพราะจำหน้าได้เป็นอย่างดี

"พี่มาหาพ่อน่ะ"

"กะว่าแล้ว แต่งโตงามจังซี่เอื้อยคงสิบ่เฮ็ดให้มันเสียผิวดอกครับน้อ" ต้องยิ้มหวานโชว์เหล็กดัดฟันที่เลือกยางเป็นสีรุ้งโชว์ดาราสาวไปหนึ่งที

(ก็แล้วว่า แต่งตัวสวยแบบนี้พี่คงไม่ทำให้มันเสียผิวหรอกครับ)

"มึงเว้านำไผบักต้อง" เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นด้านหลังเด็กหนุ่ม

(มึงคุยกับใครไอ้ต้อง)

สายตาของเธอหลุดโฟกัสไปมองที่เขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ และกว่าที่เธอจะรู้ตัวก็เผลอสำรวจเรือนร่างที่เปลือยท่อนบนของเขาไปเสียหมดแล้ว

ความจริง เธอก็ไม่ได้อยากสายตาเสียเพราะมาจ้องมองอะไรแบบนี้หรอกนะ!

"มองอะไรครับแม่ไฮโซ หุ่นมันเร้าใจกว่าไอ้หนุ่มกรุงเทพเหรอ?"

"อี๋! พูดจาอะไรอุบาทว์มาก"

"ข้าวโพด นั่นเฮียธงเด้ ไปว่าเพิ่นได้จังได๋" คำแพงรีบสะกิดเพื่อนทันที

(ข้าวโพด นั่นเฮียธงนะ ไปว่าเขาได้ยังไง)

"ช่างกล้าเรียกตัวเองว่าเฮีย ฉันก็ไม่เห็นว่าจะต่างจากพวกขี้เหล้าตรงไหนเลย"

"...!"

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 11

    บทที่ 11"ยายอ้อย เอ็มร้อยห้าขวด!" เสียงโหวกเหวกของเฮียธงดังขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่แดดร้อนจัดจนหลายคนต้องหาที่หลบเพื่อพักจากงานกลางแจ้ง เฮียธงเองก็เช่นกันถึงจะรวยมีเงินมากมายแต่สำหรับเขางานก็คือส่วนสำคัญในชีวิตที่เขาขาดไม่ได้ส่วนที่หลบแดดที่ใกล้มากที่สุดในตอนนี้ก็คือร้านขายของยายอ้อย ถึงแม้จะถัดไปอีกสามหลังก็จะถึงบ้านเขาแล้วก็ตาม"ซื้อน่อยแท้ คนไปไสเบิ่ด" ยายอ้อยยื่นถุงใส่ขวดเครื่องดื่มชูกำลังให้พร้อมเอ่ยถาม(ซื้อน้อยจัง คนไปไหนหมด) "ในเมืองมีงานกะเลยให้สุมรถสไลด์ไปซอย เหลือซ่ำนี้ล่ะ" เขาว่าพร้อมชะเง้อหาใครบางคน(ในเมืองมีงานก็เลยให้พวกรถสไลด์ไปช่วย เหลือแค่นี้แหละ)ยายอ้อยเห็นถึงความผิดปกติก็รับรู้ได้ทันทีว่าเขามาหาลูกสาวของเธอ ทว่าในตอนที่อากาศร้อนแบบนี้ข้าวโพดไม่มีทางโผล่ออกมาให้เขาได้เห็นตัวง่าย ๆ อีกอย่างแผลของเธอก็ยังไม่ดีขึ้น จะเดินจะเหินอะไรก็เป็นไปได้ยากยายอ้อยระบายยิ้มก่อนจะเอ่ยบอก "บ่ต้องไปแนมหามันดอก มันนอนเว่น คำแพงเอาข้าวเอาน้ำมาส่งตอนเซ่ากะบ่เห็นลงมาเลยเด้" (ไม่ต้องไปมองหาหรอก มันนอนกลางวัน คำแพงเอาข้าวเอาน้ำมาให้ตอนเช้ายังไม่เห็นลงมาเลย)เฮียธงที่โดนจับได้ก็ถึงกลั

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 10

    บทที่ 10เป็นครั้งแรกที่ข้าวโพดรู้สึกว่านอนเต็มอิ่มที่สุดตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ เธออาจจะหลับใหลไปเพราะฤทธิ์ยาก็จริงทว่าเมื่อคืนไม่มีเสียงดังรบกวนการพักผ่อนของเธอเลยสักนิด ยิ่งทำให้เธอพักผ่อนได้สบายใจมากกว่าเดิมวันนี้เธอไม่ต้องลงไปช่วยแม่ขายของที่หน้าร้านเพราะแม่อยากให้เธอรักษาตัวให้ดีขึ้น ยิ่งขาของเธอเป็นส่วนที่เจ็บมากที่สุดก็ไม่อยากให้เดินไปไหนมาไหนจนมันช้ำระบมกว่าเดิม ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะเธอจะได้ไม่ต้องเจอหน้าใครบางคนที่ตอนนี้เธอเกลียดชังเขาเข้าไส้แม้แต่เสียงที่ทำให้รำคาญหูก็ไม่ต้องการได้ยิน เหอะ! ยิ่งนึกถึงก็ยิ่งโมโห ถ้าหากเธอหายดีเมื่อไหร่รับรองว่าเฮียธงได้รับการเอาคืนอย่างสาสมแน่!ระหว่างที่เธอกำลังนึกแผนจัดการกับเฮียธงอยู่นั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ข้าวโพดปรายสายตามองเล็กน้อยก่อนจะเห็นว่าเป็นชื่อเพื่อนสนิทในวงการตั้งแต่เกิดเรื่องเธอก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจากใครเลยสักคน นี่คงจะเป็นสายแรกจากคนเมืองกรุงที่ให้ความเป็นห่วงกับเธอมากที่สุด"ว่าไงยัยนีน่า"'เป็นยังไงบ้าง ยัยเมเปิ้ลเล่นงานแกหนักขนาดนี้เลยเหรอ' น้ำเสียงของอีกฝ่ายดูวิตกอย่างเห็นได้ชัดทุกคนในค่ายก็รู้ดีว่าเมเปิ้

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 9

    บทที่ 9รถกระบะยกสูงของเฮียธงจอดนิ่งสนิทที่หน้าร้านขายของประจำหมู่บ้าน ยายอ้อยรีบวิ่งออกมาทันทีเมื่อรู้ว่านั่นคือเฮียธงกับลูกสาวของเธอ คำแพงเอาเรื่องที่ข้าวโพดเกิดอุบัติเหตุมาบอกให้แม่ของเธอรู้ก่อนแล้ว และไม่ลืมที่จะแอบฟ้องด้วยว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็เป็นเพราะเฮียธง ถ้าหากเขาใจเย็นกับเธออีกสักหน่อย ข้าวโพดก็ไม่ต้องกลายเป็นมัมมี่แบบนี้"เป็นจั่งได๋แนหล่า เจ็บหลายบ่" แม่ว่าพลางลูบศีรษะลูกสาวอย่างเป็นห่วง(เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บมากไหม)เฮียธงที่เดินตามมาที่หลังเขาก็แสดงสีหน้ารู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่เป็นต้นเหตุในครั้งนี้ แต่กระนั้นก็ไม่มีใครกล้าต่อว่าเขาได้เท่ากับเธอเลยสักคน"ขอโทษเด้อแม่ใหญ่อ้อย ข่อยบ่คึดว่ามันสิปานนี้" เขายกมือไหว้ขอโทษอย่างจริงใจ(ขอโทษนะยายอ้อย ผมไม่คิดว่าจะเป็นหนักขนาดนี้)หญิงสาวปรายสายตามองเขาอย่างไม่สบอารมณ์มากนัก ความไม่ได้ตั้งใจของเขามันพรากโอกาสการทำงานหลาย ๆ อย่างของเธอไป โดยที่ไม่รู้เลยว่าจะหายดีพร้อมทำงานอีกเมื่อไหร่"หนูเข้าห้องก่อนนะแม่" เธอว่าเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินหายเข้าไปด้านหลังร้านเฮียธงมองตามเธอไปจนสุดสายตา ก่อนจะหันกลับมายื่นเงินก้อนเดิมให้กับแม่ของ

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 8

    บทที่ 8เสียงพูดคุยกันเจื้อยแจ้วของผู้คนดังเข้ามาในโสตประสาทของหญิงสาวที่เพิ่งฟื้นตัวขึ้น ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรและสลบเหมือดไปเมื่อไหร่ทว่าสิ่งที่เธอจำได้เป็นอย่างดีนั้นก็คือคนที่ทำให้เธอต้องตกมาอยู่ในสภาพแบบนี้!ผ้าพันแผลสีขาวแปะติดอยู่กับบริเวณที่เธอเจ็บแสบตามร่างกาย ถึงแม้จะมีพอมีแรงขยับร่างกายแต่มันก็สร้างความปวดร้าวจากความระบมช้ำอยู่ดีสภาพนางเอกเบอร์หนึ่งในตอนนี้แทบจะดูไม่ได้ เธอไม่ต่างอะไรจากมันมี่เลยสักนิด และแน่นอนว่าเธอจะไม่มีทางให้อภัยคนอย่างตาลุงนั่นเด็ดขาด มิหนำซ้ำยังต้องโดนมากกว่านี้ข้อหาทำให้เธอต้องเสียโฉมคอยดูเลยว่าคนอย่างข้าวโพดทำอะไรกับแค่ตาลุงขี้เมาได้บ้าง"อะ โอ๊ย..." แต่เพียงแค่หยัดกายลุกขึ้นจากเตียงคนไข้ เธอก็แทบจะทรุดลงนอนที่เดิมแล้ว"จะไปไหน" เสียงทุ้มที่คุ้นเคยเอ่ยถาม ข้าวโพดรีบหันขวับไปยังข้างเตียงที่ตอนนี้มีเฮียธงนั่งเฝ้าดูอาการของเธอตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่ทราบได้แต่เธอไม่ต้องการเห็นหน้าเขา และไม่ต้องการให้มารับผิดชอบหรือแสดงความเป็นห่วงในสิ่งที่ตัวเองทำลงไปอย่างสิ้นคิด เหอะ!"นี่คุณ จะมาแกล้งอะไรฉันอีกล่ะ แค่นี้สภาพฉันยังน่าเกลียดไม่

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 7

    บทที่ 7"นี่ พูดดี ๆ นะ คิดเหรอว่าฉันจะไม่กล้าทำอะไรผู้หญิงอย่างเธอ" เฮียธงชี้หน้าเธอพร้อมกับสายตาที่แข็งกร้าว ความโกรธจัดที่ทำให้เลือดแทบจะขึ้นหน้านั้นไม่ได้ทำให้หญิงสาวสะเทือนเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังกล้ายิ้มเย้ยหยันราวกับเป็นการท้าทายทั้งสองผู้ร่วมชะตาอย่างคำแพงและต้องจิกเกร็งเท้าจนตะคริวแทบจะกิน นี่มันไฟกับน้ำมันมาเจอกันชัด ๆ "แล้วจะทำอะไรล่ะ?" เธอเลิกคิ้ว "จะจับฉันโยนลงไปในบ่อโคลนเหรอ" เธอปรายสายตาไปยังบ่อโคลนที่ตอนนี้มีควายตัวเล็กกำลังนอนเกลือกกลิ้งไปมาอย่างสบายใจ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าตอนนี้กำลังพูดท้าทายกับใครอยู่ คนอย่างเฮียธงยอมได้ทุกอย่างยกเว้นเวลาที่โดนพูดจาท้าทายเพราะมันดูเหมือนเป็นการเหยียดหยามศักดิ์ศรีและความกล้าของเขา แค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างเธอทำไมเขาถึงจะไม่กล้าทำ มันง่ายนิดเดียวที่จะทำให้เธอลงไปอยู่กับควายในบ่อโคลนนั้น การที่เธอแต่งตัวแบบนี้มาก็อาจจะแปลว่าเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้อยู่แล้วสินะ...เฮียธงขัดใจใครไม่เป็นเสียด้วยสิเขาสะบัดผ้าขาวม้าที่อยู่บนบ่าออกก่อนจะสาวเท้ามุ่งตรงมาหาหญิงสาวที่ยังคงยืนเชิดหน้าชูตาอยู่ราวกับที่นี่เป็นวิมานเก่าของเธอเสียอย่างนั้น แต่

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 6

    บทที่ 6เช้านี้ไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่นักสำหรับข้าวโพดที่ได้นอนเวลาตีสามตรงเป๊ะ นั่นก็เพราะกว่าวงเหล้าของเฮียธงจะเลิกก็ปาเข้าไปตีสามครึ่ง เธอทนฟังจนสลบไสลไปเองกระทั่งแม่เข้ามาปลุกในตอนหกโมงตรงให้ไปช่วยเปิดร้าน เพราะว่าเช้านี้แม่จะไปทำบุญกับเหล่าป้า ๆ ยาย ๆ ที่วัดซึ่งไม่ไกลจากตัวบ้านมากนัก และในเช้าที่วุ่นวายแบบนี้หน้าร้านของเธอก็ต้องทำงานแข่งกับเวลาจนไม่มีเวลาให้พักข้าวโพดที่ไม่ค่อยรู้เรื่องราคาของในร้านมากนักก็ขายผิดถูกไปบ้าง คนที่เข้าใจก็ปล่อยผ่าน ทว่าก็มีบางคนที่ไม่พอใจพร้อมสบถด่า ยอมรับตามตรงว่าเธอก็เสียความรู้สึกไม่น้อย แน่นอนสิ มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียดเป็นธรรมดา และเธอก็มองเห็นสายตาเกลียดชังนั้นอย่างชัดเจน“อันนี้เท่าได๋เกาะจ้า” เสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เธอสวมเสื้อยืดธรรมดากับผ้าถุงเพียงเท่านั้น ทว่าความสวยสง่ากลับทะลุเสื้อผ้าที่เธอใส่อย่างน่าแปลก(อันนี้เท่าไหร่เหรอจ๊ะ)“สามสิบบาทจ้ะ ใส่ถุงไหม” เธอยิ้ม“บ่เป็นหยังจ้า” หญิงสาวรับของกลับมา ทว่าสีหน้ากลับดูเหมือนมีคำถาม “เอ่อ… อันนี้ข้าวโพดแม่นบ่?”(เอ่อ… นี่ข้าวโพดใช่ไหม?)ข้าวโพดเหลือบตามองคนตรงหน้าอีกครั้ง เธอไม่ได้สงสั

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status