แชร์

บทที่ 9

ผู้เขียน: ฟลัตเตอร์
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-08 07:25:21

บทที่ 9

รถกระบะยกสูงของเฮียธงจอดนิ่งสนิทที่หน้าร้านขายของประจำหมู่บ้าน ยายอ้อยรีบวิ่งออกมาทันทีเมื่อรู้ว่านั่นคือเฮียธงกับลูกสาวของเธอ คำแพงเอาเรื่องที่ข้าวโพดเกิดอุบัติเหตุมาบอกให้แม่ของเธอรู้ก่อนแล้ว และไม่ลืมที่จะแอบฟ้องด้วยว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็เป็นเพราะเฮียธง

ถ้าหากเขาใจเย็นกับเธออีกสักหน่อย ข้าวโพดก็ไม่ต้องกลายเป็นมัมมี่แบบนี้

"เป็นจั่งได๋แนหล่า เจ็บหลายบ่" แม่ว่าพลางลูบศีรษะลูกสาวอย่างเป็นห่วง

(เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บมากไหม)

เฮียธงที่เดินตามมาที่หลังเขาก็แสดงสีหน้ารู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่เป็นต้นเหตุในครั้งนี้ แต่กระนั้นก็ไม่มีใครกล้าต่อว่าเขาได้เท่ากับเธอเลยสักคน

"ขอโทษเด้อแม่ใหญ่อ้อย ข่อยบ่คึดว่ามันสิปานนี้" เขายกมือไหว้ขอโทษอย่างจริงใจ

(ขอโทษนะยายอ้อย ผมไม่คิดว่าจะเป็นหนักขนาดนี้)

หญิงสาวปรายสายตามองเขาอย่างไม่สบอารมณ์มากนัก ความไม่ได้ตั้งใจของเขามันพรากโอกาสการทำงานหลาย ๆ อย่างของเธอไป โดยที่ไม่รู้เลยว่าจะหายดีพร้อมทำงานอีกเมื่อไหร่

"หนูเข้าห้องก่อนนะแม่" เธอว่าเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินหายเข้าไปด้านหลังร้าน

เฮียธงมองตามเธอไปจนสุดสายตา ก่อนจะหันกลับมายื่นเงินก้อนเดิมให้กับแม่ของเธอเพื่อเป็นการขอโทษและรับผิดชอบ มันไม่ใช่เงินที่ให้ฟาดหัวใครง่าย ๆ เพราะนี่คือสิ่งที่เขาอยากจะชดใช้ให้กับความคิดน้อยของเขาต่างหาก

ยายอ้อยยกยิ้มเล็กน้อย แม้จะรู้ว่าเงินเหล่านี้ตัวเองก็ไม่ได้ขาดแคลนและมันก็มาแทนที่ความรู้สึกของลูกสาวไม่ได้ แต่เพื่อความสบายใจของเฮียธงเธอก็เลือกที่จะรับไว้โดยไม่ได้โต้ตอบอะไรให้อีกฝ่ายยิ่งเสียกำลังใจ

ถ้าหากเรื่องนั้นเขาไม่ได้ตั้งใจทำจริง ๆ

"บ่เป็นหยังดอก" ยายอ้อยถอนหายใจ "มันไปเฮ็ดอีหยังให้ คือเฮ็ดกับมันจั่งซี่"

(ไม่เป็นไรหรอก มันไปทำอะไรให้ ถึงได้ทำกับมันแบบนี้)

แม้จะเป็นน้ำเสียงที่ดูนุ่มนวลและใจดี ทว่ามันราวกับเป็นมีดปลายแหลมที่กีดลงกลางอกของเขา

ยิ่งครอบครัวของเธอใจดีกับเขามากแค่ไหน เขาก็ยิ่งคิดว่าการกระทำครั้งนี้ของตัวเองมันช่างเลวร้ายมากเกินไป

"ข้าวโพดกะเว้าหยอกตามประสา ข่อยนี่ล่ะที่บ่ฮู้จักยับยั้งชั่งใจ" เขายอมรับ

(ข้าวโพดก็พูดเล่นไปตามประสา ผมนี่แหละที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ)

"เอา ๆ จังได๋กะรับผิดชอบมันแล้ว ข่อยสิเว้าให้อยู่ดอกว่าอย่าเครียดให้"

(เอาล่ะ ยังไงก็รับผิดชอบแล้ว ฉันจะบอกให้ว่าอย่าไปโกรธเลย)

เขาหลุบสายตาลงเล็กน้อย เพราะรู้ดีว่าอย่างไรเธอก็คงไม่ยอมเรื่องนี้ คนหัวดื้อที่ใจแข็งอย่างเธอไม่มีทางให้อภัยใครง่าย ๆ ยิ่งเป็นเรื่องเลือดตกยางออกมันก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่

แต่เธอจะเป็นอะไรก็ช่าง มันไม่ได้สำคัญกับเขาเลยสักนิด เพราะเขาก็ไม่เสียเวลาอันมีค่าของตัวเองมาเพื่อพูดคุยจนกลายเป็นเรื่องทะเลาะกันใหญ่โตกับเธอ

"ซั่นข่อยเมือก่อนเด้อ"

(ถ้าอย่างนั้นผมไปก่อนนะ)

ยายอ้อยเพียงแค่พยักหน้ารับเท่านั้น

ระหว่างทางกลับบ้านเขาเอาแต่นึกถึงเรื่องของเธอ แม้ว่าภายนอกจะดูเหมือนว่าเขาไม่คิดอะไรก็ตาม ความจริงเขาก็อยากรับผิดชอบกับความผิดให้เยอะกว่านี้ แต่ในเมื่อเธอปฏิเสธเขาก็ไม่อาจขัดขวางการตัดสินใจนั้นได้เลยสักนิด ราวกับเธอจะทำให้เขาติดอยู่กับความผิดพลาดของตัวเองโดยที่ไม่มีทางแก้ไขอะไรได้เลย

เพราะจากนี้ไปแม้แต่หน้าของเธอ เขาก็ไม่จะไม่ได้เห็นอีกต่อไป

"เอื้อยข้าวโพดเป็นได๋แน"

(พี่ข้าวโพดเป็นยังไงบ้าง)

ทันทีที่เฮียธงเดินเข้ามาภายในตัวบ้าน ต้องที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วก็รีบพุ่งตรงเข้ามาถามพี่ชาย

"ย่างเองได่แล้ว บ่เป็นหยังหลายดอก" เขาตอบนิ่ง ๆ

(เดินเองได้แล้ว ไม่เป็นอะไรมากหรอก)

ต้องระบายยิ้มออกอย่างโล่งใจ

"ถามเฮ็ดหยัง มึงมักเขาบ่"

(ถามทำไม ถึงชอบเขาเหรอ)

ต้องส่ายหน้ารัว "บ่แม่นเด้อ กะเอื้อยเพิ่นเป็นฮอดดาราเลยเด่ อีกอย่างกะนิสัยดีเป็นตาฮัก"

(ไม่ใช่นะ ก็พี่เขาเป็นถึงดาราเลยนะ อีกอย่างก็นิสัยดีน่ารักด้วย)

ต้องเอ่ยชมอย่างคนที่ชื่นชอบในตัวตนของอีกฝ่ายโดยที่ไม่ได้คิดจะครอบครองหรือแอบชอบ ใครจะคิดอย่างไรกับข่าวเสียหายที่เป็นกระแสอยู่ตอนนี้ก็ช่าง แต่สำหรับต้องที่ได้เจอกับเธอเพียงครั้งแรกก็ฟันธงได้ทันทีว่าเธอไม่ใช่คนที่จะทำนิสัยแบบนั้นเลยสักนิด

เฮียธงแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ

"ตาฮัก? มึงบ่เห็นยามมันเว้านำกูติ ตาฮักบ่" เขาเบือนหน้าหนี

(น่ารักเหรอ? มึงไม่เห็นตอนมันคุยกับกูเหรอ น่ารักไหมล่ะ)

ต้องเกาหัวแกรก ๆ ที่พี่ชายของเขากล้าเอาตัวเองเข้ามาเปรียบเทียบ เพราะเห็น ๆ กันอยู่ว่าที่ข้าวโพดพูดจาแบบนั้นก็เพราะเขาเป็นฝ่ายไปยียวนเธอก่อน จนเกิดการถกเถียงแล้วก็ลามมาเป็นเรื่องใหญ่แบบนี้

ต้องไหวไหล่เล็กน้อย

"เพิ่นกะคือสิเลือกปฏิบัติตั๋ว ไผมันบ่น่าไว้ใจกะบ่ต้องไปเฮ็ดดีนำ"

(เขาก็คงจะเลือกปฏิเสธมั้ง ใครมันไม่น่าไว้ใจก็ไม่ต้องไปทำดีด้วย)

"ฮ่วย! มึงว่าให้กูตั๋วนิบักต้อง บักสัส!"

(เห้ย! มึงว่ากูเหรอไอ้ต้อง ไอ้สัส!)

"บ่เด้ล่ะ" ต้องเสียงสูงก่อนจะปลีกตัวเดินออกไปด้านนอกบ้านทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เฮียธงได้แต่สบถด่าตามหลังถึงแม้น้องชายตัวดีจะขี่รถมอเตอร์ไซค์คู่ใจออกไปก่อนแล้ว เขาเข้ามาพักผ่อนในห้องนอนส่วนตัวก่อนที่ช่วงบ่ายจะต้องออกไปดูงานที่ในตัวเมืองกว่าจะกลับก็ช่วงหัวค่ำพอดี ถึงแม้วันนี้จะมีเรื่องวุ่นวายหลายอย่างแต่คนบ้างานอย่างเขาหยุดพักไม่ได้

ถ้าหากมีคนรู้ใจมาคอยช่วยดูแลงานกิจการของครอบครัวอาจจะทำให้เขาผ่อนเบาภาระลงได้บ้าง

แต่สำหรับเฮียธงการนึกถึงเรื่องนั้นคงเป็นสิ่งที่ผิดมหันต์ แต่ใครสนล่ะ...

คนเราก็มีความคิดที่เปลี่ยนกันได้ตลอดนั่นแหละ

เขากระตุกยิ้มเบา ๆ ให้กับความคิดของตัวเองที่จู่ ๆ ก็กลายเป็นคนให้ค่าความรักขึ้นมาเสียอย่างนั้น แต่ก็แปลกใจตัวเองอยู่ไม่น้อยที่มีบางอย่างทำให้เขาเปลี่ยนไป

"มื้อแลงนี้บ่ต้องตั้งวงถ่ากูเด้ ซั่วกูสิเมือกะค่ำคักแล้ว"

(เย็นนี้ไม่ต้องตั้งวงรอกูนะ กว่ากูจะกลับมาก็ดึกมากแล้ว)

หลังจากที่เขาพักผ่อนจนเต็มที่แล้วก็รีบลงมาสั่งการลูกน้องที่โรงสีข้าวในทันที

"ได้ครับหัวหน้า" ลูกน้องตะโกนตอบกลับมา

เฮียธงกำลังจะก้าวขึ้นรถเขาก็ต้องหยุดชะงักนิ่งราวกับนึกอะไรได้บางอย่างพร้อมหันไปสั่งการลูกน้องเสียงเข้ม

"อย่าเสียงดังเด้อ ขั่นเป็นไปได่กะสะแตกค่อย ๆ เกรงใจสุมไทบ้านเพิ่น"

(อย่าเสียงดังนะ ถ้าเป็นไปได้ก็ดื่มกันเงียบ ๆ เกรงใจชาวบ้านเขา)

คราวนี้เป็นฝ่ายลูกน้อยที่นิ่งอึ้ง เพราะไม่เคยได้ยินคำว่าเกรงใจชาวบ้านหลุดออกมาจากปากของเฮียธงเลยแม้แต่ครั้งเดียว เขาดูแปลกไปจนจับสังเกตได้ ทว่าก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยถามถึงความผิดปกตินั้นเลย

เขากลัวว่าเสียงที่ไม่น่าอภิรมย์มันจะไปรบกวนการพักผ่อนของคนป่วยเข้าจะวุ่นวายเอาต่างหาก

ไม่ได้มีอะไรนอกเหนือกว่านี้จริง ๆ !

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 11

    บทที่ 11"ยายอ้อย เอ็มร้อยห้าขวด!" เสียงโหวกเหวกของเฮียธงดังขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่แดดร้อนจัดจนหลายคนต้องหาที่หลบเพื่อพักจากงานกลางแจ้ง เฮียธงเองก็เช่นกันถึงจะรวยมีเงินมากมายแต่สำหรับเขางานก็คือส่วนสำคัญในชีวิตที่เขาขาดไม่ได้ส่วนที่หลบแดดที่ใกล้มากที่สุดในตอนนี้ก็คือร้านขายของยายอ้อย ถึงแม้จะถัดไปอีกสามหลังก็จะถึงบ้านเขาแล้วก็ตาม"ซื้อน่อยแท้ คนไปไสเบิ่ด" ยายอ้อยยื่นถุงใส่ขวดเครื่องดื่มชูกำลังให้พร้อมเอ่ยถาม(ซื้อน้อยจัง คนไปไหนหมด) "ในเมืองมีงานกะเลยให้สุมรถสไลด์ไปซอย เหลือซ่ำนี้ล่ะ" เขาว่าพร้อมชะเง้อหาใครบางคน(ในเมืองมีงานก็เลยให้พวกรถสไลด์ไปช่วย เหลือแค่นี้แหละ)ยายอ้อยเห็นถึงความผิดปกติก็รับรู้ได้ทันทีว่าเขามาหาลูกสาวของเธอ ทว่าในตอนที่อากาศร้อนแบบนี้ข้าวโพดไม่มีทางโผล่ออกมาให้เขาได้เห็นตัวง่าย ๆ อีกอย่างแผลของเธอก็ยังไม่ดีขึ้น จะเดินจะเหินอะไรก็เป็นไปได้ยากยายอ้อยระบายยิ้มก่อนจะเอ่ยบอก "บ่ต้องไปแนมหามันดอก มันนอนเว่น คำแพงเอาข้าวเอาน้ำมาส่งตอนเซ่ากะบ่เห็นลงมาเลยเด้" (ไม่ต้องไปมองหาหรอก มันนอนกลางวัน คำแพงเอาข้าวเอาน้ำมาให้ตอนเช้ายังไม่เห็นลงมาเลย)เฮียธงที่โดนจับได้ก็ถึงกลั

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 10

    บทที่ 10เป็นครั้งแรกที่ข้าวโพดรู้สึกว่านอนเต็มอิ่มที่สุดตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ เธออาจจะหลับใหลไปเพราะฤทธิ์ยาก็จริงทว่าเมื่อคืนไม่มีเสียงดังรบกวนการพักผ่อนของเธอเลยสักนิด ยิ่งทำให้เธอพักผ่อนได้สบายใจมากกว่าเดิมวันนี้เธอไม่ต้องลงไปช่วยแม่ขายของที่หน้าร้านเพราะแม่อยากให้เธอรักษาตัวให้ดีขึ้น ยิ่งขาของเธอเป็นส่วนที่เจ็บมากที่สุดก็ไม่อยากให้เดินไปไหนมาไหนจนมันช้ำระบมกว่าเดิม ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะเธอจะได้ไม่ต้องเจอหน้าใครบางคนที่ตอนนี้เธอเกลียดชังเขาเข้าไส้แม้แต่เสียงที่ทำให้รำคาญหูก็ไม่ต้องการได้ยิน เหอะ! ยิ่งนึกถึงก็ยิ่งโมโห ถ้าหากเธอหายดีเมื่อไหร่รับรองว่าเฮียธงได้รับการเอาคืนอย่างสาสมแน่!ระหว่างที่เธอกำลังนึกแผนจัดการกับเฮียธงอยู่นั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ข้าวโพดปรายสายตามองเล็กน้อยก่อนจะเห็นว่าเป็นชื่อเพื่อนสนิทในวงการตั้งแต่เกิดเรื่องเธอก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจากใครเลยสักคน นี่คงจะเป็นสายแรกจากคนเมืองกรุงที่ให้ความเป็นห่วงกับเธอมากที่สุด"ว่าไงยัยนีน่า"'เป็นยังไงบ้าง ยัยเมเปิ้ลเล่นงานแกหนักขนาดนี้เลยเหรอ' น้ำเสียงของอีกฝ่ายดูวิตกอย่างเห็นได้ชัดทุกคนในค่ายก็รู้ดีว่าเมเปิ้

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 9

    บทที่ 9รถกระบะยกสูงของเฮียธงจอดนิ่งสนิทที่หน้าร้านขายของประจำหมู่บ้าน ยายอ้อยรีบวิ่งออกมาทันทีเมื่อรู้ว่านั่นคือเฮียธงกับลูกสาวของเธอ คำแพงเอาเรื่องที่ข้าวโพดเกิดอุบัติเหตุมาบอกให้แม่ของเธอรู้ก่อนแล้ว และไม่ลืมที่จะแอบฟ้องด้วยว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็เป็นเพราะเฮียธง ถ้าหากเขาใจเย็นกับเธออีกสักหน่อย ข้าวโพดก็ไม่ต้องกลายเป็นมัมมี่แบบนี้"เป็นจั่งได๋แนหล่า เจ็บหลายบ่" แม่ว่าพลางลูบศีรษะลูกสาวอย่างเป็นห่วง(เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บมากไหม)เฮียธงที่เดินตามมาที่หลังเขาก็แสดงสีหน้ารู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่เป็นต้นเหตุในครั้งนี้ แต่กระนั้นก็ไม่มีใครกล้าต่อว่าเขาได้เท่ากับเธอเลยสักคน"ขอโทษเด้อแม่ใหญ่อ้อย ข่อยบ่คึดว่ามันสิปานนี้" เขายกมือไหว้ขอโทษอย่างจริงใจ(ขอโทษนะยายอ้อย ผมไม่คิดว่าจะเป็นหนักขนาดนี้)หญิงสาวปรายสายตามองเขาอย่างไม่สบอารมณ์มากนัก ความไม่ได้ตั้งใจของเขามันพรากโอกาสการทำงานหลาย ๆ อย่างของเธอไป โดยที่ไม่รู้เลยว่าจะหายดีพร้อมทำงานอีกเมื่อไหร่"หนูเข้าห้องก่อนนะแม่" เธอว่าเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินหายเข้าไปด้านหลังร้านเฮียธงมองตามเธอไปจนสุดสายตา ก่อนจะหันกลับมายื่นเงินก้อนเดิมให้กับแม่ของ

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 8

    บทที่ 8เสียงพูดคุยกันเจื้อยแจ้วของผู้คนดังเข้ามาในโสตประสาทของหญิงสาวที่เพิ่งฟื้นตัวขึ้น ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรและสลบเหมือดไปเมื่อไหร่ทว่าสิ่งที่เธอจำได้เป็นอย่างดีนั้นก็คือคนที่ทำให้เธอต้องตกมาอยู่ในสภาพแบบนี้!ผ้าพันแผลสีขาวแปะติดอยู่กับบริเวณที่เธอเจ็บแสบตามร่างกาย ถึงแม้จะมีพอมีแรงขยับร่างกายแต่มันก็สร้างความปวดร้าวจากความระบมช้ำอยู่ดีสภาพนางเอกเบอร์หนึ่งในตอนนี้แทบจะดูไม่ได้ เธอไม่ต่างอะไรจากมันมี่เลยสักนิด และแน่นอนว่าเธอจะไม่มีทางให้อภัยคนอย่างตาลุงนั่นเด็ดขาด มิหนำซ้ำยังต้องโดนมากกว่านี้ข้อหาทำให้เธอต้องเสียโฉมคอยดูเลยว่าคนอย่างข้าวโพดทำอะไรกับแค่ตาลุงขี้เมาได้บ้าง"อะ โอ๊ย..." แต่เพียงแค่หยัดกายลุกขึ้นจากเตียงคนไข้ เธอก็แทบจะทรุดลงนอนที่เดิมแล้ว"จะไปไหน" เสียงทุ้มที่คุ้นเคยเอ่ยถาม ข้าวโพดรีบหันขวับไปยังข้างเตียงที่ตอนนี้มีเฮียธงนั่งเฝ้าดูอาการของเธอตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่ทราบได้แต่เธอไม่ต้องการเห็นหน้าเขา และไม่ต้องการให้มารับผิดชอบหรือแสดงความเป็นห่วงในสิ่งที่ตัวเองทำลงไปอย่างสิ้นคิด เหอะ!"นี่คุณ จะมาแกล้งอะไรฉันอีกล่ะ แค่นี้สภาพฉันยังน่าเกลียดไม่

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 7

    บทที่ 7"นี่ พูดดี ๆ นะ คิดเหรอว่าฉันจะไม่กล้าทำอะไรผู้หญิงอย่างเธอ" เฮียธงชี้หน้าเธอพร้อมกับสายตาที่แข็งกร้าว ความโกรธจัดที่ทำให้เลือดแทบจะขึ้นหน้านั้นไม่ได้ทำให้หญิงสาวสะเทือนเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังกล้ายิ้มเย้ยหยันราวกับเป็นการท้าทายทั้งสองผู้ร่วมชะตาอย่างคำแพงและต้องจิกเกร็งเท้าจนตะคริวแทบจะกิน นี่มันไฟกับน้ำมันมาเจอกันชัด ๆ "แล้วจะทำอะไรล่ะ?" เธอเลิกคิ้ว "จะจับฉันโยนลงไปในบ่อโคลนเหรอ" เธอปรายสายตาไปยังบ่อโคลนที่ตอนนี้มีควายตัวเล็กกำลังนอนเกลือกกลิ้งไปมาอย่างสบายใจ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าตอนนี้กำลังพูดท้าทายกับใครอยู่ คนอย่างเฮียธงยอมได้ทุกอย่างยกเว้นเวลาที่โดนพูดจาท้าทายเพราะมันดูเหมือนเป็นการเหยียดหยามศักดิ์ศรีและความกล้าของเขา แค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างเธอทำไมเขาถึงจะไม่กล้าทำ มันง่ายนิดเดียวที่จะทำให้เธอลงไปอยู่กับควายในบ่อโคลนนั้น การที่เธอแต่งตัวแบบนี้มาก็อาจจะแปลว่าเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้อยู่แล้วสินะ...เฮียธงขัดใจใครไม่เป็นเสียด้วยสิเขาสะบัดผ้าขาวม้าที่อยู่บนบ่าออกก่อนจะสาวเท้ามุ่งตรงมาหาหญิงสาวที่ยังคงยืนเชิดหน้าชูตาอยู่ราวกับที่นี่เป็นวิมานเก่าของเธอเสียอย่างนั้น แต่

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 6

    บทที่ 6เช้านี้ไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่นักสำหรับข้าวโพดที่ได้นอนเวลาตีสามตรงเป๊ะ นั่นก็เพราะกว่าวงเหล้าของเฮียธงจะเลิกก็ปาเข้าไปตีสามครึ่ง เธอทนฟังจนสลบไสลไปเองกระทั่งแม่เข้ามาปลุกในตอนหกโมงตรงให้ไปช่วยเปิดร้าน เพราะว่าเช้านี้แม่จะไปทำบุญกับเหล่าป้า ๆ ยาย ๆ ที่วัดซึ่งไม่ไกลจากตัวบ้านมากนัก และในเช้าที่วุ่นวายแบบนี้หน้าร้านของเธอก็ต้องทำงานแข่งกับเวลาจนไม่มีเวลาให้พักข้าวโพดที่ไม่ค่อยรู้เรื่องราคาของในร้านมากนักก็ขายผิดถูกไปบ้าง คนที่เข้าใจก็ปล่อยผ่าน ทว่าก็มีบางคนที่ไม่พอใจพร้อมสบถด่า ยอมรับตามตรงว่าเธอก็เสียความรู้สึกไม่น้อย แน่นอนสิ มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียดเป็นธรรมดา และเธอก็มองเห็นสายตาเกลียดชังนั้นอย่างชัดเจน“อันนี้เท่าได๋เกาะจ้า” เสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เธอสวมเสื้อยืดธรรมดากับผ้าถุงเพียงเท่านั้น ทว่าความสวยสง่ากลับทะลุเสื้อผ้าที่เธอใส่อย่างน่าแปลก(อันนี้เท่าไหร่เหรอจ๊ะ)“สามสิบบาทจ้ะ ใส่ถุงไหม” เธอยิ้ม“บ่เป็นหยังจ้า” หญิงสาวรับของกลับมา ทว่าสีหน้ากลับดูเหมือนมีคำถาม “เอ่อ… อันนี้ข้าวโพดแม่นบ่?”(เอ่อ… นี่ข้าวโพดใช่ไหม?)ข้าวโพดเหลือบตามองคนตรงหน้าอีกครั้ง เธอไม่ได้สงสั

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status