LOGINน้ำหวานมาร้านบรั่น-แบรนด์-บาร์ บ่อยเธออยู่ที่นี่มาสองปีจะสามปี เหมือนบ้านอีกหลังแล้วเฮียบาร์ก็เหมือนพ่ออีกคน ถึงเขาจะไม่อยากเป็นพ่อก็เถอะตอนนี้เธอให้เขาได้มากสุดแค่นี้
น้ำหวานเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยเสื้อยืดพอดีตัวกับกางเกงขาสั้นเหนือเข่ามาเพียงนิด ก่อนหน้านี้เธอใส่กางเกงยีนขายาว ห้องทำงานของเฮียบาร์เขาให้เธอใช้เต็มที่มีเสื้อผ้าตัวเองหลายชุด เขาบอกให้ทิ้งไว้เผื่อจำเป็นต้องได้เปลี่ยน
หญิงสาวเดินกะเผลกไม่ค่อยถนัดนักเหมือนแผลที่ได้จากเหตุการณ์ก่อนหน้าจะเริ่มตึง เดินตรงมาหาเจ้าของห้องที่นั่งรออยู่ บาร์รีบลุกไปจับมือเธอช่วยพยุงมาที่โซฟา ตรงโต๊ะกระจกเล็กด้านหน้ามีกล่องอุปกรณ์ยาปฐมพยาบาลเบื้องต้น
มือหนาจับขาเธอวางพาดบนตักเขา หัวเข่าเล็กมีเลือดซึมหน่อย ๆ น้ำหวานผิวขาวมากเรียบเนียนอย่างกับผิวเด็ก เป็นแผลถลอกนิดเดียวก็เห็นชัด บาร์ใช้สำลีจุ่มแอลกอฮอล์ค่อย ๆ เช็ดทำความสะอาดเสร็จแล้วค่อยใช้ยาทาอีกรอบ
น้ำหวานมองการทำตัวอ่อนโยนของคนตรงหน้า เขาทำแบบนี้มาตลอดดูแลใส่ใจกันเสมอ สำหรับเธอแล้วเฮียบาร์หล่อไหมก็คงหล่อ เขาดีไหมก็มีทั้งสองด้านให้เห็น
แล้วทำไมเธอถึงไม่รักเขาเธอเองก็ตอบไม่ได้ อาจเป็นเพราะว่าเห็นกันมานานอยู่ด้วยกันบ่อยเกินไป หันมาก็เจอมีเขาอยู่ตรงนี้เสมอ เธอไม่รู้ว่ารักเป็นยังไง
แต่จะให้เชื่อว่าเขาสามารถมีเธอคนเดียวนั้นมันยาก น้ำหวานเห็นเขาเจ๊าะแจ๊ะสาวอยู่ทุกวี่ทุกวัน มันเกินจะเชื่อใจถ้าเขาจริงใจและจริงจัง ก็ขอบคุณแต่สำหรับเธอคงต้องใช้เวลาอีกนาน
“เสร็จแล้วคิดอะไรอยู่” คนบอกทิ้งสายตาไว้หน้าเธอครู่หนึ่ง ก้มหยิบหลอดยามาบีบลงที่เข่าเพื่อทาให้
“เปล๊า”
“เสียงสูงคิดไม่ดีกับพี่อยู่สินะ”
คิดไม่ดีคือไม่ดีจริง ๆ อาจจะเป็นข้อเสียของเขา
ไม่ได้หมายถึงเธอคิดอยากทำอะไรเขาแบบคิดไม่ดีไม่ร้าย บาร์รู้ว่าน้ำหวานไม่เคยคิดแล้วก็ไม่มีวันคิด
“รู้ได้ยังไง”
เสียงเล็ก ๆ ถามขึ้นบาร์ไม่ได้ตอบทำเพียงมองหน้าเธอแล้วอมยิ้ม มือเขายังทายาวน ๆ ที่เข่าให้เธอน้ำหวานถึงได้ถามกลับไปอีกที
“เสี่ยเบียร์คิดว่าพี่ดีไหม” บางทีเรียกพี่ บางทีเรียกเฮีย มีบ้างเวลาโมโหเรียกไอ้ บาร์ไม่ถือขอแค่เป็นเธอทุกอย่างคือข้อยกเว้น
“ก็ไม่” พ่อเขาชอบพูดว่าไอ้ลูกเวร
“เพื่อนพี่ล่ะ”
“ก็คงไม่” ชื่อเขาคือบาร์เพื่อนชอบเรียกไอ้บัฟที่มาจากบัฟฟาโล่ บางที่ก็เรียกเฮียบาร์แต่พวกมันออกเสียงซะชัดจนกลายเป็น เหี้ยบาร์
“แล้วรุ่นน้อง”
“ก็น่าจะไม่” รุ่นน้องที่สนิทกับบาร์เคารพกันดีก็จริง แต่เวลาพวกมันหัวเสียกับเขาก็จะบอกว่า เฮียบาร์แม่ง พูดขนาดนี้อย่าเคารพนับถือกูเลย
“เห็นไหมทุกคนคิดเหมือนหนู” อีกอย่างที่บาร์พึงพอใจ
เธอมักใช้คำแทนตัวเองอยู่สองคำคือ หนูกับหวาน ซึ่งเขาชอบมากมันดูอ้อนดีและบาร์รู้สึกว่าได้เข้าใกล้เธอมากขึ้น แต่แม่คุณใช้กับทุกคนที่สนิทด้วยมันไม่ได้พิเศษอะไรกับคนอื่น แต่สำหรับเขาทุกอย่างที่มาจากเธอมันพิเศษทั้งหมด
“เอามือมาดูดิ๊”
บาร์ยื่นพลิกฝ่ามือไปรอมือเธอ น้ำหวานก็วางลงให้เขาง่าย ๆ บาร์จับมือนุ่มนิ่มดูว่าเป็นแผลตรงไหนบ้าง ก่อนจะใช้สำลีจุ่มแอลกอฮอล์ค่อย ๆ เช็ดจนสะอาดแล้วค่อยใช้ยาทาทำแผลให้เหมือนเดิม
เขาไม่ถือสาหาความกับคำถามของเธอ เพียงอยากรีบทำแผลให้เสร็จเร็ว ๆ อยู่ใกล้แล้วกลัวอดใจไม่ไหว ปากเล็ก ๆ สีชมพูสวยสดที่พูดไม่หยุด กลิ่นตัวหอมอ่อน ๆ ที่เขาชอบ ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหนพอได้เห็นหน้าได้กลิ่นเธอ ทุกอย่างเหมือนจะคลายลงแล้วทำให้เขาสบายใจขึ้น
“ขอบคุณค่ะ” พอทำแผลให้เสร็จเธอก็ขอบคุณเขาแบบนี้ปกติ
“มีรางวัลให้คนทำดีไหม” บาร์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกทั้งสองคนปัดผ่านกัน
“ใกล้ไปแล้ว ไม่มีหรอกถอยเลย” มือเล็กผลักอกแกร่งให้ห่างจากตัว คนตัวโตถอยออกแค่นิดเดียวก็กลับเข้ามาใหม่
น้ำหวานรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีดันอกเขาออก แต่แขนเธอเจ็บกลับกลายเป็นว่าเขาก็ต้านแรงเธอกลับ เพื่อหวังแกล้งไม่ได้จะทำจริงแต่มันกลับโดนจริง
“เฮีย... อุ๊บ” ริมฝีปากหนาถลามาประกบลงริมฝีปากบาง ทั้งสองคนเบิกตากว้างบาร์เองก็ตกใจ แต่แม่งโคตรรู้สึกดี
“ไอ้หวาน” สองเสียงดังขึ้นพร้อมกัน เป็นต้นหลิวกับหน้าผาเพื่อนน้ำหวาน เปิดประตูเข้ามาเห็นฉากเลิฟซีนพอดี
ที่เรียกเพื่อนเพราะจากภาพตรงหน้าที่เห็น เหมือนน้ำหวานจะกระชากคอเสื้อเฮียบาร์เข้าไปจูบซะเอง ทั้งสีหน้าท่าทางของเจ้าของร้านที่ทำท่าตกใจแบบนั้น สองมือน้ำหวานกำคอเสื้อเชิ้ตเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ทั้งสองรีบผละถอยออกห่างจากกัน บาร์เหมือนคนยังไม่ได้สติดี เขานิ่งไป
“หวานแกทำอะไรเฮียเขา” ต้นหลิวถามขึ้นเมื่อเดินมาหยุดลงตรงหน้าเพื่อน“จะบ้าเหรอไม่ได้ทำ”คนถูกกล่าวหามุมปากกระตุก ถึงเธอจะห้าวเป้งไปบ้างก็ไม่คิดจะกระชากคอเสื้อของใครเข้ามาจูบ โดยเฉพาะไอ้เฮียบาร์คนเจ้าเล่ห์ เขายังนั่งก้มหน้าก้มตาสองมือเท้าศอกที่หน้าขา ฝ่ามือลูบหน้าตัวเองทำเหมือนโดนเธอข่มขืนฝืนใจ ทั้งที่เหตุการณ์ก่อนหน้าเมื่อไม่นานมานี้ มันเป็นแค่จูบแล้วก็เป็นอุบัติเหตุ“แกกำคอเสื้อเฮียเขาเข้ามาจูบพวกกูเห็น” หน้าผานั่งลงข้างบาร์ตบไหล่เขาเบา ๆ เป็นเชิงปลอบ น้ำหวานอยากจะกลอกตามองบนซะจริง ๆ ทั้งคิดในใจ ‘แล้วทำไมพวกแกไม่มาเร็วกว่านี้จะได้เห็นตั้งแต่ต้นจนจบ’“ขอตัวก่อนนะ” บาร์พูดจบลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก้าวเดินออกจากห้องไปปล่อยให้ทั้งสามคนชายสองหญิงหนึ่งกลุ่มเพื่อนกัน มองตามเขาคนละอารมณ์ ต้นหลิวหน้าผาสงสารเฮียบาร์ของพวกมัน เห็นจีบมานานแต่ไม่ได้รับความรักจากเพื่อนพวกเขาสักที แล้วมาโดนจูบแบบนี้ทั้งที่ผู้หญิงไม่ได้รักมันจะไปมีความหมายอะไรช้ำใจเปล่า ๆส่วนน้ำหวานยังนึกงงมองตามคนตัวโต เขาเป็นอะไรเธอยังไม่เข้าใจเลย แล้วใครกันมันยื้อยุดฉุดเธอจนเป็นแบบนั้น คงไม่ได้เสียใจที่ปากเขามาแตะปากเธอหรอกใช่ไหมน
น้ำหวานมาร้านบรั่น-แบรนด์-บาร์ บ่อยเธออยู่ที่นี่มาสองปีจะสามปี เหมือนบ้านอีกหลังแล้วเฮียบาร์ก็เหมือนพ่ออีกคน ถึงเขาจะไม่อยากเป็นพ่อก็เถอะตอนนี้เธอให้เขาได้มากสุดแค่นี้น้ำหวานเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยเสื้อยืดพอดีตัวกับกางเกงขาสั้นเหนือเข่ามาเพียงนิด ก่อนหน้านี้เธอใส่กางเกงยีนขายาว ห้องทำงานของเฮียบาร์เขาให้เธอใช้เต็มที่มีเสื้อผ้าตัวเองหลายชุด เขาบอกให้ทิ้งไว้เผื่อจำเป็นต้องได้เปลี่ยนหญิงสาวเดินกะเผลกไม่ค่อยถนัดนักเหมือนแผลที่ได้จากเหตุการณ์ก่อนหน้าจะเริ่มตึง เดินตรงมาหาเจ้าของห้องที่นั่งรออยู่ บาร์รีบลุกไปจับมือเธอช่วยพยุงมาที่โซฟา ตรงโต๊ะกระจกเล็กด้านหน้ามีกล่องอุปกรณ์ยาปฐมพยาบาลเบื้องต้นมือหนาจับขาเธอวางพาดบนตักเขา หัวเข่าเล็กมีเลือดซึมหน่อย ๆ น้ำหวานผิวขาวมากเรียบเนียนอย่างกับผิวเด็ก เป็นแผลถลอกนิดเดียวก็เห็นชัด บาร์ใช้สำลีจุ่มแอลกอฮอล์ค่อย ๆ เช็ดทำความสะอาดเสร็จแล้วค่อยใช้ยาทาอีกรอบน้ำหวานมองการทำตัวอ่อนโยนของคนตรงหน้า เขาทำแบบนี้มาตลอดดูแลใส่ใจกันเสมอ สำหรับเธอแล้วเฮียบาร์หล่อไหมก็คงหล่อ เขาดีไหมก็มีทั้งสองด้านให้เห็นแล้วทำไมเธอถึงไม่รักเขาเธอเองก็ตอบไม่ได้ อาจเป็นเพราะว่าเห็นก
“อุ้มทำไม”น้ำหวานถามทันทีที่บาร์อุ้มเธอขึ้นอย่างง่ายดายด้วยท่าเจ้าสาว เธอใช้สองแขนโอบรอบคอเขาไว้เพราะกลัวตก คนมองทั้งร้านคะแนนตกไม่รู้ด้วย“เดินไหวเหรอ” เจ็บแล้วยังจะดื้อด้านอีกเด็กนี่“พยุงก็พอ”“เมื่อไหร่จะถึง” พูดจบขายาวก้าวเดินอุ้มคนตัวเล็กขึ้นชั้นสามห้องทำงานของตัวเอง“ถอด”เขาวางเธอลงโซฟากลางห้องแล้วเดินไปหยิบของอีกมุมซึ่งไม่ใกล้ไม่ไกล“เฮีย” น้ำหวานยังนั่งมองแผ่นหลังกว้างของเขาที่ก้ม ๆ เงย ๆ หาของในลิ้นชักตรงโต๊ะทำงาน“พี่” บาร์ชะงักเงยหน้าหันกลับมามองคนตัวเล็ก เธอยังนั่งนิ่งไม่ขยับทำตามที่เขาบอก“ทำไมไม่ให้เรียกเฮียเหมือนคนอื่น” ยังจะมาถามบอกไปรอบที่ร้อยแล้ว จะบอกรอบที่หนึ่งร้อยหนึ่งก็ได้“เพราะเธอไม่ใช่คนอื่น แล้วก็ไม่เหมือนใคร” เขาไม่ให้เธอเรียกว่าเฮียบาร์ แต่ให้เรียกว่าพี่บาร์ทั้งที่ใคร ๆ ต่างเรียกเขาแบบนี้กัน ขนาดพ่อเขายังเรียกไอ้เฮียบาร์ เพื่อนกลุ่มเขาก็เห็นเรียกบ่อย ๆ แต่ไม่ออกว่าเฮีย เหมือนจะออกเป็นอีกคำแค่คล้ายกัน“อยากเป็นพี่ว่างั้น” ใครเขาอยากเป็นพี่เธอกัน“อยากเป็นผัวได้ไหมล่ะ”“เฮียบาร์ !!!”น้ำหวานขึงตาใส่เจ้าของร้านไปหนึ่งที ถามมาจะเข้าปีที่สามคำตอบของคำถามก็ยั
“อะ... เอ่อ น้ำหวานครับ”ผู้จัดการร้านตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นคงนัก เพราะรู้ดีว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้างได้ยินแค่นั้นเจ้าของร้านก็ลุกพรวดพราดออกจากโต๊ะทำงาน เปิดประตูปิดลงดังลั่นขายาว ๆ ย่างก้าวด้วยความเร่งรีบลงไปชั้นหนึ่งของร้านทันที“มันเป็นใครกัน”เจ้าของร้านลงมาถึงชั้นล่างดูจากสถานการณ์น่าจะยังไม่สงบดี เมื่อได้ยินเสียงคนเมาทำตัวกร่างด่าทอนักร้องในร้านเสีย ๆ หาย ๆ ไม่หยุด“เป็นแค่นักร้องกลางคืนอย่าอวดดีนักเลยแตะนิดแตะหน่อยทำเป็นหวงตัว” คนเมาที่ดึงนักร้องลงจากเวทีพูดเสียงดังลั่น ด้านข้างซ้ายขวามีการ์ดตัวใหญ่คุมตัวไว้ส่วนนักร้องที่โดนลากลงมาเธอเจ็บหัวเข่าเพราะตกจากเวทีสูงเมตรกว่า ๆ มีเพื่อนผู้ชายสองคนคอยพยุงไว้ ใบหน้าเธอเรียบนิ่งติดจะเย็นชาด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่“เฮียบาร์” ต้นหลิวกับหน้าผา เพื่อนสองคนที่พยุงหญิงสาวอยู่เรียกชื่อผู้มาใหม่พร้อมกัน“เจ็บตรงไหน”เจ้าของชื่อไม่สนใจใคร เขาสนใจอยู่คนเดียวคือนักร้องในคืนนี้ที่ตกเวที ไม่ใช่เพราะว่าเธอเรียกแขกได้ดีมันมีเหตุผลมากกว่านั้น“ไม่เจ็บ” เสียงเธอยังเรียบนิ่งปกติเอ่ยบอกเขาออกไปง่าย ๆ “หัวเข่ากับศอกแล้วก็ฝ่ามือครับ”“
รถสปอร์ตคันหรูสีเหลืองตัดดำ เสียงเครื่องยนต์คำรามดังกึกก้องแล่น เข้าจอด ประตูรถเปิดออกชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ก้าวขาลงมาเดินเข้าด้านใน ผู้คนหนุ่มสาวนักท่องราตรียืนต่อแถว เพื่อรอเข้าไปในร้านโดยผ่านการ์ดร่างยักษ์ขอตรวจบัตรประชาชนยืนยันอายุพอการ์ดมองเห็นผู้มาใหม่ทุกคนต่างพากันก้มหัวทักทายเขา ชายหนุ่มพยักหน้ายิ้มทักทายกลับเช่นกัน ก่อนจะเดินตรงเข้าร้านไป สาว ๆ ที่รอหน้าร้านต่างพากันมองเขาเป็นตาเดียวคนที่มาร้านนี้ตลอดเห็นบ่อยก็จริง แต่ยังแสดงอาการตื่นเต้นอยู่ดีเมื่อเห็นเขาส่วนสาว ๆ ที่พึ่งเคยมายืนอ้าปากค้างไปแล้ว ด้วยรูปร่างหน้าตาชวนหลงใหลก้าวเดินมาถึงภายในร้านอาหารกึ่งผับสามชั้น ชั้นหนึ่งโซนยืนมากกว่านั่ง สำหรับร้องเต้นมีดนตรีร้องสดสลับเปลี่ยนกับดีเจ ส่วนชั้นสองสำหรับคนอยากนั่งเล่นนั่งชิลล์ ๆชั้นสามแบ่งออกเป็นสองโซน ห้องวีไอพีสำหรับรับลูกค้ากลุ่มใหญ่ อีกโซนเป็นห้องทำงานพนักงานทั่วไป บัญชี จัดซื้อ ผู้จัดการร้าน ทั้งห้องพักเจ้าของที่นี่พร้อมที่ซุกหัวนอน และมีห้องสำหรับแขกอย่างเพื่อนเจ้าของร้านหรือครอบครัว ซึ่งถูกสร้างขึ้นเป็นห้องเก็บเสียงอย่างดีร้านบรั่น-แบรนด์-บาร์ชื่อร้านตั้งตามช







