เข้าสู่ระบบ1อาทิตย์ต่อมา
หลังจากที่หญิงสาวได้รักษาตัวหลังคลอดที่โรงพยาบาลอยู่หลายวัน ทางโรงพยาบาลได้อนุญาตให้เธอกลับบ้านมาพักรักษาตัวและเลี้ยงบุตรต่อที่บ้านได้ ตั้งแต่วันนั้นที่เธอได้อุ้มลูกน้อยก้าวขาเดินออกจากประตูโรงพยาบาล ชีวิตของการเป็นแม่อย่างจริงจังก็ได้เริ่มต้นขึ้น แต่ทว่าการที่จะเป็นแม่ดูแลเด็กคนหนึ่งได้นั้นมันไม่ได้ราบรื่นสวยงามอย่างที่ใครหรือผู้ชายหลายๆ คนคิดเลย แม้แต่ตัวของหญิงสาวเองก็ยังไม่คิดเลยด้วยซ้ำว่าเลี้ยงเด็กคนหนึ่งตามลำพังราวว่าเธอนั้นเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมันจะยากลำบากมากๆ ถึงขนาดนี้ เวลา03.50น. “อุแว้ อุแว้ อุแว้” เสียงร้องแสบแก้วหูของลูกน้อยที่เพิ่งคลอดออกมาได้เพียงไม่กี่วันตื่นมาร้องไห้เสียงดังลั่นห้อง จนทำให้หญิงสาวที่เผลองีบหลับไปไม่ถึงยี่สิบนาทีสะดุ้งตื่นลุกขึ้นมาด้วยความลนลานรีบรวบมัดผมยาวรุงรังด้วยความรีบร้อนก่อนจะใช้มือเรียวทั้งสองข้างยกอุ้มลูกน้อยที่ยังคงร้องส่งเสียงดังไม่ยอมหยุดขึ้นมาอย่างเบาเอามาไว้ในอ้อมแขน อุ่นๆ ของเธอทันที “โอ๋ๆ ไม่ร้องน้าลูกแม่” “อุแว้ อุแว้ อุแว้” มือเรียวรีบถกชายเสื้อขึ้นข้างหนึ่งก่อนจะยกเต้าใหญ่ขาวโพลนป้อนเข้าปากลูกน้อยที่มีใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักน่าชังกำลังอ้าปากร้องไห้งอแงหิวนมราวกับลูกนกกระจอกกำลังรอแม่นกมาป้อนอาหารอยู่ในอ้อมกอดอันแสนจะอบอุ่นของผู้เป็นมารดามือใหม่ ที่ยังไม่ค่อยจะคล่องแคล่วชำนาญสักเท่าไหร่นัก แต่สายใยแห่งรักของหญิงสาวมีต่อลูกน้อยที่ของขวัญชิ้นพิเศษและสำคัญมากที่สุดในชีวิตไม่ว่าสิ่งใดก็ไม่สามารถนำมาแลกหรือแทนทดกันได้ เธอจึงพยายามทำหน้าที่ของการเป็นแม่ให้ออกมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ประคบประหงมลูกน้อยราวกับไข่ในหิน ทันทีที่เต้านมถูกยัดเข้าปากเล็กของลูกน้อยได้สัมผัสกับรสชาติน้ำนมอุ่นๆ ที่ถูกกลั้นออกมาจากหน้าอกหญิงสาวก็ได้หยุดร้องไห้ลงทันที หลับตาตั้งใจดูดซึมซับสารอาหารการกายมารดาอย่างหิวกระหาย หญิงสาวที่อดหลับอดนอนมาตลอดหลายคืนจนใต้ขอบตาคล้ำเห็นลูกน้อยได้หยุดร้องลงแล้ว เธอถึงกับถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความโล่งอกเมื่อลูกน้อยได้กินนมจากเต้าแล้ว เธอได้พยายามฝืนตัวเองไม่ให้เผลอหลับนั่งป้อนนมให้ลูกน้อยจนกว่าจะกินอิ่มนานเกือบชั่วโมง ถึงแม้ว่าในแต่ละวันข้าวปลาเธอแทบจะไม่ค่อยได้กินอย่างเต็มที่ ไหนเลยแม้กระทั่งจะอาบน้ำก็ยังไม่ค่อยได้อาบแบบตั้งใจ ต้องอยู่ในสภาพหัวฟูผมรุงรังอย่างกับรังแม่ไก่ ไปไหนมาไหนก็ต้องแบกพาลูกน้อยออกไปด้วยตลอด แต่เธอก็ไม่เคยบ่นหรือแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็นเลยด้วยซ้ำ คิดสิคิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ที่เพิ่งเป็นคุณแม่มือใหม่ได้ไม่นาน มีจิตใจที่แกร่งขนาดไหน ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างลำบาก เหมือนกับคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคนหนึ่งไร้ซึ่งพ่อของลูก ที่อีกฝ่ายไม่เคยได้รับรู้เลยด้วยซ้ำว่าในตอนนี้เขานั้นได้เป็นผู้ที่ทำให้เด็กน้อยคนนี้ถูกสร้างขึ้นจากดีเอ็นเอของเขาและเธอขึ้นมาทไม่รู้แม้กระทั่งว่าความลำบากแสนทรมานใจที่หญิงสาวต้องเผชิญหน้าอยู่กับมันเพียงลำพัง โดยที่ไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเลยสักคนมันหนักหนาขนาดไหน… หลังจากเวลาผ่านไปเกือบจะสองชั่วโมง หญิงสาวได้นั่งให้นมอยู่นานจนปวดหลังแต่พยายามฝืนทนให้ลูกน้อยได้กินนมอุ่นๆ จากเต้าจนอิ่มหลับสบาย เธอจึงค่อยๆ ดึงเต้าออกจากปากเล็กบางอย่างช้าๆ กลัวว่าลูกน้อยจะสะดุ้งตกใจตื่นขึ้นอีกครั้งจึงค่อยๆ ประคองร่างเล็กให้นอนลงบนเบาะสำหรับเด็กอ่อนอย่างเบามือที่สุด บรรยากาศในยามกลางคืนกลับเงียบสงบลงอีกครั้ง หญิงสาวได้นั่งจ้องมองอย่างตราตรึงบนใบหน้าจิ้มลิ้มและริมฝีปากแดงเรียวเล็กของลูกน้อยที่กำลังหลับปุ๋ยหลังจากได้กินอิ่ม ผ่านแสงไฟสลัวของโคมไฟในห้องด้วยแววตาที่อ่อนโยนพลางใช่มือเรียวยกขึ้นสัมผัสจับกำปั้นน้อยๆ ด้วยความทะนุถนอมสุดหัวใจ แต่ในบางครั้งที่หญิงสาวได้จ้องมองใบหน้าของลูกน้อยที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับแฟนหนุ่มบิดาผู้ให้กำเนิดแล้ว กลับทำให้อดไม่ได้ที่หยาดน้ำตาจะเอ่อขึ้นมาคลอดวงตาคู่งามจนไหลลงมาอาบแก้มทั้งสองเป็นสายด้วยความรู้สึกคิดถึงและเจ็บปวดใจอยู่ข้างในส่วนลึกจนหัวใจเริ่มจะเต็มไปด้วยบาดแผล… ภายนอกหญิงสาวอาจจะดูเป็นผู้หญิงที่เก่งในหลายๆ เรื่อง แต่ในบางครั้งกลับทำให้เธอต้องมานั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่เงียบๆ เพราะเริ่มจะอดไม่ได้ที่หัวใจเธอจะเผยความอ่อนแอกับความท้อแท้ในความหวังลมๆ แล้งๆ รอการติดต่อกลับมาจากแฟนหนุ่มในตลอดหลายเดือนมานี้ จนป่านนี้แล้วก็ยังคงไร้วี่แววข่าวคราวของแฟนหนุ่มเหมือนกับที่ผ่านมาในครั้งก่อนๆ อีกเช่นเคย หญิงสาวครุ่นคิดอย่างไม่เข้าใจมาโดยตลอดตั้งแต่หลังจากที่ชายหนุ่มไปต่างประเทศได้สักพัก ว่าตัวเธอนั้นได้ทำอะไรผิดเขาถึงได้ปล่อยให้เธอกับลูกน้อยรอคอยอย่างไร้จุดหมายอยู่แบบนี้… สายตาที่อ่อนโยนของหญิงสาวได้จ้องมองลูกน้อยอยู่ครู่ใหญ่ ใบหน้าเล็กนั้นเหมือนมีพลังวิเศษอะไรบางอย่างมาทำหัวใจเธอนั้นเข้มแข็งขึ้นมาทันทีราวกับบอกว่าต้องออกมาจากความอ่อนแอเหล่านี้ให้ได้ ต้องเข้มแข็งให้มากกกว่านี้ นี่ไม่ใช่เวลาที่จะจมปลักกับความรู้สึกแย่ๆ อะไรแบบนี้อีกแล้ว หลังจากได้แรงใจกลับคืนมา หลังมือเรียวขาวจึงได้ยกขึ้นปาดน้ำตาบนแก้มทั้งสองข้างจนเหือดแห้งก่อนที่หญิงสาวจะตัดสินใจว่าพรุ่งนี้เธอจะพาลูกน้อยไปที่บ้านมารดาของแฟนหนุ่ม เพื่อไปถามถึงในสิ่งที่เธอนั้นค้างคาใจเกี่ยวกับการหายตัวไปอย่างไม่มีการบอกกล่าวของแฟนหนุ่มให้แน่ชัดเสียที ว่าตกลงแล้วเขาหายไปไหนกันแน่1อาทิตย์ต่อมาหลังจากที่หญิงสาวได้รักษาตัวหลังคลอดที่โรงพยาบาลอยู่หลายวัน ทางโรงพยาบาลได้อนุญาตให้เธอกลับบ้านมาพักรักษาตัวและเลี้ยงบุตรต่อที่บ้านได้ ตั้งแต่วันนั้นที่เธอได้อุ้มลูกน้อยก้าวขาเดินออกจากประตูโรงพยาบาล ชีวิตของการเป็นแม่อย่างจริงจังก็ได้เริ่มต้นขึ้นแต่ทว่าการที่จะเป็นแม่ดูแลเด็กคนหนึ่งได้นั้นมันไม่ได้ราบรื่นสวยงามอย่างที่ใครหรือผู้ชายหลายๆ คนคิดเลย แม้แต่ตัวของหญิงสาวเองก็ยังไม่คิดเลยด้วยซ้ำว่าเลี้ยงเด็กคนหนึ่งตามลำพังราวว่าเธอนั้นเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมันจะยากลำบากมากๆ ถึงขนาดนี้เวลา03.50น.“อุแว้ อุแว้ อุแว้” เสียงร้องแสบแก้วหูของลูกน้อยที่เพิ่งคลอดออกมาได้เพียงไม่กี่วันตื่นมาร้องไห้เสียงดังลั่นห้อง จนทำให้หญิงสาวที่เผลองีบหลับไปไม่ถึงยี่สิบนาทีสะดุ้งตื่นลุกขึ้นมาด้วยความลนลานรีบรวบมัดผมยาวรุงรังด้วยความรีบร้อนก่อนจะใช้มือเรียวทั้งสองข้างยกอุ้มลูกน้อยที่ยังคงร้องส่งเสียงดังไม่ยอมหยุดขึ้นมาอย่างเบาเอามาไว้ในอ้อมแขน อุ่นๆ ของเธอทันที“โอ๋ๆ ไม่ร้องน้าลูกแม่”“อุแว้ อุแว้ อุแว้” มือเรียวรีบถกชายเสื้อขึ้นข้างหนึ่งก่อนจะยกเต้าใหญ่ขาวโพลนป้อนเข้าปากลูกน้อยที่มีใบหน้าจิ้มลิ้มน่าร
“ทำไมเสียใจเหรอ ฉันออกจะดีใจมากที่สุดเลย แล้วอีกอย่างหล่อนฟังไม่ผิดหรอกนะ ในที่สุดลูกชายฉันก็ตาสว่างจากผู้หญิงอย่างหล่อนสักที ฉันจะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัวทุกวันแล้วก็หัดจำใส่หัวเอาไว้เสียบ้างหรือไม่ก็ตักใส่กะลาส่องดูนะ ว่าผู้หญิงชั้นต่ำอย่างหล่อนคู่ควรกับลูกชายของฉันมั้ย!”“…”“ต่อไปนี้ก็เลิกพยายามติดต่อหาลูกชายฉันได้แล้ว ฉันละเบื่อผู้หญิงที่วันๆ ไม่ทำอะไรเอาแต่ชอบเกาะหากินกับผู้ชายอย่างหล่อนจริงๆ ทุเรศ เหอะ!”ตู๊ด! ตู๊ด! ตู๊ด!มารดาของแฟนหนุ่มหัวเราะเยาะเย้ยอย่างชอบใจก่อนที่จะตัดสายโทรศัพท์ทิ้งไป ดวงหน้าหมดจดของหญิงสาวซีดเผือดขึ้นมาทันที มือเรียวเล็กที่แนบโทรศัพท์ไว้กับหูในทีแรกค่อยๆ ลดต่ำลงอย่างช้าๆ ความรู้สึกโหวงเหวงอ้างว้างเกาะหัวใจที่ขมขื่นอย่างอธิบายไม่ถูกในหัวของหญิงสาวยังเกิดความสับสนในเวลาเดียวกันกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้งที่เมื่อตอนเย็นเธอกับแฟนหนุ่มยังคงพูดหวานหยอกล้อใส่กันอยู่เลยแถมเขายังนัดเธอออกมาดินเนอร์ที่นี่อีก ไม่มีท่าทีว่าเขาจะโกธรเคืองเรื่องอะไรและเป็นไปไม่ได้เลยว่า ที่อยู่ๆ มาวินแฟนหนุ่มของเธอจะไปต่างประเทศโดยไม่มีธุระด่วนหรือเหตุผลจำเป็นบางอย่างถึงขั้นไปโดยที่ไม่โ
หลังจากเห็นภาพที่เจ็บปวดใจ ชายหนุ่มจึงได้ขับรถกลับไปยังคอนโดเก็บโยนรูปถ่ายและสิ่งของทุกอย่างที่เกี่ยวกับแฟนสาวไม่ให้เหลือแม้แต่ชิ้นเดียวทิ้งลงถังขยะอย่างไม่ใยดี ไม่แม้แต่จะอาลัยอาวรณ์ความหลังเลยแม้แต่น้อย ก่อนที่เขาจะเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าเดินทางทั้งหัวใจที่เจ็บปวดราวกับถูกมีดแทงในเวลาเดียวกัน เดินทางไปยังสนามบินจองตั๋วด่วนขึ้นเครื่องไปต่างประเทศทันที ในเย็นวันนั้นอย่างไม่คิดจะบอกลาแฟนสาวอย่างเขมมิกาเลยสักคำความโกรธแค้นใจทำให้ชายหนุ่มหน้ามืดตามัวกระทำการที่หุนหันพลันแล่นเกินไป ไม่แม้จะครุ่นคิดไตร่ตรองเรื่องราวให้ดีเสียก่อน เพียงแค่เห็นกับตาตัวเองแต่ไม่ได้ถามไถ่อีกฝ่ายถึงความเป็นมาของเรื่องให้ชัดเจน จนทำให้ความเชื่อใจและความรักที่มีให้กันมานับหลายปี ทุกพังทลายลงในพริบตาเดียวอย่างไม่เป็นท่าโดยไร้เหตุผลณ ร้านกาแฟริมทะเล20.00น.ค่ำคืนสุดโรแมนติกริมทะเล บรรยากาศในร้านเดิมที่คุ้นเคยมีเทียนไขวางอยู่บนโต๊ะส่องแสงสลัวชวนให้อบอุ่นหัวใจ ร่างเล็กขาวนวลสวมชุดกระโปรงยาวสีชมพูพีชให้เข้ากับดินเนอร์ในคืนนี้ ใบหน้าเนียนผัดแป้งแต่งหน้าเบาๆ ทาลิปติกสีชมพูอ่อนบนริมฝีปากเรียวบาง ปล่อยผมน้ำตาลม้วนลอนแ
ในระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังขับรถอยู่บนเส้นทางถนนเรื่อยๆ มาได้สักพัก จนมาถึงทางแยกไฟแดงตรงกับสวนสาธารณะแห่งหนึ่งและเป็นจังหวะที่เขากำลังติดไฟแดงอยู่นั้น ชายหนุ่มก็ได้กวาดสายตามองทิวทัศน์รอบๆ ข้างนอกผ่านบานกระจกรถอย่างเพลินๆ ตามปกติเพื่อฆ่าเวลาระหว่างรอสัญญาณไฟจารจรอย่างไม่คิดอะไร ทว่าจู่ๆ ดวงตาคู่คมของชายหนุ่มได้บังเอิญเหลือบมองไปเห็นแผ่นหลังของร่างบางเล็ก ผมสีน้ำตาลปล่อยยาว ดัดลอนของหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งคล้ายกับแฟนสาวของเขา กำลังยืนโอบกอดผู้ชายคนหนึ่งอยู่ริมฟุตบาทสวนสาธารณะใกล้ๆ ทางฝั่งที่เขาได้จอดหยุดรถรอ สายตาของชายหนุ่มได้นั่งจ้องมองคู่รักสองคนนั้นอยู่พักหนึ่ง ทำให้นึกถึงในช่วงเวลาตอนที่เขาได้กอดแฟนสาวในฐานะคนรักจนทำให้อดไม่ได้ที่จะแย้มริมฝีปากบางเฉียบออกเป็นรอยยิ้ม ไม่นานนักหญิงสาวได้คลายอ้อมกอดออก เผยให้ชายหนุ่มเห็นใบหน้าละมุนของเธอคนนั้นกำลังยืนส่งยิ้มหวานให้กับชายหนุ่มตรงหน้าอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ทว่าใบหน้าของหญิงสาวกลับทำให้ใบหน้าที่ยิ้มแย้มออกมาด้วยความรู้สึกที่อบอุ่นอยู่ในทีแรกมันก็พลันหายไปในทันที กลับกลายเป็นสีหน้าซีดเผือดไม่มีสีเลือด ดวงตาสีดำเบิกออกกว้างหัวใจของชายหนุ่มพลัน
ชายหนุ่มร่างสูง ร่างกายขาวเนียนเปลือยผ้าท่อนบนเผยให้เห็นกล้ามมัดหน้าท้องสุดยั่วยวนชวนสัมผัสได้ลุกออกมาจากเตียงนอนนุ่มหลังจากเสร็จภาระฉากรักที่เร่าร้อน เดินเข้าห้องน้ำไปด้วยสีหน้าที่เย็นชาปล่อยให้ร่างบางขาวเนียนของเขมิกา (เขม) หรือภรรยา (แค่) ในนามนุ่งน้อยห่มน้อยนั่งกุมหน้าตัวงอด้วยความเจ็บปวดจนแทบสิ้นสติไปอยู่รอมร่อ หยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดไหลทะลักลงมาอย่างไม่ขาดสายแต่กลับไร้เสียงสะอื้นอยู่บนเตียงอย่างโดดเดี่ยวอ้างว้างอยู่คนเดียวเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ ไม่รู้เป็นกี่ครั้งในของทุกวันแล้วจนแทบจะนับจำนวนไม่ได้ที่เธอต้องนั่งร้องไห้ให้กับผู้ชายที่รักมากแบบนี้…นานเท่าไหร่แล้วที่ตั้งแต่เธอและเขาแต่งงานกันมา รอยยิ้มที่ร่าเริงมีความสุขของความรักในวันวานก็ไม่ได้ปรากฏอยู่บนใบหน้างามของเธออีกเลย…ผู้ชายคนนี้ที่ขึ้นว่าเป็นสามีเขาทำราวกับว่าฉันเป็นเพียงผู้หญิงราคาถูก ที่จะสามารถเรียกใช้ให้มาบำเรอตอนไหนก็ได้ในเวลาที่เขาต้องการ กินทิ้ง กินขว้าง เหมือนของเล่นแก้เหงาชิ้นหนึ่ง เขาทำเหมือนกับฉันเป็นนางบำเรอมาตลอดหลายปีนี้ ไม่มีกระทั่งคำหวานที่คู่รักฉันสามีภรรยาเขาพูดกัน แต่กลับมีเพียงใบหน้าที่เย็นชา







