Home / โรแมนติก / แต่งงานกันไหม? ยัยเพื่อนซี้ / ตอนที่ 12 : นักบิดขวัญใจสาว (4)

Share

ตอนที่ 12 : นักบิดขวัญใจสาว (4)

last update publish date: 2026-10-27 23:27:11

ในขณะที่ฉันเป็นห่วงมันจับใจ แต่ไอ้เกอร์ก็ยังคงตอบกลับฉันมาด้วยรอยยิ้ม “ถ้าแค่นี้ฉันยังท้อ แล้วฉันจะอยู่รอจนวันที่แกตอบตกลงแต่งงานได้อย่างไงกันล่ะ”

“นี่แกยังจริงจังเรื่องแต่งงานอยู่ใช่ไหมเนี่ย ฉันนึกว่าเลิกคิดไปแล้วซะอีก” ฉันถามขึ้นด้วยความสงสัย

“ฉันทิ้งสาว ๆ ในสต็อคทั้งหมดก็เพื่อแกคนเดียว” 

“สาว ๆ พวกนั้นจะมาตามกระชากหัวฉันที่หลังไหมเนี่ย” 

“ไม่หรอก ฉันเลือกแกแล้ว แกคือตัวจริงคนเดียวในหัวใจของฉันเท่านั้น” 

“แหวะ ฉันจะอ้วก” ฉันเบะปากเล็กน้อย แต่ในใจลึก ๆ ของฉันกับรู้สึกดีใจที่ได้ยินประโยคนี้ 

ไอ้เกอร์ยังคงไม่สู้ต่ออย่างไม่ท้อ มันอุ้มฉันจนเกือบมาถึงวัดบนยอดเขาแล้ว

“เหลือบันไดอีกแค่ไม่กี่ขั้น เราก็จะถึงเป้าหมายแล้ว” ไอ้เกอร์พูดขึ้น

เหงื่อเริ่มไหลชุ่มเสื้อของมันมากกว่าเดิม ทำให้เสื้อของไอ้เกอร์แนบเข้ากับหุ่นล่ำสันของมัน จนฉันเห็นเป็นรอยซิกแพค

โอ้ยยยยย ไม่ได้ยัยเอพริล แกจะมามองซิกแพคของเพื่อนแกแบบนี้ไม่ได้นะ

ฉันละสายตาจากรอยซิกแพคของไทเกอร์ และมองไปที่ใบหน้าของมัน ทั้ง ๆ ที่ร่างกายของมันเริ่มเหนื่อยล้า แต่ใบหน้านั้นยังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้มเสมอ

หรือว่าจริง ๆ แล้ว แกไม่ได้แค่อยากแต่งงานเพราะกลัวจะไม่ได้อยู่กับฉัน หรือว่าจริง ๆ แล้ว แก ...

“ในที่สุดฉันก็ทำได้ เย้ ๆ” ไอ้เกอร์พูดขึ้นเสียงดังจนทำให้ฉันหลุดออกจากความคิดของตัวเองโดยไม่รู้ตัว มันอุ้มฉันก้าวจากบันไดขั้นสุดท้าย เข้าสู่บริเวณวัดที่อยู่บนยอดเขา บ่งบอกว่า มันได้พาฉันมาถึงเป้าหมายแล้ว          

ไอ้เกอร์วางฉันลง ทำให้ฉันยืนขึ้นตรง

ไอ้เกอร์สะบัดมือเล็กน้อย เพื่อสะบัดความเหมื่อยจากการอุ้มฉัน

ฉันนวดมือให้มันเล็กน้อยพร้อมกับพูดขึ้น “เหนื่อยไหมแก แกยอมทำเพื่อฉันขนาดนี้เลยหรอ?”

“สบายมากแก เพื่อแก ฉันทำได้ทุกอย่างแหละ” ไอ้เกอร์พูดไปพร้อมกับเอาแขนขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผาก

เสื้อที่เปียกโชกไปด้วยเหงื่อของไอ้เกอร์ ทำให้มันต้องถอดเสื้อออก

“ไอ้เกอร์ แกจะมาถอดเสื้อบริเวณวัดไม่ได้นะ” ฉันตำหนิ พร้อมกับเผลอมองไปที่ซิกแพคของมัน

“ไม่เป็นไรหรอกลูก อากาศมันร้อน” นักบวชคนหนึ่งเดินเข้ามา พร้อมกับถือถาดที่มีดอกดาวเรือง

“สวัสดีครับ / ค่ะ คุณพ่อ” ฉันกับไอ้เกอร์พูดขึ้นพร้อมกับยกมือไหว้นักบวชที่ยืนอยู่ตรงหน้า

“อ่านี่ รับไปนะลูก” นักบวชคนเดิมพูดขึ้น พร้อมกับหยิบดอกดาวเรืองจากในถาด มาให้ฉันและไอ้เกอร์คนละดอก

“ขอบคุณครับ / ค่ะ” เราทั้งสองคนยกมือไหว้คุณพ่อนักบวชอีกครั้ง

“ขอให้ความรักของลูกทั้งสองจนยืนยาว และ อยู่คู่กันโดยไม่สิ้นสุด” คุณพ่อนักบวชอวยพรพวกเรา จนทำให้ไอ้เกอร์ยิ้มออกมาอีกครั้ง วันนี้ทั้งวันมันยิ้มไม่หยุดเลย

และในขณะเดียวหัวใจของฉันก็เต้นแรงอีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่เราสองคนเป็นแค่เพื่อนรักกัน แต่ฉันกลับรู้สึกไม่ปฏิเสธคำอวยพรนี้จากคุณพ่อนักบวชเลย

“ลูกทั้งสองคนนั่งพักสักครู่ก่อนเถิด แล้วค่อยกลับลงไป” คุณพ่อนักบวชพูดจบ ก็ถือถาดเดินออกไป

ไอ้เกอร์นั่งขัดตะหมาดลงตรงพื้นนี้ทันทีด้วยความเหนื่อยล้า

และฉันเองก็ทิ้งตัวลงข้าง ๆ มันเช่นกัน

ไอ้เกอร์เอนศีรษะของมันมาพิงที่ไหลของฉัน พร้อมกับหลับตาพริ้ม มันคงเหนื่อยมากสินะ เพราะบันไดที่อุ้มฉันขึ้นมา มีมากกว่า 500 ขั้น และมันเองก็ต้องรับน้ำหนักฉันไว้ทั้งหมด

“นายทำเพื่อฉันขนาดนี้ได้อย่างไงกันนะ” ฉันคิดในใจอย่างเงียบ ๆ พร้อมกับมองไปที่ความไร้เดียงสาของเขาที่กำลังหลับอยู่

“เวลานายหลับ นายก็ดูน่ารักดีนะ” ฉันบ่นพึมพำเบา ๆ และแอบตั้งใจว่ามันจะได้ยินมัน

ผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ ไอ้เกอร์ก็ตื่นขึ้น พร้อมกับนำศีรษะออกจากไหล่ของฉัน

“ป่ะ กลับกันเถอะ” ไอ้เกอร์พูดขึ้น

“นี่แกเดินลงไหวหรอ ถ้ายังเหนื่อยอยู่ แกพักต่ออีกสักหน่อยก็ได้นะ” ฉันพูดขึ้นเพราะเห็นใบหน้าของไอ้เกอร์เริ่มแสดงออกถึงอาการเหนื่อยล้า

“ไหวสิแก แค่นี้สบายมาก” และในที่สุด ไอ้เกอร์ก็ยิ้มออกมาอีกครั้ง

“วันนี้แกยิ้มทั้งวันเลยนะ ทั้ง ๆ ที่อุ้มฉันขึ้นเขามาขนาดนี้ ก็ยังจะยิ้มออกอีก” ฉันถามขึ้นด้วยความสงสัย

“ฉันดีใจที่ได้ใช้เวลากับแกนะ” ไอ้เกอร์ยังคงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

“อ้าว วันนี้มาแปลก ปกติฉันก็ตัวติดกับแกออกจะบ่อยนะ” 

“ตอนนั้นกับตอนนี้มันไม่เหมือนกันสักหน่อย”

“ไม่เหมือนอย่างไงอ่า?” ฉันถามต่อ

แต่คำตอบที่ได้มาครั้งนี้ เป็นเพียงรอยยิ้มของเขาเท่านั้น

“วุ้ย! อะไรของแกว่ะ” ฉันบ่นออกมาพึมพำ

           

เราสองคนใช้เวลาไม่นาน สำหรับเดินจากวัดบนยอดเขาลงจนมาถึงที่จอดมอเตอร์ไซค์ของไอ้เกอร์ 

ไอ้เกอร์ยังคงยืนถอดเสื้ออยู่ข้างมอเตอร์ไซค์ ซิกแพคที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อทำให้มันดูเซ็กซี่ซะเหลือเกิน

ว้ายยยยยยยยย อะไรของแกเนี่ยยัยเอพริล วันนี้แกแอบมองซิกแพคของไอ้เกอร์ไปหลายรอบแล้วนะ

“ฉันเห็นนะว่าแกแอบมองหุ่นอันเซ็กซี่ของฉัน” ไอ้เกอร์ทักขึ้น ทำให้ฉันต้องรีบหันหลังให้มันทันที

“แหวะ หลงตัวเอง” ฉันตอบกลับทั้ง ๆ ที่ยังคงหันหลังให้ไอ้เกอร์

ไอ้เกอร์ค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ฉัน จนซิกแพคของเขากระทบเข้ากับแผ่นหลังของฉัน แล้วไอ้เกอร์ก็ค่อย ๆ เดินอ้อมมาด้านหน้าของฉัน ด้วยหุ่นที่สูงกว่า ทำให้ไทเกอร์ค่อย ๆ ก้มลงมาใกล้ ๆ หน้าของฉัน

ฉันมองเข้าไปในดวงตาของมัน หัวใจเริ่มสั่นไหว แต่ทำไมขาดันไม่ยอมขยับหนีจากไอ้เกอร์ล่ะเนี่ย

ในสมองของฉันเริ่มตีกัน และในขณะเดียวกันนั้นใบหน้าของไอ้เกอร์ก็ก้มลงเข้ามาใกล้ฉันเรื่อย ๆ 

และ แล้ว ...

“โอ้ยยยยย” ฉันถึงกับร้องออกมาทันที เมื่อไอ้เกอร์ตัวแสบดันเอาหัวของมันมาโขกกับหัวของฉัน

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ” ไอ้เกอร์หัวเราะเยาะอย่างสะใจ พร้อมกับคว้าเสื้อขึ้นมาสวมใส่

“เอ้านี่ ฝากเก็บไว้ให้หน่อยนะ” ไอ้เกอร์ยื่นดอกดาวเรืองที่ได้รับจากคุณพ่อนักบวชมาให้ฉันเก็บไว้

ไอ้เกอร์ขับรถมาส่งที่ฉันหน้าบ้าน

“ขอบคุณนะแก” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับก้าวขาลงจากรถ

“ยัวเวลคัมครับผม” มันตอบกลับด้วยเสียงที่กวนประสาทเช่นเคย

“แกก็ไปพักผ่อนได้ล่ะ พรุ่งนี้มีซ้อมไม่ใช่หรอ?” ฉันพูดขึ้นในเชิงคำถาม

“ใช่ ๆ เดี๋ยวฉันมารับแกไปส่งที่คาเฟ่เหมือนเดิมนะ” 

“โอเค” ฉันพูดจบ เราสองคนก็แยกย้ายกัน

ฉันนำดอกดาวเรืองสองดอกมาเก็บรวมไว้กับ    ดอกกุหลาบที่ไอ้เกอร์เอามาให้เป็นประจำ 

“เมื่อไหร่แกจะบอกความในใจออกมาทางปาก แทนทางดอกกุหลาบพวกนี้สักทีนะ” ฉันบ่นพึมพำกับตัวเอง

“ก็เพราะพี่ไปกันท่าเขาก่อนนะสิ” จู่ ๆ ยัยน้องสาวตัวแสบของฉันก็โผล่พรวดเข้ามาในห้อง

“ยัยตัวแสบ พี่ไปกันท่าอย่างไงฮ่ะ” ฉันถามยัยแจนขึ้น

“ก็แหม่ เขาขอแต่งงาน พี่ก็ไม่ตกลง เขาขอจีบ พี่ก็มีกฎเยอะแยะไปหมด เพราะพี่ยังคงแสดงความสนิทสนมแต่แบบเพื่อนสนิท ในขณะที่พี่ไทเกอร์อ่าเขาแสดงออกแบบคนรักแล้ว และแบบนี้เขาจะกล้าบอกความในใจออกมาทางปากได้ยังไงล่ะ” ยัยแจนพูดขึ้น

หรือว่า ที่ยัยแจนพูดจะจริงนะ เพราะในขณะที่ไอ้เกอร์พยายามจีบฉัน ฉันกลับยังทำตัวสนิทสนมกับมันแบบเพื่อน จนมันเองก็สับสนไม่กล้าบอกความในใจ เพราะกลัวฉันจะห่างจากมันไปหรือป่าวนะ

“ฉันพูดถูกใช่ไหมล่ะ!!” ยัยน้องสาวตัวแสบถามขึ้นในเชิงชมเชยตัวเอง

“ก็ไทเกอร์เอาแต่พูดเรื่องจะแต่งงาน และเรื่องจะจีบ แต่ไม่เคยบอกพี่เลยว่าเขาคิดอย่างอื่นกับพี่มากกว่าเพื่อนสนิท” ฉันพูดเชิงตัดพ้อ

เอ๊ะ!! แล้วทำไมฉันต้องอยากให้มันพูดความรู้สึกด้วยล่ะ

หรือว่า ...

ฉันจะคิดกับไอ้เกอร์เกินเพื่อนสนิทซะแล้ว

________________________________________________________

ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แต่งงานกันไหม? ยัยเพื่อนซี้   ตอนที่ 18 : ความโกรธ ความหึงหวง (2)

    “ไอ้เกอร์” ฉันจับใบหน้าของมันให้มามองที่ฉัน“ก็แก” แล้วในที่สุดมันก็ยอมพูดจนได้ “แกแต่งตัวแบบนี้ ผู้ชายมันถึงได้ทำแบบนั้นกับแกไง”“เดี๋ยวก่อนนะ แกพยายามจะบอกว่า ไอ้เหตุการณ์บ้า ๆ ที่เกิดขึ้นในงานปาร์ตี้เมื่อกี้ เกิดขึ้นเพราะฉัน” ฉันตวาดใส่ไอ้เกอร์ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ“ก็ถ้าแกไม่แต่งตัวยั่วคนอื่นแบบนั้น มันก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก” ไอ้เกอร์พูดด้วยเสียงเรียบเฉย นั้นยิ่งทำให้ฉันโกรธขึ้นไปอีก“ฉันขอพูดอะไรหน่อยนะ ทำไมเวลาผู้หญิงแต่งตัวไม่เรียบร้อย แล้วมีผู้ชายมาลวนลาม ทำไมความผิดถึงกลายเป็นของฝ่ายผู้หญิงฝ่ายเดียว ทั้ง ๆ ที่ผู้หญิงก็มีสิทธิและเสรีภาพในการแต่งตัวอย่างไงก็ได้ แต่ทำไมไม่มีใครคิดจะโทษว่าเป็นเพราะผู้ชายนั้นสารเลวเอง ถ้าผู้ชายเหล่านั้นไม่ได้มีจิตใจที่สกปรก ต่อให้ผู้หญิงจะแต่งตัวแบบไหน พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปลวนลาม ผู้หญิงอย่างเราก็มีสิทธิ์ในการเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบไหนก็ได้ ทำไมผู้ชายถึงเอาแต่มาโทษผู้หญิงอย่างเรา” พูดจบฉันก็เดินเปิดประตูรั้ว และเดินเข้าบ้านไปทันทีฉันได้ยินเสียงของไอ้เกอร์เรียกตามหลังมา แต่ความโกรธของฉันตอนนี้ทำให้ฉันไม่อยากหันกลับไปมองหน้ามัน

  • แต่งงานกันไหม? ยัยเพื่อนซี้   ตอนที่ 17 : ความโกรธ ความหึงหวง (1)

    บทที่ 5เอพริล :ฉันเดินไปอยู่ในงาน แต่ก็ยังไม่มีหนุ่ม ๆ เข้ามาจีบสักคน คงจะเป็นเพราะไอ้เกอร์ตัวแสบจริง ๆ ด้วย “ฮึ่ม เอาไงดีหว่า” ฉันคิดไปไปคิดมาก็หันไปเห็นไอ้เกอร์กำลังยืนจีบสาวอยู่ “ทำไมแกไปจีบคนอื่นได้ แต่ฉันไม่สามารถจีบคนอื่นได้ล่ะ เอ๊ะ!! ใช่ ถ้าผู้ชายไม่เดินเข้ามาจีบฉัน งั้นฉันก็จะเป็นฝ่ายเข้าไปจีบเขาแทน”เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉันก็สอดส่องสายตาไปรอบ ๆ งานเพื่อหาเป้าหมายที่จะหล่อ และดูดี “ใครดีนร้า” ฉันบ่นกับตัวพึมพำ และมองหาเป้าหมายไปด้วยและในที่สุด สายตาของฉันก็ไปสะดุดเข้ากับผู้ชายตัวสูง ผมสีน้ำตาลอ่อน ที่อยู่ในเสื้อสูทเปิดอกเล็กน้อย ช่างดูเซ็กซี่เหลือเกิน“นั้นไง พ่อหนุ่มคณะวิศวะคนนั้นแหละที่เหมาะเป็นเป้าหมายของฉันที่สุด” เมื่อบ่นกับตัวเองเสร็จ ฉันก็คว้าแก้วน้ำส้มแล้วเดินเข้าไปหาเขาทันที แต่จะให้ได้เดินเข้าไปจีบเขาตรง ๆ เลยก็จะดูอ่อยเกินไป ดังนั้น ฉันจึง“อุ้ย! ขอโทษนะคะ เอพริลไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ค่ะ” แล้วก็เป็นไปตามแผนนางร้ายในละคร เมื่อฉันทำเป็นแกล้งเดินสะดุดขาตัวเองเพื่อทำน้ำส้มกระเด็นจากแก้ว จนไปโดนเสื้อสูทของเขา“ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” เขาถามขึ้น พร้อ

  • แต่งงานกันไหม? ยัยเพื่อนซี้   ตอนที่ 16 : ดอกกุหลาบสื่อรัก (4)

    “สวัสดีครับคุณไทเกอร์ วันนี้ผมจะขอมารับเอพริลไปที่ร้านกับผมนะครับ” พี่เอดีนพูดกับไอ้เกอร์ด้วยความสุภาพ สายตาที่มองกลับไปหาไอ้เกอร์ด้วยความนิ่ง และคำพูดที่เรียบเฉียบ ไม่รู้ว่าเป็นการขออนุญาตหรือเป็น คำบอกกล่าวกันแน่ แต่ที่รู้ ๆ ตอนนี้คือสายตาของไอ้เกอร์ที่มองไปที่พี่เอดีนเริ่มจะไม่โอเคซะแล้ว“เอ่อ คือว่าพี่เอดีน พอดีว่าไหน ๆ ไทเกอร์ก็มารับเอพริลที่บ้านประจำอยู่แล้ว ก็ให้เอพริลไปกับไทเกอร์เหมือนเดิมจะดีกว่านะคะ” ฉันพูดขึ้นบ้าง เพราะลองถ้าฉันบอกว่าไปกับพี่เอดีนสิ มีหวังไอ้เกอร์งอนฉันแน่ เอาว่ะ พี่เอดีนเป็นผู้ใหญ่กว่า เขาคงจะเข้าใจฉันนะ“งั้นตั้งแต่พรุ่งนี้ไป พี่ขอเป็นคนมารับส่งน้องเอพริลเองทุกวันนะครับ” พี่เอดีนหันหน้ามาพูดกับฉัน“ไม่ได้” แล้วไอ้เกอร์ก็ขัดพี่เอดีนขึ้นมาทันควันพ่อ แม่ เห็นสถานการณ์ตรงนี้ไม่ดี จึงดึงผมเปียของยัยแจนให้ออกไปจากห้องอาหารนี้ด้วยกันทันที“คุณพาเอพริลซ้อนมอเตอร์ไซค์ทุกวันแบบนี้มันอันตรายนะ สู้ให้น้องเอพริลไปรถยนต์กับผมดีกว่าเพราะปลอดภัยกว่าเยอะ” เหตุผลที่พี่เอดีนพูดขึ้น ทำให้ไทเกอร์เงียบไปครู่หนึ่ง“แต่ผมก็พาเอพริลซ้อนมอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่สมัยเรียนเป็นสิบ ๆ

  • แต่งงานกันไหม? ยัยเพื่อนซี้   ตอนที่ 15 : ดอกกุหลาบสื่อรัก (3)

    “ใช่ค่ะ เอพริลเป็นแฟนของพี่เอดีนเองค่ะ” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับขยับตัวเข้าไปชิดกับพี่เอดีนให้แนบแน่นกว่าเดิม จนยัยฟางทนไม่ไหว และพุ่งมากระชากตัวฉันออกจากพี่เอดีนทันที“โอ้ยยยย” ฉันล้มลงกระแทกกับพื้นอย่างแรง“น้องเอพริล เป็นอะไรไหมครับ?” พี่เอดีนค่อย ๆ พยุงร่างของฉันขึ้นจากพื้น และหันไปต่อว่ายัยคุณฟางทันที “นี่มันจะเกินไปแล้วนะ กลับไปได้แล้วฟาง ผมไม่อยากให้คุณมาวุ่นวายกับแฟนของผมอีก”“ไม่ค่ะ ฟางไม่กลับ และฟางก็ไม่มีทางเชื่อด้วยว่าพี่เอดีนคบกับยัยเด็กคนนี้ ฟางมาเฝ้าพี่เอดีนออกจะบ่อย เพิ่งจะมาเห็นยัยเด็กผู้หญิงคนนี้ก็วันนี้นี่เอง” ยัยคุณฟางพูดขึ้นด้วยที่เสียงอันแหลมจนทะลุแก้วหู“กลับไปได้แล้วฟาง แล้วก็เลิกมาวุ่นวายกับที่นี่อีก แล้วอีกอย่าง อย่ามาทำกริยาแบบนี้กับแฟนของผมอีก ผมไม่ชอบ” พี่เอดีนพูดตอบกลับไปด้วยเสียงแข็งกร้าว จนทำให้ดวงตาของยัยคุณฟางเริ่มเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา“เอดีนใจร้ายกับฟางมากไปแล้วนะคะ ฟางจะไม่ยอมแค่นี้แน่นอนค่ะ” เธอตอบกลับด้วยเสียงที่สั่นคลอ และในที่สุดน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาจนได้ยัยคุณฟางเดินออกไปจากร้านด้วยความว่องไว พร้อมกับปาดน้ำตาออกเพื่อไม่ให้ใครเห็นถึงความอ่อนแอหน้าตาก็ส

  • แต่งงานกันไหม? ยัยเพื่อนซี้   ตอนที่ 14 : ดอกกุหลาบสื่อรัก (2)

    ผู้หญิงสาวสาว หุ่นผอมเพรียวเดินเข้ามาในร้าน ดวงตาสีน้ำตาล จมูกที่คมสัน พร้อมกับผมสีดำสนิทและตรงยาวสลวยงดงาม เดินเข้ามาสู่ในร้าน พนักงานทุกคนรีบวิ่งหน้าตาตื่นไปตอนรับเธอทันที ฉันยืนมองผู้หญิงคนนั้นด้วยความมึนงงไปพักใหญ่“สวัสดีค่ะ คุณฟาง เชิญนั่งก่อนค่ะ” พี่น้ำส้ม ยกมือไหว้ พร้อมกับเชิญให้ผู้หญิงคนสวยที่ชื่อฟางนั่งลงกับเก้าอี้“ชาเนส 1 แก้ว” เธอสั่งเมนูด้วยเสียงเรียบเฉียบ ท่านั่ง และสายตาที่มองไปรอบ ๆ ร้านของเธอช่างดูเป็นผู้หญิงที่มีอำนาจในอายุน้อยเหลือเกิน“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” พี่น้ำส้มรับเมนูด้วยตัวเอง และรีบนำไปส่งให้พี่แอมป์ที่เป็นบาริสต้า“และนั้นใคร พนักงานใหม่หรอ?” ผู้หญิงคนสวยที่ชื่อฟางคนนั้นถามพี่น้ำส้มขึ้น พร้อมกับมองหน้ามาที่ฉัน แต่สายตาที่เธอส่งมานั้น ช่างไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย“ใช่ค่ะคุณฟาง น้องเป็นคนรู้จักของคุณเอดีน และกำลังฝึกงานอยู่ที่นี่ค่ะ” พี่น้ำส้มตอบกลับด้วยความนอบน้อม ในขณะที่ผู้หญิงคนนั้นกลับมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่เหยียดฉันดูออกนะ ว่าคุณไม่ชอบฉันได้แต่คิดโมโหในใจ ว่าทำไมฉันต้องมายืนให้ผู้หญิงคนนี้มองเหยียดด้วยความดูถูกด้วยนะ ฉันเป็นเด็กฝึกงานแล้วมันไปหนักศีรษ

  • แต่งงานกันไหม? ยัยเพื่อนซี้   ตอนที่ 13 : ดอกกุหลาบสื่อรัก (1)

    บทที่ 4เอพริล :เช้าตรู่ของวันใหม่เริ่มต้นขึ้น ร่างกายของฉันยังคงพลิกไปมาบนที่นอนสีชมพู ดวงตาของฉันยังคงปิดอยู่ แต่แสงแดดที่ส่องทะลุผ้าม่านเข้ามากระทบกับดวงตาที่ปิดอยู่ของฉัน ทำให้ฉันรู้สึกนอนหลับไม่สนิทแต่ เอ๊ะ!!ไทเกอร์ :วันนี้ผมมาถึงบ้านของเอพริลแต่เช้า แม่ของเอพริลเลยเชิญให้ผมมารอในห้องรับแขก แต่ผ่านไปสักพักผมรู้สึกอยากแกล้งเอพริลขึ้นมา จึงตั้งใจจะไปปลุกเธอที่ห้องนอนซะหน่อย เนื่องจากว่า แม่ของเอพริลไว้ใจผมมาก จึงทำให้ผมสามารถเข้ามาป่วนเอพริลถึงบนห้องได้เป็นประจำผมค่อย ๆ เปิดประตูห้องของเอพริลเข้ามาอย่างเบามือ เห็นร่างบอบบางกำลังพลิกตัวหนีแสงแดดที่กำลังทะลุผ่านผ้าม่านเข้ามากระทบกับใบหน้าของเธอ ผมค่อย ๆ เดินอย่างเบา ๆ เพื่อไปยืนบังแสงแดดตรงนั้น ผมใช้ลำตัวของผมกำบังไม่ให้แสงแดดส่องทะลุไปกระทบกับใบหน้าของเธอได้ ร่างบางหยุดพลิกตัวไปมา และหลับต่ออีกครั้งผมยืนกำบังแสงแดดอยู่ตรงนั้นเป็นเวลาสักพัก ผมไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ผมรู้เพียงแต่ว่า การได้ยืนมองความไร้เดียงสาของเธออยู่ตรงนี้อย่างเงียบ ๆ มันทำให้ผมรู้สึกสบายใจมีคนกล่าวว่า จงเลือกคนที่ทำให้คุณหัวใจของคุณสงบ มากกว่า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status