LOGINเช้าวันรุ่งขึ้น พี่เอดีนมารอรับฉันแต่เช้าเลย
“สวัสดีค่ะ พี่เอดีน” ฉันยิ้มสวย ๆ ให้พี่เอดีนที่กำลังยืนรออยู่ที่ห้องนั่งเล่นของบ้าน
“สวัสดีครับน้องเอพริล”
“อ้าววว เอดีน มาแต่เช้าเลยนะลูก” จู่ ๆ แม่ของฉันก็เดินเข้ามาหาพี่เอดีนทันที
“ผมนำผลไม้มาฝากด้วยครับ” พี่เอดีนพูดขึ้น พร้อมกับยื่นกระเช้าให้แม่
แหม่ ๆ แม่ยิ้มหวานเชียวนะคะ เห็นผู้ชายหล่อไม่ได้
“งั้นหนูกับพี่เอดีนไปทำงานก่อนนะคะแม่”
“โชคดีนะลูก” แม่พูดขึ้นพร้อมกับหยิบผลไม้จากกระเช้ากินทันที
ใจเย็น ๆ ค่ะ แม่ รอพี่เขาไปก่อนก็ได้ค่ะแม่
“พี่เอพริล แวะไปส่งฉันที่โรงเรียนด้วยสิ” จู่ ๆ ยัยน้องสาวตัวแสบก็วิ่งลงจากห้อง พุ่งหน้ามาหาฉันทันที
“คือ ว่า วันนี้พี่ไปกับพี่เอดีนนะ” ฉันตอบกลับไป พร้อมกับมองไปทางพี่เอดีน
“อ้าว นี่แฟนใหม่พี่อ่อ ไม่เห็นเคยเล่าให้ฟังเลย”ยัยน้องสาวตัวแสบพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยเลศนัย
“ใช่ที่ไหนล่ะ ยัยตัวแสบ นี่พี่เอดีน เป็นเจ้าของร้านที่พี่ฝึกงานอยู่ต่างหาก”
“อ้าวหรอ แหม่ ๆ พี่เขาหล่อซะขนาดนี้ เป็นฉันนะ จีบพี่เขาไปเป็นแฟนแล้ว ฮ่า ๆ ๆ”
“หยุดเลยนะ ยัยตัวแสบ เกรงใจพี่เขาหน่อย” ฉันดุยัยแจนเล็กน้อย แต่ในใจก็แอบยิ้มอยู่นะ อิอิ
“อ่อ ไม่เป็นไรหรอกครับ น้องแจนน่ารักดี งั้นไปกับพี่นะ เดี๋ยวพี่แวะไปส่งที่โรงเรียนก่อนได้ครับ” พี่เอดีนหันไปพูดกับยัยน้องสาวตัวแสบของฉัน จนยัยแจนยิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียม
“งู้ยยยยยยย พี่เอดีนหล่อแล้วยังใจดีอีก ขอบคุณนะคะ” พูดจบยัยแจนก็วิ่งแจ้นนำหน้าไปขึ้นรถของพี่เอดีนก่อนใคร
ระหว่างที่พี่เอดีนและฉันกำลังเปิดประตูเข้ารถ จู่ ๆ มอเตอร์ไซค์สีฟ้าคันเดิมของไอ้เกอร์ ก็มาจอดข้างประตูรถที่ฉันกำลังจะก้าวขาขึ้น
“นี่แกกำลังจะไปไหนอ่า แล้วหมอนั้นเป็นใคร” ไอ้เกอร์ตาขว้างใส่พี่เอดีนทันที
“หยุดเลยนะแก พี่เอดีนเป็นเจ้าของร้านที่ฉันกำลังฝึกงานอยู่” ฉันพูดขึ้น
“แล้วทำไมเขาต้องมารับแกด้วยอ่า”
“ก็พี่เขาแวะมาหาแม่ของฉัน พี่เขาเป็นลูกชายของเพื่อนแม่ของฉันนะสิ”
“อ่อ แล้วนี่แกจะไปกับเขาอ่อ ให้ฉันไปส่งไหม?” ไอ้เกอร์ถามขึ้น
“ไม่ต้องหรอก ฉันไปก่อนนะแก” ฉันพูดตัดบททันที
ฉันก้าวเข้าไปนั่งในรถด้านข้างคนขับได้แล้ว แต่พอฉันจะปิดประตูรถ ไอ้เกอร์ก็ใช้มือของมันรั้งเอาไว้เสียก่อน
“พี่เกอร์ วันนี้หนูรีบ ให้พี่เอพริลไปก่อนได้ป่ะ? เดี๋ยวหนูไปโรงเรียนสาย” ยัยแจนโผล่หน้ามาจากที่นั่งด้านหลัง พร้อมกับพูดขึ้น
“เค เค แต่แกเอานี่ไป” ไอ้เกอร์พูดขึ้น พร้อมกับยื่นดอกกุหลาบ 3 ดอกมาให้ฉัน
“ขอบใจแกมากนะ ฉันไปก่อนนะ” พูดจบฉันก็ปิดประตูรถทันที และให้พี่เอดีนขับรถออกไปเลย
: ไทเกอร์
แกจะรู้ไหมว่า ดอกกุหลาบ 3 ดอกนั้น หมายความว่าฉันรักแก
พี่เอดีนส่งยัยน้องสาวตัวแสบของฉันเสร็จ ก็ขับรถตรงมาที่คาเฟ่ทันที
ณ คาเฟ่
“วันนี้พี่จะให้น้องเอพริลลองศึกษาจากลูกค้าดูก่อนนะครับว่าส่วนใหญ่แล้วลูกค้าที่ชอบมาที่ร้านของเราจะทานเครื่องดื่มประเภทไหน” พี่เอดีนพูดขึ้นพร้อมกับยื่นเมนูเครื่องดื่มมาให้ฉัน “วันนี้ลองเป็นเด็กเสิร์ฟก่อนนะครับ”
“ได้เลยค่ะ พี่เอดีน” ฉันตอบรับอย่างว่องไว
“เดี๋ยวพี่จะให้น้องเอพริลเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าของเด็กเสิร์ฟ คงจะไม่เป็นอะไรนะครับ แต่ถ้าน้องเอพริลไม่สะดวก ใส่ชุดนี้ก็ได้นะ พี่อนุโลมให้น้องเอพริลได้ครับ”
“อุ้ย! ไม่เป็นไรเลยค่ะพี่เอดีน แค่นี้สบายมากค่ะ เดี๋ยวเอพริลขอตัวไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ” พูดจบฉันก็เดินเข้าไปเปลี่ยนชุดที่ห้องน้ำของพนักงานทันที
ด้วยความที่ร้านคาเฟ่นี้เป็นโทนสีขาว เพื่อเพิ่มความหวานของร้าน ทำให้พี่เอดีนจึงเลือกออกแบบให้ชุดของพนักงานเป็นสีชมพู พี่เอดีนเป็นผู้ชายแมน ๆ หุ่น ล่ำ ๆ แต่การตกแต่งร้านนี่ช่างหวานเอาใจลูกค้าเหมือนกับใบหน้าอันหวาน ๆ ของพี่เอดีนซะเหลือเกิน
หรือว่าพี่เอดีนเป็น... ไม่ใช่หรอกยัยเอพริล พี่เขาไม่ใช่หรอก เอ๊ะ! หรือว่าจะใช่ โอ้ย ๆ พอ ๆ เลยยัยเอพริล เลิกสงสัยแล้วไปทำงานได้แล้ว
“เดี๋ยววันนี้พี่ออกไปธุระทั้งวันเลย วันนี้พี่ขอฝากน้องเอพริลไว้กับน้ำส้มนะครับ” พี่เอดีนพูดขึ้นพร้อมกับพาพี่พนักงานผู้หญิงผมสั้นเดินมาด้วย
“สวัสดีค่ะ น้องเอพริล พี่ชื่อ น้ำส้มนะคะ พี่เป็นหัวหน้าพนักงาน เดี๋ยวพี่จะช่วยเทรนด์ให้น้องเอพริลนะคะ” พี่สาวคนสวย ในชุดพนักงานเสิร์ฟสีชมพู พร้อมกับลุคผมสั้น เดินเข้ามาพูดคุยกับฉันด้วยใบหน้าที่เป็นมิตร
“สวัสดีค่ะ พี่น้ำส้ม เอพริลขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” ฉันยกไหว้พร้อมกับยิ้มให้พี่สาวผมสั้นคนสวย
“เดี๋ยวพอลูกค้านั่งปุ้ป น้องเอพริลก็รอสักพักนะคะ แล้วก็เดินเข้าไปถามลูกค้าว่า รับอะไรดีคะ?”
“ค่ะ” ฉันพยักหน้าตอบรับ
ลูกค้าคนแรกของฉันมาแล้ว ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้านพร้อมกับชุดเดรสสีฟ้า
ฉันรอลูกค้านั่งลงสักพักตามที่พี่น้ำส้มสอน และฉันก็เดินถือเมนูเข้าไปหาลูกค้า
“สวัสดีค่ะ รับเครื่องดื่มอะไรดีคะ?” ฉันยื่นเมนูให้พร้อมกับถามขึ้น
“เอิ่ม.... รับลาเต้เย็น 1 ที่ ค่ะ” ลูกค้าตอบกลับพร้อมกับยื่นเมนูคืนมาให้ฉัน
“ได้เลยค่ะ” ฉันยิ้มตอบกลับไป
ฉันนำเมนูไปส่งที่เคาน์เตอร์ให้กับพี่พนักงานผู้ชายอีกคนหนึ่ง
“สวัสดีครับน้องเอพริล พี่ชื่อพี่แอมป์นะครับ”
“สวัสดีค่ะพี่แอมป์ เอพริลขอฝากตัวด้วยนะคะ”
“ได้เลยครับ” พี่แอมป์พูดไปพร้อมกับชงลาเต้ไป
“ได้แล้วครับน้องเอพริล” พี่แอป์พูดขึ้นพร้อมกับยื่นแก้วลาเต้และใบเสร็จมาให้ฉัน
ฉันนำลาเต้เย็นไปเสิร์ฟให้ลูกค้า พร้อมกับใบเสร็จ และฉันก็ได้รับเงินจากลูกค้าคนแรกมาเป็นที่เรียบร้อย
“ทานให้อร่อยนะคะ”
ฉันกลับมายื่นข้างพี่น้ำส้มอีกครั้งเพื่อรอลูกค้าคนต่อไป แต่เพราะว่าตอนนี้ยังเช้าอยู่ ในร้านจึงยังไม่ค่อยมีลูกค้ามาก
“เป็นไงบ้างจ๊ะ ลูกค้าคนแรกตื่นเต้นไหม?” พี่น้ำส้มถามขึ้น
“ตื่นเต้นนิดหน่อยค่ะพี่น้ำสม แหะ ๆ” ฉันยิ้มแห้ง ๆ กลับไป
“อ่า ๆ ลูกค้าคนที่สองของน้องเอพริลมาแล้ว ว้าวววววว หน้าตาดี หุ่นดีซะด้วย” พี่น้ำส้มชี้ไปทางลูกค้าผู้ชายที่กำลังเปิดประตูร้านเข้ามาใหม่ เขาอยู่ในชุด กางยีนส์หนังสีดำ เสื้อสีน้ำเงิน และเสื้อคลุมหนังสีดำ พร้อมกับแว่นกันแดดสีดำ ในมือของเขาถือหมวกกันน็อคใบใหญ่ที่แสนแพงเข้ามาด้วย บ่งบอกให้รู้ว่าเขาเป็นนักแข่งรถ
“ไทเกอร์!!” ฉันอุทานออกมาทันทีเมื่อเห็นใบหน้านั้นชัดขึ้น
ไทเกอร์ที่อยู่ในชุดหนังสีดำที่ทำให้พนักสาวทุกคนในร้านถึงกับมองด้วยสายตาที่วาววับ ตอนที่เจอเมื่อเช้าไม่เห็นมันจะแต่งตัวหล่อขนาดนี้เลยนี่หว่า
“เห็นคนหล่อถึงกับอึ้งเลยหรอจ๊ะ น้องเอพริล ไปรับลูกค้าได้แล้วจ้า” พี่น้ำส้มสะกิดที่ไหล่ของฉัน เบา ๆ จนทำให้ฉันกับมามีสติอีกครั้ง
________________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
“ไอ้เกอร์” ฉันจับใบหน้าของมันให้มามองที่ฉัน“ก็แก” แล้วในที่สุดมันก็ยอมพูดจนได้ “แกแต่งตัวแบบนี้ ผู้ชายมันถึงได้ทำแบบนั้นกับแกไง”“เดี๋ยวก่อนนะ แกพยายามจะบอกว่า ไอ้เหตุการณ์บ้า ๆ ที่เกิดขึ้นในงานปาร์ตี้เมื่อกี้ เกิดขึ้นเพราะฉัน” ฉันตวาดใส่ไอ้เกอร์ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ“ก็ถ้าแกไม่แต่งตัวยั่วคนอื่นแบบนั้น มันก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก” ไอ้เกอร์พูดด้วยเสียงเรียบเฉย นั้นยิ่งทำให้ฉันโกรธขึ้นไปอีก“ฉันขอพูดอะไรหน่อยนะ ทำไมเวลาผู้หญิงแต่งตัวไม่เรียบร้อย แล้วมีผู้ชายมาลวนลาม ทำไมความผิดถึงกลายเป็นของฝ่ายผู้หญิงฝ่ายเดียว ทั้ง ๆ ที่ผู้หญิงก็มีสิทธิและเสรีภาพในการแต่งตัวอย่างไงก็ได้ แต่ทำไมไม่มีใครคิดจะโทษว่าเป็นเพราะผู้ชายนั้นสารเลวเอง ถ้าผู้ชายเหล่านั้นไม่ได้มีจิตใจที่สกปรก ต่อให้ผู้หญิงจะแต่งตัวแบบไหน พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปลวนลาม ผู้หญิงอย่างเราก็มีสิทธิ์ในการเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบไหนก็ได้ ทำไมผู้ชายถึงเอาแต่มาโทษผู้หญิงอย่างเรา” พูดจบฉันก็เดินเปิดประตูรั้ว และเดินเข้าบ้านไปทันทีฉันได้ยินเสียงของไอ้เกอร์เรียกตามหลังมา แต่ความโกรธของฉันตอนนี้ทำให้ฉันไม่อยากหันกลับไปมองหน้ามัน
บทที่ 5เอพริล :ฉันเดินไปอยู่ในงาน แต่ก็ยังไม่มีหนุ่ม ๆ เข้ามาจีบสักคน คงจะเป็นเพราะไอ้เกอร์ตัวแสบจริง ๆ ด้วย “ฮึ่ม เอาไงดีหว่า” ฉันคิดไปไปคิดมาก็หันไปเห็นไอ้เกอร์กำลังยืนจีบสาวอยู่ “ทำไมแกไปจีบคนอื่นได้ แต่ฉันไม่สามารถจีบคนอื่นได้ล่ะ เอ๊ะ!! ใช่ ถ้าผู้ชายไม่เดินเข้ามาจีบฉัน งั้นฉันก็จะเป็นฝ่ายเข้าไปจีบเขาแทน”เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉันก็สอดส่องสายตาไปรอบ ๆ งานเพื่อหาเป้าหมายที่จะหล่อ และดูดี “ใครดีนร้า” ฉันบ่นกับตัวพึมพำ และมองหาเป้าหมายไปด้วยและในที่สุด สายตาของฉันก็ไปสะดุดเข้ากับผู้ชายตัวสูง ผมสีน้ำตาลอ่อน ที่อยู่ในเสื้อสูทเปิดอกเล็กน้อย ช่างดูเซ็กซี่เหลือเกิน“นั้นไง พ่อหนุ่มคณะวิศวะคนนั้นแหละที่เหมาะเป็นเป้าหมายของฉันที่สุด” เมื่อบ่นกับตัวเองเสร็จ ฉันก็คว้าแก้วน้ำส้มแล้วเดินเข้าไปหาเขาทันที แต่จะให้ได้เดินเข้าไปจีบเขาตรง ๆ เลยก็จะดูอ่อยเกินไป ดังนั้น ฉันจึง“อุ้ย! ขอโทษนะคะ เอพริลไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ค่ะ” แล้วก็เป็นไปตามแผนนางร้ายในละคร เมื่อฉันทำเป็นแกล้งเดินสะดุดขาตัวเองเพื่อทำน้ำส้มกระเด็นจากแก้ว จนไปโดนเสื้อสูทของเขา“ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” เขาถามขึ้น พร้อ
“สวัสดีครับคุณไทเกอร์ วันนี้ผมจะขอมารับเอพริลไปที่ร้านกับผมนะครับ” พี่เอดีนพูดกับไอ้เกอร์ด้วยความสุภาพ สายตาที่มองกลับไปหาไอ้เกอร์ด้วยความนิ่ง และคำพูดที่เรียบเฉียบ ไม่รู้ว่าเป็นการขออนุญาตหรือเป็น คำบอกกล่าวกันแน่ แต่ที่รู้ ๆ ตอนนี้คือสายตาของไอ้เกอร์ที่มองไปที่พี่เอดีนเริ่มจะไม่โอเคซะแล้ว“เอ่อ คือว่าพี่เอดีน พอดีว่าไหน ๆ ไทเกอร์ก็มารับเอพริลที่บ้านประจำอยู่แล้ว ก็ให้เอพริลไปกับไทเกอร์เหมือนเดิมจะดีกว่านะคะ” ฉันพูดขึ้นบ้าง เพราะลองถ้าฉันบอกว่าไปกับพี่เอดีนสิ มีหวังไอ้เกอร์งอนฉันแน่ เอาว่ะ พี่เอดีนเป็นผู้ใหญ่กว่า เขาคงจะเข้าใจฉันนะ“งั้นตั้งแต่พรุ่งนี้ไป พี่ขอเป็นคนมารับส่งน้องเอพริลเองทุกวันนะครับ” พี่เอดีนหันหน้ามาพูดกับฉัน“ไม่ได้” แล้วไอ้เกอร์ก็ขัดพี่เอดีนขึ้นมาทันควันพ่อ แม่ เห็นสถานการณ์ตรงนี้ไม่ดี จึงดึงผมเปียของยัยแจนให้ออกไปจากห้องอาหารนี้ด้วยกันทันที“คุณพาเอพริลซ้อนมอเตอร์ไซค์ทุกวันแบบนี้มันอันตรายนะ สู้ให้น้องเอพริลไปรถยนต์กับผมดีกว่าเพราะปลอดภัยกว่าเยอะ” เหตุผลที่พี่เอดีนพูดขึ้น ทำให้ไทเกอร์เงียบไปครู่หนึ่ง“แต่ผมก็พาเอพริลซ้อนมอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่สมัยเรียนเป็นสิบ ๆ
“ใช่ค่ะ เอพริลเป็นแฟนของพี่เอดีนเองค่ะ” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับขยับตัวเข้าไปชิดกับพี่เอดีนให้แนบแน่นกว่าเดิม จนยัยฟางทนไม่ไหว และพุ่งมากระชากตัวฉันออกจากพี่เอดีนทันที“โอ้ยยยย” ฉันล้มลงกระแทกกับพื้นอย่างแรง“น้องเอพริล เป็นอะไรไหมครับ?” พี่เอดีนค่อย ๆ พยุงร่างของฉันขึ้นจากพื้น และหันไปต่อว่ายัยคุณฟางทันที “นี่มันจะเกินไปแล้วนะ กลับไปได้แล้วฟาง ผมไม่อยากให้คุณมาวุ่นวายกับแฟนของผมอีก”“ไม่ค่ะ ฟางไม่กลับ และฟางก็ไม่มีทางเชื่อด้วยว่าพี่เอดีนคบกับยัยเด็กคนนี้ ฟางมาเฝ้าพี่เอดีนออกจะบ่อย เพิ่งจะมาเห็นยัยเด็กผู้หญิงคนนี้ก็วันนี้นี่เอง” ยัยคุณฟางพูดขึ้นด้วยที่เสียงอันแหลมจนทะลุแก้วหู“กลับไปได้แล้วฟาง แล้วก็เลิกมาวุ่นวายกับที่นี่อีก แล้วอีกอย่าง อย่ามาทำกริยาแบบนี้กับแฟนของผมอีก ผมไม่ชอบ” พี่เอดีนพูดตอบกลับไปด้วยเสียงแข็งกร้าว จนทำให้ดวงตาของยัยคุณฟางเริ่มเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา“เอดีนใจร้ายกับฟางมากไปแล้วนะคะ ฟางจะไม่ยอมแค่นี้แน่นอนค่ะ” เธอตอบกลับด้วยเสียงที่สั่นคลอ และในที่สุดน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาจนได้ยัยคุณฟางเดินออกไปจากร้านด้วยความว่องไว พร้อมกับปาดน้ำตาออกเพื่อไม่ให้ใครเห็นถึงความอ่อนแอหน้าตาก็ส
ผู้หญิงสาวสาว หุ่นผอมเพรียวเดินเข้ามาในร้าน ดวงตาสีน้ำตาล จมูกที่คมสัน พร้อมกับผมสีดำสนิทและตรงยาวสลวยงดงาม เดินเข้ามาสู่ในร้าน พนักงานทุกคนรีบวิ่งหน้าตาตื่นไปตอนรับเธอทันที ฉันยืนมองผู้หญิงคนนั้นด้วยความมึนงงไปพักใหญ่“สวัสดีค่ะ คุณฟาง เชิญนั่งก่อนค่ะ” พี่น้ำส้ม ยกมือไหว้ พร้อมกับเชิญให้ผู้หญิงคนสวยที่ชื่อฟางนั่งลงกับเก้าอี้“ชาเนส 1 แก้ว” เธอสั่งเมนูด้วยเสียงเรียบเฉียบ ท่านั่ง และสายตาที่มองไปรอบ ๆ ร้านของเธอช่างดูเป็นผู้หญิงที่มีอำนาจในอายุน้อยเหลือเกิน“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” พี่น้ำส้มรับเมนูด้วยตัวเอง และรีบนำไปส่งให้พี่แอมป์ที่เป็นบาริสต้า“และนั้นใคร พนักงานใหม่หรอ?” ผู้หญิงคนสวยที่ชื่อฟางคนนั้นถามพี่น้ำส้มขึ้น พร้อมกับมองหน้ามาที่ฉัน แต่สายตาที่เธอส่งมานั้น ช่างไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย“ใช่ค่ะคุณฟาง น้องเป็นคนรู้จักของคุณเอดีน และกำลังฝึกงานอยู่ที่นี่ค่ะ” พี่น้ำส้มตอบกลับด้วยความนอบน้อม ในขณะที่ผู้หญิงคนนั้นกลับมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่เหยียดฉันดูออกนะ ว่าคุณไม่ชอบฉันได้แต่คิดโมโหในใจ ว่าทำไมฉันต้องมายืนให้ผู้หญิงคนนี้มองเหยียดด้วยความดูถูกด้วยนะ ฉันเป็นเด็กฝึกงานแล้วมันไปหนักศีรษ
บทที่ 4เอพริล :เช้าตรู่ของวันใหม่เริ่มต้นขึ้น ร่างกายของฉันยังคงพลิกไปมาบนที่นอนสีชมพู ดวงตาของฉันยังคงปิดอยู่ แต่แสงแดดที่ส่องทะลุผ้าม่านเข้ามากระทบกับดวงตาที่ปิดอยู่ของฉัน ทำให้ฉันรู้สึกนอนหลับไม่สนิทแต่ เอ๊ะ!!ไทเกอร์ :วันนี้ผมมาถึงบ้านของเอพริลแต่เช้า แม่ของเอพริลเลยเชิญให้ผมมารอในห้องรับแขก แต่ผ่านไปสักพักผมรู้สึกอยากแกล้งเอพริลขึ้นมา จึงตั้งใจจะไปปลุกเธอที่ห้องนอนซะหน่อย เนื่องจากว่า แม่ของเอพริลไว้ใจผมมาก จึงทำให้ผมสามารถเข้ามาป่วนเอพริลถึงบนห้องได้เป็นประจำผมค่อย ๆ เปิดประตูห้องของเอพริลเข้ามาอย่างเบามือ เห็นร่างบอบบางกำลังพลิกตัวหนีแสงแดดที่กำลังทะลุผ่านผ้าม่านเข้ามากระทบกับใบหน้าของเธอ ผมค่อย ๆ เดินอย่างเบา ๆ เพื่อไปยืนบังแสงแดดตรงนั้น ผมใช้ลำตัวของผมกำบังไม่ให้แสงแดดส่องทะลุไปกระทบกับใบหน้าของเธอได้ ร่างบางหยุดพลิกตัวไปมา และหลับต่ออีกครั้งผมยืนกำบังแสงแดดอยู่ตรงนั้นเป็นเวลาสักพัก ผมไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ผมรู้เพียงแต่ว่า การได้ยืนมองความไร้เดียงสาของเธออยู่ตรงนี้อย่างเงียบ ๆ มันทำให้ผมรู้สึกสบายใจมีคนกล่าวว่า จงเลือกคนที่ทำให้คุณหัวใจของคุณสงบ มากกว่า







