LOGIN: เอพริล
ฉันขับรถมาจอดที่ร้านกาแฟตามโลเคชั่นที่แม่ส่งมาให้ในไลน์ ร้านนี้เป็นโทนสีขาวดูสะอาดตา ไม่ใหญ่มาก และก็ไม่เล็กจนเกินไป รอบ ๆ ร้าน ประดับประดาไปด้วยต้นไม้และดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์
ฉันลงจากรถ และเดินเข้าไปในร้านพร้อมกับสายตาที่สำรวจไปรอบ ๆ
“เชิญด้านในเลยค่ะ” พนักงานสาวหน้าตาน่ารักเดินมาต้อนรับฉัน
“ขอบคุณค่ะ” ฉันยิ้มตอบกลับ พร้อมกับเดินไปนั่งที่โต๊ะด้านในของร้าน
“รับอะไรดีคะ?” พนักสาวคนเดิมเดินมาถามฉันอีกรอบพร้อมกับเมนูที่ส่งมาให้ฉัน
“ขอช็อคโกแลตเย็น 1 ทีค่ะ” ฉันตอบกลับพร้อมกับส่งเมนูคืนให้กับเธอ “อ่า เดี๋ยวก่อนค่ะ วันนี้พี่เอดีน เจ้าของร้านอยู่ไหมคะ?”
“อ่อ คุณเอดีนอยู่ด้านในค่ะ”
“รบกวนแจ้งพี่เอดีนให้หน่อยนะคะว่าเอพริลมาขอพบค่ะ”
“ค่ะ” พนักงานสาวพยักหน้าตอบรับ และก็เดินหายออกไปที่ด้านหลังของร้าน
ผ่านไปได้เพียงไม่กี่นาที ผู้ชายร่างใหญ่ ผมดำสนิท ดวงตาเงาวับ พร้อมกับใบหน้าที่หวาน ก็เดินตรงมาหาฉันทันที เขาอยู่ในเสื้อยืด กางเกงยีนส์สบาย ๆ แต่ทำไม เขาดูเท่จัง
อุ้ย! ตึก ตัก ตึก ตัก นี่ใจของฉันเต้นแรกขนาดนี้เลยหรอเนี่ย
“น้องเอพริลใช่ไหมครับ” ผู้ชายร่างใหญ่ถามขึ้น
“ใช่ค่ะ” ฉันพยักหน้าตอบรับ
“พี่เอดีนเองนะครับ เจ้าของร้านนี้ที่น้องเอพริลจะมาฝึกงาน”
“สวัสดีค่ะ พี่เอดีน เอพริลขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”
“ด้วยความยินดีครับ” เขายิ้มตอบกลับ “อ่อ สักครู่นะครับ เมื่อกี้พี่เป็นคนชงช็อคโกแลตเย็นให้ น้องเอพริลด้วยตัวเอง เดี๋ยวพี่ไปเอามาให้นะครับ”
“ขอบคุณมากเลยค่ะ” ว้ายยยยยยยยยยย คนอะไรไม่รู้ทั้งหล่อ ทั้งใจดี แล้วแบบนี้ฉันจะมีสมาธิในการฝึกงานที่นี่ไหมละเนี่ย
“ว่าแต่น้องเอพริลพร้อมจะเริ่มฝึกงานวันนี้เลยไหมครับ?” พี่เอดีนถามขึ้น
ผู้ชายอะไรหนอ ช่างอ่อนหวาน ละมุนหัวใจของฉันเหลือเกิน หวานทั้งหน้าตายังไม่พอ คำพูดก็ช่างหวานหูเหลือเกิน แล้วฉันจะรออะไรอยู่ล่ะ
“พร้อมค่ะ เอพริลพร้อมแล้วค่ะ”
พูดจบ พี่เอดีนก็พาฉันไปที่ด้านหน้าเคาน์เตอร์ และจุดสำหรับชงกาแฟและเครื่องดื่มต่าง ๆ ให้ลูกค้าพี่เอดีนแนะนำให้ฉันรู้จักเครื่องดื่ม และอุปกรณ์ทุกอย่างของร้าน ด้วยความสุภาพและอ่อนโยน
นี่แหละ ผู้ชายในฝันของฉัน อิอิ
ฉันใช้เวลาเรียนรู้อยู่ที่ร้านกาแฟของพี่เอดีนจนถึงตอนเย็น ฉันไม่สามารถอยู่ได้จนร้านปิดเนื่องจากว่าฉันไม่สามารถขับรถตอนกลางคืนได้ เพราะว่าสายตาของฉันจะมีปัญหาเมื่อเจอความมืดมากเกินไป
“พี่เอดีนค่ะ เดี๋ยวเอพริลขอตัวกลับก่อนนะคะ”
“น้องเอพริลกลับยังไงหรอครับ ให้พี่ไปส่งไหมครับ?”
โอ้ยยยยย พ่อคุณ ช่างน่ารักเสียเหลือเกิน แต่ไม่ได้นะเอพริล แกต้องเล่นตัวหน่อยสิ เดี๋ยวพี่เขาก็เข้าใจผิดว่าแกอ่อยพี่เขานะ
“อ่อ ขอบคุณมากเลยนะคะ แต่วันนี้เอพริลขับรถมาเองค่ะ”
“อ่อ ครับ งั้นครับรถดี ๆ นะครับ ว่าแต่พรุ่งนี้พี่ขออนุญาตไปรับน้องเอพริลที่บ้านตอนเช้าได้ไหมครับ?”
น้านไง เอาไงดีว่ะเรา จะเล่นตัวต่อ หรือจะยอมตกลงดีว่ะ
“จะดีหรอคะ? แบบนี้เด็กฝึกงาน หรือพนักงานคนอื่นเขาจะไม่น้อยใจแย่หรอคะ?”
“อ่อ พอดีพี่จะแวะไปเยี่ยมคุณแม่ของน้องเอพริลด้วยนะครับ ไม่ได้เจอท่านตั้งนานแล้ว” พี่เอดีนพูดด้วยรอยยิ้ม
แหม่ ๆ เอาแม่มาอ้างขนาดนี้ เอพริลจะปฏิเสธได้ยังไงละค่ะ แหะ ๆ
“โอเครค่ะ งั้นเดี๋ยววันนี้เอพริลกลับก่อนนะคะ เดี๋ยวจะมืดเอาซะก่อน” ฉันพูดจบ ฉันก็คว้ากระเป๋าเตรียมเดินหันหลังออก
“งั้นเดี๋ยวพี่เดินไปส่งที่รถนะครับ”
แงงงงงงงงงงง ใจละลาย ผู้ชายอะไรแสนดี๊แสนดี
พี่เอดีนเดินมาส่งฉันที่รถ พร้อมกับเปิดและปิดประตูให้พร้อม คนอะไรช่างน่ารักเหลือเกิน
เมื่อกลับถึงบ้าน ฉันก็ทิ้งตัวลงบนที่นอนทันที
ติ้ง (ข้อความไลน์เข้า)
ไทเกอร์ : ถึงบ้านรึยังแก
เอพริล : ถึงแล้วแก พึ่งจะถึงตะกี้นี่เอง
ไทเกอร์ : วันนี้แกไปทำธุระที่ไหนมา?
เอพริล : อ่อ วันนี้เป็นวันฝึกงานวันแรกของฉันที่ร้านกาแฟ
ไทเกอร์ : แล้วเป็นไงบ้าง แกชอบไหม?
เอพริล : สนุกมากเลย พี่เจ้าของร้านหน้าตาดีมาก แถมยังใจดีกับฉันด้วย
ไทเกอร์ : แล้วแกชอบเขารึเปล่า?
เอพริล : ฉันเพิ่งจะรู้จักพี่เขาได้วันเดียวเองนะยะ 555
ไทเกอร์ : เรื่องวันนี้ฉันขอโทษนะแก
เอพริล : ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจแกดี แกเป็นเพื่อนรักฉันนะ ไม่ว่าอย่างไงฉันก็ไม่ทิ้งแกไปไหนหรอก
ไทเกอร์ : ถ้าฉันจะขอจีบแกอย่างจริงจังได้ไหมอ่า
เอพริล : 555 นี่แกจะจีบให้ฉันแต่งงานกับแกให้ได้เลยใช่ป่ะ
ไทเกอร์ : ใช่
เอพริล : ฉันรู้สึกแปลก ๆ อ่าแก ที่จากเพื่อนรักจะกลายมาเป็นคนรัก ฉันทำไม่ได้จริง ๆ
ไทเกอร์ : ให้โอกาสฉันหน่อยนะ
เอพริล : อ่า อ่า อ่า เห็นความพยายามของแกแล้ว ฉันยอมให้แกจีบก็ได้ แต่มีข้อแม้...
ไทเกอร์ : ???
เอพริล : ถ้าผลออกมาว่าฉันรักแกไม่ได้จริง ๆ เราจะต้องเป็นเพื่อนซี้กันต่อไปนะ
ไทเกอร์ : ตกลง
เอพริล : แล้วก็
ไทเกอร์ : ???
เอพริล : แกอย่าทำแบบเมื่อเช้านี้อีก ฉันจะอ้วก 555 คำพูดแกแต่ละคำ ฉันจะอ้วกแตกจริง ๆ
ไทเกอร์ : 555
เอพริล : นอนละ ฝันดีนะ
ไทเกอร์ : ฝันดี ปู้น ปู้น
_______________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
“ไอ้เกอร์” ฉันจับใบหน้าของมันให้มามองที่ฉัน“ก็แก” แล้วในที่สุดมันก็ยอมพูดจนได้ “แกแต่งตัวแบบนี้ ผู้ชายมันถึงได้ทำแบบนั้นกับแกไง”“เดี๋ยวก่อนนะ แกพยายามจะบอกว่า ไอ้เหตุการณ์บ้า ๆ ที่เกิดขึ้นในงานปาร์ตี้เมื่อกี้ เกิดขึ้นเพราะฉัน” ฉันตวาดใส่ไอ้เกอร์ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ“ก็ถ้าแกไม่แต่งตัวยั่วคนอื่นแบบนั้น มันก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก” ไอ้เกอร์พูดด้วยเสียงเรียบเฉย นั้นยิ่งทำให้ฉันโกรธขึ้นไปอีก“ฉันขอพูดอะไรหน่อยนะ ทำไมเวลาผู้หญิงแต่งตัวไม่เรียบร้อย แล้วมีผู้ชายมาลวนลาม ทำไมความผิดถึงกลายเป็นของฝ่ายผู้หญิงฝ่ายเดียว ทั้ง ๆ ที่ผู้หญิงก็มีสิทธิและเสรีภาพในการแต่งตัวอย่างไงก็ได้ แต่ทำไมไม่มีใครคิดจะโทษว่าเป็นเพราะผู้ชายนั้นสารเลวเอง ถ้าผู้ชายเหล่านั้นไม่ได้มีจิตใจที่สกปรก ต่อให้ผู้หญิงจะแต่งตัวแบบไหน พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปลวนลาม ผู้หญิงอย่างเราก็มีสิทธิ์ในการเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบไหนก็ได้ ทำไมผู้ชายถึงเอาแต่มาโทษผู้หญิงอย่างเรา” พูดจบฉันก็เดินเปิดประตูรั้ว และเดินเข้าบ้านไปทันทีฉันได้ยินเสียงของไอ้เกอร์เรียกตามหลังมา แต่ความโกรธของฉันตอนนี้ทำให้ฉันไม่อยากหันกลับไปมองหน้ามัน
บทที่ 5เอพริล :ฉันเดินไปอยู่ในงาน แต่ก็ยังไม่มีหนุ่ม ๆ เข้ามาจีบสักคน คงจะเป็นเพราะไอ้เกอร์ตัวแสบจริง ๆ ด้วย “ฮึ่ม เอาไงดีหว่า” ฉันคิดไปไปคิดมาก็หันไปเห็นไอ้เกอร์กำลังยืนจีบสาวอยู่ “ทำไมแกไปจีบคนอื่นได้ แต่ฉันไม่สามารถจีบคนอื่นได้ล่ะ เอ๊ะ!! ใช่ ถ้าผู้ชายไม่เดินเข้ามาจีบฉัน งั้นฉันก็จะเป็นฝ่ายเข้าไปจีบเขาแทน”เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉันก็สอดส่องสายตาไปรอบ ๆ งานเพื่อหาเป้าหมายที่จะหล่อ และดูดี “ใครดีนร้า” ฉันบ่นกับตัวพึมพำ และมองหาเป้าหมายไปด้วยและในที่สุด สายตาของฉันก็ไปสะดุดเข้ากับผู้ชายตัวสูง ผมสีน้ำตาลอ่อน ที่อยู่ในเสื้อสูทเปิดอกเล็กน้อย ช่างดูเซ็กซี่เหลือเกิน“นั้นไง พ่อหนุ่มคณะวิศวะคนนั้นแหละที่เหมาะเป็นเป้าหมายของฉันที่สุด” เมื่อบ่นกับตัวเองเสร็จ ฉันก็คว้าแก้วน้ำส้มแล้วเดินเข้าไปหาเขาทันที แต่จะให้ได้เดินเข้าไปจีบเขาตรง ๆ เลยก็จะดูอ่อยเกินไป ดังนั้น ฉันจึง“อุ้ย! ขอโทษนะคะ เอพริลไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ค่ะ” แล้วก็เป็นไปตามแผนนางร้ายในละคร เมื่อฉันทำเป็นแกล้งเดินสะดุดขาตัวเองเพื่อทำน้ำส้มกระเด็นจากแก้ว จนไปโดนเสื้อสูทของเขา“ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” เขาถามขึ้น พร้อ
“สวัสดีครับคุณไทเกอร์ วันนี้ผมจะขอมารับเอพริลไปที่ร้านกับผมนะครับ” พี่เอดีนพูดกับไอ้เกอร์ด้วยความสุภาพ สายตาที่มองกลับไปหาไอ้เกอร์ด้วยความนิ่ง และคำพูดที่เรียบเฉียบ ไม่รู้ว่าเป็นการขออนุญาตหรือเป็น คำบอกกล่าวกันแน่ แต่ที่รู้ ๆ ตอนนี้คือสายตาของไอ้เกอร์ที่มองไปที่พี่เอดีนเริ่มจะไม่โอเคซะแล้ว“เอ่อ คือว่าพี่เอดีน พอดีว่าไหน ๆ ไทเกอร์ก็มารับเอพริลที่บ้านประจำอยู่แล้ว ก็ให้เอพริลไปกับไทเกอร์เหมือนเดิมจะดีกว่านะคะ” ฉันพูดขึ้นบ้าง เพราะลองถ้าฉันบอกว่าไปกับพี่เอดีนสิ มีหวังไอ้เกอร์งอนฉันแน่ เอาว่ะ พี่เอดีนเป็นผู้ใหญ่กว่า เขาคงจะเข้าใจฉันนะ“งั้นตั้งแต่พรุ่งนี้ไป พี่ขอเป็นคนมารับส่งน้องเอพริลเองทุกวันนะครับ” พี่เอดีนหันหน้ามาพูดกับฉัน“ไม่ได้” แล้วไอ้เกอร์ก็ขัดพี่เอดีนขึ้นมาทันควันพ่อ แม่ เห็นสถานการณ์ตรงนี้ไม่ดี จึงดึงผมเปียของยัยแจนให้ออกไปจากห้องอาหารนี้ด้วยกันทันที“คุณพาเอพริลซ้อนมอเตอร์ไซค์ทุกวันแบบนี้มันอันตรายนะ สู้ให้น้องเอพริลไปรถยนต์กับผมดีกว่าเพราะปลอดภัยกว่าเยอะ” เหตุผลที่พี่เอดีนพูดขึ้น ทำให้ไทเกอร์เงียบไปครู่หนึ่ง“แต่ผมก็พาเอพริลซ้อนมอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่สมัยเรียนเป็นสิบ ๆ
“ใช่ค่ะ เอพริลเป็นแฟนของพี่เอดีนเองค่ะ” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับขยับตัวเข้าไปชิดกับพี่เอดีนให้แนบแน่นกว่าเดิม จนยัยฟางทนไม่ไหว และพุ่งมากระชากตัวฉันออกจากพี่เอดีนทันที“โอ้ยยยย” ฉันล้มลงกระแทกกับพื้นอย่างแรง“น้องเอพริล เป็นอะไรไหมครับ?” พี่เอดีนค่อย ๆ พยุงร่างของฉันขึ้นจากพื้น และหันไปต่อว่ายัยคุณฟางทันที “นี่มันจะเกินไปแล้วนะ กลับไปได้แล้วฟาง ผมไม่อยากให้คุณมาวุ่นวายกับแฟนของผมอีก”“ไม่ค่ะ ฟางไม่กลับ และฟางก็ไม่มีทางเชื่อด้วยว่าพี่เอดีนคบกับยัยเด็กคนนี้ ฟางมาเฝ้าพี่เอดีนออกจะบ่อย เพิ่งจะมาเห็นยัยเด็กผู้หญิงคนนี้ก็วันนี้นี่เอง” ยัยคุณฟางพูดขึ้นด้วยที่เสียงอันแหลมจนทะลุแก้วหู“กลับไปได้แล้วฟาง แล้วก็เลิกมาวุ่นวายกับที่นี่อีก แล้วอีกอย่าง อย่ามาทำกริยาแบบนี้กับแฟนของผมอีก ผมไม่ชอบ” พี่เอดีนพูดตอบกลับไปด้วยเสียงแข็งกร้าว จนทำให้ดวงตาของยัยคุณฟางเริ่มเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา“เอดีนใจร้ายกับฟางมากไปแล้วนะคะ ฟางจะไม่ยอมแค่นี้แน่นอนค่ะ” เธอตอบกลับด้วยเสียงที่สั่นคลอ และในที่สุดน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาจนได้ยัยคุณฟางเดินออกไปจากร้านด้วยความว่องไว พร้อมกับปาดน้ำตาออกเพื่อไม่ให้ใครเห็นถึงความอ่อนแอหน้าตาก็ส
ผู้หญิงสาวสาว หุ่นผอมเพรียวเดินเข้ามาในร้าน ดวงตาสีน้ำตาล จมูกที่คมสัน พร้อมกับผมสีดำสนิทและตรงยาวสลวยงดงาม เดินเข้ามาสู่ในร้าน พนักงานทุกคนรีบวิ่งหน้าตาตื่นไปตอนรับเธอทันที ฉันยืนมองผู้หญิงคนนั้นด้วยความมึนงงไปพักใหญ่“สวัสดีค่ะ คุณฟาง เชิญนั่งก่อนค่ะ” พี่น้ำส้ม ยกมือไหว้ พร้อมกับเชิญให้ผู้หญิงคนสวยที่ชื่อฟางนั่งลงกับเก้าอี้“ชาเนส 1 แก้ว” เธอสั่งเมนูด้วยเสียงเรียบเฉียบ ท่านั่ง และสายตาที่มองไปรอบ ๆ ร้านของเธอช่างดูเป็นผู้หญิงที่มีอำนาจในอายุน้อยเหลือเกิน“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” พี่น้ำส้มรับเมนูด้วยตัวเอง และรีบนำไปส่งให้พี่แอมป์ที่เป็นบาริสต้า“และนั้นใคร พนักงานใหม่หรอ?” ผู้หญิงคนสวยที่ชื่อฟางคนนั้นถามพี่น้ำส้มขึ้น พร้อมกับมองหน้ามาที่ฉัน แต่สายตาที่เธอส่งมานั้น ช่างไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย“ใช่ค่ะคุณฟาง น้องเป็นคนรู้จักของคุณเอดีน และกำลังฝึกงานอยู่ที่นี่ค่ะ” พี่น้ำส้มตอบกลับด้วยความนอบน้อม ในขณะที่ผู้หญิงคนนั้นกลับมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่เหยียดฉันดูออกนะ ว่าคุณไม่ชอบฉันได้แต่คิดโมโหในใจ ว่าทำไมฉันต้องมายืนให้ผู้หญิงคนนี้มองเหยียดด้วยความดูถูกด้วยนะ ฉันเป็นเด็กฝึกงานแล้วมันไปหนักศีรษ
บทที่ 4เอพริล :เช้าตรู่ของวันใหม่เริ่มต้นขึ้น ร่างกายของฉันยังคงพลิกไปมาบนที่นอนสีชมพู ดวงตาของฉันยังคงปิดอยู่ แต่แสงแดดที่ส่องทะลุผ้าม่านเข้ามากระทบกับดวงตาที่ปิดอยู่ของฉัน ทำให้ฉันรู้สึกนอนหลับไม่สนิทแต่ เอ๊ะ!!ไทเกอร์ :วันนี้ผมมาถึงบ้านของเอพริลแต่เช้า แม่ของเอพริลเลยเชิญให้ผมมารอในห้องรับแขก แต่ผ่านไปสักพักผมรู้สึกอยากแกล้งเอพริลขึ้นมา จึงตั้งใจจะไปปลุกเธอที่ห้องนอนซะหน่อย เนื่องจากว่า แม่ของเอพริลไว้ใจผมมาก จึงทำให้ผมสามารถเข้ามาป่วนเอพริลถึงบนห้องได้เป็นประจำผมค่อย ๆ เปิดประตูห้องของเอพริลเข้ามาอย่างเบามือ เห็นร่างบอบบางกำลังพลิกตัวหนีแสงแดดที่กำลังทะลุผ่านผ้าม่านเข้ามากระทบกับใบหน้าของเธอ ผมค่อย ๆ เดินอย่างเบา ๆ เพื่อไปยืนบังแสงแดดตรงนั้น ผมใช้ลำตัวของผมกำบังไม่ให้แสงแดดส่องทะลุไปกระทบกับใบหน้าของเธอได้ ร่างบางหยุดพลิกตัวไปมา และหลับต่ออีกครั้งผมยืนกำบังแสงแดดอยู่ตรงนั้นเป็นเวลาสักพัก ผมไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ผมรู้เพียงแต่ว่า การได้ยืนมองความไร้เดียงสาของเธออยู่ตรงนี้อย่างเงียบ ๆ มันทำให้ผมรู้สึกสบายใจมีคนกล่าวว่า จงเลือกคนที่ทำให้คุณหัวใจของคุณสงบ มากกว่า







