LOGINบทที่ 2
: เอพริล
ฉันเดินเข้าไปหาไทเกอร์พร้อมกับเมนูที่อยู่ในมือ
“รับอะไรดีคะ?” ฉันพูดขึ้น พร้อมกับยื่นเมนูให้
“อ้าว! เอพริล นี่แกฝึกงานอยู่ที่นี่เองหรอ?” ไอ้เกอร์ถามฉันพร้อมกับเบิตากว้างด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อย นี่อย่าบอกนะว่าตั้งแต่เดินเข้าร้านมา แกไม่ได้สังเกตเห็นฉันเลย
“ใช่ ว่าแต่แกจะรับอะไรดี?” ฉันยังคงถามต่อ
“คาปูชิโน่เย็น 1 แก้ว พร้อมเค้กช็อคโกแลตด้วยนะ”
“นี่แกสั่งเผื่อสาวหรอ?” ฉันถามขึ้น พร้อมกับความรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
“ใช่! ฉันสั่งเผื่อแกไง นี่ของโปรดแกนะ แกจำไม่ได้หรอ!”
“จริงด้วย แต่ฉันกำลังฝึกงานอยู่ ฉันกินกับแกไม่ได้หรอก” ฉันพูดขึ้น
“งั้นก็ ฝากห่อเค้กช็อคโกแลตใส่กล่องไว้ให้แกกินตอนเที่ยงแล้วกันนะ” เขาพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม
“ว่าแต่ แกแต่งตัวซะเท่ขนาดนี้ แกจะไปไหน?”
“วันนี้ฉันจะลงฝึกสนามแข่งรถมอเตอร์ไซค์ดูนะ เพราะอีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะมีการแข่งนักบิดแห่งประเทศ ฉันว่าจะไปลงสมัคร”
“อ่อ สู้ ๆ นะแก” ฉันส่งยิ้มเป็นกำลังใจไปให้
“ถ้าฉันคว้าเหรียญทองมาได้ แกต้องยอมเป็นแฟนฉันนะ”
“แหม่ ๆ ยังไม่ทันจะลงแข่งรอบแรกเลย แกจะมาขอก่อนล่วงหน้าซะล่ะ” ฉันพูดตอบกลับ
“ก็ตกลงไหมล่ะ ถ้าแกตกลง ฉันจะได้มีกำลังใจแข่งไง?” สายตาคู่นั้นช่างยียวนกวนโมโหเหลือเกิน
“อ่า อ่า ตกลง พอใจยังค่ะ คุณเพื่อนเกอร์” ฉันพูดเชิงกวน ๆ เล็กน้อย
“วันนี้แกเรียกฉันว่าเพื่อน วันหน้าแกเตรียมตัวเรียกฉันว่าที่รักได้เลย”
“อ่าจ๊ะ แต่ตอนนี้ขอฉันไปส่งออเดอร์แกก่อนนะ” พูดจบฉันก็เดินถือออเดอร์ไปส่งให้พี่แอมป์
“นี่ค่ะ พี่แอมป์” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับยื่นออเดอร์ให้ พี่แอมป์
“นั้นแฟนน้องเอพริลหรอครับ น่าตาดีเชียว” พี่แอมป์ถามขึ้น
“อุ้ย!!! ไม่ใช่เลยค่ะพี่แอมป์ นั้นไทเกอร์ เพื่อนสนิทของเอพริลเฉย ๆ ค่ะ อีตานี่มันกวนประสาทไปเรื่อยจนคนเข้าใจผิดประจำเลยค่ะ” ฉันพูดขึ้น พร้อมกับอดนึกถึงสมัยมหาลัยไม่ได้ ใครที่เข้ามาจีบฉันจะโดนไอ้เกอร์แกล้งว่าเราเป็นแฟนกัน จนเหล่าหนุ่ม ๆ พวกนั้นวิ่งหนีฉันไปกันหมด นั้นคือเหตุผลที่ฉันไม่เคยได้มีแฟนจริงจังกับเขาสักที
ฉันรับแก้วคาปูชิโน่ร้อนจากพี่แอมป์มา แล้วนำไปเสิร์ฟให้ไอ้เกอร์
“ขอบคุณนะครับ พนักงานคนสวย ว่าที่แฟนสาวของผม” ไทเกอร์รับไป พร้อมกับชำระเงินทันที
“วันแรกยังไม่ทันจะเริ่มฝึกเลย มั่นใจได้ยังไงว่า จะชนะ?” ฉันพูดในเชิงหยอกล้อเล็กน้อย
“ก็เพราะว่าเป้าหมายของฉันคือแกไง ยังไงฉันก็ต้องชนะให้ได้อยู่แล้ว อิอิ”
“อ่าจ๊ะ พ่อคุณ ฉันไปทำงานก่อนล่ะ” ฉันพูดพร้อมกับกำลังจะเดินกลับไปรอลูกค้าคนใหม่
“เย็นนี้ฉันขอมารับแกนะ แกไม่ได้เอารถมาเองนี่” ไอ้เกอร์เสนอขึ้น
“อ่า อ่า ได้ ๆ” ฉันตอบรับอย่างง่ายดาย ไม่ว่าไอ้เกอร์จะพยายามจีบฉันขนาดไหน แต่ในใจลึก ๆ พวกเราสองคนก็ยังเป็นเพื่อนรักกันอยู่ ฉันเลยไว้ใจไอ้เกอร์มากกว่าใครทั้งหมด
ไทเกอร์ :
หลังจากชำระเงินเสร็จ ผมก็คว้าแก้วคาปูชิโน่ออกมาที่มอเตอร์ไซค์ของผม เอพริลจะรู้ทันไหมนะ ว่าผมต้องตามไปติดสินบนยัยน้องตัวแสบของเธอถึงโรงเรียน เพื่อให้รู้ว่าเธอกำลังฝึกงานอยู่ที่นี่
เอพริลไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ผมแอบชอบเธอมาตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมเจอเธอที่โรงเรียนมัธยมแถวบ้าน เธอถักเปียสองข้างจนสะดุดสายตาของผม ตั้งแต่นั้นมาผมก็ตีตัวเข้าไปสนิทกับเธอ ยิ่งช่วงมัธยมปลาย เป็นช่วงที่เธอกำลังโตและน่ารักขึ้นมากกว่าเดิม มีผู้ชายมากมายเข้ามาจีบเธอ แต่ผมก็จัดการผู้ชายพวกนั้นให้เผ่นหนีไปเสียก่อน และพอเข้าสู่มหาวิทยาลัยผมก็คอยกั้นหนุ่ม ๆ ทั้งหลายออกจากเธอ ผมพยายามทำตัวเจ้าชู้เพื่อให้เธอรู้สึกหึงหวงผมบ้าง แต่เธอก็ไม่รู้เลยว่าผมคิดกับเธอมากกว่าเพื่อน จนถึงวันนั้น วันที่ผมขอเธอแต่งงานกลางงานรับปริญญา แต่เธอก็ยังไม่รู้อีกเช่นเคย ผมเลยบ่ายเบี่ยงไปว่า ผมแค่กลัวว่าจะอยู่ไม่ได้หากไม่มีเธอ
“เฮ้ออออ ยัยเพื่อนซี้จอมซื่อบื้อเอ้ย เมื่อไรแกจะรู้ว่าฉันแอบชอบแก จนมันกลายเป็นความรักไปแล้ว”
เอพริล :
ฉันมองตามหลังของไทเกอร์ที่กำลังบิดมอเตอร์ไซค์ออกไป เขาจะรู้ไหมนะ ว่าการแข่งขันของเขาทำให้ฉันเป็นห่วงเขาเหลือเกิน
“แกจะรู้ไหมนะ? ว่าฉันเป็นห่วงแกขนาดไหน แต่ถ้าฉันห้ามแก แกก็คงไม่ฟังฉันอยู่ดี ไอ้เกอร์จอมดื้อด้าน เฮ้อ” ฉันถอนหายใจออกมาด้วยความเป็นห่วง
“มองตามไม่วางตาเลยนะจ๊ะ น้องเอพริล” พี่น้ำส้มทักขึ้น เมื่อเห็นฉันเหม่อมองไอ้เกอร์ไม่วางตา
“อ่อ นั้นไทเกอร์เพื่อนสนิทของเอพริลเองค่ะ” ฉันตอบกลับ
“แค่เพื่อนหรอจ๊ะ อิอิ ถ้าพี่มีเพื่อนสนิทหล่อขนาดนี้ พี่จับทำแฟนไปแล้ว คนอะไรทั้งหล่อ ทั้งเท่ แค่เดินเข้ามาในร้าน สาว ๆ ในร้านก็แทบจะใจละลายกันหมดแล้ว”
“รวมถึงพี่น้ำส้มด้วยใช่ไหมคะ? ฮ่า ๆ ๆ” ฉันแซวพี่น้ำส้มกลับ
“อุ้ย! น้องเอพริลอย่าเอาความจริงมาพูดสิค่ะ อิอิ” พี่น้ำส้มตอบกลับด้วยอารมณ์ขัน
___________________________________________________________________________
ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^
“ไอ้เกอร์” ฉันจับใบหน้าของมันให้มามองที่ฉัน“ก็แก” แล้วในที่สุดมันก็ยอมพูดจนได้ “แกแต่งตัวแบบนี้ ผู้ชายมันถึงได้ทำแบบนั้นกับแกไง”“เดี๋ยวก่อนนะ แกพยายามจะบอกว่า ไอ้เหตุการณ์บ้า ๆ ที่เกิดขึ้นในงานปาร์ตี้เมื่อกี้ เกิดขึ้นเพราะฉัน” ฉันตวาดใส่ไอ้เกอร์ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ“ก็ถ้าแกไม่แต่งตัวยั่วคนอื่นแบบนั้น มันก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก” ไอ้เกอร์พูดด้วยเสียงเรียบเฉย นั้นยิ่งทำให้ฉันโกรธขึ้นไปอีก“ฉันขอพูดอะไรหน่อยนะ ทำไมเวลาผู้หญิงแต่งตัวไม่เรียบร้อย แล้วมีผู้ชายมาลวนลาม ทำไมความผิดถึงกลายเป็นของฝ่ายผู้หญิงฝ่ายเดียว ทั้ง ๆ ที่ผู้หญิงก็มีสิทธิและเสรีภาพในการแต่งตัวอย่างไงก็ได้ แต่ทำไมไม่มีใครคิดจะโทษว่าเป็นเพราะผู้ชายนั้นสารเลวเอง ถ้าผู้ชายเหล่านั้นไม่ได้มีจิตใจที่สกปรก ต่อให้ผู้หญิงจะแต่งตัวแบบไหน พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปลวนลาม ผู้หญิงอย่างเราก็มีสิทธิ์ในการเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบไหนก็ได้ ทำไมผู้ชายถึงเอาแต่มาโทษผู้หญิงอย่างเรา” พูดจบฉันก็เดินเปิดประตูรั้ว และเดินเข้าบ้านไปทันทีฉันได้ยินเสียงของไอ้เกอร์เรียกตามหลังมา แต่ความโกรธของฉันตอนนี้ทำให้ฉันไม่อยากหันกลับไปมองหน้ามัน
บทที่ 5เอพริล :ฉันเดินไปอยู่ในงาน แต่ก็ยังไม่มีหนุ่ม ๆ เข้ามาจีบสักคน คงจะเป็นเพราะไอ้เกอร์ตัวแสบจริง ๆ ด้วย “ฮึ่ม เอาไงดีหว่า” ฉันคิดไปไปคิดมาก็หันไปเห็นไอ้เกอร์กำลังยืนจีบสาวอยู่ “ทำไมแกไปจีบคนอื่นได้ แต่ฉันไม่สามารถจีบคนอื่นได้ล่ะ เอ๊ะ!! ใช่ ถ้าผู้ชายไม่เดินเข้ามาจีบฉัน งั้นฉันก็จะเป็นฝ่ายเข้าไปจีบเขาแทน”เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉันก็สอดส่องสายตาไปรอบ ๆ งานเพื่อหาเป้าหมายที่จะหล่อ และดูดี “ใครดีนร้า” ฉันบ่นกับตัวพึมพำ และมองหาเป้าหมายไปด้วยและในที่สุด สายตาของฉันก็ไปสะดุดเข้ากับผู้ชายตัวสูง ผมสีน้ำตาลอ่อน ที่อยู่ในเสื้อสูทเปิดอกเล็กน้อย ช่างดูเซ็กซี่เหลือเกิน“นั้นไง พ่อหนุ่มคณะวิศวะคนนั้นแหละที่เหมาะเป็นเป้าหมายของฉันที่สุด” เมื่อบ่นกับตัวเองเสร็จ ฉันก็คว้าแก้วน้ำส้มแล้วเดินเข้าไปหาเขาทันที แต่จะให้ได้เดินเข้าไปจีบเขาตรง ๆ เลยก็จะดูอ่อยเกินไป ดังนั้น ฉันจึง“อุ้ย! ขอโทษนะคะ เอพริลไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ค่ะ” แล้วก็เป็นไปตามแผนนางร้ายในละคร เมื่อฉันทำเป็นแกล้งเดินสะดุดขาตัวเองเพื่อทำน้ำส้มกระเด็นจากแก้ว จนไปโดนเสื้อสูทของเขา“ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” เขาถามขึ้น พร้อ
“สวัสดีครับคุณไทเกอร์ วันนี้ผมจะขอมารับเอพริลไปที่ร้านกับผมนะครับ” พี่เอดีนพูดกับไอ้เกอร์ด้วยความสุภาพ สายตาที่มองกลับไปหาไอ้เกอร์ด้วยความนิ่ง และคำพูดที่เรียบเฉียบ ไม่รู้ว่าเป็นการขออนุญาตหรือเป็น คำบอกกล่าวกันแน่ แต่ที่รู้ ๆ ตอนนี้คือสายตาของไอ้เกอร์ที่มองไปที่พี่เอดีนเริ่มจะไม่โอเคซะแล้ว“เอ่อ คือว่าพี่เอดีน พอดีว่าไหน ๆ ไทเกอร์ก็มารับเอพริลที่บ้านประจำอยู่แล้ว ก็ให้เอพริลไปกับไทเกอร์เหมือนเดิมจะดีกว่านะคะ” ฉันพูดขึ้นบ้าง เพราะลองถ้าฉันบอกว่าไปกับพี่เอดีนสิ มีหวังไอ้เกอร์งอนฉันแน่ เอาว่ะ พี่เอดีนเป็นผู้ใหญ่กว่า เขาคงจะเข้าใจฉันนะ“งั้นตั้งแต่พรุ่งนี้ไป พี่ขอเป็นคนมารับส่งน้องเอพริลเองทุกวันนะครับ” พี่เอดีนหันหน้ามาพูดกับฉัน“ไม่ได้” แล้วไอ้เกอร์ก็ขัดพี่เอดีนขึ้นมาทันควันพ่อ แม่ เห็นสถานการณ์ตรงนี้ไม่ดี จึงดึงผมเปียของยัยแจนให้ออกไปจากห้องอาหารนี้ด้วยกันทันที“คุณพาเอพริลซ้อนมอเตอร์ไซค์ทุกวันแบบนี้มันอันตรายนะ สู้ให้น้องเอพริลไปรถยนต์กับผมดีกว่าเพราะปลอดภัยกว่าเยอะ” เหตุผลที่พี่เอดีนพูดขึ้น ทำให้ไทเกอร์เงียบไปครู่หนึ่ง“แต่ผมก็พาเอพริลซ้อนมอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่สมัยเรียนเป็นสิบ ๆ
“ใช่ค่ะ เอพริลเป็นแฟนของพี่เอดีนเองค่ะ” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับขยับตัวเข้าไปชิดกับพี่เอดีนให้แนบแน่นกว่าเดิม จนยัยฟางทนไม่ไหว และพุ่งมากระชากตัวฉันออกจากพี่เอดีนทันที“โอ้ยยยย” ฉันล้มลงกระแทกกับพื้นอย่างแรง“น้องเอพริล เป็นอะไรไหมครับ?” พี่เอดีนค่อย ๆ พยุงร่างของฉันขึ้นจากพื้น และหันไปต่อว่ายัยคุณฟางทันที “นี่มันจะเกินไปแล้วนะ กลับไปได้แล้วฟาง ผมไม่อยากให้คุณมาวุ่นวายกับแฟนของผมอีก”“ไม่ค่ะ ฟางไม่กลับ และฟางก็ไม่มีทางเชื่อด้วยว่าพี่เอดีนคบกับยัยเด็กคนนี้ ฟางมาเฝ้าพี่เอดีนออกจะบ่อย เพิ่งจะมาเห็นยัยเด็กผู้หญิงคนนี้ก็วันนี้นี่เอง” ยัยคุณฟางพูดขึ้นด้วยที่เสียงอันแหลมจนทะลุแก้วหู“กลับไปได้แล้วฟาง แล้วก็เลิกมาวุ่นวายกับที่นี่อีก แล้วอีกอย่าง อย่ามาทำกริยาแบบนี้กับแฟนของผมอีก ผมไม่ชอบ” พี่เอดีนพูดตอบกลับไปด้วยเสียงแข็งกร้าว จนทำให้ดวงตาของยัยคุณฟางเริ่มเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา“เอดีนใจร้ายกับฟางมากไปแล้วนะคะ ฟางจะไม่ยอมแค่นี้แน่นอนค่ะ” เธอตอบกลับด้วยเสียงที่สั่นคลอ และในที่สุดน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาจนได้ยัยคุณฟางเดินออกไปจากร้านด้วยความว่องไว พร้อมกับปาดน้ำตาออกเพื่อไม่ให้ใครเห็นถึงความอ่อนแอหน้าตาก็ส
ผู้หญิงสาวสาว หุ่นผอมเพรียวเดินเข้ามาในร้าน ดวงตาสีน้ำตาล จมูกที่คมสัน พร้อมกับผมสีดำสนิทและตรงยาวสลวยงดงาม เดินเข้ามาสู่ในร้าน พนักงานทุกคนรีบวิ่งหน้าตาตื่นไปตอนรับเธอทันที ฉันยืนมองผู้หญิงคนนั้นด้วยความมึนงงไปพักใหญ่“สวัสดีค่ะ คุณฟาง เชิญนั่งก่อนค่ะ” พี่น้ำส้ม ยกมือไหว้ พร้อมกับเชิญให้ผู้หญิงคนสวยที่ชื่อฟางนั่งลงกับเก้าอี้“ชาเนส 1 แก้ว” เธอสั่งเมนูด้วยเสียงเรียบเฉียบ ท่านั่ง และสายตาที่มองไปรอบ ๆ ร้านของเธอช่างดูเป็นผู้หญิงที่มีอำนาจในอายุน้อยเหลือเกิน“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” พี่น้ำส้มรับเมนูด้วยตัวเอง และรีบนำไปส่งให้พี่แอมป์ที่เป็นบาริสต้า“และนั้นใคร พนักงานใหม่หรอ?” ผู้หญิงคนสวยที่ชื่อฟางคนนั้นถามพี่น้ำส้มขึ้น พร้อมกับมองหน้ามาที่ฉัน แต่สายตาที่เธอส่งมานั้น ช่างไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย“ใช่ค่ะคุณฟาง น้องเป็นคนรู้จักของคุณเอดีน และกำลังฝึกงานอยู่ที่นี่ค่ะ” พี่น้ำส้มตอบกลับด้วยความนอบน้อม ในขณะที่ผู้หญิงคนนั้นกลับมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่เหยียดฉันดูออกนะ ว่าคุณไม่ชอบฉันได้แต่คิดโมโหในใจ ว่าทำไมฉันต้องมายืนให้ผู้หญิงคนนี้มองเหยียดด้วยความดูถูกด้วยนะ ฉันเป็นเด็กฝึกงานแล้วมันไปหนักศีรษ
บทที่ 4เอพริล :เช้าตรู่ของวันใหม่เริ่มต้นขึ้น ร่างกายของฉันยังคงพลิกไปมาบนที่นอนสีชมพู ดวงตาของฉันยังคงปิดอยู่ แต่แสงแดดที่ส่องทะลุผ้าม่านเข้ามากระทบกับดวงตาที่ปิดอยู่ของฉัน ทำให้ฉันรู้สึกนอนหลับไม่สนิทแต่ เอ๊ะ!!ไทเกอร์ :วันนี้ผมมาถึงบ้านของเอพริลแต่เช้า แม่ของเอพริลเลยเชิญให้ผมมารอในห้องรับแขก แต่ผ่านไปสักพักผมรู้สึกอยากแกล้งเอพริลขึ้นมา จึงตั้งใจจะไปปลุกเธอที่ห้องนอนซะหน่อย เนื่องจากว่า แม่ของเอพริลไว้ใจผมมาก จึงทำให้ผมสามารถเข้ามาป่วนเอพริลถึงบนห้องได้เป็นประจำผมค่อย ๆ เปิดประตูห้องของเอพริลเข้ามาอย่างเบามือ เห็นร่างบอบบางกำลังพลิกตัวหนีแสงแดดที่กำลังทะลุผ่านผ้าม่านเข้ามากระทบกับใบหน้าของเธอ ผมค่อย ๆ เดินอย่างเบา ๆ เพื่อไปยืนบังแสงแดดตรงนั้น ผมใช้ลำตัวของผมกำบังไม่ให้แสงแดดส่องทะลุไปกระทบกับใบหน้าของเธอได้ ร่างบางหยุดพลิกตัวไปมา และหลับต่ออีกครั้งผมยืนกำบังแสงแดดอยู่ตรงนั้นเป็นเวลาสักพัก ผมไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ผมรู้เพียงแต่ว่า การได้ยืนมองความไร้เดียงสาของเธออยู่ตรงนี้อย่างเงียบ ๆ มันทำให้ผมรู้สึกสบายใจมีคนกล่าวว่า จงเลือกคนที่ทำให้คุณหัวใจของคุณสงบ มากกว่า







